[HARRY POTTER/AVENGERS] LITTLE ONE

ตอนที่ 15 : PART13: SORTING HAT

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 783
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    24 พ.ค. 63

⚡️

PART13: SORTING HAT

.

.

 

เมื่อรถไฟเลี้ยวโค้ง เธอมองเห็นบ้านต่างๆ เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว

 

ประตูห้องเลื่อนเปิดออก แล้วเด็กชายผมแดงคนเล็กสุดก็ก้าวเข้ามา

 

"มีใครนั่งตรงนี้หรือเปล่า" เขาถามชี้ไปที่นั่งตรงข้ามแฮร์รี่ กับเธอ "ที่อื่นเต็มหมดแล้ว"

 

เธอสั่นหัว แล้วเด็กคนนั้นก็นั่งลง เขาชำเลืองดูแฮร์รี่กับเธอ แล้วก็รีบมองออกไปนอกหน้าต่าง แกล้งทำเป็นว่าไม่ได้มองดูพวกเธอ เธอเห็นเขายังมีรอยดำๆติดอยู่ที่จมูก

 

"เฮ้ รอน"

 

เด็กแฝดกลับมา เฟร็ดแอบมองเธอเล็กน้อยก่อนจะหันหน้ากลับมามองน้องชายตัวเองอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้เลยว่าการกระทำของเขา แฮร์รี่เห็นมันทุกอย่าง

 

"นี่ เราจะไปดูตู้กลางๆขบวน — ลี จอร์ดันมีแมงมุมทารันทูร่ายักษ์ล่ะ"

 

"เหรอ" รอนพึมพำ

 

"แฮร์รี่ กับ.. " เด็กแฝดคนหนึ่งเอ่ยกับแฮร์รี่ ก่อนจะหันมาหาเธอ

 

"แอนนาลิส" เธอตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ

 

"ยินดีที่ได้รู้จัก แต่เชื่อว่าเฟร็ดคงจะยินดีกว่า.. โอ้ย! —" เขายังไม่ทันพูดจบก็โดนฝาแฝดอีกคนกระแทกศอกเข้าให้ "มันเจ็บนะเฟร็ดดี้! — ถึงไหนแล้วนะ.. อ้า! เราแนะนำตัวเองหรือยัง เราคือเฟรดกับจอร์จ วีสลีย์ แล้วนี้รอนน้องชายของเรา ไว้เจอกันนะเด็กๆ"

 

"ฮะ/ค่ะ" แฮร์รี่ รอนและเธอบอก เด็กแฝดเลื่อนปิดประตูตามหลังพวกเขา แฝดคนเดินแอบมองเธออีกรอบแต่รอบนี่เธอหันไปเห็นพอดี เลยยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร แฝดคนนั้นหน้าขึ้นสีเลยน้อยก่อนจะวิ่งตามแฝดอีกคนของตัวเองไป

 

"นายคือแฮร์รี่ พอตเตอร์จริงๆหรอ" รอนหลุดปากถามออกมา

 

แฮร์รี่พยักหน้า

 

เอาล่ะ ปล่อยให้แฮร์รี่โดนรอนแฟนบอยใส่ต่อละกัน จุดๆนี้เธอขอนอนก่อนเถอะ คร่อก~

 

⚡️

 

“..นาลิส แอนนาลิส แอนนา!"

 

"หือ ห้ะ.. ถึงแล้วหรอ" เธอที่ถูกสะกิดโดยแฮร์รี่ ก็เงยหน้าขึ้นมาจากไหล่ของเขา ก่อนจะขยี้ตาพลางถามเขาด้วยเสียงงัวเงีย

 

"ยังหรอก แต่เธออยากได้อะไรจากรถเข็นมั้ย" แฮร์รี่ถาม ชี้ไปที่รถเข็นที่มีขนมหลากหลายชนิด ทำเอาเธอตาลุกวาวด้วยความตะกละ

 

"ขนม!"

 

เธอร้องเสียงดังก่อนจะลุกขึ้นไปเลือก โดยมีแฮร์รี่เดินตามหลังมา

 

"หูย.. อยากลองทุกอย่างเลย แฮะ เอาอะไรดีล่ะแฮร์ —" เธอที่กำลังหันไปถามแฮร์รี่ ชะงักเล็กน้อยที่ไม่เห็นรอนมาเลือกขนม "อ้าว รอน นายไม่เอาอะไรหรอ"

 

"ไม่เป็นไร ฉันมีแล้วน่ะ" หูของรอนเป็นสีชมพูก่อนจะตอบเธอเสียงอู้อี้

 

เธอยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่เธอกับแฮร์รี่จะแบ่งกันซื้อโดยพวกเขาเลือกซื้อทุกอย่างที่มีบนรถเข็นมากันคนละครึ่งและเธอก็ซื้อให้มากพอที่จะแบ่งให้พวกเธอทั้งสามคนได้กิน พวกเธอจ่ายเงินหญิงคนขายไปถึงคนละเจ็ดเหรียญเงิกซิกเกิ้ลกับห้าเหรียญบรอนซ์นัต

 

รอนมองตาค้างเมื่อเห็นพวกเธอสองคนหอบของที่ซื้อทั้งหมดกลับเข้ามาในห้องและโยนลงเบาะที่นั่งที่ว่างอยู่

 

"หิวมากเลยหรอแฮร์รี่ แอนนา — เอ่อ ฉันเรียกแอนนาได้ใช่มั้ย" หูของเขาเป็นสีชมพูอีกครั้ง รอนถามเธออย่างไม่มั่นใจ

 

"ได้สิ! อ่า ฉันมัวแต่หลับเลยไม่ได้แนะนำตัว ฉันแอนนาลิส แอนนาลิส สตา.. เอ่อ หมายถึง วันเดอร์แลนด์น่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะรอน!" เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงสดใสหลังจากได้นอนอย่างเพียงพอบวกกับน้ำตาลจากขนมที่เธอซื้อมา

 

รอนยิ้มให้เธอก่อนจะดึงห่อใหญ่ๆออกมาแกะ มีอซนด์วิชอยู่สี่คู่ เขาดึงอันหนึ่งออกมาบิ แล้วบ่นว่า "แม่ลืมเรื่อยเลยว่าฉันไม่ชอบไส้เนื้อบด"

 

"นี่ กินด้วยกันสิ หรือแลกกับพายนี้ก็ได้!" เธอยกพายชิ้นหนึ่งส่งให้ "เอาเลย"

 

"เธอไม่อยากกินแซนด์วิชนี้หรอกน่า แห้งจะตาย" รอนบอก "แม่ไม่ค่อยมีเวลาหรอก" เขาเสริมอย่างรวดเร็ว "นายก็เห็น มีเราตั้งห้าคน"

 

"เอาเถอะน่า กินพายเถอะ" แฮร์รี่บอก เขาไม่เคยมีอะไรแบ่งปัน ให้คนอื่นมาก่อนที่นอกจากแอนนาลิส เป็นความรู้สึกดีจริงๆที่นั่งอยู่กับรอนและแอนนาลิส กินพาย กินเค้ก และขนมต่างๆที่แฮร์รี่กับเธอซื้อมา

