ตราบสิ้นดวงหฤทัย (ตีพิมพ์กับ ส.น.พ.อักษรศาสตร์)

ตอนที่ 12 : ความรู้สึกที่เรียกว่ารัก อัพ100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,981
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    14 ก.ค. 53

ตอนที่ 12 ความรู้สึกที่เรียกว่ารัก อัพ100%

หญิงสาวร่างอวบอัด ร่ำไห้กระซิกโผเข้ากอดข้อพระบาท(ข้อเท้า)ไว้ แนบแก้มและจุมพิตลงบนฉลองพระบาท(รองเท้า) เงยหน้าขึ้นเอ่ยรำพัน ทั้งน้ำตาที่รินพราก

ทรงเฆี่ยนตีครีมา ให้ตายคาพระหัตถ์เลยสิเพคะ เพราะครีมายอมถวายชีวิต ถวายหัวใจไว้ใต้เบื้องพระบาทแล้วนี่เพคะ พระแสงปืนของฝ่าบาท ก็ย่อมปลิดชีวิตครีมาได้นี่เพคะ เพราะชีวิตของครีมาไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว ฮือๆๆๆ

ครีมา.......เจ้าไม่จำเป็นต้องท้าเราหรอก เราจะให้พระเจ้าลงโทษเจ้า ในสิ่งที่เจ้ารู้แก่ใจดี ว่าเจ้าทำอะไรไว้บ้าง เรายืนยันคำเดิม ไม่ต้องมาถามอะไรอีก และอย่าคิดเรื่องที่เราจะส่งเวรียากลับเมืองไทย เจ้าจำไว้ว่า เรารักผู้หญิงคนนี้ และจะแต่งงานกับเธอให้ได้ ไม่ว่าเจ้าจะขัดขวางยังไงก็ตาม ปล่อยเรา........ รับสั่งด้วยสุรเสียงหนักแน่นจริงจังนัก เช่นเดียวกับสีพระพักตร์ที่เรียบเย็น  

หม่อมฉันรู้ว่าฝ่าบาท ทรงคิดที่จะหนีใช่มั้ยเพคะ อย่าทรงแม้แต่จะคิด ครีมาไม่มีวันยอมให้ฝ่าบาทหนีครีมาไปไหน และในที่สุดฝ่าบาทจะต้องเป็นของครีมา

 เธอเงยหน้าขึ้นกราบทูล ด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียมอย่างถือดีนัก องค์เคมินปรายสายเนตร มองหน้าครีมา ทรงนึกอยากจะประทุษร้ายเจ้าหล่อน ให้สาสมกับความผิดที่ครีมาก่อ แต่ในพระชนม์ชีพ(ชีวิต)ไม่เคยทำร้ายสตรี ทำให้ทรงอัดอั้นพระทัย และทรงนึกรังเกียจสองมือของเธอ ที่กอดข้อพระบาทไว้แน่น

รับส่งตวาด เจ้าอย่าคาดเดาอะไรเลยครีมา เรารู้ว่เจ้าใช้ความพยายามทุกทางอยู่แล้ว ที่ต้องการเพียงแค่เอาชนะเรา ถ้าเจ้าชนะแล้ว คิดว่าจะได้อะไรจากเรางั้นหรือ  อาจจะได้แค่วิญญาน หรือร่างกายที่ปราศจากหัวใจเจ้าพอใจเช่นนั้นเหรอ  ปล่อยเรา........

ฮือๆๆๆ ฝ่าบาท........ได้ทรงโปรดเถอะเพคะ อย่าทรงตัดรอน ให้หัวใจรักของครีมา มีความแค้นที่มากไปกว่านี้เลย ฝ่าบาทก็ทรงทราบว่าบัดนี้ครีมา ทำได้ทุกอย่างที่อยากจะทำในซันซีฮา

เจ้าอย่ามาขู่เรา และจำไว้ว่าถ้าเจ้าคิดปลงพระชนม์เสด็จ เราจะไม่มีวันให้อภัยเจ้า และจงคิดไว้ว่าความจงรักภักดีที่พสกนิกร ยังมีล้นเปี่ยมในพระองค์ และองค์รัชทายาท บางที.......อาวุธก็อาจจะทำลายได้เพียงชีวิต แต่ทำลายหัวใจ และความจงรักภักดีไม่ได้ ให้เจ้าล้มราชบัลลังค์ เพื่อตั้งตัวเป็นราชินี ปกครองแผ่นดินนี้ เจ้าก็จะหาความจงรักภักดีไม่ได้จากพสกนิกร เพราะเจ้าไม่ได้เคยลงทุนอะไรไว้ และหวังแต่เพียงผลกำไรเท่านั้น เราคิดว่าเจ้าคงไม่โง่เกินไปหรอกนะที่คิดแบบนั้น องค์เคมินรับสั่ง ประทานความคิดกับครีมา เพราะหวั่นเกรงว่าเธอจะคิดการใหญ่ มากไปกว่านี้

