(ชุดโจรสลัด) สืบสิเน่หา by ธีธาฬา นนทนันท์

ตอนที่ 15 : ตอน 8.1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 107
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ก.ค. 56

เวลานั้นเดินไวมากจนล่วงเลยผ่านไปสิบกว่าปี การพัฒนาการขององค์กรทั้งสองฝ่ายเริ่มเป็นที่รู้จักของทุกคนมากยิ่งขึ้น ทั้งสองฝ่ายพยายามออกล่าสมบัติและผู้คนที่จะมาเป็นฝ่ายช่วยเหลือได้จากประเทศทางเอเชียทั้งนั้น และเหลืออีกไม่กี่ที่ที่ต้องกวาดล้างพวกผิดกฎหมายออกไปจากสังคมโลก

ไม่รู้หรอกว่า องค์กรมงกุฎสองดาว จะไล่ล่าพวกที่ทำผิดกฎหมายอย่างเดียวหรือไม่?

แต่ที่แน่ๆ พวกเขาสามารถสร้างเนื้อสร้างตัว และมีอาวุธเพียบพร้อมทันสมัยทัดเทียมอีกฝ่ายได้สบาย

และถึงเวลาเสียทีที่จะได้ออกรบประจันหน้ากัน ใครพบเจอใครก่อนก็เป็นฝ่ายเริ่มก่อนโดยไม่มีกำหนดนัดหมาย

ทั้งสององค์กรออกเรือเพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อรวบรวมคนและทรัพย์สมบัติให้มากที่สุด นำมาใช้หมุนเวียนในองค์กรหรือหาเรื่องต่างๆ ในการลงทุนเพื่อทำให้อาวุธของโจรสลัดพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

โทมัส เจมส์ในวัยย่างเข้าสู่การเป็นผู้ใหญ่ และเป็นหัวหน้าโจรสลัดอย่างเต็มรูปแบบ ออกคำสั่งและวางแผนการด้วยตัวเองมานานนับห้าปี หลังจากก่อนหน้านั้นอีกหก เจ็ดปี ต้องปรึกษาแผนการทุกอย่างกับ โทมัส แอนดี

ชายหนุ่มรูปงาม ยิ่งเติบโต ยิ่งดูเป็นคนสุขุมนุ่มลึก แข็งแกร่งไปด้วยร่างกายกำยำ มีกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็น 6 ก้อนเต่งตึง กล้ามเนื้อหน้าอกมัดใจสาวน้อยสาวใหญ่ภายในเรือสำราญ บางคนก็ยังประทับใจในรูปกายภายนอกทุกครั้งที่เห็นโทมัส เจมส์สวมเครื่องกายลำลองที่มีแค่กางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว

มิใช่แค่ท่อนบนที่สง่างาม

รูปขาและกล้ามเนื้อขาท่อนบนก็แข็งแรงและเห็นเป็นกล้ามชัดเจน อดไม่ได้ที่จะจ้องมองและทำให้หญิงสาวทุกคนเนื้อเต้นทุกครั้งที่เข้าใกล้

แม้ว่าจะเป็นคนรับใช้สาวน้อย สาวใหญ่หรือสาวมากก็ตาม ยิ่งเห็นทุกวัน ยิ่งประทับใจขึ้นทุกวัน

แต่หากหลงรักเพียงฝ่ายเดียว หรือเล่นเพียงฝ่ายเดียว อีกฝ่ายไม่ยอมเล่นด้วย ก็คงไม่มีประโยชน์อะไร

เพราะโทมัส เจมส์ ไม่เคยสนใจหญิงสาวผู้ไหนไปมากกว่า โทมัส เจสติกาเสียนิด

เจสติกา ยามเมื่อรู้ว่า องค์กรมงกุฎสองดาวนั้นคือองค์กรผู้ให้กำเนิดชีวิตของเธอ เมื่อครั้นเรือทั้งสองฝ่ายประจันหน้ากันเมื่อห้าปีก่อน