 

ส่วนแซนด์วิชก็ถูกลืมไปเลย

 

"นี่อะไรน่ะ" แฮร์รี่ถามรอน และชูกบช็อคโกแลต "มันไม่ใช่กบจริงๆใช่มั้ย" พวกเธอเริ่มรู้สึกว่าไม่มีอะไรทำให้เขาประหลาดใจได้อีกแล้ว

 

"ไม่ใช่" รอนตอบ "แต่ดูซิมีการ์ดอะไร ฉันกำลังหารูปอะกริปป้าอยู่พอดี"

 

"อะกริป.. อะไรนะ" เธอถาม

 

"อ้อ ลืมไปว่าเธอสองคนไม่รู้จัก — กบช็อคโกแลตน่ะจะมีการ์ดอยู่ใน ไว้ให้สะสมไงล่ะ — เป็นรูปพ่อมดแม่มดที่มีชื่อเสียง ฉันเก็บได้ห้าร้อยใบแล้วแต่ยังขาดรูปอะกริปป้ากับปโทเลมี"

 

แฮร์รี่แกะกระดาษห่อกบช็อกโกแลต และหยิบการ์ดออกมา ก่อนจะเอามาโชว์ให้เธอและรอนดู

 

"คนนี้เองหรอ ดัมเบิลดอร์” แฮร์รี่เอ่ย

 

”อย่าบอกนะว่สเธอสองคนไม่เคยได้ยินเรื่องดัมเบิ้ลดอร์มาก่อน!" รอนร้อง "ขอกบตัวหนึ่งได้มั้ย ฉันอาจได้รูปอะกริปป้าก็ได้ —" เธอยื่นกบช็อคโกแลตให้กับรอน "— ขอบใจนะ"

 

"นายรู้ไหม ในโลกของมักเกิ้ลน่ะ คนในรูปถ่ายเขาจะอยู่นิ่งๆนะ" แฮร์รี่บอกรอน เธอพยักหน้าก่อนจะควักรูปเธอกับแฮร์รี่ที่โทนี่เป็นคนถ่ายให้ในวันเกิดของเธอ ให้รอนดู

 

"ไม่ขยับจริงๆหรอ พิกลแฮะ" รอนมองรูปภาพของเธอก่อนจทำเสียงประหลาดใจ

 

เธอเปิดถุงใส่เยลลี่เม็ดทุกรสของเบอร์ตี้บอตต์

 

"เธอต้องระวังหน่อยนะเยลลี่เม็ดนั่นนะ" รอนเตือนเธอ "ที่โฆษณาว่ามีทุกรส ก็หมายความว่ามีทุกรสจริงๆ — รู้ไหม — เธอจะได้รสธรรมดาๆ ทุกรสอย่างช็อคโกแลต เปปเปอร์มินต์และแยมผิวส้ม แต่เธอก็จะได้รสผักขม ตับและเครื่องในด้วย จอร์จบอกว่าเขาเคยได้รสขี้มูกแห้งหนหนึ่งด้วย”

 

รอนหยิบเยลลี่เม็ดสีเขียวขึ้นมามองดูอย่างระมัดระวังและกัดที่มุมหนึ่ง

 

"เฮ้ย — ลูกกะหล่ำ"

 

พวกเขากินเยลลี่เม็ดทุกรสอย่างสนุกสนาน แฮร์รี่ได้กินรส ขนมปังปิ้ง มะพร้าว ถั่วอบ และปลาซาดีน ส่วนเธอได้กินสตรอเบอรี่ กาแฟ แกงกะหรี่ และต้นหญ้า แล้วยังกล้าหาญพอที่จะเล็มๆ เยลลี่เม็ดสีเทาๆ ที่รอนไม่กล้าแตะ ปรากฏว่าเป็นรสพริกไท

 

ตอนนี้ทิวทัศน์ชนบทที่เคลื่อนผ่านหน้าต่างไปอย่างรวดเร็วเริ่มเปลี่ยนเป็นป่าเขามากขึ้น ทุ่งนาที่ราบเรียบเป็นระเบียบหายไปแล้ว ขณะนี้มีแต่ป่าแม่น้ำที่คดเคี้ยว และเนินเขาเขียวครึ้ม

 

มีเสียงเคาะประตูห้อง แล้วเด็กชายหน้ากลมที่แฮร์รี่และเธอเดินผ่านที่ชานชาลาเก้าเศษสามส่วนสี่ก็ก้าวขาเข้ามา มองดูเหมือนเขากำลังจะร้องไห้

 

"ขอโทษนะ" เขาบอก "พวกนายเห็นคางคกของฉันมั้ย"

 

เมื่อทั้งสามส่ายหน้า เด็กคนนั้นก็เบะปากร้องไห้เสียงดัง "ฉันทำมันหาย มันชอบหนีฉันไปเรื่อยเลย"

 

"นาย เนวิลล์ใช่มั้ย" เธอถาม เขามองเธออย่างตกใจที่เธอรู้ชื่อเขา แต่ก็ยังเบะปากอยู่ เขาพยักหน้าให้กับเธอ "ไม่ต้องห่วงนะ ฉันเชื่อว่าเดี๋ยวมันก็กลับมา" เธอส่งยิ้มให้เขาอย่างปลอบใจ

 

"อื้อ! ถ้าพวกนายเห็นมันละก็.." เด็กชายคนนั้นพูดอย่างขมขื่น ก่อนจะเดินออกไป

 

"ไม่รู้ทำไมหมอนั่นถึงต้องตามหาคางคกด้วย" รอนวิจารณ์ "ถ้าฉันเอาคางคกมา ฉันจะทำมันหายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เลย แต่นั่นแหละฉันเองก็เอาสแคบเบอร์มา ฉันก็พูดวิจารณ์อะไรไม่ได้นักหรอก"

 

หมูอ้วนยังนอนหลับอุตุอยู่บนตักของรอน

 

"นั่นหนูหรอน่ะ" เธอถามรอน ก่อนเขาจะพยักหน้าและบอกว่าหนูตัวนี้ชื่อสแคบเบอร์ เธอไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือเปล่า แต่เธอสัมผัสได้ถึงออร่าแปลกๆ มาจากหนูตัวนี้ ซึ่งออร่าที่เธอรู้สึก ก็ไม่ใช่ ออร่าที่ดีนักหรอก แต่เธอก็เลือกที่จะเงียบไว้

 

"มันอาจจะตายก็ได้นะ แล้วก็จะดูไม่ออกหรอกว่ามันตายหรือมันหลับ" รอนพูดอย่างดูถูก "ฉันพยายามเปลี่ยนมันเป็นสีเหลืองเมื่อวาน จะได้น่าสนใจขึ้นมาหน่อย แต่คาถาไม่ได้ผลล่ะ ฉันจะทำให้ดูนะ.."

 

เขารื้อค้นในหีบของเขาแล้วดึงไม่กายสทธิ์ที่ดูบุบๆ เบี้ยวๆ ออกมา มีรอยกะเทาะหลายแห่ง และตรงปลายก็มีอะไรขาวๆ โผล่ออกมาด้วย

 

"ขนยูนิคอร์นเกือบทะลุออกมาแล้ว แต่ไม่เป็นไร.."

