●◐จันทร์•เร้น•รัก◑●| ซีรี่ย์ชุด •หลงนาง•

ตอนที่ 2 : จันทร์•เร้น•รัก ▶ บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 611
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    25 ต.ค. 63



●◐จันทร์•เร้น•รัก◑●


บทนำ


10 มิถุนายน 2554


ค่ะแม่! เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ แม่ใกล้ถึงหรือยังคะ


[ใกล้แล้วลูก น่าจะไม่เกินสิบนาที พ่อน่าจะขับรถถึงโรงเรียนลูกพอดี]


งั้นมัจเดินไปบอกเพื่อนก่อนนะคะ ว่าพ่อกับแม่จะมารับแล้ว


 ‘มัจฉาเด็กสาววัยสิบห้าปี กำลังถือสายโทรศัพท์คุยกับผู้เป็นมารดา วันนี้เธออารมณ์ดีกว่าวันอื่นๆ เพราะเธอมีนัดกับครอบครัวเพื่อฉลองวันเกิดของเธอ


หลังจากเธอเดินไปบอกลาเพื่อนๆ ที่นั่งอยู่โต๊ะหินอ่อนข้างโรงยิม เธอจึงยกโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อคุยสายต่อ


มัจเดินไปรอหน้าโรงเรียนเลยนะคะแม่เธอไม่ได้กดวางสายไปจากเมื่อสักครู่นี้


[โอเคจ้ะ พ่อกำลังจะเลี้ยวเข้าโรงเรียนลูกพอดี]


งั้นมัจวางก่อ...น...


ปี๊นนนนนนน กรี๊ดดด โครมมม!!!


เสียงแตรรถลากยาวพร้อมเสียงกรีดร้องตกใจลอดออกมาจากปลายสาย ต่อด้วยเสียงดังโครมคราม ทั้งในโทรศัพท์และนอกโทรศัพท์ มันเป็นเสียงที่ดังมาก และใกล้มากๆ


แม่!... แม่ได้ยินมัจไหม มันเกิดอะไรขึ้น!มัจฉาร้องตะโกนใส่เข้าไปยังปลายสายอย่างตื่นกลัว เธอเรียกซ้ำๆ ด้วยความร้อนใจ แต่กลับไม่มีเสียงตอบกลับจากปลายสายเลย... แม้แต่นิดเดียว... ความคิดไม่ดีแว้บเข้ามาในสมองพร้อมๆ กับเหล่านักเรียนและอาจารย์ที่ต่างวิ่งกรูออกไปยังเสียงดังต้นเหตุเมื่อสักครู่นี้ เธอกดวางสายจากแม่ของเธอ และวิ่งออกไปดูถึงที่มาของเสียง


สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำเอาเธอเข่าทรุด มันเป็นภาพรถเก๋งสีดำคันคุ้นตา หน้ารถยับยู่ยี่ มันชนเข้ากับเสาไฟฟ้าตรงเกาะกลางถนน หน้าโรงเรียน


กรี๊ดดดด!!!


มัจฉากรีดร้องอย่างเสียสติ เพราะมั่นใจแล้วว่าซากรถเก๋งสีดำยับตรงหน้านั้น คือรถของครอบครัวเธอ


เด็กสาวเหลียวมองไปรอบๆ มองหาว่ามีรถคู่กรณีหรือไม่ เยื้องเลยไปหน่อยพบกับรถสปอร์ตหรูส่วนบุคคล กระแทกชนขอบฟุตบาท โดยที่มีชายแก่สวมชุดคล้ายกับคนขับรถกำลังเปิดประตูฝั่งคนขับเพื่อประคองชายหนุ่มในชุดเสื้อผ้าหรูราคาแพงอยู่ในสภาพมึนเมาออกมา เธอไม่ได้สนใจต่อเพราะรีบวิ่งไปหาพ่อและแม่ของเธอจากรถเก๋งสีดำตรงเกาะกลาง แต่เธอไม่สามารถเข้าไปหาได้เพราะได้มีเจ้าหน้าที่ล้อมกั้นไว้ เธอยืนมองพ่อและแม่ของเธอเจียนขาดใจ เธอยืนร้องไห้สวดมนต์อ้อนวอนขอให้ไม่เป็นอะไร เมื่อนาทีที่กู้ภัยนำร่างพ่อและแม่ของเธอออกมา ทุกสิ่งตรงหน้าทำเอาเธอเกือบหยุดหายใจ


