(ชุดโจรสลัด) สืบสิเน่หา by ธีธาฬา นนทนันท์

ตอนที่ 5 : ตอน 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 172
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 เม.ย. 56

ตลอด 5 ปีของการต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่มากับเบล เบลานี หญิงสาวอังกฤษแท้ที่พบรักกันเมื่อครั้งที่เจอกันในร้านกาแฟใจกลางกรุง ที่เธอแอบเห็นเขากำลังศึกษาด้านข้อมูลอาวุธเก่าๆ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งเธอเองก็ชอบ จึงเข้าไปทักทายและหาเพื่อนร่วมคุย ทั้งสองคนมีลูกชายเพียงคนเดียวที่มีลักษณะพิเศษ คือมีอาการซินเนสทีเซีย สามารถรับรู้ที่ประสาทสัมผัสสองอย่างหรือมากกว่านั้นพร้อมกัน ทำให้เกิดทักษะแบบเฉพาะตัวที่ไม่มีใครสามารถทำได้ ตอนนี้ก็วัยได้ห้าขวบเศษ

นับจากวันนั้นถึงวันนี้ ไม่คิดว่าจากแค่เพื่อนคุยที่นั่งดื่มกาแฟร่วมกัน จะกลายมาเป็นรักแท้ที่คอยอยู่ใกล้กัน ร่วมคิดค้นอุปกรณ์และเรือลำใหม่ไปพร้อมๆ กัน จนในที่สุด เรือโจรสลัดยุคใหม่ก็เสร็จสิ้น และปล่อยให้ออกสู่ท้องมหาสมุทร

ใช้เวลานานทีเดียวสำหรับการก่อสร้างเรือสำราญขึ้นมาเพื่อใช้เป็นฐานทัพโจรสลัดยุคใหม่ที่มีด้วยกัน 3 ชั้น ความยาวมหาศาล ความกว้างไม่ต้องพูดถึง สามารถรองรับห้องต่างๆ ที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน

ลำเรือใหญ่มหาศาลหลอมขึ้นโดยใช้วัสดุทนทานแข็งแกร่ง สีของเรือเป็นสีเทาดำ มีโลโก้ขององค์กรอินทรีย์อยู่ด้านข้างของลำตัวใหญ่โต สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน

ห้องโถงของเรือแบ่งออกเป็นสองส่วนคือส่วนอาวุธและห้องขังนักโทษใต้ดิน ยังคงออกแบบให้เหมือนกับเรือโจรสลัดสมัยก่อน เพราะโครงสร้างแบบนี้ยังคงคลาสสิก

ชั้นแรกของเรือนั้นเป็นสระว่ายน้ำและห้องประชุมอันกว้างใหญ่ ซึ่งรองรับเหล่าโจรสลัดประมาณ 200 คน

ชั้นสองเป็นที่พักของโจรสลัดแต่ละคน ซึ่งหนึ่งห้องพักได้สองคน แถมยังมีห้องออกกำลังกายเพื่อเพิ่มพูนพละกำลังให้มากกว่าเดิม มีห้องอาหารรองรับความสบายของแขกผู้มาเยือน

ชั้นสามเป็นห้องพักของหัวหน้าโจรสลัด ซึ่งมีอยู่ด้วยกันสามห้อง ไว้รองรับแขกผู้มีเกียรติและมีห้องอาหารส่วนตัว ห้องรับแขก ห้องน้ำ และสระว่ายน้ำส่วนตัว และมีห้องควบคุมทิศทางการเดินเรือและระบบต่างๆ โดยหัวหน้าโจรสลัดต้องเป็นคนจัดการเองทั้งหมด ส่วนคนขับเรือจะอยู่ที่ชั้นแรกเท่านั้น