 

เขาเพิ่งจะชูไม้ขึ้นเมื่อประตูห้องเลื่อนเปิดออกอีกครั้ง เนวิลล์กลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมาด้วย เธอสวมเสื้อคลุมของฮอกวอตส์ใหม่เอี่ยมเรียบร้อยแล้ว

 

"มีใครเห็นคางคกไหม เนวิลล์ทำหาย" เธอบอก เธอมีผมสีน้ำตาลดกหนามาก และมีฟันหน้าค่อนข้างใหญ่

 

"เราเพิ่งบอกเขาไปว่าเราไม่เห็น" รอนตอบ แต่เด็กหญิงไม่สนใจฟังเธอมองดูไม้กายสิทธิ์ในมือเขา

 

"อ้อ เธอกำลังร่ายเวทมนตร์หรอ ให้ฉันดูด้วยสิ"

 

เธอนั่งลงทันที รอนทำท่านึกไม่ถึง "เอ่อ — ก็ได้" เขากระแอม

 

"แสงแดด ดอกเดซี่ และเนยสุกรองเรือง เปลี่ยนเจ้าหนูอ้วนเซ่อตัวนี้ให้เป็นสีเหลือง!"

 

เขาโบกไม้ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น สแคบเบอร์ยังเป็นสีเทาและนอนหลับสนิท

 

"เธอแน่ใจหรอว่านี่มันคาถาจริงๆ" เด็กหญิงพูด "มันไม่ค่อยได้ผลฉันมั้ย ฉันเคยลองฝึกว่าคาถาง่ายๆสองสามบท แล้วก็ได้ผลนะไม่มีใครในครอบครัวฉันมีเวทมนตร์กันเลย มันถึงเป็นเรื่องประหลาดไงเมื่อฉันได้รับจดหมาย แต่ฉันดีใจมากนะ คือฉันหมายถึงว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนสอนเวทมนตร์ที่ดีที่สุด ฉันได้ยินมาอย่างงี้ ฉันอ่านหนังสือเรียนล่วงหน้าจำได้ขึ้นใจหมดแล้ว ฉันหวังว่าคงพอนะ อ้อ — ฉันชื่อ เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ แล้วพวกเธอชื่ออะไรกันล่ะ"

 

เธอนั่งมองเฮอร์ไมโอนี่พูดตาปริบๆ เอาจริงๆ — คือเธอสติหลุดตั้งแต่ประโยคสองประโยคแรกแล้ว ฟังไม่ทัน

 

"แอนนาลิส วันเดอร์แลนด์ ยินที่ได้รู้จัก!" ถึงเธอจะตกตะลึงกับสกิลเดอะแรปเปอร์ของเฮอร์ไมโอนี่ แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงสดใสของเธอพร้อมยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

 

"ฉันชื่อรอน วีสลีย์" รอนพึมพำ

 

"แฮร์รี่ พอตเตอร์" แฮร์รี่บอก

 

"จริงนะ!?" แฮร์รี่ร้อง ทำเธอสะดุ้งเล็กน้อย "ฉันรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเธอเลย นี่ — ฉันมีหนังสือสำหรับอ่านเพิ่มเติมพื้นฐานด้วย เธอมีชื่ออยู่ในประวัติศาสตร์เวทมนตร์สมัยใหม่ และ ความรุ่งเรืองและความพินาศของศาสตร์มืด แล้วก็ เหตุการณ์เกี่ยวกับพ่อมดแม่มดที่สำคัญในศตวรรษที่ยี่สิบด้วย”

 

"ฉันน่ะหรอ" แฮร์รี่ถาม รู้สึกงุนงงด้วยความคาดไม่ถึง

 

"อะไรกัน เธอไม่รู้เลยหรือนี่ ถ้าฉันเป็นเธอนะ ฉันจะค้นหาความจริงทุกอย่างเลย" เฮอร์ไมโอนี่บอก "ว่าแต่พวกเธอรู้หรือยังว่าจะอยู่บ้านไหน ฉันเที่ยวถามไปทั่วแล้ว หวังว่าฉันจะได้อยู่บ้านกริฟฟินดอร์ล่ะ ท่าทางจะเป็นบ้านที่ดีที่สุดเลย ฉันได้ยินว่าดัมเบิลดอร์เองก็เคยอยู่ แต่ฉันว่าเรเวนคลอก็ไม่เลวนะ.. ว่าแต่เราควรไปตามหาคางคกของเนวิลล์ดีกว่า เธอสองคนน่าก็น่าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้วรู้ไหม ฉันว่าเราใกล้จะถึงแล้ว"

 

แล้วเธอก็จากไป พาเด็กคางคกหายไปด้วย

 

"ไม่ว่าฉันจะอยู่บ้านไหน ขออย่าให้มียายคนนี้อยู่ด้วยก็แล้วกัน" รอนบอก เขาขว้างไม้กายสิทธิ์กลับเข้าหีบ "คาถางี่เง่า — จอร์จเป็นคนบอกคาถานี่ พนันได้เลยว่าเขาต้องรู้ว่ามันไม่ได้ผล"

 

"พี่ชายนายอยู่บ้านไหน” แฮร์รี่ถาม

 

"กริฟฟินดอร์" รอนตอบเสียงกังวล ไม่สบายใจ "พ่อกับแม่ก็อยู่บ้านนี้ล่ะ ฉันไม่รู้ว่าพ่อแม่จะว่ายังไงถ้าฉันไม่ได้อยู่ ฉันว่าเรเวนคลอก็คงไม่เลวเท่าไรนะ แต่ถ้าฉันโดนจับไปอยูาสลิธีรินล่ะก็.."

 

"เป็นบ้านที่โวล —" แฮร์รี่กระแทกศอกใส่เธอเบาๆ "เอ่อ.. คนที่นายก็รู้ว่าใคร เคยอยู่ใช่ไหม"

 

"ใช่" รอนตอบ พลางทิ้งตัวลงอย่างแรงบนที่นั่ง ในใจรู้สึกหดหู่

 

"รู้ไหม ฉันว่าปลายหนวดของสแคบเบอร์สีอ่อนลงแล้วล่ะ" แฮร์รี่พูดพยายามให้รอนเลิกคิดถึงเรื่องบ้าน โดยมีเธอจ้องเขม็งไปที่หนูตัวนั้น ไม่ได้สนใจบทสนทนาที่เกิดขึ้นเลย

 

ไม่ชอบไอ้หนูนี่เลย ให้ตายสิ ปกติเธอเป็นมิตรกับสัตว์ทุกชนิดไม่เว้นแต่แมงมุม แต่พอมาเป็นสแคบเบอร์กลับทำให้เธอรู้สึกไม่ดีซะงั้น

 

เสียงประตูเลื่อนเปิดออกทำให้เธอละสายตาจากสแคบเบอร์แล้วหันมามอง ถึงพบเด็กชายสามคนก้าวขาเข้ามา เธอกับแฮร์รี่จำคนกลางได้ทันที เขาคือเด็กผิวซีดที่พบที่ร้านเสื้อคลุมของมาดามมันกิ้ล เขามองดูแฮร์รี่อย่างสนอกสนใจมากกว่าตอนที่อยู่ที่ตรอกไดแอกอน

