CUBIC (ตีพิมพ์แล้ว)

ตอนที่ 2 : ผู้ล่า กับ เหยื่อ (1)(รีไรท์2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35,580
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 121 ครั้ง
    2 ก.พ. 54


ตอนที่ 2 ผู้ล่า กับ เหยื่อ (1)

วันนี้เป็นอีกวันที่ดูปกติ นันยังไปโรงเรียนพร้อมนาคด้วยการเดินทางโดยรถเมล์ และแน่นอนว่านาคต้องโกหกนันอีกว่า รถของพ่อเธอนอนตายอยู่ในอู่ซ่อมรถ ทั้งที่ความจริงมันอยู่ในโกดังรถของนายหน้าค้ารถไปแล้ว 

อากาศแจ่มใสชีวิตปกติ และนาคก็ยังถูกคนอื่นแกล้งเหมือนปกติ

           ออดบอกเวลาพักเที่ยง เวลานี้นันชอบมาชวนน้องสาวของเธอไปทานข้าว เพราะรู้ว่านาคไม่ค่อยมีเพื่อนและมีเธอเป็นคนรู้ใจเพียงคนเดียว หรืออีกแง่ความจริงตัวนันเองนั้นแหละที่ติดแจนาค 

หากแต่วันนี้ไม่มีเค้าว่าจะเห็นตัวพี่สาวคนสวยแม้แต่เงา

           นาคไปตามหาถึงห้องเรียนและได้รับคำตอบเพียงว่า 'ขอลากลับก่อนไปตั้งแต่ตอนคาบเรียนที่สอง' 

         และแน่นอนว่านิสัยอย่างนาคชักได้กลิ่นทะแม่งๆแล้ว แต่เธอก็ทำได้แค่พยายามระงับความช่างสงสัยไว้เพราะไม่อยากคิดในแง่ลบ แถมเรื่องเจ้ารถลีมูซีนคันสีดำนั่นก็ยังไม่ยอมหลุดจากหัวเธออีก 

ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าไอ้สองเรื่องนี้มันพัวพันกันแปลกๆ

อาจเป็นเพราะเจ้ารถคันหรูนั้นไม่อยู่ที่หน้าโรงเรียนวันนี้ พร้อมกับที่นันทำตัวแปลกๆ พอดีละมั้ง  

            "เอาน่านาค มันก็แค่บังเอิญ แค่บังเอิญ" เด็กสาวร่างท้วมเริ่มสะกดจิตตัวเองอย่างเคยๆ  เมื่อรู้ว่าเธอชักคิกในแง่ลบเกินลิมิต ในขณะที่มือสองข้างถือของกินอย่างไม่สนสายตาโดยรอบ โดยเฉพาะเหล่าสาวสวยหุ่นเพรียวลมทั้งหลายที่กำลังคำนวณน้ำหนักแคลอลี่ในอาหารที่เธอถืออยู่ และพวกเธออาจต้องกลับไปล้วงคออ้วกที่บ้านตัวเองแทนเจ้าของอาหารพวกนั้นอย่างช่วยไม่ได้

            นาคมองตามเส้นขอบฟ้าที่กลายเป็นสีส้มบ่งถึงเวลาเย็น มือข้างที่เพิ่งยัดแฮมเบอร์เกอร์เขาปากหมดล้วงหาใบปลิวที่แปะประกาศหาพนักงานเสริฟ เธอเริ่มหางานอย่างที่เคยบอกจริงๆ ในกระเป๋าของเธอมีทั้งใบปลิวและหน้าหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับการประกาศรับสมัครงานอยู่หลายแผ่นจนกระเป๋าตุง

            "พนักงานเสริฟร้านอาหาร... ไม่ ไม่ ไม่ ร้านนี้หรู พนักงานคงไม่พ้นต้องสวยหรูเหมือนกัน... ผ่าน" นาคเริ่มวิเคราะห์ใบปลิวในมือทีละแผ่น ขณะเดินกลับบ้าน และนิสัยชักจะเสียตามเมื่อใบไหนไม่ผ่านการพิจารณาของเธอ ใบนั้นก็ถูกโยนทิ้งตามทางเดินเหมือนโปรยเศษขนมปัง 

            ร่างท้วมในชุดนักเรียนเดินไปวิจารณ์ใบปลิวในมือไปจนมันหมดทุกใบ ก็ไม่มีใบไหนที่เธอถูกใจ แล้วสุดท้ายก็บ่นอีกเช่นเดิมว่า "งานตำแหน่งสูงๆในประเทศไทยนี้ รับแต่คนหน้าตาดีรึไง แล้วจะเรียนสูงไปทำบ้าอะไรว่ะ" และบ่นจบ พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที่เธอก็มาถึงบ้านแล้ว 

            นาคเลิกคิ้วขึ้นข้างกับความเงียบของบ้าน เธอนึกว่าจะได้เห็นไฟในบ้านเปิดซะอีก เพราะนันกลับมาตั้งแต่สายๆ แต่บ้านตอนนี้เงียบ... เงียบจนน่าสงสัย 

            ร่างท้วมๆ ในชุดนักเรียนเดินเข้ามาในตัวบ้านช้าๆ มองซ้ายขวาอย่างระแวดระวังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อถึงประตูบ้านเธอก็ค่อยๆ ลองเปิดมันออกช้าๆและเป็นไปตามคาด

            บ้านไม่ได้ล็อค!

            เพียงเท่านั้นเด็กสาวชักเท้าถอยหลังทันใด ทว่าวินาทีนั้นประตูบ้านก็ถูกกระชากเปิดออก ตามด้วยความรู้สึกถึงการโดนดึงคอเสื้อจากด้านหลังอย่างแรง

            โครม!

