[HARRY POTTER/AVENGERS] LITTLE ONE

ตอนที่ 14 : PART12: HOGWARTS EXPRESS

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 817
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    23 พ.ค. 63

⚡️

PART12: HOGWARTS EXPRESS

.

.

"Honestly, woman, you call yourself our mother."

 

แอนนาลิสไม่คิดเลยว่าการเจอกันอีกครั้งของเธอกับโทนี่ในรอบ 4 ปี จะอึดอัดได้ขนาดนี้

 

ตอนนี้พวกเขาทั้งสามคม ใช่ สามคน -- แฮร์รี่ แฮกริด และเธอ กำลังนั่งหน้างุดอยู่ในร้านหม้อใหญ่รั่ว โดยมีโทนี่นั่งกอดอกพร้อมกวาดสายตามองพวกเขาทั้งสามคนนิ่งๆ เสียงพูดคุยกันในร้านไม่ได้ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดนี้ลงลงเลย

 

"ตกลงมีใครจะอธิบายมั้ยว่ามันเกิดอะไรขึ้น" โทนี่พูดถามหลังจากที่ไม่มีใครปริปากพูด

 

แฮกริดกับแฮร์รี่ที่ได้ยินคำถาม พร้อมใจกันหันมันมามองเธออย่างพร้อมเพรียง

 

โถ! เจ้าพวกคนทรยศ!

 

"เอ่อ.. คือว่า.." เธอที่กังวล พูดตะกุกตะกักจนไม่เป็นภาษา

 

"เพพเพอร์บอกเราจะไปเรียนโรงเรียนประจำ ไหนพวกเดอร์สลีย์บอกว่าเราจะเรียนที่ใกล้บ้านไง" โทนี่ถามเสียงแข็ง ทำให้เธอกังวลหนักกว่าเดิม

 

"คือ.. คือ.."

 

"คืออะไร แอนนาลิส ให้ตายเถอะ! บอกป๊ามะ.."

 

"แอนนาลิสเป็นแม่มดฮะ! พวกเราพึ่งรู้จากแฮกริดเมื่อวาน แฮกริดบอกว่าเราได้รับเข้าเรียนวิชาเวทมนตร์ที่ฮอกวอตส์ วันนี้พวกเราเลยมาซื้อของเตรียมตัวที่จะเข้าเรียนฮะ!"

 

แฮร์รี่ที่อยู่ดีๆก็พูดขึ้น เมื่อรัวจนจบ ก็ยกมือตะครุบปากตัวเองเมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอบอกความลับของพวกเขา ให้กับพ่อของเธอฟังอย่างไม่รู้ตัว โดยมีเธอส่งสายตาค้อนเล็กน้อยให้กับเขา

 

"โทษที กังวลมากไปหน่อย ก็เลยเผลอหลุดออกมานิดหน่อย.."

 

"ไม่นิดอ่ะ นายพูดออกมาหมดเปลือกเลยล่ะ"

 

แฮร์รี่ยิ้มแหะๆ ก่อนก้มหน้าหงุดลงไปตามเดิม แฮกริดที่ยกไหมพรมขึ้นมาถัก ฮัมเพลงไม่สนใจสิ่งรอบข้างอย่างมีความสุข

 

จะชิลไปมั้ยแฮกริด ช่วยกันก๊อนน!

 

"นี่เราเล่นตลกอะไรกัน" โทนี่ที่เริ่มมีน้ำโหถามออกมาเสียงสั่น "รู้อะไรมั้ย ช่างมันเถอะ ป๊าจะพาเรากลับไปเรียนอเมริกา" โทนี่ส่ายหัวด้วยความเหนื่อยใจ

 

"ไม่ได้นะคะ!" แอนนาลิสตะโกนใส่พ่อของเธอฝ

 

"แฮร์รี่ไม่ได้โกหก หนูเป็นแม่มด แฮร์รี่กับแฮกริดก็เป็นพ่อมด คนในร้านนี้เกือบครึ่งหรืออาจจะทั้งร้านก็เป็นพ่อมดแม่มดกันหมด" แอนนาลิสเถียง

 

"แอนนา ฉันว่า --" แฮกริดพยายามจะห้ามเธอ แต่เธอก็ไม่ฟัง

 