 

"จริงหรอ ที่เขาพูดกันให้แซ่ดทั้งขบวนว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์อยู่ในห้องนี้ นายเองหรอ" เขาเอ่ย

 

"ใช่" แฮร์รี่ตอบ เธอมองเด็กอีกสองคน ทั้งสองร่างหนาและดูเอาเรื่องมาก ทั้งสองยืนประกบเด็กผิวสีซีด เหมือนเป็นผู้คุ้มกัน

 

"นี่แครบ และกอยล์" เขาแนะนำสองคนนั้นอย่างไม่ใส่ใจ "ส่วนฉัน มัลฟอย — เดรโก มัลฟอย"

 

รอนส่งเสียงไอที่ฟังเหมือนจะปิดบังเสียงหัวเราะ เด็กที่ชื่อเดรโกมองเขา

 

"คิดว่าชื่อฉันตลกหรือไง ฉันไม่ถามหรอกว่าแกคือใคร พ่อฉันบอกว่าพวกวีสลีย์ทุกคนน่ะหัวแดง ตกกระ แล้วก็มีลูกมากเกินกว่าที่จะเลี้ยงไหว"

 

"เฮ้! อย่ามาหยาบคายใส่เขานะ" เธอร้องเสียงดัง

 

"ฉันไม่ได้คุยกับเธอ อย่ายุ่ง" มัลฟอยกระแทกเสียงใส่เธอ เขาหันกลับมามองแฮร์รี่ "อีกหน่อยนายจะรู้เองว่าครอบครัวพ่อมดบางบางครอบครัวน่ะดีกว่าครอบครัวอื่นมาก พอตเตอร์ ถ้านายไม่อยากเป็นเพื่อนกับพวกผิดประเภทล่ะก็ ฉันช่วยนายได้นะ"

 

เขายื่นมือออกมาจะจับมือกับแฮร์รี่ แต่แฮร์รี่ไม่รับ

 

"ฉันว่าฉันแยกแยะครอบครัวผิดประเภทได้เอง ขอบใจ" แฮร์รี่ตอบเย็นๆ

 

"อู้วว 10 แต้มสำหรับพอตเตอร์" เธอหันไปป้องปากกระซิบรอน ทำให้รอนขำออกมาเล็กน้อย

 

มัลฟอยหน้าขึ้นสีเล็กน้อยด้วยความอับอาย

 

"ฉันจะระวังกว่านี้ถ้าฉันเป็นนาย พอตเตอร์" เขาเอ่ยช้าๆ "ถ้านายไม่สุภาพกว่านี้ นายอาจจะเป็นเหมือนอย่างพ่อแม่นายก็ได้ พวกเขาไม่รู้หรอกว่าอะไรดีสำหรับพวกเขา ถ้านายมั่วอยู่กับพวกสวะอย่างวีสลีย์ เจ้าแฮกริดหรือแม้แต่ นังนี่ ไม่นานล่ะก็นายก็จะกลายเป็นพวกมันไปด้วย"

 

ทั้งแฮร์รี่และรอนลุกขึ้นยืน แต่เธอที่เร็วกว่าลุกไปยืนประชันหน้ากับมัลฟอย

 

"พูดอีกหนสิมัลฟอย" เธอว่าเสียงต่ำ

 

"เหอะ เธอจะสู้กับพวกฉันงั้นหรอ" มัลฟอยหัวเราะเยาะ

 

"ถ้านายไม่ออกไปเดี๋ยวนี้" แฮร์รี่บอก เพราะเขารู้ว่าเธอกล้าทำแน่ๆ แม้จะมีแครบกับกอยล์ที่ตัวใหญ่กว่าเธอหรือพวกเขาเอามากๆ

 

"แต่เราไม่รู้สึกอยากออกไปนี่ ใช่ไหมพรรคพวก เราจะกินของของแกให้หมด ก็แกมีเหลืออีกมากนี่"

 

กอยล์เอื้อมมือไปหยิบกบช็อคโกแลตที่อยู่ใกล้ๆรอน รอนกระโดดเข้าขวาง แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไร กอ์ก็ร้องเสียงหลงซะก่อน

 

เจ้าหนูสแคบเบอร์ห้อยโตงเตงอยู่ที่นิ้วของเขา ฟันเล็กๆที่แหลมคมฝังลึกอยู่ในข้อนิ้วของกอยล์ — แครบและมัลฟอยถอยกรูด พร้อมๆกับกอยล์เหวี่ยงสแคบเบอร์ไปรอบๆ จนในที่สุดสแคบเบอร์ก็กระเด็นหลุดไปชนหน้าต่าง เด็กทั้งสามคนหายไปทันทีคงกลัวว่าจะมีหนูหลายตัวแอบซ่อนอยู่ในกองขนมก็เป็นได้ อีกวินาทีต่อมา เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ก็โผล่เข้ามา

 

"เกิดอะไรขึ้นน่ะ" เฮอร์ไมโอนี่ถาม มองดูขนมที่กระจายเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น รอนหยิบหางสแคบเบอร์ชูขึ้นมา

 

"ฉันว่ามันถูกน็อคไปแล้วล่ะ" รอนบอก พลางก้มมองดูสแคบเบอร์ใกล้ๆ "เฮ้ย — ไม่ใช่ ฉันไม่อยากเชื่อเลย — สแคบเบอร์นอนหลับอีกแล้วล่ะ"

 

ยังไม่ตายหรอ เสียดายจัง

 

"นายพบมัลฟอยมาก่อนหรอ" รอนถาม

 

แฮร์รี่เล่าเรื่องที่พบกับมัลฟอยที่ตรอกไดแอกอนให้ฟัง

 

"ฉันได้ยินมาว่าครอบครัวเขาเป็นพวกแรกเลยที่กลับมาอยู่ฝ่ายเรา หลังจากที่คนที่ เราก็รู้ว่าใครหายตัวไป" รอนบอกอย่างเคร่งขรึม "พวกเขาแก้ตัวว่าต้องมนตร์ทำให้ไปเข้าข้างนั้น แต่พ่อฉันไม่เชื่อ พ่อว่าพ่อของมัลฟอยน่ะไม่ต้องมีข้ออ้างอะไรที่จะไปเข้าข้างฝ่ายมืด" แล้วรอนก็หันไปทางเฮอร์ไมโอนี่ "เธอมีอะไรหรือเปล่า"

 

"พวกเธอควรจะรีบใส่เสื้อคลุมซะ ฉันเพิ่งรู้มาจากตูข้างหน้า ไปถามคนขับรถไฟมา เขาบอกว่าเราจวนจะถึงแล้ว เธอไม่ได้สู้กันใช่ไหม เดี๋ยวพวกเธอจะเจอเรื่องยุ่งตั้งแต่เรายังไม่ถึงโรงเรียนหรอก!"

