CUBIC (ตีพิมพ์แล้ว)

ตอนที่ 5 : ทฤษฏีการมองโลก(รีไรท์2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33,085
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    2 ก.พ. 54


ตอนที่ 5 ทฤษฏีการมองโลก

นาคเริ่มทำงานก่อสร้างเป็นวันที่สอง อย่างไม่รู้ว่าจะมีใครมานั่งอิจฉาริษยาพี่สาวเธอรึเปล่า เมื่อตอนนี้ร่างกายของเธอปวดระบมไปตั้งแต่แนวสันหลังยันก้นกบ เพราะห้องคอนเทนเนอร์ทีมีแต่เตียงว่างๆ ไร้ฟูก หมอน ผ้าห่มทำให้เธอจำต้องเอากระเป๋าเสื้อผ้าที่จงซินเอามาให้มาหนุนต่างหมอนไปก่อน แล้วนอนบนพื้นแทน ที่สำคัญจะไปยืมของๆ ชาวบ้านภาษากวางตุ้งเธอก็ดันไม่กระดิก ไอ้จะไปแบไม้แบมือใช้ภาษาใบ้ก็กลัวจะกลายเป็นว่าไม่ต้องนอนกันซะคืนนี้เพราะไม่เข้าใจกันสักที 


             กร๊อบ
!

"อ๊ากกก!" 


            เสียงร้องที่ไม่ดังนัก เพราะมันคงดังไม่เท่าเสียงกร๊อบของกระดูกแถวสันหลังที่ลั่นขึ้นมา มันทำเอาร่างท้วมๆ ที่ก้มๆ เงยๆ อยู่ชะงักร่างของตัวเองกลางคันเหมือนเครื่องยนต์หยุดการทำงานกะทันหัน ท่ายกจอบเตรียมจัดการหน้าดินสีแดงต้องยกค้างให้อยู่ท่านั้นอย่างช่วยไม่ได้

"พักก่อนไหมครับ" นั้นเป็นคำถามจากเด็กหนุ่มหน้าซนๆ ที่หันมามองเธอทันทีด้วยความตกใจกับเสียง กร๊อบเหมือนกระดูกคอใครหักอยู่ข้างหู 


            เจ้าของเสียงน่าตกใจค่อยๆ คลายท่าที่ค้างไว้ของตนเอง ก่อนเลื่อนมือขึ้นมาคลำแถวหลังของตนด้วยสีหน้ากัดฟันอดทนเต็มที่ ก่อน
โขยกเขยก พาร่างกายที่ระบมไปนั่งแหมะอยู่ตรงขอบปากหลุม ที่ตนกำลังขุดอยู่ ก่อนบ่นขึ้นมาว่า "ชักเข้าใจความรู้สึกคนแก่ขึ้นมาตะหงิดๆ แล้วสิ"


           
"งั้นเย็นนี้ให้ผมไปยืมที่นอนคนงานคนอื่นให้ไหมครับ" ต้าห่ายเสนอด้วยใบหน้ายิ้มๆ เริ่มรู้สึกตลกกับท่าทางปวดเมื่อยของนาค มากกว่าตกใจในเสียงกระดูกเคลื่อนนั้นของเธอ


           
"ทำงั้นได้จะดีมาก" นาคว่าพลางทุบไหล่ตัวเองคลายปวด ก่อนสมองจะเริ่มคิดถึงอาทิตย์หน้า

            วันนี้วันเสาร์ พรุ่งนี้วันอาทิตย์... ต้องจ่ายหนี้ แล้วก็วันจันทร์... ต้องไปโรงเรียนของเจ้าพ่อมาเฟียนั่น... ให้ตายเถอะยิ่งคิดยิ่งปวดโว้ย         

นาคชักสีหน้าปวดเมื่อยกว่าเก่า กับการคิดถึงเรื่องเมื่อครู่ ก่อนต้องเร่งมือทุบไหล่ตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย เล่นเอาต้าห่ายที่มองดูอยู่ตีสีหน้าเจ็บแทน


           
"เข้าไปพักสักหน่อยไม่ครับ เดี๋ยวผมบอกหัวหน้าให้" เด็กหนุ่มเสนออีกครั้ง อย่างห่วงว่าคนตรงหน้าอาจต้องเจ็บตัวมากขึ้นจากแรงทุบของตัวเอง


           
"ไม่ต้อง งานไม่เดิน เงินไม่มากันพอดี แค่นี้จิ๊บจ้อย ฉันเคยเจอแย่กว่านี้มาเยอะ" นาคยกมือห้าม ก่อนบิดลำตัวไล่ความเมื่อยขบ และขยับศีรษะเรียกความฮึกเหิมในการทำงาน ก่อนลุกขึ้นมาเตรียมทำงานที่ค้างไว้ต่อ


            ยังไงเธอก็ต้องใช้หนี้ให้หมดอย่างที่ลั่นวาจาให้ได้ ศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่ขนาดนี้จะให้เรื่องเล็กน้อยมาเป็นปัญหาได้ยังไง



                                                *************************************



            "จะเข้าบริษัทเลยรึเปล่าครับท่าน" คำถามสุภาพจากชายที่กำลังทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้เจ้าพ่อมาเฟียอันดับหนึ่งของฮ่องกงเอ่ยขึ้นเมื่อขับรถเข้ามาใกล้ตัวบริษัทฉายหงกรุ๊ป


           
"ก็ดี..." คำตอบรับสั้นๆ เอ่ยมาจากชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผู้นั่งอยู่ที่เบาะหลังรถยุโรปสุดหรูโดยสายตาเบนออกไปนอกตัวรถ

            "แหม น่าเสียดายจัง ฉันกะชวนคุณไปต่อซะหน่อย" เสียงหวานอีกเสียงจากสาวสวยในเสื้อเกาะอกวันพีชสีดำเอ่ยอ้อน นั่งเกาะลำแขนแกร่งของมาเฟียหนุ่มอย่างเอาใจ วันนี้เหม่ย จิงก็ยังมาชวนหลานเซ่อออกไปทานอาหารข้างนอกอีกเช่นเคย 

ก็ช่วยไม่ได้ช่วงนี้เจ้าหล่อนคงต้องรีบโกยคะแนนจากมาเฟียรูปหล่อคนนี้ให้ได้มากที่สุดไว้ก่อน เมื่อเขาเริ่มมีเป้าหมายใหม่เป็นสาวน้อยสวยหวานจากประเทศไทยที่อยู่ในกรอบรูปเงินแท้นั่น     

      

 "ไว้ตอนเย็นแล้วกัน ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์แวะที่ไหนต่อ อีกอย่างเธอก็มีงานเดินแบบต่อไม่ใช่รึไง" หลานเซ่อหันมาถามด้วยท่าทางนิ่งๆ 


            ในขณะที่หญิงสาวเป็นฝ่ายใช้แขนเรียวๆ ของตนควงแขนแข็งแรงของหลานเซ่อ พลางทำท่ายั่วยวนตามแบบฉบับของเธอ 
"ก็นานๆ ที่จะมีเวลานี่คะ เลยอยากใช้เวลากับคุณให้มากที่สุด... แต่ไม่เป็นไรตอนเย็นก็ได้ค่ะ ดีซะอีก หลังเลิกงานมีเวลาเหลือเฟือเลย" เจ้าหล่อนส่งยิ้มหวานให้โดยไม่คิดโวยวายทำตัวน่ารำคาญ เพราะเธอเป็นคนรู้ว่าอะไรควรไม่ควร และไม่คิดเอาแต่ใจกับชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นมาเฟียทรงอิทธิพล และชายในฝันของหญิงสาวทั่วฮ่องกงคนนี้ การรู้จักวางตัวไม่แสดงความเป็น
เจ้าเข้าเจ้าของถือเป็นสิ่งที่ซื้อใจของมาเฟียหนุ่มคนนี้ได้มากที่สุดแล้ว