บริเวณโดยรอบมีที่วางปืนใหญ่ 35 กระบอก โดยจะถูกบังคับด้วยเครื่องอัตโนมัติ หากต้องการนำออกมาไว้ใช้ในการรบ ก็กดปุ่ม แล้วจะมีปืนกระเด็นขึ้นมาจากผนังด้านข้างขอบเรือทันที อีกทั้งยังสามารถคำนวณทิศทาง ความเร็ว ความแม่นยำของกระสุนในสภาวะที่จะยิงได้อีกด้วย ถือว่าเป็นเรือที่ครบเครื่อง

ตามแบบเก่าแล้ว จะต้องมีธงโจรสลัดอยู่บนยอดเสาใดเสาหนึ่ง ทว่า พอปรับมาเป็นเรือสำราญแล้ว ธงจึงไม่อยู่บนเสา แต่อยู่บริเวณท้ายเรือที่จะมีเสาเล็กๆ แหลมๆ ตั้งให้ดูเด่นและสง่า ไม่กินเนื้อที่มากเหมือนเช่นก่อน และทำให้เรือดูมีความยิ่งใหญ่มากขึ้น

เรือสำราญกำลังเป็นที่นิยมและกำลังมาแทนที่เรือโจรสลัดที่มีเรือใบแบบเก่าๆ ซึ่งตอนนี้ เบร่า แอนดิสันกำลังจะสร้างเรือนี้เช่นกัน แต่ฝ่ายนั้นยังไม่รู้ว่า โทมัส แอนดี พัฒนาเรือชนิดนี้เป็นรายแรกของโลก

การแต่งกายของโจรสลัดถูกลบไปหมด ไม่มีการใส่หมวกสีดำและมีตราสัญลักษณ์บนศีรษะ ไม่มีอีแปะปิดตา ไม่มีมีดหรือดาบพกติดตัว ชุดที่ใส่นั้นคือชุดสูทสีดำ แว่นตาดำ มีปืนอัตโนมัติที่สามารถตั้งค่าได้ว่าจะยิงกี่ลูก เพียงแค่กดปุ่ม แล้วใช้เลเซอร์เป็นตัวเล็งเป้าหมายก่อนจะยิงออกไปทันที ความแม่นยำสูงมาก อีกทั้งเสียงรบกวนก็ไม่เกิดขึ้น

ทุกอย่างถูกดัดแปลจนไม่เหลือของเก่า แต่ยังคงวัฒนธรรมอันดีงามไว้เหมือนเดิม รวมถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่สืบทอดต่อกันมาเป็นเวลาหลายชั่วคน ซึ่งมีหลากหลายกฎด้วยกัน

อย่างเช่น หากล่าออกสมบัติ หัวหน้าโจรสลัดจะได้รับสมบัติครึ่งหนึ่ง และพลปืนหรือคนอื่นๆ จะได้กันคนละเพียงหนึ่งในสี่ส่วน หรือ หากคนใดที่โดนให้ลงจากเรือ ไมว่าจะโดยวิธีใดก็ตาม อย่างไม่ชอบขี้หน้า เป็นกบฏ โจร จะถูกปล่อยเกาะ โดยมีอาวุธเพียงปืนสั้นหนึ่งกระบอก น้ำหนึ่งขวด ดินปืนอีกหนึ่งขวดเท่านั้น หรือ หากมันผู้ใดขโมยของออกจากเรือไป หรือมันผู้ใดทำให้อาวุธเกิดประกายไฟขึ้นมา ก็จะถูกไปปล่อยเกาะหรือยิงทิ้งตามสมควร และสุดท้าย ใครไม่ดูแลหรือทำความสะอาดเครื่องมือรบก่อนใช้ จะไม่ได้รับการแบ่งสมบัติในการล่าครั้งนั้น

นี่คือกฎเกณฑ์ที่จะขอยึดไว้ดังเดิม แต่อาจจะมีบางอย่างที่ต้องเสริมขึ้นมาแต่ตอนนี้ โทมัส แอนดี ยังคิดอะไรไม่ออก

ชีวิตการพบรับกับหญิงสาวคนใหม่ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ใช้เวลาทำใจกับหญิงสาวผมทองคนก่อนหลายเดือน กว่าจะพบเจอกับหญิงสาวคนใหม่ที่มาค่อยดูแลหัวใจและร่างกาย

