(ชุดโจรสลัด) สืบสิเน่หา by ธีธาฬา นนทนันท์

ตอนที่ 8 : ตอน 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 พ.ค. 56

ออกเดินทางสู่เรือสำราญที่จออยู่บริเวณท่าแม่น้ำเทมส์ ซึ่งถือว่าเป็นแม่น้ำสายเดียวที่ผ่านกรุงลอนดอน ท่ามกลางพระราชวัง และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ สวยงาม มองเห็นหอนาฬิกาบิกเบน ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ไปแล้ว

คลื่นลมในยามนี้แรงพอสมควร แต่สายน้ำบนแม่น้ำยังคงไหลเอื่อยๆ และมีคลื่นบ้างตามการเคลื่อนที่ของเรือที่ขนส่งไปมาบนสายน้ำแห่งนี้

เด็กชายวัยห้าขวบยืนมองเรือสำราญที่เปิดใช้อย่างเป็นทางการครั้งแรก และหันไปทางขวามือพบกับลูกน้องที่ร่วมเดินทางหลายชีวิต ทุกคนพร้อมที่จะออกรบในครั้งนี้เช่นกัน

...แต่การออกรบครั้งนี้ จะไม่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวายมากนัก เพียงแค่แสดงความยิ่งใหญ่ให้ศัตรูเห็น...

..แม้ว่าระยะทางของสองคฤหาสน์จะห่างกันไม่มาก แต่ก็ต้องแสดงความยิ่งใหญให้อีกฝ่ายรับรู้และทึ่งกับการกลับมาตลอดระยะเวลา 5 ปีเต็มๆ นี่คือโอกาสที่จะได้แสดงให้รู้

การวางแผนเมื่อถึงอีกหนึ่งท่าน้ำที่สำคัญ คือการกระจายกำลังแล้วเดินบุกเข้าสู่ตัวคฤหาสน์ของฝ่ายตรงข้าม โดยใช้แผนการล้อมรอบคฤหาสน์นั้นไว้ แล้วค่อยบุกโจมตีนั่นเอง

ลูกพร้อมไหมคนเป็นพ่อวางมือบนบ่าก่อนที่จะมองใบหน้าของลูกชายคนเดียว

พร้อมสิครับ ผมพร้อมเสมอ รอวันที่จะแก้แค้นมานานแล้วละบอกด้วยความมั่นใจก่อนที่จะมองดูคฤหาสน์ของศัตรู กระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

ลูกชายวัยห้าขวบมองดูหน้าจอบริเวณห้องบังคับส่วนกลางชั้นสาม ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่จะมองเห็นทุกอย่าง รายละเอียด สามารถสแกนข้อมูลเบื้องต้นของตำแหน่ง พิกัดของที่ตั้งคฤหาสน์หลังนี้

หน้าจอเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ สามารถนำมือไปกดและทำให้เปลี่ยน เลื่อนได้ตามใจชอบ เหมือนกับมีหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ที่ดีที่สุดขณะนี้

นอกจากสัมผัสได้แล้ว ยังมีการสั่งงานด้วยเสียงและหน้าตา  ซึ่งข้อนี้ก็คือความปลอดภัยเวลาต้องการที่จะสั่งให้ปล่อยอาวุธออกไปปะทะกับฝ่ายตรงกันข้าม แต่ศึกครั้งนี้ คงไม่ต้องทำถึงขั้นนั้น เพียงแค่ส่งกำลังทหารลงไปก็คงเพียงพอ

                เมื่อถึงเวลาอันควร ลูกชายวัยห้าขวบรีบลงจากเรือ มองดูทหารหลายนายที่เตรียมความพร้อมในชุดสูทสีดำเช่นเดียวเช่นเขา

พร้อมแล้ว ทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน สั่งการไปยังลูกน้องอีกหลายร้อยชีวิตให้ทำไปตามแผนการที่กำชับและบอกไว้เมื่อตอนที่อยู่ในคฤหาสน์ อีกทั้งยังมีการซ้อมใหญ่อีกครั้งหนึ่งตอนที่ทุกคนอยู่ในห้องประชุมชั้นแรกของเรือสำราญ

