[HARRY POTTER/AVENGERS] LITTLE ONE

ตอนที่ 19 : PART17: TROLL

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 537
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    31 พ.ค. 63

⚡️

PART17: TROLL

.

.

"Troll -- in the dungeons -- thought you ought to know."

 

มัลฟอยแทบไม่อยากจะเชื่อสานตาตัวเองเลยเมื่อเห็นว่า เธอ แฮร์รี่และรอนยังอยู่ฮอกวอตส์ในวันรุ่งขึ้น แม้ทั้งสามคนจะดูอ่อนเพลียแต่ก็ดูร่าเริงดี พอถึงเช้าวันใหม่แฮร์รี่และรอนต่างก็คิดว่าการเจอกับสุนัขสามหัวนั่นเป็นการผจญภัยที่วิเศษที่สุด และพวกเขานึกอยากจะได้ผจญภัยกันอีกสักหน -- แต่สำหรับเธอหนเดียวกันเกินพอแล้ว

 

เธอยังไม่อยากตายตอนอายุแค่สิบเอ็ดปีหรอกนะ

 

ส่วนเนวิลล์กับเฮอร์ไมโอนี่ไม่แสดงความสนใจเลยแม้แต่น้อย นั่นถือว่าเป็นสิ่งที่ดีในความคิดเธอล่ะ

 

ตอนนี้เฮอร์ไมโอนี่ไม่ยอมพูดกับแฮร์รี่และรอน ซึ่งเด็กทั้งสองถือว่าเป็นโชคดีแล้ว เพราะตอนนี้สิ่งที่พวกเขาสองคนรวมทั้งเธอสนใจในตอนนี้มีแค่เรื่องที่พวกเขาต้องการจะแก้เผ็ดมัลฟอยให้ได้เท่านั้น และโอกาสนั้นก็มาถึงเมื่อไปรษณีย์เอาของอย่างหนึ่งส่งมาให้ในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา

 

ระหว่างฝูงนกฮูกบินหรูเข้ามาในห้องโถงใหญ่อย่างเคย ทุกคนพุ่งความสนใจไปยังห่อ ผอมๆยาวๆสองห่อ ที่นกฮูกอเมริกาเหนือหกตัวช่วยกันคาบมาในทันที ก่อนที่จะประหลาดใจที่ห่อปริศนาทั้งสองห่อชิ้นนั้น ตกลงมาตรงหน้าของเธอและแฮร์รี่จนทำเอาเบคอนของเธอกระเด็กตกพื้นไป และมีนกฮูกตัวหนึ่งทิ้งจดหมายสองฉบับลงบนห่อของ

 

แฮร์รี่ฉีกซองจดหมายก่อน และดึงแขนเธอให้เข้ามาอ่านด้วยกัน

 

อย่าเปิดห่อที่โต๊ะอาหาร

ในนั้นมีไม้กวาดนิมบัสสองพันด้ามใหม่ของพวกเธอสองคน แต่ฉันไม่อยากให้เด็กคนอื่นๆรู้ว่าเธอได้ไม้กวาด ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะขอบ้าง โอลิเวอร์ วู้ดจะพบเธอสองคนคืนนี้ที่สนามควิชดิชหนึ่งทุ่มตรง เพื่อฝึกซ้อมครั้งแรก

ศาสตราจารย์ ม. มักกอนนากัล

 

แฮร์รี่แทบจะซ่อนความดีใจไว้ไม่อยู่เมื่อเขาส่งจดหมายให้รอนอ่าน

 

"นิมบัสสองพัน" รอนครางอย่างอิจฉา "ฉันไม่เคยแม้จะได้แตะนิมบัสเลย"

 

"ไม่เป็นไรนะรอน ไว้ว่างๆมาลองของฉันดูก็ได้" เธอเสนอ นั่นทำให้รอนยิ้มกว้างและขอบคุณเธออย่างตื่นเต้น

 

พวกเธอทั้งสามคนออกจากห้องโถงอย่างรวดเร็ว เพื่อต้องการไปแกะห่อไม้กวาดในที่ลับตาคนก่อนไปเรียนหนังสือ และเธอไม่ลืมที่จะหยิบจดหมายอีกฉบับที่ถูกลืมไว้และยังไม่ได้แกะเก็บใส่กระเป๋าเสื้อของเธอ แต่เมื่อผ่านห้องโถงกลางไปได้แค่ครึ่งทางก็เจอลูกกระจ๊อกของมัลฟอยยืนขวางบันไดไว้ มัลฟอยคว้าห่อของแฮร์รี่แล้วจับๆดู -- กอยล์ที่กำลังจะคว้าห่อของเธอ แต่เธอยกมันขึ้นมาเชิงขู่ว่า 'เข้ามาเจอฟาดแน่ ' เขาเลยเลือกที่จะถอยกลับไปยืนกับแครบแทน

 

"นี่มันไม้กวาดนี่" มัลฟอยพูดก่อนโยนกลับคืนให้แฮร์รี่

 

แหม ขอบใจ ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย

 

"พวกแกสองคนเสร็จแน่ พวกปีหนึ่งไม่ได้รับอนุญาติให้มีไม้กวาดน่ะ"

 

"นี่ไม่ใช่ไม้กวาดเก่าๆ หรอกนะ" รอนที่อดใจไม่ไหวพูดขึ้น "นี่น่ะนิมบัสสองพันเชียวนะ นายว่านายมีไม้กวาดอะไรที่บ้านนะ มัลฟอย คอเม็ทสองร้อยหกสิบใช่ไหม -- คอเม็ทก็สวยสะดุดตาดีหรอกนะ แต่คนละชั้นกับนิมบัสเลย"

 

"แกจะไปรู้อะไร วีสลีย์ แกไม่มีเงินพอจะซื้อด้ามไม้กวาดด้วยซ้ำไป" มัลฟอยตวาด "ฉันว่าแกกับพี่น่ะ ต้องเก็บเงินซื้อก้านไม้กวาดทีละก้านด้วยซ้ำ"

 

"หุบปากนะ มัลฟอย!"

