CUBIC (ตีพิมพ์แล้ว)

ตอนที่ 12 : ตำแหน่งมือซ้าย(รีไรท์2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37,035
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 139 ครั้ง
    4 ก.พ. 54



ตอนที่ 12 ตำแหน่งมือซ้าย

    “ไม่... ฉันไม่นอนกระโปรงท้ายรถอีกแล้ว เด็กสาวร่างท้วมแทบจะปฏิเสธทันทีเมื่อฟังคำสั่งของเจ้าหนี้เธอที่ฝากสั่งมากับลูกน้องคนสนิทจบ

ให้กลับพร้อมหลานเซ่องั้นเหรอ... เขาทำให้เธอรู้ว่าต่อให้รถยี่ห้อดีขนาดไหนกระโปรงท้ายรถก็คือโลงศพที่เคลื่อนที่ได้อยู่ดี แล้วเธอยังไม่พร้อมอยู่ในที่แคบตอนนี้

เธอยังอยู่ในหน้าที่ ดังนั้นควรทำตามคำสั่งคุณหลิน... แล้วคุณหลินไม่ได้ระบุว่าเธอต้องนอนท้ายรถ จงซินกล่าวหน้าตายจนเหมือนไม่แยแสว่าเด็กสาวตรงหน้าจะต้องนอนในกระโปรงท้ายรถอีกหรือไม่ เขามีหน้าที่แค่มาแจ้งคำสั่งแล้วทำให้เธอทำตามคำสั่งเท่านั้น

ใต้ท้องรถหรือหลังคารถก็ไม่เอานาคร้องดักคอไว้ก่อน เพราะเธอรู้ดีว่าเจ้าพ่อมาเฟียคนนี้ไม่มีทางให้เธอขึ้นไปเหยียบบนรถคันเดียวกับเขาแน่ๆ เอางี้... ฉันกลับเอง ตอนขึ้นมาฉันเห็นประตูหนีไฟ หลบพวกนักข่าวพ้นแน่ สุดท้ายนาคเป็นฝ่ายสรุปวิธีกลับของตัวเองอย่างรวดเร็ว 

รู้ทางกลับรึไงจงซินถามกลับ

นายก็เห็นว่าฉันศึกษาแผนที่มาแล้วนี่... แล้วนี่มันก็แค่จากโรงแรมนี้ไปแถววิกตอเรียพีช มันอยู่ในย่านเซ็นทรัลเหมือนกัน เด็กสาวร่างท้วมว่า พยายามหาทางไม่กลับกับมาเฟียหนุ่ม เมื่อการขึ้นรถกับเขาครั้งแรกไม่ใช่เรื่องน่าจดจำนัก ถึงเธอจะยอมรับว่าตัวเองเป็นคนขอร้องชายหนุ่มเองก็เถอะ... แต่มันจะไม่มีครั้งที่สองแน่นอน เรื่องสายรถที่จะกลับอาจยังไม่รู้ก็จริง... แต่เดินด้วยเท้ายังไงก็ไม่หลง

เดินด้วยเท้า?” ร่างสูงใบหน้าเย็นชาเป็นนิจถึงกับหัวคิ้วชนกัน แล้วมองเด็กสาวราวเธอพูดเรื่องที่เขาไม่เข้าใจนัก

นาคชะงักไปนิด เมื่อรู้ว่าตนเองเผลอพูดอะไรแปลกๆ ไป จนต้องอธิบายใหม่ “โอเค... ฉันรู้ว่าฟังงี่เง่าเรื่องเดินกลับด้วยเท้าน่ะ แต่นั่นก็ดีกว่านอนในกระโปรงท้ายรถกลับ

การปฏิเสธหัวชนฝาของนาค ทำให้จงซินเงียบไปพักหนึ่ง จนนาคเริ่มจะคิดว่าเธอตกลงกับเขาได้เรียบร้อย ทว่าเสียงทุ้มต่ำที่ติดเย็นชาของชายหนุ่มในสูทสีดำตรงหน้ากลับสรุปทุกอย่างให้เธอแทน “ตกลงว่าเธอต้องรอกลับพร้อมคุณหลิน ไม่ว่าจะต้องนอนกระโปรงท้ายรถหรือเกาะหลังคารถกลับ... คิดว่าอย่างน้อยเธอคงมีเวลานอนเพื่อตื่นไปเรียนพรุ่งนี้ ดีกว่าเสียเวลาไปกับการเดินกลับเองของเธอ... หรือเสียเวลากับการมีเรื่องกับคุณหลิน

และเพราะข้อสรุปแบบเออออเองของมือขวาคนสนิทประจำตัวมาเฟียทรงอิทธิพลชนิดไม่เปิดช่องให้เธอต่อรอง ทำให้เด็กสาวร่างท้วมในชุดนักเรียนต้องมายืนจ้องกระโปรงท้ายรถยุโรปสีดำคันหรูด้วยใบหน้ายุ่งเหยิง แล้วกอดอกแน่นอยู่หน้าทางเข้าโรงแรม เพื่อรอเจ้าของรถกลับลงมาจากงานเลี้ยงของตัวเอง

นาคตวัดใบหน้าขึ้นมองไปยังประตูกระจกเมื่อปรากฏกลุ่มคนที่เธอกำลังรออยู่ที่ทางเข้าออกหน้าโรงแรม โดยมีร่างสูงสง่าในโค้ทตัวยาวทรงภูมิเดินนำออกมา พร้อมพนักงานโรงแรมที่ยืนเรียงแถวตามทางเดินจนกระทั่งถึงบันไดขั้นสุดท้ายก้มหัวเคารพตลอดสองข้างทาง ตามด้วยจงซิน และบอดี้การ์ดหกคนที่เดินตามไม่ห่างอยู่ด้านหลัง

หลานเซ่อหยุดมองลูกหนี้รายใหญ่ของตนที่ยืนกอดอกอยู่ด้านหลังรถของเขาเล็กน้อยก่อนก้าวเดินต่อทำราวกับเธอเป็นอากาศธาตุแม้ว่าเขาจะเป็นคนสั่งให้เด็กสาวกลับพร้อมตนเอง ทำเอานาคจำต้องถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับเจ้าหนี้ที่ยังปฏิบัติกับเธอ เหมือนเธอเป็นของไม่น่าเข้าใกล้ไม่เปลี่ยนแปลง