  เสียงเครื่องรับภายใน บนโต๊ะทรงงานดังขึ้น ครีมาจึงจำต้องปล่อยข้อพระบาท ทรงกดเครื่องรับ เสียงกราบทูลดังเข้ามา เป็นภาษาอังกฤษ กระหม่อม.......ขณะนี้สมุดบัญชี ได้ตรวจตราเรียบร้อยแล้ว พระเจ้าค่ะ คำกราบทูลที่องค์เคมินรอคอย เป็นโค๊ดลับที่ทรงพอพระทัย รับสั่งตอบเรียบๆกลับไป

ขอบใจ.........แล้วเราจะตรวจในภายหลังอีกครั้งหนึ่ง  

องค์เคมินรับสั่งขึ้นกับครีมา ด้วยพระสุรเสียงที่อ่อนลง โทษหนักของเจ้าในวันนี้ เราอภัยโทษให้เจ้านะ ครีมา กลับไปเสียเถอะ กลับไปคิดทำความดี ทำสิ่งที่ถูกต้องก่อนที่จะสาย อีกไม่นานเจ้าก็จะได้เป็นราชินีของซันซีฮา คนเราได้อย่างก็เสียอย่างไม่มีใครได้อะไรทุกอย่างหรอก และจำไว้ว่าเราได้เตือนเจ้าแล้วนะ

พระสนมครีมาหมอบกราบ และค่อยๆลุกขึ้นยืน กราบทูลด้วยเสียงที่สั่นเครือ ยกผ้าขึ้นซับน้ำตาบนแก้ม ดวงตาที่ทอดมององค์เคมิน มีทั้งรักทั้งเสียใจที่มากมายนัก และที่สุดก็เชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี  ด้วยสีหน้าที่มาดมั่นแต่ริมฝีปากสวยสั่นระริก เสียงเธอสั่นเครือ

หม่อมฉันไม่ต้องการอะไร  มากไปกว่าฝ่าบาทเพคะ และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หม่อมฉันต้องได้พระองค์ และไม่มีวันเปลี่ยนใจ หม่อมฉันทูลลา

 เวรียารู้สึกเศร้าสะเทือนใจ เหมือนได้ดูภาพยนตร์ในฉากเศร้า ที่หญิงหนึ่งมอบหัวใจให้กับชายที่เธอรัก อย่างสุดหัวใจ และหมายมั่นในตัวชายหนุ่ม  แต่ชายหนุ่มไม่มีแม้ความปรานี ให้เธอเลยแม้เพียงน้อยนิด จนสีหน้าของเวรียาเศร้าสร้อยลง

แต่เธอก็แทบจะสะดุ้ง เมื่อครีมาสะบัดสายตามามองเธอนิ่ง เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ไฟริษยาอาฆาต อันน่ากลัวลุกโชน อกสะท้อนถี่แรง กำมือทั้งสองข้างไว้แน่น และเวรียาก็รู้ว่า ถ้าครีมาสามารถเข่นฆ่าเธอ ได้ในขณะนั้น เธอคงไม่มีทางรอด

รับสั่งตวาดก้องขึ้นอีก เมื่อทรงเห็นอากัปกริยาอาฆาตมาดร้าย  กลับออกไป

ครีมาสะบัดหน้ากลับ ก้าวเดินตัวตรง เชิดหน้าขึ้นเดินออกไป  องค์เคมินดำเนินมาประทับนั่งลงข้างเธอ  ทรงเชยคางเธอขึ้น จุมพิตลงบนเปลือกตาเธอเบาๆ

ทำไมทำหน้าอย่างนี้ล่ะที่รัก ดวงตาสวยๆของคุณเศร้ามากเลยนะ  

หม่อมฉันคิดว่า เธอรักฝ่าบาทมากนะคะ มากเหลือเกิน มากจนน่ากลัว

ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะ คุณพูดเหมือนกับฟังภาษาของเราออก รู้เหรอว่าครีมาพูดว่ายังไง ไหนบอกสิที่รัก รับสั่งพร้อมทั้งทอดเนตรมองหน้าเธอ เหมือนจะทรงค้นหา