 

"สแคบเบอร์สู้นะ ไม่ใช่เรา" รอนตอบ ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่เธอ "แล้วกรุณาออกไปซะได้ไหม เราจะได้เปลี่ยนเสื้อ"

 

"ก็ได้! — ฉันเข้ามานี่เพราะพวกคนข้างนอกทำตัวเป็นเด็กๆ วิ่งแข่งกันตามทางเดินต่างหาก" เฮอร์ไมโอนี่ทำเสียงฟุดฟิดเหมือนจะจาม "แล้วเธอก็มีอะไรเปื้อนที่จมูกด้วยล่ะ รู้หรือเปล่า"

 

รอนจ้องเฮอร์ไมโอนี่เขม็งตอนเธอออกไป แอนนาลิสหยิบเสื้อคลุมแล้วออกไปเปลี่ยนที่ห้องน้ำ เพื่อให้เด็กผู้ชายสองคนในห้องได้เปลี่ยนเสื้อกัน

 

เธอใช้เวลาไม่นานก่อนจะเดินกลับมาที่ห้องเดิมที่แฮร์รี่กับรอนแต่งตัวเสร็จพอดี ไม่นานเสียงประกาศดังมาตามตู้ต่างๆเพื่อประกาศว่าพวกเราจะถึงฮอกวอตส์อีกภายในห้านาที ให้ทิ้งหีบสัมภาระไว้ในรถไฟ จะมีเจ้าหน้าที่ขนไปให้ที่โรงเรียนทีหลัง

 

เธอรู้สึกว่าท้องไส้ปั่นป่วนด้วยความกังวล ใบหน้าตกกระสีน้ำตาลของรอนก็ดูเผือดสี แฮร์รี่ที่ตอนนี้หน้าซีดเผือกไปตามๆรอน พวกเขาทะอาขนมที่เหลือยัดใส่กระเป๋า แล้วออกไปสบทบกับคนอื่นๆที่เดินกันขวักไขว่อยู่ที่ระเบียงทางเดิน

 

เมื่อรถไฟหยุดลง เด็กๆเดินผลักกันไปที่ประตูและลงไปสู่สถานีเล็กๆมืดๆ เธอตัวสั่นเมื่อออกไปสู่อากาศเย็นยามค่ำ ก่อนเธอและแฮร์รี่จะได้ยินเสียงที่คุ้นหูพูดขึ้นว่า
 

"พวกปีหนึ่ง พวกปีหนึ่งมาทางนี้! เป็นไงบ้าง แฮร์รี่ แอนนาลิส"

 

"พวกเราสบายดีค่ะ" เธอยิ้มกว้างให้แฮกริด

 

"เอ้า ตามฉันมา.. มีพวกปีหนึ่งอีกมั้ย ระวังบันไดนะ ปีหนึ่งตามฉันมา"

 

เด็กนักเรียนปีหนึ่งก็เดินตามแฮกริดไปตามทางที่ชันและแคบ ลื่นบ้างสะดุดบ้าง ไม่มีใครพูดอะไรมากนักมีแต่เสียงของเนวิลล์ ทำจมูกฟุดฟิดหนหรือสองหน

 

"เดี๋ยวก็ได้เห็นฮอกวอตส์เป็นครั้งแรกแล้ว" แฮกริดตะโกนข้ามไหล่มาบอก "เลี้ยวมุมนี่ล่ะ"

 

ทางแคบๆกว้างออกทันที ณ ริมขอบทะเลสาบใหญ่สีดำ มีภูเขาสูงอยู่ฝั่งตรงข้าม บนยอดเขาคือปราสาทหลังใหญ่ที่มีป้อมและหอคอยมากมายหน้าต่างของปราสาทส่องแสงเป็นประกายอยู่ใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาวระยิบระยับ

 

"เรือหนึ่งลำนั่งไม่เกินห้าคนนะ" แฮกริดร้องบอก และชี้ไปที่เรือลำเล็กๆที่จอดนิ่งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบ เฮอร์ไมโอนี่และเนวิลล์ตามแฮร์รี่ รอนและเธอลงเรือมาลำเดียวกัน

 

"ทุกคนลงเรือแล้วนะ" แฮกริดตะโกน เขาเองนั่งคนเดียวในเรือ "เอาล่ะ ไปได้!"

 

แล้วกองทัพเรือลำเล็กๆ ก็เคลื่อนที่ไปพร้อมกันทันที มันแล่นฉิวไปบนผิวทะเลสาบที่ราบเรียบราวกับกระจก ทุกคนนิ่งเงียบ สายตาจ้องมองขึ้นไปที่ปราสาทหลังใหญ่มหึมาที่อยู่เบื้องบน เด็กๆปีหนึ่งทุกคนที่ตะลึงอยู่กับความสวยงามของปราสาทได้ไม่นาน เรือก็แล่นมาถึงที่ซึ่งคล้ายๆอ่าวใต้ดิน เด็กนักเรียนตะเกียกตะกายปีนขึ้นสู่พื้นดินที่เป็นก้อนหินและกรวด

 

"นี่ เด็กคนนั้นน่ะ เป็นคางคกของเธอใช่มั้ย" แฮกริดถาม เขาตรวจดูเรือทุกลำระหว่างที่พวกเด็กๆปีนขึ้นจากเรือ

 

เนวิลล์ร้องอย่างดีใจ พลางยื่นมือออกไปรับคางคก หลังจากนั้นเด็กๆก็ปีนป่ายไปตามทางเดินท่ามกลางโขดหิน ตามหลังแสงตะเกียงของแฮกริด จนในที่สุดก็มาถึงสนามหญ้าราบเรียบเปียกชื้นที่อยู่ใต้เงาของปราสาท

 

พวกเขาเดินขึ้นบันไดหินและไปออกันอยู่ข้างหน้าประตูไม้โอ๊กบานมหึมา

 

"ทุกคนพร้อมหน้ากันแล้วนะ เธอคนนั้นน่ะ คางคกยังอยู่นะ"

 

แฮกริดยกกำปั้นยักษ์ขึ้นเคาะประตูปราสาทสามครั้ง

 

ประตูเปิดออกทันที แม่มดร่างสูงผมดำในชุดเสื้อคลุมสีเขียวมรกตยืนอยู่ที่นั่น เป็นแม่มดที่มีสีหน้าเคร่งขรึมมาก เธอรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่คนที่เธอควรทำให้ขุ่นเคืองใจ

 

"นักเรียนปีหนึ่งครับ ศาสตราจารย์มักกอนนากัล" แฮกริดรายงาน

 

"ขอบใจแฮกริด ต่อจากนี้ฉันจะดูแลเด็กๆเอง"

 

เธอดึงบานประตูให้เปิดออกกว้าง เด็กๆเดินตามศาสตราจารย์มักกอนนากัลไปตามพื้นปูด้วยหิน ศาสตราจารย์มักกอนนากัลพานักเรียนปีหนึ่งไปยังห้องเล็กๆว่างๆที่ติดกันกับห้องโถง พวกเขาเข้าไปแออัดอยู่ข้างใน ออกจะยืนเบียดชิดกันมากกว่าปกติ ต่างกวาดสายตามองไปรอบๆอย่างกระวนกระวายใจ

 

