(ชุดทะเลทราย - ออสเตรเลีย) บอดี้การ์ดทะเลทราย by ญนันธร

ตอนที่ 5 : คนที่ไม่น่าไว้ใจ 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 มี.ค. 56

ตอนที่ 5 

                โรเจอร์นั่งมองก้อนหินสีเหลืองอร่ามด้วยความชื่นชม มันเป็นสิ่งที่นำพาให้เขามาที่นี่อีกครั้งหลังจากเวลาผ่านมากกว่ายี่สิบปี เขาเฝ้ารอโอกาสนี้มานานเนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีใครรู้เรื่องทางไปซูอาร์อย่างแท้จริงสักคนแม้แต่ตัวเขาที่เคยที่ไปที่นั่นมาก่อน แต่เหตุการณ์ในวันนั้นมันเต็มไปด้วยความสับสนอลม่านและวุ่นวายไปหมดจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เขาดิ้นรนเอาตัวรอดจากบางสิ่งบางอย่าง และมารู้ตัวทีที่โรงพยาบาลพร้อมกับเพื่อนอีกสองคนนั้นนั่นก็คือ ศรุตพ่อของศลียา และโทมัสเพื่อนอีกคนที่หายสาบสูญไปเพราะต้องการจะเดินทางไปในซูอาร์อีกครั้ง สิ่งเดียวที่พอจะเป็นหลักฐานว่าได้เป็นที่นั่นจริง ๆ ก็คือก้อนทองคำบริสุทธิ์ตรงหน้าที่เขาคว้าใส่กระเป๋าลับกลับมาได้

                 เขาอยากกลับไปที่นั่นอีกครั้ง และความรู้สึกนี้ก็เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาเพียงแต่ว่าไม่มีโอกาส ทางเข้าของที่นั่นถูกลบหายไปด้วยธรรมชาติ ไม่เหลือร่องรอยอะไรให้ติดตามอีกเลยและเขาก็ไม่กล้าเสี่ยงด้วยรู้ว่าหากหลงทางก็จะเจอแต่ความตาย

                หลายครั้งที่ถอดใจจนกระทั้งเมื่อได้เจอกับดีแลน หนุ่มเซอร์ท่าทางเหมือนคนเร่ร่อนแต่น่าอัศจรรย์ที่หมอนั่นกลับรู้จริงทุกอย่างและคราวนี้หากเขาไปถึงที่นั่นได้ จะขนก้อนหินทุกก้อนกลับมาให้หมดเพราะมันคือทองคำแท้

                "คุณลุงค่ะ" เสียงเรียกของหลานสาวนอกไส้ทำให้โรเจอร์รีบเก็บของมีค่านั้นใส่กระเป๋าทันที เขาไม่ต้องการให้ศลีนารู้เรื่องนี้ เขายังต้องใช้ประโยชน์จากความกตัญญูของเธอเพราะมันคือใบเบิกทางอันดีสำหรับการติดต่อทางการ เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่สอบถามจนน่ารำคาญและยอมอำนวยความสะดวกเมื่อบอกว่าไปตามหาคน

                เมื่อเขาเก็บของเสร็จร่างสูงระหงของศลีนาก็มาปรากฏตรงหน้า เขาจึงแสร้งยิ้มให้อย่างอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง

                "ว่ายังไง จะออกเดินทางแล้วเหรอ"

                "เปล่าค่ะ" ศลีนาตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูรื่นเริงเกินปกติ "ลีนามีนี่มาให้คุณลุงดู"

                ในตอนแรกเขางุนงงที่ลูกสาวเพื่อนยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้ เขาจึงคลี่ออกดูและในนาทีแรกที่เห็นว่ามันเป็นอะไรความรู้สึกตื่นเต้นจนปริ่มล้นก็พุ่งเข้ามาในหัวใจ เขากระพริบตาถี่ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าแผนที่นั้นยังคงอยู่ตรงหน้าเหมือนเดิม จากนั้นก็ลูบคลำมันด้วยความตื่นเต้น ของจริงแน่ไม่ผิดเพี้ยน

