ชะตาชายาทรราช

ตอนที่ 6 : เสน่ห์นาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,401
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 404 ครั้ง
    5 พ.ย. 63

วันเวลาผ่านไปหลายวันหลังจากเกิดเรื่องครานั้น ฮูหยินจินเข้มงวดกับจินเยว่เล่อนัก ไม่ให้นางออกไปจากเรือน และไม่ยอมให้ผู้ใดพบ จนกว่าจะรักษาบาดแผลที่ใบหน้าหายดี สกุลเสวียนส่งมอบยาล้ำค่าให้แก่สกุลจิน พร้อมทั้งนำหลานสาวมากราบขอโทษนายท่านจิน และฮูหยินจินที่เรือน

จินเยว่เล่อได้ข่าวว่าคราแรกนางไม่ยินยอมทำตาม เพราะเกลียดที่สกุลจินต้อยต่ำ นางไม่อยากก้มหัวให้แก่ผู้อื่น แต่อนิจจานางโดนพี่ชายที่แสนรักตำหนิอย่างรุนแรง จึงต้องรีบมาคุกเข่าขอโทษสกุลจินที่หน้าบ้าน ร้องห่มร้องไห้ซะเสียงดังมายังด้านใน 

…ในตอนนั้นนางได้แต่หัวเราะกับสาวรับใช้คิกคักกันสนุกสนาน

 

“พี่ชาย วันนี้ท่านไปทำงานหรือเจ้าคะ” จินเยว่เล่อที่ยามนี้มีความเป็นธรรมชาติกับทุกอย่าง นางกลมกลืนกับความเป็นบุตรสาวสกุลจินอย่างมาก ฮูหยินจินทั้งรักทั้งหลงบุตรสาวผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง นางเคยเฝ้าฝันว่าจะได้ดูแลบุตรสาว จับนางแต่งกายงดงาม แม้จินเยว่เล่อจะโตจนพ้นวัยปักปิ่นแล้ว แต่นางก็ยังคล้ายเด็กสาวที่ขาดความรักอยู่มาก

“เจ้ามายืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เช่นนี้คิดจะอ้อนอะไรให้พี่ช่วยเล่า” จินซางกล่าวใบหน้ามีรอยยิ้ม ตั้งแต่มีเยว่เล่อ บ้านของเขาก็คล้ายจะถูกเติมเต็ม นางมักจะมายืนรอเขาออกไปทำงาน และรอรับตอนเย็น 

“พี่ชาย เล่อเอ๋อร์อยู่แต่กับบ้านเบื่อเหลือเกินเจ้าค่ะ” จินเยว่เล่อกล่าวสีหน้าท่าทางของนางอ้อดอ้อนเหลือคณา

“พี่ชายไปทำงาน เจ้าไปไม่ได้หรอกเด็กดี” จินซางกล่าว เขาทำงานในกองทัพ แม้ตอนนี้จะไม่มีศึกสงคราม แต่ก็ต้องมีการฝึกทหารตลอด ทั้งยังมีเรื่องเอกสารที่ทางกองทัพจะต้องรายงานส่งวังหลวงอีก

“แต่เล่อเอ๋อร์”

“อีกสองวันจะเป็นวันไหว้พระจันทร์ หากฉางเอ๋อคนงามอยากออกไปเที่ยวก็ไปบอกท่านแม่ให้เตรียมตัวเสียให้งดงามเหมาะสมที่จะออกไปกับพี่ชายเล่า" จินซางเย้าน้องสาวก่อนจะเดินออกไปทำงาน จินเยว่เล่อดีใจจนหันไปยิ้มให้แก่สาวใช้ นางในตอนนี้เหมือนจะได้เติมเต็มความรักไม่น้อย ท่านพ่อท่านแม่ล้วนรักเอาใจใส่นาง ในบ้านสกุลจินไม่มีการแก่งแย่งชิงดี สาวใช้เรียบร้อยน่ารัก ซุกซน 

…ความจริงนางอยากอยู่เป็นคุณหนูจินเยว่เล่อที่นี่ตลอดไปได้ก็คงจะดี

 

“ท่านแม่เจ้าคะ” จินเยว่เล่อกึ่งวิ่งกึ่งเดินมาหาฮูหยินจิน ใบหน้างดงามไร้ริ้วรอยมาเกยตักฮูหยินจินอย่างอ้อดอ้อน ทำเอาฮูหยินจินและสาวรับใช้หลายคนหัวเราะ คุณหนูของพวกนางโตเอาป่านนี้ ยังอ้อนราวเด็กน้อย

“มาอ้อนแม่ อารมณ์ดีเช่นนี้มีอะไรเล่า”

“อีกสองวันจะมีงานเทศกาลเจ้าค่ะท่านแม่”

“อยากจะออกไปเที่ยวเล่นหรือ” ฮูหยินจินกล่าว ท่าทางสดใสแววตากลมโตแป๋วที่จ้องนางอย่างมีความหวัง ตั้งแต่เกิดเรื่องที่บุตรสาวโดนตบจนแก้มแดงเลือดกลบปาก คิดแล้วก็นึกโมโห นางไม่ยินยอมให้บุตรสาวออกไปเจ็บตัวอีกเด็ดขาด

“อย่าออกไปเลยลูก ถ้าเกิดเรื่องอีกจะทำอย่างไร”

“ลูกจะออกไปกับท่านพี่เจ้าค่ะ ลูกจะไปอยู่คนเดียวเจ้าค่ะ" จินเยว่เล่อบีบนวดท่อนขามารดาอย่างอ้อดอ้อน ฮูหยินจินหัวเราะเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าให้นาง จินเยว่เล่อหันไปยิ้มกับสาวรับใช้ของนาง 

“แม่ให้เจ้าไปได้ แต่งานวันไหว้พระจันทร์ เจ้าจะต้องแต่งกายให้งดงามเหมาะสม พรุ่งนี้แม่จะเรียกคนที่ร้านมาตัดชุดให้เจ้าหน่อยแล้วกัน” 

“ท่านแม่เรื่องนั้นไม่จำเป็นหรอกเจ้าค่ะ”

“ไม่ได้ เป็นสตรีก็ต้องมีชุดเสื้อผ้าให้มากหน่อย อีกอย่างเจ้าต้องไปพร้อมพี่ชายก็ควรจะงามให้มากเสียหน่อย” ฮูหยินจินกล่าว บุตรสาวของนางไม่เคยออกงานเลี้ยงพบปะผู้ใด ทำให้ยังไม่มีคู่หมั้นคู่หมายที่เหมาะสม ทั้งที่นางก็ปักปิ่นแล้ว คิดแล้วก็ทำให้นางเครียดไม่น้อย บุตรสาวที่เพิ่งจะมี อีกไม่นานก็จะต้องเสียนางให้กับบ้านอื่นเขาเสียแล้ว

“ลูกไม่จำเป็นต้องงามหรอกเจ้าค่ะท่านแม่ แค่แต่งกายให้เหมาะสมเพียงพอก็ดีแล้ว” จินเยว่เล่อกล่าว

“กลัวว่าจะมีคนมาสู่ขอเจ้าหรืออย่างไร” ฮูหยินจินกล่าว

“ลูกเพิ่งได้มาอยู่กับท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ชาย ลูกยังไม่อยากไปไหนเจ้าค่ะ” 

