ตราบสิ้นดวงหฤทัย (ตีพิมพ์กับ ส.น.พ.อักษรศาสตร์)

ตอนที่ 9 : ราตรีแห่งรัก อัพ100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,073
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    5 ก.ค. 53

ตอนที่ 9 ราตรีนี้มีรัก อัพ100%

 

คำๆนี้ของลาฮาลเฒ่า จะว่าไปก็น่าเขินอายนัก ในเวลาปรกติของคนธรรมดา ถ้าจะมีใครสักคนมาบอกว่า ให้ยินยอมพร้อมใจทอดกาย ให้ชายคนหนึ่งเชยชม ช่างขอร้องกันง่ายดายจริงๆ แต่นี่เขาไม่ได้เป็นคนเดินดินกินข้าวแกง ที่เธอไม่เคยวาดฝันว่าจะได้พบเจอ เจ้าชายสุดหล่อผู้เป็นองค์รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ รองลงมาจากเจ้าชีวิตของซันซีฮา ซึ่งถ้าเขาจะหักหาญน้ำใจ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะเธอเคยเรียนรู้มาว่า อำนาจเหนือแผ่นดิน ในหลายแว่นแคว้น ไม่มีใครกล้าขัดพระประสงค์ของผู้มีอำนาจได้ แต่เขาก็ยังมีความเป็นสุภาพบุรุษ ที่จะพากเพียรวิงวอนเรา ตกลง........นางสาวเวรียา ก็กำลังเล่นตัวอยู่งั้นสินะ........

ลาฮาลจ๊ะ.........ฉันไม่ใช่คนในราชสำนัก เป็นผู้หญิงธรรมดาๆ ที่ไม่รู้ระบบระเบียบอะไรเลย และก็เพิ่งจะพบกับพระองค์ท่าน ฉันเขินอาย ฉันกลัวมากนะ ที่จู่ๆฉันจะไปมีอะไรกับพระองค์ท่าน ถ้าลาฮาลจะเข้าใจคนธรรมดาอย่างฉัน ก็จะรู้ว่าท่านยังเป็นคนแปลกหน้าสำหรับฉัน

ลาฮาลเชยคางเธอขึ้น ยิ้มออกมาอย่างปลอบโยน เพคะ........ลาฮาลเข้าใจแล้วละเพคะ ลาฮาลจะทูลให้ทรงทะนุถนอม ค่อยเป็นค่อยไป อย่ากังวลหวาดหวั่นไปเลยนะเพคะ

โธ่เอ๊ย.........จะพูดไปทำไมมี ไม่ต้องพูดแล้วเวรียา ยิ่งพูดลาฮาลก็ไม่เข้าใจ เพราะแม่นมเฒ่าคงไม่เคยพบคนอย่างเรา ผู้หญิงที่พยายามปฏิเสธ  ก็คงอย่างที่ลาฮาลเอ่ยว่า ผู้หญิงในแผ่นดินซันซีฮา ต่างยอมมอบกายถวายชีวิต แม้แต่พระสนมครีมาผู้เลอโฉม ก็ยังยอมทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้เขาไปร่วมเคียงกาย เรากำลังจะเป็นคนแปลกสำหรับลาฮาล อย่าพูดอะไรเลยดีกว่า ยิ่งพูดยิ่งเข้าตัว ยิ่งเข้าใจผิดไปกันใหญ่ 

เสียงรองเท้าหนักๆเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง และเธอก็แทบจะอ้าปากร้องคัดค้าน เมื่อลาฮาลรีบกราบทูลเป็นภาษาพื้นเมือง

ฝ่าบาทเพคะ พระสนมยินยอมถวายตัวแล้วนะเพคะ พระสนมบอกลาฮาลว่า ยังคงกริ่งเกรง และเขินอายเพคะ

สิ้นคำของลาฮาลที่เธอจำต้องเงียบ และจำต้องกลืนคำคัดค้านลงไปในคอ ใบหน้าร้อนวูบวาบ และก้มหน้าลงซ่อนสายตาและความรู้สึก อย่างเกรงว่าองค์เคมินจะจับได้ แต่เจ้าชายสุดหล่อของเธอ กลับสรวลในลำพระศอหึๆ และรับสั่งกับแม่นม

ลาฮาลเข้าใจผิดอะไรเหรอเปล่า อย่าไปพูดอะไรแบบนั้น เขาจะอายและก็ยิ่งหวาดกลัว และอาจจะคิดว่าว่าฉันกำลังไปบังคับเขานะลาฮาล  ฉันจะให้ความจริงใจกับเขา และให้เขารักฉันเอง ฉันรอเขาได้ ขอบใจนะลาฮาล........