            หลานเซ่อไม่ได้ตอบหากเบนสายตาสีอ่อนของตนออกนอกกระจกรถอีกครั้ง และปล่อยให้หญิงสาวซบศีรษะกับไหล่กว้างของตนเอง... และไม่ได้โอบกลับ หรือผลักออก

            และไม่รู้ด้วยสิ่งใดมาดลใจเมื่อรถยุโรปคันสีดำของเขา ขับผ่านที่ก่อสร้างตึกสาขาย่อยของฉายหงกรุ๊ป แล้วเรื่องของเด็กสาวลูกหนี้รายใหญ่ของเขาถึงผุดขึ้นมาในหัว

            "จอดรถ" คำสั่งกระชับ แต่หนักแน่นจากหลานเซ่อ สั่งคนขับรถของตนขึ้นกะทันหัน

            คนทำหน้าที่สารถีดูงุนงงเล็กน้อยกับคำสั่ง จนต้องเอ่ยถาม "ท่านจะดูงานก่อสร้างเหรอครับ แต่ว่าสั่งให้พวกวิศวกรมาดูให้ก็ได้นี่ครับ"    

            "ฉันบอกให้จอดก็จอด" มาเฟียหนุ่มย้ำน้ำเสียงเครียด จนลูกน้องของเขาเสียวสันหลังวาบ ไม่กล้าต่อรองอะไรอีก ก่อนค่อยหาที่จอดรถอย่างไม่มีปากเสียงแทน 

            "มีอะไรหรือคะ หลานเซ่อ" เหม่ยจิงถามอย่างแปลกใจ เมื่อชายหนุ่มข้างตัวเกิดไม่อยากกลับบริษัทเอาดื้อๆ แถมยังคิดจะลงไปดูงานชั้นล่างแบบนั้นอีก ทั้งที่ปกติไม่เห็นจะอยู่ในสายตา

            "ไม่มีอะไร... รออยู่บนรถแล้วกัน"                  

      

            คำตอบเรียบๆ เหมือนปัดปัญหาของเขายิ่งเรียกรอยขมวดมุ่นบนคิ้วเรียวของหญิงสาว แต่ถึงกระนั้นเธอก็ปล่อยเขาให้ลงจากรถ ในขณะที่ภายในใจกำลังคิดว่าอะไรทำให้มาเฟียตรงหน้าของเธอ เกิดนึกอะไรขึ้นมาถึงได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน 

            ร่างสูงสง่า ในโค้ดยาวสีเข้มเดินตรงดิ่งเข้ามาในบริเวณที่ก่อสร้างโดยสั่งให้ลูกน้องของตนรออยู่ที่รถด้วยเช่นกัน 

            การปรากฏตัวของมาเฟียทรงอิทธิพล ทำให้บริเวณที่ก่อสร้างราวกับเวลาถูกหยุดชะงักไปชั่วขณะ ทุกคนหันมาสนใจเขา และมองด้วยสายตาหวาดเกรง หลายคนถึงกับเปิดตากว้างราวกับมีจานบินมาลงจอดแถวนั้น ด้วยไม่มีใครคิดถึงว่าจะได้เจอบอสใหญ่สูงสุดของฉายหงกรุ๊ปมาเดินอยู่แถวนี้ 

และตัวชายหนุ่มเองก็ช่างดูทรงอำนาจจนน่าเกรงขามทั้งที่ไม่จำเป็นต้องอ้าปากข่มขู่ 

            มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย... 

            คำถามที่แทบไม่ต้องนัดของคนงานที่เห็นเขา หลายคนหน้าซีดเผือดเหมือนกำลังนึกถึงสาเหตุแง่ร้ายที่มาเฟียหนุ่มมาปรากฏตัวถึงที่นี่ 

            "อะ... เอ่อ คุณหลิน" เสียงละล่ำละลักของหัวหน้าคนงานที่รีบตารีตาเหลือกเข้ามาตอนรับอย่างกล้าๆกลัวๆ เอ่ยขึ้น พลางรีบก้มศีรษะเคารพ และไม่ยอมเงยขึ้นมาอยู่เช่นนั้น ราวกับตนทำเรื่องผิดร้ายแรงจนไม่น่าให้อภัยกับมาเฟียหนุ่ม

            "มะ... มีอะไรให้พวกเรารับใช้เหรอครับ" ชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าคนงาน ยังคงก้มหน้างุดถามคนตรงหน้าอย่างไม่เต็มน้ำเสียง

            หลานเซ่อเหลือบนัยน์ตาคู่คม ลงมองร่างที่ก้มศีรษะเคารพค้างของหัวหน้าคนงานเพียงครู่อย่างไม่แยแส ก่อนสอดส่องสายตามองที่อื่น ราวหาคนพร้อมพูดเสียงห้วน  "แค่มาดูงาน... เด็กใหม่เป็นยังไง" 

            "... เด็กใหม่หรือครับ" ชายวัยกลางคนที่กำลังก้มหน้างุดเผลอเงยขึ้นมามองใบหน้าคมของคนถาม ก่อนต้องรีบก้มศีรษะอีกครั้งเมื่อสายตาสีน้ำตาลอ่อนคู่งดงามฉายแววเย็นเยียบหมุนกลับมามองเขาอีกครั้ง

            "ฤทัยนาค…"

            คนที่กำลังก้มหน้าอย่างหวาดๆ เงยขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินชื่อของคนที่ไม่คาดคิดจากปากของหลานเซ่อ   ...มีธุระกับฤทัยนาคงั้นเหรอเนี่ย... แม่นั่นไปทำอะไรไว้              

                         

            หัวหน้าคนงานคิดอย่างฉงน ก่อนตอบด้วยท่าทางที่ยังไม่หายหวาดกลัว เพราะไม่ว่ามองชายหนุ่มตรงหน้ากี่ที มันก็ยังมีแต่อำนาจ และความน่าหวาดเกรงอยู่ตลอดเวลาทั้งที่อ่อนเยาว์กว่า เขาคงไม่มีทางชินกับมันได้ง่ายๆ

            "ขยันทำงาน แล้วก็แข็งแรงดีครับ เหมือนคนเป็นงานเลย" เขาตอบตามความเป็นจริง

            ... คนเป็นงานงั้นเหรอ ลูกคุณหนูเนี่ยนะ

            คำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวของหลานเซ่อทันทีเมื่อฟังคำรายงานจบ 

            "ตอนนี้อยู่ไหน" หลานเซ่อยังถามคำถามห้วนที่ติดดุตามนิสัยกับคนสูงวัยกว่า

            "เอ่อ... ตอนนี้สั่งให้ขุดหลุมอยู่ตรงฝั่งนั้น ประมาณหลุมทีเจ็ดน่ะครับ ไม่แน่ใจว่าปานี้เสร็จรึยัง เพราะปกติเด็กคนนั้นค่อนข้างทำงานไวมาก

            คำชมห้อยท้ายจากปากชายหัวหน้าคนงานทำให้มาเฟียหนุ่มต้องปรายหางตามองเขาอีกครั้ง กับคำชมที่มีให้ลูกหนี้ตัวปัญหาของเขา และเป็นอีกครั้งที่หัวหน้าคนงานต้องหลุบใบหน้าต่ำหลบสายตาคมกริบราวหยี่ยวคู่ตรงหน้า

จากที่ฟังมาดูเหมือนเจ้าหล่อนจะไม่ใช่เป็นที่ถูกใจของหัวหน้าคนงานคนนี้ แต่ดูเหมือนว่าแม้แต่ลูกน้องคน สนิทของเขาอย่าง เฟ่ย จงซิน ก็ค่อนข้างที่จะถูกชะตาเจ้าเด็กฤทัยนาคคนนี้ แม้จะไม่แสดงออกตรงๆ ว่าเขาถูกใจจริงหรือไม่ แต่แค่การที่ลูกน้องของเขาคนนี้ถึงขนาดจัดหางานให้ และรับจัดการปัญหาเจ้าหล่อนเองทั้งที่ไม่จำเป็น ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดีแล้ว 

และเขารู้อยู่ว่าคนอย่างจงซินไม่มีทางถูกใจใครง่ายๆ ถ้าคนๆ นั้นไม่มีฝีมือจริงๆ ... มันมีอะไรนักหนากับเด็กผู้หญิงอายุสิบเจ็ดปี ที่หาความมีเสน่ห์ไม่ได้...