“อย่างไรสตรีก็ต้องแต่งงานนะเล่อเอ๋อร์ แม่ไม่ให้เจ้าออกจากบ้านเร็วนักหรอก เพียงแต่อยากเปิดโอกาสให้แม่สื่อหาชายที่เหมาะสมมาให้แม่กับพ่อเจ้าเลือกมากเสียหน่อย" 

“แต่…”

“หรือว่าเจ้ามีคนในใจแล้วล่ะ” ฮูหยินจินถาม นางเหลือบมองหน้าบุตรสาวเล็กน้อย ใบหน้างดงามแดงก่ำท่าทางเขินอาย ฮูหยินจินได้แต่ขมวดคิ้วแปลกใจไม่น้อย ผ่านมาสองเดือนนางไปพึงใจใครได้ หรือว่าจะคุณชายระยำสกุลโจวนั่น… “คงไม่ใช่คุณชายโจวนั่นหรอกนะ” ฮูหยินจินถามเสียงเข้ม

“ไม่ใช่นะเจ้าคะท่านแม่”

“เช่นนั้นเป็นผู้ใด เจ้าบอกมาสิ หากว่าชายผู้นั้นเหมาะสม แม่จะได้ช่วยเจ้าได้”

“ไม่ดีมั้งเจ้าคะ”

“หรือเป็นท่านแม่ทัพน้อยเล่า” ฮูหยินกล่าวพร้อมกับจ้องมองแววตาบุตรสาว นั่นป่ะไร นางนึกไว้ไม่มีผิด จินเยว่เล่อไม่ใช่สตรีโง่งม ชายใดจะทำให้นางชมชอบได้ ในเมืองนี้ก็เห็นจะมีอยู่ไม่กี่คน ยิ่งชายที่สตรีทั้งหลายชื่นชอบก็คงไม่พ้นแม่ทัพน้อย กับจินซาง

…น่าเสียดายที่นางไม่ค่อยเห็นคนทั้งคู่พึงใจสตรีนางใด บางครานางก็คิดว่าแม่ทัพน้อยกับบุตรชายนาง เอ่อ…

 

“หากเจ้าชื่นชอบแม่ทัพน้อย แม่ก็คงช่วยเจ้าได้ยากแล้ว จะให้พี่ชายเจ้าช่วย รายนั้นก็คงจะเก็บเจ้าขังไว้ในเรือนเสียมากกว่า อย่างไรวันนั้นเจ้าก็แต่งกายในงดงามปราณีตเสียหน่อยแล้วกันนะเล่อเอ๋อร์” ฮูหยินจินกล่าวอีกครั้ง จินเยว่เล่อได้แต่เขินหน้าแดงเดินกลับเรือนของตน

“นายหญิงแน่ใจหรือเจ้าคะ ท่านแม่ทัพน้อยเป็นถึงองค์ชาย”

“ข้าก็ไม่แน่ใจหรอก แต่ด้วยรูปโฉมของเยว่เล่อ ข้าว่าก็ไม่ยากนัก”

“แต่คุณหนูนั้น”

“ถ้าทำให้ท่านแม่ทัพน้อยพึงใจนางได้ ตำแหน่งชายารองก็นับว่าไม่ไกลเกินเอื้อมหรอก” ฮูหยินจินกล่าว นางจำได้ว่าพ่อของสามีเป็นเพื่อนสนิทกับแม่ทัพเฒ่าเสวียน ทั้งคู่เคยมีพันธะหมั้นหมายกัน แต่อย่างไรก็ตาม พันธะนั้นไม่เกิดขึ้นในรุ่นของสามีนาง อาจจะเพราะแม่ทัพเสวียนมีบุตรสาวคนเดียว และยังเข้าวังเป็นนางสนมอีก

“แต่ท่านแม่ทัพน้อยไม่เคยมีเรื่องสตรีเลยนะเจ้าคะ”

“นั่นสิ เล่อเอ๋อร์นางเป็นสตรีไร้เล่ห์เหลี่ยม มารยา ไม่รู้เติบโตมาได้อย่างไร เหมือนจะฉลาด แต่กลับไร้เหลี่ยม” ฮูหยินจินกล่าว ข้อนี้นางสงสัยไม่น้อย เด็กสาวที่หน้าตางดงามปานนี้ เติบโตในบ้านผู้อื่นอย่างปลอดภัย ทั้งยังมีจิตใจใสสะอาด ฮูหยินจินเติบโตมาในครอบครัวที่บิดามีภรรยาหลายสิบคน นางรู้ดีว่าสตรีนางไหนเป็นอย่างไร นางถึงได้รักจินเยว่เล่ออย่างง่ายดาย เพราะนางใสสะอาด

“เช่นนี้จะทำอย่างไรดีเล่าเจ้าคะ”

“คงต้องสั่งสอนนางนอกตำราน่ะสิ” สาวใช้ของฮูหยินจินหัวเราะ นางเติบโตมาพร้อมฮูหยินจิน ผ่านเรื่องราวกันมาหลายอย่าง ฮูหยินจินนับว่าเป็นสตรีมากเล่ห์ผู้หนึ่ง หากนางไม่เก่งจริงมีหรือจะเอานายท่านจินได้อยู่มัด สตรีนางอื่นก็ไม่มีหน้ามาเหยียบจวนสกุลจินได้สักคน 

 

ภายหลังจากวันที่ฮูหยินจินอนุญาต นางก็เรียกหาจินเยว่เล่อมาที่เรือนทุกวันเพื่อสั่งสอนตามประสาสตรี จินเยว่เล่อที่ได้รับตำราอันเป็นที่นิยมของนางคณิกาก็อดเขินอายไม่ได้ เสน่ห์ ศิลปะแห่งสตรี แต่เมื่อได้อ่านนางก็ค่อนข้างเข้าใจแล้ว ทำไมจ้าวหรูอี้จึงได้ครองใจชายหลายคน ความจริงในอดีตตอนที่นางถูกเนรเทศมา นางก็ได้พบปะสตรีคณิกาเช่นกัน สตรีนางนั้นพยายามสั่งสอนนางหลายอย่าง แต่นางก็ทำใจเรียนรู้ไม่ได้ และยังไม่คิดว่าจะใช้เสน่ห์เล่ห์กลกับผู้ใด พอมาในครานี้แม้จะพยายามศึกษาจากท่านแม่เมื่อกลางวัน นางก็ทำไม่ได้จริงๆ

“คุณหนูช่างใสซื่อเหลือเกินเจ้าค่ะ” สาวใช้ตัวน้อยกล่าวพลางสงสารคุณหนูในขณะที่นางกำลังสางผมให้คุณหนู วันนี้หลังจากตัดชุด ฮูหยินก็เรียกคุณหนูของนางมาสั่งสอน สาวใช้ของฮูหยินก็สั่งสอนนางให้รู้จักดูแลคุณหนูเช่นกัน นางเรียนรู้ได้ดีว่าสิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควร แต่คุณหนูนางนั้น เห้อ…

“ข้าทำแบบนั้นไม่เป็นเลย ข้าไม่รู้จะฝึกอย่างไร”

“คุณหนูลองคิดว่าได้เจอชายคนรักสิเจ้าคะ พยายามทำตัวให้เขาสนใจ”

“แต่ข้าไม่ถนัดเลย” 