แต่เอาเถอะ... เธอชินกับการปฏิบัติแบบนี้แล้ว เธอไม่ใช่เด็กผู้หญิงที่จะมีใครมาใจดีด้วย มันเป็นกฎตายตัวมาตั้งแต่เธอจำความได้แล้ว... ไม่ว่ากับมาเฟียหนุ่มหรือคนทั่วไปก็ตาม 

หากทว่าก่อนที่ร่างสูงในโค้ทยาวจะได้ก้มตัวเข้าไปนั่งในรถที่มีบอดี้การ์ดของเขาเปิดประตูรถรอไว้ให้ ชายหนุ่มกลับหันไปมองที่เด็กสาวร่างท้วมที่ยังยืนนิ่งประจำอยู่ที่ท้ายรถของเขาไม่เปลี่ยน

เธอทำอะไร หลานเซ่อหรี่นัยน์ตาสีอ่อนมองนาคด้วยความสงสัย

นาคไม่ได้ให้คำตอบ แต่เอ่ยด้วยสีหน้ามุ่ยกับคนถามขึ้นแทน “ก็เปิดสิ

อะไรหลานเซ่อยังถามซ้ำ

ก็กระโปรงท้ายรถน่ะสิ จะให้ฉันกลับด้วยไม่ใช่รึไงนาคกอดอกแน่นบอก พร้อมทำหน้ายุ่งหนักว่าเก่ากับใบหน้าหล่อเหลาที่มองเธอนิ่งราวไม่เข้าใจสิ่งที่เธอพูดนัก

จนสุดท้ายคนเป็นมาเฟียต้องลอบถอนหายใจเบื่อหน่ายอย่างแผ่วเบากับความเข้าใจของนาค เมื่อรู้แล้วว่าเธอหมายถึงอะไร พลางก้มตัวเข้าไปนั่งในรถพร้อมกล่าวกับเด็กสาวราบเรียบจนติดจะไม่สนใจ “ตามใจเธอ ถ้าถูกใจกระโปรงท้ายรถฉันมากก็เข้าไปนอนตามสบาย

ห๊า!” นาคเบิกตากว้างทันใด ก่อนวิ่งขึ้นมาที่ข้างรถ และตะปบหมับที่ประตูท้ายรถที่บอดี้การ์ดของชายหนุ่มเตรียมปิดให้นายของตนทันใด เล่นเอาบอดี้การ์ดของมาเฟียหนุ่มผงะถอยไปสองก้าวกับการรุกพรวดขึ้นมาของเด็กสาวร่างท้วมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

เป็นคนอื่นคงได้โดนยิงทิ้งไปแล้ว...

หมายความว่าฉันนั่งในรถได้ นาคก้มตัวมาถามรวดเร็วด้วยใบหน้าที่ฉายความสงสัยและดูตกใจในเวลาเดียวกัน รู้สึกเหมือนตัวเองหูฝาดขึ้นมากะทันหันจนต้องถามให้แน่ใจว่าคนที่เกลียดขี้หน้าเธออย่างมาเฟียหนุ่มคนนี้จะยอมให้เธอนั่งในรถด้วย

จะไม่ให้เขาชินก็คงต้องยอมชินเมื่อเด็กสาวคนเดิมเล่นกระชากประตูรถเขาเป็นครั้งที่สองของวันโดยไม่ได้สนใจคนมีปืนในมือรอบตัวเธอ 

หลานเซ่อปรายนัยน์ตาคู่คมกริบมองหน้านาคที่ยังจับจ้องเขาด้วยคำถามและแสดงความไม่ค่อยเชื่อในสายตาสีดำของเธอ และความไม่เชื่อในดวงตาของลูกหนี้ของเขานี่แหละที่ทำให้มาเฟียหนุ่มรู้สึกไม่สบอารมณ์อยู่ลึกๆ 

ทำไมต้องทำท่าเหมือนว่าเขาจะสามารถฆ่าเธอได้ง่ายๆ นัก ในงานเลี้ยงนั้นก็อีกครั้งแล้ว มันทำให้มาเฟียหนุ่มที่กำลังเดือดดาลกับข้อต่อรองเรื่องใบสัญญาของเด็กสาวถึงกับพูดอะไรไม่ออกไปพักใหญ่ แล้วเริ่มหงุดหงิดกับสิ่งที่นาคคิดเกี่ยวกับเขาขึ้นมาแทน... หน้าเขามันเหมือนยักษ์เหมือนมารมากนักรึยังไง ถ้าเขาฆ่าเจ้าหล่อนได้เลยโดยไม่ต้องลังเลก็คงทำไปตั้งแต่เธอเหยียบบนเกาะฮ่องกงแล้ว ไม่คิดปล่อยมาถึงตอนนี้หรอก 

 ข้างหน้าน้ำคำเย็นจากเสียงทุ้มต่ำของมาเฟียหนุ่มที่เอ่ยสั่นๆ เป็นเครื่องยืนยันว่าเธอไม่ได้หูฝาด

นาคผงะตัวออกไปเล็กน้อยแล้วยิ่งขมวดคิ้วเพ่งมองชายหนุ่มมากขึ้น เธอลังเลที่จะถาม “เบาะหน้า

เจ้าเด็กนี่!

ใช่... ไม่งั้นก็กลับไปนอนที่กระโปรงท้ายรถซะ หลานเซ่อว่าเสียงกร้าวขึ้นอย่างเหลืออดกับเด็กเข้าใจยากในเรื่องง่ายๆ และเป็นฝ่ายยื่นมือไปกระชากประตูรถกลับมาปิดเสียเอง ทำเอานาคที่จับประตูอยู่เกือบดึงมือกลับมาไม่ทันก่อนโดนประตูรถหนีบ

ก็... ไม่เห็นต้องโมโหขนาดนั้นนี่ นาคชักหัวคิ้วชนกันเล็กน้อยกับการแสดงโทสะของมาเฟียเจ้าอารมณ์ ก็เธอไม่คิดว่าเขาจะยอมให้นั่งในรถคันเดียวกับเขาจริงๆ นี่หนา แล้วเธอจะถามย้ำเพื่อให้แน่ใจมันผิดตรงไหน