เวรียาใจหายวูบ รีบซ่อนสายตาหลุบลง ที่เธอเกือบจะเผลอตัว ยังไงก็ให้มันเป็นความลับไปก่อนดีกว่า ทำให้เธอรีบกราบทูล

  ไม่ต้องฟังรู้เรื่องก็พอจะเดาออกเพคะ สายตาเธอบอกถึง ความรักที่เปี่ยมล้นในหัวใจ เธอแสดงความปรารถนาในฝ่าบาท จนน่ายกย่องไม่ใช่เหรอเพคะ

หึๆๆเวรียา........คนๆนี้ไม่ได้รักใครหรอก เขารักตัวเองมากกว่า เขาถวายตัวทำไมล่ะ ถ้ารักผมน่ะ ก็เพียงเพื่อให้พ้นผิดที่ทำร้ายองค์หญิงฮาน่า มันเป็นผลจากการกระทำของเขาเองไม่ใช่เหรอ ผมรักองค์หญิงฮาน่า สงสารพระองค์ที่ทรงกำพร้า ไม่มีผู้ใดเหลียวแล ถ้าเขารักผมเขาก็ต้องรัก คนที่ผมรักด้วยสิ คุณรู้มั้ยว่าครีมาทำร้ายพระองค์ เจ้าหญิงองค์น้อยๆที่ขณะนั้นมีพะชนม์ แค่สามชันษา จนพระเพลาหักและต้องทรงพิการ  ผมเกลียดครีมาเกลียดจนจับจิตจับใจ......... รับสั่งความในพระทัยออกมาอย่างชัดเจน ประกายชิงชังในดวงเนตรในขณะรับสั่งวาววับขึ้น

เวรียาเข้าใจแล้วเพคะ มีงานอะไรที่จะให้หม่อมฉันทำมั้ยเพคะ เรามาทำงานกันไม่ใช่เหรอ เธอทูลถามเพื่อทำลายบรรยกาศ อันเคร่งเครียดลงด้วยรอยยิ้ม

เวรียา.........เราจะต้องกลับไปที่ตำหนัก ทุกอย่างที่เราทำในขณะนี้ เป็นเพียงการแสดงพลังของฝ่ายพลเรือนเเท่านั้น เพื่อที่เขาจะไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่านี้ ผมเป็นห่วงองค์หญิงและเสด็จพี่ เราต้องไปแล้วละ เพราะบางอย่าง เราทำสำเร็จแล้วไปเถอะ.........

รับสั่งจบดำเนินไปที่โต๊ะทรงงาน กดเครื่องรับภายใน รับสั่งว่าจะเสด็จกลับ เพียงครู่ทหารหน้าประตูเปิดเข้ามากราบทูลเชิญ เมื่อดำเนินออกมาถึงหน้าห้องทรงงาน ทรงหยุดดำเนิน มีรับสั่งถามกับทหารรักษาพระองค์

พวกเจ้ามีโทษถึงประหาร ที่ปล่อยให้คนที่เรายังไม่อนุญาตเข้าพบ วันนี้พวกเจ้ากลัวตาย กลัวพวกกบฎและหมดความจงรักภักดี ในเราแล้วใช่หรือไม่

ทหารสองนายก้มหน้าลงเงียบ กับคำถามที่กินใจ เวรียาเห็นน้ำตาของพวกเขา หยดลงสู่พื้น องค์เคมินทรงประทับยืนนิ่งๆอยู่ชั่วครู่ ถอนพระหทัยยาว ทรงรับทราบว่าทหารชั้นผู้น้อย จำยอมต้องทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ตามระเบียบวินัย และพระองค์ไม่มีอำนาจทางทหาร ที่จะทรงช่วยอะไรใครได้  

ดำเนินพาเธอกลับลงมาชั้นล่าง เหล่าข้าราชบริพารตั้งแถวเพื่อส่งเสด็จกลับ เวรียาเดินช้าๆด้วยกลัวสะดุดพรมอีกครั้ง และถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เมื่อได้ขึ้นมานั่งบนรถ ทรงโบกพระหัตถ์ให้ผู้ที่มาส่งเสด็จ เธอมองเจ้าชายหนุ่ม อย่างรู้สึกภูมิใจ  อุ่นใจกับความนุ่มนวล และแข็งแกร่ง เฉียบขาดในยามที่ต้องตัดสินพระทัย ชีวิตเวรียาไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว เพียงแต่ต้องสู้ เพื่อมีลมหายใจต่อไป เท่านั้นไม่ใช่หรือ ..........เธอเฝ้าถามตนเอง