ภาพต่างๆ เหล่านั้นมันย้อนกลับมาหาเรื่อยๆ และตัดใจไม่ได้เสียทีที่ต้องมาอยู่ในองค์กรของศัตรู

อีกฝ่ายคือผู้ให้กำเนิด อีกฝ่ายคือผู้มีพระคุณ จะเลือกอย่างไร จะเลือกใคร มันยังคงทะเลาะกันดังลั่นในหัวใจ หาข้อตัดสินไม่ได้เสียที

ย้อนกลับไปในวันที่สององค์กรประจันหน้ากันเมื่อห้าปีที่แล้ว เมื่อครั้นที่องค์กรมงกุฎสองดาวเพิ่งสร้างเรือสำราญเสร็จ และออกไล่ล่าผู้คนมาเป็นคนในองค์กรเป็นครั้งแรก

แต่ดันมาปะหน้ากับเรือสำราญฝ่ายตรงข้ามเช่นกัน เพราะคือทางผ่านที่จะไปยังแถบเอเชีย

หญิงสาววัยสิบกลางๆ ในชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่ ที่อวดหุ่นเพรียวสวยและหน้าอกเต่งตึงสมกับวัยแรกแตกเนื้อสาว ผิวพรรณขาวสวยงดงามและผมสีทองออกน้ำตาลพริ้วไสวไปกับสายลมที่พัดผ่าน เธอกำลังนั่งเล่นอยู่บริเวณสระน้ำสีฟ้าสดใส อยู่เพียงลำพัง พร้อมกับนั่งมองแม่น้ำเทมส์ซึ่งแบ่งให้เมืองลอนดอนเป็น ลอนดอนทางเหนือและทางใต้ มองบ้านเมืองของตัวเองอีกครั้งก่อนที่จะไปยังแถบประเทศเอเชีย

หลับตาลงช้าๆ สูดอาการยามเช้าบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด เผยรอยยิ้มอย่างมีความสุขในยามเช้า

ชายหนุ่มวัยสิบปลายๆ นามว่า โทมัส เจมส์ เดินขึ้นมาเพราะตื่นขึ้นมาแล้วไม่พบใบหน้าของหญิงสาวที่ห้องนอนส่วนตัว แอบตกใจว่าออกไปไหนหรือว่ามีใครเข้ามาลักพาตัวเธอไปหรือเปล่า

ทันทีที่มายืนบริเวณด้านหลังของสระน้ำ ก็ต้องหยุดนิ่งกับภาพสุดประทับใจและเย้ายวนจิตใจของเขาเหลือเกิน ...

ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยเห็นร่างกายของหญิงสาวเต็มรูปแบบเช่นนี้มาก่อน

แต่ก็อย่างว่า อยู่บนริมสระน้ำเพียงลำพัง จะอายก็คงไม่ถูก

ชายหนุ่มกลืนน้ำลายเป็นอักๆ และยังคงไม่ละสายตาไปจากเรือนร่างของหญิงสาวที่มีผิวพรรณดั่งปุยนุ่น แม้ว่าความขาวสวยจะไม่ได้เพราะเป็นสาวยุโรป แต่ก็เนียนไม่แพ้กัน

ค่อยๆ เดินเข้าไปทางด้านหลังของสระน้ำ จ้องมองเรือนหลังของหญิงสาวอย่างกับถูกต้องมนต์สะกด

หัวใจของชายหนุ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับหญิงสาวคนไหนมาก่อน

มันเป็นความรู้สึกที่หลงรัก ไม่ใช่ความรู้สึกที่ต้องการเพียงแค่ให้ตอบสนองเหมือนหญิงคนอื่นๆ

