Vanilla Sundae

ตอนที่ 2 : 01 - ช่วงนี้พอร์ชชอบเบลอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,971
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,072 ครั้ง
    8 พ.ย. 62



01


ช่วงนี้พอร์ชชอบเบลอ




            “เหี้ย!


            “สัดพอร์ช มึงพูดไม่เพราะ เอาใหม่”


            “เวรเอ๊ยยยยย”


            “ทำอะไรให้สมกับเป็นหนุ่มคิวต์หน่อย รักษาภาพลักษณ์นิดนึง”


            “แล้วภาพลักษณ์เคยรักษากูมั้ยถามก่อน”


            โทรศัพท์มือถือติดฟิล์มกันรอยแบบหนาพิเศษเป็นสิ่งเดียวที่กำลังอยู่ในความสนใจของเด็กหนุ่มผู้มีความสามารถพิเศษ มือหนึ่งปัดหน้าจอทัชสกรีนเสพความบันเทิงผ่านโซเชียลมีเดีย อีกมือหนึ่งไม่ว่างเว้นเพราะนอกจากจะใช้นิ้วก้อยเกี่ยวกล่องเครื่องมือที่ใช้สำหรับการเรียนแล้ว เขายังถือชานมไข่มุกอร่อยจุกๆ เอาไว้ด้วย


            “ทำอะไรวะ”


            คนเคียงข้างชะโงกหน้าถามอย่างสงสัย ขณะทั้งคู่กำลังเดินทอดน่องไปยังอาคารเรียนซึ่งเปรียบเสมือนอนาคตและนรกในคราวเดียวกัน


            “ไม่เผือกดิ”


            “เดี๋ยวนี้ส่องทวิตเตอร์ชาวบ้านแล้ว”


            “ชาวบ้านที่ไหน คนกันเองทั้งนั้น” ต่อปากต่อคำเก่งนี่แหละเขา


            “ใครก็เป็นคนกันเองสำหรับมึงหมดแหละพอร์ช” เสียงถอนหายใจของเพื่อนรักทำให้เจ้าของชื่อจำต้องละสายตาจากมือถือหันไปให้ความสนใจกับมนุษย์ฉอดอีกครั้ง


            “โลกสอนให้กูต้องรู้เว้ย”


            “รู้ห่าอะไร”


            “รู้เรื่องชาวบ้านเนี่ยแหละ” จากนั้นเสียงทอดถอนหายใจจากคนฟังก็ลากยาวไปหลายวินาที


            ตอนเจอกันใหม่ๆ ไอ้เพื่อนคนนี้มันยังตื่นเต้นดีใจที่ได้ทำความรู้จักกันอยู่เลย พอร์ชจำประโยคในวันนั้นได้เป็นอย่างดี ใครบ้างไม่รู้จักพอร์ช ศิฑา หนุ่มคิวต์ๆ ที่ใครก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าน่ารักยิ่งกว่าวาฬชุบแป้งทอดแต่พอคบกันได้ไม่ถึงปีเพื่อนนรกก็เปลี่ยนคำชื่นชมพวกนั้นมาด่าคนคิวต์ในตำนานราวกับอดีตแสนหวานไม่เคยมีอยู่


            ใจคนเรานี่ยากแท้หยั่งถึงซะจริงๆ


            ทั้งที่นิสัยก็เหมือนกันแท้ๆ เพราะเป็นประเภทหน้ากล้องคุณภาพ หลังกล้องประสาทแดกด้วยกันทั้งคู่


            อยู่คณะที่มีความเครียดสูงอย่างทันตะมันทำให้คนคลุ้มคลั่ง เรียนก็หนัก นอนก็แทบไม่พอ ยังต้องหอบสังขารกับใต้ตาแพนด้ามานั่งหน้าสลอนในคลาสทั้งอย่างนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ที่แต่ละคนจะสรรหาวิธีคลายเครียดต่างๆ นานามาชดเชย อย่างพอร์ชก็มีเซฟโซนของตัวเองเหมือนกัน


            หนึ่งคือเตียง ว่างเมื่อไหร่ต้องนอนให้ได้


            สอง กิน ซัดทุกอย่างบนโลกใบนี้ แต่ถ้าชอบสุดต้องเนื้อย่างกับแซลมอนชุ่มฉ่ำเป็นดีที่สุด


            สาม การ์ตูนมังงะ


            สี่ เกม ช่วงไหนมีเกมฮิตเขามักโหลดมาเล่นขำๆ แต่ถ้าไม่ขำก็ลบแอพฯ ทิ้งไป


            และอย่างสุดท้าย...ทวิตเตอร์ พื้นที่แห่งความบันเทิงสำหรับศิฑาและชาวคณะ


            “ช่วงนี้แท็กของกินกำลังมาแรง นี่ๆ มีร้านเนื้อย่างเกาหลีเปิดใหม่ด้วย ลดยี่สิบเปอร์เซ็นต์ทันที เย็นนี้ไปกินเลยมะ” พอร์ชพูดพลางกลืนน้ำลายลงคอ ชานมไข่มุกที่ถือมาหมดไปแล้ว กระเพาะเลยเรียกร้องหาของกินอีกระลอก


            “วันก่อนมึงเพิ่งกินไป จะแดกอีกละ?”