 

ก่อนที่เธอหรือรอนจะได้ตอบโต้ ศาสตราจารย์ฟลิตวิกก็โผล่มาที่ด้านหลังตรงข้อศอกของมัลฟอยพอดี

 

"คงไม่ได้กำลังเถียงกันหรอกนะ เด็กๆ" ศาสตราจารย์ถามเสียงแหลม

 

"มีคนส่งไม้กวาดให้สองคนนี้ อาจารย์" มัลฟอยรีบฟ้องอย่างรวดเร็ว

 

"ใช่ ใช่ ถูกแล้ว " ศาสตราจารย์ฟลิตวิกตอบ พลางส่งยิ้มกว่าให้กับเธอและแฮร์รี่ "ศาสตราจารย์มักกอนนากัลบอกฉันเรื่องสถานภาพพิเศษแล้วล่ะ นี่มันรุ่นอะไรนะ"

 

"นิมบัสสองพันครับ" แฮร์รี่ตอบ พยายามกลั้นหัวเราะที่ได้เห็นสีหน้าตื่นตกใจของมัลฟอย "แล้วที่จริงก็ต้องขอบใจมัลฟอยครับ ที่ทำให้ผมและแอนนาได้ไม้กวาดนี้" เขาเสริมอีก

 

ทั้งสามคนขึ้นบันไดไป กลั้นหัวเราะไปตลอดทาง ที่ได้เห็นมัลฟอยโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงและสับสนงุนงงอย่างเห็นได้ชัด

 

"ก็จริงนี่" แฮร์รี่พูดหัวเราะ "ถ้าเขาไม่ขโมยลูกแก้วเตือนความจำของเนวิลล์ไป ฉันกับแอนนาคงไม่ได้อยู่ในทีมหรอก.."

 

"อ๋อ เธอคงคิดล่ะสิว่านี่เป็นรางวัลที่แหกกฎของโรงเรียน" เสียงโกรธๆดังมาจากข้างหลัง เฮอร์ไมโอนี่เดินกระแทกเท้าขึ้นบันไดตามมา สีหน้าบอกได้ชัดว่าไม่เห็นด้วยกับห่อในมือของพวกเธอสองคน

 

"เฮอร์ไมโอนี่ --"

 

"ฉันคิดว่าเธอจะไม่พูดกับเราซะอีก" แฮร์รี่บอก

 

"ใช่ อย่าเพิ่งเลิกซะล่ะ ไม่พูดกับเราต่อจะดีมากเลย" รอนเสริม

 

"พวกนาย! ไม่เอาสิ --"

 

เฮอร์ไมโอนี่เดินกระแทกเท้า เชิดคางจากไป

 

เห้อ เด็กผู้ชายนี่มันเด็กผู้ชายจริงๆ

 

⚡️

 

"เราไม่เข้าใจเลย ว่าคุณจะตามพวกเรามาทำไม"

 

เมื่อเวลาหนึ่งทุ่มใกล้เข้ามา แฮร์รี่และเธอออกจากปราสาทลงไปที่สนามควิดดิชในแสงโพล้เพล้ แต่ก่อนที่กำลังจะได้ผ่านประตูก็ถูกขัดโดยรุ่นพี่ผมแดงที่เธอคุ้นตาเป็นอย่างดีซะก่อน

 

ใช่ คนคนนั้นก็คือ เฟร็ด วีสลีย์

 

เขาตามพวกเธอทั้งสองคนลงมาที่สนามควิดดิชด้วยหลังจากที่เขาถามว่าพวกเธอกำลังจะไปไหน พอเขารู้เหตุผลเขาก็ทำท่าตกใจ ก่อนจะยืนยันหัวชนฝาว่ายังไงก็จะตามเธอลงมาด้วย โดยให้เหตุผลว่า..

 

'เราเป็นผู้หญิง ไปอยู่กับพวกผู้ชายที่อยู่ในวัยฮอร์โมนกำลังพลุกพล่านดึกๆดื่นๆได้ยังไงกัน หื้อ? '

 

'จุ๊ จุ๊ ไม่ได้ ไม่ได้ พี่จะไปด้วย เผื่อเกิดอะไรขึ้นจะได้ป้องกันอย่างทันท่วงที!'

 

เหตุผลฟังไม่ขึ้นเลยสักกะนิดเดียว!