โทมัส แอนดีในตอนนี้ หัวใจของเขาแข็งแรงขึ้น แข็งแกร่งและพร้อมที่จะกลับไปเอาคืนศัตรูทางธุรกิจและหัวใจ อีกเพียงแค่สองปี ทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นของเขาแล้ว

ตอนนี้ทำหน้าที่อย่างเดียวคือดูแลครอบครัวและเร่งผลิตอาวุธล้ำสมัยใหม่ๆ ออกมาเป็นเจ้าแรกจนทำให้อีกฝ่ายหนึ่งตั้งตัวแทบไม่ทัน

แล้วรับรู้มาว่า อีกฝ่ายกำลังทำเรือสำราญเช่นกันเพราะเห็นว่าเป็นสมัยใหม่ จะได้ดูล้ำสมัยและนำสังคม ทว่า หารู้ไม่ โทมัส แอนดีคือรายแรกที่สร้างเรือสำราญแทนเรือโจรสลัดแบบสมัยก่อน

แต่อีกไม่นานหรอก อีกไม่นานเท่านั้น โทมัส แอนดีจะทำให้ทุกคนประจักษ์ว่า เรือสำราญรุ่นใหม่ สามารถเอาชนะทุกเรือโจรสลัดของโลกใบนี้ รวมถึงกลับมาแก้แค้นคู่อริเก่าเช่นกัน

ซึ่งหากคาดการณ์ไม่ผิด ฝั่งโน้นคงไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งเรือสำราญใช้เวลานานนับปีกว่าจะสร้างเสร็จ และยังต้องลงทุนอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ความคิด วิศวกรผู้ออกแบบหรือช่างเชี่ยวชาญสาขาต่างๆ มาช่วยกันเติมเต็ม

แต่อีกไม่นาน ไม่กี่เดือน พวกเขาจะบุกไปเอาคืนให้สาสมกับที่รอยคอยมานาน 5 ปี

นี่แหละ คือหนทางของคำว่า ... ถอยไปตั้งหลัก...

ลูกชายคนโตและคาดว่าจะมีคนเดียวถูกฝึกฝนให้รักในความยุติธรรมและการต่อสู้ที่ถูกต้อง ชื่อของเด็กชายวัยห้าขวบคือ โทมัส เจมส์

เจมส์เข้มแข็งและเชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ และการวางแผนต่างๆ เกินกว่าเด็กห้าขวบทั่วไป เนื่องจากโดนฝึกสอนให้คิดวางแผนตั้งแต่เล็กๆ โดยมีคนข้างกายอย่าง โทมัส แอนดีนั่นเอง อีกทั้งข้อดีของการที่สามารถรับความรู้สึกได้ทีละหลายอย่าง ทำให้โทมัส เจมส์เกิดความเชี่ยวชาญว่า หากได้ยินเสียงนี้ การรับรู้รสจะเป็นเช่นไร หรือการเห็นสีเขียวจะสามารถทำให้เขาเห็นตัวอักษรและรับรู้การเคลื่อนไหวก่อนหน้าของคู่ต่อสู้ ทำให้สามารถดักทางของคู่ต่อสู้ได้ ซึ่งก็นำมาสู่ชัยชนะ...

แม้ว่าจะเพียงแค่ห้าขวบ แต่โทมัส เจมส์ก็อยากจะทำร้ายศัตรูที่มาทำให้หัวใจและธุรกิจของคนเป็นพ่อสูญหายไป

ถึงแม้ว่า เบล เบลานีจะเตือนว่าให้หยุดทุกความแค้น ก็คงไม่อาจห้ามความตั้งใจของลูกชายคนเดียวไปได้

