ชะตาชายาทรราช

ตอนที่ 7 : เรื่องราวจากเมืองหลวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,385
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 499 ครั้ง
    30 พ.ย. 63

แม่ทัพน้อยที่กำลังอุ้มสตรีในอ้อมกอดชุดสีแดงเพลิงเข้ามาในเรือน ทหารหลายนายที่เห็นได้แต่ก้มหน้าทำไม่รู้ไม่เห็นสิ่งใด เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้อง แม่ทัพน้อยก็รีบวางร่างอันแสนงดงามเย้ายวนลงบนเตียง ก่อนจะอดใจไม่ไหวปลดผ้าคลุมครึ่งหน้าของนาง

…จินเยว่เล่อ

แม่ทัพน้อยตกใจ ใบหน้าที่งดงามของนางช่างเย้ายวน แต่เขาก็จดจำได้ดีว่าสตรีที่นอนอยู่เบื้องหน้าของเขาเป็นใคร ทันใดนั้นดวงตากลมโตของนางก็ลืมตาขึ้นมา นางลุกขึ้นมาท่าทางของนางคล้ายคนไม่ได้สติ 

“ท่านเป็นใครกันเจ้าคาา” เสียงย่อนยานของนางกับใบหน้าแดงก่ำ ..นางกำลังเมาไม่ได้สติ

“เยว่เล่อเป็นเจ้าหรอกหรือ” กงหยางเฟยตกใจไม่น้อย เขาเกือบล่วงเกินน้องสาวของเพื่อนสนิทแล้ว หากว่าเขาไม่เปิดผ้าคลุมครึ่งหน้าของนางและล่วงเกินนางไป เช่นนั้นคงไม่อาจมองหน้าจินซางได้อีกต่อไปแน่นอน

“อ๋อออ ท่านแม่ทัพน้อย”

“ข้าจะนำเจ้าไปส่งที่บ้าน ข้าจะให้สาวใช้มาเปลี่ยนชุดเจ้านะ” แม่ทัพน้อยกล่าวตะกุกตะกัก เขาเป็นผู้ชายธรรมดาผู้หนึ่งเท่านั้น เห็นสตรีที่มีรูปโฉมงดงามแต่งกายเปิดเผยเนื้อหนังจะไม่ให้เขารู้สึกได้อย่างไร แต่ก็ต้องข่มใจเมื่อคนตรงหน้ายังเยาว์วัย และยังเป็นน้องสาวเพื่อนสนิทของตน

“ท่านเปลี่ยนชุดให้ข้าก็ได้ แค่ถอด และใส่เอง” ใบหน้าแดงก่ำกล่าวก่อนจะเริ่มทึ้งเสื้อผ้าของตนเอง ชุดรัดรูปตามแบบชุดระบำทำให้เยว่เล่ออึดอัดไม่น้อย ทั้งยังอกอวบอิ่มของนางที่ถูกรัดจนล้นพ้นเสื้อออกมา กงหยางเฟยเบือนหน้าหนีพลางคิดในใจว่านางอายุแค่นี้จริงหรือ เหตุใดร่างกายถึงได้มีมากจนเกินวัยตนเองเช่นนี้

“หยุดเถอะ”

“หยุดอันใดเจ้าค่ะ หยุดถอดหรือให้รีบถอด" จินเยว่เล่อไม่ได้สติ นางคล้ายยั่วยวนกงหยางเฟย แต่ก็ไม่ใช่ นางเพียงแต่ถอดชุดของตนเองบนเตียงเท่านั้น

“เจ้ารอสักครู่พี่จะรีบมา” กงหยางเฟยกล่าวก่อนจะหันหนีรีบเดินออกจากห้องหับของตนเอง วูบหนึ่งเขาหันไปเหลือบมองนางก็เห็นในสิ่งที่ไม่บังควร เรือนร่างอวบอัดเกินวัยของนางขาวนวลเนียน ทรวงอกของนางได้รูปสวยงามทั้งยังมีอัญมณีสีอิงเถาที่งดงาม ใจของเขาเต้นระส่ำแทบบ้า แต่ก็ต้องกัดฟันออกไป ก่อนจะตามสาวใช้มาเผื่อผลัดเปลี่ยนชุดนางให้เรียบร้อย 

 

“นางหลับหรือยัง” กงหยางเฟยถามบ่าวรับใช้หญิง

“หลับสนิทแล้วเจ้าค่ะคุณชาย” 

“อืม” กงหยางเฟยเดินเข้าไปก็พบว่านางหลับสนิท ใบหน้าของนางถูกลบจนเผยให้เห็นผิวหน้าที่ขาวเนียนละเอียด จินเยว่เล่อเป็นสตรีที่มีรูปโฉมและผิวพรรณไม่ธรรมดา กงหยางเฟยแปลกใจไม่น้อยว่านายท่านจินที่แม้จะดูองอาจสง่างาม แต่ก็ไม่นับว่ามีรูปโฉมหล่อเหลาอันใด ทำไมถึงให้กำเนิดบุตรีที่มีหน้าตางดงามถึงเพียงนี้ เขาพยายามสลัดความฟุ้งซ่านก่อนจะโอบอุ้มร่างบอบบางของนางทะยานเร้นกายไปในความมืด เพื่อพานางไปส่งยังบ้านของนาง

 

“อาซางเจ้าพาน้องออกไป แต่กลับมาคนเดียวได้อย่างไร" ฮูหยินจินกล่าวด้วยความโมโห จินซางยืนทำหน้าสำนึกผิด นายท่านจินเองก็ดูจะไม่สงบใจเลยแม้แต่น้อย 