พวกท่านทั้งสองได้จากเธอไปอย่างไม่มีวันกลับ


งานศพ


ฮึ..ฮือ..อ...เสียงสะอื้นเจียนขาดใจของสาวน้อย เธอเป็นลูกเพียงคนเดียว ไม่มีพี่น้องอยู่เป็นเพื่อนยามสูญเสียครั้งนี้ มีเพียงแต่ญาติห่างๆ และคุณยายที่คอยปลอบเธอ มีแต่น้ำตาเท่านั้นที่อยู่เคียงข้างเธอนับแต่วันที่พวกเขาจากไป


เด็กสาวนั่งเหม่อมองไปที่รูปหน้าศพ พยายามกลั้นอารมณ์เพื่อแสดงความแข็งแกร่งของตัวเอง ไม่ให้ผู้ที่ล่วงลับเป็นห่วงใดๆ เธอสะอื้นอยู่ตรงนั้นซ้ำๆ ไม่มีกระจิตกระใจแม้จะต้อนรับแขกที่มาแสดงความเสียใจเลยสักนิดเดียว


มัจฉาคิดเพียงว่าทำไมโลกนี้มันถึงโหดร้ายกับครอบครัวของเธอนัก ถ้าหากวันนั้นไม่ใช่วันเกิดของเธอ หากเธอไม่รบเร้าให้พวกท่านออกมารับและกินเลี้ยงนอกบ้าน พวกท่านจะไม่จากเธอไปอย่างไม่มีวันกลับแบบนี้


มัจไปอยู่ด้วยนะคะ มัจทรมานเหลือเกินเด็กสาวกู่ร้องในใจอย่างเจ็บปวด หวังว่าคนบนฟ้าจะได้ยิน


มัจ!...มัจ!เสียงจากคุณยายวัยหกสิบปี เดินเข้ามาเรียกหลานสาวออกจากภวังค์ความเศร้าโศก


เธอปาดน้ำตาออกทั้งสองข้าง ที่ไม่มีวี่แววว่ามันจะหยุดไหลเลย


ยายจ๋า...ยายนวลก็เป็นผู้สูญเสียกับเหตุการณ์ในครั้งนี้เช่นกัน ความเศร้าจึงมีออกมาไม่ต่างจากหลานสาวเลย ผู้เป็นแม่ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะต้องมาเผาศพลูกของตัวเอง


ตำรวจที่เขาทำคดีมาหาหนะ


สวัสดีครับ ผมเป็นเจ้าของคดี พอดีจะมาแจ้งเรื่องความคืบหน้าของคดีนะครับนายตำรวจมาในชุดนอกเครื่องแบบแนะนำตัว


มัจฉาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกลืนก้อนสะอื้นลงคอ


คู่กรณีได้เข้ามาแสดงตัวว่าเป็นผู้กระทำความผิด และยินดีรับผิดชอบทุกอย่างตามกฎหมาย เขาต้องการมาขอขมาเคารพหน้าศพ ตรงนี้หนูไม่ติดอะไรนะนายตำรวจอธิบาย


หากเขารู้ตัวว่ากระทำผิดและยินดีรับโทษ มัจก็ไม่มีอะไรจะติดขัดหรอกค่ะมัจฉามองนายตำรวจอย่างเจ็บปวด ใจจริงเธอไม่พร้อมเจอหน้าคู่กรณีเลยแม้แต่นิดเดียว หากเขาสำนึกผิดจริงๆ ก็อยากให้เขาเข้ามากราบขอขมาหน้าศพก่อนรับโทษตามกฎหมาย