แล้วนาคกลับต้องสะดุ้งตัวโหยงเมื่อรถของเจ้าพ่อมาเฟียเข้าใจยากดันติดเครื่องขึ้นมาและทำท่าจะขับออกไปต่อหน้าต่อตา เล่นเอาเธอแทบเปิดประตูรถข้างคนขับและพุ่งขึ้นรถแทบไม่ทัน




                                                                        ***************


 

การมาโรงเรียนเอกชนฉายหงเป็นวันที่สอง แต่ทุกอย่างกลับแตกต่างจากวันแรกแทบจะเป็นหน้ามือกับหลังเท้า เมื่อทันทีที่เด็กสาวร่างท้วมซึ่งวันนี้ไม่ได้แม้แต่กระโดดออกมาจากท้ายรถท่านเจ้าของโรงเรียนหรูให้แปลกตาเหมือนวันแรก แต่เดินทางมาด้วยตัวเอง มาปรากฏตัวที่หน้าประตูทางเข้าโรงเรียนแต่เช้า ทว่ากลับตกเป็นเป้าสายตาจากนักเรียนที่เดินสวนไปมาตลอดทางเดิน

มันไม่ใช่สายตาที่คอยจับผิดหรือพยายามค้นความจริงว่าเธอเป็นใครเหมือนที่พวกเขามองเธอเมื่อวาน หากแต่ทุกสายตาที่มองเธอกลับฉายความหวาดระแวง บวกความหวาดกลัว และหลายคนถึงกับออกอาการนอบน้อมกับเธอเกินกว่าเหตุ ในขณะที่บางคนถึงกับรีบเดินหลบทางให้เธอราวเธอเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่ไหน

คนที่ไม่เคยตกเป็นเป้าสายตามากก่อนในชีวิตเพิ่งรู้สึกว่าการถูกมองโดยไม่รู้ว่าจุดประสงค์ของผู้มองเป็นยังไงครั้งแรก มันน่าอึดอัดเหมือนโดนบีบด้วยกำแพงหนาๆ เมื่อวานเธอไม่ถือเพราะรู้ว่าทุกคนมองเธอด้วยเรื่องอะไร... แต่วันนี้ไม่ใช่ เธอไม่รู้เลยว่านักเรียนลูกคุณหนูรอบตัวเธอที่พยายามเดินเลี่ยงเธอไปคนละทิศละทางมองเธอด้วยแววตาแปลกประหลาดด้วยเรื่องอะไร เพราะเด็กสาวมั่นใจว่าวันนี้เธอมาสะดุดสายตาน้อยกว่าเมื่อวานแน่นอน 

มาด้วยตัวเอง เสื้อผ้าก็แต่งเรียบร้อย เนคไทที่เพิ่งรู้วิธีผูกก็ผูกมาอย่างดี แล้วเธอมีอะไรผิดปกติ

ให้ตายเถอะ... ฉันเกลียดสายตาพวกนี้ นาคบ่นงึมงำกับตัวเองขณะมองตามเด็กนักเรียนรอบตัวเธอที่ส่งสายตาระแวดระวัง แล้วบางคนถึงกับเดินก้มตัวเล็กน้อยตอนเดินผ่านเธอ... ให้มองอย่างรังเกียจยังรู้สึกดีกว่าเลย อย่างน้อยเธอก็ยังชินกับมัน

นาคเดินมาถึงห้องเรียนของตัวเองด้วยความไม่เข้าใจสถานการณ์รอบตัว และเตรียมจะหมุนลูกบิดประตูเข้าห้องเรียน แต่มันก็ถูกเปิดออกก่อนที่เธอจะได้ผลักเข้าไป พร้อมมีกลุ่มเด็กสาวสี่คนที่กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานก้าวเดินออกมา

นาคเตรียมถอยหลบทางให้พวกเธอเดินผ่านไปก่อน แต่เด็กสาวกลุ่มนั้นกลับผงะเล็กน้อยที่เห็นเธอ ก่อนพากันก้มหน้างุดหลบสายตาไปคนละทางเหมือนกลัวเธอจะกัดอย่างไงอย่างงั้น แล้วมีเพียงหนึ่งในกลุ่มเด็กสาวตรงหน้าเอ่ยทักเธอด้วยถ้อยคำติดๆ ขัดๆ ราวไม่ค่อยกล้าพูด

อะ... อรุณสวัสดิ์ค่ะ... เอ่อ... คุณฤทัยนาค” 

อะ... เอ่อ... อรุณสวัสดิ์นะ นาคถึงกับยืนอึ้งไปแวบหนึ่งกับการทักทายอย่างสุภาพจนเกินพอดีของพวกเธอ ทั้งที่เมื่อวานยังเห็นว่าเด็กสาวกลุ่มนี้นั่งซุบซิบนินทาเรื่องเธออยู่ แล้วมองเธออย่างจับผิดตลอดเวลาคาบเรียนช่วงเช้า

แล้วเมื่อนาคทักทายกลับพวกเธอก็พากับรีบจ้ำหนีออกไปอีกทางจนดูน่าตลก แต่สำหรับเด็กสาวร่างท้วมคงตลกไม่ออกเมื่อไม่เข้าใจปฏิกิริยาแบบนั้นของพวกเธอเลย

กลัวอะไรกัน

นาคก้าวเข้าห้องเรียน พยายามสลัดความสงสัยแม้มันจะท่วมท้นจนทำนบความอดทนแทบแตกออก แล้วเป็นอีกครั้งที่นาคต้องพยายามสะกดกลั้นความสงสัยของตน เมื่อเธอก้าวเข้ามาในห้องเรียนก้าวแรก และเพื่อนนักเรียนที่กำลังเล่นกันสนุกสนานในห้องกลับพากันเงียบกริบราวป่าช้า พร้อมมองเธอนิ่งด้วยสายตาอย่างที่เธอเจอมาตลอดทาง ก่อนที่พวกเขาจะหันไปสนใจกันเหมือนเดิม แต่ไร้เสียงโต้ตอบไปทันใดเหมือนไม่กล้าจะพูดคุยอะไรต่อหน้าเธอ แล้วปล่อยให้นาคที่เริ่มหรี่นัยน์ตามองพฤติกรรมแปลกๆ ของเพื่อนร่วมห้องเดินไปยังโต๊ะเรียนตัวเองโดยมีความเงียบของคนรอบตัวตามหลังมาด้วย