“เจ้าหาน้องดีหรือยังอาซาง”

“โถ่… ท่านพ่อข้าหาน้องทุกหนทุกแห่งแล้ว แต่ข้าไม่กล้าหานางอย่างเอิกเกริกนัก" จินซางกล่าว หากผู้คนรู้เข้าว่าคุณหนูจินเยว่เล่อหายตัวไปจากเหลาสุรา ผู้คนต้องครหานางเป็นแน่แท้

“เจ้านี่มัน ดูแลน้องอย่างไรให้นางหายไปได้” นายท่านจินกล่าวเสียงเครียด

 

“นายท่านเจ้าคะ นายท่าน” เสียงบ่าวรับใช้สาวเรือนคุณหนูจินเยว่เล่อเดินเข้ามาในเรือนอย่างรวดเร็วหน้าตาตื่น เจ้านายทุกคนหันไปมองนางกันเป็นตาเดียว

“มีอะไร”

“คุณหนูกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”

“นางกลับมาได้อย่างไร”

“ข้าพานางกลับมาเอง” ท่านแม่ทัพน้อยกงหยางเฟยเดินเข้ามาภายในโถงกลาง จินซางหันไปไล่บ่าวรับใช้ทุกคนก่อนในห้องจะมีเพียงแค่สี่ชีวิตเท่านั้น 

“น้องข้าไปอยู่กับเจ้าได้อย่างไร” จินซางถามเสียงเครียด 

“สตรีที่ร่ายรำไม่ใช่คนที่ถูกส่งมา แต่เป็นน้องสาวเจ้า”

“หมายความว่าอย่างไร”

“ข้าส่งคนไปตามฉินอี้มาแล้ว พรุ่งนี้เจ้าก็ไปสอบสวนนางพร้อมกับข้าแล้วกัน” 

“ท่านแม่ทัพน้อย ท่านพาบุตรสาวของข้าไปที่ใดเจ้าคะ” ฮูหยินจินถาม ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเหลือคณา 

“ข้าเข้าใจผิดจึงได้พานางกลับไปที่เรือนของตนเองขอรับ”

“ชะ เช่นนี้จะมีผู้อื่นรู้หรือไม่” 

“เหลวไหลน่าฮูหยิน” นายท่านจินปรามฮูหยินของตน อย่างไรเขาก็มั่นใจว่ากงหยางเฟยคงไม่ทำให้จินเยว่เล่อเสียหายเป็นแน่แท้ เพราะอย่างไรนางก็เป็นน้องสาวของสหายที่สนิท 

“ข้าได้ล่วงเกินนางไปบ้าง แต่จะให้ท่านตาส่งแม่สื่อมาคุยขอรับ” ท่านแม่ทัพน้องกงหยางเฟยกล่าวอย่างกระอักกระอ่วนใจ เห็นเรือนร่างนางถึงเพียงนั้นจะไม่รับผิดชอบนางได้อย่างไร หากเขาไม่เปิดผ้ามาดูหน้านาง ป่านนี้ข้าวสารคงกลายเป็นข้าวสุก

“นี่เจ้า” จินซางตรงเข้าไปกระชากคอเพื่อนสนิทของตนเอง เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดน้องสาวจึงได้ขึ้นไปเต้นระบำบนเวทีด้วยท่าทางยั่วยวนเช่นนั้นได้ และที่น่าโมโหสุดเขาไม่รู้ว่ากงหยางเฟยล่วงเกินอะไรน้องสาวเขาไปแล้วบ้าง

“ข้าไม่ได้ล่วงเกินนางถึงขั้นนั้น แต่ข้าก็…”

“ไอ้บ้าเอ๊ย” มัดหนักๆของจินซางซัดเข้าไปที่หน้าท่านแม่ทัพน้อย นายท่านจิน กับฮูหยินจินตื่นตกใจจนต้องรีบเข้ามาห้าม อย่างไรยศศักดิ์ฐานะของบุตรชายนางก็ต่ำต้อยกว่ากงหยางเฟยมาก การทำร้ายเชื้อพระวงศ์มีโทษสถานใด พวกเขาย่อมทราบดี

“ขอเพียงเรื่องที่เล่อเอ๋อร์ถูกอุ้มไปเรือนท่านไม่ถูกผู้ใดกล่าวถึง ท่านแม่ทัพน้อยไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบนางหรอก” นายท่านจินกล่าว เขาละอายใจนัก ไม่ใช่บิดานางแท้จริง จะให้เขาตัดสินใจการแต่งงานของนางได้อย่างไร หากว่าอนาคตต้องมีการเดินทางกลับเมืองหลวง เรื่องราวจะบานปลายเพียงใด

“วางใจเถอะขอรับท่านลุง เยว่เล่อเป็นบุตรสาวของท่าน เป็นน้องสาวของจินซาง ข้าให้สัญญาจะดูแลนางเป็นอย่างดี” กงหยางเฟยกล่าว ความจริงเขาชื่นชอบจินเยว่เล่อไม่น้อย นางเป็นสตรีแน่งน้อยที่มีรูปโฉมงดงาม ยามที่นางแย้มยิ้มทำให้โลกทั้งหมดพลันสดใส แต่ตัวเขาไม่อาจแตะต้องนางได้มากไปกว่ายืนมอง เพราะหากแสดงอาการออกไปจินซางย่อมต้องไม่พอใจเป็นแน่ แล้วเหตุการณ์ในวันนี้เขาต้องการใช้มันเพื่อเป็นเหตุที่จะรับผิดชอบนาง