คืนสวดศพวันสุดท้าย


มัจฉารับรู้ถึงการมาของคู่กรณี แต่เธอไม่อาจจะอยู่ต้อนรับหรือพูดคุยด้วยได้เลย ทำได้แต่ยืนหลบเงียบๆ มีเพียงญาติห่างๆ ช่วยต้อนรับแทนเท่านั้น หลังจากที่เขาไหว้ขอขมาหน้าศพเรียบร้อยและกำลังจะลุกขึ้นยืน จู่ๆ เขาก็เสถลาเสียการทรงตัวเล็กน้อย ทางนายตำรวจจึงปรี่เดินไปประคองเขา นาทีนั้นมัจฉาจึงได้เห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน เธอจำเขาได้ในทันที


มัจฉายืนมองเขาคนนั้นอย่างแปลกใจ และมึนงงไปหมด ชายแก่คนนี้คือคนที่แต่งชุดคนขับรถที่กำลังประคองชายหนุ่มแต่งตัวหรูราคาแพงอีกคนออกจากฝั่งประตูคนขับในวันนั้น เธอมั่นใจว่าเขาไม่ใช่ผู้กระทำความผิด แต่ทำไมเขาถึงมาในนามของคู่กรณีได้ เธอจึงไม่รอช้าที่จะเข้าไปหาชายแก่คนนั้นทันที


คนนี้คือใครคะ?” การยืนประจันหน้าชายแก่และนายตำรวจ ทำเอาคนในงานศพมองกันเป็นตาเดียว


คู่กรณีไง ที่ผมแจ้งไปเมื่อวันก่อนว่าเขาต้องการเข้ามาขอขมาหน้าศพนายตำรวจอธิบายอย่างเรียบเฉย


ไม่ใช่! คนนี้ไม่ใช่คนขับสายตามัจฉามองแข็งกร้าว ส่ายหัวนิดๆ อย่างไม่พอใจ


เกิดอะไรขึ้น ยัยมัจ!ยายนวลรีบเข้ามาจับที่ต้นแขนหลาน เป็นการเตือนให้ระมัดระวังกิริยา เพราะตอนนี้หลานสาวกำลังเป็นจุดสนใจของงานแล้ว


ลุงคนนี้ไม่ใช่คนขับ! ลุงเป็นใครคะ เขาจ้างลุงมาเหรอคะ ลุงทำแบบนี้ทำไมคะมัจฉาเดินเข้าไปเขย่าแขนของชายแก่เพื่อหาคำตอบ น้ำตาที่พยายามอัดอั้นก็ได้ไหลออกมาอย่างกำหนดไม่ได้อีกครั้ง


ลุงขอโทษๆ ลุงไม่ได้ตั้งใจ ลุงจะชดใช้ให้นะหนูชายแก่ได้แต่ก้มหน้าพูดคำขอโทษและขอชดใช้อยู่อย่างนั้น โดยไม่เงยหน้ามาสบตาเธอเลย


เมื่อได้ยินอย่างนั้นมัจฉาไม่ได้รู้สึกดีใจสักนิดที่มีคนมารับผิดชอบการตายของพ่อแม่เธอ เพราะเธอรู้ดีว่าชายแก่คนนี้ไม่ได้เป็นคนขับ เขาเป็นแพะเหรอ? เขาถูกจ้างมาเหรอ? หรือเขาเต็มใจ แล้วทำไมเขาถึงทำแบบนี้!


ตำรวจเห็นท่าไม่ค่อยดี จึงรีบกันเขาออกไปจากงานศพ ขืนปล่อยให้วุ่นวายเรื่องราวคงใหญ่โตเป็นแน่


มัจฉาไม่ยอมรับเลยสักนิด เธอวิ่งตามออกไปเพื่อบอกความจริงว่าวันนั้นเธอเห็นว่าใครเป็นคนขับ


ลุงคนนี้ไม่ใช่คนขับนะคะ วันนั้นมัจเห็นว่าไม่ใช่คุณลุงเธอพยายามแย้งต่อหน้าตำรวจ


มันจะไม่ใช่ได้ยังไง ในเมื่อเขาเข้ามาแสดงตัวว่าเป็นคนขับ และพยานก็ยืนยันว่าเขาคือคนขับจริงๆ หนูจะเอายังไงอีก เขายินดีชดใช้เป็นเงินก้อนโตสำหรับการสูญเสียครั้งนี้นะ