 

"ก็บอกแล้วไง ว่าเธอเป็นผู้หญิงมาอยู่กับผู้ชายสองสามคน เวลาดึกๆดื่นๆมันไม่ดี"

 

"แต่พี่ก็เป็นผู้ชายนะฮะ" แฮร์รี่เอ่ยพลางกลั้นหัวเราะ

 

เขาชะงัก

 

".. จริงด้วยแฮะ"

 

แฮร์รี่ที่กลั้นขำไม่ไหวแล้วก็ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเสียงดัง นั่นทำให้เฟร็ดหน้าขึ้นสีเล็กน้อย เธอส่ายหน้าด้วยความปลงๆ ก่อนทั้งสามคนจะเดินไปหาวู้ดที่กำลังรอพวกเธออยู่กลางสนามกับกล่องไม้ใบใหญ่วางอยู่ข้างๆตัวเขา

 

"นายมาทำไมเนี่ยฮะ" วู้ดขมวดคิ้วถามทันทีที่เขาเห็นเฟร็ด

 

"อะไรกัน ฉันก็อยากจะมาดูสกิลของเด็กใหม่ทั้งสองคนเหมือนกันนี่" เฟร็ดพูดด้วยน้ำเสียงสดใส

 

"พี่เขาแค่อยากตามแอนนามาเฉยๆครับ" แฮร์รี่บอกวู้ด

 

"ฉันเปล่า --"

 

"เอาล่ะๆ ฉันไม่ได้ว่าอะไร แต่แค่อย่าก่อกวนก็พอ วีสลีย์"

 

เฟร็ดพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น ก่อนวู้ดจะหันมาอธิบายเกี่ยวกับควิดดิชให้เธอและแฮร์รี่ฟัง

 

วู้ดเปิดกล่อง เธอเห็นว่าข้างในมีลูกบอลขนาดต่างๆ

 

"แต่ละข้างมีผู้เล่นเจ็ดคน สามคนเรียกว่าเชสเซอร์ หนึ่งในนั้นก็คือเธอ" วู้ดชี้มาที่เธอแล้วโยนลูกบอลสีแดงสด ที่เขาบอกว่ามันเรียกว่า 'ควัฟเฟิล'

 

"เธอมีหน้าที่โยนลูกควัฟเฟิลให้พวกเดียวกันเอง แล้วพยายามโยนเข้าห่วงเพื่อจะทำแต้ม จะได้สิบแต้มทุกครั้งที่โยนควัฟเฟิลเข้าห่วงใดห่วงหนึ่ง ตามทันไหม"

 

"เข้าห่วง สิบแต้ม.." แฮร์รี่ทวน

 

"คล้ายๆกับบาสเก็ตบอลน่ะ เพียงแค่ขี่ไม้กวาดแล้วก็มีหกห่วง" เธอบอกแฮร์รี่

 

"บาสเก็ตบอลคืออะไร" วู้ดและเฟร็ดถามอย่างสนใจ

 

"ไม่.. ไม่มีอะไร" เธอตอบตะกุกตะกัก ก็เฟร็ดที่อยู่ข้างๆเธอเล่นก้มหน้าลงมาถาม แต่เหมือนจะใกล้เกินไปหน่อย เธอเลยต้องดันหน้าที่เปื้อนยิ้มกวนประสาทจนน่าหมั่นไส้ของเขาออกไป

 

"เอาล่ะ แต่ละข้างก็จะมีผู้เล่นอีกคนหนึ่ง เรียกว่าคีปเปอร์ ฉันเป็นคีปเปอร์ของทีม ฉันต้องบินไปรอบๆห่วงของฝ่ายเรา แล้วสกัดฝ่ายตรงข้ามไม่ให้ทำแต้มได้"

 

"เชสเซอร์สามคน คีปเปอร์หนึ่งคน" แฮร์รี่และเธอท่อง

 

"แล้วนี่ใช้ทำอะไรล่ะ" เธอถาม

 

"นั่นน่ะ --"

 

"สองลูกนั้นน่ะ เรียกว่าลูกบลัดเจอร์" เฟร็ดเอ่ยแทรกเข้ามาอย่างตื่นเต้น ที่ในที่สุดก็ได้พูดหลังจากยืนเงียบคันปากอยู่นาน เขาหยิบไม้ตีเล็กๆ ลักษณะคล้ายไม้เบสบอลแล้วจับไว้อย่างมั่นคง

 

เฟร็ดพยักหน้า ส่งสัญญาณให้วู้ด ก่อนวู้ดจะปลดลูกบลัดเจอร์ที่พยายามอย่างยิ่งที่จะหนีออกมาจากออกจากสายคาดที่รัดมันไว้ข้างในกล่อง

 

ทันใดนั้นลูกบอลสีดำก็ลอยสูงขึ้นสู่อากาศ แล้วทิ้งตัวลงใส่หน้าของเธอทันที แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้หลบ เฟร็ดก็รีบเขยื้อนตัวของตัวเองมาบังเธอไว้แล้วใช้ไม้ตีเหวี่ยงมันไปให้พ้น ลูกบอลลอยซิกแซกไปไกลในอากาศ -- แล้วมันก็วิ่งปรู๊ดกลับลงมาแถวๆหัวของแฮร์รี่ และพุ่งใส่วู้ด ซึ่งสามารถพุ่งตัวคร่อมลูกบอลและกดมันไว้ให้ติดพื้นได้

 

"เห็นไหม" วู้ดพูดพลางหอบ เขาพยายามบังคับให้ลูกบอลที่ต่อสู้ไม่หยุดกลับเข้าไปอยู่ในกล่อง และจัดการรัดมันไว้ตามเดิมอย่างปลอดภัย

"ลูกบลัดเจอร์นี่จะเหาะเหมือนจรวดไปรอบๆ พยายามชนผู้เล่นให้ตกจากไม้กวาด เพราะเหตุนี้เราถึงต้องมีคนเล่นอีกสองคน บีตเตอร์" วู้ดพูดพร้อมชี้ไปที่เฟร็ด