“ข้าไม่ยกน้องสาวของข้าให้เจ้า”

“อาซาง ใจคอเจ้าคิดจะปล่อยให้เล่อเอ๋อร์เหี่ยวเฉาตายคาจวนสกุลจินหรืออย่างไร” ฮูหยินจินที่เห็นบุตรชายทำท่าไม่ยินยอม กับสามีที่ดูท่าจะไม่เต็มใจก็รู้สึกเหนื่อยหน่ายใจนัก บุตรสาวนางกำลังจะสมหวัง อีกทั้งสกุลจินสายรองแห่งนี้จะได้เกี่ยวดองกับสกุลเสวียน และราชวงศ์ จะมีอะไรที่ไม่ดีกันเล่า 

“ท่านแม่ทัพน้อยเป็นราชวงศ์ เล่อเอ๋อร์หากต้องแต่งออกไปก็เป็นได้มากสุดแค่ชายารอง ดีไม่ดีก็เป็นแค่อนุ ข้าไม่ยินยอมให้น้องต้องออกไปในฐานะคนต่ำต้อย ท่านแม่ก็ทราบดีสตรีที่มีฐานะต่ำต้อยจะต้องมีชีวิตเช่นไร” จินซางกล่าว ใจของเขาไม่ใช่ไม่ชอบเพื่อนคนนี้ แต่เขารูุ้ดีสถานะของเล่อเอ๋อร์จะเป็นเช่นไรหากต้องแต่งให้กับเพื่อนของเขา เขามีน้องสาวคนเดียว แม้จะเป็นน้องสาวที่เพิ่งมี แต่ก็เป็นน้องสาวของเขา เขาเพิ่งจะมีความสุขได้ไม่นาน ก็จะต้องเสียน้องสาวผู้นี้ให้คนอื่นแล้ว เขาจะทำใจได้เช่นไร

“ข้าจะให้นางแต่งเป็นชายาเอกของข้า” กงหยางเฟยกล่าว

“เหลวไหลด้วยฐานะของนาง ท่านตาเจ้าหรือจะยอม” จินซางกล่าว เขาทราบดีถึงความเด็ดขาดของท่านแม่ทัพเสวียน คนที่ให้ความสำคัญต่อยศถาบรรดาศักดิ์เช่นนั้นย่อมไม่ยินยอมให้น้องสาวของเขาเป็นชายาเอกของกงหยางเฟยเป็นแน่แท้ อีกอย่างกงหยางเฟยไม่ใช่คนสกุลเสวียน แซ่ของเขาคือกงหยาง ฐานะของเขาคือองค์ชาย เป็นเชื้อสายราชวงศ์ มีสายเลือดของมังกร

“ข้าให้สัจจะต่อเจ้า อาซาง ข้าไม่เคยคืนคำ"

“ชีวิตของท่านย่อมไม่ใช่เรื่องของท่านเพียงผู้เดียว กงหยางเฟย อย่าทำร้ายน้องสาวของข้าด้วยการแต่งนางเข้าไปเลย” จินซางพยายามกล่าวต่อ นายท่านจินพยักหน้าเหมือนจะเห็นด้วย มีเพียงฮูหยินจินที่อยากจะกรีดร้องแทบคลั่ง พวกเขาจะสนใจทำไมอีก ในเมื่อไม่ว่าสตรีนางไหนจะแต่งเข้าเรือนใดก็ตาม เรื่องราวแก่งแย่งชิงดีย่อมหนีไม่พ้น ก่อนหน้าที่นางจะแต่งให้กับนายท่านจินก็ไม่ใช่ว่านางไม่ต้องต่อสู้แย่งชิงอันใด 

“อาซางเจ้าหยุดได้แล้ว เกียรติและศักดิ์ศรีของเล่อเอ๋อร์สำคัญไม่น้อย วันนี้เจ้าทำนางหายที่เหลาสุรา คิดหรือว่าจะไม่มีใครรู้ หากว่าไม่มีคนเข้ามารับผิดชอบน้องเจ้าจะมีชีวิตเช่นไร ส่วนท่านแม่ทัพน้อย หากท่านจริงใจต่อเล่อเอ๋อร์จริงก็ให้ท่านตาของท่านส่งแม่สื่อมาพูดคุย แต่น้องยังเด็กนัก ป้าคงไม่อาจปล่อยนางออกเรือนได้ในตอนนี้แน่นอน" ฮูหยินจินกล่าวจบ กงหยางเฟยก้มศรีษะเคารพขอบคุณฮูหยินจิน ส่วนบุตรชาย และสามีของนางทำหน้าไม่พอใจนัก 

 

30%

 

ทุกอย่างจบลงในคืนนั้นโดยที่จินเยว่เล่อไม่ได้รู้ตัวของตนเองเลย ในตอนเช้าที่ตื่นมาก็ได้แต่ปวดหัว อาเจียนด้วยฤทธิ์สุรา ฮูหยินจินนำยาต้มแก้เมามาให้บุตรสาวกิน แต่น่าแปลกที่นางไม่มีแม้แต่คำดุด่าเพียงสักครึ่งคำ นอกจากยิ้มแปลกประหลาดให้กับบุตรสาว

“ท่านแม่ เหตุใดมองเล่อเอ๋อร์เช่นนั้นเจ้าคะ” จินเยว่เล่อที่เริ่มสร่างเมาถามมารดาที่กำลังยิ้มมองนางแปลกประหลาด ฮูหยินจินจิ้มจมูกบุตรสาวท่าทางเอ็นดู