            “โธ่เพื่อนพลีส ก็อยากกินอะ พลีสสสสส~” คนฟังรู้ดีว่าประโยคลากยาวนี้ไม่ใช่การเรียกชื่อแต่เป็นประโยคขอร้องแกมบังคับซะมากกว่า


            “แล้วกูต้องตอบยังไง”


            “เซย์เยสออร์เยส”


            “ไอ้ฟาย ไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ให้กูเลย”


            “งั้นให้เลือกใหม่ระหว่างไปกับไป”


            “พอร์ช...ไอ้เขมือบเก่ง ไอ้สัด ครึ่งปีก่อนมึงตรวจโคเลสเตอรอลยัง ยัดแต่ละอย่างเข้าไปคิดหรือเปล่าว่าสุดท้ายแล้วสุขภาพมึงจะเสีย ร่างกายแม่งจะทรุดแค่ไหน ถ้าตอนนั้นต้องมานั่งปวดหัวกับการแดกยาอีกกูจะสมน้ำหน้าให้”


            “แล้วไปมั้ย” อยากถามแค่นี้จริงๆ


            “ไป”


            “ดีล! เจอกันที่ร้านตอนห้าโมง เลตได้ไม่งอแง เดี๋ยวกูส่งโลไปให้”


            “พอร์ช เดี๋ยว! ไอ้พอร์ช...”


            เขาเดินแยกออกมาโดยไม่คิดฟังคำทักท้วง นอกจากปล่อยให้เพื่อนรักตะโกนตามหลังราวกับคนบ้า


            พลีส หรือพีรวิช เป็นมนุษย์นิสิตทันตะปีสี่ที่สนิทกับพอร์ชมาตั้งแต่เข้ามหาลัย เอกลักษณ์เด่นๆ ของเจ้าตัวก็คือ    ส่วนสูง 180 เซ็นต์ ผิวขาวเหลือง ตาชั้นเดียว และผมหยักศก เมื่อก่อนทั้งคู่มักไปไหนไปกันตลอด ทว่าหลังจากแยกไมเนอร์คลาสในช่วงปีหลังส่งผลให้พวกเขาหาเวลาเจอกันยากขึ้น ง่ายสุดก็ในโซเชียล


            แต่วันนี้เป็นวันดีเพราะมีเนื้อย่างเป็นตัวเชื่อมสัมพันธ์ พอร์ชเลยอารมณ์ดีขึ้นมาหลายเท่า


            วันศุกร์ เขามีตารางเรียนเลกเชอร์เช้า ส่วนบ่ายยัดคลินิกแบบรัวๆ เพราะคณะนัดคนไข้ให้ ตอนเรียนถามว่าเครียดมั้ยก็เครียดพอดู แต่ประเด็นที่น่ากังวลมากกว่าเห็นจะเพื่อนร่วมคณะนี่แหละที่บันเทิงพอๆ กัน เนื่องจากแต่ละคนถือคติว่าที่บ้านไม่ได้ส่งมาเรียน แต่ส่งมาเล่นมุกโบ๊ะบ๊ะแล้วก็กลับมากกว่า


            น่าตลก ที่ตอนอยู่ปีหนึ่งการเรียนให้จบภายในหกปีคือเป้าหมายสูงสุดซึ่งได้ปักหมุดเอาไว้ แต่ปัจจุบันการเรียนให้จบหกปีนั้นกลับเป็นเพียงเรื่องของจินตนาการเพ้อฝันไปซะอย่างงั้น


            16.20 น.