"บอกเขาไปสิแฮกริด อย่างน้อยเราก็บอกผู้ปกครองเราเรื่องนี้ได้หนิ ใช่มั้ย"

 

"อ่า.. คืองี้นะครับคุณ --" แฮกริดยังไม่ทันได้พูดจบโทนี่ก็ขัดขึ้นมาก่อน

 

"ขอโทษนะ แต่คุณคือใครไม่ทราบ" โทนี่

 

"เรียกผมว่าแฮกริดก็ได้ครับ ผมเป็นผู้รักษากุญแจของฮอกวอตส์ เดี๋ยวก่อนๆ --" แฮกริดรีบยกมือห้ามทันที ที่เห็นโทนี่กำลังอ้าปากจะแย้งเขา "ก็ถูกของแอนนา คุณเป็นคนในครอบครัวควรมีสิทธิ์รู้"

 

แฮกริดได้นั่งอธิบายเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับโลกพ่อมดแม่มดให้กับโทนี่ฟัง รวมถึงเรื่องของฮอกวอตส์ ตอนแรกโทนี่มีท่าทีที่เหมือนจะไม่เชื่อ แต่พอแฮกริดสาธิตเวทมนตร์ง่ายๆ เล็กๆน้อยๆ (แน่นอนว่าไม่มีคนเห็น) ก็เหมือนจะทำให้เขาเชื่อไปครึ่งนึงแล้ว

 

โทนี่ใช้มือลูบไปที่หน้า พลางถอนหายใจ "เฮ้อ ให้ตายสิ แม่มดพ่อมดดันมีจริง รอบหน้าจะเจออะไรดีล่ะ เอเลี่ยน งั้นหรอ" เขามองหน้าลูกสาวของเขาที่ตอนนี่นั่งหน้ามุ่ย เบะปาก จ้องมองเขาตาเขม็ง "โอเค ป๊าเชื่อแล้วๆ" โทนี่ยกมือเชิงยอมแพ้

 

"แล้วเราจะไปโรงเรียนนั้นวันไหนล่ะ ไปยังไง" โทนี่ถาม

 

"อ้า! ใช่ๆ เอ้านี่เธอสองคน" แฮกริดควักกระดาษรูปร่างเหมือนตั๋วรถไฟให้เธอกับแฮร์รี่คนละใบ "วันที่หนึ่งกันยายน สถานีคิงส์ครอส -- บอกอยู่ในตั๋วแล้ว แล้วก็แฮร์รี่ถ้ามีปัญหากับพวกเดอร์สลีย์ก็ส่งจดหมายให้นกฮูก --" โทนี่ขมวดคิ้ว นกฮูก? "-- เอามาให้ฉัน มันรู้ว่าจะหาฉันได้ที่ไหน.. เธอด้วยล่ะ แอนนาลิส! แล้วเจอกันเร็วๆนี้นะ" แฮกริดบอกลา

 

"เอ้อ! ลืมไปเลย.. เอ่อ แอนนาลิส" แฮกริดก้มหน้ามากระซิบกับเธอ "เรื่อง ความสามารถ ของเธอน่ะ ฉันขอว่าอย่าพึ่งให้ใครรู้ หรือใช้ต่อหน้าใครนอกจากฉันกับแฮร์รี่นะ ฉันกลัวว่าถ้ามีคนรู้เรื่องความสามารถของเธอแล้วจะทำให้เธอเป็นภัยน่ะ" เธอพยักหน้าและยิ้มให้กับแฮกริด ก่อนเขาจะลุกและเดินออกๆไปจากร้าน

 

เหลือเพียง โทนี่ แอนนาลิส และแฮร์รี่

 

"เกิดอะไรขึ้นกับพวกเดอร์สลีย์ล่ะ" โทนี่ถามพวกเธอ

 

เธอและแฮร์รี่ได้เริ่มเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในระยะเวลาตลอดหลายปีที่เธออยู่กับพวกเดอร์สลีย์ ทั้งความหยาบคายของพวกเขา บทลงโทษที่พวกเธอเคยโดน หรือแม้กระทั่งเรื่องที่เธอกับแฮร์รี่ที่ชอบโดยดัดลีย์แกล้งจนเจ็บตัวอยู่เสมอ

 

โทนี่ที่ได้ยินก็โกรธจนตัวสั่น

 