ทว่า มันจะเกิดความรู้สึกเช่นนี้กับน้องสาวของตัวเองได้เช่นไร

เป็นไปไม่ได้ เลิกคิดแบบนั้นเสียทีเถิด ไม่มีประโยชน์อะไรทั้งนั้น

ปรายสายตาไปทางขวามือเห็นผ้าคลุมผืนพอดีตัวสีฟ้าสดใสแขวนอยู่บนราวผ้า

เจส มานั่งอวดเรือนร่างทำไมตอนเช้า รู้ไหมว่าพี่เป็นห่วงทักทายน้องสาวพร้อมกับหยิบผ้าคลุมสีฟ้าขึ้นมาจากราวนั้นทันที เพราะรู้ว่าเจสติกาคงรับไม่ได้หากพี่ชายของเธอเห็นเรือนร่างเช่นนี้

ขอผ้าคืนได้ไหม เจสหนาว เจสไม่ได้อายอะไรเลยค่ะ

จริงหรือที่ไม่อาย แต่หุ่นน้องใช้ได้เชียว หนุ่มๆ คงมองดูตาไม่กระพริบ รีบคลุมผ้าเสียเถิด อีกไม่นานพวกคนใช้ก็คงมาทำความสะอาดบริเวณนี้กันแล้ว พี่จะตามเราไปทานข้าวเช้าด้วยกัน

ค่ะ ไปทานก็ไป แต่เอาผ้ามาก่อน มิเช่นนั้นคงต้องต่อสู้กันสักเล็กน้อยยังไม่ทันจะจบประโยค หญิงสาวใช้มือจับข้อมือของชายหนุ่ม บิดให้มือของชายหนุ่มพันทางด้านหลัง รัดจนชายหนุ่มแทบดิ้นไปไหนไม่ได้

เจ็บนะ ปล่อยพี่เถอะ อย่าดุแบบนี้เลย น่ากลัว

ก็ให้มันรู้ไปสิว่าจะสู้สายลับเบอร์หนึ่งขององค์กรอินทรีย์นี้ได้ นี่เพียงแค่น้ำจิ้มนะค่ะ เอาคืนมาตะคอกและเน้นย้ำด้วยการบิดข้อมืออีกเล็กน้อย เพียงแค่นี้กระดูกข้อมือก็แทบหักแล้ว

ครับๆ กลัวแล้ว เอาคืนไป

ดีมากค่ะ พี่ไปก่อนเถอะ เจสจะตามไปทีหลัง ขอยืนสูดอากาศบริสุทธิ์แบบนี้อีกสักครั้งรับผ้าคลุมสีฟ้าขึ้นมาสวมใสมันให้ความอบอุ่น แม้ว่าอากาศจะหนาวเหน็บเพียงใด แต่เธอก็เคยชินกับอากาศพวกนี้เสียแล้ว และยิ่งโดนฝึกมาให้อดทน พร้อมกับเคยผ่านช่วงเวลาสุดโหดของชีวิตมาแล้ว ไม่ยากอะไรที่จะอยู่กับอากาศหนาวเย็นสบายๆ แบบนี้ไม่ได้

หญิงสาวส่งรอยยิ้มเพียงเล็กน้อยไปให้พี่ชายสุดที่รัก ยักคิ้วให้ข้างเดียวก่อนที่จะหันกลับไปมองทางด้านหน้าเรือสำราญ

หากมองจากมุมสูงหรือมุมที่ต่ำกว่าขึ้นมาทางด้านหน้าของเรือ แทบมองไม่เห็นด้วยซ้ำว่าใครยืนอยู่ด้านหน้า เพราะมีอย่างอื่นสะดุดตามากกว่าเรือนร่างของหญิงสาวตัวเล็กๆ นั่นคือสีของสระน้ำและโครงสร้างอันสวยงามของเรือสำราญนั่นเอง

ยืนสูดอากาศบริสุทธิ์กับยามเช้าเช่นนี้แทบจะทุกวัน แต่ทำไมถึงไม่แสดงอาการเบื่อออกมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย ค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงช้าๆ พร้อมกับอ้าแขนรับกับสายลมเย็นๆ ที่พัดผ่านร่างกายของเธอ