                "นี่มันแผนที่ไปซูอาร์นี่" เขาครางออกมาด้วยความยินดี

                "ค่ะ ลีนาก็คิดว่าอย่างนั้น"

                "หนูได้มันมาจากไหน" เขาถามพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่นพร้อมกับเดินไปที่มีแสงสว่างมองมันอย่างละเอียด มันคือแผนที่ไปซูอาร์ที่โทมัสได้เขียนเอาไว้ ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าหมอนั่นความจำดีและเมื่อลองเทียบกับประสบการณ์เก่าในความทรงจำก็พบว่ามันไม่น่าจะผิด

                "มันอยู่ในนี้ค่ะ เป็นสมุดบันทึกของพ่อหนู" ศลีนาชูสมุดบันทึกเล่มใหญ่ขึ้นมา เขาจึงมองมันอย่างงุนงงเพราะเขาเคยพลิกสมุดเล่มนี้หลายครั้ง ตรวจตราทุกหน้าแต่ก็ไม่พบว่าจะมีแผนที่อันนี้อยู่

                "สมุดบันทึกของพ่อหนู ก็ลุงดูแล้ว มันไม่มี"

                "ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ พอดีลีนาทำสมุดตกแล้วแผนที่นี้ก็หลุดออกมา"

                "ช่างโชคดีเหลือเกิน" เขากล่าวคล้ายกับกำลังละเมอ นึกถึงทองคำอันล้ำค่าที่มากมายก่ายกองเป็นภูเขา เห็นทีคราวนี้คงรวยไม่รู้เรื่อง

                "ของจริงหรือเปล่าคะ"

                "คิดว่าใช่นะ"

                "งั้นเราก็ไม่ต้องให้หมอนั่นนำทางแล้วใช่ไหมคะ เราไปของเราเองก็น่าจะได้"  ศลีนาถามขึ้นอย่างกระตือรือล้นและคำถามนั่นก็ทำให้เขาเข้าใจถึงสาเหตุที่ศลีนาเอาแผนที่นี้มาให้ดู

                แม้ตอนนี้จะมีแผนที่แล้วแต่เขาก็ยังไม่เห็นด้วยกับการที่จะไม่มีคนนำทาง ทานามิเป็นทะเลทรายที่กว้างใหญ่ แห้งแล้งและในแผนที่อาจจะมีอะไรคลาดเคลื่อนดังนั้นเป็นจึงยังเห็นว่าคนนำทางนั้นจำเป็น จึงส่ายหน้าและอธิบายให้ศลีนาฟังอย่างผู้ใหญ่อธิบายต่อเด็กที่ค่อนข้างเอาแต่ใจ

                "ลีนา ฟังลุงนะ ลุงรู้ว่าหนูไม่ชอบดีแลนแต่มันน่าจะปลอดภัยกว่าไม่ใช่เหรอหากมีคนนำทางด้วยและมีแผนที่ด้วย ลุงไม่อยากให้อะไรมันผิดพลาด หนูก็รู้ว่ามันเต็มไปด้วยอันตราย"

                "แต่ว่า"

                "ลีนาเด็กดี เชื่อลุงเถอะ อดทนเห็นหน้าหมอนั่นอีกหน่อยจบงานนี้แล้วเราก็แยกย้าย"

                สีหน้าของหญิงสาวบ่งบอกว่าไม่ค่อยพอใจนัก แต่สุดท้ายเธอก็พยักหน้ารับ

                "ถ้าคุณลุงเห็นอย่างนั้นลีนาก็คงต้องยอม"

                "ดีมาก จำเอาไว้ว่าจะทำงานใหญ่อย่าได้ใส่ใจเรื่องเล็ก ส่วนแผนที่นี่หนูเก็บเอาไว้ก่อนแล้วอย่าบอกใครว่าหนูเจอแผนที่"

                "ทำไมล่ะคะ"