            ร่างของเด็กสาวโดนกระชากลงมากระแทกนอนคว่ำหน้ากับพื้นห้องหน้าประตูบ้าน ก่อนที่จะรู้สึกถึงแรงกดทับด้วยเข่าจากข้างหลังของเธอ พร้อมมือสองข้างก็โดนรวบไปไขว้กันด้านหลังจนเธอเจ็บแปล๊บไล่ขึ้นมาถึงหัวไหล่เหมือนไฟช็อต 

สถาพตอนนี้ราวกับเธอเป็นผู้ร้ายที่โดนนายตำรวจจับล็อคอย่างไงอย่างงั้น

            เสียงกริ๊กที่ข้างหูจากการที่เจ้าปืน CZ 75 B เหนี่ยวนกสับ พร้อมกับสัมผัสถึงความเย็นของโลหะจากปากกระบอกปืนที่จ่อยังขมับของเธอ เรียกความรู้สึกสับสนและตื่นตระหนกให้ถาโถมใสร่างกายท้วมๆ ของเด็กสาว แต่ยามนี้เธอโดนล็อคตัวจนดิ้นไม่ได้ และไม่มีเสียงจะร้องเพราะมันกลืนหายไปกับความตกใจในวินาทีแรกที่โดนกระชากตัวแล้ว

            "นันทกา ฤทธิวงษ์ อยู่ไหน แล้วเธอเป็นใคร" เสียงห้าวเหนือร่างของเธอ ถามกร้าวด้วยภาษาอังกฤษอย่างหัวเสีย พร้อมใช้ปืนกดศีรษะของเธอให้แนบพื้นเย็นของบ้านมากขึ้น

            นาคพยายามหมุนศีรษะมองผู้รุกราน เมื่อสติเริ่มกลับมา แต่เธอก็ต้องกัดฟันกรอดเมื่อเจ้าคนที่กดร่างเธอไว้ใช้มือใหญ่ๆ ดันให้หัวของเธอกลับลงไปแนบกับพื้นบ้านอีกครั้งอย่างไม่ปรานี 

            แต่กระนั้นดวงตาสีดำของเด็กสาวก็พยายามเหลือบมองผ่านร่องนิ้วนั้นอย่างสุดความสามารถ และเห็นว่ามืออีกข้างของคนที่ถือปืนจ่อหัวเธออยู่กำลังเหนี่ยวไกปืน

                หัวใจกระตุกวูบกับความตายที่ข้างหู พร้อมสมองสั่งการให้เธอหาวิธีรอดอย่างเร่งด่วน ก่อนเสียงครางจากไกปืนจะลั่นขึ้น

            "เรื่องนั้นฉันไม่รู้ แต่นันทกา ฤทธิวงษ์น่ะ พี่สาวฉันเอง!" นาคตะโกนบอกเป็นภาษาอังกฤษกลับอย่างร้อนรน เมื่อรู้สึกถึงหายนะที่อยู่ชิดศีรษะ 

และมันได้ผล เพราะมือที่กำลังเหนี่ยวไกหยุดการกระทำนั้นทันที ก่อนยกปากกระบอกปืนออกจากศีรษะของนาคช้าๆ ซึ่งยามนี้เธอหอบจนตัวโยนด้วยความกลัว ทว่าเขาก็ยังไม่ยอมเลิกกดร่างของเธอในจมลงกับพื้น 

            และก่อนที่เขาจะยอมลุกจากตัวเด็กสาว ก็เมื่อเชือกเส้นหนาถูกพันไว้รอบข้อมือสองข้างที่ไขว้ไว้ข้างหลังของนาคจนแน่นแล้ว เธอถึงถูกดึงตัวขึ้นมาจากพื้น และมาต้องยืนเข่าอ่อนต่อ เพราะแรงที่กดร่างของเธอไว้หนักซะจนขาของเธอชาไปหมด ดีนะที่เธอชินกับการแบกของหนักถ้าไม่อย่างงั้นคงหลายนาทีกว่าเธอจะกลับมายืนได้อีก

            นาคถูกหมุนตัวมาเผชิญหน้ากับคนที่ประทุษร้ายเธอ โดยในสมองของเธอยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก แต่สติก็ค่อยๆ กลับมาจนครบถ้วยทีละน้อย เตรียมรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นกิ้งก่าเปลี่ยนสีเหมือนทุกครั้ง

            นาคเริ่มวิเคราะห์ร่างสูงโปร่งของชายขาวตะวันออกในชุดสูทสีดำที่ยังใช้ปืนจ่อมาที่เธออย่างไม่ไว้วางใจ ผิวขาวจัดทำให้เด็กสาวเดาได้ไม่ยากว่าน่าจะเป็นคนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ใบหน้าเรียวคมดูทรงภูมิน่าเกรงขามมีแว่นตาดำสวมปิดบังดวงตาเรียวที่หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อย บนปกเสื้อสูทมีเข็มกลัดเล็กๆ สีเงินวาวที่ประทับตราบางอย่างเหมือนที่เธอเคยเห็นเมื่อไม่นานนี้ เพ่งไปสักพักถึงรู้ว่าเป็นตราแบบเดียวกับรถลีมูซีนคันสีดำเมื่อวาน 

            นาคหรี่ตามองชายตรงหน้าอยู่อีกสักพัก จึงเอ่ยถามเป็นภาษาอังกฤษกลับด้วยความกล้าๆ กลัวๆ "เป็นเจ้าหนี้ยุทธพงษ์ ฤทธิวงษ์ใช่ไหม"