นั่นไง... มือซ้ายคนสนิทของหลิน หลานเซ่อมาโรงเรียนแล้ว คำทักติดน้ำเสียงเหย้าแหย่จากข้างโต๊ะนาค ทำให้เธอต้องขมวดคิ้วหมุนไปมองอย่างไม่เข้าใจคำทักทายของเพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อวาน ซึ่งดูเหมือนเขาจะมาโรงเรียนได้ตรงเวลากว่าเธอ

มือซ้ายอะไร นาคต้องหันไปถามเด็กหนุ่มลูกครึ่งคิวบาอเมริกันเพื่อนใหม่ ที่ยามนี้เขากำลังนั่งไขว้ห่างสบายบนโต๊ะเรียนของตัวเอง แล้วกางหนังสือพิมพ์อ่าน แต่เหมือนแสร้งกางอ่านมากว่าเมื่อแดนทำเป็นยื่นหนังสือพิมพ์เข้าใกล้นาคโดยเฉพาะส่วนข่าวหน้าหนึ่งจนเธอเห็นรูปในข่าวหน้าหนึ่งนั่นชัดเจน

นั่นมันรูปฉันนี่! เด็กสาวถลึงตาโตกว้าง พร้อมร้องลั่นแล้วเล่นเอาเด็กนักเรียนในห้องหลายคนสะดุ้งตาม เมื่อเห็นภาพข่าวที่เป็นภาพของตนเองที่เดินตามหลานเซ่อแล้วมีจงซินเดินประกบอยู่ด้านข้างในหนังสือพิมพ์หน้าแรก 

นั่นมันเมื่อคืนวานที่พวกเธอโดนนักข่าวรุมสัมภาษณ์ในโรงแรมหน้าลิฟต์ ถึงแม้นาคจะอ่านภาษากวางตุ้งในหน้าหนังสือพิมพ์ไม่ออก แต่เธอจะพอเดาเรื่องคร่าวๆ ได้ทันที ดูจากปฏิกิริยาของเด็กนักเรียนทั้งโรงเรียนก็รู้แล้ว

นี่คือสาเหตุที่ทุกคนทำท่าหวาดเกรงเธอ... ทุกคนคิดว่าเธอทำงานเป็นลูกน้องให้หลานเซ่อ

โอ๊ะ... เห็นไวจังนะ... รูปเท่ากระดาษเอสี่ เป็นฉันคงไม่ทันสังเกตเห็นเลยแดนว่าประชดด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ แต่ติดจะเย้ยหยันนิดๆ แล้วแกล้งพลิกหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งขึ้นมาดู พลางหรี่นัยน์ตาสีเทาพินิจภาพข่าวเจ้าปัญหาแล้วติเตียนอย่างกวนอารมณ์ คราวหน้าเธอบอกให้นักข่าวถ่ายมุมอื่นดีกว่านะ ฉันว่าภาพมุมนี้ทำให้เธอดูอ้วนขึ้น

ฉันไม่ใช่ลูกน้องของหลานเซ่อ ฉันเป็นแค่ลูกหนี้เขา นาคแย้งใส่หน้าคนจงใจกวนโทสะ ซึ่งเขาเพียงไหวไหล่ไม่แยแสข้อแก้ตัวของเธอนัก

งั้นคงไม่ต้องห่วง... ในนี้ไม่ได้เขียนว่าเธอเป็นลูกน้องเขา นาคถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกกับคำบอกเล่าของแดน แต่กลับต้องช็อกนิ่งไปทันใดกับคำพูดต่อมาของเขา มันเขียนว่าเธอรับตำแหน่งมือซ้ายเลยล่ะ

อะไรนะ!” 

นาคแทบกระชากหนังสือพิมพ์ออกจากมือแดนอย่างรวดเร็ว แล้วกวาดตามองหน้ากระดาษไปทั่วด้วยความตกตะลึงกับสิ่งที่รับรู้ ซึ่งเด็กหนุ่มก็ปล่อยให้เธอแย่งไปจากมือง่ายๆ แล้วไม่ได้ดูสนใจกับเสียงร้องลั่นของนาคเมื่อมันเป็นปฏิกิริยาที่เขารู้อยู่แล้วว่าต้องเกิด

เอาน่า ข่าวมันออกมาแล้ว... อีกอย่างพ่อฉันยังชมว่าเธอฉลาดอยู่ แดนเปรย แต่ในน้ำเสียงไม่ได้ฟังชื่นชมอย่างปากว่า แถมติดจะไม่ชอบใจอยู่นิดๆ จนสัมผัสได้

ฟังดูก็รู้ว่าเด็กหนุ่มต่างชาติตรงหน้าไม่ปลื้มกับการกระทำของเธอเมื่อคืนนัก

คาร์รอส ทาร์เปีย... พ่อนายเล่าเรื่องเมื่อวานนี้ให้นายฟังเหรอ นาคเงยหน้าจากหนังสือพิมพ์ แล้วย่นหัวคิ้วหันไปสนใจเรื่องใหม่ที่ถูกยกขึ้นมาพูดแทน 

ใช่ แดนว่า พลางหมุนใบหน้ากลับไปมองนาคตรงๆ พร้อมครั้งนี้ฉีกยิ้มกว้าง และเป็นรอยยิ้มที่นาคยอมรับเลยว่าเด็กหนุ่มมีรอยยิ้มที่เหมือนพ่อตนเองไม่มีผิด เพราะนัยน์ตาสีเทาของเขาไม่ได้ดูปรีดาไปกับปากที่คลี่ยิ้มกว้างไปด้วย แล้วจากที่ฉันฟังมาเรื่องการเจรจาที่ประสบผลสำเร็จของเธอ... ฉันยอมรับเลยว่า เธอเป็นคนฉลาด... ที่ ‘โง่’ ที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาเลย” 

สิ้นถ้อยคำของแดน เด็กสาวร่างท้วมรู้ทันทีว่าเขาไม่ชอบใจเรื่องอะไร... เรื่องเงื่อนไขที่เธอเสนอเป็นขอแลกเปลี่ยนกับลายเซ็นของคารอส ทาร์เปีย

นาคถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ของตน ขณะกรอกตาขึ้นด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนวางหนังสือพิมพ์ที่มีข่าวเจ้าปัญหาลงบนโต๊ะตนเอง 