 

แอนนาลิสแอบหันหน้าไปมองเฟร็ดเล็กน้อย ก่อนจะเห็นว่าเขาที่มองเธออยู่แล้วนั้นขยิบตาให้กับเธอ นั่นทำให้เธอหน้าแดงแปร๊ดที่ถูกจับได้ว่าแอบมองเลยรีบหันหน้ากลับมามองวู้ดทันที

 

"เชสเซอร์สามคนพยายามทำแต้มด้วยลูกควัฟเฟิล คีปเปอร์เป็นผู้รักษาประตู พวกบีตเตอร์คอยกันบลัดเจอร์ออกไปให้พ้นทีมตัวเอง" แฮร์รี่ท่องดังๆ

 

"เอ่อ.. บลัดเจอร์เคยทำให้ใครตายไหมคะ" เธอถามอย่างกังวล

 

"ที่ฮอกวอตส์นี่ไม่เคยหรอก เรามีแค่กรามหักนิดหน่อยเท่านั้นแต่ไม่มีอะไรร้ายแรงไปกว่านั้นหรอก" วู้ดอธิบาย

 

เฟร็ดที่เห็นว่าหน้าของเธอยังเป็นกังวลอยู่ก็เดินเขาโอบไหล่เธอทันที

 

"ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ในขณะที่ฉันยังอยู่ในสนาม -- ฉันจะไม่ปล่อยให้บลัดเจอร์ได้เข้าใกล้เธอเลย" เฟร็ดบอก

 

"แหม ผมล่ะรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาเลยล่ะครับ" แฮร์รี่พูดแทรกขึ้นมา

 

"เอาล่ะๆ มาถึงผู้เล่นคนสุดท้ายของทีม คือซีกเกอร์ ซึ่งก็คือนายแฮร์รี่ นายไม่ต้องกังวลกับควัฟเฟิลหรือบลัดเจอร์"

 

" -- เว้นแต่มันจะทำผมหัวแบะ หลังจากรู้ว่าบีตเตอร์คงมัวแต่ปกป้องคนอื่นอยู่ จนไม่มีเวลาปกป้องผมน่ะ" แฮร์รี่พูดส่งสายตาไปทางเฟร็ดเล็กน้อย

 

"ไม่ต้องห่วงน่า ยังมีจอร์จที่พอจะปกป้องนายได้อยู่นะ พวกแฝดก็เก่งพอๆกับบลัดเจอร์ล่ะ -- ฉันว่าพวกเขาก็คือบลัดเจอร์ที่เป็นคนดีๆนี่แหละ"

 

เธอพยักหน้าให้อย่างเห็นด้วย

 

"เฮ้! --"

 

วู้ดไม่สนใจเฟร็ดที่ยืนส่งเสียงโวยวายอยู่ข้างเธอก่อนจะเอื้อมมือลงไปในกล่องและหยิบลูกบอลลูกที่สี่ซึ่งเป็นลุกสุดท้ายออกมาเปรียบเทียบกับควัฟเฟิลและบลัดเจอร์ เพื่ออธิบายให้กับแฮร์รี่ฟัง เธอที่พยายามจะฟังด้วยแต่เหมือนคนข้างๆของเธอไม่มีวี่แววที่จะหยุดโวยวายเลยซักกะนิด

 

"เลิกโวยวายได้แล้วน่า ฟังพี่วู้ดไม่รู้เรื่องแล้ว" เธอหันมาดุคนข้างๆ

 

อายุก็เยอะกว่าแต่ทำตัวเป็นเด็กไปได้

 

"ลิสง่ะ วู้ดมันว่าเค้าน้า" เฟร็ดหันมายู่ปาก ฟ้องเธอด้วยเสียงดัดเล็กๆที่เขาคงคิดว่ามันน่ารักสินะ

 

"สมน้ำหน้า"

 

"ลิสสสส ~"

 

⚡️

 

บางทีคงเป็นเพราะบัดนี้เธอและแฮร์รี่วุ่นอยู่กับการซ้อมควิดดิชในตอนเย็นสัปดาห์ละสามวันนอกเหนือจากการบ้านต่างๆ เธอจึงแทบไม่เชื่อเลยว่าเธอมาอยู่ที่ฮอกวอตส์สองเดือนแล้ว เธอได้อ่านจดหมายที่เธอได้รับในวันที่เธอได้ไม้กวาดแล้ว ซึ่งเจ้าของจดหมายก็เป็นคนที่เธอรอคอยมาตลอด

 

เพราะมันคือจดหมายของ โทนี่! ปะป๊าของเธอนั่นเอง

 

ข้อความในจดหมายก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เป็นข้อความธรรมดา ถามถึงการเรียนการสอน ความเป็นอยู่ แล้วก็เรื่องเพื่อนๆของเธอรวมถึงแฮร์รี่ด้วย แต่ลายมือของเขาดูเหมือนจะรีบเขียนมากๆ เพราะตัวอักษรนั้นตวัดจนแทบจะอ่านไม่ออก แถบเนื้อหาในข้อความก็สั้นมาก ประมาณสามบรรทัดกว่าๆเท่านั้น

 

เธอยอมรับเลยว่าเธอค่อนข้างที่จะน้อยใจ

 