          เนื้อย่าง เนื้อย่าง~


            แป๊บๆ เวลาก็ผ่านไปเร็วราวกับกะพริบตา นาฬิกาหมุนวนไปใกล้กับเวลาซึ่งได้นัดหมายเอาไว้ก่อนหน้า ทันทีที่ภารกิจในการเรียนจบลง สมองมันก็ผุดภาพใหม่ขึ้นมาทันควัน มันคือภาพของชิ้นเนื้อสีสดที่ถูกหมักอย่างดีกำลังวางอยู่บนเตาย่าง แค่คิดน้ำลายพอร์ชก็แทบไหลรีบมุ่งหน้าไปยังจุดหมายอย่างรวดเร็ว


            “หูยยย ที่ร้านมีโปสเตอร์โบก-อมไอดอลของมึงด้วยว่ะ”


            “โบ-กอมไอ้ฟาย เรียกชื่อไอดอลกูให้ถูกด้วย”


            “โทษๆ” แซวไปนิดเดียวรีบสวนกลับตาขวางเชียว


            พลีสสแตนด์บายรอก่อนแล้ว ส่วนพอร์ชไม่รอท่าหย่อนสะโพกลงบนเบาะฝั่งตรงข้าม ร้านเปิดใหม่ที่มาเปิดประเดิมตกแต่งในสไตล์เกาหลี ก็นะ นี่คือร้านเนื้อย่างเกาหลีที่ใครก็บอกว่าอร่อยที่สุดในโลก ตอนโปรโมตเขาพูดอย่างนั้นเลยต้องมาลองกันสักหน่อย


            พอร์ชหยิบรายการอาหารใกล้มือขึ้นมาเปิด แต่ไม่ทันไรเพื่อนรักก็รีบพูดแทรกอย่างรู้ทัน


            “กูสั่งเรียบร้อยละ”


            “อ้าว ไม่คิดจะรอกันเลยเหรอ”


            “กูรู้ว่ามึงจะกินอะไร วินาทีนี้มันต้องบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างเท่านั้น”


            แหม่...รู้ใจยิ่งกว่าหมาที่บ้านพอร์ช


            “สมกับเป็นเพื่อนกูจริงๆ” พูดไปมือก็หยิบมือถือขึ้นมาปลดล็อกไปด้วย คิดอยู่เลยว่าถ้ากินเยอะขึ้นระบบจดจำหน้าในโทรศัพท์มันยังจะจำเขาได้อยู่หรือเปล่า


            ถึงตอนนี้มันก็อดนึกถึงอดีตแสนหวานของตัวเองไม่ได้ เมื่อก่อนใครเขาก็พากันเรียกน้องนุ่ม ตอนนี้เหรอชีวิตโคตรเศร้า เพราะเพื่อนเอาแต่เรียกน้องเหนียงไม่หยุดปาก


            เหนียงพ่อง!


            “เออ เพิ่งนึกได้ว่าวันเสาร์มึงมีงานหนิ” ระหว่างรอเนื้อย่างและเครื่องเคียงมาเสิร์ฟ เพื่อนสนิทอย่างพลีสก็เริ่มต้นบทสนทนาในหัวข้อใหม่ทันที


            “อืม เป็นสัมภาษณ์ลงเว็บคอนเทนต์ออนไลน์คนรุ่นใหม่น่ะ” ปกติถ้าเรียนหนักศิฑาจะไม่ค่อยรับงาน เพราะต้องมั่นใจก่อนว่างานนั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียนถึงจะตอบตกลง ซึ่งงานที่เพิ่งพูดถึงไปเมื่อครู่ก็เข้าเงื่อนไขของเขาทั้งหมด


            “มึงไปคนเดียวหรือมีคนอื่นด้วย”


            “เห็นว่ามีอีกคนด้วยนะ แต่กูไม่รู้จักอะ”


            ก่อนหน้าทางทีมก็บอกชื่อมาเหมือนกัน เลยลองหาข้อมูลดูก่อนจะพบว่าไม่ค่อยมีอะไรให้ศึกษาเท่าไหร่นอกจากรายชื่อที่บอกว่าอีกฝ่ายเป็นแชมป์ตอบปัญหาเศรษฐศาสตร์กับรูปอีกไม่กี่รูป พอเปิดมาภาพก็เห็นไม่ค่อยชัด ประวัติย่ออื่นๆ ยังไม่มี เห็นทีน่าจะเพิ่งมีกระแสจากโซเชียลได้ไม่นาน


            “เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้าผู้หญิงกูขอไปด้วย”


            “เร็วเลยนะมึง แต่ขอโทษด้วยเขาเป็นผู้ชายว่ะ”


            “โลกแม่งโคตรเศร้า...” พอร์ชตบบ่าปุๆ ปลอบใจก่อนหันไปสนใจเนื้อย่างในจานยักษ์ซึ่งกำลังมาเสิร์ฟถึงโต๊ะ


          เนื้อย่าง เนื้อย่าง
~


            จุดนี้ความเศร้าของเพื่อนไม่มีผลต่อใจโพชิหรอก เรื่องสำคัญที่สุดและกำลังอยู่ในความสนใจหนึ่งเดียวก็คือเรื่องกินเท่านั้น อย่างน้อยจะได้ทดแทนพลังงานที่เสียไปจากการเรียนอันหนักหน่วงบ้าง


