ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    ฟาโรห์หลงยุคภาค2

    ลำดับตอนที่ #1 : เซนนาพอด ฟาโรห์แห่งอียิปต์โบราณ(Sennapod,The Ancient Egyptian Pharaoh)

    • เนื้อหาตอนนี้เปิดให้อ่าน
    • 150
      0
      27 มิ.ย. 46

    ฟาโรห์หลงยุคภาค2

    ตอนที่1  เซนนาพอด  ฟาโรห์แห่งอียิปต์โบราณ



    คนส่งนมแห่งซอยเทอร์เรส  เทมพลีตัน  ไม่รู้ตัวเลยว่า  วันนี้จะเป็นวันโลกาพินาศสำหรับเขา

    เขาขี่มอเตอร์ไซค์ของเขาเพื่อส่งนมไปทีละบ้าน  เขาชอบเหลือเกินเวลาที่ได้ยินเสียงขวดนมกระทบกับพื้นหินหน้าบ้านเป็นเสียงเหมือนดนตรี  มันช่วยขับกล่อมจิตใจเขาให้รื่นเริงในเช้าอันแสนเต็มไปด้วยหยาดน้ำค้างเช่นนี้  เขาสูดลมหายใจอันบริสุทธิ์ยามเช้าเข้าไปเต็มปอด  และปล่อยเฮือกออกมาอย่างสุขสบาย

    อารมณ์ยามเช้าของเขาใกล้จะดับวูบลงเมื่อเขามาถึงหน้าบ้านเลขที่ยี่สิบเจ็ด  เขาฮัมเพลง  “ปราศจากเธอ(Without You)”  ด้วยทำนองเหมือนแมวหนุ่มคึกคะนอง  เขาหยิบขวดนมสองขวดออกมาจากกล่องเหล็กบรรจุน้ำแข็งแห้งที่ถูกมัดอยู่ด้านท้ายมอเตอร์ไซค์  แล้วเดินไปตามทางเดินสู่ประตูบ้านเลขที่ยี่สิบเจ็ด  เขากำลังจะได้ยินเสียงขวดนมกระทบกับพื้นหินอยู่แล้ว  แต่ทว่า  --

    ปัง!!!

    คนส่งนมกระเด็นไปข้างหลังเพราะแรงกระแทกจากบานประตูที่เปิดออกในฉับพลัน  ส่งขวดนมทั้งสองในมือลอยละลิ่วไปกระแทกกับเสาไฟฟ้าและแตกออกเป็นเสี่ยงๆเหมือนระเบิด  คนส่งนมกำลังจะใช้แขนเสื้อเช็ดจมูกเนื่องจากเลือดกำเดาไหลออกจากจมูกเขาเป็นสาย  แต่ทว่าเงาดำซึ่งทอดมากระทบสายตาเขาทำให้เขาเงยหน้าขึ้น  แล้วตาของเขาก็เบิกกว้างราวกับเห็นจานบินพุ่งมาถล่มโลก

    สิ่งที่เขาคิดในตอนแรกคือ  เอเลี่ยนจากต่างดาวได้มายืนอยู่ตรงหน้าเขา  แต่เมื่อเขากระพริบตา  เขาก็รู้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับอะไรอยู่

    ใบหน้าขาวแดงเพราะถูกทาแป้ง  ดวงตาทาขอบดำที่มีแววอันน่าเกรงขามจ้องลงมาอย่างหยิ่งๆ  มัสคาร่าที่อยู่บนหนังตาทอประกายแสงวิบวับ  ปากที่ทาลิปสติกสีแดงไว้โค้งลงเป็นรอยบึ้งตึง  ชายผู้นั้นมีมงกุฏซึ่งทำจากลูกเทนนิสกับม้วนกระดาษและกระดาษแข็ง  และมีอะไรสักอย่างที่เหมือนม้วนกระดาษชำระในห้องน้ำยาวๆทาสีอยู่ที่คาง  ปากทาลิปสติกเผยอออก  และเขาก็เปล่งเสียงออกมาด้วยถ้อยคำยุคเก่าๆอย่างมีโทสะ