                ณ คฤหาสน์สวยหรูแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งอยู่ใกล้กับคฤหาสน์ของอีกหนึ่งองค์กร ซึ่งเพิ่งก่อสร้างมาไม่นานหลังจากต้องจากบ้านหลังเก่าไป ด้วยกลวิธีที่ว่า เส้นผมบังภูเขา หรือ สถานที่ที่อยู่ใกล้ คือที่ที่ปลอดภัยที่สุด เวลาจู่โจมจะได้ง่ายขึ้นและทำให้อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งหัวหน้าโจรสลัดองค์กรอินทรีย์รับรู้ท่าน้ำที่ตั้งของเรือสำราญที่กำลังก่อสร้างและเรือโจรสลัดแบบเก่าของฝ่ายตรงข้ามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมอบหมายของลูกชายวัยห้าขวบ ลองวางแผนการจู่โจมเบื้องต้น ซึ่งอีกไม่นาน ลูกชายสุดที่รักก็จะนำเสนอ

โทมัส แอนดี วางแผนการเลี้ยงดูลูกชายคนเดียวไว้เป็นอย่างดี เพราะตั้งแต่เล็กๆ ก็หัดให้เตะต่อยและใช้อาวุธ แม้ว่าจะได้ไม่มากหรือได้แบบเด็กๆ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ฝึกหัดอะไรเลย

อีกทั้ง โทมัส เจมส์ ก็เป็นเด็กฉลาด มีประสาทสัมผัสพิเศษ จึงเรียนรู้เร็ว และรับรู้สิ่งอื่นๆ รอบตัวได้ไวกว่าเด็กวัยเดียวกัน

แอนดีจึงใช้จุดแข็งของลูกตรงนี้พัฒนาศักยภาพในการรับรู้ประสาทสัมผัส

แต่สิ่งหนึ่งที่ภูมิใจคือ ด้วยวัยเพียง 5 ขวบ ก็สามารถคิดแผนการออกรบได้จนผู้ใหญ่อย่างเขาต้องทึ่ง และอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า แอนดีจะได้เห็นแผนการรบครั้งนี้จากลูกชายวัยห้าขวบ

ก๊อกๆ  เสียงเคาะประตูหน้าห้องเป็นสัญญาให้คนในห้องเป็นอย่างดี

รอยยิ้มปรากฏขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะเดินออกมาเปิดประตู

ว่ายังไงลูกรัก มาเร็วกว่าที่พ่อคาดการณ์ไว้อีก

ได้งับ พ่อ พ่อ เอามาให้ครับคำทักทายคำแรกทำเอาคนเป็นพ่อตกใจ เพราะไม่เคยได้ยินลูกพูดไม่ชัด แต่พอเป็นคำสุดท้าย กลับโล่งใจขึ้นทันที

อย่าพูดไม่ชัดอีกนะ พ่อใจหาย เราเองก็ถือว่าโตเกินเด็กวัยนี้มากแล้ว

พ่อครับ ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ คนอื่นก็จะหาว่าผมแก่แดด

มันก็จริง เข้ามาเถอะ พ่ออยากเห็นการวางแผนของลูกเหลือเกิน

ครับผม!” เสียงสูงถูกเปล่งออกมาจากปากอย่างมั่นใจ ยิ้มหวานๆ ก่อนที่จะเดินเข้าไปพร้อมกับคนเป็นพ่อ ปิดประตูให้สนิทและพากันไปนั่งบนโซฟาภายในห้องส่วนตัวของแอนดี

โทมัส แอนดีรับกระดาษสีน้ำตาลขึ้นมาจากมือน้อยของลูกชายสุดที่รัก มันมีขนาดไม่ต่างจากกระดาษเอสี่เสียเท่าไหร่ แต่หากมีรูปวาดและลายมือที่น่าอ่านยิ่งนัก

คนอ่านพยักหน้าอย่างพอใจและเริ่มมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า

...ทำไมเด็กวัยเพียงเท่านี้ถึงคิดแผนการได้เยี่ยม ฉลาด เฉียบคมเกินเด็กเหลือเกิน..