รับคำสั่งว่าที่อนาคตหัวหน้าโจรสลัดก่อนที่จะเดินเรียงแถวกันเข้าไปล้อมบริเวณคฤหาสน์ ซึ่งอยู่บริเวณรอบนอก และไม่ได้ไกลมากนักจากท่าแม่น้ำเทมส์

แน่นอนว่า เรือสำราญลำใหญ่ที่จอดอยู่ริมแม่น้ำ ฝ่ายตรงข้ามเห็นอย่างแน่นอน

คนใช้ในคฤหาสน์หลังนั้นเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติอะไรบางอย่าง ชายชุดสูทสีดำสวมแว่นตาดำ มีตราสัญลักษณ์ขององค์กรศัตรูบริเวณหน้าอกขวา ยิ่งทำให้คิดเข้าไปอีกว่า อันตรายได้มาเยือนที่นี่แล้ว

วิ่งเข้าไปอย่างร้อนใจจนกระทั่งพบกับเบร่า ทอม ลูกชายวัยห้าขวบที่กำลังเดินเล่นอยู่ด้านใน

มีอะไรหรือเปล่า ทำไมวิ่งหน้าตาตื่นแบบนี้

อ๋อ คือจะบอกว่า ตอนนี้พวกเรากำลังโดนล้อมจากฝ่ายของศัตรูครับ

อะไรกัน พูดจริงหรือเด็กชายวัยห้าขวบเบิกตากว้างอย่างตกใจ และไม่คิดว่าจะมีวันนี้

...นี่มันคือเรื่องจริงหรือ แล้วทำไมพวกมันรู้ที่อยู่เราได้ แล้วทำไม...

จริงลูก พ่อเห็นเรือของพวกมันจอดบริเวณท่าแม่น้ำ แล้วก็เห็นพวกมันมาในรูปแบบใหม่ ที่ไม่เหลือคราบโจรสลัดแบบก่อน หรือแบบพวกเราเลยสักอย่าง เรือพวกมันทันสมัยเหลือเกิน และคาดว่าอาวุธคงใหม่พอสมควร

ทำอย่างไรดีครับพ่อหันไปถามคนเป็นพ่อที่กำลังเดินลงมาจากชั้นบน ใบหน้าของคนเป็นพ่อดูกังวลและเหมือนไม่มั่นใจในการตัดสินใจครั้งนี้

เงียบไปพักหนึ่งและตรองทุกสถานการณ์ว่าจะทำอย่างไรดีกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น

พวกเราควรจะสู้กับพวกมัน กำลังโจรสลัดรุ่นเก่าเราก็ยังมีอยู่ ใกล้ๆ แถวนี้ก็มี ดังนั้น พ่อจะเรียกพวกเค้าให้เข้ามาช่วยเรา และจะให้เงินตอบแทนสูงสุด สั่งการไปได้มองไปยังลูกน้องคนนั้นที่บอกข่าว ก่อนที่จะก้มมองดูลูกชายวัยห้าขวบ

...พวกมันบุกมาตอนที่พวกเราไม่ทันตั้งตัว เห็นที ศึกคราวนี้ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสูญเสีย และกรรม คงตามสนองพ่อแล้วละ..

เหมือนคิดที่จะยอมแพ้ตั้งแต่ออกรบ เพราะการบุกล้อมคฤหาสน์แบบนี้ ระยะเวลาใกล้ชิดเพียงนี้ คงยากแก่การเตรียมตัวและเตรียมการป้องกัน

ตลอดเวลาห้าปีที่ผ่านมาไม่เคยคิดที่จะวางแผนรับมือหากพบเจอสถานการณ์อย่างนี้

ไม่คิดว่าจะมีการกลับมาเอาคืนในระยะเวลาที่ห่างกันได้เพียงนี้ อีกทั้ง ตน ก็ไม่ได้ข่าวอีกฝ่ายใดๆ เลยให้รับรู้การเคลื่อนไหว ทั้งๆ ที่เป็นองค์กรที่เคยโด่งดังมาห้าปีก่อน