"ไอ้พวก*วะ มันคิดว่ามันเป็นใครกัน!" โทนี่พูดเสียงสั่น "ป๊าขอโทษนะ มันเป็นความผิดของป๊าเอง.." จากเสียงที่สั่นด้วยความโกรธ กลับกลายเป็นเสียงสั่นเพราะความเสียใจแทน

 

"เราจะไม่ต้องกลับไปอยู่ที่นั่นแล้วนะ แอนนาลิส อ้อ! เธอด้วยแฮร์รี่" โทนี่ชี้ไปที่แฮร์รี่ที่ทำหน้าเด๋อด๋าเมื่อถูกโทนี่เอ่ยถึง "ฉันจะให้เธอมาอยู่กับฉันและแอนนาลิสก่อนที่โรงเรียนจะเปิด แต่ยกเว้นถ้าเธอไม่อยาก.."

 

"ผม.. ผมไปอยู่กับคุณได้จริงๆหรอครับ" แฮร์รี่ถามเสียงสั่นอย่างมีความหวัง

 

"แน่นอน สิ่งที่พวกเดอร์สลีย์ทำกับเธอมันไม่สามารถยกโทษได้จริง แล้วเธอก็ยังเป็นเพื่อนกับลูกสาวฉันด้วย แน่นอนว่าไม่มีปัญหาอยู่แล้ว"

 

"แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหนกันคะ"

 

"เรื่องนั้นน่ะ.."

 

 

เดือนสุดท้ายของเธอและแฮร์รี่สนุกมาก

 

พวกเขาย้ายมาอยู่ในแมนชั่นที่โทนี่ซื้อไว้ในลอนดอน โทนี่ที่ได้รู้ว่าวันเกิดของแฮร์รี่ที่พึ่งผ่านไปได้ไม่นาน เสนอจะซื้อของขวัญวันเกิดให้กับเขา โดยถามว่าเขาอยากได้อะไร แฮร์รี่ตอบปฏิเสธเสียงสั่นๆด้วยความเกรงใจ เธอเลยแอบเสนอพ่อของเธอว่า แฮร์รี่ไม่มีเสื้อผ้าหรืออะไรเป็นของตัวเองเลย ทุกอย่างเป็นของเหลือจากดัดลีย์ทั้งหมด

 

โทนี่ที่ได้ยินดังนั้นก็กว้านซื้อชุดเด็กผู้ชาย ไซส์สำหรับแฮร์รี่ กระเป๋าเป้ รองเท้า และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเล็กๆพกพาสะดวกให้กับแฮร์รี่ แฮร์รี่ที่เห็นของขวัญที่โทนี่มอบให้เขาก็รู้สึกตื้นตัน และรู้สึกขอบคุณจนพูดไม่ออก คนซื้อเห็นดังนั้นจึงดึงเขาเข้ามากอดแทนก่อนแฮร์รี่จะปล่อยโฮ ทำให้น้ำตาและน้ำมูกผสมปนเปกันบนเสื้อของโทนี่

 

พวกเขาใช้เดือนสุดท้ายในการเดินเที่ยวตามสถานที่ต่างๆในลอนดอน กินของทุกอย่างที่ไม่เคยกินมาก่อน และฉลองวันเกิดของเธอด้วยกันสามคนอย่างสนุกสนาน แฮร์รี่สาบานว่าตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยมีความสุขขนาดนี้มาก่อน เหตุการณ์ตอนที่รู้ว่าเขาเป็นพ่อมดยังไม่รู้สึกมีความสุขขนาดนี้ เป็นครั้งแรกที่เขาได้รู้สึกถึงคำว่า ครอบครัว ความรู้สึกที่เขาไม่เคยได้รับจากเดอร์สลีย์ แต่เขากลับได้รับมันจากครอบครัวของเพื่อนสนิทของเขา

 

ในที่สุดวันที่หนึ่งกันยายนก็มาถึง วันเปิดเรียนวันแรก แอนนาลิสตื่นมาเตรียมตัวตั้งแต่ตีห้า เธอตื่นเต้นมากจนนอนไม่หลับ แต่พอเธอลงมาห้องนั่งเล่นกลับเจอแฮร์รี่ที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน พวกเขานั่งเล่นบอร์ดเกมด้วยกันฆ่าเวลาสักพัก ก่อนโทนี่จะตื่นมาอีกทีเจ็ดโมง