    “ไอ้หนอน!!”  เขาตะคอกใส่คนส่งนมเป็นการทักทาย  คนส่งนมผวาแทบตายเพราะนึกว่านมที่เขามาส่งที่บ้านนี้เมื่อเช้าวานมีหนอนอยู่ในนั้น  เขารู้สึกกำลังเผชิญกับมัจจุราชแห่งความสติแตกอยู่  แต่คนส่งนมก็เข้าใจเมื่อชายผู้นั้นพูดต่อไป  “เจ้ากล้าดียังไงมาวางของที่หน้าบ้านข้าโดยไม่เรียกให้รู้ก่อน  ข้าจะได้ส่ง(เกือบ-จะ-เป็น)เพื่อนๆของข้ามารับ!  และไหนล่ะนมของแอสเสส”  ดวงตาของเขาเบิกกว้างยิ่งขึ้นเมื่อเห็นคราบนมบนเสาไฟฟ้า  “เจ้าทิ้งมันหรือ  กล้าดียังไง!!!  ไปเอาขวดใหม่มาซะ  ชะตาชีวิตของเจ้าขึ้นอยู่กับเรื่องนี้นะ!”

    คนส่งนมตาลีตาเหลือกกระโจนไปที่มอเตอร์ไซค์ของเขา  และรีบหยิบขวดนมอีกสองขวดขึ้นมาจากกล่องเหล็กทันที  เมื่อยื่นให้ชายผู้นั้น  เขาถึงกับพองตัวออก  “อะไรกัน!!  แค่นี้เองหรือนี่  แล้วมันจะพออาบน้ำอะไรกันเล่า!  ไปเอามาอีกหกขวดซะ  ต้องนึกถึงปริมาณนมที่เพื่อนของข้าจะได้กินด้วยนะ!!!”  คนส่งนมรีบไปและกลับมาพร้อมกับนมอีกหกขวดในมือ(น่าอัศจรรย์ที่พวกมันไม่หล่นแตก) ชายคนนั้นฉวยพวกมันทั้งหมดไว้ในอ้อมแขน  “ไอ้หนอน!”  เขาพูดตบท้ายก่อนเดินกลับเข้าไปในบ้าน  ส่วนคนส่งนมรีบกลับไปที่มอเตอร์ไซค์โดยไม่สนใจที่เช็ดเลือดด้วยซ้ำ  ความคิดเดียวที่อยู่ในสมองของเขาตอนนี้ก็คือ  จะไปหาหัวหน้าเพื่อขอพักงานและไปพักผ่อนห่างจากที่นี่ให้ได้ไกลที่สุด  ไซบีเรียจะไกลพอไหมนะ

    ส่วยชายผู้นั้นกลับเข้าบ้านด้วยอารมณ์ขุ่นมัว และก็พบกับสองสามีภรรยา โทนี่กับอีฟ ไลท์สปีดและลูกสองคนของพวกเขา แครี่(อายุสิบสี่ปี)กับเบน(อายุเก้าปี)ที่ตีนบันได  ทุกคนใส่เสื้อคลุมชุดนอน  และดูราวกับว่ายังไม่ทันได้ล้างหน้าเอาขี้ตาออกด้วยซ้ำ  “เซนนาพอดคะ”  อีฟ ไลท์สปีดพูดเสียงตกใจกับชายคนนั้นหรือที่เราจะเรียกกันต่อไปว่า  เซนนาพอด  “เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น  เสียงดังเชียวค่ะ”

    “ผมว่าคนส่งนมคงรู้”  โทนี่ ไลท์สปีด ผู้มีหมวกแก๊ปอยู่บนหัวแม้ในชุดนอน พึมพำ  พลางมองทะลุประตูหน้าบ้านที่เซนนาพอดไม่ได้ปิดออกไปยังเสาไฟฟ้าที่มีรอยเปื้อนนม