            ท่าทางที่หายหวาดกลัวไวของเด็กสาวตรงหน้า ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจไม่น้อยและไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ก่อนว่าเสียงเหี้ยมเย็นเยียบ "เธอไม่มีสิทธิ์ถาม แค่ตอบว่านันทกา ฤทธิวงษ์อยู่ที่ไหน" 


           
"ฉันไม่รู้" นาคยังงงงันเล็กน้อยกับสถานการณ์ 

เธอรู้แค่ว่าเจ้าหนี้พ่อเธอกำลังตามหาตัวพี่สาวเธออยู่ แต่จะตามหาทำไม ทำไมไม่ไปทวงเงินกับพ่อเธอล่ะ แถมพ่อเธอกับพี่สาวเธอหายไปไหนก็ไม่รู้ นาคหยุดคิดเพียงเท่านั้นก่อนจะเริ่มประติดประต่อเรื่องใหม่ 

          นันหายไปตั้งแต่ตอนสายๆ อ้างว่าไม่สบายขอกลับก่อน และเมื่อวานพ่อสารภาพว่าติดหนี้ก้อนใหญ่ พอกลับมาบ้านไม่มีใครอยู่ เจ้าหนี้มาตามหาตัวพี่นัน แถมเมื่อวานพ่อเธอพูดกับเธอแปลกๆว่า 'จงเป็นเหยื่อที่เหนือกว่าผู้ล่านาค ขอบคุณพรสวรรค์ของตัวเองแล้วก็ใช้มันให้เต็มที่ด้วย'….

            "เวรเอ๊ย!" นาคสบถลั่นอย่างโมโหเมื่อประติดประต่อเรื่องจบ และทำเอาคนที่กำลังเล็งปืนเล็งเธอถึงกับตกใจเล็กน้อยกับปฏิกิริยานั่น เพราะเจ้าหล่อนอยู่ดีๆ ก็ตะโกนออกมา แถมพูดภาษาไทยที่เขาฟังไม่รู้เรื่อง      

เด็กสาวกลับมาสนใจเขาอีกครั้งด้วยใบหน้าเครียดขึง และถามน้ำเสียงกร้าวนิดๆ ด้วยภาษาอังกฤษกลับ

"พ่อฉันเอาพี่สาวฉันไปขัดดอกรึไง"

            ฉลาด...

เป็นคำเดียวที่ผุดขึ้นมาในหัวของชายหนุ่ม เพราะตอนแรกเท่าที่เห็น ยัยเด็กตรงหน้าเขาดูท่าจะไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย แต่ใช้เวลาไม่นานเก็บเศษข้อมูลรอบตัวเดาเหตุการณ์ทั้งหมดได้อย่างแม่นยำ แถมปฏิกิริยาของเจ้าหล่อนค่อนข้างไว ตอนที่เปิดประตูเข้ามาพอรู้ว่าไม่ได้ล็อค ก็ถอยเท้าออกไปทันที บอกได้ว่าเธอเป็นคนมีเซ้นส์ที่ดี อีกอย่างท่าทางของเธอตอนนี้ดูไม่ได้หวาดกลัวอีกแล้ว...  

       
     

เด็กผู้หญิงตรงหน้าคงมีเนื้อในอะไรดีๆ อยู่บ้าง... 

            "นายยุทธพงษ์ ฤทธิ์วงษ์  ติดหนี้คุณหลินเจ้านายของฉัน ที่เป็นมาเฟียฮ่องกง เขาเซ็นสัญญาใช้หนี้เป็นลูกสาวชื่อนันทกา ฤทธิ์วงษ์...ซึ่งฉันจะต้องรับตัวเธอไปวันนี้" เขาบอกด้วยท่าทางเย็นชาแข็งกระด้างอย่างน่าหวาดหวั่น และไม่ลดมือที่ถือปืนลงแม้แต่น้อย

            "เออ... แล้วพ่อฉันก็คงไหวตัวหนีไปพร้อมลูกสาวแสนสวยที่เอาไว้ขัดดอก แต่ดันเสือกทิ้งลูกสาวที่ไม่เกี่ยวข้องไว้แทนไง" นาคยังกัดกรามแน่นอย่างโมโหที่โดนพ่อตัวเองหักหลังซะเอง ถึงแม้ครึ่งหนึ่งในใจเธอจะยอมรับว่าพ่อเธอเกริ่นเรื่องนี้ไว้กลายๆ ให้เธอรับผิดชอบ แต่โยนปัญหามาให้ทั้งหมดในขณะที่ตัวเองแจวหนีไปมันก็ไม่น่าให้อภัยอยู่ดี ทั้งที่เธอก็เป็นลูกสาวของพ่อคนหนึ่งเหมือนกัน ถึงเธอจะไม่น่ารักก็เถอะ 

            มันทั้งน่าโมโหทั้งน่าน้อยใจเลยเว้ย 

            นาคโมโหอยู่ครู่ก่อนคำว่า 'มาเฟีย' จะมากระตุ้นต่อมสมองเธออีกครั้ง เล่นเอาเธอสังหรณ์ถึงลางหายนะอยู่รำไร ระดับมาเฟียไม่ใช่เรื่องเล่นๆแล้ว 

นาคกลับมาสงบสติอารมณ์อีกครั้งก่อนว่าขึ้นใหม่

            "แล้วนายจะเอายังไง พี่นันไม่อยู่ที่นี่แล้ว แล้วฉันก็ไม่รู้ด้วย จะยิงฉันทิ้งตรงนี้แล้วก็จบเรื่องใช่ไหม" นาคพยักเพยิบหน้าไปยังปืนที่เล็งมาใส่หน้าเธอ 