            หลานเซ่อไม่ได้ถามต่อ และผละเดินไปตามทางที่ชายหัวหน้าคนงานบอก ใบหน้าคมคายดูไม่สบอารมณ์นิดๆ รู้สึกว่าเวลาใดที่เรื่องของนาคผุดขึ้นมาในหัว เขามักเก็บความเยือกเย็นไม่อยู่ 

และใบหน้าฉีกยิ้มไม่ทุกข์ร้อนนั้นของนาคยังลอยวนในหัวเขาอยู่ตลอดเวลา

ราวกับมันจะบอกเขาว่า... ไม่ว่าปัญหาใหญ่ขนาดไหนเธอก็จะแบกมันได้เสมอ... มันทั้งน่าหงุดหงิด และน่าสนใจ และเขาไม่เคยเห็นรอยยิ้มแบบนั้นมาก่อน

            แสงแดดยามบ่ายที่กำลังส่องเหนือหัวของเด็กสาวร่างท้วม ที่กำลังขุดดินในหลุม อยู่ๆ ก็ถูกเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนมายืนบังแดดให้ เล่นเอาเด็กสาวเกือบเงยหน้าเอ่ยขอบคุณในความมีน้ำในของชายหนุ่มปริศนา ที่อุตส่าห์เอาร่างกายมาเป็นร่มกันแดดให้เธอ 

แต่พอมองไล่จากรองเท้าขัดมันวาว ไปจนถึงใบหน้าขาวๆ คมคายคุ้นตา ก็ทำให้คนที่กำลังจะเอ่ยขอบคุณเปลี่ยนประโยคคำพูดใหม่ทันที 

            "เฮ้ย! อะไรว่ะเนี่ย" คำขอบคุณภาษาอังกฤษ กลายเป็นคำสบถภาษาไทยที่ใครก็ฟังไม่ออก แต่ทำให้ต้าห่ายที่ขุดดินอยู่เงยหน้ามองตาม และค้างนิ่งไปทันทีที่เมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่ตรงปากหลุม 

เด็กหนุ่มแทบอยากขอตัวย้ายไปช่วยขุดหลุมอื่นทันที 

            "ประเทศเธอ เขาทักคนอื่นอย่างงั้นรึไง" หลานเซ่อยืนด้วยมาดนิ่ง พลางถามกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ติดจะดูถูก ขณะเลือนนัยน์ตาลงต่ำมองร่างของนาคที่อยู่ในหลุมดิน 

            "นาค ผมปวดท้องขอตัวก่อนนะครับ โชคดี" แม้จะขาแข็งไปหลายวินาที แต่ความรักตัวกลัวตายของเด็กหนุ่มมีมากกว่า เขาจึงพร้อมหาข้ออ้างโกยหนีก่อนโดนลูกหลง ลูกหนี้กับเจ้าหนี้ 

เกิดมาเฟียตรงหน้าเขาชักปืนขึ้นมายิงเด็กสาวทิ้ง แล้วเขาโดนหางเลขขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ 


               นาคตวัดหน้าฉับ กลับไปมองอย่างคาดโทษคนข้างตัว แต่มีหรือที่คนเตรียมตัวหนีจะอยู่สน ต้าห่ายกระโจนขึ้นจากหลุมอย่างรวดเร็วก่อนวิ่งไปอีกทางเรียบร้อย ทิ้งให้นาคกระพริบตาปริบๆ มองตาม

เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าความสัมพันธ์แค่ข้ามวันมันเปราะบางขนาดนี้เชียว...ไอ้เด็กเวร

            นาคสบถในหัวอย่างช่วยไม่ได้เมื่อเจ้าคนที่อยากด่ามันเปิดตูดหนีไปแล้ว 

            นาคค่อยๆ หันกลับไปมองคู่กรณีเจ้าเก่า พลางยิ้มแห้งๆ ส่งให้ และดูท่าว่าคู่กรณีของเธอยังไม่ละสายตาออกจากเธอแม้แต่วินาทีเดียว โดยมีสายตาหลายคู่ของคนงานเฝ้ามองบทสนทนาระหว่างเธอและมาเฟียทรงอิทธิพลที่ยืนค้ำหัวเธออยู่

            "ว่าไง" หลานเซ่อเอ่ยทักไปอีกประโยคอย่างเฉยชา

            นาคไหว่ไหล่ตอบกลับ ก่อนพูดว่า "วันนี้วันเสาร์... นายกำหนดให้ฉันจ่ายหนี้วันอาทิตย์" เธอเตือนอีกฝ่ายกันเขาลืม เพราะมันไม่น่ามีเหตุผลอะไรที่ทำให้มาเฟียหนุ่มต้องมาปรากฏตัวถึงนี้ เรื่องหนี้ของเธอน่าจะเป็นอะไรที่เป็นเหตุเป็นผลที่สุด... ถึงจะดูไม่เข้าเค้าก็เถอะสำหรับยามนี้

            "รู้แล้ว" หลานเซ่อว่า

            คราวนี้เล่นเอานาคเลิกคิ้วขึ้นข้างอย่างมีคำถามอีกและหุบยิ้มสนิท รู้สึกยังกับว่าตัวเองโดนหาเรื่อง 

"ก็แล้วไงเล่า นายมีธุระอะไรกันแน่ อย่าบอกนะว่าเกิดอยากยกเลิกพนันแล้ว ก็เลยจะมาเก็บฉันตรงนี้น่ะ" นาคว่าเสียงสูง หงุดหงิดเล็กๆ กับท่าทางเหมือนพยายามปิดปังคำตอบของชายหนุ่มตรงหน้า

            "ฉันไม่เก็บคนในที่โล่งแจ้งขนาดนี้" เขายังว่าด้วยมาดนิ่งแต่มีแววข่มขู่อยู่ลึกๆ จนคนโดยรอบเริ่มร้อนๆหนาวๆ เพราะท่าทางบทสนาน่าจะไม่ใช่เรื่องดีนัก

"อ๋อ ไม่เป็นไรหรอกแถวนี้มีแต่คนของนาย เอาเงินฟาดหัวนิดๆ หน่อยๆ ก็จบแล้ว ง่ายจะตายไป นายแทบไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย... แม้แต่คำสัญญาเรื่องพนันนั้นด้วย" นาคประชดเข้าไปอีกดอก แล้วทำท่าไหวไหล่อย่างไม่แยแส ก่อนเริ่มหันไปหยิบจอบขึ้นมาเริ่มทำงานอีกครั้ง ไม่สนสายตาคู่คมของมาเฟียหนุ่มที่เอาแต่จับจ้องมา        

"หน้าฉันเหมือนคนไม่รักษาสัญญาขนาดนั้นเลยรึไง" น้ำคำเย็นยังถูกส่งมาจากหลานเซ่อหลังจากเงียบไปนาน โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีคนงานเป็นร้อยๆ คนเฝ้าดูอยู่ว่าเรื่องจะจบด้วยการนองเลือดรึเปล่า 

บางทีเด็กสาวคนนี้อาจมีโอกาสร่วมงานกับพวกเขาแค่สองวันเท่านั้น

            นาคหยุดมือที่กำลังทำงานก่อนเงยหน้ามามองร่างสูงสง่าอีกครั้งด้วยใบหน้าที่เลิกคิ้วขึ้นข้างนิดๆ อย่างเคยตัว ก่อนสวนกลับ "แล้วหน้าฉันเหมือนเครื่องจับเท็จที่พอจะรู้ว่านายโกหกรึเปล่าล่ะ..." นาคมองสบนัยน์ตาคู่คมสีอ่อนนิ่งราวลองดี ซึ่งคนเป็นมาเฟียก็สบนัยน์ตาเธอนิ่งเช่นกัน หากสักพักเด็กสาวก็เป็นฝ่ายส่ายหน้าน้อยๆ คลายสายตาลง พร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างบ่งว่าเธอขี้เกียจต่อปากต่อคำแล้ว และว่าขึ้นใหม่ "โอเค ฉันยอมแพ้ก็ได้ ตกลงนายมีอะไร" เธอยอมกลับเข้ามาเรื่องที่อยากรู้จริงๆ อีกครั้ง

หลานเซ่อเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนตอบว่า "ก็แค่มาดูงาน"

ก็แค่มาดูเธอ...