“เจ้านี่นะ.. แม่คิดว่าจะต้องรออีกสักสองสามปี คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะสามารถมากถึงเพียงนี้” ฮูหยินจินกล่าว แต่จินเยว่เล่อไม่เข้าใจ

“เรื่องอะไรเจ้าคะ” จินเยว่เล่อทำหน้าไม่เข้าใจ ฮูหยินจินหัวเราะ ดูท่าบุตรสาวนางจะไม่ทราบเรื่องรู้ราวอะไรเลย

“เมื่อคืนเจ้าไปทำอะไรมาล่ะ” 

“ลูก… ลูกจำไม่ได้ ท่านแม่ลูกไปทำอะไรมาหรือเจ้าคะ”

“เด็กดี เจ้านี่นะ อยากรู้ก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนเถอะลูก" ฮูหยินจินกล่าว ตอนนี้บุตรสาวนางมีกลิ่นไม่พึงประสงค์นัก จินเยว่เล่อที่ไม่รู้เรื่องราวอันใดก็นึกกลัวเป็นอย่างยิ่ง นางรีบตามบ่าวรับใช้ไปอาบน้ำทันที

 

“ท่านแม่ ท่านจะบอกลูกได้หรือยังเจ้าคะ” จินเยว่เล่อที่วันนี้ทั้งวันนางติดตามมารดาตั้งแต่อาบน้ำตื่นนอน ร่ำเรียนวิชาคำนวณมาทั้งวันเดินถามมารดาไม่หยุดไม่หย่อนจนมาถึงเรือนรับประทานอาหารหลักของจวน นายท่านจินกับจินซางนั่งหน้าตานิ่ง บรรยากาศแปลกประหลาดจนจินเยว่เล่อต้องขมวดคิ้ว

“ท่านพ่อ กับพี่ชายเป็นอะไรหรือเจ้าคะ” จินเยว่เล่อถามอย่างไม่เข้าใจ

“เหอะ / หึ" นายท่านจินแค่นเสียงออกมา เบือนหน้าหนีนาง ส่วนพี่ชายของนางก็เช่นกัน เขาเบือนหน้าหนีนางอย่างไม่สนใจ จินเยว่เล่อได้แต่สับสนจนต้องหันไปขอความช่วยเหลือจากมารดา

“ท่านแม่ ท่านบอกข้าเถอะ เมื่อวานข้าไปทำอะไรมา ทำไมทุกคนถึงเป็นเช่นนี้เจ้าคะ"

“ยังไม่รู้ความผิดเจ้าอีกหรือเล่อเอ๋อร์” จินซางหันกลับมาโวยวายใส่นางเสียงดัง

“ข้าถามท่านแม่ ถามทุกคนแล้ว ไม่มีใครยอมตอบข้าสักคน แล้วข้าจะรู้ความผิดของตนเองได้อย่างไรเจ้าคะ” จินเยว่เล่อยิ่งไม่เข้าใจใหญ่ ในตอนที่นางเมาไม่ได้สติ นางได้ลงมือทำเรื่องอะไรลงไปกันแน่ ท่าทางที่ทุกคนหมางเมินนางคล้ายแง่งอน ก็ดูจะไม่ใช่ความผิดใหญ่หลวงอันใด แต่ก็ไม่น่าจะใช่เรื่องราวเล็กน้อยที่จะปล่อยผ่านได้

“เมื่อคืนลูกเมาไม่ได้สติ และขึ้นระบำแทนสตรีที่หนีไปจากเหลาสุรา” ฮูหยินจินกล่าว ความจริงนางก็เพิ่งรู้เรื่องราวทั้งหมดเมื่อไม่นานมานี้ เพราะจากบุตรชายที่เข้าร่วมสอบสวนแม่นางฉินอี้ 

“ระบำหรือเจ้าคะ” จินเยว่เล่อตื่นตกใจจนหน้าซีดเซียวไร้สีเลือดในทันที นางเคยเรียนระบำมาบ้างในชาติที่แล้ว และแน่นอนนางมักฝึกฝนมาตลอดตั้งแต่วัยเยาว์ในชาตินี้ เพื่อให้ร่างกายของตนเองนั้นพริ้วไหว และงดงามยามขยับร่างกาย สตรีที่มีความสามารถในด้านนี้มักต่อยอดไปด้านอื่นได้หลายอย่าง กระทั่งเรื่องบนเตียงเพื่อมัดใจชาย

“เจ้าระบำได้ดีนัก” จินซางกล่าวไม่เชิงจะชื่นชม คล้ายประชดน้องสาวเสียมากกว่า

“นั่นสิ เจ้าระบำได้งดงามถึงขั้นที่แม่ทัพน้อยพาเจ้ากลับเรือนเขาทีเดียว” นายท่านจินกล่าว

“พากลับเรือนหรือเจ้าคะ” จินเยว่เล่อที่ตื่นตกใจหนักกว่าเดิมเมื่อได้ยินว่าเขาพานางกลับเรือนตนเอง แล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง นางไม่ได้ต้องการเช่นนี้ การเสียตัวก่อนแต่งงาน อาจทำให้นางมีประวัติที่แย่ และเป็นสตรีที่ไร้ค่าไร้ราคา นางไม่ต้องการทำตัวเช่นจ้าวหรูอี้

“พวกท่านหยุดพูดเช่นนั้นเสียที ลูกหน้าเสียแล้วไม่เห็นหรืออย่างไร” ฮูหยินจินกล่าว สตรีที่ถูกกล่าวถึงเช่นนั้นคงจะต้องทุกข์ใจขนาดไหน ป่านนี้ในใจบุตรสาวของนางคงคิดไปไกลจนอยากจะทำเรื่องไม่ดีอะไรเสียแล้ว