ลาฮาลผู้แสนจะจงรักภักดี เอาใจใส่แม้แต่ความรู้สึก กลัวว่าคนที่เธอรักจะเคร่งเครียด และต้องการหาความสุขทางกายทางใจให้ ช่างน่าสรรเสริญในความอาทร อย่างมอบกายถวายชีวิตนัก ลาฮาลถวายความเคารพและยังส่งสายตาวิงวอน ทอดส่งมาให้เธอ ก่อนจะกลับออกไป

 องค์เคมินยังคงสรวลขึ้นเบาๆ และดำเนินมาประทับนั่งลงข้างกายเธอ ทอดพระเนตรมองหน้าเธอนิดหนึ่ง แย้มสรวลให้ และทรงโอบไหล่เธอเข้าไปกอด ทรงเขย่ากายเธอเบาๆรับสั่งเย้า

ลาฮาลมาบอกอะไรหรือ คุณถึงได้ทำหน้าแบบนี้น่ะ

เปล่าเพคะ

ทรงจับปลายคางเธอเชยขึ้น พร้อมทั้งทอดสายเนตรมองสบตา แย้มสรวลบางๆ เวรียาอย่าอายผมเลยนะ เราสองคนเกิดมาเป็นคู่กัน จะด้วยเพราะโชคชะตาหรืออะไรก็ตาม เราก็ร่วมชะตากรรมเดียวกันแล้ว ถ้าผมตัดสินใจอะไรบางอย่าง ผมก็จะพาคุณไปให้รอดนะที่รัก เราจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน อย่ากลัวเลยนะ

เมื่อรับสั่งจบทรงถอดพระธำมรงค์ ประทานสวมลงบนนิ้วนางข้างขวา แต่ก็สวมไม่ได้เพราะหลวมจนเกินไป และลองสวมให้ทุกนิ้ว และพอดีในนิ้วชี้ของเธอ

สวมไว้ในนิ้วนี้ก่อนก็แล้วกันนะ รับสั่งแล้วทรงจุมพิตลงบนหลังมือเธอเบาๆ รับสั่งขึ้นอีก

            แหวนวงนี้ เป็นแหวนประจำองค์รัชทายาท เป็นตราสัญญลักษณ์ของราชวงศ์ สวมไว้ก่อนนะเวรียา เป็นแหวนที่ผมมอบให้คุณ แทนแหวนแต่งงาน แล้วผมจะหาแหวนวงใหม่ ให้เหมาะสมกับนิ้วมือสวยๆของคุณ พวกราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ของพระมารดาของผม ยังอยู่ในพระตำหนักเย็น ผมยังไม่มีเวลาไปดูเลย ถ้ามีโอกาศเราจะไปดูกันนะที่รัก

แหวนทองคำลงยา มีเพชรเม็ดเล็กๆเรียง เป็นตราสัญญลักษณ์งดงาม และเธอก็เคยเห็นแหวนแบบนี้ในพระองคุลีขององค์สมเด็จฟาฮีลเมื่อคืนวาน ที่ทรงยกถ้วยพระสุธารสชาขึ้นเสวย

จะมิบังควรมังคะ เพราะเป็นแหวนประจำพระองค์นี่เพคะฝ่าบาท ไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องประทานอะไรให้หม่อมฉันหรอกเพคะ

เราสองคนก็เหมือนคนๆเดียวกันแล้ว คุณสวมหรือผมสวมก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ

หรือว่าจะทรงพระปรีชานัก ที่จะทรงใช้จิตวิทยาหว่านล้อม ให้เรามีความรู้สึกว่าทรงจริงจังด้วย ผู้ชายจะเป็นเหมือนกันหมดทุกคนมั้ยนะ ที่ไม่เคยพูดความจริงออกมาทั้งหมด เมื่อแรกรักก็หวานรำพัน บอกถึงความในใจ แต่ซ่อนความขมเป็นพิษร้ายไว้อย่างแนบเนียน ความเจ็บปวดร้าวรานในหัวใจดวงน้อยๆ ยังไม่จางหาย หรือว่าจะต้องเจ็บเจียนตายอีกครั้ง ในเมื่อคราวนี้ไม่มีทางให้หนีไปไหนได้เลย .........

