(ชุดโจรสลัด) สืบสิเน่หา by ธีธาฬา นนทนันท์

ตอนที่ 14 : ตอน 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 มิ.ย. 56

การฝึกซ้อมบนเรือสำราญสามชั้นในบรรยากาศส่วนตัว ภายในห้องซ้อมชก เตะต่อย และการใช้อาวุธสมัยใหม่ โดยเฉพาะการฝึกยิงปืนสั้นประจำตัว ที่ไม่มีแม้กระทั่งเสียงให้ได้รบกวน

การเรียนรู้ในการใช้ปืนในวัยเพียงสองขวบของเด็กสาว อาจจะดูเก้งๆ กังๆ และดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่หารู้ไม่ว่า ฝีมือ ความแม่นยำนั้น เมื่อโดนที่เป้า มักจะเข้าเกือบเต็มร้อย ฝีมือเหมาะแก่การพัฒนาต่อไป

หลังจากฝึกการยิงปืนและเรียนรู้ขั้นตอนการใช้ต่างๆ โดยละเอียด มันมีขั้นตอนไม่ยากเลย เพียงแค่กดปุ่มให้เลเซอร์จ้องไปที่เป้าหมาย และเลือกความเร็ว แรงของลูกกระสุน หลังจากนั้นก็ยิงได้ทันที หลังจากฝึกซ้อมในส่วนแรกเสร็จ ก็ให้เตรียมตัวเรียนวิชาป้องกันตัวและต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม

เหนื่อยมากเลย

เก่งนะวันนี้ ทำได้เยี่ยมมาก ยิงไปหลายครั้ง ไม่มีครั้งไหนไม่พลาดเลย ขนาดอายุเพียงแค่นี้ ยังทำได้ขนาดนี้ ฝึกฝนต่อไปเรื่อยๆ คงทำได้ไร้ที่ติเอ่ยชมน้องสาวแสนน่ารักที่นั่งหอบอยู่บริเวณด้านข้าง หันไปมองและสบตาเด็กหญิงวัยเพียงสองขวบเศษ

...พี่เป็นกำลังใจเสมอนะ สู้ๆ...

มองทำไม ไม่เคยเห็นหรอ

ไปเถอะ ไปฝึกต่อกัน จะได้รีบกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป

อะไรคือหน้าที่

ช่วยแม่ไง ช่วยแม่ทำอาหาร จะได้ฝึกทำอาหารด้วยไงละทบทวนความทรงจำจนใบหน้าของเด็กสาวเกิดความเป็นประกายในทันที

...จริงด้วยสิ เกือบลืมไปแล้ว ฝึกซ้อมไปแปปเดียวเอง ได้เวลากินอีกแล้วหรอเนี่ย...

อย่าเพิ่งเสียดายสิ ถ้ายังไม่อยากซ้อม ไม่เป็นอะไร พี่จะขอลงไปดูโจรสลัดคนอื่นๆ ก่อน แม้ว่าจะมีไม่กี่คน แต่ก็ต้องฝึกซ้อมไว้ทุกเมื่อ

แล้วพวกเราจะออกล่ากันเมื่อไหร่คะ จะได้เก็บคนมาเป็นพวกของเรา

มีสิ มีแน่นอน อีกไม่นานหรอก รอให้พวกเราสองคนโตกว่านี้ก่อน อีกอย่าง ไม่เห็นจะมีทีท่าว่าฝ่ายโน้นจะเคลื่อนไหวอะไรเลย พี่ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างด้านล่าง พี่ลงไปก่อนนะเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของพี่ชายแสนน่ารัก แล้วอดนึกไม่ได้ว่า คนนี้ใช่ไหมคือคนที่มีพระคุณของเรา คอยเลี้ยงดูปกป้องเรา

...ไหนละ เสียง ไม่เห็นได้ยินเลย... ตอนที่พี่ชายของเธอบอก ยังไม่มีเสียงใดๆ แต่ตอนนี้เริ่มมีเสียงของใครบางคนทะเลาะกันเสียงดัง แถมมีเสียงดาบปะทะกันราวกับโจรสลัดสมัยก่อน

..สุดยอดมาก พี่ชายเราสามารถได้ยินเสียงก่อนเหตุการณ์จริงๆ มันเป็นอะไรที่วิเศษณ์ ไม่มีใครสามารถทำได้อย่างเขา...