“ทะ ท่านแม่” จินเยว่เล่อน้ำตาคลอเรียกมารดาเสียงสั่น 

“ไม่ต้องกลัวเล่อเอ๋อร์ ท่านแม่ทัพน้อยไม่ได้ทำอะไรลูก วันนี้สกุลเสวียนส่งแม่สื่อมาพูดคุยแล้ว” ฮูหยินจินกล่าวพร้อมกับกอดปลอบประโลมบุตรสาวของตนเอง 

“แล้วทะ ท่านแม่กับท่านพ่อว่าอย่างไรเจ้าคะ” 

“พ่อเจ้าได้ตอบไปว่าจะให้เจ้าหมั้นหมายไปก่อน ส่วนฐานะของเจ้าไว้ค่อยคุยกันทีหลัง แม่เองก็เห็นด้วย รอให้พี่ชายเจ้ามียศถาบรรดาศักดิ์มากกว่านี้ ฐานะเจ้าอาจจะได้ดีกว่านี้" ฮูหยินจินกล่าว แต่จินเยว่เล่อที่กำลังมองนายท่านจิน ท่าทางหมดมื้อเย็นนี้นางคงต้องเข้าพบเขาแล้ว คงมีเรื่องมากมายที่นางต้องพูดคุยกับเขา ส่วนจินซางแววตาของเขาที่มองมาก็ดูจะสงสารนางไม่น้อย 

…ครอบครัวที่ดีแบบนี้นางอยากเป็นเพียงแค่จินเยว่เล่อเสียแล้ว

 

“เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่” ทันทีที่จินเยว่เล่อเดินเข้ามาในเรือนหนังสืออันเป็นที่ทำงานของเขา เขาจึงกล่าวกับนางด้วยท่าทางไม่ค่อยพึงพอใจเสียเท่าไหร่ 

“ท่านพ่อ”

“คุณหนูจ้าว ท่านทราบดีว่าข้าไม่ใช่บิดาท่าน” นายท่านจินกล่าว เขามองหน้าจินเยว่เล่อด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ไม่ใช่ว่าตลอดเวลาที่นางอยู่ที่นี่แล้วเขาไม่มีความสุข การมีลูกสาวคนนึงพูดจาเจื้อยแจ้วไปเรื่อยราวกับนกน้อยที่กำลังขับขาน จวนของเขาก็ดูจะมีความสุขขึ้นถนัดตา ยิ่งการเห็นสตรีอันเป็นที่รักมีชีวิตชีวายิ่งทำให้เขามีความสุขเข้าไปใหญ่ แต่อย่างไรความจริงก็คือความจริง นางไม่ใช่ลูกสาวเขา

“ท่านไม่อยากให้ข้าเรียกท่านเช่นนั้นหรือเจ้าคะ” จินเยว่เล่อเสียงสั่นเล็กน้อย

“ข้าย่อมอยากมีบุตรสาวที่น่ารักเช่นเจ้า แต่ด้วยที่มา และความปรารถนาของเจ้าไม่ชัดเจน ข้าจึงไม่อาจวางใจนัก บอกข้ามาเถอะว่าเจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่" นายท่านจินถอนหายใจพลางกล่าวยาวเหยียด

“ข้าไม่รู้ว่าท่านจะเข้าใจข้าหรือไม่ แต่ข้าต้องการองค์ชายสิบ”

“หมายความว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นแผนการของเจ้าหรือ” นายท่านจินกล่าวอย่างตื่นตระหนก เขาไม่เข้าใจเลยว่าองค์ชายนอกสายตาจะมีประโยชน์อะไรสำหรับจ้าวหลินหรง นางต้องการองค์ชายสิบไปเพื่ออะไร ที่แท้แล้วนางมีแผนการอะไรกันแน่ 

“ข้าดูฉลาดขนาดนั้นหรือเจ้าคะ” จินเยว่เล่อกล่าว นางไม่ได้ตั้งใจเลยเสียด้วยซ้ำ และแน่นอนแม้นางจะอยากเข้าหาเขาเพียงใด นางก็ไม่มีวันทอดกายเป็นสะพานให้ตนเองได้ครอบครองเขาโดยเด็ดขาด หากนางจะต้องลงทุนทำทุกอย่างเพียงนั้น นางคงหาชายที่ชีวิตเรียบง่ายสักคนแต่งออกไปเสียดีกว่า

“เช่นนั้นเจ้าจะบอกว่ามันเป็นสิ่งที่เจ้าไม่ได้ตั้งใจ แต่เห็นผลเช่นนั้นหรือ”

“เจ้าค่ะ ท่านพ่อ เล่อเอ๋อร์ไม่ได้ชาญฉลาดถึงเพียงนั้น อีกอย่างด้วยสถานะตอนนี้หากเล่อเอ๋อร์ต้องแต่งออกไปก็คงไม่พ้นอนุ" จินเยว่เล่อกล่าว ถ้อยคำที่นางเรียกนายท่านจินเฉาว่าท่านพ่อทำให้เขาขุ่นข้องหมองใจนางน้อยลง 

“แล้วเจ้าจะทำอันใดต่อไป หากเจ้าเป็นจินเยว่เล่อ ฐานะเจ้าก็ไม่พ้นอนุ อยากจะเป็นพระชายาเจ้าก็ต้องกลับไปเป็นคุณหนูจ้าว”