ดูท่าว่าคำตอบของเขาจะไม่ตรงตามความเป็นจริงสักเท่าไหร่

"อย่าล้อเล่น... อย่างนายไม่มีทางมาดูงานพวกนี้ให้เสียเวลางานใหญ่หรอกใช่ไหม" นาคแย้งขึ้นมาอย่างรู้ทัน ขณะขยับยิ้มขัน

หลานเซ่อเงียบไปอีกกับคำแย้งนั่น ก่อนต้องพูดขึ้นใหม่ว่า "แค่มาดู... ว่าเธอจะหนีไปรึยัง"

นาคเงยตัวขึ้นมามองหน้าเจ้าของคำพูดที่ปรามาสเธออย่างเงียบๆ อีกครั้ง สีหน้าของเด็กสาวไม่แสดงอารมณ์อะไรนอกจากเลิกคิ้วขึ้นข้างที่บ่งบอกว่าเธอรับรู้คำพูดของเขา และเธอไม่ได้โต้ตอบอะไร

นาคต้องค่อยๆ พยุงร่างของตนออกมาจากหลุม และขึ้นมายืนเผชิญหน้ากับมาเฟียหนุ่มในพื้นระดับเดียวกัน ก่อนที่เธอจะถอนหายใจเฮือกใหญ่และพูดขึ้นว่า

"รู้ไหมถ้าฉันจะหนี และไม่คิดจะใช้หนี้นายแล้วละก็... แค่นายหันหลังให้ฉัน หรือเผลอเมื่อไหร่...ฉันก็จะเอาจอบในมือฉันเนี่ย... ฟาดหัวนายทันทีเลย" นาคกระชับจอบในมือให้มั่นขึ้นราวกับจะทำอย่างที่เธอพูดจริงๆ แถมสายตาสีดำก็ฉายความตึงเครียดชัดเจน และถึงกับทำให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ หรี่นัยน์ตาเหี้ยมดุดันให้เธอ เมื่อเจ้าหล่อนเริ่มคิดลองดีขึ้นมาจริงๆ...  

แต่เพียงครู่เดียว เด็กสาวก็คลายสายตาจริงจังลง เปลี่ยนเอาจอบในมือขึ้นพาดบ่าของตนด้วยท่าทางสบายๆ ขณะส่งยิ้มกว้างที่มีรอยสนุกสนานให้แทน และพูดต่อขึ้นใหม่ 

"เพราะฉะนั้น ในเมื่อฉันอยู่ใกล้นายขนาดนี้ แถมตอนที่ขึ้นมาจากหลุมก็มีโอกาสเอาจอบฟาดหัวนายได้ เพราะนายไม่ได้ระวังตัว... แต่ฉันก็ไม่ทำ...  แค่นั้นก็น่าจะพิสูจน์กันได้แล้ว ว่าฉันไม่หนีหนี้หรอกน่า... ก็อย่างที่ว่านั้นแหละถ้าฉันเอาจอบฟาดหัวนายจริงๆ  ลูกน้องนายที่อยู่ตรงนั้น ก็คงยิงฉันทิ้งทันที ฉันอาจกระโดดหลบลงหลุม แต่คงไม่รอดอยู่ดี" เธอว่าด้วยน้ำเสียงร่าเริงผิดจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง พลางหัวเราะน้อยๆ บ่งบอกอารมณ์ดีไปด้วย ทำเอามาเฟียหนุ่มชักคิ้วแน่นขึ้นอย่างนึกเจ็บใจ เมื่อรู้ว่าตนเองโดนเด็กสาวตัวดีสัพยอกเข้าให้อย่างจัง... แถมเขายังบ้าจี้ตามเจ้าหล่อน ขนาดคิดจะชักปืนขึ้นมาจริงๆ...

รู้สึกว่าเวลาเข้าอยู่ต่อหน้านาคเขาจะเก็บความเยือกเย็นไม่ค่อยอยู่จริงๆ เสียด้วย


            แต่นาคดูท่าจะไม่ได้จริงจังอะไรมากนักกับความขายหน้าของอีกฝ่าย เพราะเธอไม่ได้พูดเพื่อคิดชนะเขาแม้แต่น้อย แค่เพียงอยากหาเรื่องคลายเครียดให้ใบหน้าดุๆ ที่ดูเคร่งขรึมตลอดเวลานั้นคลายสีหน้าลงบ้างเท่านั้น... ดุตลอดเวลาขนาดนั้นคงเหนื่อยแย่


            เด็กสาวร่างท้วมกระโดดกลับลงไปในหลุมดินเช่นเดิมด้วยใบหน้าที่ยังฉายความสนุกสนาน ก่อนเริ่มงานของตนอีกครั้ง ขณะที่ปากยังพูดกับคู่สนทนาไปด้วยน้ำเสียงระรื่น
โดยไม่ดูสีหน้าอีกฝ่ายว่าเป็นอย่างไรกับการหยอกเล่นของเธอ

"ตกลงว่าที่นายอุตสาห์ใส่โค้ดหรูๆ นั่นมาเดินแถวนี้ เพราะอยากมาดูว่าฉันจะร้องห่มร้องไห้ ยอมแพ้รึยังว่างั้นเถอะ"


            หากแต่แทนที่เด็กสาวจะได้คำตอบ เสียงเย็นเยียบจากปากหลุมกลับเปรยคำพูดขึ้นแทน “อย่าทำอย่างนั้นอีก”

นาคปรายตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหล่าที่ฉายความเย็นชาและดุดันในขณะที่เน้นทุกคำพูดของตน ดูท่าแล้วเขาคงไม่นึกสนุกอย่างที่เธอคิด แถมติดจะเครียดขึงขึ้น ก่อนที่เธอจะต้องหมุนใบหน้าก้มต่ำอีกครั้งเมื่ออีกประโยคของเขาเอ่ยตามมาสำทับ

“เพราะต่อให้มีครั้งหน้า แล้วเธอแค่คิดเล่นๆ... ฉันจะไม่มีการหยุดมือเป็นครั้งที่สอง” 


           คำขู่อย่างไร้แววปรานีรอบนี้จากมาเฟียทรงอิทธิพล ทำให้นาคต้องหยุดงานในมือไปชั่วครู่ รอยยิ้มบนใบหน้าหุบลง

ปฏิกิริยาเช่นนั้นทำให้หลายเซ่อเป็นฝ่ายหรี่นัยน์ตามองเธอด้วยความหยามเหยียดและอดคิดไม่ได้