 

พวกเขาทั้งสามคนมาถึงสถานีคิงครอสเมื่อเวลาสิบโมง ก่อนที่โทนี่จะมีโทรศัพท์เข้าจากเพพเพอร์ที่เรียกให้เขากลับไปที่อเมริกาด่วน โทนี่ที่อยากส่งลูกๆทั้งสองคนของเขา ก็งอแงไม่ยอมกลับ ก่อนที่จะถูกเพพเพอร์ดุจนเขาหงอ ถึงหันมากอดและจูบกระหม่อมบอกลาเด็กๆทั้งสองด้วยความรัก ความเอ็นดู ก่อนจะเดินไปขึ้นรถแล้วขับออกไป

 

พออยู่กันแค่สองคน พวกเขาก็เริ่มเกิดอาการกังวล ผู้คนเริ่มมองเธอสองคนแปลกๆเพราะเจ้าเฮ็ดวิก นกฮูกของแฮร์รี่ และ ออโรร่า นกฮูกของเธอ เธอคงต้องถามใครสักคน

 

แฮร์รี่ตัดสินใจถามยามสถานีคนหนึ่งที่ผ่านมา เขาไม่กล้าเอ่ยถึงชานชาลาที่เก้าเศษสามส่วนสี่ ยามสถานีไม่เคยได้ยินชื่อโรงเรียนฮอกวอตส์มาก่อน และพอแฮร์รี่บอกไม่ได้ว่าโรงเรียนตั้งอยู่ส่วนไหนของประเทศ เขาก็เริ่มจะรำคาญ เหมือนว่าแฮร์รี่แกล้งทำโง่อย่างนั้นแหละ แฮร์รี่เริ่มรู้สึกสิ้นหวัง เธอเลยถามขึ้นมาถึงรถไฟที่จะออกตอนสิบเอ็ดนาฬิกา ยามสถานีก็บอกว่าไม่มี ในที่สุดยามสถานีก็เดินก้าวยาวจากไป ปากพึมพำบ่นว่าพวกคนที่ทำให้เขาเสียเวลา แอนนาลิสที่ต้องข่มใจไม่ให้ขวัญเสียบวกกับต้องคอยพูดให้แฮร์รี่ที่เริ่มจะสติแตกให้ใจเย็นลง

 

ตอนนั้นเอง คนกลุ่มหนึ่งเดินผ่านมาข้างหลัง และเธอจับคำที่พูดคุยกันได้บางคำ

 

" — พวกมักเกิ้ลแน่นไปหมดเชียว —"

 

มักเกิ้ล?

 

แอนนาลิสและแฮร์รี่มองหน้ากันทันที ก่อนจะเหลียวขวับหันไปมอง คนพูดเป็นหญิงร่างท้วมที่กำลังพูดกับเด็กผู้ชายสี่คน ทุกคนมีผมสีแดงเพลิง แต่ละคนขนหีบเหมือนของพวกเธอคนละใบ — และพวกเขามีนกฮูกด้วยตัวหนึ่ง

 

ทำไมเธอรู้สึกคุ้นๆจังเลยล่ะ

 

เธอใจเต้นแรงขึ้นมา เธอกับแฮร์รี่เข็นรถตามหลังพวกเขาไป พอพวกเขาหยุด เธอสองคนก็หยุดตามและอยู่ใกล้พอที่จะได้ยินว่าพวกเขาพูดอะไรกัน

 

"ชานชาลาหมายเลขที่เท่าไหร่นะ" แม่ของพวกเด็กผู้ชายถาม

 

"เก้าเศษสามส่วนสี่ค่ะ!" เด็กหญิงเล็กๆ คนหนึ่งตอบเสียงแหลมสูง

 

ผมของเธอสีแดงจัดเหมือนกัน เธอยืนจับแม่ไว้ "แม่จ๋า หนูไปด้วยไม่ได้หรอ.."

 

"ลูกยังเล็กอยู่ จินนี่ เอาล่ะ เพอร์ซี่ ลูกไปก่อนสิ"

 

คนที่ดูเหมือนจะเป็นลูกชายคนโตสุดเดินผึ่งผายตรงไประหว่างชานชาลาเก้าและสิบ เธอจ้องตาดูไม่กระพริบเพื่อจะได้ไม่พลาด — แต่ชายคนนั้นไปถึงแผงกั้นระหว่างสองชานชาลา กลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มโตเดินผ่านหน้าพวกเธอสองคน และกว่าเป้ใบสุดท้ายจะพ้นสายตาของพวกเธอไป เด็กคนนั้นก็หายไปแล้ว

 

"เฟร็ด ตาลูกแล้ว!"