แต่เธอก็ยังมีแฮร์รี่ รอนและเฮอร์ไมโอนี่ บางทีก็มีฝาแฝดวีสลีย์ ที่คอยทำให้เธอเลิกคิดถึงโทนี่ได้บ้างและนั่นก็ทำให้เธอลืมเรื่องจดหมายไปได้อย่างรวดเร็ว

 

เช้าวันฮาโลวีนในคาบเรียนวิชาคาถา ของศาสตราจารย์ฟลิตวิก ที่เขาคิดว่านักเรียนคงจะพร้อมแล้วที่จะเสกของให้บินได้ นี่เป็นสิ่งที่พวกเด็กๆทุกคนต่างเฝ้านับวันรอคอยตั้งแต่พวกเขาเห็นศาสตราจารย์เสกคากคกของเนวิลล์บินฉวัดเฉวียนเหมือนจรวดไปรอบๆห้อง ศาสตราจารย์ให้นักเรียนจับคู่กันเพื่อฝึกบทเรียนนี้ คู่ฝึกของเธอก็คือเนวิลล์ซึ่งเธอก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่รอนต้องคู่กับเฮอร์ไมโอนี่ ซึ่งเธอก็บอกไม่ได้ว่ารอนหรือเฮอร์ไมโอนี่กันแน่ที่รู้สึกโมโหมากกว่ากัน

 

"เอาล่ะ อย่าลืมขยับข้อมือให้ดีอย่างที่เราฝึกกันมาตลอดล่ะ" ศาสตราจารย์ฟลิตวิกบอกเสียงแหลม "โบกและสะบัดนิดๆ จำไว้ โบกนิดสะบัดหน่อย และว่าคาถาให้ถูกต้อง นี่สำคัญมากนะ"

 

เธอที่นั่งนิ่งเพราะว่าเธอเคยเสกแล้วตอนคืนแรกที่เธอมาถึง เธอเลยเลือกที่จะนั่งมองเนวิลล์อย่างห่วงๆแทน

 

"วิงการ์เดียม เลวิโอวซ่า.. วิงการ์เดียม เลวิโอวซ่า.." เนวิลล์สะบัดไม้กายสิทธิ์พลางงึมงำคาถาใสขนนก ซึ่งไม่มีวี่แววจะขยับเลยนั่นทำให้เขาเริ่มที่จะกังวลและเบะปากพร้อมจะร้องไห้ออกมา

 

"ลองออกเสียงยังงี้ดูนะเนวิลล์ ลอง วิงการ์เดียม เลวีโอซ่า และลองทำมืออย่างงี้ดูนะ.." เธอบอกเนวิลล์น้ำเสียงอ่อนโยน และลองทำข้อมือให้เขาดู เนวิลล์พยักหน้าและยิ้มบางๆให้เธออย่างขอบคุณก่อนจะทำตามคำแนะนำของเธอ แต่ยังไม่ทันที่เนวิลล์จะเอ่ยคาถาเสร็จเสียงของศาสตราจารย์ฟลิตวิกก็แทรกขึ้นมา

 

"นั่นดีมาก" ศาสตราจารย์ฟลิตวิกเอ่ยขึ้น ชี้ไปทางขนนกสองอันที่ลอยขึ้นเหนือโตีะ ก่อนจะเห็นว่าเป็นฝีมือของเฮอร์ไมโอนี่ ในฐานะเพื่อนทีดีเธอหันไปยกนิ้วให้เฮอร์ไมโอนี่อย่างชื่นชมนั่นทำให้เกิดสีแดงระเรื่อขึ้นบนแก้มของเฮอร์ไมโอนี่

 

"ทุกคนดูนี่สิ คุณเกรนเจอร์ทำได้!"

 

หลังจากจบคาบเธอก็รีบวิ่งมาเดินข้างเฮอร์ไมโอนี่ ก่อนรอบนี้จะเอ่ยชื่นชมเธอเป็นคำพูดออกมา

 

"เก่งมากเลย 'ไมโอนี่"

 

"แหม เธอทำได้ก่อนฉันซะอีก ฉันเห็นนะในคืนวันแรกน่ะ" เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มเขิน

 

พวกเธอสองคนเดินคุยหัวเราะคิกคัก เดินคุยกันเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆ

 

"ไม่แปลกหรอกที่ไม่มีใครทนยัยนั่นได้สักคน"

 

เธอได้ยินรอนเอ่ยกับแฮร์รี่ เฮอร์ไมโอนี่และเธอชะงักเล็กน้อย

 

"ยัยนั่นน่ะเหมือนฝันร้ายแท้ๆเลย เชื่อว่าแอนนาคงสงสารที่เห็นว่าไม่มีเพื่อนเฉยๆหรอก -- เลยเข้าไปคุยด้วยน่ะ"

 

"เฮอร์ —"

 

ยังไม่ทันที่เธอจะได้หันไปรั้ง เฮอร์ไมโอนี่ก็รีบก้มหน้ากลั้นน้ำตา และรีบวิ่งออกไปทันที

 

"ฉันว่าเธอได้ยินนายล่ะ" แฮร์รี่บอกรอน

 

"แล้วงะ --"

 

พลั้ว!

 

เธอยกหนังสือวิชาเรียนคาถาขึ้นฟาดหัวรอนดังสนั่น จนแฮร์รี่ถึงกับสะดุ้งตามมาด้วยเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดเพราะเธอก็ฟาดเข้าที่หัวของเขาเหมือนกัน

 

"พวกนายมันงี่เง่า! ฉันไม่เข้าใจเลย ว่าทำไมฉันถึงเป็นเพื่อนกับคนงี่เง่า ใจแคบเหมือนพวกนายสองคน!"