 

กายสาวถูกโอบรัดเคล้าเคลีย ด้วยปลายจมูกทันที ที่ทรงปิดประตูตำหนักลง วันนี้คุณสวยมากนะเวรียา ผมภูมิใจในตัวคุณ ถ้าคุณฟังภาษาของเราออก คุณจะรู้ว่าวันนี้มีแต่คนชื่นชม ที่ได้เห็นองค์พระชายาขององค์รัชทายาท เจ้าหญิงเวรียา ผู้ทรงสง่างาม

อย่ารับสั่งให้หม่อมฉันปลื้มเลยเพคะ เวรียาเข็ดกับคำลวง ไม่ต้องรับสั่งคำใด เวรียาก็ถูกขังอยู่ด้วยแล้วนี่เพคะ

เวรียา.........ผมรู้ว่าทุกอย่างมันรวดเร็วมาก และถ้าผมจะขอความรักจากคุณ มันก็คงจะเร็วเกินไปใช่มั้ย ที่รัก รับสั่งและไม่หยุดที่จะพรมจูบ

เธอเงยหน้าขึ้นมองหน้าชายหนุ่ม จริงสินะ.........ความรัก ที่เขาไม่เคยถามว่ารักเขามั้ย มีแต่เขาที่พร่ำบอกถึงรักแรกพบ ช่างเป็นผู้ชายที่หวานมากเหลือเกิน จะใช้คารมล่อหลอก หรือว่าเป็นคำพูดที่ออกมาจากใจ จากความรู้สึกที่แท้จริงกันนะ

ตอบผมได้มั้ย เสียงพร่าต่ำถาม พร้อมทั้งเชยคางเธอขึ้น ประทับริมฝีปากบดเบียด และดูเหมือนเขาจะเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ อารมณ์หนุ่มงั้นหรือ หรือเป็นแรงปรารถนาจากหัวใจ ที่พร่ำบอกรัก ตอบสิที่รัก

รัก........คำเดียวสั้นๆที่พูดง่ายๆ แต่มันมีความหมายมากมาย มีอานุภาพกับมนุษย์มากเหลือเกินนะเพคะ เวรียากลัวแต่ว่ารับสั่งที่ฝ่าบาท ทรงบอกรักเวรียา ก็เพียงเพราะต้องการสิ่งที่ยึดเหนี่ยวพระทัย ในขณะที่ทรงสับสน และที่จริงแล้ว ความรักอาจจะยังอยู่ไกลจากเรา และเรายังหามันไม่พบก็ได้   เธอทูลตอบพร้อมทั้งมองพระพักตร์ ยืนยันความคิดของตนเอง

เวรียานักวิชาการสาว ที่วิเคราะห์ความรัก ออกมาจากความเห็นส่วนตัว แต่ผมยืนยันว่ารักของผม ไม่ได้เกิดจากความสับสน รักมาฉุดหัวใจตั้งแต่พบคุณที่เชียงรายวันนั้น หรืออาจจะตั้งแต่เห็นรูปของคุณที่สถานทูต ใจผมจดจ่อ จนต้องถามตัวเองว่าทำไม........

เวรียาจะรับฟังไว้ดีมั้ยเพคะ และก็จะเก็บความปลาบปลื้มนี้ไว้ วันใดที่ฝ่าบาท ทรงเปลี่ยนพระทัย เวรียาจะทวงรับสั่งนี้นะเพคะ

ครับ.........ได้เสมอ กษัตริย์ตรัสแล้ว ไม่อาจคืนคำ

เธอแนบแก้มลงกับพระอุระ(อก)กว้าง ได้ยินเสียงพระหทัยที่เต้นถี่กว่าปรกติ เมื่ออ้อมพระกรรัดแน่น จุมพิตที่เพียงแผ่วกลับบดเบียด รุกราน จนกายสาวสะท้านสั่นไหว ใจเต้นระรัวขึ้นอีกครั้ง เมื่อทรงช้อนกายเธอไว้ในอ้อมพระกร(อ้อมแขน) ดำเนินพาขึ้นบันไดไปบนห้องบรรทม