                "ก็มันอันตรายนะซิ เอาเป็นว่าเชื่อลุง ลุงทำทุกอย่างเพื่อตามหาพ่อของหนูให้พบ แล้วหนูเตรียมของเรียบร้อยแล้วใช่ไหม เราจะออกเดินทางกันอีกไม่กี่นาทีนี้แล้ว"

                "ยังหรอกค่ะ พอดีเจอนี่เสียก่อนก็เลยเอามาให้คุณลุงดู"

                "งั้นก็รีบไปจัดการเถอะ พ่อของหนูรออยู่นะ"

                 "ค่ะ" เธอตอบรับพร้อมกับรับแผนที่มาจากโรเจอร์พับเก็บใส่สมุดบันทึกของพ่อไว้อย่างเดิม

                "ไปเถอะ อีกไม่นานลุงเองก็คงจะออกไปเหมือนกัน"

               

                เมื่อลับร่างของศลีนาสีหน้านิ่งเฉยของโรเจอร์ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มขึ้นมาในทันที มันช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้เห็นแผนที่ในวันนี้ เขาเคยสงสัยมาก่อนเลยว่าศรุตมีแผนที่นี้เก็บไว้แต่พยายามที่จะปกปิด ทุกครั้งเมื่อมีโอกาสเขาก็จะพยายามถามไถ่หรือแม้กระทั่งส่งคนไปรื้อค้นโดยแสร้งทำเป็นโจรขึ้นบ้าน แต่ก็ล้มเหลวทุกครั้งจนเขาเริ่มคิดว่ามันไม่มี แต่วันนี้คงต้องขอบคุณความโง่เง่าของศลีนาที่นำความลับนี้มาบอก บางทีเขาอาจจะที่นั่นเพียงลำพังหลังจากที่สลัดคณะหลุดแล้ว

                คิดมาถึงตรงนี้เขาก็รำคาญใจเหลือเกิน ผู้ร่วมเดินทางอีกสามคนที่อ้างถึงการตามหาผู้สาบสูญความจริงคือเจ้าหนี้รายใหญ่ที่ตามกัดชนิดไม่ยอมปล่อย ตอนแรกเขาคิดจะเก็บแผนที่เอาไว้เองก่อน แต่เมื่อตรองดูให้ดีมันคงไม่ปลอดภัย คนเหล่านั้นหูตาเป็นสัปปะรด บางครั้งก็แอบมารื้อค้นกระเป๋าของเขาซึ่งเขาไม่ต้องการให้พวกมันรู้ เนื่องจากกังวลในความปลอดภัยของตัวเองตอนนี้คงต้องฝากศลีนาเอาไว้ก่อน เมื่อได้โอกาสเมื่อไหร่ค่อยแย่งชิงมันมาเป็นของตัวเองแล้วค่อยออกค้นหาซูอาร์ตามลำพังจะได้ไม่ต้องแบ่งสมบัติอันล้ำค่านั่นให้ใคร

                เมื่อเหลือบมองนาฬิกาก็พบว่าใกล้เวลาที่นัดกับทุกคนเอาไว้แล้วจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้และขณะที่เขากำลังจะก้าวออกไป แต่ร่างสูงใหญ่ของไกด์นำทางก็เดินสวนเข้ามาเสียก่อนคงจะมาตามเพื่อออกเดินทาง

                "ฉันกำลังจะไป" เขากล่าว แต่แล้วต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นใบหน้าของหนุ่มรุ่นลูก ใช่ว่าศลีนาคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ชอบไอ้หมอนี่ เขาเองก็ไม่ถูกชะตากับมันเช่นเดียวกัน มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกไม่ชอบใจนัก ใบหน้าของมันดุกระด้าง แววตากร้าวแข็งและท่าทางหยิ่งผยองกว่าคนนำทางทุกคนที่เขาเคยเจอ ซึ่งมันทำท่าทางอย่างนี้ใส่เขาตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน หากมีทางเลือกอื่นเขาคงไม่คิดจะจ้าง แต่เมื่อไม่มีก็ต้องอดทนอดกลั้น               

