(ชุดโจรสลัด) สืบสิเน่หา by ธีธาฬา นนทนันท์

ตอนที่ 12 : ตอน 6 เติบโตสู่การล้างแค้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 107
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 มิ.ย. 56

สองปีผ่านไป รวดเร็วเหมือนโกหก หากนับเวลาที่ทำสัญญาไว้ วันนี้คือวันที่องค์กรอินทรีย์รอคอย คือวันที่ได้รับอิสระทางการค้า ทางธุรกิจ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก่อนหน้านี้ ใช่ว่าโทมัส เจมส์จะไม่พัฒนาการตลาดใดๆ เลย ยิ่งรู้ว่าคู่แข่งคนสำคัญสร้างเรือสำราญเสร็จแล้วพร้อมกับอาวุธอันใหม่มากมาย ที่ลือว่าประสิทธิภาพเทียบเท่ากัน

มันได้พิสูจน์ให้เห็นได้หลายอย่างว่า ความกดดัน ความสูญเสีย สามารถเป็นแรงผลักดันให้คนที่หมดหวัง หมดทุกสิ่งทุกอย่าง กลับมารวบรวมพลังและลุกขึ้นสู้

ดังคำโบราณบอกไว้ว่า ยังมีลมหายใจ ก็ต้องดิ้นรนกันต่อไป

โทมัส เจมส์ ดูแลเด็กหญิงสาวที่ค่อยๆ เติบโตจากคลาน เดิน วิ่ง และสามารถกิน ช่วยเหลือตัวเองได้แล้วในวัยสองขวบเศษ เธอเปรียบเหมือนน้องสาวอีกคนหนึ่งของเขา มันเป็นสิ่งเดียวที่เขาอยากได้มาตลอดชีวิตคือการมีน้องสาว

ชื่อของเธอถูกตั้งขึ้นจากคนเป็นแม่ ให้ชื่อว่า โทมัส เจสติกา

หญิงสาวผมทองดูโดดเด่นมากเมื่อเดินต็อกเต็กไปหาพี่ชายสุดที่รักวัยเจ็ดขวบเศษ

อ้อมกอดอุ่นของโทมัส เจมส์ อ้าแขนไว้รับร่างเล็กๆ ที่กำลังเดินเข้ามาหา ยิ้มอย่างดีใจที่การเดินครั้งนี้ไม่มีการหกล้มหรือโซเซเหมือนครั้งก่อน

แม้ว่าจะเป็นน้องสาว แต่หารู้ไม่ว่า เจมส์ ฝึกหัดศิลปะป้องกันตัวเบื้องต้น และพยายามจะถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ให้กับเด็กสาวคนนี้ต่อไป ไว้ใช้ในวันข้างหน้า อย่างน้อย ก็สามารถเป็นสายลับสาวสวยที่จะไปสืบเสาะและเป็นอีกหนึ่งกำลังที่จะแก้แค้นอีกฝ่ายให้หมดความเป็นองค์กรให้เร็วที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องรอให้เด็กสาวคนนี้แข็งแกร่งและสะสมประสบการณ์ให้ได้เสียก่อน

วันนี้เก่งมากเลยเจส เจสทำให้พี่ไม่ผิดหวัง กินข้าวก่อนละกัน เติมพลังกันเล็กน้อย แล้วค่อยไปชกต่อยกันดีไหม

พอเลยเจมส์ น้องเป็นเด็กหญิงนะ จะให้ฝึกเป็นผู้ชายหรืออะไร ต้องให้มาเรียนทำอาหารกับแม่ก่อนสิโดนคำพูดของคนเป็นแม่ห้ามปรามทันที เบล เบลานี ยิ้มให้กับลูกสาวคนใหม่ที่มาอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ได้สองปีเต็มแล้ว

ดีใจอย่างสุดซึ้งที่ได้ลูกสาวเพิ่มขึ้นมากอีกหนึ่งคน

ค่ะ ทำยังไงดีนะ เจสยังฝึกทั้งสองอย่างเลยเจสติก้าลังเลและแหงนใบหน้าขึ้นด้านบน สบตาทั้งคนเป็นแม่และคนเป็นพี่ชาย

เจสว่า เวลาว่างๆ ก็หัดซ้อมวิชากับพี่เจมส์ พอใกล้เวลากินข้าว เจสก็จะเรียนกับแม่ดีไหมคะตัดสินใจโดยให้ความเป็นธรรมของทั้งสองฝ่าย แม้ว่าจำนวนชั่วโมงจะออกไปทางลำเอียงนิดหน่อย แต่ก็พอจะเข้าใจถึงความสนิทสนมระหว่าง เจมส์กับเจสติกา

...ทำไมเราถึงรู้สึกเอ็นดูเด็กคนนี้มากมายเหลือเกินนะ เหมือนไม่ใช่ความรู้สึกของพี่น้อง ...บ้าไปแล้วหรอ พี่น้องสิ...