            ใบหน้าคมๆ เงียบขรึม เงียบไปครู่หนึ่ง เขาหรี่ตาเรียวคมของตัวเองมองท่าทางตรงหน้าของเหยื่อที่เขาไม่เคยเจอ โดยเฉพาะกับเด็กผู้หญิงแบบนี้ ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงปกติคงร้องห่มร้องไห้ทำอะไรไม่ถูก กลัวจนตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำไปแล้ว หรือไม่ก็คงพยายามหาทางหนี

แต่ท่าทางของเธอดูใจเย็นเกินกว่าจะเป็นผู้ตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย และเป็นคนที่ถูกพ่อตัวเองทิ้ง... ราวกับกำลังเข้ารูปแบบการเจรจา

            "ดูเธอจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่" ชายหนุ่มว่าด้วยท่าทางสงบนิ่งเช่นเดิม

           ในขณะที่นาคกลับเปิดตากว้างจนเกือบถลน "จะบ้ารึไง ฉันโดนปืนจ่ออยู่นะ ฉันจะไม่กลัวได้ยังไง เอาส่วนไหนคิด ฉันก็คนปกติ รักซีวิตตัวเองเป็น... แต่ถ้าจะยิงขอจุดตาย ฉันไม่อยากเจ็บนาน" เธอโวยวายยังกับว่าคนตรงหน้าจี้โดนจุดโมโหของเธอเข้า ปากก็บอกว่ากลัวแต่ที่แสดงออกมามันตรงกันข้ามชัดๆ 

ก็บอกไปแล้วว่าเธอไม่รักการเป็นคนที่ถูกมองผิดปกติกับมนุษย์คนอื่น


             ชายในชุดสูทลดปืนลงช้าๆ ก่อนที่เขาจะล้วงกระเป๋าและหยิบมือถือขึ้นมาต่อสายถึงใครบ้างคน เขาพูดสายเป็นภาษากวางตุ้ง ปล่อยในนาคขมวดคิ้วเงี่ยหูฟังอย่างสงสัย แม้จะฟังไม่รู้เรื่องก็ตาม เมื่อสนทนากับคู่สายจบเขาก็เก็บมันเข้ากระเป๋าเช่นเดิม ก่อนหันมาที่เด็กสาวร่างท้วมที่ยังถูกพันธนาการมือไว้ที่ด้านหลัง

             "ถ้าอย่างงั้นฉันก็คงต้องเอาตัวเธอไปฮ่องกงก่อน... แต่คงไม่ได้ไปแทนพี่สาวเธอ เพราะว่าด้วยรูปร่างหน้าตาเธอแล้ว..." เขาหยุดพูดแค่นั้น และเริ่มไล่มองร่างท้วมๆ ของนาคตั้งแต่หัวจรดเท้า และก่อนที่เขาจะได้อ้าปากพูดต่อ คนที่ถูกมองด้วยสายตาปรามาส ก็ร้องดักคอขึ้นก่อนที่เธอจะได้ยินอะไรที่เป็นมลพิษทางเสียง

            "หยุดเลย หยุด บ้านฉันมีกระจก ฉันรู้ตัวดี โอเคไหม" นาครีบพูดรัวเร็วเพื่อหลีกหนีคำพูดที่กระแทกใจดำเธอ ก่อนเธอจะถามเขาอีก "แล้วจะเอาตัวฉันไปในฐานะอะไร"

             "ตัวประกัน" เขาตอบหน้าตาย

            นาคระบายลมหายใจอย่างเบื่อหน่าย และมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายกับคำตอบ "ไม่มีคนฉลาดที่ไหนทิ้งตัวประกันสำคัญไว้ให้ผู้ร้ายหรอกนะ แล้วฉันก็คิดว่าพ่อฉันฉลาดด้วย เพราะถ้าไม่อย่างงั้นฉันว่านายคงได้ตัวพี่นันไปนานแล้ว… " นาคหยุดพูดเพียงเท่านั้นเพราะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังพูดอวดดีกับอีกฝ่าย ทำให้เธอต้องระบายลมหายใจอีกรอบบ่งถึงความเหนื่อยใจ พร้อมกับสายศีรษะน้อยๆ และบังคับไม่ให้ตัวเองพูดอะไรร้ายกาจออกไป เธอไม่ได้อย่างอวดเก่งหรือสร้างเรื่องให้กับคนที่มีปืนอยู่ในมือหรอกนะ นาคว่าขึ้นใหม่ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง "… รู้ไหม ความจริงฉันไม่ได้อยากแดกดันนาย หรือเจ้านายของนายหรอกนะ แต่ก็อย่างที่ฉันบอก มันจะมีค่าอะไรที่นายจะเอาตัวฉันกลับไปด้วย ไม่ได้ผลงานก็เลยต้องหาอะไรไปกู้หน้าหน่อยรึยังไง" 

            "งั้นก็ลูกหนี้" เขาเอ่ยตัดบท และเล่นเอาเด็กสาวอ้าปากค้าง เพราะหาคำเถียงไม่ได้แล้ว

            ลูกหนี้ดูเป็นอะไรที่เหมาะสมกับเธอที่สุดในตอนนี้ พ่อติดหนี้ลูกก็โดนด้วย มันเล่นเอาเธออยากเปลี่ยนนามสกุลซะเดียวนี้เลย