แม้ว่าอายุการการต่อรองและเจรจาคือ 7 ปี ที่ไม่ให้อีกฝ่ายเปิดตัวทางธุรกิจ แต่หารู้ไม่ว่า 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เขารู้ว่า คนเก่งอย่างโทมัส แอนดี ยังไงก็คือคนเก่งอยู่วันยังค่ำ

ความขยันคือคำตอบของทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ

การวางใจและตั้งตนในความประมาท อาจนำพาสู่ความล้มเหลวอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้

มิใช่ว่า เบร่า แอนดิสันไม่เก่ง แต่ขาดความรอบคอบ การวางแผน และการต่อสู้ทางธุรกิจ ที่ไม่เคยพัฒนาอะไรเลยให้ก้าวหน้า แม้ว่าจะเริ่มพัฒนาอาวุธบางชิ้นบางส่วนก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าจะสายเกินไป

ลูกของพ่อต้องปลอดภัย ขึ้นไปอยู่ด้านบนซะ แล้วไม่ต้องลงมาให้พ่อเห็นหน้าอีก บอกแม่ของลูกด้วย ว่าอย่าลงมาข้างล่าง จะไม่ปลอดภัย

ทำไมพ่อพูดเช่นนี้ละครับ พ่อจะทิ้งทอมไปไหนเด็กชายวัยห้าขวบที่ยืนร้อนไห้น้ำตาไหลทันทีที่ได้ยินคำนั้น แม้ว่า แอนดิสันจะฝึกฝนความแข็งแกร่ง ความโหดเหี้ยมในการตัดสินใจ และความไม่กลัวอะไรในสนามรบ แต่ลืมไปว่า แอนดิสัน ไม่เคยสอนความรักให้กับลูก ไม่เคยให้ความอบอุ่นได้อย่างที่ควรทำ

เด็กชายวัยห้าขวบคนนี้จึงรับไม่ได้หากต้องสูญเสียใครไปสักคนหนึ่ง

มันยิ่งกลั่นน้ำตาออกมาจากลูกชายคนเดียวได้เยอะพอสมควร ไม่จริงใช่ไหมที่ต้องพบเจอกับสิ่งนี้ มันเร็วไปไหมที่ต้องพบกับความพ่ายแพ้

ผมจะสู้เคียงบ่าพ่อเอง ผมไม่กลัวใดๆ ทั้งนั้นพยักหน้าอย่างมั่นใจว่าจะช่วยเหลือคนเป็นพ่อให้ได้มากที่สุด เท่าที่สามารถจะทำได้ แววตาที่แสดงให้เห็นว่ามั่นใจและอยากจะช่วยเหลือคนเป็นพ่อ มันส่องประกายจนแอนดิสันไม่อยากให้ลูกชายตัวเองได้รับอันตราย

ลูกฟังนะ พวกเราจะเอาอะไรไปสู้กับพวกมันได้ จะสู้อะไรกับพวกมัน พวกมันมีอาวุธที่ล้ำสมัยกว่า เรือของพวกมันก็เสร็จแล้ว พวกเรายังสร้างเรือไม่เสร็จเลย อาวุธรุ่นใหม่ของพวกเราก็มีไม่กี่แบบ พ่อไม่อยากให้ลูกเป็นอะไรไป แค่ช่วยสืบทอดสิ่งที่พ่อทำอยู่ตอนนี้ก็เพียงพอแล้ว

ครับพ่อ ถ้าพ่อคิดว่าผมควรอยู่ด้านบน ผมก็จะอยู่ข้างบนครับ แต่พ่อต้องสัญญาก่อนว่าจะระวังตัว

พ่อสัญญาว่าพ่อจะระวังตัว ขึ้นไปอยู่กับแม่ข้างบนไป แล้วก็ดูแลแม่ด้วยหากพวกมันบุกมาด้านบน แต่พ่อจะพยายามล่อพวกมันให้อยู่ด้านล่าง

...แม้ว่าจะอยู่บนบ้าน ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย ในสถานการณ์ที่โดนล้อมเช่นนี้ เจ้าของคฤหาสน์ยังกลัว แล้วนับประสาอะไรกับคนใช้ที่ไม่มีความสามารถด้านการต่อสู้ใดๆ เลย ยิ่งกลัวหัวหดและไม่กล้าออกมาสู้คน...