แม้ว่าจะเป็นเด็ก แต่ความรู้สึกและประสาทสัมผัสที่เหนือคนอื่น ทำให้ความรู้สึกของเจมส์ รับรู้ได้ถึงอนาคตอันใกล้ได้อย่างรวดเร็ว

มองอะไรเจสคะ มีอะไรหรือเปล่า

ไม่มีอะไร ไปเถอะ ทานข้าวกันยิ้มและส่ายหัวปฏิเสธกับคำถามของน้องสาว คนไม่ได้รับคำตอบรู้สึกว่าต้องมีอะไรบางอย่างอยู่ในใจ เพียงแค่ยังไม่ยอมเปิดปากพูดออกมาเท่านั้นเอง

             ช่วงเวลาของอาหารก็มาถึงพร้อมกับกลิ่นของอาหารลอยฟุ้งออกมาจากห้องครัว ลอยมาตามอากาศผ่านเข้ามาในห้องอาหาร แม้ว่าจะเป็นห้องปรับอากาศ แต่การเปิดประตูเข้าออกหลายครั้ง ก็สามารถนำพาความหอมของสาระพัดอย่างเข้ามาอบอวล เด็กหญิงตัวเล็กที่สุดนั่งมองอาหารบนโต๊ะสองสามอย่าง และรอยคอยอีกสองอย่างที่เหลือ เป็นเพียงคนเดียวที่นั่งสบายและสูดดมกลิ่นอาหารให้กระเพราะทำงานหนักขึ้น

แต่ก็ไม่ได้นั่งเฉยเปล่า เห็นโถจานขนมปังก้อนที่วางเรียงรายอยู่จานใหญ่ ลุกจากที่นั่ง แล้วนำขนมปังแผ่นและก้อนวางบนจานของแต่ละคน จานละสองชิ้น

ไส้แซนวิชร้อนๆ อีกสองจานนำออกมาเสริ์ฟไว้ด้านหน้าพร้อมกับเห็นความพร้อมของอาหารบนจาน

เป็นการทำแซนวิชสดๆ บนโต๊ะอาหารที่ไม่มีบ้านไหนทำกัน มีแต่ที่นี่ ให้เลือกหน้าตามใจชอบ และฝึกการทำแซนวิชไปในตัว อีกทั้ง บ้านหลังอื่นๆ คงเป็นไข่ดาว ไส้กรอก แฮม เบคอน ชีส ประมาณนี้ต่อหนึ่งจาน

แต่นี่เน้นสุขภาพเพราะมีผักให้เลือกถึงสองอย่าง ซึ่งมีคุณค่าทางอาหารและเหมาะสมมากๆ กับสองคนพี่น้อง

ทานแค่นี้จะไหวหรือเจ้าตัวเล็ก เดี๋ยวแรงหมดเสียก่อนนะ

ไหวสิค่ะ ทำไมจะไม่ไหวละ ถ้าไม่ไหวก็ค่อยว่ากันจริงไหม

ว่ากันอย่างไร หมายถึงอะไร

ก็หมายถึงค่อยมากินใหม่ไงค่ะ ไม่เห็นจะยากเลยทำตาบูดปากเบี้ยงพร้อมกับแลบลิ้นหยอกพี่ชายสุดที่รักก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบไส้แซนวิชมาใส่บนขนมปัง

ทว่า โดนมือใหญ่กว่าจับไว้ไม่ให้ตักไส้นั้น มองคนตัวเล็กกว่าด้วยสายตาขวาง

อะไรกัน อย่าทำแบบนี้สิค่ะ ชอบแกล้งน้อง

อะไรกัน ก็เราต่างหากมาแลบลิ้นใส่พี่ก่อนทำไม

พอเลยสองคน อีกคนหนึ่งก็เป็นพี่ ชอบแกล้งน้อง อีกคนก็น้อง ชอบยั่วอารมณ์พี่ ทานเถอะจ๊ะเบล เบลานีห้ามปรามลูกทั้งสองคนไม่ให้แกล้งกัน ในใจก็แอบยิ้มที่เห็นเจมส์ ลูกชายคนเก่ง ที่นานๆ จะทำตัวเป็นเด็กสมวัยเสียที

เป็นภาพที่เห็นยากมากสำหรับโทมัส เจมส์ ที่จะปล่อยความเป็นเด็กออกมาได้น่ารักน่าหยิก อย่างน้อยก็ดีกว่าใบหน้าบึ้งตึงและคิดจะเอาชนะอยู่ตลอดเวลา