                                เสียงทะเลาะดังให้กึกก้องในห้องซ้อมชั้นล่างสุด ซึ่งอยู่ติดกับห้องประชุม แม้ว่าจำนวนโจรสลัดจะมีไม่กี่ร้อยคน แต่ก็สามารถทำให้เกิดเสียงดังจากการตกลงกันอย่างไม่ลงตัว ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น อีกทั้ง โจรสลัดยุคใหม่แล้ว ไม่ควรที่จะทะเลาะกันเพราะแค่เรื่องไม่เป็นเรื่อง

ว่าที่หัวหน้าโจรสลัดคนต่อไปเดินลงมา เดินผ่านห้องประชุมก่อนที่จะผลักประตูเข้าไปด้านในห้อง ทุกคนหันมามองในทิศทางเดียวกัน จับจ้องบนใบหน้าที่บึ้งตึง

แค่เรื่องเช็ดอาวุธ ทำไมต้องทะเลาะกันจนเสียงดัง แล้วนี่อะไร ทำไมถึงต้องทำร้ายร่างกายกันด้วย เก็บแรงเอาไว้ต่อสู้กับคนอื่นไม่ดีกว่าหรือ

ทุกคนต่างอึ้งและทำตาเบิกกว้างอย่างสงสัย

...ทำไมนายถึงรู้ว่าพวกเราทะเลาะกันเรื่องอะไร จะว่าไป แค่หลักฐานบนใบหน้า ก็ไม่น่าจะเดาได้ถูกต้องขนาดนี้...

ยังไม่ชินใช่ไหมที่เรารับรู้การกระทำของพวกเอ็งทั้งหมดได้ ตกลงเรื่องนี้ใครเริ่มก่อนตะหวาดเสียงใส่คนที่อายุมากกว่า บางคนมากกว่าสองสามรอบ บางคนมากกว่าสามสิบกว่าปี ก็ยังคงต้องเกรงใจเด็กชายวัยเพียงไม่ถึงรอบ

ก็เพราะว่าเขาคือว่าที่หัวหน้าโจรสลัดคนต่อไป ถึงต้องเกรงใจอย่างนั้นหรือ

เปล่าหรอก เพราะว่าเขาคือคนที่มีความเป็นผู้นำ มีความสามารถที่เหนือทุกคนในห้องนี้ จึงถูกยกให้เป็นหัวหน้าต่างหาก

ครับ พวกเราผิดกันทั้งหมด

รู้ไหม แม้ว่าพวกเราจะเป็นโจรสลัดยุคใหม่ แต่ก็ต้องคงกฎเกณฑ์เดิมไว้

คนทำผิด ต้องโดนปล่อยเกาะ โดยให้เพียงแค่เงินหนึ่งดอลล่าร์ น้ำหนึ่งกระบอก พร้อมกับอาวุธหนึ่งตัว นอกนั้นหากินเอาเอง

นี่คือกฎอันเหี้ยมโหดที่ทุกคนเกือบลืมไป

พวกแกทั้งสองคน โดนปล่อยเกาะ ในฐานะเป็นตัวหลักของทั้งหมด แต่โชคดีที่เราไม่ได้ออกเดินทาง ดังนั้น จะไล่พวกแกสองคนออกไปที่นี่ แล้วไปหากินเองก็แล้วกัน ไป!” ชี้หน้าด่าสองคนที่มีอาวุธอยู่ในมือและรอยแดงจากการชกต่อย ลูกน้องทั้งสองคนก้มหน้าลงยอมรับชะตากรรม

แต่มันรุนแรงเกินไปหรือเปล่าครับชายคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมาทันทีกลางวงสนทนาและสร้างความไม่พอใจให้กับเด็กชายวัยเจ็ดขวบเป็นอย่างมาก