“ของแบบนี้คงต้องใช้เวลานั่นแหละเจ้าค่ะ ยิ่งคุณหนูเป็นลูกผู้ดี ได้รับการสั่งสอนมาดี มันคงจะยากสักหน่อยแหละเจ้าค่ะ” สาวใช้ตัวน้อยกล่าวให้กำลังใจจินเยว่เล่อ ยิ่งทำให้นางสะท้านในใจว่านางผ่านความยากลำบากในชาติที่แล้วมาทำไมถึงได้ยังเป็นเช่นนี้อยู่อีก

นางไม่เข้าใจตนเองเลย ความหมายของการย้อนกลับมา แม้จะแค้นเคืองจ้าวหรูอี้ แต่นางก็ไม่ได้รู้สึกอาฆาตมาดร้ายกับใครขนาดนั้น นางทำใจกับทุกเรื่องที่ผ่านมาหมด แต่สิ่งที่นางต้องการก็เป็นเพียงชีวิตรักที่เป็นสุขเท่านั้น 

…นางสับสนเหลือเกิน

 

 

“เล่อเอ๋อร์เจ้าไม่ควรยิ้มเช่นนี้” ฮูหยินจินกล่าว สตรีนางอื่นเกิดมาอย่างไรก็จะต้องมีจริตแห่งความเป็นสตรี ไฉนหนอบุตรสาวของนางจึงไร้จริตเช่นนี้กัน แม้นยามแย้มยิ้มยังยิ้มจนสว่างไสวถึงเพียงนี้ แล้วผู้ใดเล่าจะหลงเสน่ห์แห่งความเป็นสตรีกัน ผู้ใดเห็นแบบนี้ก็คงจะเอ็นดูนางเสียมากกว่า เสน่ห์พวกนี้เหมาะสำหรับสตรีที่แต่งงานไปแล้ว แต่หากจะล่อลวงบุรุษก็ต้องใช้จริตแห่งสตรี แต่ดูเอาเถิดบุตรสาวนางไม่ได้เรื่องเลย

“แล้วจะให้ยิ้มเช่นไรหรือเจ้าคะท่านแม่” 

“ยิ้มมุมปาก ยิ้มเล็กน้อย ไม่ใช่ยิ้มเช่นนี้ หากเจ้าจะยิ้มเช่นนี้ก็ใช้แค่เฉพาะกับพ่อ แม่ และพี่ชายเจ้าก็พอ”

“แต่รอยยิ้มเต็มใบหน้าเป็นรอยยิ้มที่จริงใจไม่ใช่หรือเจ้าคะท่านแม่”

“โถ่.. เล่อเอ๋อร์ ยิ้มจริงใจเช่นนั้นเจ้าใช้หลังแต่งงานเถอะ"

“ยิ้มเช่นนี้ใช่ไหมเจ้าคะท่านแม่” จินเยว่เล่อพยายามยิ้มเล็กน้อย นางในชีวิตก่อนหากไม่ยิ้มเช่นนี้ นางก็จะไม่ยิ้มเลย ตั้งแต่แต่งเข้าวังองค์รัชทายาท จิตใจที่สดใสของนางก็พลันหม่นหมอง รอยยิ้มของนางเหือดหายไป จนกระทั่งนางได้ยิ้มอีกครั้งตอนที่ให้กำเนิดบุตรชาย และใช้ชีวิตอยู่กับกงหยางเฟย

“สายตาของเจ้ายังใช้ไม่ได้เลย เล่อเอ๋อร์น้อยของแม่” ฮูหยินจินแทบกุมขมับ สาวรับใช้ข้างกายของนางหัวเราะเล็กน้อยสงสารเจ้านายของตนอย่างยิ่ง แต่ก็เอ็นดูคุณหนูไม่น้อย

“แล้วพรุ่งนี้เล่อเอ๋อร์จะทำเช่นไรดีท่านแม่” ในขณะหนึ่งที่จินเยว่เล่อเคร่งเครียด นางกลับรู้สึกดีและสบายใจเป็นอย่างยิ่ง นางไม่มีมารดาที่จริงใจ หากเป็นฮูหยินจ้าว นางคงแนะนางไปในทางที่ผิด ที่ชั่วเป็นแน่แท้ แต่ฮูหยินจินไม่เหมือนกัน นางเป็นมารดาที่แสนดี และจริงใจกับจินเยว่เล่อ ลึกในใจนางก็เสียใจที่ต้องโกหก แต่นางก็ยินดีนักที่ช่วงเวลานี้นางพบเจอแต่คนที่เมตตานาง

“เจ้าอายุเพียงเท่านี้ จะมีจริตมารยาก็คงไม่เหมาะ เช่นนั้นเจ้าก็เล่นตามประสาเด็กของเจ้าไปเถอะ แม่อยากให้เจ้ามีความสุข ในช่วงวัยเด็ก หากมีชีวิตเช่นเด็กมันเป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว ไม่ง่ายเลยที่เด็กน้อยจะมีชีวิตเช่นเด็ก” ฮูหยินกล่าวอย่างเอ็นดู

“เช่นนั้นลูกจะต้องตาต้องใจเขาผู้นั้นไหมเจ้าคะ”

“เล่อเอ๋อร์มีหน้าตางดงาม แต่อย่างไรเล่อเอ๋อร์ก็ยังเด็กนัก” ฮูหยินจินกล่าว เล่อเอ๋อร์มีใบหน้าที่งดงามเกินกว่าสตรีนางใดที่นางเคยพบเห็น แต่ด้วยความเยาว์วัย มองอย่างไรก็ไม่ต่างจากเด็กสาวตัวน้อย สตรีจะงดงามเต็มที่ก็ช่วงวัยสิบแปดปีขึ้นไป

“เช่นนั้นเล่อเอ๋อร์ควรทำอย่างไรดีเจ้าคะท่านแม่"

“โถ่… ลูกแม่ เจ้าคงชมชอบเขาผู้นั้นมากสินะ” ฮูหยินจินหัวเราะเล็กน้อย บ่าวรับใช้ก็อมยิ้มกรุ้มกริ่มกันทั้งหมด คุณหนูตัวน้อยที่กำลังมีความรัก ไม่ว่าใครเห็นก็ย่อมอดเอ็นดูไม่ได้ 

“ข้าชอบเขาท่านแม่”

“เช่นนั้นก็ปฎิบัติตน ทำตัวให้เป็นสตรีที่ดี หากพี่ชายเจ้าว่างก็ติดตามพี่ชายเจ้าไปด้วยให้บ่อย" ฮูหยินจินแนะนำ

“แม่ลูกคุยอันใดกัน หัวเราะเสียงดังไปด้านนอก” นายท่านจินเดินเข้ามา ใบหน้าแปลกใจ เขาเพิ่งกลับจากการทำงานที่ร้านค้า เห็นสองแม่ลูกคุยกันท่าทางสนุกสนาน บ่าวรับใช้ก็หัวเราะกันสนุกสนาน 

“ไม่มีอันใดหรอกท่านพี่ พรุ่งนี้เล่อเอ๋อร์จะออกไปงานไหว้พระจันทร์”