ครับ ผมสัญญาว่าจะดูแลแม่ให้ดีที่สุด พ่อระวังตัวด้วยครับยิ้มให้กำลังใจคนเป็นพ่อก่อนที่จะเดินขึ้นไปชั้นบนอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เบร่า แอนดิสัน ยืนสงบนิ่งทำใจเล็กน้อย

...นี่เรากำลังจะพ่ายแพ้กับพวกมันใช่ไหม นี่หรือ คือความรู้สึกของคนใกล้แพ้ และไม่มีทางสู้ แกคงรู้สึกเหมือนกับฉันละสิ แอนดี...

นึกถึงวันเวลาเมื่อห้าปีก่อนที่ต้องเห็น โทมัส แอนดีจมไปกับน้ำ และคงรู้สึกพ่ายแพ้ ไม่มีทางต่อสู้เหมือนอย่างเขาในตอนนี้ คงไม่ต่างอะไรกันเลยสักนิดเดียว...

ถอนหายใจออกยาวๆ กับสิ่งที่ต้องพบเจอในอนาคตอันใกล้นี้

ปั๊ง! เสียงปืนทักทายเข้ามายังกำแพงของคฤหาสน์หนึ่งนัดเป็นการทักทายที่ข่มขวัญฝ่ายศัตรูได้ดีพอสมควร คนใช้ในบ้านต่างตื่นตกใจและกรีดร้องเสียงดัง

หยุดร้องได้แล้ว ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่ทักทายพวกเราเท่านั้นละแม้ว่าจะต้องออกไปคนเดียว ไม่สวมเสื้อกันกระสุน และเดินก้าวไปเปิดประตูคฤหาสน์ต้อนรับคนที่ทักทาย

...จะรอให้ฝ่ายสมทบเริ่มก่อนดีไหม?...

เริ่มลังเลใจและรอเวลาที่จะให้ฝ่ายสมทบเริ่มเปิดศึกก่อน แล้วจึงเปิดประตูออกต้อนรับฝ่ายศัตรูและความพ่ายแพ้

ไม่ได้ เราต้องเปิดประตูก่อนที่พวกมันจะโมโหไปมากกว่านี้ ไม่รู้ว่ากระสุนจะมาทิศทางไหนบ้าง อาจเป็นอันตรายกับเมียและลูกตัดสินใจที่จะเปิดประตูคฤหาสน์คนเดียว โดยไม่มีใครมายืนเคียงข้างเลยสักคนเดียว

เดี๋ยวก่อนครับ นายจะเปิดออกไปคนเดียวหรือครับ อันตรายเกินไป ให้เราได้ตอบแทนอะไรนายบ้างก็แล้วกันพ่อบ้านคนหนึ่งรีบเอ่ยปากห้ามแอนดิสัน และเอ่ยว่าจะทดแทนบุญคุณ พร้อมกับก้าวออกมาจากด้านหลังด้วยความมั่นใจ พร้อมกับคนรับใช้ผู้หญิงอีกสองสามคน

ค่ะ ยังไงก็ตาม ฉันรับรู้ได้ว่านายปกป้องทุกคน แต่ให้เราปกป้องนายบ้างเถอะค่ะคนใช้หญิงสูงวัยกล่าวด้วยความหวังดี ชีวิตนี้ไม่เหลือใครอีกแล้ว อายุก็ปูนนี้ จะเสียดายชิวิตก็คงไม่เกิดอะไร สู้ให้แอนดิสันรอด แล้วกลับไปดูแลครอบครัวเหมือนเดิมคงจะดีกว่า

หากประตูเปิดออกพร้อมกับลูกกระสุน ก็ขอให้โดนที่พวกเราที่เป็นคนรับใช้ก่อน เพื่อให้นายตั้งตัวได้ทัน

นี่พวกเธอคิดแบบนั้นจริงหรือมองด้วยความซาบซึ้งและไม่คิดว่าจะได้ยินคำพวกนี้จากคนใช้ที่เขาไม่เคยสนใจเสียเท่าไหร่ แต่พวกเขากลับมอบความรักและความจงรักภักดี