 

เฟร็ด ?

 

"เขาไม่ใช่เฟร็ด ผมต่างหาก!"

 

"แหม ให้ตายสิ คุณผู้หญิง เรียกชื่อลูกยังไม่ถูกเลย"

 

"ขอโทษจ่ะ จอร์จ"

 

เด็กผู้ชายที่บอกว่าตัวเองคือจอร์จเดินมาข้างหน้า

 

"ล้อเล่นหรอกแม่ ผมน่ะเฟร็ด" เด็กคนนั้นบอก แล้วก็ออกเดิน ฝาแฝดของเขาเร่งเขาให้รีบๆไปหน่อย และเขาก็คงจะรีบไปจริงๆ เพราะว่าไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็หายไป — แต่ด้วยวิธีไหนกันล่ะเนี่ย!

 

"ขอโทษนะคะ" เธอใจดีสู้เสือ เดินเข้าไปพูดกับผู้หญิงร่างท้วม โดยมีแฮร์รี่เดินตามมา

 

"สวัสดี หนู" เธอกล่าว "จะไปฮอกวอตส์เป็นครั้งแรกใช่มั้ย เป็นครั้งแรกของรอนเหมือนกันล่ะ"

 

เธอชี้ไปที่ลูกชายคนเล็กสุดของบ้านเธอที่ยังยืนอยู่ เขาเป็นเด็กผอมสูง ท่าทางงุ่มง่ามเงอะงะ หน้าตกกระ มือเท้าใหญ่ และจมูกยาว

 

"ใช่ฮะ" รอบนี้แฮร์รี่เป็นคนตอบ "คือ — คือ เราไม่รู้ว่าจะ.."

 

"วิธีไปชานชาลาใช่ไหม" หญิงร่างท้วมถามอย่างใจดี และพวกเธอสองคนก็พยักหน้ารับ

 

"ไม่ต้องห่วงหรอก" หญิงร้างท้วมบอก "เธอต้องเดินตรงไปแผงที่กั้นระหว่างชานชาลาเก้ากับสิบ ห้ามหยุดนะ ไม่ต้องกลัวว่าจะชนด้วย อันนี้สำคัญมาก ถ้าเธอกล้าๆกลัวๆ ก็ใช้วิธีวิ่งตรงไปเลยเป็นดีที่สุด ไปสิ ไปก่อนรอน"

 

"เอ่อ — ตกลงฮะ" แฮร์รี่ตอบ

 

"เดี๋ยวฉันไปก่อนก็ได้" แอนนาลิสยิ้มให้แฮร์รี่ ก่อนเธอจะสูดหายใจเข้าลึกๆ จับรถเข็นให้แน่น แล้ววิ่งตรงดิ่งไปตรงแผงกั้น เขาวิ่งไปถึงแผงกั้นแต่ไม่ยักกะรู้สึกเจ็บเธอลืมตาขึ้นมาก็พบกับ หัวจักรไอน้ำสีแดงสดจอดคอยอยู่ที่ชานชาลาซึ่งแน่นไปด้วยผู้คน ป้าที่แขวนไว้เหนือหัวเขียนว่า รถด่วนฮอกวอตส์ สิบเอ็ดนาฬิกา เธอหันไปมองด้านหลังพบแฮร์รี่ที่วิ่งตามเข้ามา มีอาการเดียวกับเธอ เขาอ้าปากค้างและมองไปรอบๆด้วยความตะลึง

 

ควันจากหัวรถจักรลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือหัวผู้คนที่คุยกันจ้อกแจ้ก แมวสีต่างๆที่เดินมาเคล้าเคลียพันแข้งพันขาเธอ นกฮูกส่งเสียงร้องทักทายเหมือนกับจะบ่นใส่กันเพื่อกลบเสียงคุยคุยและเสียงหีบหนักๆ ลากครูดกับพื้น

 