... กลัวขึ้นมาบ้างแล้วรึไง

เขาเกลียดคนที่ดีแต่ปาก และเจ้าเด็กตรงหน้าก็เหมือนจะเป็นแบบนั้น

            แต่นาคที่ดูเหมือนหยุดนิ่งไปกับคำขู่กลับเงยหน้าขึ้นมองผู้พูดอีกครั้ง พร้อมฉายรอยยิ้มที่มุมปากให้ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงไม่ทุกข์ร้อนราวกับคำขู่ของเขาเป็นเรื่องที่เธอไม่คิดเป็นเป็นจัง 

"ก็เอาสิ ถ้านายจะยิงจริงๆ ใครจะไปหยุดมือนายได้ล่ะ นายเองก็ชักสีหน้า ไม่ชอบขี้หน้าฉันมาตั้งแต่เห็นครั้งแรกแล้ว ฉันคงไม่คิดว่าจะได้การปฏิบัติที่ดีจากนายหรอกจริงไหม"


             "..." กลายเป็นฝ่ายคนที่ขู่ต้องเงียบไปซะเองกับคำตอบเรียบๆ นั้น

มันฟังง่ายๆ เหมือนคำขอโทษของเจ้าหล่อนที่เคยขอโทษเขาอีกแล้ว


            ดวงตาคู่คมของหลานเซ่อคลายความเย็นชาลงเล็กน้อย อย่างบ่งว่าอารมณ์ฉุนเฉียวของเขาก็คลายลงเช่นเดียวกัน... จะเรียกว่าตอบได้ถูกใจ หรือตอบได้กวนโมโห เขาก็ไม่แน่ใจนัก... แต่ก็ต้องยอมรับว่าเด็กสาวตรงหน้าตอบได้น่าสนใจ...

แต่เขาอยากรู้นักว่าเจ้าเด็กตรงหน้ารู้รึเปล่าว่าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ไหน รู้แน่รึเปล่าเขาเป็นใครและรู้รึเปล่าว่าเขาคิดจะฆ่าเธอกี่ร้อยรอบก่อนที่เธอจะมาถึงฮ่องกง


             "...เธอคิดว่ามาเฟียเป็นอะไร"

นาคเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอีกครั้ง ก่อนไหวไหล่พลางชักสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย "ไม่รู้สิ...พ่อค้าที่ไม่จ่ายภาษีแล้ว ก็หน้าเลือดกว่าพ่อค้าทั่วไปล่ะมั้ง" 

ตอบได้แย่มาก...

แม้จะคิดเช่นนั้น แต่คนที่โดนกล่าวหาว่าเป็นพ่อค้าหน้าเลือดกลับหัวเราะฮึในลำคอ และไม่คิดถือสาอย่างที่ควรจะเป็น... นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกสบายๆ เวลาคุยกับใคร... ใช่นานจนเขาเกือบจำไม่ได้แล้ว

เจ้าหล่อนช่างพูด แต่ไม่ได้พูดไร้สาระเรื่อยเปื่อย... นั่นทำให้เขาไม่รู้สึกรำคาญ

"ตอบไม่ได้เรื่อง" หลานเซ่อว่าเสียงดุๆ

"อ้าว... แล้วฉันจะไปรู้เรื่องของมาเฟียได้ยังไงเล่า ฉันไม่ได้อยู่ในวงการแบบนั้นสักหน่อย" นาคแย้ง และเงียบไปครู่และจ้องหน้าคู่สนทนาพักหนึ่ง ก่อนพูดขึ้นใหม่ "แต่อย่างน้อย... ฉันก็ว่าฉันดูนายออกนิดหนึ่ง" 

ยังไงร่างสูงต้องขมวดหัวคิ้วเรียวเล็กน้อยกับคำเปรยของเด็กสาว แล้วเขาเริ่มรู้สึกจะไม่ชอบใจขึ้นมาอีกแล้วกับถ้อยคำที่เหมือนรู้อะไรสักอย่างของนาค

ฉันรู้ว่านายไม่ชอบสีผมตัวเอง ถึงได้ย้อมมันเป็นสีดำขนาดนั้น... แถมดีไม่ดีนายไม่ชอบสายเลือดครึ่งหนึ่งของตัวเองด้วยซ้ำไป

แค่ถ้อยประโยคแรกของเด็กสาวก็เรียกความครุกรุ่นของคนเป็นมาเฟียได้ทันที เพราะเธอกำลังพูดละลาบละล้วง และสอดรู้เรื่องที่เขาเกลียดที่สุด... เรื่องส่วนตัวของเขา... เรื่องส่วนตัวที่น้อยคนจะสังเกตเห็น และเขาพร้อมควักลูกตามันทุกคนที่สังเกตเห็นออกมา... 

แต่ก่อนที่หลานเซ่อจะได้กระชากตัวเด็กสาวร่างท้วมขึ้นมา แล้วได้ฉีกสัญญาพนันระหว่างเขากับเธอจริงๆ สายตาคู่คมที่กร้าวขึ้นอย่างดุดันของร่างสูงสง่ากลับต้องชะงักลง กับคำพูดต่อมาของนาค

"แต่นั่นก็เรื่องของนาย จริงไหม หึ เพราะฉันยังไม่ค่อยชอบตัวเองเท่าไหร่เหมือนกัน... โดยรวมฉันก็ว่านายก็เก่งนะ ที่สามารถควบคุมลูกน้องเป็นร้อยเป็นพัน แล้วขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงที่สุดทั้งที่อายุยังน้อย จากหน้านายมันบอกว่านายน่าจะอายุยี่สิบต้นๆ ฉันพนันว่าไม่เกิน 27 ปี รู้ไหมพ่อฉันกว่าจะอยู่ตัวก็ขึ้นเลขสามไปแล้ว แต่ก็ไม่แปลกสำหรับคนที่มาแบบตัวเปล่าอย่างเขาน่ะนะ" เธอเล่าขณะมือก็ทำงานไปด้วย โดยไม่ได้หันไปสนใจคู่สนทนาที่ยามนี้ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนคู่คมกริบของมาเฟียที่เธอเอ่ยชมไป กำลังมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากตอนแรกที่ชายหนุ่มแทบจะเก็บอารมณ์กรุ่นโกรธไม่อยู่กับการตีความหมายตัวเขาของนาค  แต่เพราะไอ้คำพูดต่อมาที่ มันบอกว่าเธอไม่ได้คิดเอามันมาจี้จุดเขา แล้วไอ้คำชมเรื่อยเปื่อยของเจ้าหล่อนก็คล้ายจะฟ้องว่าเธอไม่ได้ใส่ใจว่าเขาเป็นคนที่สามารถฆ่าเธอได้เสมอ... มันทำให้เขาไม่รู้ว่าจะโกรธเจ้าเด็กสาวตรงหน้าให้ได้อะไรขึ้นมา...  แม้เขาจะมีความรู้สึกไม่สบอารมณ์นิดๆ ที่ตนโดนเด็กสาวตรงหน้าวิเคราะห์เข้าให้อีกแล้ว โดยเฉพาะเรื่องอายุก็ตาม 


            "มองโลกในแง่ดีระวังจะเอาตัวไม่รอด" คนฟังเตือนด้วยกระแสเสียงเย็นชา

"ก็ใครว่าฉันมองโลกในแง่ดี ฉันแค่มองไปตามที่โลกมันเป็นไปแบบปกติของมันต่างหากเล่า"นาคว่าด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่ยังไม่เปลี่ยน"นายจะให้ฉันมองคนฉลาดว่าโง่แบบคนมองในแง่ร้าย หรือมองคนโง่ว่าฉลาดแบบคนมองในแง่ดีรึไง ฉันก็แค่มองไปตามปกติโดยไม่ใช่ทิฐิมาเป็นตัวกำหนดก็เท่านั้น การมองโลกในแง่ดีเกินไปก็จะทำให้ถูกหลอกแต่ถ้ามองในแง่ร้ายเกินไปก็จะทำให้ทำร้ายตัวเอง แทนที่จะเรียกว่ามองโลกในแง่ดี นายควรจะเรียกว่าการมองโลกในแบบง่ายๆฟังขึ้นกว่านะ เห็นอะไรก็ว่าไปตามนั้น ก็แค่นั้น... เพราะถึงโลกมันจะไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่มันก็ไม่ยากอย่างที่คิดเหมือนกัน...เห็นไหมง่ายจะตายไป"

คำตบท้ายของนาคมาพร้อมรอยยิ้มที่ชายหนุ่มเคยบอกกับตัวเองว่าไม่ชอบมันเอาซะเลย เพราะมันทำให้เขารู้สึกถึงความรำคาญบางอย่างที่คอยรบกวนจิตใจ...