                "เปล่า ผมไม่ได้มาตามแต่จะมาคุยอะไรกับคุณหน่อย" สีหน้าและน้ำเสียงของคนนำทางเรียบนิ่งจนไม่รู้ว่าเรื่องที่จะคุยคือเรื่องอะไร

                "มีเรื่องอะไรที่ต้องคุยกันตอนนี้ มันด่วนนักเหรอ" คิ้วเข้มสีเทาเลิกขึ้นประกอบคำถาม

                ดีแลนเดินไปนั่งบนเก้าอี้ที่เขาเพิ่งลุกออกมาด้วยท่าทางอันสบายอกสบายอย่างยิ่งยวด แต่ไม่รู้ว่าทำไมสายตาสีเขียวเข้มคู่นั้นทำเขาร้อนรนอย่างบอกไม่ถูก

                "ด่วน เพราะมันเป็นเรื่องที่เราต้องตกลงกันก่อนที่จะออกเดินทาง"

                "งั้นรีบพูดมาว่าเรื่องอะไร"

                "ผมอยากรู้ว่าถ้าพาคุณไปถึงซูอาร์ ผมจะได้ส่วนแบ่งเท่าไหร่"

                โรเจอร์ผงะกับคำถามนั้น หรี่ตามองหนุ่มรุ่นลูกอย่างประเมิน นั่นเป็นคำถามที่ตรงไปตรงมาอย่างเหลือเกิน เมื่อมองเข้าไปในดวงตาก็รู้ว่าคำถามนั้นมีความหมาย แต่เขาก็ยังไม่อยากจะเผยอะไรนัก เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขามากน้อยแค่ไหน

                "ส่วนแบ่งอะไร ฉันมาตามหาเพื่อน"

                "คุณอย่าโกหก ผมรู้ว่าที่นั่นมีอะไรและคุณต้องการอะไร "

                แม้สีหน้าจะเรียบ หากน้ำเสียงนั้นจริงจังอย่างเหลือเกิน หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่ยอม แต่หลังจากที่ได้รับบทเรียนว่าไม้แข็งไม่ได้ผลจึงผ่อนใจให้เย็นลง

                "อยากได้เท่าไหร่"

                "ห้าสิบห้าสิบ" ชายหนุ่มตรงหน้าตอบเหมือนคิดมาก่อนหน้าแล้ว

                "ไม่เยอะไปหน่อยเหรอ ห้าสิบห้าสิบเชียว" เขาพยายามต่อรองเมื่อรู้สึกว่ากำลังจะเสียเปรียบ

                "ไม่เยอะหรอกเมื่อเทียบกับการที่ผมต้องพาคุณไปถึงที่นั่น รู้ไหมมีคนอยากไปหลายคณะทีเดียวแต่ผมปฏิเสธหมด และผมสามารถไปที่นั่นด้วยตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งคุณซึ่งนั่นก็หมายความว่าผมจะไม่ต้องแบ่งใครเลย"

                "แล้วทำไมไม่ไปเอง" เมื่อนักเลงมาเขาก็นักเลงตอบ อีกอย่างก็สงสัยทำไมหนุ่มคนนี้ถึงยอมช่วยเหลือคณะเขาทั้งที่จะทำอย่างที่กล่าวมาก็ได้ ผลประโยชน์ทั้งหมดก็จะไม่กระเด็นไปไหนเลย

                "ผมชอบผู้หญิงคนนั้น ผมอยากได้เธอ"

                โรเจอร์ยิ้มกับคำตอบนั่น ทำไมเขาจะไม่รู้ สายตาผู้ชายด้วยกันของผู้ชายมองกันออกแต่ก็ไม่คิดว่าจะได้รับคำตอบตรง ๆ อย่างนี้

                "ลีนาเป็นหลานฉัน"

                "ข้อนั้นผมรู้ แต่เมื่อคุณถามผมก็ตอบ"