*เวรียาอยากจะบอกกับตนเองว่า นี่คือความรู้สึกที่เรียกว่ารัก แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะคิด มันเร็วเกินไปจนน่าละอาย แม้ความสัมพันธ์ทางกายได้ก่อเกิดความรู้สึก เป็นสุขอิ่มเอมในหัวใจ รสสัมผัสวาบหวาม ซาบซึ้งและเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ ที่เสมือนกับว่าบัดนี้เธอ ไม่ได้มีตัวคนเดียวในโลกอีกแล้ว ความอบอุ่นก็เข้ามาแทนที่ความทุกข์เศร้าที่เกาะกินหัวใจ แต่ความหวาดหวั่นในสิ่งที่ไม่แน่นอน กับชะตาชีวิต ที่ผกผันตลอดมา ก็ยังคงแฝงอยู่ในซอกหลืบของความรู้สึก

กายหนากอดรัดกายบางไว้ อย่างแสนสนิทเสน่หา และติดตรึงในรสรัก เฝ้าเวียนกอด จูบโลมไล้ สูดกลิ่นหอมยวนใจจากกายบาง ความกระสันต์รัญจวนลุกโชนโหมกายใจ จนร้อนเร่า แต่ไม่กล้าที่จะรุกราน หักหาญเอาแต่ใจ ด้วยนึกสงสารเจ้ากุหลาบป่าดอกงาม ที่ยังคงชอกช้ำ กายสาวสั่นสะท้านเหมือนจะยังหวาดหวั่น หลับตาซ่อนความเขินอาย แต่ก็ยินยอมรับจูบ มือเรียวบางทาบทาไว้บนอกกว้าง อย่างพร้อมที่จะปราม เมื่อถูกรุกราน

เวรียา..........คุณหวานเหลือเกิน จนผมเกินจะห้ามใจนะที่รัก แต่ผมกลัวคุณจะชอกช้ำเกินไป และจะรู้สึกหวาดกลัวที่จะมีรักด้วยกันอีก ผมจะรอให้คุณพร้อมกว่านี้นะ อย่ากลัวสิที่รัก คุณตัวสั่นมือเย็นมากรู้มั้ย

เสียงประโลมใจทำให้ใจที่สั่นระทึก ค่อยคลายความหวาดหวั่นลง แก้มแดงกล่ำที่เขาเวียนพรมจูบ ดวงตาสวยใสที่หลับพริ้มค่อยกระพริบถี่ๆ ลืมตามองหน้าที่ระบายยิ้ม เหมือนจะขันท่าทางของเธอ ดวงตาหวานรักของชายหนุ่ม ที่ทอดมองบอกความปรานี จุมพิตลงบนหน้าผากเธอ มืออุ่นไล้เบาๆลงบนแก้มนวล ทำให้เธอค่อยๆลอบผ่อนลมหายใจออกมา และซาบซึ้งในความเมตตาอาทรนั้น

บรรทมหลับเสียสิเพคะ เวรียาจะเก็บของใส่เป้ เราจะไปกันคืนนี้ใช่มั้ยเพคะ

เราจะไปตามที่วางแผนไว้ เรารอความพร้อมน่ะ อย่างกังวลเลยนะที่รัก เชื่อใจผมสิ........ว่าผมจะพาคุณไปให้รอดปลอดภัย ตอนนี้หัวคิ้วคุณ ขมวดเข้าหากันแล้วรู้มั้ย

เขาพูดเหมือนกับว่า ทุกอย่างที่กำลังจะเกิด เป็นเรื่องปรกติ เพราะเขาเป็นทหารงั้นสินะ แต่เราไม่ใช่ เราหวาดหวั่น กริ่งเกรง และคงขมวดคิ้วอย่างที่เขาว่า ทำให้หญิงสาวค่อยๆคลี่ยิ้มออกมา ให้ใบหน้าคลายความกังวลลง ทั้งที่ใจไม่ได้เป็นไปด้วยเลย  เธอฝืนยิ้มทำหน้าชื่นขึ้น อย่างต้องการให้เขาสบายใจมากกว่า

เวรียา........กอดผมไว้นะ ให้ผมอบอุ่นอยู่ในอ้อมกอดคุณ ผมจะได้หลับไงล่ะ   รับสั่งด้วยสีพระพักตร์อ้อน สานเนตรที่ทอดมองเธอระริกหวาน