“หืม… เจ้าจะออกไปทำไมเล่อเอ๋อร์” นายท่านจินกล่าว ท่าทางของเขาไม่พอใจเล็กน้อย คราวที่แล้วนางออกไปก็โดนตบกลับมา เพิ่งมาอยู่ได้เพียงเดือนเดียวก็ทำเอาเดือดร้อน เขาต้องโมโหขนาดไหนที่มีคนกล้ามาทำร้ายบุตรสาวของเขา แม้จะรู้เต็มอกว่าไม่ใช่บุตรสาวในอุทร แต่อย่างไรเสียทุกคนก็เข้าใจว่านางเป็นบุตรสาวของเขา การที่นางโดนผู้อื่นทำร้ายย่อมเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้

“เรื่องครานั้นไม่ใช่ความผิดของเล่อเอ๋อร์ ท่านจะดุนางทำไม” ฮูหยินจินกล่าว

“นางเป็นสตรี หากโดนทำร้ายร่างกายอีกจะเป็นเช่นไร เจ้าจะปล่อยให้นางออกไปอีกหรืออย่างไร”

“เล่อเอ๋อร์ไม่ได้ไปคนเดียว อาซางไปด้วย”

“เช่นนั้นก็แล้วไป ห้ามออกนอกจวนคนเดียวโดยเด็ดขาด” นายท่านจินกล่าว จินเยว่เล่อพยักหน้า ฮูหยินจินอดสงสารไม่ได้ นายท่านจินมาถึงก็อารมณ์เสียใส่บุตรสาว สาเหตุก็น่าจะมาจากเรื่องการค้าเป็นแน่

“แล้วท่านอารมณ์เสียเรื่องอะไรมาเล่าท่านพี่”

“ตอนนี้ขบวนสินค้านอกด่านยังเข้ามาไม่ได้ ดูท่าจะเกิดสงครามขึ้นแล้ว”

“สงครามหรือเจ้าคะ ไหนว่าพวกชนเผ่านอกด่านแตกกลุ่มกันแล้ว”

“นั่นสิ พี่ก็สงสัย คงต้องรออาซางมา ส่วนขบวนสินค้ากำลังเลี่ยงเดินทางไปอีกฝั่ง น่าจะต้องรอเกือบเดือน" 

“ใจเย็นเถิดท่านพี่ หากจะมีสงครามจริง ท่านก็รีบให้พวกบ่าวไพร่ไปเตรียมกว้านซื้อข้าวของจำเป็นให้หมดทั้งจากในเมือง และเมืองอื่นดีกว่า” ฮูหยินจินกล่าว นายท่านจินที่ได้ยินดังนั้น สายเลือดพ่อค้าในกายก็พลันพลุ่งพล่าน ช่องทางการค้าในช่วงสงคราม นับเป็นการรีดเงินผู้คนได้ดีที่สุด จินเยว่เล่อเข้าใจช่วงเวลาแห่งสงครามดี 

“ท่านพ่อกับท่านแม่จะทำการค้าในช่วงสงครามหรือเจ้าคะ” จินเยว่เล่อเอ่ย นางไม่อยากให้บิดามารดาสร้างบาปสร้างกรรมซ้ำเติมผู้คน ในช่วงสงครามพวกบ่าวไพร่ ชนชั้นกลางล่างลงไปล้วนลำบาก แต่ละวันได้ทานเพียงโจ๊กที่เต็มไปด้วยน้ำเพียงแค่มื้อเดียว บางคนก็ต้องอดอยาก กลิ่นคาวเลือดในยามนั้นนางยังจดจำได้ไม่ลืม

“แม่ไม่ทำเช่นนั้นหรอกเล่อเอ๋อร์ ที่กว้านซื้อทุกอย่างในช่วงก่อนสงคราม อนึ่งข้าวของพวกนี้จะถูกใช้ในกองทัพให้พี่ชายของเจ้า พวกเราสกุลจินขายของให้แก่เศรษฐี และเปิดโรงทานให้ผู้คนที่ลำบาก หากว่าสกุลจินทำการค้าชั่วช้าเช่นนั้น สกุลของเราที่นี่คงไม่เป็นที่นับหน้าถือตาหรอก” ฮูหยินจินแจ้งแก่บุตรสาว จินเยว่เล่อพยักหน้า 

 

“อาซางเจ้าว่าอย่างไรเรื่องสงคราม” บนโต๊ะอาหารยามเย็นของสกุลจิน นายท่านจินที่จัดการเรื่องราวที่ควรต้องทำเรียบร้อยกล่าวกับบุตรชาย ความจริงก่อนมื้ออาหารก็มีบรรยากาศอึมครึมไม่น้อย จินซางเอาแต่นั่งเงียบอย่างคนใช้ความคิด จินเยว่เล่อและฮูหยินจินเองก็ไม่กล้าทำให้บรรยากาศเสียอีกจึงไม่กล่าวอะไร จนกระทั่งนายท่านจินเอ่ยปาก

“ท่านพ่อทราบเรื่องแล้วหรือ”

“อืม ขบวนสินค้าของพ่อจากเผ่าซ่งไม่สามารถผ่านแดนมายังเมืองฉางได้ ต้องอ้อมใช้เวลาเกือบเดือน ม้าเร็วเพิ่งส่งข่าวแจ้งพ่อ”

“เป็นเช่นนั้นขอรับ”

“แม่ทัพเสวียน และแม่ทัพน้อยกล่าวเช่นไรบ้าง ให้พ่อช่วยอะไรเจ้าไหม”

“ท่านพ่อทำเช่นเดิมแบบที่เคยทำขอรับ สงครามครั้งนี้แม่ทัพเสวียนคาดการณ์ว่าคงไม่ยาวนานขนาดนั้น น่าจะกินเวลาครึ่งปีเท่านั้น” จินซางกล่าว ก่อนหน้าเขาเคยออกกองทัพ ไต่เต่าจากนายกองยศน้อยมาพร้อมกับกงหยางเฟยจนได้รับตำแหน่งใหญ่ ตอนนั้นสงครามปราบแต่ละชนเผ่า ใช้เวลาถึงสองปี เขาได้กลับมาบ้านเป็นบางครั้งบางคราว แล้วก็ทำการออกรบอีก ทำให้ไม่ค่อยมีเวลานัก ยามนี้คิดว่าจะได้พักนานหน่อย กลับมีชนเผ่าที่รวมตัวกันก่อความวุ่นวายให้กับเมืองฉางอีก

“เช่นนั้นแล้วคืนงานวันพรุ่งนี้เล่า” ฮูหยินจินถาม

“จัดงานปกติขอรับท่านแม่ ลูกและแม่ทัพน้อยจะออกไปร่วมงานเพื่อให้ชาวบ้านนั้นสบายใจ”

“อืม เช่นนั้นคืนพรุ่งนี้เจ้าก็พาน้องไป ดูแลน้องให้ดีด้วยล่ะ”

“ขอรับท่านแม่” จินซางกล่าว พอพูดถึงน้องสาวเขาก็หันมายิ้มให้แก่จินเยว่เล่อที่กำลังนั่งฟังเขาอย่างตั้งใจ “ว่าแต่น้องสาวของพี่อยากไปงานไหว้พระจันทร์อยู่หรือไม่”

“น้องอยากไป" จินเยว่เล่อรีบกล่าว

“แต่พี่กลัวว่าจะเกิดอันตราย เจ้าไม่ต้องไปดีกว่ามั้ง เล่อเอ๋อร์”

“ท่านพี่อย่าแกล้งน้อง”

“อย่าแกล้งน้องเลยอาซาง แม่เพิ่งสั่งคนมาตัดชุดให้น้องไปงานเพิ่งเสร็จเอง เจ้าจะให้ชุดที่แม่สั่งตัดมาไม่ได้ใช้หรืออย่างไร” ฮูหยินจินกล่าวพลางหัวเราะ 