    เซนนาพอดเชิดหน้าขึ้น  “ข้าแค่สอนบทเรียนให้แก่เจ้าหนอนที่มาส่งนมของแอสเสส”  เขาบอกอย่างหยิ่งๆ  “ว่าอย่ามาส่งนมช้าและเอามาให้มากๆ”  เขาวางขวดนมในอ้อมแขนลงไปกับพื้น

    มิสซิซไลท์สปีดทำท่าว่าจะเป็นลม  ในขณะที่เบนกับแครี่หัวเราะคิกคัก  “วันนี้มีนมกินจุใจแน่”  แครี่พูด  ใบหน้าของเธอเกือบจะสวยเลิศอยู่แล้วถ้าไม่ติดว่าเธอมักจะใช้เครื่องสำอางหนาเตอะไปหน่อย  “มีแปดขวด  แปดขวดหารห้าคนได้  --  หนึ่งจุดเจ็ดหนึ่ง(1.71)ขวด  อืม  ขวดใหญ่ด้วยนะ”

    “หนึ่งจุดหก”  เบนแก้อย่างอัตโนมัติ  เขาเตี้ยกว่าพี่สาวของเขานิดหน่อยและมีทรงผมเหมือนไม้ม็อป  “เมื่อไหร่พี่จะจำได้ซักทีล่ะเนี่ย”

    “งั้นรีบมาแบ่งกันเถอะ”  มิสเตอร์ไลท์สปีดรีบพูดเพราะเห็นว่าแครี่ทำท่าเหมือนจะขย้ำคอเบนให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเหมือนมนุษย์หมาป่า  “คงวัดยากหน่อยนะ”

    “ไม่จำเป็น”  เซนนาพอดว่า  “ข้าต้องใช้หลายขวดในการอาบน้ำ  นี่ดีกว่าไอ้นมเหนียวหนืดที่เบนมีซะอีก  ชื่ออะไรนะ  อ้อ  ใช่ๆ  โยเกิร์ตของแอสเสส”  แล้วเขาก็รีบคว้าขวดนมสี่ขวดพร้อมกับเดินปึงปังขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็วก่อนที่ครอบครัวไลท์สปีดจะทันแก้ว่าโยเกิร์ตพร่องมันเนยไม่ใช่โยเกิร์ตของแอสเสส

    “เอาเถอะ  อย่างน้อยเราก็ได้นมมามากเป็นสองเท่าของทุกวันนะ”  มิสซิซไลท์สปีดบอก  “เดี๋ยวแม่จะโทรหาสำนักงานที่เขามาส่งนมเพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้“

    ทุกคนหยิบขวดนมของตัวเองแล้วเข้าครัวไปยกเว้นมิสซิซไลท์สปีด  เธอตรงไปที่โทรศัพท์แล้วโทรหาสำนักงานส่งนม(เธอลืมชื่อที่แท้จริงของสำนักงานนั้นไปแล้ว  เอ  คงจะเป็นกู๊ดมิลค์เอฝเออะรี่เดย์(Good Milk Every day) หรือไม่ก็มิลค์อินเดอะมอร์นิ่ง(Milk in the Morning)มั้ง)

    “ฮัลโหล  ที่นั่นสำนักงานกู๊ดมิลค์เอฝเออะรี่เดย์รึเปล่าคะ”  เธอถามเมื่อมีคนรับสายแล้ว

    “ไม่ใช่ค่ะ  ที่นี่คือสำนักงะ  --  ”

    “หรือสำนักงานมิลค์อินเดอะมอร์นิ่งรึเปล่าคะ”

    “เปล่าค่ะ”

    “สงสัยดิฉันโทรผิดแน่เลย  ขอโทษด้วยนะคะ”