ฉันด่าตัวเองแบบนั้นไปแล้ว เธอว่าเสียงระอาขณะสบนัยน์ตาสีเทากลับ

ตั้งแต่ที่เธอตกลงรับงานของมาเฟียหนุ่ม ปัญหาก็วิ่งต่อแถวเข้าหาเธอไม่หยุดหย่อนเลยจริงๆ

งั้นก็ดี แสดงว่าเธอก็ยังพอมีสติเหลืออยู่บ้าง เด็กหนุ่มไม่เลิกแดกดันเพื่อนใหม่ ก่อนพูดขึ้นต่อ ยอมรับนะว่าฉันทึ่งที่เธอทำให้พ่อฉันยอมเซ็นสัญญาได้... แต่รู้ไหมไอ้เงื่อนไขที่เธอเสนอกับพ่อฉันมันหมายถึงอะไร แล้วไอ้ที่เธอต้องทำมันคืออะไร ครั้งนี่แดนหรี่นัยน์ตาพร้อมขมวดคิ้วมองหน้าเด็กสาวด้วยสายตาจริงจังขึ้นราวพยายามเค้นคำตอบจากปากเธอ

ก็... คิดว่านาคตอบไม่เต็มน้ำเสียง แถมนัยน์ตาสีดำของเธอยังกรอกไปมาอย่างใช่ความคิดว่าเธอแน่ใจคำตอบตัวเองรึเปล่า

คิดว่า!แดนทวนสียงสูง เน้นคำของนาคชัดเจนเป็นการย้ำหัวตะปู จนคู่สนทนารู้สึกสำนึกขึ้นมาทันใด นี่ฉันกำลังนั่งคุยกับเด็กผู้หญิงที่รับงานผิดกฎหมายมาทำ เพราะเจ้าหล่อน ‘คิดว่า’ ตัวเองน่าจะรู้เรื่อง หรือแค่ ‘คิดว่า’ ตัวเองน่าจะทำได้น่ะเหรอ... ว้าว... เธอคิดว่าตัวเองสาวน้อยมหัศจรรย์รึไง” 

นาคกรอกตาขึ้นทันใด พร้อมถอนหายใจดัง “โอเค ฉันรู้ว่านายไม่สบอารมณ์กับวิธีของฉัน

แค่ไม่สบอารมณ์เหรอแดนย้ำเสียงหนัก พลางเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นด้วยสีหน้าตั้งคำถามที่ออกจะสร้างแรงกดดันให้นาคมากกว่า ฉันว่าแย่กว่าคำว่าไม่สบอารมณ์เยอะเลย... เธอคิดว่าแค่ช่วยพ่อฉันหาวิธีไปส่งของโดยผ่านด่านของพวกตำรวจสากลไปได้ ทุกอย่างก็จบ แล้วเธอก็ได้ลายเซ็นพ่อฉันไปสบายๆ งั้นเหรอ ถ้าทุกอย่างมันง่ายขนาดนั้น พ่อฉันคงไม่ยอมเซ็นสัญญานั่นให้เธอแน่ แล้วฉันคงไม่ต้องมานั่งอยู่ที่นี่... เธอไม่รู้หรอกว่าเรากำลังเจอปัญหาอะไรจี้ตูดอยู่

เด็กสาวได้แต่เลือนนัยน์ตามองไปทางอื่นอย่างหาคำตอบให้แดนไม่ได้ และทำได้แค่ตอบเสียงแผ่วอย่างจำยอม “ก็ตอนนั้นฉันคิดหาวิธีได้แค่นั้น

คำสารภาพของนาคไม่ช่วยให้สีหน้าเด็กหนุ่มดีขึ้นแม้แต่น้อย นอกจากกรอกตาด้วยความเบื่อหน่ายมากขึ้น “งั้นให้ฉันช่วยแนะนำวิธีไหม แดนว่า 

ยังไงเด็กสาวร่างท้วมสวนคำถามกลับทันใด แล้วหันหน้าไปหาเพื่อนใหม่ที่เริ่มทำตัวเป็นเพื่อนครั้งแรก

หาปืนสักกระบอก ซื้อกับฉันก็ได้... จากนั้นเอาปืนกรอกปากตัวเอง แล้วยิงซะ เพราะถ้าเธอไปยืนฉีกใบสัญญาต่อหน้าหลานเซ่อ เธอก็ต้องโดนหมอนั้นยิงทิ้งอยู่ดี เมื่อยังไงซะเธอก็ไม่มีทางช่วยพ่อฉันได้... ฉันว่าเป็นทางออกที่ฉลาดที่สุดสำหรับเธอตอนนี้เลย

ระดับความเป็นเพื่อนลดฮวบฮาบทันทีกับข้อเสนอของเขา จนใบหน้าที่กำลังรอลุ้นว่าเด็กหนุ่มจะช่วยอะไรได้ของนาคหุบลงสนิททันทีที่ฟังจบ แม้มันจะไม่ได้ฟังจริงจังนักก็ตาม

คำว่าร้ายกาจจากคนปากร้ายยิ่งเป็นสิ่งย้ำเตือนว่าเธอทำเรื่องผิดพลาดใหญ่หลวงลงเข้าไปแล้ว ซึ่งเธอต้องยอมรับมันโดยดุษฎี และไม่มีอะไรจะเถียงแดน... เงื่อนไขแลกเปลี่ยนกับลายเซ็นของคารอส ทาร์เปีย คือเธอต้องช่วยหาวิธีส่งมอบสินค้าของเขาให้ถึงมือลูกค้า โดยต้องเผชิญกับการด่านตรวจที่เข้มที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นหรือได้ยินมา ซึ่งมีรัฐบาลของฮ่องกงและอเมริการ่วมมือกันในการปฏิบัติภารกิจของตำรวจสากลครั้งนี้ นั่นหมายถึงว่าด้านตรวจนี้ไม่ได้มีแค่ทางบก และทุกอย่างถูกจัดการอย่างเข้มงวดถึงที่สุด... ขนาดเจ้าพ่อค้าอาวุธเถื่อนระดับโลกยังหาวิธีส่งมอบไม่ได้ แล้วเธอที่ไม่เคยรู้จักหรือทำงานแบบนี้มาก่อนเลยจะช่วยเขายังไง... ตอนนั้นเธอแค่เพียงคิดหาวิธีได้ลายเซ็นของคารอส ทาร์เปียเท่านั้น... ซึ่งย้อนคิดถึงตรงนี้เธอรู้สึกตัวเองโง่เกินจะกล่าวจริงๆ 