ทำไมต้องคิดมากด้วยล่ะ ชอบคำนวนอะไรในใจงั้นเหรอ สำหรับเคมินผู้ชายคนนี้ เวรียาไม่ต้องคิดนานหรอก ไม่มีเบื้องหลังอะไร จะมีรักเดียวใจเดียว มีราชินีเพียงองค์เดียว ไม่มีสนม นางห้าม หรือนางกำนัลใดๆทั้งสิ้น สัญญาๆๆๆ รับสั่งพร้อมทั้งยกพระหัตถ์ทำท่าปฏิญาน สรวลเบาๆ แบบบุรุษเพศธรรมดา ที่กำลังโอ้โลม

กริยาอาการของเจ้าชายหนุ่ม ทำให้เธอหัวเราะออกมาอย่างขันๆ ในความน่ารักของเขา ก่อนจะเอ่ยเย้า

ทรงกำลังทำเหมือนเด็กวัยรุ่น แรกรักอยู่นะเพคะ

ก็คงจะจริงนะเวรียา ผมไม่เคยมีโอกาส ได้ทำอะไรแบบนี้กับใครเลย เรียนหนักและก็ทำงานหนัก จนไม่มีเวลาให้ตัวเอง และก็ยังต้องอยู่ในกรอบมาตลอดเวลา ตอนแรกรุ่นก็มีลาฮาลคอยดูแล กำกับไม่ให้ออกนอกกรอบ ไม่ให้มีอะไรกับใคร เพราะกลัวว่าจะไม่ไปเรียนหนังสือ คงกลัวผมติดเซ็กส์น่ะ เวลาไปอยู่ต่างประเทศ ก็มีราชองครักษ์คอยดูแล กลัวจะไปคว้าใครมา เคมินช่างน่าสงสารมากนะเวรียา รับสั่งเล่าและอ้อนในตอนท้าย

น่าสงสารมากเพคะ เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชด

ทรงตีขลุมอย่างชาญฉลาดเข้ากอด สองพระหัตถ์ประคองแก้ม ประทับริมพระโอษฐ์ลงบนกลีบปากเธออย่างจู่โจม หญิงสาวตกใจรีบดันพระอุระออก

เวรียาเห็นใจเคมิน สงสารเคมินจริงๆแล้วใช่มั้ย

ฝ่าบาท........อย่ามาทำเนียนกับหม่อมฉันนะเพคะ ทรงฉวยโอกาส หม่อมฉันไม่ได้เห็นพระทัยเสียหน่อย และก็ไม่เชื่อในรับสั่งสักนิด

ทรงทอดพระวรกายลงบนโซฟา หนุนพระเศียรลงบนตักเธอ หลับพระเนตรนิ่งๆ รับสั่งรำพึงรำพัน เคมินจะทำยังไงดีน๊า........เริ่มจะจนปัญญา ที่จะทำให้สาวน้อยเวรียาเชื่อได้ วันนี้ผมก็ไปขอพระบรมราชานุญาติเจ้าพี่อภิเษกมาแล้ว เวรียายังไม่เชื่อใจอีกเหรอ จะให้ทำอะไรอีกล่ะ

ฝ่าบาททรงทราบประวัติชีวิต ของหม่อมฉันดีไม่ใช่เหรอเพคะ หม่อมฉันไม่อยากเจ็บปวดเจียนตายเพราะรักอีกมังคะ เสียงกราบทูลเครือขึ้นน้อยๆ 

เวรียาตกใจที่เจ้าชายหนุ่มลุกขึ้นและรวบร่างเธอเข้าไปกอด ลูบหลังให้อย่างปลอบโยน เวรียาให้อภัยกับการตัดสินใจที่ผิดพลาดของตัวเองเสียนะ มอบโอกาสและความหวังใหม่ ให้กับตัวเองอีกสักครั้ง ดังท้องฟ้ายามสายที่เมฆหมอกได้จางลง และคุณก็จะพบแสงอาทิตย์ที่ส่องสว่างอีกครั้ง ผมจะเป็นแสงอาทิตย์ให้กับชีวิตคุณตลอดไปนะเวรียา

รับสั่งนั้นซาบซึ้งลงไปถึงก้นบึ้ง ของหัวใจที่บอบช้ำของเธอ ความอ้างว้างเดียวดาย ที่มีชีวิตอย่างโดดเดี่ยว และยังความอับอายผิดหวัง ที่เธอเคยคิดว่าคงไม่มีอะไรในโลก จะเยียวยาความเจ็บนี้ได้ แต่คำประโลมใจดังน้ำทิพย์ ที่หลั่งลงมาราดรดบนบาดแผล ถึงจะแสบร้อนแต่มันก็ค่อยๆซึมลงรักษา น้ำตาแห่งความสะเทือนใจรินพรากลงทันที พร้อมกับเสียงสะอื้นเบาๆ