แต่กระนั้น... มันก็ทำให้รู้สึกใจเย็นขึ้นอย่างน่าประหลาด

เพราะเป็นคนง่ายๆ  คำพูดจึงฟังง่ายๆ... และเพราะความง่ายๆ  นี่ จึงทำให้สบายใจ...

             ใช่... สำหรับโลกมาเฟียที่เขายืนอยู่... เขาไม่เคยเจอคนอย่างเธอ...  ยัยเด็กผู้หญิงนิสัยประหลาดตรงหน้า 

แต่หากก่อนที่มาเฟียหนุ่มจะได้ถามต่อ นาคก็ร้องขัดขึ้น

"อ๋อแล้วก็อย่าหาว่าฉันเสียมารยาทเลยนะ แต่ฉันว่านายควรกลับไปที่รถแล้วพา...เอ่อ แม่สาวหุ่นเพรียวในชุดเกาะอกวันพีชสีดำสุดเซ็กซี่ กับรองเท้าส้นสูงสีเงิน และทรงผมเก๋ๆ ของเธอไปทำอะไรอย่างที่นายอยากจะทำเล่า"

คราวนี้ใบหน้าคมคายต้องขมวดคิ้วอีกครั้ง ก่อนเอ่ยน้ำเสียงขุ่นขึ้นมาทันที "เธอรู้ได้ยังไง"

นาคถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนไหวไหล่พลางว่า "ก็เพราะเจ้าหล่อนมายืนคอยนาย และจ้องมาทางนี้ตาไม่กระพริบอยู่นอกรถได้ห้านาทีแล้วนะสิ ฉันสังเกตมาตั้งนานแล้วเนี่ย" ว่าจบนาคก็ชี้นิ้วไปที่เหม่ย จิง ซึ่งทำให้หลานเซ่อต้องหันกลับไปมองหญิงสาวคู่ควง ที่คงยืนรอเขาจนขาแข็ง และชะเง้อคอมองจนคอจะยาวเป็นยีราฟอยู่แล้ว

ชายหนุ่มลอบถอนหายใจเบาๆ เขามั่วจ่ออยู่กับลูกหนี้รายใหญ่ จนเผลอลืมสาวสวยคู่ควงที่ต้องไปทำงานเดินแบบของเจ้าหล่อนต่อ

หลานเซ่อตวัดใบหน้าก้มมองร่างท้วมๆ ที่อยู่ในหลุมดินอีกครั้ง ก่อนสั่งเสียงเฉียบว่า "พรุ่งนี้ตอนห้าโมงเธอต้องขึ้นมาจ่ายหนี้...จงซินจะเป็นคนจัดการให้เธอ" ว่าจบร่างสูงสง่าในโค้ดตัวยาว ก็หมุนตัวเตรียมผละออกไป ทว่าเขาก็ต้องหยุดชะงักไปครู่เมื่อนาคพูดไล่หลังมาว่า

"แล้วคราวหลังถ้าอยากมาดูว่าฉันร้องไห้ยอมแพ้รึยัง นายต้องให้เวลาสักอาทิตย์หนึ่ง เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นคนขี้งอแงขนาดไหน แต่สองวันมันไวเกินไปสำหรับการร้องยอมแพ้นะ อาทิตย์หนึ่งนั่นแหละถึงจะเห็นผล... เข้าใจนะ"

คำสอนจากปากเด็กสาวร่างท้วม ทำให้นัยน์ตาคู่คมต้องปรายหางตากลับมามองอย่างไม่สบอารมณ์กับคนที่กล้ามาสั่งสอนเขา แต่เขาก็ปล่อยให้เลยตามเลย และก้าวเดินต่อเมื่อหันไปเจอใบหน้าไม่ทุกข์ร้อนอย่างบ่งบอกว่าเธอไม่สนว่าเขาจะว่าอะไรกลับ 

คนงานที่เฝ้าดูสถานการณ์ระหว่างมาเฟียหนุ่มและเด็กสาวลูกหนี้ ถอนหายใจโล่งอกกันเป็นทิวแถว เมื่อมาเฟียหนุ่มยังไม่มีท่าทางจะชักปืนขึ้นมาเก็บเด็กสาวตามที่พวกเขาคาดการไว้

เมื่อมาถึงรถยุโรปสีดำมันปลาบ หญิงสาวผู้ยืนรอก็เดินเข้ามาควงแขนของชายหนุ่มทันทีก่อนถามขึ้นว่า

"นั่นใครเหรอคะหลานเซ่อ"

หลานเซ่อหันมาจับจ้องใบหน้านวลเนียนของหญิงสาวข้างตัวเพียงครู่ ก่อนตวัดมองอีกทาง "ลูกหนี้..."เขาเว้นช่วงไปครู่ ก่อนว่าขึ้นใหม่ "...ตัวปัญหาใหญ่"

สำหรับเหม่ย จิง เธอจะไม่สนใจอะไรเลยกับคำตอบนั้นถ้าเพียงเธอไม่ทันสังเกตเห็นว่าสีหน้าของมาเฟียทรงอิทธิพลที่เธอควงแขนของเขาอยู่ดูผ่อนคลายขึ้นหลังจากเขายืนคุยกับคนๆ นั้น




                                                  **********************************

 

วันอาทิตย์  เวลา 15:10นาฬิกา


"รู้รึเปล่าถ้านายอยากให้ฉันขึ้นมาจ่ายหนี้ที่ตึกนี้ นายก็ควรแงะพรมพวกนั้นออก"

นั่นเป็นคำพูดทักทายคำแรกจากเด็กสาวร่างท้วมในชุดหมีสีซีดที่เปื้อนคราบดินจากการทำงาน ทำเอาร่างของคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เบาะสีดำเงาในห้องชุดหรูหราต้องเงยใบหน้าจากเอกสารตรงหน้า พร้อมส่งสายตาเฉียบคมให้เธอ


              "เธอมีปัญหาอะไรกับพรมของฉันรึไง" น้ำเสียงเย็นถามคนตรงหน้าอย่างนึกรำคาญ

นาคชักสีหน้าเหมือนจะถามเขากลับว่า 'นายพูดเล่นเหรอ' ก่อนที่เธอต่อคำพูดของเขาทันที "มันต้องมีอยู่แล้ว นายเล่นปูพรมตั้งแต่หน้าลิฟต์ยันในห้องของนายเอง ฉันไม่ใช่พวกใช้รองเท้าไม่คุ้มอย่างนายนี้ รองเท้าถึงได้สะอาดพร้อมเหยียบพรมราคาแพงนั้นตลอดเวลาน่ะ…"

"งั้นก็ถอดรองเท้าออกซะ" หลานเซ่อว่าเสียงดุ

"ก็ฉันไม่อยากเดินเท้าเปล่า" นาคเถียง

"งั้นอยากให้ฉันตัดเท้าเธอทิ้งให้ไหม" คนเป็นมาเฟียเริ่มขู่อย่างเหี้ยมเกรียมพลางสงสายตาขัด
เคืองมาให้

แต่เด็กสาวก็ยังคงเอ่ยต่ออย่างไม่สนใจว่า "อย่าเลยเลือดมันล้างออกยากกว่าดิน เดี๋ยวพรมนายจะเป็นด่างซะเปล่าๆ"