เธอยิ่งกว่ามืดแปดด้าน... ไหนจะเรื่องข่าวเป็นมือซ้ายให้เจ้าพ่อมาเฟียฮ่องกง แถมอีกอย่างถ้าหลานเซ่อรู้ว่าเธอรับเงื่อนไขอะไรมาเขาจะว่ายังไง...เธอได้โดนหล่อปูนถ่วงลงมหาสมุทรแน่

บางทีเธอไปหาปืนสักกระบอกยิงกรอกปากตัวเองอย่างที่แดนว่าอาจเป็นทางออกที่ถูกต้องที่สุดก็ได้...

ฉันรู้ว่ามันไม่ง่ายนาคยังอ้อมแอ่มตอบ 

แน่นอนล่ะว่ามันไม่ง่ายซึ่งแดนก็สำทับประโยคเธอ ทว่าครั้งนี้ใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์กลับราบเรียบจนผิดปกติ ลองจิตนาการว่าเธอเป็นเด็กผู้ชายที่ทำงานนี้ครั้งแรกกับพ่อของเขา ทั้งที่อายุแค่สิบขวบ แล้วต้องยืนดูภาพของผู้หญิงที่วิ่งไปกอดลูกชายตัวเล็กๆ ของตัวเองหลังจากวิ่งหนีจากค่ายเชลยศึก…” สีหน้าของเด็กหนุ่มลูกครึ่งคิวบา อเมริกันราบเรียบซะจนนาคดูไม่ออกว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเรื่องที่ตนเล่า ซึ่งเขาที่เว้นช่วงไปครู่ก่อนเล่าต่อด้วยท่าทางที่อ่านยากเช่นเดิม พร้อมสายตาของเขาดูที่เลือนลอยราวกำลังระลึกถึงภาพเหตุการณ์เหล่านั้น เธอ... เอ่อ... อุ้มลูกวิ่งหนีไปได้แค่ยี่สิบหรือไม่ก็สามสิบเมตร ก่อนโดนยิงที่เข่า แล้วล้มลง...แล้วมี... ผู้ชายถือปืน  AK47 สามคนเดินเข้ามา รุมยิงผู้หญิงที่นอนกอดลูกชายของเธอจนหมดแม็กกระซีนอย่างละสี่สิบนัดทั้งสามกระบอก โดยที่เด็กผู้ชายคนนั้นทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนดูภาพพวกนั้น เพราะหน้าที่ของเขาแค่ขายสินค้าที่เอาไปใช้กับผู้หญิงและลูกของเธอเมื่อกี้นี้...

ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างนาคและแดนทันทีที่เรื่องเล่าเสียงราบเรียบนั้นจบลง ซึ่งเด็กสาวร่างท้วมเดาได้ไม่ยากเลยว่าแดนกำลังพูดถึงตัวเองอยู่... เรื่องของเขา เรื่องราวในงานที่ไม่น่าจดจำ แม้สีหน้าตอนเล่าของเด็กหนุ่มลูกครึ่งคิวบาอเมริกันจะไม่แสดงสิ่งใดออกมานอกจากนิ่งเฉยราวเคยชิน

แต่ในน้ำเสียงที่เอ่ยราวไม่ใส่ใจมันเจืออาการสั่นน้อยๆ เล็กน้อยซะจนเกือบจับความสั่นคลอนนั่นไม่ได้... แต่เธอรู้สึกได้ ที่สำคัญนัยน์ตาสีเทาที่ออกจะเจ้าเล่ห์นิดๆ ของเด็กหนุ่ม กลับปรายมองทางอื่นตอนที่เขาเล่ามันออกมา... ราวเบนหนี

“... ทำงานครั้งแรกเป็นยังไงเด็กสาวมุ่นคิ้ว ตัดสินใจถามอย่างนิ่งสงบ แม้รู้ว่าไม่ใช่เรื่องสมควรเท่าไหร่นัก

แดนเลือนนัยน์ตากลับมามองนาค และเหยียดยิ้มที่มุมปากพร้อมหัวเราะหึในลำคอ “เหมือนตื่นจากฝันแล้วมาพบกับโลกแห่งความเป็นจริง

เห็นภาพเลยแฮะ... นาคถึงกับพึมพำขึ้นกับตนเองในการเปรียบเทียบของคนตรงหน้า

แดนจ้องมองนาคอยู่ครู แล้วจำต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้ง ขณะยกมือขึ้นเกาศีรษะที่มีเส้นผมสีน้ำตาลแดงปกคลุมไปมาจนมันยุ่งเหยิก พลางกล่าวอย่างช่วยไม่ได้ “เอาเหอะ... ยังไงซะพ่อฉันก็สั่งให้ฉันมาช่วยให้ข้อมูลเธอ แล้วร่วมมือกับเธอจัดการปัญหานี้ เพราะสุดท้ายเราก็ต้องหาวิธีส่งมอบของให้ได้อยู่ดี ไม่ว่าจะใช้หัวเธอ หัวฉัน หรือหัวพ่อฉันก็ตาม

คำตัดสินรอบนี้ของแดนช่วยให้นาคให้โล่งอกขึ้นไปเปราะหนึ่ง แม้ปัญหาที่เหลือจะยังกองทับถมอยู่เท่าเดิม และถ้าเธออยากให้มันหายไปแม้จะรู้ว่าแทบเป็นไปไม่ได้ เธอก็ต้องเดินต่อไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว

 



                                                                     ***********************



เจ้าพ่อมาฟียทรงอิทธิพลของฮ่องกงเริ่มรู้สึกว่าตนคิดผิดที่ให้ลูกหนี้รายใหญ่ใช้ห้องทำงานของตนเป็นที่อ่านข้อมูลไปต่อรองการร่วมหุ้นของฉ่ายหงกรุ๊ป เพราะทันทีที่เขาเข้ามาในห้องพักส่วนตัวของตนเองในโรงเรียนเอกชนฉายหง มาเฟียหนุ่มก็ต้องเข้ามาเจอสภาพแผ่นกระดาษแผ่นเล็กแผ่นน้อยของนาคที่เขียนทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อวานเกลื่อนกลาดอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาและบนพื้นรอบโต๊ะเต็มไปหมด