“ขะ ข้า” นางกล่าวเสียงตะกุกตะกักอย่างไม่ตั้งใจ นางไม่ได้อยากเป็นคุณหนูจ้าวหลินหรงอีกต่อไปแล้ว นางไม่รู้ว่าเหตุการณ์ในเมืองหลวงเป็นเช่นไร แต่นางมีความสุขกับที่นี่ มีความสุขที่มีมารดาเอาใจใส่ พี่ชายที่แสนใจดี “ข้าไม่อยากเป็นจ้าวหลินหรง”

“เล่อเอ๋อร์ เรื่องราวในชีวิตคนเราล้วนไม่ง่ายดายนัก เจ้าไม่อาจโกหกผู้ใดไปได้ตลอดชีวิต จงคิดให้ดี เหลือเวลาอีกสามปี แม่ทัพน้อยจะแต่งเจ้าเข้าจวน คิดให้ดี” นายท่านจินกล่าว เขาหยิบจดหมายที่ถูกปิดผนึกมาอย่างดีมอบให้นาง “นี่จดหมายจากบ่าวรับใช้เจ้าในเมืองหลวง”

“เจ้าค่ะท่านพ่อ”

 

อันอันน้องสาวข้าตอนนี้เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เจ้ารู้หรือไม่ข้าผ่านเรื่องราวเลวร้ายมามากขนาดไหน คุณหนูของข้าจ้าวหลินหรงนางถูกบิดาลงโทษอย่างอยุติธรรม คุณหนูของข้าถูกลงโทษให้ไปอยู่เมืองอันห่างไกล ข้าติดตามไปด้วย แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น คุณหนูของข้าถูกลอบทำร้ายจนสาปสูญ มีเพียงข้าที่รอดจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ข้าถูกนำตัวมาอยู่ที่จวนสกุลเหวินด้วยความเมตตาของนายผู้เฒ่าหญิง ที่นี่ผู้คนเมตตาใจดีต่อข้ามาก แต่อย่างไรข้าก็ยังคงคิดถึงคุณหนูของข้าเสมอ พวกเราเติบโตมาพร้อมกัน ข้าไม่เคยห่างนาง แม้เพียงสักวัน ข้าได้แต่รอ รอว่าเมื่อใดที่ข้าจะมีโอกาสได้รับใช้นางอีก

หลังจากคุณหนูของข้าสาปสูญ มือปราบก็หาศพของคุณหนูข้าเจอ เรื่องราวการตายของนางลือไปทั่วเมืองหลวง สาเหตุที่ผู้คนคาดเดาล้วนมาจากฮูหยินเอกสกุลจ้าว ผู้คนมั่นใจว่าการตายของคุณหนูต้องเป็นฝีมือนางแน่นอน ฮูหยินเอกถูกริบอำนาจ กลายเป็นฮูหยินรองได้ขึ้นมาดูแลจวนสกุลจ้าวแทนทั้งหมด จากนั้นเรื่องราวเป็นอย่างไรก็สุดจะรู้ คุณหนูรองที่ถูกส่งไปวัดถูกเรียกกลับมาที่จวนสกุลจ้าว แต่ข้าก็ไม่ทราบอันใดมากนัก เพราะข้าไม่ได้อยู่ที่นั่นอีกต่อไปแล้ว ข้าคิดถึงเจ้า 

 

จินเยว่เล่อปิดจดหมายของอาฉี นางทิ้งจดหมายลงในเตากำยาน เปลวเพลิงสีแสดแผดเผาจนกระดาษกลายเป็นเถ้าถ่าน แค่ได้ยินชื่อคุณหนูรอง ภาพมากมายก็ไหลเวียนเข้ามาในหัวนาง จุดมุ่งหมายที่คล้ายเถ้าถ่านที่ถูกมอดดับไปกลับคุกรุ่นขึ้นมา นางจดจำความแค้นภายในใจตนเองได้ไม่ลืม นางเกลียด และชิงชังน้องสาวผู้นี้ เมื่อถึงเวลานั้นนางจะทำคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่จ้าวหรูอี้ได้ทำกับนางให้หมด ให้เหมือนที่จ้าวหรูอี้เคยทำกับนางเอาไว้

 

70%

 

เวลาผ่านไปหลายเดือนจากที่คุณหนูจินเยว่เล่อชอบออกไปนั่นนี่ ร่าเริงสดใส ในยามนี้นางกลับเงียบสงบ วันนึงเรียนศาสตร์ของสตรีทั้งหลาย ทั้งยังนั่งคัดคัมภีร์มากมาย ท่าทางของนางเริ่มสงบเรียบร้อย ฮูหยินจินเองก็เบาใจไม่น้อย 

จนกระทั่งวันนึง…

“ท่านพ่อ เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ” รองแม่ทัพสกุลจินกล่าว เขามองทุกคนในครอบครัวที่กำลังนั่งคุยสัพเพเหระในเรือนกล้วยไม้ของมารดา ชายชุดทหารเต็มยศถือราชโองการสีทองที่เพิ่งได้รับมา จินเยว่เล่อมองอย่างเหนื่อยหน่ายใจ …ถึงเวลาแล้วงั้นหรือ

“เกิดอันใดขึ้น แล้วนั่น ราชโองการหรือ”

“ขอรับ”

“ตายแล้ว แล้วราชโองการมีเนื้อหาว่าอย่างไรเล่า”

“ฮ่องเต้ออกคำสั่งเรียกตัวองค์ชายสิบกลับเมืองหลวง พร้อมกับทหารส่วนพระองค์ ซึ่งลูกเป็นหนึ่งในทหารของพระองค์ อาจจะต้องเดินทางไปยังเมืองหลวง" 