"ยินดีต้อนรับสู่ฮอกวอตส์" ศาสตราจารย์มักกอนนากัลกล่าว "งานเลี้ยงรับเปิดเทอมจะเริ่มในไม่ช้านี้ แต่ก่อนที่พวกเธอจะเข้าไปนั่งประจำที่ในห้องโถงใหญ่ เธอต้องผ่านการคัดสรรเข้าบ้านก่อน พิธีคัดสรรนี่เป็นพิธีที่สำคัญมาก เพราะว่าระหว่างที่เธออยู่ที่นี้ บ้านของเธอที่นี่ก็จะเปรียบเสมือนครอบครัวของเธอที่ฮอกวอตส์ เธอจะเรียนร่วมกับเพื่อนในบ้านเดียวกัน นอนในหอพักของบ้านของเธอ และใช้เวลาว่างในห้องนั่งเล่นรวมในบ้านของเธออีกเหมือนกัน"

 

"บ้านทั้งสี่มีชื่อว่า กริฟฟินดอร์ ฮัฟเฟิลพัฟ เรเวนคลอ และสลิธีริน บ้านแต่ละหลังมีประวัติสูงส่ง และแต่ละหลังก็ผลิตพ่อมดแม่มดเก่งๆมาแล้ว ระหว่างที่เธออยู่ฮอกวอตส์นี้ ชัยชนะขงเธอจะทำให้บ้านของเธอได้แต้ม แต่ถ้าละเมิดกฎของโรงเรียนล่ะก็ บ้านของเธอก็จะเสียแต้ม เมื่อถึงปลายเทอม บ้านที่มีแต้มมากที่สุดจะได้รับถ้วยรางวัลบ้านดีเด่นซึ่งเป็นเกียรติอย่างสูงทีเดียว ฉันหวังว่าพวกเธอแต่ละคนจะนำสิ่งที่ดีมาให้บ้านของเธอ ไม่ว่าจะไปอยู่บ้านใดก็ตาม"

 

"พิธีคัดสรรจะมีขึ้นในอีกไม่กี่นาที ต่อหน้านักเรียนทั้งหมดของโรงเรียน ฉันขอแนะนำให้พวกเธอจัดการทำตัวให้ดูดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ระหว่างที่คอยอยู่ในนี้" ศาสตราจารย์มักกอนนากัลกวาดสายตาไปรอบๆ พลางส่งสายตาจับจ้องไปทางนักเรียนที่แต่งตัวไม่เรียบร้อย หนึ่งในนั้นก็มีจมูกเปื้อนๆของรอน แฮร์รี่พยายามลูบผมตั้งๆของเขาให้เรียบลงอย่างเป็นกังวล

 

"ฉันจะกลับมาเมื่อพวกเราพร้อมต้อนรับพวกเธอ" ศาสตราจารย์มันนากัลบอก "ขอให้คอยอยู่เงียบๆ" เธอเดินออกไปจากห้อง ทำเอาแอนนาลิสและแฮร์รี่กลืนน้ำลายไปตามๆกัน

 

"พวกเขาจะคัดสรรเราให้อยู่บ้านไหนด้วยวิธีไหนหรอ" เธอถามรอน

 

"ใช้วิธีทดสอบบางอย่างนะ ฉันว่า เฟร็ดบอกว่ามันเจ็บน่าดูเลย แต่ฉันว่าเขาแกล้งพูดน่ะ"

 

เธอและแฮร์รี่สะดุ้งโหยง — นักเรียนหลายคนข้างหลังเธอกรี๊ด

 

"อะไรน่ะ —"

 

เธอแทบหยุดหายใจ คนอื่นๆที่อยู่รอบข้างก็เหมือนกัน ผีประมาณยี่สิบตนเพิ่งจะเรียงแถวลอยผ่านกำแพงด้านหลังเขา พวกมันมีสีขาวเหมือนไข่มุกและค่อนข้างโปร่งใส เมื่อเคลื่อนเข้ามาในห้องแล้วก็คุยกันและไม่ชำเลืองดูพวกนักเรียนปีหนึ่งเลย เหมือนพวกเขาจะถกเถียงกันอยู่

 

"จงลืมและให้อภัยเสียเถอะ ฉันว่าเราควรให้โอกาสเขาอีกหน.." ผีที่รูปร่างเหมือนบาทหลวงอ้วนๆพูดขึ้น

 

"หลวงพี่ที่รัก เราให้โอกาสพีฟส์มากี่ครั้งกี่หนแล้ว มันทำให้เราเสียชื่อไปด้วย หลวงพี่ก็รู้ มันไม่ใช่ผีแท้ๆด้วยซ้ำไป — อ้าว พวกเธอมาทำอะไรที่นี่" ผีที่สวมเสื้อคอปกเป็นระบายรอบคอแบบโบราณและกางเกงรัดรูปเพิ่งสังเกตเห็นนักเรียนปีหนึ่ง

 

ไม่มีใครตอบ

 

"กำลังรอศาสตราจารย์มักกอนนากัลเรียกไปคัดสรรค่ะ" แอนนาลิสโพล่งตอบขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ

 

"หวังว่าจะได้เจอพวกเธอที่ฮัฟเฟิลพัฟนะ!" หลวงพี่บอก "บ้านเก่าของฉันรู้ไหม"

 

"เตรียมพร้อมได้แล้ว" เสียงแหลมๆดังขึ้น "พิธีคัดสรรกำลังจะเริ่มแล้ว"

 

ศาสตราจารย์มักกอนนากัลกลับมาแล้ว พวกผีรีบลอยไปทางกำแพงฝั่งตรงข้ามละตน

 

"เข้าแถวเรียงหนึ่ง" ศาสตราจารย์สั่ง "แล้วเดินตามฉันมา"

 

⚡️

 

เมื่อเธอมาถึงห้องโถง ข้างในห้องโถงสว่างสไวจากแสงเทียนเป็นพันๆเล่มที่ลอยอยู่กลางอากาศเหนือโต๊ะยาวสี่ตัวที่พวกนักเรียนที่เหลือนั่งกันอยู่ โต๊ะทั้งสี่ตัวนี้วางจานและถ้วยมีเชิงทำจากทองคำแวววาว บรรดาอาจารย์นั่งอยู่ที่โต๊ะยาวอีกตนหนึ่งที่สุดปลายห้อง ศาสตราจารย์มักกอนนากัลพาพวกนักเรียนปีหนึ่งมายืนตรงนี้ เพื่อที่จะได้หยุดเรียงแถวประจันหน้ากับนักเรียนที่เหลือ และมีอาจารย์อยู่ด้านหลัง ใบหน้าเป็นร้อยๆจ้องมาที่พวกเขา มองดูเหมือนตะเกียงแสงริบหรี่ แอนนาลิสละสายตาจากรอบๆกลับลงมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ขณะที่ศาสตราจารย์มักกอนนากัลยกแป้นสูงสี่ขามาตั้งตรงหน้านักเรียนปีหนึ่งเงียบๆ เธอวางหมวกพ่อมดทรงแหลมใบหนึ่งลงบนแป้นสูง มันเป็นหมวกที่มีรอยปุปะรุ่ยๆ และสกปรกอย่างที่สุด

 

ก่อนที่หมวกใบนั้นจะเริ่มร้องเพลง..