ตั้งแต่เรื่องพรมที่ห้องพักส่วนตัวของเขาในบริษัทแล้วนะ ที่เขาต้องสั่งงัดพรมออกทั้งชั้นออกเพราะเจ้าหล่อนคนเดียวที่เอารองเท้ามาเหยียบพรมเขาซะเละเทะ

ให้มันได้อย่างงี้สิ เขาได้แต่บ่นเสียงขุ่นกับตน 

แต่หลานเซ่อจำต้องเดิมไปที่โต๊ะ เมื่อสังเกตเห็นว่ากระดาษที่นาควางทิ้งไว้ถูกจัดเรียงแปลกๆ ก่อนที่มาเฟียหนุ่มจะพอเคล้าๆ ออกว่า ไอ้สิ่งที่เด็กสาววางรกไว้เต็มโต๊ะทำงานของเขาคือข้อมูลมากมายที่เธอพยายามจำมัน แม้เขาจะอ่านภาษาไทยทีเธอเขียนไว้บนกระดาษไม่ออก แต่จากสิ่งที่นาคทำไว้มันฟ้องอยู่แล้วว่าเจ้าหล่อนใช้ความพยายามมากเพียงใดที่จะทำงานที่เขามอบหมายให้สำเร็จ

ทุ่มเทเต็มที่น่าดู...

มาเฟียหนุ่มคิดในใจเมื่อนึกย้อนถึงเด็กสาวที่คงก้มหน้าก้มตาไม่ขยับออกจากโต๊ะเขาเพื่อจำข้อมูลทั้งหมดให้ได้ ข้อมูลที่เด็กสาวธรรมดาไม่น่าจะจำหมด มันทำให้ความหงุดหงิดเรื่องห้องรกต้องมลายไป 

ร่างสูงสง่าระบายลมหายใจแผ่วเบา ทิ้งท้ายกับก้องเศษกระดาษที่เขาต้องเก็บรวบรวมเอง ก่อนเดินมาทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานพนักสูงของตน พร้อมมือเรียวแข็งแรงก็โยนหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าที่ลงภาพเด็กสาวตัวปัญหาของเขาหราบนหน้าหนึ่ง... 

ใช่... เขารู้เรื่องที่ข่าวลงว่า นาคเป็นมือซ้ายคนสนิทของเขาเรียบร้อยแล้ว 

แต่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขา เมื่อมาเฟียหนุ่มกะไว้อยู่แล้วว่าข่าวนี้ต้องลงเพราะเมื่อวานนักข่าวก็รุมถามเรื่องนี้ไม่หยุด แม้แต่ตอนที่เขาเดินออกมาจากงานเลี้ยง... ไม่ลงเป็นข่าวสิแปลก 

เรื่องที่ควรเดือดร้อนจริงๆ ไม่ใช่ข่าวนี่หรอก

เพียงคิดถึงตรงนี้ชายหนุ่มกลับนึกย้อนถึงสีหน้าของนาคเมื่อคืนวานในงานเลี้ยง

ภาพที่เธอก้มมองแฟ้มใบสัญญานั้นหลังจากเขายอมให้เธอถือมัน แล้วเธอมองมันนิ่งด้วยสีหน้าหนักใจจนเห็นได้ชัด สีหน้านั่นเขาไม่เคยเห็นจากใบหน้าธรรมดาของเธอ

เด็กนั่นยื่นข้อต่อรองอะไรให้คารอส ทาร์เปีย... ข้อเสนออะไรที่ทำให้เด็กสาวที่ไม่เคยกลัวอะไรหรือไม่ค่อยทุกข์ร้อนกับปัญหาของตนชักสีหน้าแบบนั้น... 

หลานเซ่อปรายตามองไปที่แฟ้มประวัติของนาคที่วางอยู่บนโต๊ะของเขา มาเฟียหนุ่มหยิบมันขึ้นก่อนกางออก

เธอยื่นข้อเสนออะไรไปฤทัยนาค คำถามกลืนหายไปกับความเงียบของห้องทำงานกว้าง เมื่อเจ้าของปัญหาไม่ได้ยืนอยู่ในนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 139 ครั้ง

27,731 ความคิดเห็น

  1. #27582 Liuna (@miramira12) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กันยายน 2556 / 21:43
    สนุกมากกกกกกกกกกกก ^^
    #27582
    0
  2. #27566 Pui (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 / 21:44
    งานเข้าแล้วสิทีนี้ อ๊ากๆๆ จะไปหาซื้อที่ไหนล่ะทีนี้ Q_Q
    #27566
    0
  3. #27548 เดียร์ตะวัน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 00:41
    กำของเราอ่านภาคไฟนอลก็ว่าติดละพอมาอ่านนี้จะไปหาที่ไหนละนี่ มีขายทุกร้านปะนี่



    ต้องไปหาอย่างด่วนเลย
    #27548
    0
  4. #27547 llamll (@llamll) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2556 / 11:56
    ต้องไปหาซื้อซะแล้วววว ติดมากกกก
    #27547
    0
  5. #27502 mazorini (@mazorini) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มีนาคม 2556 / 02:12
    ทำไม! ทำไมๆๆๆ ทำไมเค้าเจอแค่เล่มสอง เล่มหนึ่งยังไม่ได้อ่านเลยนะเว้ยเฮ้ยยย!!
    #27502
    0
  6. #27484 GIFT (@suthathip-04777) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 / 19:38
    ถ้ารู้ว่านาคเครียดก็ไปช่วยสิหลานเซ่อออ 555555555>W<
    #27484
    0
  7. #27465 P a я m ' m (@pear2222) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2555 / 18:25
    จะ จะไปซื้อ *^*;;