รถไฟตู้แรกๆมีนักเรียนนั่งกันเต็มแล้ว บางคนยื่นหน้าออกมาทางหน้าต่างคุยกับครอบครัว บ้างก็กำลังแย่งที่นั่งกัน แอนนาลิสและแฮร์รี่เดินเข็นรถเข็นต่อไปบนชานชาลาเพื่อหาที่นั่งว่าง เธอเดินผ่านเด็กผู้ชายหน้ากลมที่ร้องว่า "คุณยาย ผมทำคางคกหายอีกแล้ว"

 

"โธ่ เนวิลล์" เธอได้ยินหญิงชราถอนหายใจยาวๆ

 

เด็กผู้ชายผมหยิกขอดทั่วหัวคนหนึ่งถูกกลุ่มเล็กๆ รุมล้อมอยู่

 

"ขอดูหน่อย ลี เปิดสิ!"

 

เด็กชายคนนั้นเปิดฝากล่องในอ้อมแขนชนิดหนึ่ง คนที่อยู่รอบๆเขาร้องกรี๊ดและตะโกนลั่นเมื่อสิ่งหนึ่งที่อยู่ข้างในยื่นขายาวๆมีขนรุงรังออกมา เธอเกือบโผล่หน้าไปดูแล้ว ถ้าแฮร์รี่ไปลากเธอกลับไปก่อน

 

พวกเขาสองคนเบียดผ่านผู้คนจนพบห้องว่างเกือบสุดท้ายขบวน

 

"แฮร์รี่! ห้องนี้ว่างแหละ"

 

ทั้งคู่วางนกฮูกของตัวเองไว้ในห้องก่อน แล้วจึงมาดันหีบไปตรงประตูตู้รถไฟ พวกเขาพยายามยกหีบขึ้นบันได แต่ก็แทบจะยกปลายข้างหนึ่งขึ้นจากพื้นไม่ขึ้น และพวกเธอทำหล่นลงมาหล่นทับเท้าถึงสองหน

 

เจ็บง่ะ ฮือ

 

"ต้องการคนช่วยมั้ย" เด็กแฝดผมแดงคนหนึ่งที่พวกเธอเดินตามผ่านกล่องใส่ตั๋วเข้ามาถามขึ้น

 

"ดีเลย ขอบคุณมากฮะ" แฮร์รี่หอบ เธอก็เช่นกัน

 

"เฮ้ เฟร็ด มาช่วยกันหน่อย!"

 

ชื่อนี้อีกแล้ว ทำไมมันคุ้นจังเลยนะ

 

"มาแล้ว มาแล.. อ้าว! ยัยหนูน้อย!"

 

อ่า จำได้แล้ว

 

ฝาแฝดผมแดงทั้งคู่ช่วยยกหีบของพวกเธอ ทำให้หีบของพวกเธอขึ้นไปอยู่ที่มุมห้องได้ในที่สุด

 

"ขอบคุณนะคะ" เธอบอกและยิ้มให้กับเฟร็ด

 

เขาหน้าขึ้นสีเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบางให้เธอ "ม..ไม่เป็นไร"

 

"นั่นอะไรน่ะ" ฝาแฝดคนหนึ่งถามขึ้น และชี้ไปที่แผลเป็นของแฮร์รี่

 

"ให้ตาย" แฝดที่เธอรู้ว่าชื่อเฟร็ด ร้องขึ้น "นายคือ — "

 

"ใช่เขาแน่ๆ" แฝดอีกคนที่เธอยังไม่รู้จักบอก "ใช่มั้ย" เขาหันไปถามแฮร์รี่

 

"อะไรหรอ" แฮร์รี่ย้อนถาม

 

"แฮร์รี่ พอตเตอร์" เด็กแฝดประสานเสียงตอบพร้อมกัน

 

"อ้อ ใช่เขา เอ้อ หมายถึงว่าใช่ๆ ฉันคือแฮร์รี่ พอตเตอร์"

 

เด็กทั้งสองคนตะลึงจ้องมองแฮร์รี่ จนทำให้แฮร์รี่หน้าแดงก่ำ

 

"เฟร็ด จอร์จ อยู่ที่นั่นใช่มั้ย"

 

อ้า เฟร็ดกับจอร์จนี้เอง

 

"ไปเดี๋ยวนี้ฮะแม่" เด็กแฝดมองแฮร์รี่เป็นหนสุดท้าย ก่อนแฝดคนนึงจะหันมามองหน้าเธอ แล้วก็กระโดดลงจากรถไฟไป