“ไปเมืองหลวงหรือ” นายท่านจิน และฮูหยินจินมองบุตรชายด้วยความห่วงใย ใกล้พระราชาดั่งใกล้แสงอาทิตย์ ใกล้ไปก็อันตราย แต่คิดไปคิดมา มันก็อาจจะดีกว่าที่พวกเขาจะต้องนอนฝันร้ายกลัวว่าบุตรชายจะเป็นอะไรไปในสงคราม แต่สงครามแย่งชิงในเมืองหลวงก็ใช่ว่าจะไม่อันตราย 

“อีกนานหรือไม่ที่องค์ชายสิบจะเสด็จไปวังหลวง”

“องค์ชายสิบต้องการจัดพิธีหมั้นหมายกับเล่อเอ๋อร์ก่อนเดินทางขอรับ พรุ่งนี้องค์ชายสิบจะส่งแม่สื่อพร้อมสินสอดมาที่จวนของเรา” จินซางมองหน้าน้องสาวที่กำลังทำสีหน้าเรียบเฉยจนน่าแปลกใจ ชั่วระยะนี้น้องสาวเขาก็เปลี่ยนไป อาจจะเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น เขาไม่แน่ใจนักว่าภายในใจของเล่อเอ๋อร์คิดสิ่งใด บางครานางก็ทำท่าจะชอบกงหยางเฟย แต่บางคราก็ดูไร้อารมณ์ ไม่ได้อาวรณ์คะนึงหาขนาดนั้น 

“การหมั้นหมายก่อนเข้าเมืองหลวงงั้นหรือ”

“เจ้าเป็นห่วงอะไรหรือฮูหยิน”

“ข้าห่วงว่าหากองค์ชายสิบกลับวังหลวง งานหมั้นหมายของบุตรสาวเราคงจะเป็นหมันเป็นแน่” ฮูหยินจินกล่าว องค์ชายสิบฐานะไม่ต่ำต้อย ตัวเขามีตำแหน่งเป็นถึงแม่ทัพน้อย รูปลักษณ์นับว่าสง่างาม หล่อเหลา ขนาดยังไม่เติบโตเต็มวัยยังสง่างามได้ขนาดนี้ หากโตเป็นหนุ่มเต็มกายคงมีแต่สตรีจ้องจะพลีกาย แล้วบุตรสาวของนางเล่า…

“เรื่องนั้นก็น่าคิดนัก” นายท่านจินกล่าว เขาไม่เข้าใจเลยหากเปิดเผยฐานะแท้จริงอย่างไรฐานะฮูหยินเอกก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ทำไมในยามนี้บุตรสาวตรงหน้าเขากลับนั่งนิ่งเงียบ

“ท่านพ่อ เรื่องนี้ข้ากับกงหยางเฟยคุยกันแล้ว พวกเราจะพาเล่อเอ๋อร์ไปเมืองหลวงด้วยกัน” จินซางกล่าว ภายหลังรับราชโองการเขาได้คุยเรื่องนี้กับกงหยางเฟย ความจริงองค์ชายก็อยากจะจัดงานมงคลให้แล้วเสร็จจึงจะนำนางไปเมืองหลวง แต่ด้วยอายุและวัยของนางที่นับว่ายังเยาว์เกินไปที่จะดำรงตำแหน่งพระชายา 

“เหลวไหล” นายท่านจินกล่าว เขามองบุตรสาวอีกครั้ง นางไม่ได้มองเขาตอบนอกจากหมุนกำไลหยกของตัวเองเล่น ทำเสมือนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของตน

“ท่านพ่อข้าคุยกับกงหยางเฟยแล้ว ทำเช่นนี้ดีที่สุดแล้ว”

“นั่นสิท่านพี่ การที่เล่อเอ๋อร์ได้ติดตามพี่ชาย และคู่หมั้นไปเมืองหลวง นั่นย่อมทำให้ผู้คนตระหนักถึงฐานะของนาง” ฮูหยินจินกล่าว ที่นายจินไม่ต้องการ ก็เพราะต้องการาอยากฟังเหตุผลของบุตรสาวตนเองมากกว่าว่านางจะทำเช่นไรต่อไป

“เช่นนั้นขอพ่อคุยกับเล่อเอ๋อร์ก่อน ตามพ่อมาที่ห้องทำงานด้วย” นายท่านจินเรียกบุตรสาวให้ติดตามมา จินเยว่เล่อลุกขึ้นตามแต่โดยดี พี่ชายและมารดาเองก็งุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่น้อย

“คิดว่าอย่างไร” นายท่านจินกล่าว

“อย่างไรข้าก็ต้องกลับไปที่นั่น ไม่ช้าก็เร็วอยู่แล้วท่านพ่อ”

“แล้วเจ้าจะทำเช่นไรต่อไป เจ้าจะกลับคืนฐานะคุณหนูสกุลจ้าวหรือ”

“ข้าเป็นคุณหนูสกุลจ้าวแต่โดยกำเนิด แต่ไม่ได้หมายความว่าข้าจะกลับสกุลจ้าว” จินเยว่เล่อยิ้มอย่างเย็นชา ในอดีตสกุลจ้าวก็นับว่าเป็นดั่งขุมนรก แม้จะไม่ต้องทุกข์ยากลำบากกายใจ แต่เทียบกับความเมตตาของนายท่านจิน ความรักจากฮูหยินจิน ความรักจากพี่จินซาง ความซื่อสัตย์ของบ่าวไพร่ นางไม่มีทางอยากกลับไปสกุลจ้าวแน่นอน