คำเถียงจากลูกหนี้รายใหญ่ทำเอามาเฟียทรงอิทธิพลถึงกับต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างบ่งว่าเขาเกลียดเป็นบ้ากับคำพูดที่ดูไม่ทุกข์ไม่ร้อนนี้ของคนตรงหน้า แต่ต่อให้เขาหงุดหงิดหรือมีปืนอยู่ในมือตอนนี้ เขาก็ฆ่าเธอทิ้งตรงนี้ไม่ได้อยู่ดี เพราะเขารับปากรับพนันไปกับเจ้าหล่อนแล้ว ถ้าเกิดเขาทำจริงๆ เขาก็กลายเป็นพวกขี้แพ้ไร้ศักดิ์ศรีและสัจจะอย่างไม่น่าให้อภัย เรียกได้ว่าการพนันระหว่างเขาและนาคเป็นการประกันชีวิตของเด็กสาวไปโดยปริยาย ถ้าไม่เรียกว่านาคที่เป็นคนต้นคิด ฉลาดมากในการหาวิธีรักษาชีวิตตัวเอง เขามันก็งี่เง่าเองที่ไปรับพนันนั่น

"แล้วไหงนายบอกว่าเฟยจงซินจะจัดการเรื่องของฉัน ทำไมพนักงานข้างล่างถึงบอกให้ฉันมาจ่ายหนี้กับนายข้างบน" นาคเดินมานั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของชายหนุ่มอย่างรู้หน้าที่พลางตั้งคำถามทันใด

"จงซินไม่ว่าง" หลานเซ่อตอบอย่างเฉยชาแทน

"เหรอ...” นาคขมวดคิ้วครุ่นคิดเล็กน้อย พลางว่าขึ้นใหม่ “ยังกับเห็นหมอนั่นนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่ล็อบบี้ข้างล่าง" เธอพูดอย่างไม่คิดอะไร แต่หลายเซ่อกลับเป็นฝ่ายต้องเงียบไปหลายอึดใจ

เจ้าเด็กตรงหน้าช่างรู้ดีอีกแล้ว


            ตาไวดีจริงๆ

ใช่... เขาจงใจเป็นคนรับหน้าที่การจ่ายหนี้ของนาคเอง ไม่รู้ว่าเมื่อวานเขาคิดอะไรขึ้นมาอยู่ๆ ถึงสั่งให้จงซินยกเลิกหน้าที่รับการจ่ายหนี้ของนาค แล้วเขาจะรับไว้เอง ทั้งที่ตัวเขาก็ใช่ว่าจะว่างมากมายมานั่งเสียเวลากับลูกหนี้เพียงคนเดียว

คิดว่ามีผู้หญิงกี่คนที่ได้มีสิทธิ์มายืนเหยียบอยู่ที่นี่ และได้เห็นหน้าเขาทุกอาทิตย์หรืออาจจะมากกว่านั้น มันแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ แล้วทำไมเขาต้องให้สิทธิพิเศษนี้กับคนที่เขาเคยคิดจะฆ่า กับเด็กสาวที่ไม่ได้มีส่วนไหนที่เขานึกสนใจแม้แต่น้อยนี่ด้วย

...นั้นสิ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน รู้ตัวอีกที่เขาก็สั่งคำสั่งนี้กับจงซินไปแล้ว จะกลับคำพูดไปๆ มาๆ มันก็คงไม่ใช่เรื่องดีนักกับคนอยู่ในตำแหน่งผู้นำสูงสุดอย่างเขา 

"ฉันจะเป็นคนรับหน้าที่นี่เอง ที่สำคัญฉันมีเรื่องนันทกาต้องถามเธอบางครั้งบางคราว" หลานเซ่อจำใจบอกอย่างช่วยไม่ได้

ในขณะที่นาคก็พยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจ และนั่นเป็นสิ่งที่โชคดีของมาเฟียหนุ่ม ที่เจ้าหล่อนเป็นคนง่ายๆไม่ซอกแซก เขาถึงไม่ต้องมานั่งงัดเหตุผลมาอ้างว่าทำไมเขาถึงรับหน้าที่นี้แทนจงซิน... แม้จะบอกว่ามีเรื่องของนันทกามาช่วยสนับสนุน แต่นั่นคงยังไม่พอสำหรับเหตุผลเท่าไหร่


            "400ดอลลาร์" หลานเช่อทวนจำนวนเงินพลางเลิกคิ้วเล็กน้อย

นาคเห็นปฏิกิริยานั้นจึงรีบแย้ง "อย่าหาว่ามันน้อยนะ... เพราะฉันทำงานแบบนี้ ไม่ได้นั่งห้องแอร์เซ็นเอกสาร" 

"...ฉันแค่จะบอกว่ามันห่างไกลจากยี่สิบล้านดอลลาร์มากไปหน่อยเท่านั้นเอง"

"อย่าประชดประชันจะได้รึเปล่า ถึงจะแค่เศษเงินของนายแต่อย่าลืมว่ากว่าเงินมันจะขึ้นหลักล้าน มันก็มาจากเศษเงินรวมๆ กันนี่แหละ" นาคว่าอย่างเซ็งๆ ก่อนเอ่ยปากลาเจ้าของห้องเมื่อหมดธุระ และทำท่าจะลุกออกไปทันที แต่ชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นก่อนว่า

"ส่วนเรื่องเสื้อนักเรียนสำหรับการไปโรงเรียนพรุ่งนี้ให้เธอไปติดต่อกับแม่บ้านข้างล่าง จะมีแม่บ้านเตรียมไว้ให้เธอ ... อย่าทำเป็นว่าลืมซะล่ะ" 


 
          น้ำคำดุที่เน้นหนักจากใบหน้าคมคายสำทับกับเด็กสาสาวร่างท้วมที่ยืนตีสีหน้าเบื่อหน่าย 

เธอรึอุตส่าห์ทำเป็นไม่รู้เรื่อง และรีบเผ่นแล้วนะ เจ้ามาเฟียตรงหน้ายังมาจำได้อีก

นาคเป่าปากอย่างช่วยไม่ได้ พร้อมเอ่ยลาทิ้งท้ายก่อนเดินออกไป "รู้แล้วๆ...แล้วเจอกันอาทิตย์หน้าอีกที"

เมื่อร่างของลูกหนี้ตัวปัญหาหายลับไปหลังประตูบานสวย ชายหนุ่มก็หมุนนัยน์ตาคูคมกริบดุจเหยี่ยวขึ้นมองตามประตูที่เด็กสาวเปิดออกไป ด้วยสายตาเฉียบที่แสดงความรำคาญกึ่งหงุดหงิด 

เจ้าเด็กตรงหน้าใช้คำพูดคุยกับเขาแต่ละที ยังกับคุยกับเพื่อนตัวเอง...