             ชายหนุ่มชักรู้สึกว่าเจ้าเด็กสาวตรงหน้าคงมีอะไรที่น่าสนใจ จากการพูดการจาของเธอแสดงถึงความมีไหวพริบ แถมใช้ภาษาอังกฤษคล่องทีเดียว นิสัยก็ประหลาด ทีแรกว่าเขาปาวๆ แต่สุดท้ายก็วนมาขอโทษเรื่องที่ตัวเองว่าซะเอง เดาไม่ถูกว่าจะเอายังไงกันแน่ อีกอย่างพ่อของเด็กสาวดันทิ้งเธอไว้ให้ แทนที่จะเป็นพี่สาวของเธอตามสัญญา... มันน่าสงสัยว่าทำไม 

ชักมีลางสังหรณ์บางอย่างว่าเด็กสาวที่ดูธรรมดาตรงหน้า อาจมีอะไรไม่ธรรมดาอย่างที่เห็น

           เอี๊ยด

            เสียงรถลีมูซีนสีดำขับมาจอดที่หน้าบ้านโทรมๆ สไตล์ยุโรปตามที่ชายหนุ่มเพิ่งโทรสั่งให้คนของตัวเองขับมารับ 

นาคลังเลที่จะตามชายตรงหน้าขึ้นรถคันหรูไป แต่สุดท้ายก็จำเป็นต้องเดินตามไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ทั้งที่มือสองข้างยังโดนมัดอยู่ แต่ก่อนที่จะได้เหยียบขึ้นบนรถขันหรู เสียงห้าวๆ ของชายที่จับเธอมัดก็เอ่ยตามหลังเธอ

            "เธอชื่ออะไร" 

            นาคหันมาเลิกคิ้วกับคำถามที่อยู่เหนือความคาดหมาย เพราะเธอคิดว่าเขาคงไม่คิดสนใจเด็กผู้หญิงหน้าตาจืดๆ ไม่เอาอ่าว แถมเป็นลูกหนี้อย่างเธอแน่ๆ 

            "นาค... ฤทัยนาค เด็กถูกทิ้งจากตระกูลฤทธิ์วงษ์" เป็นคำตอบติดปะชดที่ค่อนข้างกัดเจ็บ

            "งั้น ฤทัยนาค เธอควรเตรียมใจกับมาเฟียสักหน่อย เพราะมันเป็นวงการที่ไม่ได้ใจดีให้กับเด็กผู้หญิง ทุกอย่างสนแค่เรื่องธุรกิจและธุรกิจ" เขาทิ้งท้ายไว้ให้เด็กสาวอย่างเย็นชาราวกับจะข่มขวัญ

            ธุรกิจเหรอ คิดว่าฉันหมกตัวมาตลอดชีวิตกับอะไร ก็ไอ้ธุรกิจเฮงซวยของพ่อเฮงซวยนี่แหละ

            นาคสบถในใจพลางกลอกตาขึ้นข้างบนอย่างเบื่อหน่ายกับท่าทางข่มเธอของชายร่างสูงตรงหน้า ก่อนที่เธอจะสวนกลับด้วยคำพูดที่คนข่มขวัญเธอต้องชะงักไปเหมือนกัน 

            "อย่างแรกอย่ามาสั่งสอนฉันเรื่องวงการธุรกิจ อย่างที่สองฉันไม่สนความใจดีจากคนที่เอาปืนมาจ่อขมับฉัน และอย่างสุดท้ายนะ... ฉันเป็นเด็กผู้หญิงที่ไม่เคยมีใครคิดจะใจดีด้วยอยู่แล้ว"

            เข้าใจตอบ...

            ชายหนุ่มในสูทสีดำเพียงเลิกคิ้วกับคำตอบเล็กน้อย แต่ในใจนั้นชักอยากให้เจ้าเด็กตรงหน้าไปเจอเจ้านายของเขาซึ่งเป็นหนึ่งในมาเฟียที่มีอิทธิพลสูงสุดในแถบเอเชียแล้วเหมือนกัน   

 

อยากรู้ว่าจะยังแน่อยู่รึเปล่า



                                               ***************************

 

"นายชื่ออะไรนะ" คำถามภาษาอังกฤษถูกส่งมาจากเด็กสาวร่างท้วมในชุดนักเรียนที่มีรอยเปื้อนเพราะการถูกกดกับพื้น ในขณะที่มือสองข้างของเธอยังโดนจับมัดไขว้หลัง ได้แต่นั่งนิ่งบนเบาะที่นั่งในเครื่องบินส่วนตัวที่มีขนาดใหญ่พอๆ กับเครื่องบินซี 130 

            ใบหน้าที่เริ่มบวมขึ้นสีม่วงครึ่งหนึ่งเพราะโดนจับกระแทกพื้นของเด็กสาวชักสีหน้าปุเลียมนิดๆ กับท่าทางเงียบขรึมของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำทรงถูมิ ที่ไม่ยอมตอบคำถามเธอแม้แต่คำเดียว ทั้งที่นั่งตรงกันข้ามกัน

เขาเอาแต่ก้มหน้าก้มตาอ่านแฟ้มเอกสารในมือมาตั้งแต่เธอโดยย้ายยานพาหนะจากรถลีมูซีนคันหรู ขึ้นมานั่งหน้าช้ำบนเครื่องบินส่วนตัว ที่มันจอดรอรับที่สนามบินซึ่งเช่าพื้นทีไว้ โดยที่ตัวเครื่องมีตราบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติซึ่งเธอจำได้ว่าพ่อเธอเคยทำธุรกิจกับบริษัทนี้ เพิ่งรู้นี่แหละว่าเป็นของคนฮ่องกงแถมเป็นมาเฟียอีกต่างหาก