เป็นอย่างไรบ้างครับ

ดีมากเลยลูก ดีจริงๆ แต่บางจุด พ่อคงต้องเปลี่ยนนิดหน่อย แต่แค่นี้ ลูกก็ทำดีเกินเด็กห้าขวบแล้ว แต่เดี๋ยวก่อน... ลูกต้องการจับตัวเด็กหญิงคนนั้นมาหรือลูก

ผมไม่ทราบครับ แต่ผมเห็นว่า น่าจะมีเด็กผู้หญิงแรกเกิดให้เราจับตัวมาได้โทมัส เจมส์เห็นถึงความจริงที่กำลังประจักษ์อยู่ในขณะนี้ว่า

เด็กหญิงที่เพิ่งคลอดก่อนกำหนด คือลูกสาวเพียงคนเดียวของศัตรู และเชื่อว่า ฝ่ายนั้นก็ไม่ต้องการอีกเช่นกัน

ลูกเคยเห็นหน้าหรือเปล่า ถึงรู้ขนาดนี้

ไม่ครับ ก็แค่วาดภาพ และหลับตา ก็มีสัญญาณอะไรบางอย่างปรากฏขึ้นมาในหัวของผม แล้วก็เห็นว่า ฝ่ายนั้นเพิ่งมีลูกสาว และไม่เป็นที่ต้องการ

เป็นไปได้อย่างไร ลูกนะ ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง ที่คิดจะไม่เอาก็ทิ้งขว้างเอาง่ายๆแอนดีสงสัยและไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำกับลูกสาวที่เพิ่งเกิดถึงเพียงนี้

พ่อครับ พวกเขายังไม่ทำ แต่อีกไม่นานคงต้องทำแน่ๆ เชื่อผมสิ แล้วถึงวันนั้นเมื่อไหร่ พวกเราทุกคนจะบุกไปถล่มพวกมันก็แล้วกัน

ใช่ พูดถูกต้อง แต่ลูกจะรอใช่ไหม

ครับ ผมจะรอให้วันและเวลาที่เหมาะสมก่อน แล้วค่อยแก้แค้นทีเดียว

เยี่ยมมาก ลูกรัก พวกเรามีพร้อมกว่าพวกมันหลายเท่า ความพ่ายแพ้ในครั้งนั้นมันทำให้พ่อคิดได้ คิดว่าจะต้องพัฒนาศักยภาพของบริษัท และองค์กรของเราให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง กลับมาคราวนี้ จะทำให้พวกมันรู้ว่า ใครกันแน่ คือนกอินทรีย์ของจริง

ครับ ตลอดเวลาที่ผมเกิดมา ผมรับรู้ถึงความแค้นของพ่อเป็นอย่างดี ผมไม่มีทางปล่อยให้พ่อและบริษัทค้าอาวุธของเราต้องจบลงเพราะข้อตกลงเรื่องรบในสมัยก่อนอย่างแน่นอนนี่คือคำพูดและคำสัญญาจากปากเด็กชายวัยห้าขวบ ที่มีความคิดเหนือเด็ก เพราะได้รับการอบรมให้เข้มแข็ง รู้จักใช้เหตุและผลในการคิดวิเคราะห์ แม้ว่าจะมีบางความคิดที่ใช้อารมณ์ส่วนตัวบ้างก็ตาม

โทมัส แอนดีโผเข้ากอดคนเป็นลูกอย่างดีใจ ที่ลูกชายคนเดียวอยู่เคียงข้างเขา และจะช่วยกันฝ่าฟันอุปสรรคในครั้งนี้ไปให้ได้ แม้ว่าจะยากและต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม

                สองเดือนผ่านไปกว่าสุขภาพของทารกสาวนามว่า เบร่า โรมาเนีย ค่อยๆ ดีขึ้น เบร่า ราฟี่ออกจากโรงพยาบาลนานนับเดือน แต่ต้องมาโรงพยาบาลทุกวันเพื่อติดตามอาการของลูกสาวคนเดียวอย่างใกล้ชิดที่สุด