เวรียาบางครั้งแผลร้ายก็ต้องผ่าตัด ไม่ใช่เยียวยาให้มันเรื้อรัง ผมรู้ทุกอย่างในเรื่องของคุณ และมันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมสงสารคุณมาก คุณไม่มีพ่อแม่ เราเหมือนกันตรงนี้  ผมถึงได้เข้าใจในความรู้สึกของคุณดี เราจะมีกันและกัน เป็นเพื่อนปลอบใจกันไงล่ะ

คำรับสั่งจี้จุดบอดในชีวิต ที่ทำให้เวรียาต้องสะอื้น ชีวิตที่หมดบุพการีทั้งคู่อย่างกระทันหัน ในขณะที่ยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย แทบทำให้เธอเรียนไม่จบ เคว้งคว้างเดียวดาย และเมื่อต้องกลับมาเมืองไทย เมื่อเรียนจบเพื่อรับมรดกเป็นเงินก้อนเล็กๆของบิดามารดา เธอจึงมีชีวิตอยู่อย่างอ้างว้าง และเมื่อพบกับภาษิต สุภาพบุรุษที่มาให้ความหวังอันเรืองรอง และเขาก็ดับมันด้วยมือของเขาในวันแต่งงาน ชีวิตเธอจึงมืดมนลงอีกครั้ง เพราะการตัดสินใจอย่างใจเร็วด่วนได้เกินไป

ร้องไห้ให้กับอดีต และยิ้มรับกับอนาคต ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นสิเวรียา ผมเคยทำอย่างนั้นนะ รับสั่งและใช้ริมพระโอษฐ์จุมพิตซับน้ำตาบนแก้มประทานให้

ทำให้เวรียานิ่งคิด........อนาคตไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ ใช่สิ.......จะเกิดอะไรขึ้น ก็ไม่มีทางเลือกหรอก และก็ไม่มีเวลาให้ยื้อไปได้นานนัก จะวันไหนๆนับจากนี้ ก็ต้องพึ่งพิงบุรุษหนุ่มผู้สูงศักดิ์ผู้นี้ เขาจะเป็นแสงอาทิตย์หลังจากหมอกจางลง ช่างเป็นคำเปรีบเทียบ ที่คล้ายกับที่คนไทยบอกว่าฟ้าหลังฝนสินะ ถ้าจะต้องถวายตัวก็คงต้องทำตามพระประสงค์ จะวันนี้หรือวันไหนก็ไม่ต่างกันหรอก.........

หลังพระกระยาหารค่ำบนโต๊ะเสวย บนพระตำหนักใหญ่ ที่องค์หญิงฮาน่ารับสั่งชวนให้อยู่ด้วย แต่ลาฮาลเฒ่า เหมือนจะรู้เห็นเป็นใจ ทูลให้รีบกลับไปทรงพักอิริยาบท ด้วยอ้างว่าวันนี้อากาศเย็นมาก และองค์ฮาน่าต้องบรรทมแต่หัวค่ำ เกรงว่าจะทรงประชวร องค์หญิงพระองค์น้อยจึงออกฤทธิ์ทันที ทรงโผเข้ากอดองค์เคมินไว้แน่น

ไม่ๆๆๆๆหญิงจะอยู่กับเด็จอา นะเพคะเด็จอา นะเพคะ

อาไปส่งที่ห้องทมดีกว่านะเพคะ อย่าทรงดื้อนะเพคะ พรุ่งนี้อากับพระสนม จะมาเล่นด้วยนะเพคะ

รับสั่งปลอบโยนพระนัดดา และทรงอุ้มองค์หญิงฮาน่าไว้ในอ้อมพระกร และทรงหันมาคว้าข้อมือเธอพาขึ้นบันไดไปบนห้องบรรทมขององค์หญิงทันที เวรียาเห็นท่าทางอ่อนโยน ที่ทรงห่มผ้าประทานให้พระนัดดาพระองค์น้อย ทอดพระวรกายเอนลงข้างๆ จุมพิตบนพระนลาฎเบาๆ ทำให้เวรียาต้องอมยิ้ม กับความน่ารักอ่อนโยนขององค์ชายเคมิน ที่ทรงปฏิบัตต่อพระนัดดา เหมือนดังเป็นพระธิดาของพระองค์เอง ใจของสาวน้อยเวรียายวบอ่อนลง และกลับหวิวไหว เมื่อทอดสายพระเนตรมองมาที่เธอ บอกความในพระหทัย และเหมือนจะทรงเว้าวอนอยู่ในที