            นาคเริ่มมองซ้ายมองขวาหาเรื่องมองอะไรที่มันแปลกตาแก้เบื่อ แต่ไอ้เครื่องบินบ้านี้เธอนั่งมันมาเป็นชั่วโมงแล้ว อะไรที่มันเห็นว่าสวยตอนแรกๆ มันก็งั้นๆ ไปแล้ว อีกอย่างเธอรู้ว่าไอ้ของหรูหรามากมายตั้งแต่รถลีมูซีนยันเครื่องบินส่วนตัวลำนี้มีไว้ตอนรับ นันทกา พี่สาวเธอโดยเฉพาะ ถ้าเกิดพ่อมาเฟียเจ้าหนี้เธอรู้ว่าเอามาใช้ให้เธอนั่งแทนสงสัยว่าเขาอาจต้องทุบเครื่องบินลำนี้กับรถลีมูซีนนั่นทิ้ง

           ตึก

            เมื่อหาอะไรแก้เซ็งไม่ได้นาคก็เริ่มโยกตัวกระแทกเบาะข้างหลังเบาๆ เหมือนเด็กเล็กๆ ยามที่พ่อแม่ไม่สนใจ หากแต่เธอไม่ได้เรียกร้องความสนใจอะไร แค่เพียงติดเป็นนิสัยยามที่เธอไม่มีอะไรทำ

             เสียงตึกแรกยังเรียกแค่ดวงตาสีดำเรียวคมให้ตวัดขึ้นมองเพียงครู่ และวนกลับไปสนใจเอกสารในมือต่อ        

            ตึก

            เสียงหลังกระแทกเบาะส่งมาใส่หูเขาอีกรอบ และทำให้มือของเขาที่กำลังเปิดแฟ้มอยู่ชะงักไปวูบหนึ่ง

            ตึก

            คราวนี้เขาถึงกับหยุดค้างร่างกายทั้งหมด เพื่อทำสมาธิกับเสียงกวนประสาทจากเด็กสาวที่นั่งฝั่งตรงกันข้าม โดยที่เจ้าหล่อนไม่ได้หันมาเผชิญหน้าเขาเลย แต่กำลังกวาดตามองสิ่งรอบตัวไปเรื่อย พร้อมกับกระแทกตัวกับเบาะเบาๆ อย่างเคย ไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังทำใครหมดความอดทน

            ตึก

            ปับ!

            เสียง ตึก จากนาครอบนี้ ทำให้เส้นอารมณ์คนในเครื่องบินลำหรูอีกคนขาดสะบั้น เขาปิดแฟ้มเอกสารในมือเสียงดังลั่น จนเธอสะดุ้งโหยงหยุดการกระทำเสียงน่ารำคาญ และหันหน้ามามองเขาตาปริบๆทันที เหมือนกับจะมีคำถามว่า 'เกิดอะไรขึ้นเหรอ'

            "ฉันเปล่าเรียกร้องความสนใจนะ" นาคแก้ตัวทันที

            "เธอทำไปแล้ว" คนมาดขรึมว่าเสียงเฉียบกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉย

            นาคไหวไหล่ก่อนตอบ "ก็ฉันเป็นโรคสมาธิสั้นนิ... อย่างน้อยก็เป็นหน่อยๆ เลยอยู่เฉยๆ ไม่ค่อยได้ แล้วนายก็มัดมือฉันมาสองชม.แล้ว รู้รึเปล่าว่าเลือดไม่เดินมันเป็นยังไงน่ะ" 

            ใบหน้าคมของชายหนุ่มแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย และวนไปหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาอ่านอีกครั้ง ทำทีไม่สนใจเด็กสาวตรงหน้า แต่เปิดไปได้ไม่กี่หน้าเสียงเธอก็ดังขึ้นอีก

            "รู้ไหมถึงนายจะอ่านค่ารายรับรายจ่ายนั้นเป็นร้อยๆ รอบ ฉันก็บอกได้แค่ว่าสินค้าส่วนที่เป็นสินค้าส่งออกนั้นก็ต้องได้รายได้น้อยลงเพราะค่าเงินทั่วโลกมันแข็งตัวขึ้นช่วงนี้ ร่วมถึงฮ่องกงดอลลาร์ แต่นายจะได้เงินเยอะขึ้นจากสินค้าที่ขายในประเทศมากกว่าเพราะค่าเงินของนายกำลังแข็ง"

            ใบหน้าเรียบเฉยต้องเงยไปสบดวงตาของเด็กสาวอีกครั้งอย่างเสียไม่ได้ "รู้ได้ยังไงว่าเป็นรายรับรายจ่ายสินค้าในเมื่อมันเป็นภาษากวางตุ้งทั้งหมด"

            นาคชะโงกหน้าเล็กน้อยดูข้อมูลในเอกสารอีกนิด ก่อนตวัดนัยน์ตามองดวงตาดุดันหลังกรอบแว่นตาดำนั่น และตอบอย่างปกติ "มีแต่รายรับรายจ่ายที่ตัวเลขเยอะและเรียงลำดับลงแบบนั้น เลขหลายหลักเกินกว่าจะเป็นจำนวนสินค้า ที่สำคัญข้างหลังตัวเลขแทนด้วยสัญลักษณ์เงินดอลลาร์ แล้วฉันก็รู้ด้วยว่าในบัญชีของนายมีการฟอกเงิน ฉันเห็นในบัญชีพอจะรู้ว่านายซื้อที่ดินหรืออะไรสักอย่างที่น่าจะมีราคาสูงพอกับเงินที่นายรับเข้ามาตามบัญชีนั้น แล้วขายในราคาที่น้อยกว่าเดิมแค่แสนสองแสน ซื้อแล้วขายอย่างนั้นยาวพรึบเลย แบบนั้นมันฟอกเงินชัดๆ... นายไม่รู้จักบริษัทฟอกเงินดีๆ รึไง ถึงใช้วิธีนี้"       