 

เธอตวาดใส่เด็กผู้ชายทั้งสองคนที่ยืนอึ้งปนหวาดกลัว ก่อนจะวิ่งตามเฮอร์ไมโอนี่ไป

 

แอนนาลิสวิ่งตามเฮอร์ไมโอนี่จนมาถึงห้องน้ำหญิง และได้ยินเสียงของคนที่เธอตามหาอยู่ในห้องส้วมห้องนึง กำลังสะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร

 

เธอเคาะประตูห้องที่เฮอร์ไมโอนี่อยู่สองสามที

 

"เฮอร์ไมโอนี่.."

 

"ไป.. ฮึก ไปให้พ้น!"

 

เฮอร์ไมโอนี่ตะโกนพูดเสียงสะอื้น

 

"จะไปได้ยังไง เพื่อนฉันกำลังเสียใจอยู่นะ"

 

"ถ้าเป็น.. ฮึก เพราะสงสาร.. ฮึก ก็พอเถอะ"

 

"ฉันเป็นเพื่อนกับเธอ เพราะฉันอยากเป็นไมโอนี่ เธอน่ะเจ๋งจะตาย"

 

เธอพูดความจริง

 

"เธอไม่คิดว่า.. ฉันเป็นพวกงี่เง่า เป็นพวกไม่น่าคบหรอ"

 

เฮอร์ไมโอนี่ถามขึ้น นั่นทำให้เธอยิ้ม

 

"คนที่งี่เง่าน่ะ น่าจะเป็นเจ้าสองคนนั้นมากกว่า" เธอพูดถึงรอนและแฮร์รี่ ทำให้เฮอร์ไมโอนี่ส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาเล็กน้อย

"ถ้ายังไม่อยากออกมา ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันนั่งอยู่เป็นเพื่อนตรงนี้แหละ"

 

"แต่มื้อเย็น —"

 

"ฉันไม่หิวหรอก — นั่นเสียงอะไรน่ะ!"

 

เธอหันไปมองต้นเสียงที่เธอได้ยินตรงประตูห้องน้ำ ก่อนจะเจอกับร่างของโทรลล์* มันสูงสามเมตรครึ่ง ผิวหนังสีเทาด้านคล้ายหินแกรนิต ลำตัวของมันใหญ่โตเหมือนหินก้อนมหึมา และมีหัวเล็กๆ ล้านๆคล้ายกับลูกมะพร้าว ขาของมันสั้นหนาเหมือนลำตันของต้นไม้ และเท้าแบนแหลมเหมือนเขาสัตว์ และมันยังถือตะบองไม้อันใหญ่ไว้ด้วยแขนยาวๆของมันอีกด้วย

 

พ่อแก้ว แม่แก้ว ช่วยหนูด้วย แง๊

 

เฮอร์ไมโอนี่ที่เห็นว่าเธอเงียบไปก็ออกมาดู ก่อนจะหันไปเห็นสิ่งเดียวกันกับเธอและช็อกไปตามๆกัน

 

กรี๊ด!!

 

เสียงกรี๊ดของเธอและเฮอร์ไมโอนี่ประสานก้องลั่นห้องน้ำ พวกเธอทั้งสองคนวิ่งหลบตะบองของมันอย่างตื่นกลัว ก่อนจะมีเสียงเปิดประตูและตามมาด้วยเสียงเท้าสองคู่

 

แฮร์รี่กับรอน

 

เฮอร์ไมโอนี่ยืนห่อตัวอยู่ที่กำแพงฝั่งตรงข้าม ดูเหมือนว่ากำลังจะเป็นลม เธอที่ยืนอยู่หน้าเฮอร์ไมโอนี่กางมือเชิงปกป้องแต่จริงๆแล้วเธอก็ตกใจทำอะไรไม่ถูกเหมือนกันเมื่อโทรลล์เริ่มย่างสามขุมเข้าไปใกล้เธอ มันชนอ่างล้างมือจนหักหล่นจากกำแพงไปตลอดทาง

 

เธอพยายามจะใช้พลังของเธอ แต่มือของเธอนั้นทั้งแข็งและสั่นด้วยความกลัว มันจึงไม่เป็นผล

 

โถ่ มาใช้อะไรไม่ได้ตอนนี้เล่า

 

"หลอกล่อมันหน่อย!" แฮร์รี่บอกรอนอย่างเข้าตาจน และคว้าก๊อกน้ำขว้างไปที่กำแพงสุดแรง

 

"เฮ้ย ไอ้สมองถั่ว!" รอนร้องแล้วขว้างท่อโลหะไปที่โทรลล์

 

"มาเร็ว วิ่ง วิ่ง!" แฮร์รี่ที่เห็นว่าโทรลล์หันไปสนใจรอนแทนพวกเธอ จึงรีบหันบอกให้เธอสองคนรีบวิ่ง

 

แต่ทั้งเธอและเฮอร์ไมโอนี่กลับยืนแข็งทื่อ ไม่กระดุกกระดิกติดอยู่กับผนัง

 

แง หนูวิ่งไม่ออก

 

เสียงร้องตะโกนไปมายิ่งทำให้โทรลล์คลุ้มคลั่ง มันคำรามอีกหนและตรงไปที่รอนซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด และไม่มีทางหนี

 

