Lens (KiHae)

ตอนที่ 3 : The 2nd Lens รอยยิ้ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 92
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 เม.ย. 56



The 2nd Lens รอยยิ้ม








 

  I can see spark fire when you smile.




 

                        ปวดหัวชะมัดเลย..

 

                        หลังจากรับถ่ายภาพงานแต่งงานแล้ว ผมก็ไข้ขึ้นทันที คงเป็นเพราะงานเอาท์ดอร์ทำให้ผมต้องปะทะกับลมแรงๆจนเป็นฉลามนอนขึ้นอึดอยู่อย่างนี้
 

                                สุดท้ายแล้วผมเลยต้องโทรไปหาหยางหมินเพราะตอนนี้ผมแทบไม่มีแรงจะไปซื้ออาหารหรือลุกไปทำเองแล้ว เพื่อนคนจีนของผมเลยบอกว่าเดี๋ยวจะเข้ามาหาพร้อมกับอาหารและยา

                                มาอยู่ไม่ทันไรก็รบกวนเขาขนาดนี้แล้วนะเรา เฮ้อ..
 

 

 

 

                               

 

                                ผมค่อยๆลืมตาขึ้นมาหลังจากได้ยินเสียงกุกๆกักๆดังขึ้น ผมพยายามเพ่งสายตามองไปยังจุดกำเนิดของเสียง
 

                                ภาพที่ปรากฏให้เห็นนั้น เป็นผู้ชายสามคนกำลังยุ่งกับการทำอะไรสักอย่างบนโต๊ะ กินข้าวของผม หนึ่งในนั้นคือหมิน ส่วนอีกสองคนนั้นเป็นผู้ชายที่ผมไม่รู้จัก
 

 

                                “หมิน..” เสียงของผมแหบพร่า ส่วนหมินและชายอีกสองคนก็หันมาอย่างรวดเร็ว                       
 

                                “เป็นไงบ้างตงไห่ โทษทีนะพอดีที่มาช้าไปหน่อย แล้วก็..เห็นนายหลับอยู่เลยไม่ปลุก” เขาเดินเข้ามาหาผมที่นอนอยู่โซฟาอย่างรวดเร็ว
 

                                “มีอะไรกินบ้าง หิวแล้ว” ผมยิ้มพร้อมกับค่อยๆลุกขึ้นแล้วค่อยๆเดินไปที่โต๊ะ บนโต๊ะมีข้าวต้มกุ้งอยู่หม้อหนึ่งที่ยังร้อนอยู่ และข้างๆโต๊ะมีผู้ชายตัวโตสองคนยืนอยู่

 

                                มองหน้าสองคนนี้แล้วผมก็รู้เลย ไม่ใช่คนจีนแน่ๆ แถมคลับคล้ายคลับคาว่าจะเป็นคนชาติเดียวกันอีกด้วย
 

                                เมื่อผมนั่งลงและเงยหน้าขึ้น ผู้ชายที่ตัวสูงกว่าก็ยิ้มบางๆให้พร้อมกับพูดออกมาเป็นภาษาบ้านเกิดว่า
 

                                “สวัสดีครับพี่ทงเฮ ผมคยูฮยอนครับ ยินดีที่ได้รู้จัก” ผมยิ้มพร้อมกับตอบไปเป็นภาษาบ้านเกิดเช่นกัน คยูฮยอนหน้าตาดีมากครับ สูงด้วย ผมอิจฉาเขาชะมัดเลย
 

ทันใดนั้น ชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆคยูฮยอนก็พูดขึ้นมาว่า
 

                                “คิมคิบอมครับ ยินดีที่ได้รู้จัก” ผมหันไปมองเขา เขายิ้มให้ผม ผมยิ้มตอบกลับไปบางๆ จะว่ายังไงดีล่ะ เขาเตี้ยกว่าคยูฮยอนเล็กน้อย เสียงของเขาทุ้มมาก แต่ที่ผมสะดุดตาที่สุดน่ะหรอ คนอะไรหน้านิ่งๆ แต่ยิ้มสวยชะมัดเลย

 

 

 

 

 

                                ผมหลับไปอีกแล้ว เมื่อผมตื่นขึ้นมาอีกก็เหลือแค่หมินที่นั่งอ่านหนังสือใกล้ๆกับผม

นี่เขาไม่ไปเฝ้าร้านรึไงนะ

 