หยุด นี่คือคำสั่งของเรา เราต้องทำหน้าที่และกฎของโจรสลัดให้เต็มที่ การลงโทษครั้งนี้ถือว่าปราณีที่สุดแล้ว เพราะอย่างน้อย พวกเอ็งสองคนก็คือคนอังกฤษ และเชื่อว่าจะต้องดิ้นรนทำมาหากินได้อย่างแน่นอน ถือว่าเป็นโทษสถานเบาที่สุดแล้ว ดีกว่าปล่อยลอยเกาะกลางมหาสมุทรที่ไม่มีอะไรเลย แค่นี้ก็แล้วกัน ทำตามคำสั่งเราและย้ายออกจากที่นี่ภายในสามชั่วโมงคำสั่งสุดท้ายเปล่งออกมาพร้อมกับจ้องมองใบหน้าของลูกน้องหนุ่มสองคน อธิบายเหตุผลเพิ่มเติมให้ทุกคนชัดเจน

...สิ่งที่พูดมาก็คือเรื่องจริง เพราะลูกน้องทั้งสองคนคือคนอังกฤษ อย่างไรก็ตามสามารถเอาตัวรอดได้...

ครับ

และอย่าให้พบเจอเรื่องนี้อีก อย่าทำตัวเป็นโจรสลัดสมัยก่อน เรารู้ว่าพวกเอ็งคือโจรสลัดสมัยก่อน ตอนนี้เราก็ให้เวลาพวกเอ็งได้ปรับตัวกับลักษณะแบบใหม่ การวางตัวที่ต้องเปลี่ยนใหม่ กฎเกณฑ์บางอย่างที่คงเดิมแต่ปรับให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น พวกเอ็งค่อยๆ ปรับตัวก่อนที่จะออกล่าสมบัติกันอีกครั้ง และขอย้ำว่า การออกล่าสมบัตินั้น จะไปตามล่ากับพวกที่ผิดกฎหมายเท่านั้น คนที่อยู่ในกฎหมายอยู่แล้ว ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาทั้งนั้น...หวังว่าจะเข้าใจ

ให้โอกาสทุกคนได้ปรับตัว เตรียมใจกับการต่อสู้รูปแบบใหม่ที่อาจะไม่เหี้ยมโหดกว่าแต่ก่อน หากทำไปเพื่อกำจัดคนชั่ว

ครับ พวกเราจะปรับตัวและฝึกฝนการใช้อาวุธใหม่ให้คล่องขึ้นกว่าเดิม

ดีมาก ไปกันได้แล้ว สั่งให้ทุกคนแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง ทุกคนพยักหน้าและหันไปหยิบจับอาวุธของตัวเองขึ้นมาเช็ด บางคนก็เดินไปอีกมุมหนึ่งเพื่อฝึกซ้อมการใช้อาวุธให้คล่องตัว

เป็นช่วงที่ลำบากเอาเสียหน่อยที่ต้องปรับตัวและเริ่มจับในสิ่งที่ไม่เคยใช้มาก่อน

ยิ่งอายุของแต่ละคนก็มากพอสมควร จึงยิ่งแก้ไขอะไรที่เคยถนัดตั้งแต่เด็กๆ หรือสมัยหนุ่มนั่นยาก ดั่งไม้แก่ที่ดัดยากนั่นเอง

                                โทมัส เจมส์ เดินขึ้นไปแทนการใช้ลิฟต์โดยสาร เป็นอีกทางหนึ่งเพื่อประหยัดพลังงาน ลูกน้องอีกสองคนเดินตามมาติดๆ

จะไปไหนครับ

ไปในที่ที่เรามีความสุข...ไม่สิ เราจะไปหาน้องสาวของเราเอ่ยปากพร้อมกับรีบก้าวเท้าเดินหน้าขึ้นไปชั้นบนสุดของเรือสำราญ เมื่อพบกับใบหน้าของน้องสาววัยสองขวบ จึงลากตัวออกมาข้างนอกทันที

เดี๋ยวก่อนสิค่ะพี่ จะพาไปไหน ทำไมต้องลากกันแบบนี้ด้วยเสียงอ่อนหวานเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย พยายามดึงข้อมือเล็กๆ ให้รอดพ้นจากมือหนาที่กำลังกำแน่นอยู่

พี่จะพาเรากลับบ้านยังไงละ

แล้วทำไมต้องรีบร้อนด้วยละ ไม่ชอบ ไม่ชอบกรีดร้องและดิ้นอย่างสุดกำลัง หากอายุของเจสติกาเด็กน้อยลงกว่านี้ คงกลิ้งลงไปนอนกับพื้นพร้อมกับร้องไห้เสียงดังเป็นแน่