มันคือหน้าที่ของพวกเราต่างหากที่จะต้องปกป้องและดูแลนายทุกคนที่นี่ มันคือหน้าที่ยืนยันเสียงหนักแน่นก่อนที่จะส่งรอยยิ้มทั้งน้ำตาให้กับคนเป็นนาย

ขอบใจจริงๆ ขอบใจที่ช่วยเหลือกันเสมอ ไม่ว่าจะถึงยามขับขันที่สุดในตอนนี้แล้วก็ตาม เอ่ยออกมาทั้งน้ำตาเช่นกัน ถอยหลังมาสองสามก้าว เพื่อให้คนรับใช้เดินเข้าไปด้านหน้า

แน่นอนละ คนที่อยู่ในสภาพนี้ คงไม่ต่างอะไรกับคนที่ต้องออกรบ รู้อยู่แก่ใจว่าต้องตาย แต่ก็ต้องทำเพื่อหน้าที่

ตอนนี้คงไม่มีใครเห็นแก่ตัว ทุกคนต้องช่วยกัน...

ประตูเปิดออกพร้อมกับเสียงปืนหนึ่งนัดดังเข้ามาด้านใน โดนหน้าอกของคนรับใช้ชายหนุ่มทันทีและล้มลงต่อหน้า นอนจมกองเลือดหมดลมหายใจ

...นี่มันอะไรกัน ไม่เห็นแสงเลเซอร์เลยสักนิด ไม่เห็นด้วยว่ามีใครยืนอยู่ตรงหน้า แล้วกระสุนปืนละ มาได้อย่างไร...

เป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวจริงๆ น่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยพบมา อีกทั้ง เสียงกระสุนปืนก็แทบไม่ได้ยินจนทำให้คนบ้านใกล้เรือนเคียงได้ยินว่ามีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น

หากได้ยินเสียงปืน ก็ยิ่งทำให้ตำรวจตามจับตัวได้ง่ายขึ้น แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรเล่าที่ทำเช่นนั้น

กระสุนมันมาจากไหนละ

นั่นสิค่ะ มันมาจากไหนก้มลงไปมองเพื่อนหญิงอีกคนหนึ่งที่กำลังดูร่างกายไร้วิญญาณของเพื่อนชายคนนั้นอย่างเสียดายและเสียใจอย่างไม่ให้อภัย

ฟังนะ ตอนนี้พวกแกแพ้แล้ว ยอมส่งลูกสาวของแกมาให้เราแต่โดยดี แล้วบอกยกเลิกสัญญาที่เหลืออีก 2 ปี ให้พวกเราเป็นอิสระ มิเช่นนั้นจะมีคนตายไปมากกว่านี้

ลูกสาวอะไร ฉันไม่มีแล้ว ฉันเอาไปทิ้งแล้ว ก็แล้วแต่แกก็แล้วกันว่าจะเจอไหม ทำไม อยากได้ลูกสาวเอาไปแก้แค้นฉันละสิเมื่อรู้ว่าคนที่เอ่ยปากพูดนั้นคือโทมัส แอนดี อดีตเพื่อนรักและคู่แข่งคนสำคัญ จึงตอบโต้อย่างไร้เป้าหมาย

พวกนั้นมันพูดออกมาได้อย่างไร แล้วมันเห็นเราได้อย่างไร...

ยิ่งคิดก็ยิ่งมองไปรอบๆ หาต้นตอของเสียงและตัวตน

ไม่ต้องหาหรอก แกจะได้ยินแค่เสียงเท่านั้น ส่วนหน้าตาก็คงไม่เห็น เพราะอยู่ไกลกันเหลือเกิน เอาอย่างนี้ ถ้าแกยอมยกเลิกสัญญาทุกอย่าง และส่งตัวลูกสาวมาให้ ทุกอย่างก็จะจบลงดูเหมือนว่าจะไม่ยุติธรรมเลยสำหรับคนที่เป็นคนคิดสัญญาอย่างแอนดิสัน

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น