“ถึงขั้นนั้นเชียวหรือเล่อเอ่อร์" จินซางเอ่ยปากหยอกน้องสาวตัวน้อยจนนางแก้มแดงราวผลอิงเถา 

 

เทศกาลไหว้พระจันทร์เป็นเทศกาลยอดนิยมที่ไม่ว่าจะในเมืองหลวง นอกเมือง หรือหัวเมืองอื่นมักจะจัดขึ้น ในเทศกาลนี้มักจะมีแต่ขนมหลายอย่างซึ่งจินเยว่เล่อนั้นไม่ชื่นชอบนัก นางเพียงชอบความคึกคืนในตลาดยามเย็น ในชีวิตก่อนนางเคยแอบไปเดินเล่นครั้งนึง แต่ก็ไม่ได้เดินเล่นอะไรมากมายนัก เพราะนางหวาดกลัวว่าจะกลับจวนสกุลจ้าวไม่ถูก จึงได้แต่ยืนมองผู้คนสนุกสนานในเทศกาลไม่ได้เข้าไปร่วมสนุก

“น้องสาวข้าวันนี้งดงามเป็นอย่างยิ่ง” จินซางเอ่ยชมน้องสาว วันนี้มารดาของเขาจัดเตรียมเครื่องแต่งกายให้สองพี่น้อง จินซางสวมชุดหรูหราสีน้ำเงินเข้มทำให้เขาดูหล่อเหลาองอาจ ส่วนจินเยว่เล่อสวมชุดกรุยกรายสีฟ้าอ่อน สวมเครื่องประดับพลอยสีขาวน่ารักสดใสสมวัย

“พี่ชายของน้องก็หล่อเหลามากเจ้าค่ะ" จินเยว่เล่อกล่าว

“แน่นอนอยู่แล้ว พี่ชายของเจ้านะมีสตรีโปรยผ้าเช็ดหน้าให้จนเต็มท้องถนนเชียวล่ะ” จินซางโอ้อวดตนเอง เขาและจินเยว่เล่อกำลังเดินในงานเทศกาล ผู้คนมากมายต่างก็ให้ความสนใจ วันนี้คุณหนูน้อยสกุลจินไม่ได้ปกปิดโฉม ความงามของนางในความสว่างไสวของดวงจันทร์ทำให้นางดูงดงามราวเทพธิดาในอุดมคติ คุณชายทั้งหลายที่ได้เห็นรูปโฉมต่างกล่าวว่าค่ำคืนนี้พวกเขาได้พบฉางเอ๋อลงมาเดินดินแล้ว

“ข้าย่อมเชื่อเจ้าค่ะ พี่ชายของข้าหล่อเหลาปานนี้ แต่กลับไม่มีฮูหยินเป็นของตนเอง” จินเยว่เล่อเอ่ยปากหยอกพี่ชาย คุณชายจินซางหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย เขาอยู่ในช่วงวัยที่สมควรจะมีฮูหยิน สวมกว่านมาก็หลายปี มารดาก็พยายามทาบทามคุยกับเขาเรื่องสตรีมาก็หลายคน แต่จินซางก็ยังไม่ถูกใจใครสักคน เขาอยากมีชีวิตเช่นบิดามารดาของตน อยากมีกันและกันและคนสองคน ไม่ได้อยากมีสตรีมากมายในนเรือนเช่นผู้อื่น เรื่องสตรีใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าบิดาย่อมหาเศษหาเลยนอกบ้านอยู่บ้าง ไม่เช่นนั้นจะมีน้องสาวคนงามมาหรือ แต่ก็ไม่เคยให้สิทธิ์สตรีนางใดเข้ามาเหยียบในจวนให้มารดาลำบากใจเลยสักครั้ง

“ก็พี่ชายเจ้ายังไม่ถูกใจสักคนเลยนี่นา” จินซางกล่าว

“ก็ท่านพี่เอาแต่ทำงาน ในกองทัพของท่านและแม่ทัพน้อยจะมีสตรีอยู่หรือเจ้าคะ"

“นั่นสิ แต่สตรีในเมืองฉางก็ไม่มีใครที่พี่ถูกใจสักคนเลยนี่”

“เดี๋ยวก็เจอเจ้าค่ะ โชคชะตาต้องพาให้พี่ชายของน้องได้พบคนดีแน่นอน” 

“งั้นคืนนี้พี่ขอพี่สะใภ้จากฉางเอ๋อดีหรือไม่” 

“ถ้าได้เช่นนั้นก็ดีสิเจ้าคะ ท่านแม่ และข้าก็อยากเลี้ยงหลานตัวอวบอ้วนสักคน” จินเยว่เล่อกล่าว ในชาติก่อนนางไม่ได้ชมชอบเด็กทารกนัก แต่พอได้มีบุตรเท่านั้น นางถึงได้รู้ว่าสิ่งที่สว่างที่สุดในใต้หล้านี้คือก็สิ่งมีชีวิตแสนบริสุทธิ์อย่างเด็กทารก หากจินซางจะมีบุตรสักคน สกุลจินก็คงจะมีแต่ความสุขเสียงหัวเราะ

“คนเยี่ยงเจ้าน่ะหรือจะมีฮูหยินเป็นของตนเอง” เสียงท่านแม่ทัพน้อยดังขึ้นด้านหลังของจินเยว่เล่อ นางตกใจเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองพร้อมกับทำความเคารพ แม่ทัพหนุ่มน้อยหน้าตาหล่อเหลายิ้มให้กับเพื่อนสนิท และน้องสาวเพื่อนสนิทของตน แต่ทันทีที่จินซางเห็นเขากลับทำหน้ารังเกียจเพื่อนของตนพร้อมกับจับจูงน้องสาวคนงามเดินไปทางอื่นแทน “จะพาน้องสาวเจ้าไปไหนเล่า ข้ามาเที่ยวงานเทศกาลไม่รู้จักใครสักคน ข้ามาร่วมเดินกับเจ้าด้วยไม่ได้หรือไง"

“ไม่ได้ ข้ามากับน้องสาวข้า ข้าเบื่อหน้าเจ้าแล้วสหาย”

“ข้าก็เบื่อหน้าเจ้า แต่ไม่ได้เบื่อหน้าน้องสาวเจ้า” แม่ทัพน้อยเกี้ยวเด็กสาวต่อหน้าต่อตาผู้เป็นพี่ชาย ใบหน้างดงามของนางแดงก่ำแลดูน่าเอ็นดูไม่น้อย 

“อย่ามายุ่งกับน้องสาวข้า”

“หวงนัก"

“แน่นอน คนเช่นเจ้าไม่เหมาะกับน้องสาวข้า”

“เอาเถอะข้าไม่แกล้งเจ้าแล้ว วันนี้พวกเราไปเหลาสุราตะวันตกกันเถอะ” แม่ทัพน้อยกล่าว จินเยว่เล่อจดจำได้หอสุราแห่งนั้นเป็นหอสุราขนาดใหญ่ที่มีหลากหลายสาขาในแต่ละเมือง เป็นกิจการหอข่าวขององค์ชายเจ็ดที่สืบทอดมาจากท่านตาของเขา