จะเงินก้อนโตแค่ไหนมัจไม่ต้องการ เพราะมันซื้อชีวิตพ่อแม่มัจคืนมาไม่ได้ มัจต้องการแค่คนผิดค่ะ คนผิดมารับโทษ!เธอยังคงยืนกรานไม่ยอมรับกับผลสรุป แต่ใจเธอเองรู้ดีว่าเด็กอายุสิบห้าอย่างเธอ จะไปต่อกรกับอำนาจเงินของคนพวกนั้นได้ยังไง


นายตำรวจพยายามอธิบาย แต่เขาเองก็เหมือนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาหันมามองเด็กสาวผู้สูญเสียอย่างเวทนา สงสารจับจิต เขาเองไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ เขาเป็นเพียงนายตำรวจชั้นผู้น้อย ในเมื่ออำนาจเบื้องบนเขาสั่งการลงมา เขาจึงต้องปฏิบัติตาม


 “หนูต้องเข็มแข็งไว้นะ มีคนผิดมารับโทษแล้ว หนูควรปล่อยใจให้สบาย เขายินดีจะจ่ายเงินให้กับหนูสำหรับจบคดีนี้เขายกแขนขึ้นมาลูบหัวของมัจฉาด้วยความสงสาร


นายตำรวจได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขารู้ดีว่าจบแบบนี้มันไม่ถูกต้อง แต่เขาทำได้แค่นี้จริงๆ ก่อนจะนำตัวลุงคนนั้นขึ้นรถและขับออกไปจากงานศพ ทิ้งไว้แต่ความเสียใจให้กับเด็กสาววัยสิบห้า แบบนี้เรียกว่าความยุติธรรมได้ไหม ในเมื่อมีคนมารับผิดแล้ว เธอไม่ต้องการให้จบแบบนี้หรือเงินชดใช้ใดๆ


เธอยืนนิ่งด้วยหัวใจแตกสลาย ก่อนจะร้องไห้ด้วยความทรมาน เสียงสะอื้นที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ร่างบางค่อยๆ ทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง เธอร้องไห้อยู่อย่างนั้น ร้องไห้จนค่อยๆ สลบไป


พรึบ!


ชายหนุ่มคนหนึ่งตรงเข้ามารับร่างเด็กสาวเอาไว้ได้ทัน เขายืนแอบมองเธอมาตลอด แต่ไม่กล้าแสดงตัวออกมา กระทั่งเห็นว่าเธอกำลังจะล้มลงถึงได้วิ่งเข้ามารับเอาตัวเธอไว้


มัจฉาก่อนจะสลบไป เธอได้ยินเสียงเลือนลางของใครบางคน แต่เธอไม่รับรู้อะไรแล้ว เธอหมดแรงเหลือเกิน เธออยากหลับไปโดยไม่ตื่นอีก...


เมื่อเธอตื่นขึ้นมาเพราะเสียงดังจากวงพนันไฮโลในศาลา เธอเหลือบตามองไปรอบๆ ตัว มองไปบนเพดานเห็นพัดลมหมุนพัดพรึบพรับ มองเห็นญาติๆ นั่งล้อมวงเล่นการพนัน เธอยังอยู่ที่วัดหรอกเหรอ ในใจนึกเสียดายทำไมไม่หลับใหลไปโดยไม่ตื่น


เธอค่อยๆ ยันตัวลุกนั่ง พบว่าในมือนั้นมีผ้าเช็ดหน้าและตุ๊กตากระต่ายน้อยอยู่เคียงคู่กับเธอ เธอค่อยๆ ขยับนั่งให้ตรง ก่อนจะก้มมองของปริศนาในมืออย่างคิดวิเคราะห์ เธอจำได้ว่าไม่ได้รับสิ่งของมาจากใคร ทำไมสิ่งเหล่านี้ถึงอยู่กับเธอ เมื่อญาติของเธอเห็นว่าเธอฟื้นแล้วจึงเข้ามาสอบถามอาการ