ชีวิตที่เกิดมาไม่พร้อม ก็ทุกข์

ชีวิตที่เกิดมาไม่มีใครต้องการ ก็ยิ่งทุกข์

รับรู้ความรู้สึกของพ่อที่ไม่ต้องการลูกสาว ก็ยิ่งทำให้หัวใจของราฟี่ทุกข์หนักทวีคูณ

ตั้งแต่วันที่ราฟี่ออกจากโรงพยาบาล เบร่า แอนดิสันไม่เคยย่างกายเข้ามาหาลูกเลยสักครั้ง ได้แต่เห็นนั่งทำใจและมีความสุขกับการทำธุรกิจ โดยไม่มีการเอ่ยถามถึงลูกสาวคนแรกและคนเดียวของเขาสักนิด

ในเมื่อคนเป็นพ่อไม่ต้องการ มีหรือที่จะทิ้งลูกสาวที่อาการไม่แข็งแรงไปโดยไม่รับผิดชอบในเรื่องค่าใช้จ่ายและชีวิตของลูกน้อยคนนี้

เบร่า ราฟี่ ได้รับข่าวดีจากหมอว่าสามารถรับเด็กทารกหญิงวัยแรกเกิดคนนี้ไปเลี้ยงที่บ้านได้แล้ว โดยต้องระวังเรื่องอาหารการกิน โดยคุณหมอเขียนอาหารที่ทารกหญิงคนนี้ไว้ในกระดาษ ก่อนที่จะยื่นให้ราฟี่

ทั้งสองคน คุยกัน ปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะพาราฟี่ เดินไปยังห้องที่ลูกสาวสุดที่รักนอนพักรักษาตัวอยู่ ซึ่งภายในห้องนั้นก็มีเด็กคนอื่นๆ อีกเช่นกัน

สิ่งแรกที่เห็นคือดวงตาสีฟ้า ผิวสีเหลืองขาวละมุนเรียบเนียน มือเท้าเล็ก แขนขาสั้น ลำตัวน้อยนิด รอยยิ้มเห็นแต่เหงือกก็ทำเอาคนเป็นแม่ถึงกับยิ้มไม่หุบ

มองหน้าพยาบาลคนข้างๆ เหมือนจะบอกว่าขออุ้มลูกได้ไหม

พยาบาลสาวพยักหน้าและช้อนร่างของเด็กทารกวัยแรกเกิดขึ้นมาอย่างทะนุถนอม

เรียบร้อยค่ะ ยินดีด้วยนะค่ะคุณแม่มือใหม่พยาบาลยิ้มหวานให้กับหญิงสาวผมทองใบหน้าอ่อนวัย ก่อนที่จะเปิดประตูห้อง เชิญให้หญิงสาวเดินออกไปด้านนอก

โรมาเนีย ลูกแม่ ทำไมลูกเกิดมาพ่อของลูกต้องไม่ชอบด้วย เกิดเป็นผู้หญิงแล้วผิดอะไรนักหนา แม่จะเลี้ยงหนูเองนะลูก แม่จะดูแลหนูให้ดีที่สุดนำเด็กทารกหญิงเข้ามาในอ้อมกอด ประทับรอยจูบบนหน้าผากเล็ก ก่อนที่จะพากลับเข้าสู่คฤหาสน์หลังใหญ่โต โดยไม่สนใจว่า คนเป็นพ่อจะรู้สึกเช่นไรที่เห็นใบหน้าของเด็กทารกนี้

                เดินเข้าสู่คฤหาสน์หลังใหญ่โตอีกครั้งด้วยความไม่มั่นใจ เสียงรถยนต์คันหรูดับสนิททันทีที่จอดภายในคฤหาสน์ อากาศยังคงหนาวเย็น โชคดีที่มีผ้าพันคอผืนหนาที่สามารถห่อหุ้มร่างกายของทารกน้อยไว้ให้อบอุ่น เฉกเช่นเดียวกับคนเป็นแม่ ที่ใส่ชุดหนาหลายชั้นและผ้าพันคอผืนเล็กบริเวณลำคอ