 

“ เธออาจไม่คิดว่าฉันสวย

ระวังด้วยอย่าตัดสินแต่ที่เห็น

พนันกินตัวได้ถ้าจำเป็น

หาหมวกเด่นเช่นฉันเป็นไม่มี

เธออยากใส่หมวกกลมก็ตามใจ

หรือหมวกใบสูงเพรียวไม่เกี่ยวนี่

เพราะฉันเป็นหมวกคัดสรรโรงเรียนนี้

และฉันดีเด่นกว่าหมวกทุกใบ

อะไรเอ่ยซ่อนไว้ในหัวเธอ

ฉันอ่านเจอเห็นตลอตปลอดโปร่งใส

สวมฉันซิแล้วจะบอกได้ทันใจ

ว่าบ้านไหนเธอควรไปพำนักพิง

เธออาจไปอยู่บ้านกริฟฟินดอร์

ซึ่งเป็นหอของผู้กล้าหัวใจสิงห์

ชอบท้าทายเป็นวีรบุรุษยิ่ง

นี่คือสิ่งสัญลักษณ์กริฟฟินดอร์

ฮัฟเฟิลพัฟอาจเป็นแห่งที่เธอไป

บ้านนี้ไว้คนทนไม่ย่อท้อ

ยุติธรรมภักดีไม่รีรอ

ไม่สอพลอไม่เกี่ยงงานวานก็ทำ

พวกฉลาดไปอยู่เรเวนคลอ

บ้านนี้ขอคนเก่งพูดขันขำ

อีกเรียนรู้วิชาการเป็นประจำ

สิ่งสำคัญคือต้องมีความรู้ดี

หรือเธออาจไปอยู่สลิธีริน

ซึ่งเป็นถิ่นพบมิตรแท้ชีวิตนี้

ฉลาดโกงใช้ทุกยุทธวิธี

ให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ใจต้องการ

โอ้สวมฉันเร็วเข้าไม่ต้องกลัว

ไม่ต้องมัวทำประสาทใจอาจหาญ

ปลอดภัยน่าอยู่ในมือที่ไม่พาล

เขาเรียกขานฉันหมวกคิตพินิจใจ ”

 

อืม ล่าสุดหมวกร้องเพลงได้ ต่อไปจะเจออะไรอีกเนี่ย

 

"โธ่เอ้ย ที่แท้เราต้องแค่สวมหมวกเท่านั้น" รอนกระซิบกับแฮร์รี่และเธอ ท่ามกลางเสียงตบมือดังลั่นเมื่อหมวกคัดสรรร้องเพลงจบ "ฉันจะจัดการเฟร็ดแน่ๆ เขาบอกว่าต้องปล้ำกับพวกโทรลล์" แอนนาลิสขำเล็กน้อย

 

"เมื่อฉันเรียกชื่อเธอคนไหนก็ต้องหยิบหมวกมาสวม และนั่งบนม้านั่งนี่เพื่อจะได้คัดสรร" ศาสตราจารย์ประกาศ

 

"อับบอต, แฮนนาห์" เธอขานนามสกุลก่อนชื่อ

 

เด็กผู้หญิงที่ชื่อแฮนนาห์ออกมาจากแถว เธอสวมหมวก ซึ่งตกลงมาปิดตา แล้วนั่งลง เงียบไปสักอึดใจ —

 

"ฮัฟเฟิลพัฟ!" หมวกตะโกน

 

โต๊ะที่อยู่ขวามือเธอเดาว่าน่าจะเป็นโต๊ะของบ้านฮัฟเฟิลพัฟโห่ร้องและตบมือเมื่อแฮนนาห์เดินไปนั่งที่โต๊ะของบ้านฮัฟเฟิลพัฟ แอนนาลิสแอบเห็นบาทหลวงอ้วนๆโบกมือต้อนรับเธออย่างร่าเริง

 

"โบนส์, ซูซาน" ฮัฟเฟิลพัฟ!

 

"บู๊ต, แทรี่" เรเวนคลอ!

 

"บรอกเคิลเฮิรส์ต, แมนดี้" เรเวนคลอ!

 

"บัลสโตรด, มิลลิเซนต์" สลิธีริน!

 

"ฟินซ์-เฟลชลีย์, จัสติน" ฮัฟเฟิลพัฟ!

 

เธอสังเกตว่ากับบางทีหมวกก็ตะโกนชื่อบ้านได้ทันที บางคนคนมันต้องใช้เวลานานกว่าในการตัดสินใจ

 

"ฟินนิกัน, เชมัส" เด็กผมสีทรายที่อยู่ติดกับแฮร์รี่บนม้านั่งเกือบหนึ่งนาทีก่อนหมวกจะร้องว่าเขาได้อยู่กริฟฟินดอร์

 

"เกรนเจอร์, เฮอร์ไมโอนี่" เฮอร์ไมโอนี่แทบจะวิ่งไปที่ม้านั่ง คว้าหมวกมาใส่อย่างกระตือรือร้น "กริฟฟินดอร์!" หมวกตะโกน รอนร้องครางออกมาทำเอาเธอถึงกับหลุดขำเสียงดัง

 

เมื่อถึงตาเนวิลล์ ลองบัตท่อม เขาสะดุดหกล้มก่อนเดินไปถึงแป้นสูง และหมวกต้องใช้เวลาคิดอยู่นานก่อนจะบอกว่าเขาได้อยู่กริฟฟินดอร์ เนวิลล์วิ่งเร็วจี๋ออกไป ทั้งๆที่หมวกยังอยู่บนหัว แล้วเขาต้องวิ่งกลับท่ามกลางเสียงหัวเราะให้กับ 'มักดูกัล, มอรัก'

 

มัลฟอยเดินออกไปอย่างยโสไปข้างหน้าเมื่อเขาถูกเรียกชื่อ แค่หมวกสัมผัสกับหัวเขามันก็กรีดร้องว่า "สลิธีริน!"

 

มัลฟอยเดินไปนั่งรวมกลุ่มกับแครบและกอยล์เพื่อนของเขาด้วยท่าทางดูพอใจมาก

 

ตอนนี้มีคนเหลืออยู่ไม่มาแล้ว

 

"มูน.." "น็อต.." แล้วก็คู่แฝดสองสาว "พาติลและพาติล.." แล้วก็ "เพิร์กส์, แชลลี่ - แอน"

 

"พอตเตอร์, แฮร์รี่"

 

แฮร์รี่หันมามองเธอเล็กน้อย ก่อนจะก้าวออกไป เสียงกระซิบกระซาบก็ดังขึ้นทั่วห้องโถงเหมือนลูกไฟกำลังปะทุ

 

"พอตเตอร์ อาจารย์เรียกว่างั้นใช่ไหม"

 

"แฮร์รี่ พอตเตอร์ คนนั้นน่ะหรอ"

 

เธอส่งยิ้มให้แฮร์รี่หวังว่าเขาจะหายกังวล เธอเห็นเขายึดขอบม้านั่งไว้แน่น ไม่กี่นาทีต่อมาหมวกก็ตะโกนขึ้น "กริฟฟินดอร์!"