    “ไม่เป็นไรค่ะ  สำนักงานมิลค์ฟอร์เอเวอร์(Milk Forever)ยินดีรับใช้เสมอ”

    “อ้อใช่ๆ  สำนักงานนี้นี่เอง  ขอโทษค่ะ”  มิสซิซไลท์สปีดรู้สึกว่าใบหน้าของเธอร้อนผ่าว  พลางดีใจที่สมัยนี้ยังไม่มีการพัฒนาเทคโนโลยีให้ผู้โทรสามารถเห็นหน้าอีกฝ่ายได้  ไม่งั้นเธอต้องไปผ่าตัดเปลี่ยนหน้าแน่  ซึ่งคงเสียตั้งหลายตังค์  “ดิฉันขอคุยกับหัวหน้าหน่อยค่ะ”

    “ตอนนี้หัวหน้าไม่อยู่ค่ะ  ท่านไปไซค์งาน  มีแค่คนส่งนมเมื่อเช้านี้ค่ะ  แต่ดิฉันไม่แน่ใจว่าเขาจะคุยได้รึเปล่านะคะ  ดูท่าทางบาดเจ็บ  จมูกเขาเลือดกำเดาไหลมากเลยน่ะค่ะ  เมื่อเช้านี้ไม่รู้ไปโดนอะไรมา”

    มิสซิซไลท์สปีดกลอกตา  เซนนาพอดไปทำอะไรเข้านะ  เอาขวดนมฟาดจมูกคนส่งนมรึเปล่า  หรือกระทืบหน้า  เอ๊ะ!หรือว่าไปแก้ผ้าให้เขาดูจนเขาเลือดกำเดาออก เสื้อคลุมของเขาถอดง่ายอยู่แล้วด้วย  บ้าน่ะ!!  เธอรีบปัดความคิดและจินตนาการอย่างสุดท้ายอันอุจาดสมองและอุจาดตาออกไปให้พ้น  “ดิฉันขอคุยกับเขาหน่อยค่ะ”

    เธอรออยู่ครู่หนึ่งกว่าคนส่งนมจะมารับสาย  “มีอะไรเหรอครับ”  เขาถามเสียงอู้อี้  ท่าทางเขาคงเอาทิชชู่ยัดไว้ในจมูกแหงๆ

    “คือดิฉันโทรมาจากบ้านเลขที่ยี่สิบเจ็ด  ซอยเทอ…”  มิสซิซไลท์สปีดถูกขัดจังหวะด้วยเสียง  พรวด!!  และเสียงเหมือนของเหลวทะลัก  เธอจินตนาการด้วยความสยดสยองว่าคนส่งนมคงตกใจจนพ่นทิชชู่ออกจากจมูกและเลือดกำเดาก็ไหลออกมาอีก  คงวุ่นหาทิชชู่อยู่อีกแน่ๆ  เมื่อคนส่งนมสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้แล้ว  เขาก็มาคุยใหม่  “ผมขอโทษครับ!!!  ผมขอโทษที่ทำให้สุภาพบุรุษ(?)ท่านนั้นไม่พอใจ  ผมสามารถหาของมาเป็นค่าเสียหายให้!!  ผมจะ..”  มิสซิซไลท์สปีดรีบขัดจังหวะเขาทันที  “เดี๋ยวก่อนค่ะ!!”  เธอร้อง  “ดิฉันต่างหากที่ต้องขอโทษ  คุณบาดเจ็บรึเปล่าคะ”  เธอหอบจากการพ่นข้อความใส่โทรศัพท์รัวๆ

    คนส่งนมท่าทางสบายใจขึ้น  “นิดหน่อยครับ”  เขาตอบอย่างสุภาพ  “มันเป็นแค่อุบัติเหตุครับ  แล้วเขาทำให้ผมตกใจนิดหน่อย  ก็แค่นั้นครับ  คุณไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายอะไรหรอกครับ”