ไม่ได้การแล้วโว้ยย

 

ในที่สุดเธอก็วิ่งออกมาจากผนัง เฮอร์ไมโอนี่พยายามจะรั้งเธอไว้ แต่ก็ไม่เป็นผล เธอลงมือทำในสิ่งที่ทั้งหล้าหาญและก็โง่มากด้วย เธอวิ่งไปหาโทรลล์อย่างเร็วจี๋แล้วถีบตัวกระโดดรัดรอบคอโทรลล์จากด้านหลังไว้แน่น โทรลล์แทบไม่รู้สึกว่าเธออยู่ข้างหลัง แต่พอเธอใช้มือทั้งสองข้างจับหัวของโทรลล์และใช้พลังของเธอพยายามจะทำให้มันวอกแวก มือของเธอถูกกลบไปด้วยออร่าสีแดง และเธอก็รู้ว่าตาของเเธอเปลี่ยนสีเป็นสีเดียวกับพลังของเธอเช่นกัน

 

โทรลล์ร้องเสียงโหยหวน มันหมุนตัวกลับและฟาดไม้ตะบองไปรอบๆ มีเธอเกาะอยู่ข้างหลังแน่นเพื่อรักษาชีวิตอันมีค่าของเธอและเพื่อนๆของเธอไว้ แต่โทรลล์ก็สะบัดเธอกระเด็นออกไปได้

 

เฮอร์ไมโอนี่ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นด้วยความกลัว รอนที่ไม่รู้จะตกใจกับอะไรก่อนดีระหว่างโทรลล์กับเรื่องของเธอ แต่เขาก็ยังมีสติพอที่จะดึงไม้กายสิทธิ์ของตัวเองออกมา

 

"วิงการ์เดียม เลวีโอซ่า!"

 

ไม้ตะบองที่อีกไม่กี่นาทีมันจะถูกฟาดใส่เธอในไม่ช้า ก็หลุดออกจากมือโทรลล์ลอยขึ้นไปกลางอากาศทันที มันลอยสูงขึ้น สูงขึ้นและกลับหัวลงช้าๆ -- แล้วหล่นพลั่กลงมาบนหัวเจ้าของอย่างโทรลล์ดังโพละ โทรลล์เซแซ่ดๆแล้วล้มคว่ำดังโครมใหญ่ ทำให้ห้องทั้งห้องสั่นสะเทือน

 

เธอลลุกขึ้นยืน เธอตัวสั่นและหายใจแทบไม่ทัน รอนยืนอยู่ที่เดิมชูไม้กายสิทธิ์ค้างอยู่ สายตาจ้องดูสิ่งที่เขาทำลงไป

 

"เป็นไงบ้าน แอนนา" แฮร์รี่รีบวิ่งเข้ามาถามอาการเธอทันที

 

"มัน -- ตายหรือเปล่า"

 

"คิดว่ายัง น่าจะแค่สลบน่ะ" แฮร์รี่ตอบ

 

"เฮอร์ไมโอนี่!"

 

เธอหันไปมองเพื่อนสาวของเธอที่นั่งอยู่ตรงมุมห้องและยังคงสั่นกลัวอยู่เล็กน้อย ก่อนจะรีบวิ่งไปดูอาการของเธอ

 

"ไม่ -- ไม่เป็นไร ขอบใจนะ"

 

เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังขึ้นในทันที ทำให้ทั้งสี่คนเงยหน้าขึ้นมองพวกเธอไม่รู้เลยว่าเสียงดังครึกโครมที่ก่อนขึ้นดังสนั่นหวั่นไหวเพียงใด แต่แน่นอน คนที่อยู่ข้างล่างต้องได้ยินเสียงโครมครามและเสียงคำรามของโทรลล์ นาทีต่อมา ศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็พุ่งเข้ามาในห้อง ตามมาติดๆด้วยสเนป มีควีเรลล์ห้อยรั้งท้าย เขามองโทรลล์แว่บเดียวก็ส่งเสียงร้องหงิงๆเหมือนจะเป็นลม และทรุดตัวลงนั่งอย่างรวดเร็วบนโถส้วม ยกมือกุมหน้าอก

 

สเนปก้มลงดูโทรลล์ ศาสตราจารย์มองพวกเธอทั้งสี่คน เธอไม่เคยเห็นเธอดูโมโหเท่านี้มาก่อน ริมฝีปากของเธอขาวซีด

 

ซวยซ้ำ ซวยซ้อน จริงๆเลยว้อย

 

"พวกเธอคิดยังไงกัน" ศาสตราจารย์ถามเสียงเยียบเย็น เธอมองรอนที่ยังยืนชูไม้กายสิทธิ์ค้างอยู่ "พวกเธอโชคดีมากนะที่ไม่ถูกฆ่าตาย ทำไมพวกเธอไม่อยู่ในหอนอน"

 

แล้วเสียงเล็กๆ ก็ดังมาจากเงามืด

 

"ศาสตราจารย์มักกอนนากัลคะ — พวกเขามาตามหาหนูค่ะ"

 

"คุณเกรนเจอร์"

 

เฮอร์ไมโอนี่สามารถยืนขึ้นได้ในที่สุด

 

"หนูออกมาตามหาโทรละค่ะ เพราะหนู — เอ่อ — คิดว่าจะจัดการมันได้ แต่หนูคิดผิด ถ้าพวกเขาไม่มาตามหาหนู หนูคงตายไปแล้วล่ะค่ะ"