พี่ก็แค่อารมณ์เสียนิดหน่อย ไม่มีอะไรหรอกเสียงเริ่มต่ำลงก่อนที่จะหันไปมองใบหน้าของน้องสาวสุดที่รัก ยิ้มให้อย่างอบอุ่นและพยายามทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ

เจสติกา สัมผัสได้ว่าพี่ชายคนเดิมของเธอกลับมาแล้ว และไม่ว่าจะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้พี่ชายอารมณ์เสีย ก็ไม่ขอถามใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ขอถามเลยสักคำ ขอเพียงแค่พี่ชายของเธอกลับคืนมาดังเดิม

ยิ้มทั้งน้ำตาและพยักหน้ารับอย่างยินดี

ไปกันเถอะเนอะ ไปกัน ไปกันทำเสียงให้ดูน่ารักมากขึ้น ยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะเดินนำหน้าพี่ชายของเธอไปยังลิฟต์โดยสารบริเวณชั้นสาม ก่อนที่จะหายตัวเข้าไปหลังจากเห็นแสงสีขาวเปล่งออกมาจากลิฟต์ ปรากฏกายด้านหน้าลิฟต์ชั้นหนึ่ง ก่อนที่จะเดินกลับเข้าสู่ท่าแม่น้ำ และรอคอยให้รถยนต์คันหรูมารับพวกเธอสองคนกลับสู่คฤหาสน์

             เมื่อรถยนต์จอดสนิทที่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่โต ด้านข้างมีสวนหญ้าสีเขียวและบ่อน้ำพุขนาดใหญ่ตั้งอยู่ มันทำให้เด็กสาวตัวน้อยๆ อารมณ์แจ่มใสและยิ้มอย่างมีความสุข

กลับเข้าไปช่วยแม่ทำอาหารกันเถอะ เจสจะได้ฝึกฝีมือด้านการทำอาหารให้เก่งที่สุดในบ้าน จริงไหมเงยใบหน้าขึ้นไปสบตาพี่ชายสุดที่รักก่อนที่จะยิ้มเล็กๆ

วิ่งเข้าไปในคฤหาสน์ตลอดจนถึงห้องครัวไม่ได้พัก หยุดพักในห้องครัวพร้อมกับเสียงหอบเล็กๆ มองใบหน้าของเบล เบลานีที่อยู่ในชุดแม่ครัว มีอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย วางเรียงรายรอให้เธอทำ พร้อมที่จะอบ ทอด และคั่วให้สมใจอยาก

หนึ่งสาวกับหนึ่งเด็กสาวช่วยกันทำอย่างมีความสุข ได้เรียนรู้เคล็ดลับการทำอาหารให้อร่อย และทำให้คนกินติดใจ ซึ่ง เบล เบลานีถ่ายถอดฝีมือให้กับเจสติกาอย่างเต็มที่ และเด็กสาวก็ทำมันได้ดี

ครั้งนี้เบล เบลานีขอยกหน้าที่ปรุงรสให้กับเจสติกาเพียงผู้เดียว รสชาติอาหารจะเป็นอย่างไร อร่อย เค็มไป หวานไป มันไป ทุกชีวิตฝากท้องไว้กับการทำอาหารของเจสติกาในครั้งนี้

ทุกชีวิตไม่ใช่ทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับพวกเรา แต่คือสมาชิกในครอบครัวของเจสติกาต่างหากที่รอคอยอยู่ด้านนอก โทมัส แอนดี กับ เจมส์นั่นเอง

อาหารร้อนๆ เสริ์ฟบนโต๊ะอาหาร อบอวลไปด้วยกลิ่นเนย ชีสและหัวหอมมากมายคลุ้งจนทำให้พวกเธอทั้งสี่คน มีความสุขที่สุดที่ได้ลองชิมฝีมือการปรุงของเจสติกาในวัยเพียงสองขวบ