 

ราตรีนี้ช่างแสนงดงาม หวานไหว เมื่อดำเนินพาเธอลงมาเดินเล่นในอุทยาน ดอกไม้หลายชนิดที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยามค่ำคืน ทำให้ความรู้สึกเหมือนได้ เดินอยู่บนสรวงสวรรค์ โคมไฟในสวนสวย สาดแสงเรืองรอง ตัดแสงผ่านสายหมอกบางๆ บนแผ่นหินที่ทอดเป็นทางเดินเล็กๆ ที่คดเคี้ยวไปในอุทยาน สุดปลายทางที่ซุ้มทรงหกเหลี่ยม รูปแบบหรูหรางดงามอลังการ สมกับที่ได้ถูกประดับ ไว้ในอุทยานหลวงฝ่ายหน้า อ้อมพระกรแข็งแรงโอบเอวเล็กคอดไว้ ดำเนินพาก้าวเข้ามาภายในซุ้ม ซึ่งประดับโคมไฟระย้า ส่องแสงมลังเมลือง มีเก้าอี้สีขาวตัวยาวโครงเหล็กที่รองรับ แกะสลักลวดลายอ่อนหวาน เป็นสีทองสวยหรู  วางประดับไว้โดยรอบ กลางซุ้มประดับอ่างน้ำพุเล็กๆสีขาว พร้อมกับรูปปั้นเปลือยของคิวปิดในอ่างน้ำพุ ที่มีน้ำไหลรินออกมาจากคนโทในมือ

 อากาศคืนนี้ไม่ได้หนาวเหน็บเช่นคืนวาน แต่ก็เย็นเยือกพอสมควร เสียงแมลงกลางคืนขับขานเพลงธรรมชาติอยู่ตามสุมทุมพุ่มไม้ ที่มีแสงไฟดวงเรืองๆ ซ่อนไว้อย่างงดงาม เสียงขับกล่อมพงไพร ของพวกมันช่างไพเราะน่าเพลินฟัง ที่นี่งดงามอย่างที่เธอไม่เคยเห็น ความงดงามโรแมนติคแบบนี้ที่ไหน เปรียบดังสวรรค์บนดินสินะเวรียา........เธอบอกกับตนเอง เมื่อเจ้าชายทรงโอบเอวเธอให้นั่งลง บนม้ายาวภายในซุ้มสวย ทั้งคู่ดื่มด่ำกับบรรยากาสงดงาม หัวใจหวานหวาม อุ่นไอรักดังได้เปิดประตูหัวใจให้แก่กัน แทบไม่มีคำพูดใด ต้องกล่าวแก่กันอีก พระหัตถ์ทั้งสองประคองแก้มนวล เพื่อที่จะให้เธอได้สบเนตรด้วย และต่างก็ทอดสบตากันนิ่งนาน ดังจะถ่ายทอดกระแส ความในหัวใจให้อีกฝ่ายได้รับรู้ พระพักตร์คมสัน ต่อยโน้มลงจดริมพระโอษฐ์ ลงบนกลีบปากสวย ไม่ได้ทรงบดขยี้ แต่เพียงประทับบดเบียดเบาๆ ด้วยอารมณ์หวานไหว และเธอก็รับรอยจุมพิตนั้น ด้วยดวงตาที่หลับพริ้ม ดังตกอยู่ในภวังค์อันแสนสุข

เวรียาไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเธอหวั่นไหว จนใจเต้นระทึกกับความสนิทเสน่หา ที่ทรงประทานให้ เป็นความพยายาม ที่จะให้เธอยินย้อมพร้อมใจสินะ แล้วเราพร้อมแล้วงั้นหรือ.........ถ้าจะปฏิเสธล่ะ จะรับสั่งถามความสมัครใจก่อนมั้ยนะ ครั้งหนึ่งเราก็เคยคิดแบบนี้ และเขินอายตัวเองนัก แต่วันนี้กลับพรั่นพรึง หวาดหวั่น คงจะด้วยไม่มั่นใจกับทุกอย่าง มันรวดเร็วจนเหมือนตกอยู่ในความฝัน