 

โถ่ เฮอร์ไมโอนี่คนดีของหนู /หอมหัว

 

"เอ่อ — ถ้าอย่างนั้น —" ศาสตราจารย์มักกอนนากัลพูด สายตาจ้องมองดูเด็กทั้งสี่คน "เธอรู้ใช่มั้ย นั่นเป็นความคิดที่โง่มากเลยนะคุณเกรนเจอร์ เธอคิดยังไงของเธอว่าจะจัดการโทรลล์ภูเขาได้ด้วยตัวเอง"

 

"บ้านกริฟฟินดอร์จะถูกหักห้าคะแนนเพราะเธอ คุณเกรนเจอร์" ศาสตราจารย์มักกอนนากัลตัดสิน "ฉันผิดหวังในตัวเธอมากนะ ถ้าเธอไม่บาดเจ็บอะไรล่ะก็ เธอกลับไปหอกริฟฟินดอร์ได้แล้ว เด็กนักเรียนคนอื่นๆ กำลังกินอาหารอยู่ที่บ้าน"

 

เฮอร์ไมโอนี่เดินออกไป

 

ศาสตราจารย์มักกอนนากัลหันมาทางเด็กที่เหลือทั้งสามคน

 

ก้มหน้า อย่าสบตา อย่าสบตา

 

"เอาล่ะ ฉันขอบอกว่าพวกเธอโชคดีมาก มีพวกปีหนึ่งไม่กี่คนหรอกนะที่จะจัดการภูเขาที่โตเต็มที่แบบนี้ได้ เธอทั้งสามคนทำคะแนนให้กริฟฟินดอร์ได้คนละห้าแต้ม —"

 

คดีพลิก!

 

"— ฉันจะรายงานเรื่องนี้ให้ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์รับทราบ เธอสามคนไปได้แล้ว"

 

พวกเธอทั้งสามคนรีบเดินกลับห้องด้วยความอ่อนเพลีย แฮร์รี่กับรอนคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

"เธอทำแบบนั้นได้ไงน่ะ" รอนตัดสินใจถาม

 

"ทะ.. ทำอะไรหรอ" เธอถามแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจแล้วแอบส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากแฮร์รี่ ที่มองไปรอบๆไม่แม้แต่จะสบตาเธอ

 

เจ้าคนทรยศ!

 

"ก็ — " เขายกมือขึ้นมาพลางกวาดมือไปทั่ว "เธอมีไอ้นั่น —"

 

"ทะลึ่งน่ารอน ฉันเป็นผู้หญิงนะจะมีไอ้นั่นได้ไง" เธอรีบพยายามเปลี่ยนเรื่อง

 

"มะ..ไม่ใช่นะ! หมายถึงไอ้แดงๆที่มือเธอต่างหาก เธอทำออกมายังไงน่ะ ฉันไม่เคยเห็นหรือได้ยินมาก่อนเลย แถมตาเธอก็เปลี่ยนสีอีก"

 

"นายอาจจะช็อก แล้วเห็นภาพหลอนก็ได้ รอน"

 

ในที่สุดพวกเธอไปถึงรูปภาพของสุภาพสตรีอ้วน ทำให้รอนหยุดถาม

 

”จมูกหมู" เธอบอกสุภาพสตรีอ้วน แล้วทั้งสามก็ปีนเข้าประตูไป

 

ห้องนั่งเล่นรวมแน่นเอี๊ยดและจ้อกแจ้กจอแจ ทักคนกำลังกินอาหารที่ส่งขึ้นมา เธอหันไปเห็นเฮอร์ไมโอนี่ยืนอยู่ตามลำพังที่ประตู เธอไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปสวมกอดเพื่อนสาวของเธอทันที ก่อนจะผละออกในไม่กี่นาทีต่อมา แฮร์รี่ รอนและเฮอร์ไมโอนี่มองหน้ากันในความเงียบขณะนึง ก่อนทั้งสามคนจะพูดออกมาพร้อมกันว่า

 

"ขอบใจ/ขอบใจ/ขอบใจนะ" แฮร์รี่/รอน/เฮอร์ไมโอนี่

 

หลังจากนาทีนั้นเองที่เฮอร์ไมโอนี่ ก็ได้มาเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับพวกเธอ เรื่องบางเรื่องเมื่อเราทำร่วมกันแล้วก็จะลงเอยด้วยการถูกชะตากันไป การจัดการโทรลล์ภูเขาสามเมตรครึ่งก็เป็นเรื่องหนึ่ง

 

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ซาบซึ้งกับมิตรภาพที่สวยงามของเธอ

 

ก็มีเสียงที่เธอคุ้นเคยเสียเหลือเกิน ตะโกนขึ้นมาซะก่อน

 

"ยัยลิสสส ~ ไปไหนมาาา!"

 

"โอ้ย พี่เฟร็ด! หนวกหู!!"

 

"ง่าา"

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น

  1. #45 Giharu (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 11:49

    อ่า... อยากเห็นแบทแมนจัง เดเมี่ยนๆ จะอายุเท่าไรน้า

    #45
    0
  2. #42 04140606 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 19:54
    รักเฟร็- ไม่ได้ๆ นี่คนของหนูแอนนา
    #42
    0
  3. #41 KNSS (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 17:36
    น่าร๊ากกกกก
    #41
    0
  4. #40 รัตนกรัณฑ์ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 15:36
    เฟร็ดน่ารักกกก
    #40
    0