                "แล้วถ้าฉันช่วยเรื่องลีนาส่วนแบ่งของนายจะลดลงสักสิบ ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ไหม"

                "ไม่ลด ยังไงก็ยังเท่าเดิมและผมก็ไม่ต้องการให้คุณช่วยเรื่องของศลีนาเพราะผู้ชายอย่างผมชอบทำอะไรด้วยตัวเองไม่ชอบพึ่งพาใคร"

                คำตอบอย่างโอหังนั้นทำให้เขาชักเดือด เริ่มไม่เข้าใจว่าที่เจรจามาทั้งหมดนั้นชายหนุ่มตรงหน้าต้องการอะไรกันแน่

                "แล้วที่พูดมาทั้งหมดเพื่อ..."

                "ห้ามทำร้ายเธอโดยเด็ดขาด เพราะถ้าเธอเป็นอะไรแม้แต่นิดเดียวผมจะถอนตัวจากงานนี้ทันที”

                ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ใช่เล่นเสียแล้วเมื่อสามารถมองใจเขาได้ทะลุปรุโปร่งอย่างนี้ หากประสบการณ์ในการเจอผู้คนที่มีมาอย่างยาวนานทำให้เขารู้ว่าควรจะประนีประนอมไปก่อน

                "ก็ได้ ฉันจะไม่แตะต้องลีนาส่วนแบ่งก็ห้าสิบห้าสิบตามที่นายต้องการ”

                “ดี พูดกันง่าย ๆ อย่างนี้ผมชอบ”

“ฉันมันไม่ใช่คนพูดยากอยู่แล้ว” เขายักไหล่ พยายามผ่อนเสียงให้ดูสบายที่สุดเพื่อตบตาอีกฝ่าย “แล้วอีกกี่วันเราถึงจะไปถึงที่นั่น"

                "ผมตอบไม่ได้หรอก แล้วแต่สภาพอากาศและความอดทนของพวกคุณ แต่ผมจะรีบพาไปให้ถึงก็แล้วกัน”

                “งั้นเราก็ควรจะออกเดินทางตอนนี้เลย” เขากล่าวชักชวนด้วยค่อนข้างใจร้อนอยากเห็นมหาขุมทรัพย์นั่นเต็มที

                “เชิญครับ ดูเหมือนทุกคนจะพร้อมแล้ว"

                หนุ่มรุ่นลูกเดินจากไป ท่าทางโอหังอวดดีมันทำให้อดีตพรานมือฉมังอย่างเขาแค้นเคืองอย่างที่สุด แต่ต้องอดกลั้นเอาไว้ เมื่อมันคืออีกใบเบิกทางสู่มหาสมบัติ รอให้เสร็จงานนี้ก่อนเถอะ จะไม่ให้มันมีโอกาสผยองชูคอได้อีกอย่างแน่นอน

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

22 ความคิดเห็น

  1. #22 onenuengkha (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มีนาคม 2556 / 15:50
    อ่านตอนที่1 ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่ คาดเดา ต่างๆนาๆ ว่าเรื่องมันเกี่ยวกับอะไร
    พออ่านตอนที่2 เจอประโยคนี้ "มนุษย์ดูดเลือด" ..เฮ้ยยย(แปลกใจ ประหลาดใจนิดๆ เรื่องมันซับซ้อนกว่าที่คิดแฮ่ะ)
    ..ศลีนาก็มีรัฐนนท์ ดีแลนก็มีซาลอตเข้ามาเกี่ยวพัน มองเห็นปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆเลยนะเนี่ย ..จะเป็นไงต่อไปน้าา ลุ้นๆ
    เป็นกำลังใจให้คร้าา จุ๊ฟ ^^
    #22
    0
  2. #21 rose2521 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มีนาคม 2556 / 12:53
    โหร้านใช่เล่นนายโรเจอร์ นายโรเจอร์เป็นนักวิทยาศาสตร์เหมือนแม่นางเอก ไม่รู้เลยเหรอว่านางเอกเป็นตัวอันตราย
    #21
    0