“ไม่เหมาะ วันนี้เล่อเอ๋อร์มาด้วย ข้าไม่อยากพานางไปที่นั่น”

“นางโตแล้วอาซาง ไม่ใช่เด็กน้อย”

“โตอันใดกัน ตัวเล็กเท่านี้เอง ต่างอะไรจากเด็กหญิงตัวน้อย” จินซางกล่าว แม่ทัพน้อยส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะนึกสนุก เขาคว้าร่างบอบบางที่กำลังยืนมองเขาและพี่ชายของนางคุยกัน ก่อนจะอุ้มนางพุ่งทะยานหนีไปในความมืด 

“ไอ้บ้าเอ๊ย” จินซางสบถ เขาพยายามตามติดเพื่อนสนิทที่หายไปในความมืด แต่เขาไม่ได้ถนัดวิชาตัวเบานัก ทำให้ไม่อาจติดตามได้ทัน แต่ก็คอยติดตามมาเพราะรู้ดีว่าเพื่อนเขากำลังไปที่แห่งใด

 

“กลัวหรือไม่" แม่ทัพน้อยกงหยางเฟยถามสตรีที่เกาะเขาแน่น ดวงตากลมโตที่สุกสกาวราวกับแสงดาวบนท้องฟ้ามองลงไปเบื้องล่าง ร่างกายบอบบางของนางสั่นสะท้านด้วยความกลัว

“กะ กลัวเจ้าค่ะ” จินเยว่เล่อกล่าว นางไม่คาดคิดเลยเขาจะมีความสามารถในด้านนี้ด้วย นางเคยได้ยินวิชาวิทยายุทธพวกนี้แต่เพียงในนิยายประโลมโลกที่จ้าวหรูอี้ชอบอ่าน แต่ไม่คิดว่ามันจะมีอยู่จริง “ตะ แต่ว่า ข้าชอบ”

“เช่นนั้นก็ดี” เสียงของแม่ทัพน้อยหัวเราะ ปกติสตรีที่อยู่แต่ในจวนย่อมกลัวอะไรเช่นนี้ พวกนางมักจะชอบแสร้งทำอ่อนแอ แต่จินเยว่เล่อแม้จะจับเขาไว้แน่นหนา แต่นางก็ยังมีระยะห่างระหว่างร่างกายของคนทั้งคู่ ใบหน้างดงามของนางหันไปรับบรรยากาศไอเย็น ก่อนจะเห็นหอที่เต็มไปด้วยโคมไฟ

“ตรงนั้นใช่หรือไม่เจ้าคะ ท่านแม่ทัพ”

“ใช่แล้ว แต่เจ้าเลิกเรียกข้าเช่นนั้นเถอะ ข้าเป็นเพื่อนพี่ชายเจ้าเรียกข้าว่าพี่เฟยเถอะ” 

“เจ้าค่ะ” กงหยางเฟยพาร่างเล็กทะยานลงไปเบื้องล่างก่อนจะเดินนำนางออกไป จินเยว่เล่อทราบดีว่าถนนนี้เป็นถนนโลกีย์ ไม่เหมาะสำหรับสตรีที่ยังไม่ออกเรือน แต่ที่นี่เป็นเมืองฉางไม่ใช่เมืองหลวง ธรรมเนียมเช่นนั้นไม่ถือว่าเคร่งครัด อีกทั้งจินเยว่เล่อไม่ได้มาเพียงผู้เดียว นางมาพร้อมพี่ชาย และแม่ทัพน้อย

“เข้าไปกันเถอะ”

“เจ้าค่ะ”

 

ภายในหอสูงใหญ่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ประดับด้วยโคมแดงอันงดงาม ร่างบอบบางของจินเยว่เล่อเดินตามท่านแม่ทัพน้อยเข้าไป ผู้คนมากหน้าหลายตาต่างเมียงมองด้วยความสนใจ ด้วยปกติแล้วท่านแม่ทัพน้อยมักจะมากับคุณชายจิน ทั้งคู่ต่างเป็นหนุ่มมากความสามารถ แต่ก็นับว่าเจ้าชู้ ช่างสำราญ แต่ไฉนวันนี้ท่านแม่ทัพน้อยถึงได้พาคุณหนูน้อยหน้าตางดงามท่านนี้มาได้

“ฉินอี้ไม่ทราบว่าวันนี้ท่านแม่ทัพจะมาด้วย” เสียงสตรีคนนึงกล่าว นางเป็นสตรีที่หน้าตางดงามมีเสน่ห์เย้ายวน จินเยว่เล่อที่กำลังสนใจในความสามารถเช่นนี้จ้องมองฉินอี้ไม่วางตา “แม่นางน้อยท่านนี้คือ” ฉินอี้ไต่ถามด้วยความสงสัย เด็กสาวตัวน้อยตรงหน้าจ้องมองนางท่าทางอยากรู้อยากเห็นไม่วางตา

“นางคือน้องสาวของอาซาง ข้าขอโต๊ะเดิมแล้วกัน” 

“ที่แท้แม่นางน้อยท่านนี้คือคุณหนูจินเยว่เล่อที่ผู้คนทั่วเมืองเล่าลือ” ฉินอี้กล่าวก่อนจะผายมือเชิญท่านแม่ทัพไปยังโต๊ะชั้นสอง ตึกเหลาสุราตะวันตกแห่งนี้ไม่มีห้องส่วนตัวสำหรับทานอาหารนอกจากห้องพัก ค่ำคืนนี้เป็นคืนสำคัญของการประมูลข้าวของมีค่า จินเยว่เล่อพอจำได้ว่าที่นี่เป็นที่หาเงินของฮ่องเต้ สถานที่นี้ถูกเปลี่ยนมือหลังจากการสวรรคตของพระองค์ องค์ชายเจ็ดถึงได้เข้ามาถือครองแทน เขาจึงกลายเป็นผู้มีอำนาจ และรู้เหตุการณ์ทุกอย่างได้รวดเร็ว แม้ตอนที่เสวียนอ๋องในตอนนั้นจะเป็นกบฏ เขาทราบได้รวดเร็วเพราะก็เพราะเหลาสุราแห่งนี้

“อีกไม่นานพี่ชายของเจ้าก็จะมาถึงอย่าได้กังวลใจนัก เจ้าอยากทานอะไรหรือไม่”

“ไม่เจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพ”

“ข้าบอกให้เจ้าเรียกข้าว่าอย่างไร”

“เอ่ออ.. พี่เฟย” 

 

จินเยว่เล่อเดินตามแม่ทัพน้อยกงหยางเฟยไปตามทางบันไดไปยังชั้นสอง กงหยางเฟยนั่งโต๊ะที่สามารถเห็นเวทีจากชั้นสองลงมา ไม่นานก็เห็นร่างสง่างามในชุดสีน้ำเงินตรงเข้ามาในหอ ใบหน้าของเขาถมึงทึงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ จินเยว่เล่อยิ้มทันที

“พี่ชายมาแล้ว” 

“อืม ท่าทางเขากำลังโมโหได้ที่เชียว”

“ท่านลักพาน้องสาวข้ามาทำไม” จินซางถามพลางผลักร่างท่านแม่ทัพน้อยที่นั่งใกล้ชิดกับน้องสาว เรื่องนี้ทำเขาโมโหมากทีเดียว หากเป็นการหยอดน้องสาวเขายังพอเข้าใจ นี่เล่นโอบอุ้มจับเนื้อตัวของนางเช่นนี้ จะไม่ให้เขาโมโหได้อย่างไร 