อ้อมกอดอุ่นในอ้อมพระกร สุรเสียงรับสั่งอยูที่ริมแก้ม ดังจะทรงล่วงรู้ความคิดของเธอ แผ่วพร่า เวรียา.......ความรักไม่ได้ต้องการเวลา ให้มาบงการตัดสินกีดกั้นเรา  ความรักไม่ได้เดินทาง มากับเข็มนาฬิกา ความรักมาจากหัวใจสองดวง ที่เปิดรับกันมิใช่หรือ อย่าให้สิ่งใดในหัวใจที่เคลือบแคลง มาปิดกั้นเราไว้เลยนะที่รัก

หม่อมฉันไม่คิดว่า สิ่งที่กำลังเกิดอยู่ในขณะนี้ เป็นความรักเพคะ เวลาสำคัญมากกับการตัดสินใจของผู้หญิงนะเพคะ หม่อมฉันลงโทษตัวเองเสมอมา ที่ใจเร็วเกินไปกับการตัดสินใจ เรื่องของความรักในอดีต และครั้งนี้ยิ่งกว่าพายุที่พัดผ่าน ทั้งรวดเร็วรุมเร้า จนไม่อาจจะได้มีเวลาคิด หม่อมฉันเหมือนตกอยู่ในความฝัน จนแทบจะแยกไม่ออก ว่าสิ่งใดเท็จสิ่งใดจริง เธอทูลตอบทั้งที่แก้มตนเอง ยังแนบอยู่กับพระปราง

ผมอาจจะพูดเหมือนผู้ชาย ที่เห็นแก่ตัวก็ได้นะเวรียา แต่สักวันหนึ่งคุณจะรู้ว่าทำไมผมจึงเร่งรัด

รับสั่งบอกเหตุผลสิเพคะ หม่อมฉันอยากรู้วันนี้เพคะ เธอกระซิบถามเสียงหวานแผ่ว

ผมบอกก็ได้นะเวรียา........เพราะไม่มีอะไรแน่นอน สำหรับชีวิตเราสองคนอีกแล้ว พรุ่งนี้เราอาจจะต้องรอนแรมหนีไปด้วยกัน ผมไม่ต้องการให้ครั้งแรกของเรา เกิดที่กลางป่า กลางเขา หรือในกระท่อม เพราะผมรักคุณมากนะ ผมโทษตัวเองอยู่ตลอดเวลา ที่พาคุณมาที่ซันซีฮา และต้องมารับเคราะห์กรรมร่วมกับผม โดยที่คุณไม่รู้อะไรด้วยเลย

รับสั่งบอกความในพระทัยตรงๆ ที่ทำให้เธอซาบซึ้ง ซึมซาบลงในหัวใจ และกระชับแขนของตนเองโอบกระชับ องค์รัชทายาทหนุ่มผู้แสนอาภัพไว้แน่น ชะตาชีวิตของคนสองคน ที่เผอิญโคจรให้มาพบกัน และต้องร่วมเป็นร่วมตาย จนกว่าจะหนีไปให้พ้น จากพระราชอำนาจงั้นหรือ

เวรียา........คุณจะต้องเข้มแข็ง กล้าตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด เราอาจจะต้องเป็นกบฎ เราจะไปที่แคว้นไรซีฟานด้วยกัน เราอาจจะเข้าครองแคว้นนั้น  ซึ่งท่านแม่ทัพได้ทูลเชิญผมไว้ เพราะทางหัวเมืองไม่พอใจ ที่เจ้าพี่ทรงปลดผมจากผู้บัญชาการทหาร และแต่งตั้งให้เสนาธิการฟาร์บี มีอำนาจทางทหารแทน ข่าวนี้มีมาตั้งแต่ผมยังไม่ได้กลับมาถึงซันซีฮานะเวรียา

เวรียาเพียงนิ่งคิดตามรับสั่งเงียบๆ ทรงเชยคางเธอขึ้น เวรียา.......ไปเป็นราชินีแห่งไรซีฟานเถอะนะ

แล้วฝ่าบาททรงตัดสินพระทัยแล้วใช่มั้ยเพคะ

ผมเพียงรอดูเหตุการณ์บางอย่าง ผมขอพระบรมราชานุญาติขออภิเษก ก็ดูเหมือนจะทรงบ่ายเบี่ยง และพระสนมครีมาก็พยายามบีบคั้นผมทุกอย่าง ที่จะให้ผมล้มราชบัลลังค์ และขอครองราชย์คู่กับผม ขณะนี้ผมคงต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง แต่ผมไม่ต้องการทำร้ายเสด็จพี่ ผมทำไม่ได้ ถ้าใครจะกบฎและปลงพระชนม์พระองค์ท่าน ก็สุดแล้วแต่ดวงพระชะตา  และอีกประการหนึ่งก็คือ ถ้าผมยอมผมก็จะตกอยู่ในอำนาจของ เสนธิการฟาร์บี ครีมาจะต้องฆ่าคุณ ผมจะทนได้หรือ เพราะฉะนั้นก็คงมีทางเดียว คือต้องหนีไปไรซีฟาน ที่ผมลังเล ก็เพราะสงสารคุณ แต่ถ้ารอช้าฤดูหนาวมาเยือน หิมะตกก็จะยิ่งลำบาก ตอนนี้ทหารของผม เพียงรอคำสั่งอยู่ที่หัวเมืองเท่านั้น ทรงเปิดเผยความในพระทัยถึงแผนการออกมา ซึ่งมันเป็นแผนเพียงบางส่วนเท่านั้น