หลานเซ่อเตรียมลุกออกจากโต๊ะทำงานของตน แต่สายตาของเขากลับมองไปที่เงินสี่ร้อยดอลลาร์บนโต๊ะ ความจริงสิ่งที่เขาจะพูดกับนาคในตอนแรกเรื่องเงินนี่ ไม่ใช่ว่ามันน้อย...แต่มันมากกว่าที่คิด เพราะงานที่เธอทำเป็นงานที่ไม่น่าหาเงินมาได้เยอะถึงสี่ร้อยดอลลาร์ในเวลาสามวัน ดูท่าลูกหนี้ของเขาจะหลังคดหลังแข็งโหมงานเต็มที่น่าดู

ใช่...เจ้าเด็กสาวคนนี้เก่งใช่เล่น ทั้งแรงใจและแรงกายดูท่าจะมีพร้อม

มาเฟียหนุ่มหลุดจากความคิด ก่อนเดินก้าวต่อเพื่อจะลงไปข้างล่างทำธุระของตนบ้าง ทว่าเขาก็ต้องค้างเท้าไว้แค่นั้น เมื่อรู้สึกได้ถึงว่าตนเผลอเหยียบอะไรสักอย่างที่มันเฉอะแฉะ

ชายหนุ่มก้มมองที่รองเท้าของตนทันที และเขาก็ได้เห็นว่าตนเองเดินเหยียบขี้ดินสีแดงๆ ที่นองบนพรมสีเข้ม ซึ่งไม่น่าจะมีอยู่บนห้องของเขาได้ รองเท้าขัดมันสีดำของเขาเลาะคาบดินเป็นจุดๆ ก่อนที่ดวงแก้วสีน้ำตาลอ่อนจะค่อยๆ ไล่จากปลายเท้าของตนไปถึงประตูหน้าห้อง มันมีขี้ดินที่เป็นรอยเท้าบนพรมไล่มาตั้งแต่ประตูหน้าห้องจนถึงหน้าโต๊ะทำงานของเขา และมีรอยเท้านั้นวนออกไปจากนอกห้อง เป็นรอยรองเท้าเดียวกันแบบทั้งไปทั้งกลับ


               แค่นั่นไม่ต้องเดาเลยว่าฝีมือใคร... ก็ใครเพิ่งขึ้นมาจ่ายหนี้เขาและบ่นเรื่องพรม

ให้ตาย... ยัยเด็กฤทัยนาคนั่น ไม่ยอมถอดท้องเท้าจริงๆ ซะด้วย แล้วดูเหยียบพรมเขาจนรอยดินติดเป็นทางยาวชนิดไม่เกรงใจเลย

ไม่รู้ว่าเขาจะพูดยังไงดี...

มาเฟียหนุ่มยกหูโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของตน พร้อมกดเบอร์ลงบนแป้นทันที ก่อนกรอกเสียงใส่เมื่อมีคนรับสาย

"ให้คนขึ้นมาแงะพรมออกให้หมดเดี๋ยวนี้!"  ชายหนุ่มสั่งเสียงเครียดดุดัน จนคนเป็นคู่สายหนาวยะเยือก ก่อนที่ร่างสูงสง่าจะกระแทกหูโทรศัพท์วาง

เดี๋ยวเขาก็คิดหนี้ค่าพรมเพิ่มซะเลยดีไหม


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

27,731 ความคิดเห็น

  1. #27693 เงาหัวใจ (@0972722341) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 12:59
    ท่านหลินงกอ่ะ คิดค่าพรมด้วย5555
    #27693
    0
  2. #27567 The rabbit (@mimnoi) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2556 / 21:10
    ฮาาาาอ่ะ โอ๊ยยยย ทำไมนางเอกฉลาดเงี้ยเนี่ย ><
    #27567
    0
  3. #27540 llamll (@llamll) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2556 / 10:56
    ฮาแฮะ 5555555555
    #27540
    0
  4. #27523 Marshmallow KinG (@bookachook) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 19:55
    ชอบพระเอกกับนางเอกจริงๆ!
    #27523
    0
  5. #27506 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มีนาคม 2556 / 02:21
    ฮ่ะ..ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ

    คะ..ใครก็ได้...ชะ..ช่วยที!!!โอ๊ยฮามาก!...(ปวดท้องเลย)
    #27506
    0
  6. #27479 GIFT (@suthathip-04777) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2555 / 19:28
    5555555555555555โอ้ยฮาาาา สั่งให้คนมาแงะพรม ก้ากก สุดท้ายก็ต้องเอาออก5555
    #27479
    0
  7. #27385 smile coated poison (@noandpop) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 เมษายน 2555 / 00:38
     555
     ก็นาคเตือนเรื่องพรมไปแล้วนี่นะ


    #27385
    0
  8. #27189 GALILEO (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2554 / 17:14
    555555555 พรมโดนสั่งแงะทันที
    #27189
    0
  9. #26809 ตุ๊กตาหมายเลข13 (@mystory-gig) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2554 / 23:37
    คิดค่าพรมด้วย

    มาเฟีย งกอ๊ะ  ><
    #26809
    0
  10. #26676 กาสะลอง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2554 / 16:47
    เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าเป็นนางเอก cubic ต้องอดทน !!!
    #26676
    0
  11. #26660 PiLii (@pinepilins) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2554 / 17:20
    อ่านการโต้ตอบสนทนาของหลานเซ่อกับนาคแล้วสนุกจังเลย ออกแนวจิตวิทยานิดๆ เลยนะนี่
    #26660
    0
  12. #25772 K-pentagon (@k-pentagon) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2554 / 20:31
    ท้องเท้า = รองเท้า รึเปล่าคะ?
    #25772
    0
  13. #25750 ~~inunaru~~ (@inunaru) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2554 / 16:41
    555+ คิดค่าพรม
    คิดเลย นาคจะได้อยู่ด้วยนานๆไง 555+
    #25750
    0
  14. #25217 ACLS (@sasisopit) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 เมษายน 2554 / 22:28
    ทำงาน 400 คิดค่าพรมอีก 4 ล้านแน่
    #25217
    0
  15. #25086 sep&sym (@sep-sym) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มีนาคม 2554 / 14:35
    ถ้าคิดค่าพรมเพิ่มอีก นาคคงหาเงินอ้วกกว่านี้แน่
    นี่ก็ปาไป20ล้านแล้ว
    #25086
    0
  16. วันที่ 10 มีนาคม 2554 / 02:02
    ฮ่าๆๆๆ

    แงะพรมกันเลยทีเดียว
    #24786
    0
  17. #24433 Naruko (@Naruko) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2554 / 03:59

    วันศุกร์ >> หลานเซ่อเจอนาคตอนให้จงซินพานาคมาฮ่องกง
    วันเสาร์ >> หลานเซ่อไปหานาคที่ทำงานก่อสร้าง
    วันอาทิตย์ >> หลานเซ่อนัดนาคไปจ่ายหนี้ที่ตึก
    แค่ 3 วัน หลานเซ่อก็ดูเหมือนจะละเมิดกฎที่ตั้งกับนาคไว้แล้วนะคะ

    #24433
    0
  18. #24358 chocomalt (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 19:20
    นาค โหด มาก 55 หลานเว่อถึงขนาดแกะพรมทิ้งเลยหรอออ
    #24358
    0
  19. #24000 mona_nooparn (@monasatoo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554 / 19:15
    ไม่ไหวจะเคลียร์ นางเอกได้อีก
    #24000
    0
  20. #23977 DREAMMY x') (@dream-ls) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554 / 12:44
     ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #23977
    0
  21. #23872 ForGno (@forgno) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554 / 15:17
    ต๊ายย พระเอกน่าร๊ากกกกกจัง
    #23872
    0
  22. #23842 pittanan (@pittanan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2554 / 12:48

    เข้าไปพักสักหน่อยไม่ครับ >>> ไหม

    ก็นานๆที่จะมีเวลานี่คะ >>> ที

    ไม่แน่ใจว่าปานี้เสร็จรึยัง >>> ป่าน

    #23842
    0
  23. #23829 Magiwiz (@Faydeville) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:40
     ก็นานๆที่จะมีเวลา - นานๆที
    โค้ดหรูๆ - โค้ทหรูๆ
    #23829
    0
  24. #23814 ฉันชอบ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554 / 01:45
    โฮะๆ ชอบค่ะ สนับสนุนเลย แนวนี้มีไม่มาก ส่วนใหญ่เคยอ่านแต่เรื่องที่นางเอกสวยเลิศ เก่งฉลาด

    มาอ่านแนวนี้แล้วแปลกดี
    #23814
    0
  25. #23757 ฿uM-b!M (@bum-bim) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2554 / 11:01
     อ่านใหม่อีกรอบ
    #23757
    0