ทรงขี้อ้อนยิ่งกว่าองค์หญิงฮาน่าอีกมังคะ เธอเอ่ยพร้อมทั้งเลื่อนแขนสอด โอบบนพระวรกายหนา ทรงซุกพระพักตร์ลงกับอกอิ่ม หอมเบาๆลงบนบัวคู่งาม

เวรียา........พระมารดาทรงสิ้นพระชนม์ชีพไป ตั้งแต่ผมยังเล็กมาก จำความได้ก็มีแต่อ้อมแขนของลาฮาลเท่านั้น และวันนี้ผมมีคุณ ผมอบอุ่นมีความสุขมากนะ ที่มีใครสักคนมาอยู่เคียงกาย ยิ่งคุณรับปากว่าจะอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วย ผมก็ยิ่งมีสุขใจ  สงสารคนขาดความอบอุ่นหน่อยนะที่รัก ประทานเล่าด้วยสุรเสียงออดอ้อน และหลับพระเนตรนิ่งเงียบ ทำให้เวรียาต้องจดริมฝีปากบนพระนลาฎ(หน้าผาก)เบาๆ ไล้มือบางแผ่วๆลงบนพระปริษฏางค์(หลัง)ถวายให้

บรรทมหลับเสียเถอะนะเพคะ เจ้าชายเคมินขี้อ้อน   เธอทูลเย้าขึ้น และเพียงครู่ก็บรรทมหลับลงจริงๆ

 

เวรียาเก็บของจากกระเป๋าเดินทางลงเป้ ในขณะที่ทรงคว่ำพระองค์ บรรทมหลับอยู่บนเตียง เธอมองพรวรกายหนา แล้วยิ้มกับตนเองบางๆอย่างรู้สึกมีความสุข ที่ได้มองเขา และเดินลงข้างล่าง ลาฮาลมานั่งลงที่พื้นข้างเวรียา เอื้อมมือมาจับมือเธอไปกุมไว้ ออกปากฝากฝัง

ลาฮาลฝากถวายการดูแล พระองค์ชายเคมินด้วยนะเพคะ ลาฮาลเป็นห่วงพระองค์ท่านเหลือเกิน ทั้งๆที่ท่านก็เสด็จไปไหนต่อไหนบ่อยๆ แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนครั้งไหนๆ ฮือๆๆๆ ลาฮาลจะคอยวันที่เสด็จนิวัติกลับซันซีฮา และหวังอย่างเหลือเกิน ว่าพระองค์จะกลับมาเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ให้พสกนิกร ทุกวันนี้ประชาชนไม่มีที่พึ่งไม่มีความสุขใจใดๆเหลืออยู่เลย  แต่ลาฮาลก็จะอดทนรอนะเพคะ ถ้าลาฮาลไม่ตายเสียก่อน

แม่นมเฒ่าเอ่ยรำพึงรำพัน ทำให้เวรียาสลดเศร้าตามหญิงชราไปด้วย ภารกิจของพระองค์ชายเคมิน ยิ่งใหญ่นัก ที่ต้องทรงหนีไป เพื่อรวบรวมกำลัง กลับมากอบกู้บ้านเมือง เธอเอื้อมมือไปปาดน้ำตาบนแก้มหญิงชรา

  ลาฮาลจ๊ะ.........ฉันสัญญาว่าจะถวายการดูแลพระองค์ท่าน อย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้จ๊ะ และจะช่วยเป็นกำลังสำคัญ และถ้าฉันไม่เป็นอะไรไปเสียก่อน เราคงได้พบกันอีกนะจ๊ะ

 เธอเอ่ยพร้อมทั้งคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงชรา ผู้เปรียบประดุจมารดาของสามี และโอบกอดนางไว้ ทำให้หญิงชราปลื้มปิติ จนปล่อยโฮออกมา

องค์เคมินของลาฮาล ทรงมีพระเนตรแหลมคม ทรงได้พบเพชรเม็ดงาม มาเป็นคู่พระบารมี ต่อไปนี้ลาฮาล ก็คงนอนตายตาหลับแล้ว ลาฮาลกอดตอบเธอไว้ รำพึงรำพันสะอื้นเบาๆ และหยิบสร้อยเงินเส้นสั้นๆ คล้ายสร้อยข้อมือ ที่มีเหรียญรูปร่างแปลกๆห้อยไว้ด้วย ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ส่งให้เธอ