    มิสซิซไลท์สปีดคิดว่าเขาตอบน้อยจากความจริงไปหน่อย  แต่ก็ไม่คาดคั้นอะไร  “ขอโทษด้วยนะคะ”  เธอกล่าว  “เจอฟาโรห์ก็อย่างนี้แหละค่ะ”

    “โป  --  โปโลอะไรนะครับ?”  เขาย้อนถาม

    มิสซิซไลท์สปีดนึกขึ้นได้  “ไม่มีอะไรค่ะ  ขอบคุณนะคะ  ลาก่อนค่ะ”  เธอวางหูลงแล้วทรุดตัวลงกับผนังห้องอย่างเหนื่อยๆพลางครุ่นคิดถึงเซนนาพอด

    เซนนาพอดเป็นฟาโรห์แห่งอียิปต์โบราณซึ่งบัดนี้มีอายุมาประมาณสี่พันกว่าปีแล้ว  เขาฟื้นมาจากความตายได้เพราะมีคนอ่านคำสาปของอนูบิส(เทพเจ้าแห่งความตาย) ซึ่งก็คือศาสตราจารย์เจลลี่ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องอียิปต์โบราณ  และกริมสโตน หัวหน้าฝ่ายสะสมของพิพิธภัณฑ์ที่มีโลงใส่มัมมี่ซึ่งเซนนาพอดเคยอยู่ข้างใน  พวกเขาตามหาเซนนาพอดในพิพิธภัณฑ์มานานแล้ว  วัตถุประสงค์คือต้องการแผนที่สมบัติของเซนนาพอดมาไว้ในครอบครอง  ในที่สุดก็พบเขา  แต่บังเอิญไปอ่านคำสาปของอนูบิสเข้า  เซนนาพอดจึงฟื้นขึ้นและหนีไป  ซึ่งก็มาพบกับครอบครัวไลท์สปีดเข้า  ในขณะเดียวกันพวกเหล่าร้ายก็ตามมาพบที่อยู่ของเซนนาพอด  และใช้แผนลักพาตัวโดยต้องการแลกแผนที่สมบัติของเซนนาพอดกับแมวของฟาโรห์(ตัวเหยียบย่ำเจ้าหนอนหรือทิดเดิ้ลส์)  มิสเตอร์และมิสซิซไลท์สปีดไปเป็นเพื่อนกับเซนนาพอดเมื่อเขาไปที่พิพิธภัณฑ์เพื่อแลกเปลี่ยนของ  แต่เป็นกับดัก  กริมสโตนกับศาสตราจารย์เจลลี่ขังสองสามีภรรยาไลท์สปีดไว้  และคุมตัวเซนนาพอด  โชคดีที่เบนกับแครี่ซึ่งแอบตามมาหลอกพวกเหล่าร้าย(สมทบโดยแมวอีกสี่สิบตัว)ไว้ได้จนชนะ  พวกเขาเป็นอิสระ  และกริมสโตนกับศาสตราจารย์เจลลี่ถูกนำตัวไปเข้าคุก  แม้พวกเหล่าร้ายจะเข้าคุกไปแล้ว  แต่เซนนาพอดก็ยังคงสร้างเรื่องไม่หยุดหย่อน  เพราะเขาคือฟาโรห์ในสมัยก่อนที่มาอยู่ในยุคปัจจุบัน  จึงปรับตัวได้ลำบากมาก  แถมเขายังคงทำเหมือนว่าทุกคนคือทาสของเขา  แต่เขาก็ไม่ทำตัวรุนแรงกับครอบครัวไลท์สปีดแล้ว  เพราะทุกคนได้ช่วยเขาไว้  แต่ถึงกระนั้นก็…

    มีเสียงเอะอะดังมาจากในครัว  มิสซิซไลท์สปีดคราง  อะไรอีกล่ะ!!!



    (To Be Continued…)



    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×