 

แอนนาลิสตบมือเสียงดัง พร้อมโห่ร้องประสานกับโต๊ะของกริฟฟินดอร์ แฮร์รี่หันมายิ้มให้กับเธอก่อนจะเดินออกไปนั่งที่โต๊ะประจำบ้าน ตอนนี้เหลือนักเรียนให้คัดสรรแค่ห้าคนเท่านั้น 'โธมัส, ดีน' เด็กชายผิวดำที่สูงกว่ารอนเล็กน้อยมาไปอยู่กับแฮร์รี่ที่บ้านกริฟฟินดอร์ "เทอร์พิน, ลิซ่า" ไปอยู่บ้านเรเวนคลอ แล้วก็ถึงรอน ตอนนี้เขาหน้าซีดจนดูเขียวแล้ว วินาทีต่อมาหมวกของรอนก็ตะโกนว่า "กริฟฟินดอร์!"

 

รอนวิ่งไปที่โต๊ะกริฟฟินดอร์ ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับแฮร์รี่ เธอตบมือให้เขาเสียงดังลั่นประสานกับเสียงตบมือของคนอื่นๆ

 

"วันเดอร์แลนด์, แอนนาลิส"

 

เธอสะดุ้งเล็กน้อย กลืนน้ำลายลงคืออย่างกังวลใจ เธอเดินออกไปข้างหน้าเพื่อรับหมวกคัดสรรมาวางบนหัวของเธอ เธอเห็นแฮร์รี่แอบไขว้นิ้วทำปากมุบมิบเล็กน้อยและเด็กแฝดผมแดงคนหนึ่งที่มองเธอด้วยสายตาคาดหวังอะไรบางอย่าง ก่อนเธอจะพบกับความมืดเมื่อหมวกถูกวางลงบนหัวของเธอ

 

"อืมมม" เสียงเล็กๆดังขึ้นที่หู "ยาก ยากมากๆ มีความกล้าหาญ มีพรสวรรค์ โอ้ เธอช่างเหมือนกับแม่ของเธอซะจริง ครึ่งมนุษย์ครึ่ง.. อืมม" หมวกคัดสรรเอ่ยไม่จบประโยค "ใช่ ซื่อสัตย์มาก เหมาะกับฮัฟเฟิลพัฟ.. หรือจะสลิธีรินดีล่ะ บรรพบุรุษของเธอคงจะภูมิใจมากน่าดูเลยล่ะ" ไม่เอาสลิธีรินนะ! "ไม่เอาสลิธีรินงั้นหรอ! ฮืมม พลังของเธอช่างน่าสนใจ เป็นพรสวรรค์ที่หาได้ยาก กล้าหาญ ซื่อสัตย์ในสิ่งที่เชื่อมั่น ถ้าเธอแน่ใจล่ะก็ คัดไปอยู่ — "

 

"กริฟฟินดอร์!"

 

เสียงโห่ร้องและตบมือมาจากฝั่งโต๊ะของกริฟฟินดอร์ดังขึ้น เธอเห็นแฮร์รี่และรอนลุกขึ้นยืนตบมือและโห่ร้องให้เธอเสียงดังลั่นกว่าคนอื่น เธอยิ้มอย่างดีใจ ถอดหมวกออกแล้ววิ่งขาสั่นๆไปที่โต๊ะกริฟฟินดอร์แล้ววิ่งเข้าหาแฮร์รี่ที่อ้าแขนรอเธออยู่ พวกเธอสองคนกอดกันกลมซักพักก่อนเธอจะถอนตัวเองออกมาจากอ้อมกอดของเขา และทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ถัดจากแฮร์รี่ ก่อนเธอกับรอนจะแปะมือกันอย่างดีใจ

 

จนการคัดสรรถึงคนสุดท้าย 'ซาบินี, เบลส' ถูกส่งไปยังสลิธีริน

 

อัลบัส ดัมเบิลดอร์ลุกขึ้นยืน เขายิ้มกว้างให้กับนักเรียนทุกคนและกางแขนออกกว้าง ราวกับว่าไม่มีอะไรทำให้เขาพอใจมากไปกว่าได้เห็นพวกนักเรียนทั้งหมดในห้องโถงน

 

"ขอต้อนรับ!" เขากล่าว "ยินดีต้อนรับสู่ปีการศึกษาใหม่ที่ฮอกวอตส์! ก่อนที่เราจะเริ่มงานเลี้ยงกัน ฉันขอพูดสองสามคำเท่านั้น คือ ทึ่มน่าดู! อ้วนเผละผละ! ของเหลือเดน! และหยิกกันหน่อยนะ! — ขอบใจ"

 

เขาค่อยๆนั่งลง ทุกคนตบมือและโห่ร้องเสียงก้อง แต่เธอไม่มั่นใจว่าเธอควรจะหัวเราะดีไหม แฮร์รี่ก็คงคิดเหมือนเธอเหมือนกัน หลังจากเธอหันไปเห็นสีหน้าของเขา

 

 

Note : ตอนนี้มาเยอะหน่อยเพราะว่าหลังจากนี้อาจจะหายไป เพราะว่าคอมเสียกำลังส่งซ่อมอยู่นะคะ (ตอนนี้ใช้ไอแพดพิมพ์) แต่ไม่ได้หายไปไหน ถ้าได้คอมกลับมาจะรีบอัพตอนต่อไปให้เร็วที่สุดเลย ;-;

 

Note2 : ขอบคุณทุกคอมเมนต์และคนที่กดให้กำลังใจด้วยนะคะ สามารถติชมได้เลยน้าา เพราะนี่ก็เป็นเรื่องแรกของเราเหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น

  1. #26 04140606 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 23:51
    ชอบเฟร็ดจังเลย ฮุ ฮุ ฮุ
    #26
    0
  2. #25 ดอลลา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 23:31

    ถ้สจำไม่ผิดละก็นะ เรือลำนึงนั่งได้ไม่เกิน4คน

    #25
    0
  3. #24 My-love (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 15:45
    สริธิรินไม่ดีตรงไหนทำไมใครๆก็ไม่อยากอยู่~
    #24
    1
    • #24-1 Aprilis34(จากตอนที่ 15)
      25 พฤษภาคม 2563 / 16:28
      สลิธิรีนก็ดีนะ ผู้หล่อๆเยอะดี
      #24-1
  4. #22 Bjakx (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 09:19

    อุสาคิดว่าจะได้อยู่บ้านงู~อดเลยพยายามเข้าเด้อไรท์~
    #22
    0
  5. #21 fujikawaisanami (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 19:02

    บรรยายดีมากเลยค่ะ เนื้อเรื่องก็น่าสนใจมากๆๆๆ
    #21
    0
  6. #20 M.melody (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 18:24
    ไรท์แต่งทำให้เราอินอ่าจนด่าตัวละครบางตัวเลย แต่งต่อยันจบเลยนะคะ
    #20
    0
  7. #19 crkoy1a (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 17:53

    รักเรื่องนี้ มันเป็นความสุขที่ดีมากเลยล่ะ ไม่รู้สิ เเต่เราอ่านเเล้วมีความสุขนะ ขอให้ไรท์ เขียนนิยายดีๆออกมาเยอะๆเลยนะ
    #19
    0