 

"ว้าว รู้สึกเหมือนอากาศเลยแฮะ ~" เธอเอ่ยแซวแฮร์รี่ ก่อนจะหันไปยิ้มให้อย่างเจ้าเล่ห์ ทำเอาแฮร์รี่ที่เขินอยู่แล้วเขินหนักเข้าไปใหญ่ แฮร์รี่ผลักเธอเบาๆ ทำให้เธอต้องหลุดขำออกมา

 

แฮร์รี่เลือกที่นั่งติดหน้าต่าง ส่วนเธอก็นั่งลงข้างๆเขา ก่อนเธอจะหันไปได้ยินบทสนทนาของครอบครัวผมแดงที่ยืนอยู่บนชานชาลาอย่างถนัดหู

 

"รอน — มีอะไรติดจมูกลูกล่ะ" เด็กชายคนเล็กสุดพยายามจะกระโดดหนี แต่แม่คว้าเขาไว้ได้และเริ่มเช็ดปลายจมูกเขา

 

"แม่ — พอแล้ว" ในที่สุดเขาก็ดิ้นหลุดมาได้

 

"อ้า.. เจ้าหนูรอนตัวกระเปี๊ยกมีอะไรติดตะหมูกล่ะ" เด็กแฝดคนหนึ่งทำเสียงล้อ ถ้าเธอจำไม่ผิดน่าจะเป็นเฟร็ด

 

"เงียบนะ" รอนว่า

 

"เพอร์ซี่ไปไหนล่ะ" คนเป็นแม่ถาม

 

"กำลังมาฮะ"

 

เด็กชายคนโตสุดเดินก้าวยาวเข้ามา เขาเปลี่ยนไปใส่เสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่ของฮอกวอตส์แล้ว เธอสังเกตว่าที่อกเสื้อของเขาติดเข็มกลัดสีเงินวาวที่มีตัวอักษร พ. ไว้

 

"อยู่ได้ไม่นานฮะแม่" เขาบอก "ผมต้องไปอยู่ตู้ข้างหน้า พวกพรีเฟ็คมีตู้สองตู้เฉพาะ"

 

"โอ้ เพอร์ซี่ นายเป็นพรีเฟ็ค หรอเนี่ย" เฟร็ดทำเสียงประหลาดใจ "นายน่าจะบอกเรานะ เราไม่รู้เลย"

 

"เดี๋ยวๆ ฉันจำได้ว่าเขาบอกเรื่องนี้เหมือนกัน" เด็กแฝดอีกคนหรือจอร์จว่า "หนหนึ่ง —"

 

"หรือสองหน —"

 

"ต่อนาที —"

 

"ตลอดหน้าร้อน — "

 

"เงียบหน่า" เพอร์ซี่พูด

 

แอนนาลิสหลุดขำให้กับความแสบของสองแฝดออกมาเบาๆ

 

"ทำไมเพอร์ซี่ถึงได้เสื้อคลุมใหม่ฮะ" จอร์จถาม

 

"เพราะเขาได้เป็นพรีเฟ็คน่ะสิ" คนเป็นแม่ตอบด้วยเสียงรักใคร่ "เอาล่ะ ลูกที่รัก เรียนหนังสือให้สนุกนะ — แล้วส่งนกฮูกมาให้แม่ด้วยพอไปถึงโรงเรียนแล้ว"

 

เธอจูบเพอร์ซี่ที่แก้มแล้วเขาก็จากไป แล้วเธอก็หันมาทางเด็กแฝด

 

"ทีนี้ก็ลูกสองคน — ปีนี้ทำตัวดีๆหน่อยนะ ถ้าแม่ได้รับนกฮูกอีกตัวรายงานว่าลูก — ลูกระเบิดห้องน้ำหรือ —"

 

"ระเบิดห้องน้ำหรอฮะ เราไม่เคยระเบิดห้องน้ำเลยนะฮะ"

 

"แต่เป็นความคิดที่ดีเลยฮะ ขอบคุณฮะแม่"

 

"นี่มันไม่ตลกเลยนะ! แล้วดูแลรอนด้วยล่ะ"

 

"ไม่ต้องห่วงฮะ เจ้าหนูรอนตัวจิ๋วจะปลอดภัยเมื่ออยู่กับพวกเรา"