เวรียามีสายตาที่ตระหนกขึ้นน้อยๆ ทั้งที่พอจะรู้มาบ้างแล้ว จากที่รับสั่งกับลาฮาล ทำให้องค์เคมินที่ทอดสายพระเนตรมองหน้าเธอ รีบรับสั่งปลอบโยน

  เวรียาอย่ากลัวนะ ผมกำลังวางแผนการณ์ ร่วมกับหน่วยใต้ดินของผม ผมเพียงกะถึงแผนการณ์ไว้ เราต้องตระเตรียมทุกอย่างให้พร้อม ก่อนที่จะทำการใด อย่ากลัวเลยนะที่รัก ทรงโอบกอดเธอไว้แน่นกับพระอุระกว้าง พระหัตถ์หนาทรงไล้บนแผ่นหลังอย่างปลอบขวัญ

อากาศเย็นลงมากแล้วละเวรียา กลับเข้าตำหนักเถอะนะ

รับสั่งพร้อมกับโอบประคองกายบางไว้ในอ้อมพระกร ดำเนินช้าๆพาเธอกลับมาที่พระตำหนัก ไฟในเตาผิงถูกจุดถวายรอไว้ให้แล้ว ลาฮาลเฒ่ามาตระเตรียมทุกอย่างไว้ล่วงหน้า และเมื่อดำเนินเข้ามา ก็กระซิบความกราบทูลอะไรกับองค์เคมิน ที่เธอไม่ได้ยิน ด้วยเธอรีบเดินมาที่หน้าเตาผิง ด้วยรู้สึกหนาวจนจับขั้วหัวใจ องค์เคมินพยักพระพักตร์น้อยๆ อย่างทรงรับรู้รับทราบ ลาฮาลถวายความเคารพก่อนจะกลับออกไป และยังเหลือบแลมาที่เธอ ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ ทำให้เธอยิ้มเยือนบางๆตอบ

องค์เคมินทรงล๊อคประตูอย่างแน่นหนาอีกครั้ง ก่อนที่จะดำเนินมาประทับนั่งข้างเธอ ที่กำลังนั่งใจเต้นไม่เป็นส่ำ ไม่แน่ใจว่าตกลงแล้ว เรากำลังจะต้อง.........

ความคิดสะดุดหยุดลง เมื่อพระหัตถ์หนาประคองแก้มเธอไว้ ประทับริมพระโอษฐ์ลงบดเบียด และครั้งนี้เหมือนจะรุกรานกระชั้นขึ้น จะไม่มีปาฏิหาริย์ใดอีกแล้วใช่มั้ยเวรียา หรือนี่คือปาฏิหาริย์ ที่ชะตาชีวิตได้บันดาลให้แล้ว พระหัตถ์ทาบบนแผ่นหลังประคองให้เธอเอนกายลง พระวรกายหนาลุกโลมโถมทาบ กายบางสั่นระริก สมองตื่นเพริดสับสน  ปลายลิ้นเธอถูกรุกล้ำ ตวัดหวานอย่างทรงเชี่ยวชาญ ที่จะทำให้ธรรมชาติในกายของเธอร้อนเร่ายอมรับ มือบางเลื่อนไล้ขึ้น ในสมองที่คิดว่าจะดันร่างหนาออก แต่ทำไมจึงเพียงทาบทาลงบนพระอุระ และรับรู้ว่าพระหทัยของเจ้าชายเคมิน เต้นถี่แรงไม่แพ้หัวใจดวงน้อยของเธอ กายเธอยอมพ่ายแพ้ อำนาจทางธรรมชาติในกายสาว ที่วูบวาบร้อนพร่าง ด้วยเลือดที่ฉีดแรงไปทั่วทั้งกาย