อาจเป็นเพราะว่า ศึกทุกอย่างจบลงแล้ว แต่เชื่อว่า ฝ่ายนั้นคงไม่วางมือเพียงแค่นี้

อาหารมื้อเช้าเสร็จเรียบร้อยก่อนที่จะช่วยกันเก็บจานชามไปไว้ในห้องครัว ปล่อยให้คนรับใช้หญิงสาวทำความสะอาดจานชาม ส่วนโทมัส เจมส์ กับเจสติกา เดินออกมาจากห้องครัวสู่ห้องนั่งเล่น

นั่งพักบริเวณนี้ก็ดี พักให้ย่อยอาหารเสียหน่อย

อย่ามาขี้เกียจตอนนี้นะ ลุกขึ้นเลย กินเสร็จแล้วก็นั่ง เดี๋ยวก็ลงพุงหมดหรอก

อะไรค่ะ เด็กกำลังโต พี่ขึ้นไปเตรียมตัวเถอะค่ะ ไหนจะต้องเตรียมเสื้อผ้าไม่ใช่หรอเห็นตอนฝึกซ้อมต้องมีเกราะสวมใส่และต้องมีที่รองรับบริเวณหัวเข่า ป้องกันการล้มกระแทกพื้นระหว่างฝึกซ้อม

ของน้องเองต้องมีด้วยสิ ไปเตรียมเครื่องป้องกันตัวเลย แล้วไปซ้อมกันบนเรือ ดีไหม

ดีค่ะ ถ้าอย่างนั้นอีกห้านาทีลงมาพบกัน

เยี่ยมมากพยักหน้าอย่างมั่นใจ ก่อนที่จะเดินขึ้นไปชั้นสองของคฤหาสน์ ต่างคนต่างแยกย้ายเข้าห้องส่วนตัวของแต่ละคน แต่สำหรับเจสติกา ใช้ห้องนอนร่วมกับ เบล เบลานี

          ชายหนุ่มวัยเจ็ดขวบเดินเข้าไปในห้อง เปิดตู้เสื้อผ้าออกเพื่อนำเสื้อเกราะและที่รองรับบริเวณหัวเข่าออกมาจากตู้ วางกองไว้ข้างลำตัว เพราะพบเจอกับบางสิ่งบางอย่างบริเวณใต้ล่างของตู้เสื้อผ้า

มันคือกำไรข้อเท้าข้างหนึ่งของเจสติกา

ส่วนอีกข้างหนึ่งอยู่กับเบล เบลานี ซึ่งต่างคนต่างแยกส่วนเก็บไว้ดูต่างหน้า

กำไรข้อเท้าที่ติดตัวมา มันทำให้เราสองคนพบเจอกัน และได้เป็นพี่น้องกันสินะมันเป็นกำไรสีเงิน มีคล้ายๆ ร็อกเก๊ตรูปหัวใจเล็กอยู่บริเวณตรงกลางของเส้นโลหะสีเงิน

...นั่นสิ ทำไมเราไม่สังเกตนะว่ามันน่าจะเปิดได้...

จับที่ร็อกเก๊ตรูปหัวใจอันนั้น จากการดูลักษณะภายนอกแล้ว น่าจะเปิดออกดูได้ว่าในนั้นมีอะไรอยู่

ชายหนุ่มจ้องมองมันอย่างลังเลใจ ลูบคลำมันไปมาหลายรอบ

...บางที อาจจะมีที่มาที่ไปของเจสติกาอยู่ในนี้ก็ได้...

นิ้วหัวแม่โป้งใหญ่ จับบริเวณรอยต่อของรูปหัวใจ เพื่อจะเปิดดูว่าภายในมีอะไรหรือเปล่า แต่ดูเหมือนว่าหัวแม่โป้งของเขาจะใหญ่ไปเสียหน่อย เลยพลาดหลายครั้งที่จะเปิดออก

...เกะยากจริงๆ...

พยายามต่ออีกรอบที่สอง และดูเหมือนว่าจะให้ผลเดียวกันกับครั้งแรก

ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นหนึ่งครั้ง เป็นสัญญาให้รู้ว่า น้องสาวแสนสวยพร้อมแล้ว

พี่ค่ะ ลงไปได้เลยนะ อยากจะเตะต่อยแล้วสิ

ให้มันจริงก็แล้วกัน คราวนี้ห้ามแพ้พี่เด็ดขาดตะโกนตอบออกไปในทันที ก่อนที่จะวางกำไรข้อเท้าอันดังกล่าวลงที่เดิม ปิดตู้เสื้อผ้าก่อนที่จะรีบคว้าอุปกรณ์ป้องกันออกไปจากห้อง และตะโกนบอกให้ลูกน้องคนอื่นๆ นำรถมาจอดรอไว้หน้าคฤหาสน์ เพื่อจะไปส่งสองพี่น้องไปบนเรือสำราญที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น