 

"เงียบหน่า" รอนบอก

 

"อ้อ แม่ฮะ ทายซิ เมื่อกี้เราเจอใครบนรถไฟด้วย"

 

แฮร์รี่ขยับตัวถอยไปด้านหลังอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้พวกเขาเห็นว่าแฮร์รี่กำลังแอบดูอยู่ โดยลากเธอถอยลงไปด้วยกัน

 

"แม่จำเด็กผมดำที่อยู่ใกล้ๆเราที่สถานีรถไฟได้ไหมฮะ รู้ไหมว่าเขาคือใคร"

 

"ใครล่ะ"

 

"แฮร์รี่ พอตเตอร์ฮะ!"

 

แล้วเธอก็ได้ยินเสียงเด็กตัวเล็กๆ พูดขอแม่ขึ้นมาบนรถไฟเพื่อมาดูแฮร์รี่ ก่อนจะถูกคนเป็นแม่ห้ามไว้

 

"ว่าแต่เฟร็ด จริงๆหรือเปล่า ลูกรู้ได้ยังไง"

 

"ก็ผมถามเขาสิฮะ และก็เห็นแผลเป็นด้วย มันอยู่ตรงนั้นจริงๆฮะ — เหมือนสายฟ้าเลย"

 

"โถ เด็กที่น่าสงสาร — มิน่าล่ะ เขาสุภาพเชียวล่ะ ตอนที่เขากับเด็กผู้หญิงถามว่าจะเข้ามาชานชาลาได้ยังไง"

 

จอร์จหัวเราะคิกคัก

 

"เด็กผู้หญิงคนนั้น คือเด็กที่เฟร็ดปิ๊งล่ะแม่ คิกๆ"

 

"ป..เปล่านะ! ไม่ได้ปิ๊งซะหน่อย" เฟร็ดหน้าแดงเล็กน้อย ก่อนจะพูดเปลี่ยนเรื่อง "เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอกฮะ แต่แม่ว่าเขาจะจำได้ไหมว่าคนที่แม่ก็รู้ว่าใครหน้าตาเป็นยังไง"

 

คนเป็นแม่ทำหน้าเครียดขึ้นมาทันที

 

"นี่! แม่ขอห้ามไม่ให้ถามเขานะ เฟร็ด อย่าเชียว!"

 

"ฮะแม่ วางใจได้"

 

เสียงนกหวีดดังขึ้น

 

"เร็วเข้า" แม่ของเด็กๆบอก แล้วเด็กชายทั้งสามก็ปีนขึ้นรถไฟ พวกเขาชะโงกหน้าตาางออกไปให้แม่จูบลา และน้องสาวคนเล็กสุดก็เริ่มร้องไห้

 

"ไม่ต้องร้องไห้นะ จินนี่ เราจะส่งนกฮูกไปหาหลายๆตัวเลย"

 

"เราจะส่งที่รองนั่งโถส้วมของฮอกวอตส์ไปให้ด้วย"

 

"จอร์จ!"

 

"แค่พูดเล่นๆ หน่าแม่"

 

รถไฟเริ่มเคลื่อนที่ เธอเห็นแม่ของเด็กๆโบกมือลา ส่วนน้องสาวก็ทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้พยายามวิ่งตามรถไฟให้ทันจนรถไฟเร่งความเร็วขึ้น เธอเลิกตามและโบกมือ

 

แอนนาลิสและแฮร์รี่มองดูเด็กหญิงและแม่ของเธอจากหน้าต่างจนลับสายตาไป

 

หวังว่าจะเป็นปีที่สนุกนะ

 

 

 

 

 

 




 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น

  1. #18 Yayazhang (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 16:30

    รอค่าาาาาา มาเร็วๆน้าาาา
    #18
    0
  2. #17 M.melody (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 16:01
    น้องควรไปตรวจสายเลือดจะได้รู้ว่าชื่อนามสกุลตัวเองว่าไร พ่อแม่คือใคร รอๆๆ
    #17
    0
  3. #16 Bjakx (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 11:35

    สนุกแน่นอน =w= โฮะๆพยายามเข้าเด้อไรท์~
    #16
    0
  4. #15 04140606 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 10:24
    ชอบอะ เฟร็ดน่ารัก
    รอนะคะ
    #15
    0