    เธอเป็นนางเอกที่ไม่สวย แต่เจ๋งที่สุด !!!!!
    #27465
    0
  8. #27449 kaow (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2555 / 16:21
    ติดมากตอนแรก มีอคติว่านางเอกไม่สวยทำให้ไม่อยากอ่านมาซะดื้อๆ แต่พออ่านไปอ่านมา หลงรักตัวละครที่ชื่อนา คมากๆอ่านจนไม่คิดวา่เขาเป็นแค่ตัวละครเลยอ่ะ เหมือนเขามีชีวิตจริงๆน่ารักมากๆชอบๆแร้วจะหานิยายเรื่องไหนมาอ่านให้สนุกแบบนี้อีกอ่า ตอนนี้ รออ่าน คิวบิคภาคผีเข้าอยู่หวังว่าจะมีโอกาสเป็นเล่มอีกอ่า อยากอ่านมากเลยอ่า
    #27449
    0
  9. #27392 smile coated poison (@noandpop) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2555 / 03:09
     ได้เวลาใช้เงินแล้วสิเนี่ย
     ต้องไปซื้อมาอ่านแล้วล่ะ

     สนุกซะขนาดนี้อะ
     ><
    #27392
    0
  10. #27341 girly_chilli (@Girly_chilli) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555 / 11:35
    เพิ่งเจอนิยายเรื่องนี้จากประกวดนิยามรักเจ้าเอ๋ย เลยลองเข้ามาอ่าน
    ปรากฏว่าสนุกเว้ย
    เลยว่าจะไปยืมที่ร้านก็ปารกฎว่าเรื่องโดนยืมยาวเป็นเดือน
    คิดหนักสรุป ออกจากร้านยืมหนังสือไปซื้อมาเก็บเรียบร้อยสนุกมากๆๆๆ
    อ่านรวดเดียวจบสองเล่ม(เที่ยงวันยันห้าทุ่มไม่ไปไหนเลย)

    ปล. อ่านแล้วรู้สึกว่า หลาง หย่งเหวิน นี่คนเขียนได้ต้นแบบมาจากไอเซ็น จากบลีชหรือเปล่าหว่าดูอิมเมจกับนิสัยแล้วคิดยังไงเราก็ไพล่ไปถึงไอเซ็นทุกทีอ่ะ




    #27341
    0
  11. #27337 Lyn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 / 02:10
    สนุกมากๆๆ อ่านจนต้องไปหาซื้อมาอ่าน อ่านจบแล้ว อ่านภาคผีเข้าต่อ ตอนนี้ค้างอยู่ที่ภาคผีเข้า อ่านทั้งวันทั้งคืนเพราะปิดเทอม ไม่ผิดหวังที่เสียเงินซื้อมาอ่าน ...CUBIC นิยายที่เราคิดว่ามันดีที่สุดที่เคยอ่านมาเลยหล่ะ



    แต่ไม่ชอบ CUBIC อยู่อย่างเดียวจริงๆ เป็นข้อเสียสุดๆ คือการอ่าน CUBIC ของเราทำให้เราอ่านนิยายเล่มอื่นไม่สนุก อิอิ
    #27337
    0
  12. #27195 GALILEO (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กันยายน 2554 / 19:07
    ขาดตอนนนนนนนนน 555 คงต้องไปหาซื้อมาอ่านซะแล้ว

    สนุกมากครับ เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ทำให้ผมอ่านรวดเดียวมาจนเย็นขนาดนี้ได้เลย

    LIKE .
    #27195
    0
  13. #27182 Custard Apple (@noynajang) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กันยายน 2554 / 00:13
     ติดตามในเล่มค่า  สนุกจริงๆ  อ่านแล้วอยากอ่านต่อเลยล่ะ
    #27182
    0
  14. #27109 jolsarut (@jolsarut) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2554 / 18:12
    เจอหนังสือเรื่องนี้ตอนแรกที่ร้านหนังสือแพร่พิทยา หยิบมาเปิดอ่านก็นึกว่าน่าสนใจดีแต่ยังไม่ได้ซื้อกลับมา มาเปิดดูในเวปเพื่อหาข้อมูลก็เลยได้มาอ่าน.... โอ้รู้ตัวอีกทีก็สั่งซื้อหนังสือไปเรียบร้อยแล้ว เหมือนถูกสะกดจิตเลยอ่ะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 26 สิงหาคม 2554 / 18:13
    #27109
    0
  15. #26996 Jacque (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2554 / 18:41
    อยากอ่านอีกเพิ่งเข้ามาเจอเสียดายอ่ะลุ้นมากเลย

    #26996
    0
  16. #26369 OsToMo (@songpon54) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2554 / 16:51
    อ่านตั้งกะตอนที่ 1 มา น๊อค ตอน 7โมง มันมาก
    #26369
    0
  17. #26359 อิงฟ้า_yunyu (@51162592) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2554 / 05:50
    หวังว่าทั้งสองคนจะช่วยกันแก้ปัญหานี้ได้นะ

    เป็นกำลังใจให้นะ
    #26359
    0
  18. #25783 K-pentagon (@k-pentagon) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2554 / 21:34

    กลอกตา ไม่ใช่กรอกตานะคะ

    แล้วก็ ครู่ ไม่ใช่ครูค่าา ^^

    ชอบอ่ะ มือซ้ายคนฉลาดดดด

    #25783
    0
  19. #24483 Naruko (@Naruko) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554 / 04:36

    ก้าวแรกของนาคสู่...

    #24483
    0
  20. #24008 mona_nooparn (@monasatoo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554 / 21:06

    บอกได้คำเดียวว่าซวยสุดๆ

    #24008
    0
  21. #23543 mon (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มกราคม 2554 / 16:30
    แก้คำผิดค่ะ



    ทิ้งท้ายกับก้องเอกสาร แก้เป็น " กอง " เอกสาร
    #23543
    0
  22. #23071 PUN (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2554 / 12:07
    นาคสู้ๆๆๆๆๆๆ
    #23071
    0
  23. #21922 ladyberbatov (@ladyberbatov) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2553 / 19:19
     สาวอวบก้อเครียดเป็นกะเค้านะค๊าบบบบบ
    #21922
    0
  24. #19427 ll_ไม่อยากซ่า_ll (@anndormeda) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2553 / 15:13
    ขำ กับการที่ต้องไปนอนใต้กระโปรงรถมากมายย
    คนเขียนอย่าย้ำบ่อยได้มั๊ย มันฮาเกินน
    #19427
    0
  25. #15243 ริมประตู:) (@oanongnat_gam) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 / 22:29
     นาคสู้ๆ~ ><
    #15243
    0