            เป็นอีกครั้งที่ชายหนุ่มต้องหยุดฟังนาค แล้วไม่รู้ว่าเด็กสาวจะทันสังเกตรอยกระตุกที่มุมปากของเขารึเปล่า

            เด็กผู้หญิงประหลาด... สนใจเรื่องพวกนี้ด้วยรึไง นึกว่าเด็กผู้หญิงจะนั่งฝันเพ้อเจ้อเป็นอย่างเดียว

            "เธอคิดว่าสินค้าที่พวกมาเฟียขายหรือรับเข้ามามันธรรมดาเหมือนสินค้าทั่วไปรึไง"  

            "กับสินค้าที่มันเสียภาษี กับไม่เสียภาษีเนี่ย มันไม่ได้ซื้อขายต่างกันหรอกนะ มัน-ก็-แค่-แลก-เปลี่ยน" นาคเน้นคำสุดท้ายหนักๆ ช้าๆ อย่างบอกว่าเธอรู้จักรูปแบบมันดี และกล่าวขึ้นใหม่ "แล้วฉันก็รู้ว่านายจงใจอ่านแฟ้มในมือนั้นเพื่อจะได้เมินฉันด้วย" 

            ถึงใบหน้าคมที่สวมแว่นตาดำจะเรียบเฉยเช่นเคย แต่นาคก็รู้ได้ถึงการยอมรับเธอจากเขาอยู่บ้าง และเป็นอีกครั้งที่มือเรียวแข็งแรงของเขาปิดแฟ้มเอกสารในมือ 

          เขาชักอยากรู้แล้วจริงๆว่า ถ้าเธอเจอกับเจ้านายของเขาจะเป็นยังไง... ขนาดขู่ไปหลายรอบก็ยังดูไม่กลัวเลยนะ แถมเจ้านายของเขาคงเดือดแน่ถ้ารู้ว่าไม่ได้ยัยเด็กนันทกาแสนสวย ใสซื่อนั้นมา แต่ดันได้ยัยเด็กหน้าจืดนี้มาแทน แถมกลัวอะไรไม่เป็น แล้วรู้ไปซะทุกเรื่อง 

            "ฉัน... เฟ่ย จงซิน" 

            นาคขยับยิ้มรับกับคำกล่าวของอีกฝ่ายอย่างถูกใจ เมื่อเขายอมตอบคำถามที่เธออยากรู้จนได้


         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 121 ครั้ง

27,731 ความคิดเห็น

  1. #27729 autumn morning^^ (@pofaiwipada) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 00:10
    นางเอกฉลาด ส่วนตัวเราชอบนางเอกแบบนี้มากกว่านางเอกซื่อๆนะ แต่อยากจะบอกพ่อของนาคไว้หน่อยนะคะว่า แค่เพราะคนๆหนึ่งเข้มเเข็งมากพอที่จะรับมือกับเรื่องเลวร้ายต่างๆในชีวิตได้

    ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาสมควรที่จะได้รับมันหรอกนะ สงสารนาคจัง
    #27729
    0
  2. #27634 ปีศาจขนขาว (@rung_n) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มีนาคม 2557 / 01:15
    ตามมาจากละคร อ่านแล้วสนุกมากเลย ติดหนึบ ! ว่าแต่ยังมีวางขายใช่มั้ยคะ จะตามไปซื้อ ^^
    #27634
    0
  3. #27615 iy9ok (@rak-khunnie0624) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มีนาคม 2557 / 14:17
    นาค...อัฉริยะซ่อนรูป..หุุหุ
    #27615
    0
  4. #27576 may (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 22:46
    สนุกมาก >< แอบจิ้นนาคกับจงซิน -3-
    #27576
    0
  5. #27537 llamll (@llamll) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2556 / 10:31
    เด็ดๆๆ
    #27537
    0
  6. #27504 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2556 / 01:49
    แนวน่าสนใจแหะ....
    #27504
    0
  7. #27476 GIFT (@suthathip-04777) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2555 / 16:51
    น่าสงสารจุง โดนพ่อทิ้ง TOT แต่ว่า....ฉลาดเว่ออออ >[]< ไปเป็นมาเฟียซะเถอะ 5555 แล้วมารับเราไปด้วย ก้ากกกก >W<
    #27476
    0
  8. #27407 Ashi Yu (@ashiyuzi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2555 / 22:33
     ชอบนางเอก ฉลาด  

    อยากอ่านเป็นเล่ม  สั่งหนังสือจากสำนักพิมไปแล้ว 
    ไม่รู้ว่าจะส่งมาถึงเมื่อไหร่ งอแงๆ
    #27407
    0
  9. #27382 smile coated poison (@noandpop) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2555 / 23:38
     ตกหลุมรักนางเอกไปแล้วล่ะ

     นี่ขนาดพระเอกยังไม่โผล่นะ
    #27382
    0
  10. #27257 primo-zero (@primo-zero) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2554 / 22:21

    ชอบเรื่องนี่มักมากอยากให้มีเล่ม 3 เร็ว เพราะอ่าเล่ม 1-2 แล้ว อยากอ่านต่อว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก

    #27257
    0
  11. #27233 juRAS Inert (@venomous) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2554 / 22:31
    รักเธอเหนือคำบรรยาย นาค >//<
    #27233
    0
  12. #27206 ViVi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กันยายน 2554 / 20:30
    ชอบนางเอกแบบนี้มากๆ หาอ่านยากนางเอกแบบนี้^^
    #27206
    0
  13. #27186 GALILEO (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กันยายน 2554 / 16:26
    บ๊ะ นางเอกน่าสนใจจริงอย่างเขาว่า
    #27186
    0
  14. #27179 Oni_HimE (@man000444) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กันยายน 2554 / 18:44
    รู้สึกว่านางเอกเก่งและเท่มาก
    ชอบนางเอกสุดๆ
    #27179
    0
  15. #26352 อิงฟ้า_yunyu (@51162592) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2554 / 02:37
    อ่า ประทับใจนางเอกมากมาย
    ฉลาดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ตื่นเต้นที่จะอ่านตอนต่อไปมากมายเลยค่ะ
    สนุกมากๆเลย
    ตื่นเต้นจริงๆนะเนี่ย
    รีบไปอ่านต่อดีกว่า

    #26352
    0
  16. #26027 knock-up (@knock-up) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2554 / 01:19
    ลูกแท้ๆ รึเปล่าเนี่ย...?

    ทำไมพ่อทิ้งขว้างได้ขนาดนี้

    นับเป็นตัวอย่างของผู้หญิงเก่งเลยนะ

    วิธีเอาตัวรอดอ่านแล้วต้องชมเชยในใจ

    #26027
    0
  17. #25747 ~~inunaru~~ (@inunaru) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2554 / 14:54
    กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดด
    กร้าดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    เกีดมาไปเคยพบเคยเห็น นิยายอะไรสนุกโคตร กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    (อาการปลื้ม(บ้า)ชั่วขณะ อย่าสนใจเลยน่ะค่ะ)
    #25747
    0
  18. #25627 THE DRAK NIGHT (@boeeingg) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2554 / 18:03
    เจ๋งมาก นาค ^3^b
    #25627
    0
  19. #25146 แกรนเปียโน (@gibsun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 เมษายน 2554 / 01:52
    ยอดมากนาค
    #25146
    0
  20. #25083 sep&sym (@sep-sym) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2554 / 13:56
    นาคไม่ใช่ตัวประกัน แต่ เป็นลูกหนี้ สถานะช่างน่าอนาถ
    #25083
    0
  21. #24914 The Yellow Ribbon (@GO_17) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มีนาคม 2554 / 14:15
    สวดยอดมากกกกกก !
    กัดผ้าเช็ดหน้าด้วยความซึ้ง T^T
    นานแล้ว ..

    อยากอ่านนิยายที่นางเอกฉลาดแบบนี้มานานแล้ว !
    :D

    ไรเต่อเฉียบมาก
    แต่งเก่ง ล้ำลึกจริง!
    :))

    อัพต่อไปเรื่อย ๆ นะจ๊ะ !
    จะติดตาม 
    ม๊วบ !
    #24914
    0
  22. #24817 enfer z* (@enferzii) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มีนาคม 2554 / 16:54
    นาคเทพมากกก TT
    ซาบซึ้งๆ
    #24817
    0
  23. #24430 Naruko (@Naruko) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2554 / 01:48

    ครบถ้วย >> ครบถ้วน
    ชายขาวตะวันออก >> ชายชาวตะวันออก
    เล็งปืนเล็งนาค >> ยกปืนขึ้นเล็งนาค
    ใครบ้างคน >> ใครบางคน
    สายศรีษะน้อยๆ >> ส่ายศรีษะน้อยๆ
    รถขันหรู >> รถคันหรู
    ปะชด >> ประชด 
    ตอนรับ >> ต้อนรับ

    มือกับสมองมันไปเอง ฮือๆ (ต้องลด ละ เลิกแล้ว ไม่งั้นอ่านไม่จบง่ายๆ แน่)
    --------------------------------------------------------
    นาคจ๋า อย่าทิ้งขยะไม่เลือกที่สิจ๊ะ

    อ่านคำทิ้งท้ายก่อนพอนันหนีของยุทธพงษ์แล้ว ... นึกถึงชื่อเดิมแฮะ 'เหนือชั้นกว่า... นายมาเฟีย' (ถ้าจำไม่ผิดนะ)

    จงซิน... นายลางสังหรณ์ดีมากๆ

    เหอๆ มองยังไง นิสัยของนาคกับหลานเซ่อก็ลงตัวเหมาะสมกันดี... กับอาการของนาคที่นาคบอกเองว่า 'สมาธิสั้นหน่อยๆ ' และหลานเซ่อที่ไม่ชอบให้นาคละความสนใจจากตนเอง ... อย่างน้อยหลานเซ่อก็มีวิธีทำให้นาคหายเซ็งเวลาหาอะไรที่น่าสนใจไม่ได้แล้วเปลี่ยนให้หันมาสนใจหลานเซ่อเองแทนได้ล่ะ



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2554 / 01:52
    #24430
    0
  24. #24355 chocomalt (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 18:58
    นาค เวรกรรมมจริงๆ โโนทิ้ง แต่เชื่อว่านาคเอาตัวรอดได้แน่ๆ
    #24355
    0
  25. #24321 poterdowจ้า (@p-o-t-e-r-d-o-w) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 / 11:22
    มีคำผิดอะค่ะ ตรงชีวิต เป็น ซีวิต
    #24321
    0