                                “ว่าไง คนป่วย ตื่นแล้วหรอ”

                                “ทำไมนายไม่ไปเฝ้าร้านล่ะ”

                                “คยูกับคิบอมเฝ้าให้” เขายิ้ม ผมเพิ่งสังเกต หมินเรียกชื่อคยูฮยอนกับคิบอมด้วยชื่อเกาหลี แต่เขาเรียกผมด้วยชื่อจีน            

                                “ไปๆ ฉันดีขึ้นแล้ว ไปเฝ้าร้านเถอะ”

                                “ช่างเถอะน่า ค่ำแล้ว ไปกินข้าวที่ร้านฉันดีกว่า จะได้คุยกับคยูแล้วก็คิบอมด้วยไง”
 

                                สุดท้ายผมก็ออกไปกับหมิน เมื่อไปถึงก็พบว่าสองคนนั้นเตรียมอาหารไว้ให้เราแล้ว ผมยังเกร็งอยู่หน่อยๆ ก็เพิ่งเจอกันวันแรกนี่นะ จะสนิทกันเลยคงไม่ใช่ ความรู้สึกมันไม่เหมือนผมกับหยางหมิน มาวันแรกๆผมก็คุยกับหมินเป็นต่อยหอยแล้ว (ถึงจะด้วยภาษาจีนง่อยๆของผมอ่ะนะ)
 

                                บนโต๊ะมีอาหารสามสี่อย่างซึ่งผมไม่รู้จัก แต่เมื่อลองชิมแล้วก็ถูกใจซะทุกจาน ผมสงสัยอยู่อย่างหนึ่งนะ พวกเขาทำเองรึเปล่า คือไม่ใช่ว่าดูถูกนะ แต่มันอร่อยถูกปากผมมากเลย
 

เอ.. นึกไปนึกมา ตั้งแต่มาอยู่จีน ไม่มีอาหารสักอย่างที่ผมไม่ชอบ กินอะไรก็ถูกใจไปหมด
 

เห็นทีคงอ้วนขึ้นจนกลับบ้านแล้วแม่กับพี่คงจำไม่ได้ นี่ผมไม่อยากอ้วนจริงๆนะ ถ้าผมอ้วนนี่คงกลายเป็นไอ้เตี้ยตันแน่ๆเลย เตี้ยแล้วยังอ้วนอีก

 

                                ระหว่างจัดการกับอาหารเย็น พวกเราใช้ภาษาจีนเป็นภาษากลางในการสื่อสารเพื่อให้เพื่อนชาวจีนเพียงหนึ่งเดียวได้เข้าใจ จากบทสนทนา ทำให้ผมได้รู้ว่าคยูฮยอนกับคิบอมเรียนทันตแพทย์อยู่ชั้นปีที่ 3 ของมหาวิทยาลัยแพทย์ต้าเหลียน ผมว่าสาวๆคงติดสองคนนี้ตรึม หน้าตาเหมือนดารา แถมเรียนทันตะฯอีกต่างหาก หายากนะแบบนี้เนี่ย
 

                                 ผมเห็นคยูฮยอนกับคิบอมแกล้งคุยภาษาเกาหลีทำทีเป็นนินทาหมิน เขาโวยวายใหญ่เลย และมารบเร้าให้ผมเป็นล่ามให้ที เขาอยากรู้ว่าสองคนนั้นพูดนินทาเขาหรือเปล่า
 

                                ผมเองก็ได้แต่ตอบว่าไม่มีอะไรไป ส่วนเพื่อนคนจีนนั้นงอนไปแล้ว สองสหายเลยปฏิบัติการง้อกันใหญ่ จนตอนนี้กับข้าวของหมินพูนจานไปแล้ว สุดท้ายหมินก็ทำตัวเป็นเด็ก งอนง่ายหายเร็ว หายงอนแล้วก็กลับมาหัวเราะหยอกเอินกับสองคนนั้นเหมือนเดิม
 

                                เขาต้องเป็นแบบที่ผมคิดแน่เลย เป็นพวกโกรธใครไม่เป็น

 

 

 

 

                                ผมกำลังเล่นเกมส์อยู่ ใช่..เล่นเกมส์ เกมส์หมุนขวดซะด้วย แต่ไม่ใช่หมุนขวดล้วงความลับหรอกนะ แต่พวกเราสี่คนกำลังล้อมวงกัน ขวดหมุนไปโดน ใครก็ให้คนนั้นพูดเรื่องราวของตัวเองตามที่คนที่เหลือถามมา
 