“ใจเย็นก่อนเถอะ คืนนี้จะคนส่งโฉมงามเข้ามาในเมืองฉาง ข้าอยากรู้นักว่าจะงามสักเพียงใด”

“ท่านก็รู้ว่าที่นี่ของใคร จะส่งใครมาท่านก็ระวังตัวไว้หน่อย” 

“ในเมื่อตั้งใจส่งมาให้ข้า ข้าก็จะรับเอาไว้สักคน" ท่านแม่ทัพน้อยกล่าว จินเยว่เล่อแสร้งเมียงมองไปรอบท่าทางตื่นเต้นคล้ายไม่เข้าใจในประโยค แต่นางพอจะเข้าใจอยู่บ้าง ดูท่าคืนนี้ท่านแม่ทัพน้อยจะได้สตรีสักนางเป็นแน่แท้ แต่ฮ่องเต้น่ะหรือจะส่งสตรีมาให้บุตรชาย ผ่านเหลาสุราเช่นนี้เนี่ยนะ

“เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ” จินซางกล่าวสายตาของเขาหันไปมองทางน้องสาวด้วยไม่อยากให้นางรู้เรื่องราวพวกนี้ อย่างไรเรื่องนี้ก็นับเป็นเรื่องงานที่สตรีไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ท่านแม่ทัพน้อยกลับไปคิดเช่นนั้น สตรีเช่นจินเยว่เล่อย่อมไม่มีทางทราบเรื่องพวกนี้

“ก็แล้วแต่เจ้า”

“พี่ชาย วันนี้ข้าทานเหล้าเจี้ยนจือกับพวกท่านได้หรือไม่เจ้าคะ" ดวงตากลมโตของจินเยว่เล่อมองพี่ชายแววตาของนางเต็มไปด้วยความอ้อดอ้อน ใบหน้างดงามจ้องมองพี่ชายไม่วางตา

“เจ้าไม่เคยทาน อาจจะทำให้เจ้าเมาได้"

“ก็เมาน่ะสิเจ้าคะ”

“เป็นสตรีที่เมาสุรานั้นไม่เหมาะ”

“โถ่.. พี่ชาย”

“พี่ชายเจ้าไม่ให้ แต่พี่เฟยอนุญาติให้เจ้าทานได้ วันนี้ก็กินดื่มให้เต็มที่” แม่ทัพน้อยกล่าว จินเยว่เล่อหันมายิ้มขอบคุณให้เขาอย่างสดใส วูบหนึ่งในดวงตาของก็หวั่นไหวไม่น้อย รอยยิ้มของเด็กสาวตรงหน้าช่างเต็มไปด้วยความจริงใจ นับว่าเป็นเด็กสาวที่น่ารักมากผู้หนึ่ง

“ขอบคุณเจ้าค่ะพี่เฟย”

“ไปเรียกท่านแม่ทัพน้อยว่าพี่เฟยได้อย่างไรหืมเล่อเอ๋อร์” 

“อย่าว่านางเลย ข้าอนุญาตินางเอง อีกอย่างจะมาใช้ยศอะไรกัน นางเป็นน้องสาวของเจ้า”

“อืม”

“นี่อาหารเจ้าค่ะ นายท่านทั้งสอง อีกไม่นานจะมีงานระบำของสตรีจากเมืองหลวง พวกท่านอย่าพลาดชมเชียวนะเจ้าคะ” ฉินอี้ที่เดินนำคนงานพร้อมอาหารมาวางบนโต๊ะก่อนจะเอ่ยถึงงานระบำของสตรีที่จะเกิดขึ้น จินเยว่เล่อมองไปด้านล่างอย่างสนใจทีเดียว

ทั้งสามทานอาหารอย่างสำราญ จินเยว่เล่อเอาแต่ดื่มเหล้ารสท้ออย่างเอร็ดอร่อย คล้ายลืมกริยามารยาทที่สมควร ในอดีตนางก็ชื่นชอบเหล้าเจี้ยนจือเป็นอย่างมาก แต่ยามนั้นนางตั้งครรภ์ และเลี้ยงลูกทำให้เธอหาโอกาสทานเหล้าได้น้อย และไม่กล้าดื่มมากนัก ตอนนี้เธอเลยดื่มอย่างมีความสุข

“พี่ชายยย” เสียงหวานของจินเยว่เล่อกล่าว “ข้าขอลงไปด้านล่างนะเจ้าคะ ข้าอยากไปทำกิจส่วนตัว” จินเยว่เล่อกล่าวใบหน้าแดงซ่าน จินซางเป็นห่วงนัก จึงได้เรียกฉินอี้มาพานางไปทำกิจของสตรี

“นายหญิง นายหญิงขอรับ” เสียงของข้ารับใช้ในเหลาสุราวิ่งมาหาฉินอี้ใบหน้าท่าทางตื่นตระหนกตกใจเป็นอย่างยิ่ง 

“เกิดอะไรขึ้น” 

“สตรีที่ท่านได้รับมาจากเมืองหลวง นางหนีไปแล้วขอรับ” 

“หนีหรือ หนีไปไหน พวกเจ้าจับนางกลับมาทันหรือไม่” ฉินอี้กล่าวอย่างตกใจ

“หนีไปไกลแล้วขอรับ คนที่พานางหนีไปเป็นยอดฝีมือ คนของพวกเราตามไม่ทันขอรับ”

“บัดซบ แล้วจะทำอย่างไรดี ค่ำคืนนี้มีแขกมากมายที่มารอดูระบำของนาง ข้าจะทำเช่นไรดี”

“พี่สาววว ข้าขึ้นระบำแทนนางดีไหมเจ้าคะ” ใบหน้างดงามของจินเยว่เล่อคลอเคลียอยู่ตรงหัวไหล่ของฉินอี้ท่าทางอ้อดอ้อน นางในยามนี้เปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์แห่งอิสตรีเพศนัก ฉินอี้ถอนหายใจ หากนางทำเช่นนี้แล้วรองแม่ทัพจินซางทราบเรื่อง มีหวังนางคงถูกฆ่าตายคาเหลาสุรานี้เป็นแน่แท้

“ไม่ได้เจ้าค่ะคุณหนู หากทำเช่นนั้นจะเป็นลบลู่เกียรติท่านแล้ว”

“ปิดหน้าปิดตาแล้วใครจะทราบได้เล่า สตรีที่แต่งหน้าแต่งกายคมเข้มอย่างไรพวกเขาก็แยกไม่ออกหรอก ข้าเต้นรำเก่งมากนะ” ฉินอี้เริ่มคิดตาม สตรีที่เมืองฉางไม่มีใครผิวพรรณผุดผาดขาวเช่นสตรีจากเมืองหลวงเช่นจินเยว่เล่อ แม้จะยังเยาว์วัย แต่ฉินอี้ก็มองออกว่าหากแต่งกายในชุดระบำ จินเยว่เล่อย่อมมีเรือนร่างงดงามมากเป็นแน่แท้ นางถอนหายใจ และหันไปพยักหน้ากับลูกน้องหญิงคนนึงของนาง ก่อนจะพาจินเยว่เล่อไปด้านหลัง

ในใจของนางได้แต่อธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้คืนนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี 

 