ทันทีที่เดินผ่านประตูทางเข้าคฤหาสน์ ก็โดนจับจ้องจากแววตาของ เบร่า แอนดิสัน สามีของเธอที่เพิ่งประกาศกับทุกคนไปว่า จะไม่ขอต้อนรับลูกสาวคนนี้ เพราะหากปล่อยให้เติบโต อาจจะเป็นอันตรายกับลูกสาว ไม่พ้นเนื้อมือของคนที่จะเข้ามาข่มขืนในยามที่ออกล่าทรัพย์หรือล่าคน อีกทั้งตอนที่เกิด นำพาความเจ็บปวดทรมานมาให้ภรรยาสุดที่รัก ทรมานมากกว่าตอนคลอดลูกชายคนโตเสียอีก

เรียกได้ว่า เกิดมาเพื่อฆ่าแม่ตัวเอง แล้วจะเกิดมาทำไม...

ความคิดสมัยโบราณยังคงมีอยู่ในสัญชาตญาณของเขาเต็มร้อย ไม่เคยที่จะลดละหรือให้โอกาสลูกสาวของตัวเอง ไม่คิดแม้จะเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยของการออกล่าคนหรือสมบัติของโจรสลัดยุคนี้

...ความไม่เปลี่ยนแปลงเพื่ออยู่รอด สุดท้ายก็ต้องตายในที่สุด...

พี่สั่งแล้วใช่ไหมว่าอย่านำมันกลับมา

แต่นี่คือลูกของเรานะค่ะดวงตาสีฟ้าที่เต็มไปด้วยน้ำตามองอย่างอ้อนวอนกับสามีผู้เทิดทูน น้ำตาคลออยู่ที่เบ้าอย่างตัดพ้อต่อโชคชะตาของผู้เป็นลูกเหลือเกิน

..ทำไม เกิดมา ไม่มีใครต้องการ ไม่มีใครสนใจเลยหรือ ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ได้เล่า ทำไม...

ลูกของเราชื่อ โรมาเนียค่ะ

ไม่ใช่ลูกของเรา ฉันสั่งให้เอามันออกไป เกิดมาก็ทำให้น้องต้องเกือบตาย เจ็บทรมานแสนสาหัส หากเกิดมาแล้ว ต้องโดนชายคนอื่นข่มขืนจะทำอย่างไร

ก็ไม่ต้องพาลูกไปสิค่ะ

ไม่ได้หรอก ลูกของเราก็ต้องนำไปด้วย ถึงเช่นไรโจรสลัดคนอื่นก็รับรู้อยู่ดีว่าพวกเรามีลูกสาว ยังไงก็เลี่ยงไม่ได้

พยายามชักแม่น้ำทั้งห้ามาเพื่อปิดกั้นไม่ให้ภรรยาสาวเกิดความเสียดายต่อบุตรีคนนี้

สั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดก่อนที่จะเดินออกไปพร้อมถอนหายใจออกยาวๆ โดยไม่สนใจว่า หัวใจของคนเป็นแม่นั้น แทบขาดและเจ็บปวดรวดร้าวเพียงใดที่จะต้องเสียสายเลือดอีกหนึ่งคนไปอย่างไม่มีวันกลับ

...ถึงอย่างไรก็ยังไม่ทิ้งตอนนี้หรอก ลูกยังไม่แข็งแรง...

ยังคงฝืนคำสั่งและนำตัวลูกสาวที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลขึ้นไปบนห้องนอนส่วนตัว โดยใช้ข้าวของจากลูกชายคนโตทั้งหมด เว้นแต่เสื้อผ้าที่ต้องสั่งให้คนในคฤหาสน์ออกไปซื้อโดยเก็บเป็นความลับ

               

 

 

 แสดงความเห็นกันนะครับ รอความเห็นอยู่ 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น