สูดอากาศจนพอใจ ก็คงไม่มีอะไรนอกจากกลับเข้าสู่เรือสำราญอีกครั้งเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าและร่วมรับประทานอาหารเช้ากับพี่ชายสุดที่รัก

พลันสายตาไปพบกับธงที่มีรูปดาวสองดวงและมีมงกุฎอยู่ด้านบน มันคุ้นสายตาของเธอเหลือเกิน เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

อีกทั้ง ธงนี้ยังอยู่บนยอดเสาเล็กๆ บนเรือสำราญอีกเช่นเดียวกัน เพียงแค่ขนาดของเรือเล็กกว่าองค์กรอินทรีย์

...ทำไมคุ้นสายตาเหลือเกิน เหมือนกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ทำอย่างไรดีนะ...

แต่สิ่งหนึ่งไม่คาดคิดว่าจะปรากฏขึ้นในหัวสมองคือ รูปกำไรเหล็กสีเงินที่อยู่ในตู้เสื้อผ้า เคยเปิดดูครั้นยังเป็นเด็กเล็กๆ สองขวบเสียด้วยซ้ำ แต่แปลก ทำไมต้องมาอยู่บนร็อคเก๊ตกำไรอันนั้นด้วย มันคืออะไรกันแน่...

แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าเป็นกำไรนั้น แสดงว่าต้องติดตัวเธอมาตั้งแต่เกิด และกำไรที่ติดตัวเธอแบบนี้ หากไม่ใช่ของพ่อแม่ แล้วจะเป็นของใคร ใครจะเอามาใส่ให้ เพราะมูลค่าของสินค้าตัวนี้ก็มากโขเช่นกัน

หรือว่า เธอคือลูกที่เกิดมาจากองค์กรมงกุฎสองดาวนั้นจริงๆ

...ไม่จริงใช่ไหม เราเกิดในองค์กรนั้น ทำไมพ่อกับแม่เราต้องทิ้งฉันไป แล้วให้มาอยู่กับองค์กรนี้เล่า ทำไม สับสนเหลือเกิน..

ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว นิ่งอยู่นานสองนานว่าจะทำอย่างไรกับคำตอบที่ได้รับ

เรือสำราญของอีกฝ่ายลอยลำผ่านไปโดยไม่เกิดปากเสียงกันระหว่างสวนทาง ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีของสองฝ่ายที่จะไม่กระทบกันหากยังไม่พร้อม...

...เรื่องนี้ คงปล่อยไปก่อนจะดีกว่า ค่อยหาทางคิดในวันข้างหน้าอีกทีว่าจะเอาอย่างไรต่อไป ไปกินข้าวกับพี่เจมส์ น่าจะดีที่สุด...

ตัดสินใจที่จะยุติความคิดนั้นลงทันที พร้อมกับเดินเข้าไปทางด้านหลังของเรือสำราญ มุ่งหน้าไปยังลิฟต์ส่วนตัวก่อนที่จะขึ้นไปยังชั้นบนสุดของเรือสำราญนี้ เพื่อเปลี่ยนชุดและรับประทานอาหารเช้าร่วมกับพี่ชายสุดที่รักต่อไป...

แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยผ่านไปหลายปี ก็ยังคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับชีวิตของเธอ ไม่รู้ว่าจะเลือกเข้าข้างฝ่ายไหน แต่อย่างไรก็ตาม ความกตัญญูย่อมเป็นทางออกที่ดีที่สุด

แต่อย่างไรก็ตาม ความรัก ความผูกพันที่มีต่อครอบครัวโทมัสนี้ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และยังคงอยู่ต่อไป เพราะที่นี่คือบ้านอีกหลังที่มีพระคุณกับเจสติกาตลอดมา

คงไม่มีอะไรดีเท่ากับ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น