เด็กสาวทำมันออกมาได้เป็นอย่างดีไม่แพ้วิชาการรบเลยทีเดียว เด็กหญิงสาวคนนี้มีอะไรให้พัฒนาได้เยอะและสามารถก้าวเป็นคนที่เข้มแข็งในด้านการรบ ดูเป็นผู้นำได้ในสนามรบ อีกด้านหนึ่งก็มีความเป็นผู้หญิงที่สามารถแสดงเสน่ห์ปลายจวักให้ทุกคนได้ลองชิม สมแล้วกับว่าที่สายลับคนต่อไป

มื้อเย็นจบลงอย่างรวดเร็วโดยไม่เหลืออาหารสักชิ้นบนจาน คนรับใช้เก็บจานง่ายขึ้นเพราะไม่ต้องแยกเศษอาหารออกก่อน นำจานไปทำความสะอาดที่เครื่องล้างจานได้ทันที พร้อมกับนำผ้ามาเช็ดโต๊ะก่อนที่จะแยกย้ายกันไปพักผ่อนหลังจากเหน็ดเหนื่อยตลอดวัน

เจสติกาคือคนหนึ่งที่เหน็ดเหนื่อยและอ่อนเพลียกบการฝึกซ้อม เบล เบลานีอาบน้ำให้กับเด็กสาวและเปลี่ยนแพมเพอร์ส ให้กับเด็กสาว ก่อนที่จะพาไปในห้องนอน

เจส หลับซะลูก แม่ขอออกไปเดินเล่นข้างล่างก่อน

ค่ะ แม่เองก็ระวังตัวด้วยยิ้มและถอนหายใจออกยาวๆ แล้วปรายตามองคนเป็นแม่เดินออกจากห้องไปอย่างช้าๆ

อากาศในห้องเย็นเหลือเกิน ไม่รู้ว่าจะหาผ้าห่มผืนไหนที่จะทำให้เด็กสาวอุ่นขึ้น ผ้าห่มบนเตียงของแม่ก็ใหญ่เกินกว่าที่จะลากมันมาห่ม

เด็กสาวจึงตัดสินใจลุกขึ้นและลงไปที่ตู้เสื้อผ้าชั้นล่างสุด จะมีลิ้นชักเล็กๆ ที่เก็บเสื้อกันหนาวไว้ ใช้มือเล็กๆ ดึงลิ้นชักออกอย่างง่ายดายเนื่องจากมันเบาเหลือเกิน

เมื่อลิ้นชักโดนเลื่อนออกมาแล้ว สิ่งแรกที่เห็นคือกำไรข้อเท้าเพียงอันเดียว ไม่พบเสื้อกันหนาวแต่อย่างใด มิน่าละ ถึงเปิดง่ายนัก

มือเล็กหยิบขึ้นไปจับกำไรข้อเท้าก่อนที่จะพินิจมองดูอย่างสงสัยว่ามันคืออะไร?

...ดูเหมือนว่ามันจะเปิดได้นะ...

พยายามใช้มือเล็กๆ กับแรงที่มีอยู่เปิดมันออกจากกัน สิ่งแรกที่เห็นคือ มันมีโลโก้รูปดาวสองดาวติดกัน และมีมงกุฎอยู่ด้านบนเหนือดาว

...มันคือตราสัญลักษณ์อะไรกัน ทำไมมันมาอยู่ที่กำไรข้อเท้า...

ไม่ได้สงสัยอะไรแต่อมยิ้มกับตราสัญลักษณ์ที่มองดูแล้วน่ารักเท่านั้น ปิดมันอย่างช้าๆ ก่อนที่จะวางมันกลับเข้าที่เดิม ผลักลิ้นชักเข้าไปตำแหน่งเดิม ก่อนที่จะหันไปมองดูตำแหน่งอื่นๆ

เสื้อกันหนาวของเธออยู่บนเก้าอี้เล็กๆ ตรงนั้นเอง ว่าแล้วก็เดินไปหยิบมันขึ้นมาทันที

เดินกลับไปที่เดิมและปีนเตียงขึ้นไป สวมเสื้อกันหนาว ก่อนที่จะหลับตาลงและจดจำตราสัญลักษณ์นั้นไว้ในใจ มันสวยเหลือเกิน สวยจนต้องยิ้มให้กับมัน

คิดแบบนี้สักพักก่อนที่จะปิดตาลงและหลับไปในที่สุด....

 

 

 

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น