อ้อมพระกรที่ทรงแข็งแรง ช้อนกระหวัดร่างบาง พาดำเนินขึ้นบนห้องบรรทม วางกายบางลงที่นอนหนานุ่ม พระวรกายที่โถมทาบ จนที่นอนยวบลง อากาศภายในห้องบรรทม สุดหรูสุดสวยได้ปรับอุณหภูมิไว้พอดี กลิ่นหอมยวนใจ จากอะไรสักอย่างอวลกรุ่น เหมือนจะเพิ่มบรรยากาสในขณะนี้ ให้มีมนต์ขลังแห่งเพลิงพิศวาท ในทุกอณูของลมหายใจ เหมือนกับลาฮาลเฒ่า ได้เข้ามาตระเตรียมถวายไว้ให้ ในระหว่างที่ดำเนินพาเธอไปชม ความงดงามยามราตรี ในอุทยานหลวง รับสั่ง.........ที่บอกว่า ครั้งแรกที่ทรงประทานรักให้เรา น่าจะเป็นที่นี่ ที่ไม่ใช่กลางป่าเขา เพราะพรุ่งนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอน ช่างเป็นรับสั่งที่ตรงไปตรงมา และทำให้วาบหวามลงไปถึงกลางใจ

เสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมอยู่ ถูกปลดเปลื้องออกจากร่างบาง ในขณะที่ยังประทับจุมพิตริมพระโอษฐ์บดเบียดไว้ไม่สร่างซา เหมือนจะไม่ให้เธอได้มีโอกาสได้ทันคิด กายแนบพระวรกายกายอุ่น และเป็นเนื้อแนบเนื้อ เมื่อไร้อาภรณ์ใดๆ ร่างบางอ่อนระทวยลงกับแรงปรารถนา ที่เปรียบประดุจเพลิงผลาญ ในกายหนาที่ลุกโชน สมองของสาวน้อยไม่อาจบังคับบัญชาตนเองได้ เมื่อธรรมชาติในกายเธอ ยอมจำนนลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

948 ความคิดเห็น

  1. #301 aoistar (@pharahoo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2553 / 23:14
    น่ารักเกินไปแล้วเจ้าชาย..คนอะไรโรแมนติกที่สุด
    #301
    0
  2. #138 SN piercensean (@piercensean) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2553 / 02:28
    Oh!!! I will give everything to him too ka  
    #138
    0
  3. #133 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2553 / 15:22
    วีรียาอ่อนยวบเลยเจอเจ้าชายหวานซะขนาดนี้
    #133
    0
  4. #132 sweethoney (@puenggang) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2553 / 19:47

    ถ้าผึ้งเป็นเวรียาคงจะละลายทุกครั้งที่องค์ชายเคมินรับสั่งเป็นแน่แท้ ช่างออดช่างอ้อนซะเหลือเกิน ^^

    #132
    0
  5. #131 tungkn4841 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2553 / 19:20


    สุดท้ายเวรียาก็ไม่สามารถฝ่าฝืนพรหมลิขิต ....เจ้าเคมินหวานมาก ๆๆ ท่านทรงมีความคิดที่เป็นของตนเอง

    รอไรเตอร์มา up ตอนต่อไป
    #131
    0
  6. #130 : นุช (@nutchara) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2553 / 19:10
    เฮ้อ ในที่สุดก็แพ้ความหวานของเจ้าชายแล้วซิเรา 
    อ้าว ไม่ใช่เรา เวรียาตะหาก อิ อิ เขินจัง
    #130
    0
  7. #128 sazamp (@nakrobkung) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2553 / 01:15
    น่ารักกก
    เจ้าชายน่ารักที่สุดเลย คนอะไรก้ไม่รู้ ปากหวาน
    รอพี่บุษมาอัพค่า
    #128
    0
  8. #125 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2553 / 16:59
    คู่นี้จะเป็นอย่างไรต่อไปนะ
    #125
    0
  9. วันที่ 4 กรกฎาคม 2553 / 16:09
    จะถวายตัวช้าหรือเร็วก็ต้องมีวันนั้นอยู่ดี

    หรือเธอจะยอมตายเพราะไม่อยากอยู่กับคนที่ไม่ได้รัก

    เฮ้อ  มันคือโชคชะตาหรือเวรกรรมนะ

    ถ้ามีความสุข  สิ่งนี้อาจเรียกว่าโชคชะตาก็ได้
    #124
    0
  10. #121 f-e-e-f-e-e (@f-e-e-f-e-e) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2553 / 14:13
    คู่นี้น่ารักจริง ๆ เลยค่ะ..
    ชอบมาก ๆ ..
    #121
    0