                                เรานั่งล้อมวงกันอยู่ที่หลังร้าน หมินเอาขนมนมเนยมาเซ่นพวกเราเยอะมาก เยอะชนิดว่าไม่กลัวเอาของในร้านมาแล้วขาดทุนเลย ผมถามเขานะว่าจะกินหมดหรอ
 

เขาไม่ตอบผมกลับมา แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว
 

                                ตอนกินข้าวกัน คยูฮยอนกับคิบอมก็ดูปกติดีนะ ผู้ชายก็กินข้าวกันประมาณนี้ แต่พอเป็นโคล่ากับขนมเท่านั้นแหละ อย่างกับเอาอาหารไปเทในหลุมดำ

 

 

                                หมินเป็นคนเริ่มหมุนคนแรก คนแรกที่โดนคือคยูฮยอน เขาพูดเยอะมาก มีกัดคิบอมกับหมินด้วย คือปากกรรไกรมากครับ ผมนี่ชักเสียวๆว่าถ้าสนิทกับแล้ว คงไม่แคล้วเป็นกระดาษให้น้องตัด
 

                                คนที่ถามซักคนอื่นๆมากที่สุดคือคยูฮยอน อย่างที่บอก ผิดคาดมาก ผมคิดว่าเขาจะนิ่งๆเงียบซะอีก เวลาแค่วันเดียวเขาก็แสบขนาดนี้แล้ว จากการบอกเล่า คงเป็นเพราะเขาเป็นน้องคนเล็กของที่บ้าน ทำให้มีนิสัยเด็กๆแบบนี้
 

                                ต่างจากคิบอม คนนั้นนิ่งจริงๆ(ผมคิดว่าน่ะนะ) ถามคำตอบคำ แต่ผมก็พยายามชวนเขาคุยนะ ผมไม่ชอบอยู่แบบอึดอัดกับคนอื่น อยากจะสนิทกับทุกคนเลย นิสัยแบบนี้ก็คงเกิดจากที่บ้านเหมือนกัน 

                                 ในขณะคยูฮยอนเป็นน้องเล็กของที่บ้าน แต่คิบอมกลับเป็นพี่ชายของน้องสาวอีกคน ท่าทางเขาจะหวงน้องอยู่ไม่น้อยเลย เพราะคยูฮยอนพูดถึงเซฮีเมื่อไหร่ คิบอมจ้องเพื่อนตัวเองตาเขียวปั๊ดเลย

 


 

 

                                เวลาล่วงเลยมาจนเกือบค่อนคืน ในที่สุดพวกเขาก็ปล่อยคนป่วยอย่างผมให้กลับได้ ส่วนคยูฮยอนและคิบอมก็ค้างกับหมินไปตามระเบียบ ผมเดาว่านี่คงไม่ใช่ครั้งแรกหรอก เล่นมีตู้เก็บของสำหรับสองคนนั้นโดยเฉพาะเลยนี่

 

                                ผมยืนอยู่หน้าร้านของหมิน พวกเขาก็ออกมาส่งผม คยูฮยอนโค้งให้ผมเล็กน้อยพร้อมกับยิ้มบางๆตามสไตล์(ฉากบังหน้า)ของเขา หมินโบกมือลาผมอย่างเคย ส่วนพ่อคนพูดน้อยอย่างคิบอมเพียงแค่ยิ้มให้ผมบางๆพร้อมกับกล่าวลาเท่านั้น

                                เขายิ้มสวยจริงๆนะ..










LIFE-B

ทงเฮและดูเพ้อคิบอมเนอะ หัวเราะ
มาเรียบๆอย่างเคยค่ะ ไม่เบื่อกันใช่ไหม

อัพฟิคเซ่นคิบอมค่ะ เราไม่ได้ไปงานมีท
เสียดายมาก












 
THE FARRY's House
THE★ FARRY




 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น

  1. #10 gonjung (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2556 / 21:05
    เจอกันอย่างเป็นทางการแล้ว
    แล้วท่าทางหมวยจะติดใจบอมนะ
    ชอบรอยยิ้มของบอมใช่ม้าาาาาาาาาาาาา
    #10
    0