เป็นไงบ้าง ดีขึ้นมั้งไหม


มัจฉาได้แต่พยักหน้า พร้อมกับรอยยิ้มเจื่อนๆ


อือ...ดีแล้ว ข้าวปลาไม่กินเลย นั่งกินแต่น้ำตา ร่างกายคนเรามันจะไปไหวได้ยังไงน้าสาวกำลังอ้าปากร่ายยาว


เอ่อ...น้าคะ ว่าแต่ของในมือมัจนี้ยังไงอะคะมัจฉารีบถามตัดบทน้าสาวของเธอ ก่อนจะโดนบ่นยาวเป็นชุดใหญ่


อ้อ... ก็แกสลบนั่งหลับอยู่ตรงม้าหินหน้าศาลานู้นนน้าสาวบุ้ยปากไปทางปลายนิ้วชี้  “แล้วยายนวลเดินไปเห็นเข้าพอดี เลยเรียกให้คนไปอุ้มแกเข้ามา ทุกคนในงานพากันตกอกตกใจกันไปหมด แต่ไอ้ของพวกนี้มันก็อยู่ในมือแกอยู่แล้วนิ ถ้าแกไม่เป็นอะไรแล้วฉันขอตัวก่อนนะ มือกำลังขึ้น ส่วนแกก็นอนพักไปก่อน พรุ่งนี้ยังต้องตื่นมาแต่เช้าน้าสาวบอกกล่าวจบ ทิ้งมัจฉาแล้วหันกลับไปผสมลงโรงร่วมวงพนันต่อ


มัจฉาครุ่นคิดในใจ เพราะเธอแน่ใจว่ามีใครบางคนเข้ามาประคองเธอตอนกำลังจะสลบ และเธอไม่ได้เผลอฟุบหลับตรงม้าหินนั่นแน่นอน ถึงแม้ภาพจะเลือนลางก็ตาม แต่เธอกลับรู้สึกมั่นใจว่าคนๆ นั้นต้องเป็นเจ้าของตุ๊กตากระต่ายและผ้าเช็ดหน้าผืนนี้


มัจฉาคิดในใจว่าเขาน่าจะรอเธอตื่นสักหน่อยและให้ของพวกนี้กับมือเธอเอง เธออยากขอบคุณที่เข้ามาช่วยเธอตอนเป็นลมสลบ


เธอนั่งมองเจ้ากระต่ายน้อยในมือ ลูบหัวตุ๊กตานั้นเบาๆ


ขอบคุณนะคะ คุณกระต่าย!เธอยิ้มบางให้ตุ๊กตาอย่างอ่อนโยน เสมือนมันมีชีวิตเสียอย่างงั้น รอยยิ้มที่เผลอหลุดออกมาประดับใบหน้าแสนเศร้านั้น  มันเป็นรอยยิ้มที่ออกมาโดยที่เธอไม่รู้ตัว...


มุมหนึ่งไม่ไกลจากที่เธออยู่ มีใครคนหนึ่งเฝ้ามองดูเธออยู่ตลอดเวลา


เขาเฝ้ามอง... และยังคงมอง...


มีเพียงเสียงเศร้าๆ เพียงเท่านั้น ลอยมาจากปากของคนที่อยู่ไม่ไกล...


ขอโทษนะ!...


 [โปรดติดตามตอนต่อไป...]




TALK:TAlK

เปิดบทนำมาให้อ่านพอกรุบๆ เรียกน้ำย่อยแล้วนะฮะ

เรื่องนี้คือตั้งใจว่าจะให้เป็นโรแมนติกคอมเมดี้

แต่!!!... เปิดมาคือดราม่าเลย 

ขอกำลังใจและคอมเม้นท์มาคุยกันได้นะคะ 

ฝากติดตาม จันทร์เร้นรัก หนึ่งในซีรี่ย์ หลงนาง 

v

v

ซีรี่ย์ชุด•หลงนาง




________________
กดไลค์แฟนเพจ "แววจันทร์"
[ติดตามนิยาย
+เข้ากลุ่มลับ]

+++
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น

  1. #9 K-wiwiew (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 22:20

    รอติดตามค่ะ

    #9
    0