ลาฮาลถวายเครื่องลางชิ้นนี้ไว้กับพระชายานะเพคะ นำพาติดองค์ไว้ อธิษฐานในยามที่คับขันนะเพคะ เป็นของเก่าแก่ ที่ตกทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เป็นเครื่องลางสำหรับผู้หญิงเพคะ เวรียารับมาเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ แม่นมเฒ่ายังมีขนมที่เป็นเหมือนผลไม้กวน ห่อเป็นเม็ดเล็กๆมามอบให้เธออีกถุงหนึ่ง  

เวรียาแน่ใจว่าวันนี้น่าจะเป็นวันที่จะต้องหนี แต่เธอกลับเห็นองค์เคมิน พระทัยเย็นพาเธอลงไปเดินเล่นในอุทยาน ด้วยท่าทางสบายใจผ่อนคลาย เด็ดดอกไม้มาแซมผมให้เธอ หยอกเอินเล่นกับเธอ โอบไหล่พาไปที่ซุ้ม เวียนหอมแก้ม จับมือเธอไปกุมไว้ ทอดกายลงนอนเหยียดหนุนตักเธอ ด้วยท่าทางหวานรัก โดยที่เวรียาจำต้องเก็บคำถามหลายคำถามไว้ในใจ เธอเริ่มสังเกตุรอบๆตัว แต่ก็ไม่เห็นอะไรผิดปรกติ  

ทำไมทำหน้าอย่างนี้ล่ะที่รัก ดูคุณไม่มีความสุขเลย ไม่สบายใจอะไรเหรอ หรือว่าเบื่อหน้าเคมิน รับสั่งถามด้วยสีพระพักตร์ขันๆอย่าทรงหยอกเอิน

เวรียามองชายหนุ่มที่อยู่ในเสื้อยืด กางเกงยีนส์  เขาเหมือนหนุ่มหล่อ ธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่น่ารักน่ามองอารมณ์ดี แต่ใครจะรู้มั้ยนะว่าเขาคนนี้ ต้องแบกภาระอันหนักอึ้ง ของคนทั้งประเทศที่ ฝากความหวังไว้กับเขา เธออึดอัดอยู่ในอก จนต้องถอนใจออกมาและเอ่ยตอบ  

เปล่ามังคะ

ทรงรีบประทับนั่ง เชยคางเธอขึ้น รับสั่งเบาๆ เรากำลังถูกมองอยู่ เขาคาดเดาว่าเราจะหนีแน่ แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ เรากำลังจะไปกันแล้วนะที่รัก อย่าให้พวกมันสงสัย

เพคะ........เวรียาขอประทานอภัย แต่ไม่เคยอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้ ก็เลยหวาดวิตกไปหมดทุกอย่าง แย่จังเลย เธอบ่นขึ้นเบาๆ รู้แล้วว่าทรงพระปรีชานัก ที่พาเธอลงมาเดินเล่น เพื่อให้ดูเหมือนทุกอย่างยังปรกติ  

เดี๋ยวกลับเข้าไปในตำหนักแล้วรีบเปลี่ยนผ้าให้รัดกุม สวมเสื้อหนาๆนะที่รัก คืนนี้เราจะออกผจญภัยกัน อดทนหน่อยนะเวรียา

ฟ้ามืดครึ้มลงอย่างรวดเร็ว โคมไฟตามทางเดิน และในสวนถูกเปิดพรึ่บขึ้น ลาฮาลมายอบกายลง และเพียงส่งสายตาอาลัยอาวรณ์มองมาที่องค์เคมิน ที่ทรงทอดสายเนตรตอบ และพยักพระพักตร์เพียงน้อยๆ เหมือนเป็นสัญญานบางอย่าง ลาฮาลเดินกลับออกไปช้าๆ ปรายตามองมาที่เธอนิดหนึ่ง ที่เวรียามองก็รู้ว่าหญิงชราห่วงใยเธอ และองค์เคมินมากมายนัก องค์เคมินดำเนินมาโอบเอวเธอ ดำเนินเอื่อยๆเหมือนจะชวนชมนกชมไม้ พาเข้าพระตำหนัก  และเพียงแค่ปิดประตูลง เสียงรับสั่งกับเธอร้อนรนขึ้นทันที