ไม่นานภายในร้านเหลาสุราก็เงียบลง ทุกคนจ้องมองบนเวทีที่ถูกสาวงามที่นำโคมไฟสีขาวมาวางรอบเวที แสงโคมภายนอกถูกดับลงไปหลายดวง แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวปรากฏรอบเวที ไม่นานก็มีเสียงเพลงบรรเลงขึ้นมา จากนั้นก็ปรากฏร่างสตรีในชุดระบำรัดรูปเผยให้เห็นสรีระอันงดงามของสตรีแต่ละนาง สตรีตรงกลางในชุดสีแดงงดงามกำลังร่ายรำอย่างเย้ายวนงดงาม

สายตาของบุรุษทั้งหลายในเหลาสุราต่างจากมองร่างงดงามตรงกลางที่ทำการร่ายรำ ร่างสะโอดสะองของนางอ่อนบางพลิ้วไหวร่ายรำ ฉินอี้ที่มองบนเวทีก็รู้สึกพึงพอใจนัก คุณหนูจินเยว่เล่อเมื่อสวมใส่ชุดสตรีก็ทำให้นางดูคล้ายเด็กน้อย แต่เมื่อเปลี่ยนชุด ผัดแป้ง แต่งหน้าให้นางคมเข้ม ยิ่งรวมกับฤทธิ์สุราทำให้นางดูเย้ายวน 

“ท่านแม่ทัพน้อยคงจะพึงพอใจไม่น้อยกับสตรีในวันนี้” จินซางเอ่ยปากหยอกเพื่อนสนิทที่กำลังจ้องมองสตรีที่กำลังทำการร่ายรำตาไม่กระพริบ

“นับว่าเสด็จพ่อของข้ายังเมตตาข้าอยู่มากเชียว” ท่านแม่ทัพน้อยเอ่ยปาก พวกเขาไม่รู้เลยว่าบนเวทีนั้นเป็นใคร และยังเอ่ยปากชื่นชมความงามของนางอีกหลายประโยค 

 

เมื่อการแสดงจบลงสตรีที่งดงามก็กลับออกไป ฉินอี้รีบมารับร่างบอบบางที่กำลังยืนยิ้มแววตาหยาดเยิ้ม นายท่านทั้งหลายต่างส่งคนรับใช้มาสอบถามค่าตัวนางกันเสียยกใหญ่ ฉินอี้ปวดหัวอย่างหนัก จึงได้พาร่างที่กำลังสลบไสลไปนอนพักผ่อนในห้อง แต่เมื่อนางกลับเข้ามาก็ไม่พบร่างของจินเยว่เล่อเสียแล้ว

…ความตายกำลังมาเยือนนางแล้วหรืออย่างไร

“ข้ากลับก่อน อาซาง” ท่านแม่ทัพน้อยกล่าว ในอ้อมแขนของเขามีสตรีในชุดแดงผ้าคลุมหน้านอนหลับอยู่ จินซางไม่ได้มองสตรีนางนี้เท่าไหร่เพราะเขากำลังมองหาน้องสาวของตนเองอยู่

“อืม ท่านกลับไปก่อนเถอะ ข้ากำลังรอเล่อเอ๋อร์อยู่ อย่ารุนแรงกับนางนักเล่า”

“หึ” กงหยางเฟยหัวเราะ เขาและจินซางไม่ใช่พระพทุธรูปไร้ใจ เขาสองคนก็เป็นชายหนุ่มปกติที่ต้องหลงใหลในสตรีเป็นธรรมดา ยิ่งตอนนี้ในอ้อมแขนของกงหยางเฟยมีสตรีที่คาดว่าน่าจะเป็นโฉมงามด้วยชุดที่เผยเนื้อหนัง ทำให้หัวใจบุรุษเช่นเขาเต้นไม่หยุด

 

 

 

 

 

/// เซอร์ไพรท์ไหมคะ 555 เสน่ห์นางก็เสน่ห์น้องอีกมุมนึง จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป น้องจะเสียอะไรไปไหม พี่อาซางจะหาน้องเจอหรือเปล่า มีคนคอมเม้นเกี่ยวกับพิธีจี่หลี่การปักปิ่นผมของน้อง ความจริงคนเขียนขอชี้แจ้งด้วยเหมือนกัน เพราะยอมรับเลยว่าไม่เหมือนในนิยายเรื่องอื่น คนเขียนได้พยายามติดตามและอ่านบทความ ซึ่งบทความภาษาอังกฤษหายาก หรือหาไม่เจอก็ไม่อาจทราบได้ แต่บทความไทยก็มีในเว็บของผู้จัดการ https://mgronline.com/china/detail/9490000046629 ตามลิ้งนี้ คนเขียนเลยอ้างอิงจากเว็บนี้มา สรุปก็ประมาณว่าจะเป็นหญิงสาวที่ผ่านพิธีปักปิ่นมาปักให้ ตามความสามารถที่พ่อแม่จะสามารถเชิญมาได้ ถ้าหากผิดพลาดอย่างไร แนะนำตักเตือนได้เลยนะคะ ต้องขอบคุณทุกคอมเม้นต์มากจริงๆ ไม่ว่าจะติชมหรืออะไรก็ตาม เพราะมันทำให้คนเขียนได้นำมาแก้ไขและปรับปรุง ทั้งยังเป็นกำลังใจชั้นดีให้กับคนเขียนอีก รักทุกคนนะคะ 

 

จินซาง

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 404 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

90 ความคิดเห็น

  1. #53 dewwiizodiac (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 07:52
    เอาแล้ววววว
    #53
    0
  2. #52 หลงเหยา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 02:27

    กินเลยกินเลยๆ รอลุ้นค่ะอยากรู้จัง
    #52
    0
  3. #51 ParichatParinjit (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 21:34
    กินน้องเลย ๆๆๆๆ
    #51
    0
  4. #50 Pppp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 20:54

    ลุ้นนนค่ะ ทำไมแม่ทัพน้อยถึงไม่รู้ว่าเป็นนางเอก หรือว่ารู้แต่เนียนๆคะ รอติดตามต่อค่า

    #50
    0
  5. #48 seen625 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 20:32
    สนุกมากค่ะ วนกลับไปอ่านตอนเก่าๆหลายรอบ รออ่านตอนต่อไปอยู่นะค่ะ เป็นกำลังใจให้ สู้ๆนะค่ะ ✌❤✌❤
    #48
    0
  6. #47 PiGunChaNok (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 18:00
    สนกมากจ้าเป็นกำลังใจให้
    #47
    0
  7. #44 ParichatParinjit (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 14:10

    ดีงามม
    #44
    0
  8. #43 pea_conan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 08:48
    นางเอกเป็นอย่างนี้แหละดีแล้ว ดูไม่สูญเสียตัวตน
    #43
    0
  9. #42 Saengharuthai (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 08:38
    เอาใจช่วยน้อง สู้ๆ
    #42
    0
  10. #41 Jerrypari (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 02:25

    สนุกค่ะไรท์รอติดตามตอนต่อไปนะคะ

    #41
    0
  11. #37 语珊 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 01:11
    มาต่อเร็วๆนะคะ รอค่ะะะะะะ
    #37
    0
  12. #36 Pppr (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 00:19

    อยากให้น้องสมหวัง มีความสุขพอก็พอแล้วค่ะไรท์ รอให้แม่ทัพน้อยรักน้องจริงๆนะคะ

    #36
    0