“พ่อไม่รู้ว่าเจ้าจะทำอะไร แต่อยากให้เจ้าระวังตัวไว้ให้มาก”

“ท่านพ่อ ที่ผ่านเล่อเอ๋อร์อาจจะทำให้ท่านพ่อรู้สึกระแวงเล่อเอ๋อร์ แต่ลูกคนนี้ไม่เคยคิดทำร้ายบ้านสกุลจิน ลูกต้องการลูกสาวของท่าน ลูกขอให้ท่านพ่อเชื่อใจ” จินเยว่เล่อคุกเข่าโขกศรีษะ การต่อไปในภายภาคหน้าอาจจะต้องมีเรื่องอะไรกระทบสกุล แต่อย่างไรก็ตาม นางตั้งใจที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่นางต้องการ และรักษาการเป็นคุณหนูจินเยว่เล่อ นำพาสกุลจินสายรองสู่ทางที่ดีที่สุด

“ข้าเชื่อใจเจ้าเล่อเอ๋อร์ แต่หากมีอะไรให้บอกกล่าวแก่พ่อบ้าง” นายท่านจินกล่าว เขาหมดความระแวงในตัวนางนานแล้ว แววตาที่นางมองภรรยา กับบุตรชายของเขา ทำไมเขาจะไม่เข้าใจ นางอยากมีครอบครัวอันเป็นสุข แต่เขาจะระแวงก็แค่ไม่กี่เรื่อง แต่เมื่อมาคิดดูแล้ว จินเยว่เล่อบุตรสาวของเขาไม่ใช่คนเขลา นางทำอะไรก็ย่อมระวังตัวอยู่บ้าง ติดเสียแต่ก็ใช้อารมณ์มากจนเกินไปเท่านั้น

“เจ้าค่ะท่านพ่อ” จินเยว่เล่อน้ำตาคลอ ยามที่คุยกับนายท่านจินปกติ นางไม่เคยกล้ากล่าวเรียกเขาว่าท่านพ่อ การคุยในวันนี้นางเพียงทดสอบว่าหากนางเรียกเขาว่าท่านพ่อจะเกิดผลเช่นไร นายท่านจินไม่ได้นึกรังเกียจคำเรียกขานของนาง ทั้งยังเรียกนางว่าจินเยว่เล่อ ทำให้นางทราบได้ว่านายท่านจิน ยอมรับนางในฐานะบุตรสาวสกุลจินแล้ว

 

 

 

100

 

 

//// หายไปนาน งานเยอะมากค่ะ ช่วงหยุดนี่มีเรื่องกระทบจิตใจ หมดไฟทุกอย่างเลย ตอนนี้เริ่มกลับมาแล้ว ถ้าผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยนะคะ 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 499 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #88 Thnoon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 17:39
    จะรออ่านน้าา>^<
    #88
    0
  2. #87 pefume (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 12:50

    สนุกมากเลยค่ะไรท์
    #87
    0
  3. #82 ssjpkae (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 02:04
    สนุกมากเลยค่ะ เราพึ่งมาเจออ่านรวดเดียวเลย เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #82
    0
  4. #78 mmayyple (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 20:32
    คิดถึงเรื่องนี้
    #78
    0
  5. #77 Mayuree12345678 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 11:00
    สนุกมากๆค่ะไม่เหมือนใครด้วย สู้ๆนะคะ
    จะรอค่ะ
    #77
    0
  6. #76 Suwanna Amaritsakunnunt (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 10:05
    รอค่ะ ชอบเนื้อหาของเรื่องมาก

    สู้สู้สู้นะค่ะ ให้จบ อย่าเทนะค่ะ
    #76
    0
  7. #75 แอม (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 09:02

    ไร้ท์แต่งได้ดีมากค่ะ ... ชอบ เข้าใจได้ถึงความคับข้องใจของนางเอกเลย ความพยายามกระ-กระสนที่จะออกจากบ่วงทุกข์และความสุขที่ได้อยู่ในครอบครัวจิน

    #75
    0
  8. #74 graybie (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 06:43
    ขอบคุณที่กลับมานะคะไรท์
    #74
    0
  9. #71 แฟนหมอเดียร์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 01:48

    เป็นเราคงปล่อยวางแล้วใช้ชีวิตอยู่ตระกูลจินพอแล้ว มีพ่อแม่พี่ชายที่รักขนาดนี้ก็พอแล้ว 555555

    #71
    0
  10. #66 dewwiizodiac (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 13:33
    จะกลับไปรึปล่าว
    #66
    0
  11. #61 PiGunChaNok (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 23:23
    ชอบจ้าไรต์เขียนได้ดีมากคนไม่ใช่เทพเนาะแต่ก็แอบอยากตัวเอกเติมทรูยังติดตามจ้าสนุกมากๆเลย
    #61
    0
  12. #60 หลงเหยา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 22:50

    รอค่ะสนุกมากเลย ติดมากเรื่องนี้
    #60
    0
  13. #59 นกยูง-มายา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 18:00

    จะราบรื่นไหมนะ

    #59
    0
  14. #57 rn45035 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 15:50
    รอเลยค่ะ
    #57
    0
  15. #55 PiGunChaNok (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 08:46
    สนุกมากๆจ้ารอต่อไป
    #55
    0
  16. #54 ParichatParinjit (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 01:24
    เกือบจะได้กินแล้วก็ อ๊ากกกก
    #54
    0