รีบเลยเวรียา เปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้ เราจะไปกันแล้ว สิ้นเสียงรับสั่ง ดำเนินพาเธอซอยเท้าขึ้นไปบนห้องบรรทม อย่างเร่งรีบ เวรียาใจเต้นระทึกกับนาทีนี้ ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่เธอก็ได้ตระเตรียมไว้แล้ว และรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า ที่เพียงแต่ให้หนาขึ้น เพื่อรองรับอากาศเย็นยะเยือก หมวกไหมพรม และผ้าพันคอไหมพรมผืนหนา ที่ทรงสั่งซื้อประทานให้ องค์เคมินทรงหยิบฉลององค์หนัง ที่มีขนสัตว์ฟูเป็นปกขึ้นสวม ทรงรูดซิปอย่างรวดเร็วว่องไว

ทรงหยิบเป้สองใบขึ้นสะพาย และทรงฉวยข้อมือเธอที่ยืนเก้ๆกัง ทำหน้าตาตื่นๆ อย่างไม่รู้ว่าจะไปทางไหนยังไงต่อ ดำเนินไปที่ฝาผนังกดกลไกบางอย่าง ที่เธอพยายามสังเกตุและรู้ว่ามันถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนเนียนโดยอยู่หลังโคมไฟกิ่งบนผนัง ฝาผนังค่อยๆเลื่อนเปิดออก และมีช่องเพียงแค่กายรอดผ่านเท่านั้น ไฟฉายในพระหัตถ์ถูกกดเปิด ให้มองเห็นแผ่นเหล็กที่ต้องก้าวไปยืน และมันค่อยๆเลื่อนลงเหมือนลิฟท์  เพียงแค่อึดใจก็หยุดกึกลง มีทางเล็กๆที่ต้องฉายไฟ และเธอเห็นว่ามันคดเคี้ยวเลี้ยวลัด เป็นอุโมงค์ทอดไปข้างหน้าไป อากาศภายในเย็นยะเยือกอับชื้น พระหัตถ์อุ่นจับมือเธอพาออกวิ่งไป อย่างทรงชำนาญทาง ทำให้เธอนึกถึงอุโมงค์ใต้ดินของพวกเวียตกง ในสงครามเวียตนามขึ้นมาทันที  

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

948 ความคิดเห็น

  1. #380 ก็ว่าจะไม่รัก (@burinjung) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2553 / 01:52
    แค่มีเธออยู่ใกล้ ๆ อุปสรรคขวากหนามใดก็ไม่หวั่นเกรง....

    แอบจินตนาการเป็นคู่นี้อ่ะคะ.. 55555      
    #380
    0
  2. วันที่ 14 สิงหาคม 2553 / 14:22
    ลุ้นระทึกจังค่ะ

    หนีให้ได้นะ
    #372
    0
  3. #308 aoistar (@pharahoo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2553 / 18:18
    ยัยคริมาจะหน้าด้านไปไหน..คนเค้าไม่รักก็ดันทุรังอยู่ได้..ไม่รักก็คือไม่รักอ่ะนะ
    อีกอย่างเป็นเมียพี่ชาย..ใครจะเอาเล่า
    #308
    0
  4. #187 tungkn4841 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2553 / 18:41


    ตื่นเต้นดีจังเลย ...รอไรเตอร์มา up ต่อค่ะ
    #187
    0
  5. #175 ธาริกา (@tarika-poo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2553 / 13:29
    ตื่นเต้นมาก...รออ่านอย่างใจจดจ่อค่ะ

    เจ้าชายเคมินอบอุ่นมาก...น่ารักจัง

    #175
    0
  6. #173 f-e-e-f-e-e (@f-e-e-f-e-e) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2553 / 23:16
    ตื่นเต้นจังเลยค่ะ..
    #173
    0
  7. #172 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2553 / 18:34
    อ่านแล้วอบอุ่นไปกับเจ้าชายกับเวรียาจังเลย
    #172
    0
  8. #171 sweethoney (@puenggang) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2553 / 18:28
    รักเจ้าชายจัง อิอิ
    #171
    0
  9. #170 SN piercensean (@piercensean) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2553 / 12:46
    My Kemin is the best ka
    #170
    0
  10. #168 tungkn4841 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2553 / 01:29


    เจ้าชายเคมิน ทรงพบศึกสองด้าน ด้านหนึ่งศึกทางการรบ อีกด้านศึกทางความรัก......

    #168
    0
  11. #165 sweethoney (@puenggang) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2553 / 21:53
    ไม่หวั่นแม้ภัยกำลังมา หวานได้ทุกสถานการณ์ อิอิ
    #165
    0
  12. #164 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2553 / 20:02
    น่ารักอีกแล้วคู่นี้หวานได้ยามภัยมา
    #164
    0