            “โหหหหห เนื้อนี่สไลด์มาแผ่นหนากว่าหน้ามึงอีกแน่ะ แถมได้ชิ้นใหญ่ด้วย ดีต่อใจ”


            “มึงมาหลอกด่ากูทำไมเนี่ยเชี่ยพอร์ช ไอ้หนังหมา”


            “หูยๆ หยาบคายพอร์ชรับไม่ได้”


            “รำคาญมึงว่ะ”


            “ไม่รับรู้” ไม่พูดเปล่าต้องทำหน้าให้เหมือนมีมกระต่ายนรกในทวิตเตอร์ด้วย


            “ตอนไปทำงานก็อย่าก่อเรื่องให้ใครเขาปวดหัวแล้วกัน”


            มือจับคีมคีบชิ้นเนื้อวางลงบนเตา เสียงซู่ซ่าของเนื้อกับความร้อนกรุ่นๆ ช่างเร้าอารมณ์เป็นที่สุด นี่แม่งดึงดูดกว่าคนน่ารักในเอ็มวี I’m so sick* อีกนะเนี่ย


            “นี่มึงฟังกูอยู่ปะ”


            “ฟังอยู่” ย่างเนื้อไปด้วยฟังไปด้วยก็เพลินหูอีกแบบ


            “เมื่อกี้กูพูดว่าอะไร”


            “เนื้อย่าง เนื้อย่าง~


            “โอเค แดก!


            คงถึงจุดที่พลีสรู้สึกเหนื่อยล้าเวลาต้องต่อล้อต่อเถียงกับพอร์ชเต็มที สุดท้ายเขาจึงยอมยกธงขาวแกะตะเกียบออกมาจากห่อพลาสติกแล้วมุ่งมั่นกับการกินเนื้อย่างแสนพิเศษต่อไป ไม่น่าเชื่อว่าร้านเปิดใหม่จะทำอร่อยขนาดนี้ ไหนจะน้ำจิ้มเอย เนื้อเอย บอกเลยว่าสุดยอดโพดๆ


            ยิ่งตอนที่ยัดความอร่อยเข้าไปในปาก กระพุ้งแก้มเขาถึงกับสั่นตุบๆ โฮกกก น้ำตาจะไหล


          ไอ้เชี่ยร้อน


            “จะกินหรือจะตายมึงเลือกเอาสักอย่าง” คนตรงข้ามทำลายบรรยากาศจนหมดสิ้น พอร์ชเปลี่ยนโฟกัสสายตาจากเตาย่างเงยหน้ามองคนตรงข้ามอีกครั้ง


            “ตายก็ไม่ได้กินอะดิ”


            “เศร้าเนอะ งั้นกินต่อไปเถอะ เชิญๆ” เจ้าตัวเบะปากใส่ก่อนเอื้อมมือคว้าแก้วน้ำดื่มขึ้นมาจิบ


            ท่าทางเหมือนจะอิ่มแต่ศิฑารู้ดี กระเพาะไอ้พีรวิชไม่ใช่กระเพาะคนหรอก ขนาดความจุก็พอๆ กับเขานั่นแหละ ดังนั้นคงนั่งแช่ได้อีกยาว ซึ่งมันก็จริง...


            เวลาล่วงเลยไปสองชั่วโมงยังไม่มีใครวางตะเกียบ แต่จังหวะการสโตรกช้าลงกว่าแรกเริ่มค่อนข้างมาก ความสามารถพิเศษที่เคยมีเลยถูกหยิบเอามาใช้ มือหนึ่งคีบเนื้อ อีกมือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปัดเล่นไปพลางๆ


            ติ๊ง!


            “เชี่ย มีมนี้โคตรเหมือนมึง”


            พลีสส่งรูปเข้าไลน์มาอีกแล้ว พอร์ชเลยไม่รอช้ากดดูด้วยความไวว่องก่อนจะเห็นกระต่ายขาว Snowball ฟันสองแง่งจากแอนิเมชั่นเรื่อง Secret Life of Pet ปรากฏอยู่ตรงหน้าพร้อมข้อความพิมพ์ตัวหนา



          กูจะแดกทุกอย่างบนโลกนี้แม้กระทั่งมึง



            “กระต่ายอะคล้าย แต่ข้อความไม่ใช่กูเลย กูคนกินน้อย”


            “น้อยกว่าคนทั้งโลกเหรอ เคๆ”


            “บิดเบือนความจริงมันบาปนะ”


            “ยังไงกูก็บาปน้อยกว่ามึงแล้วกัน”


            “กูจะแจ้ง! กูจะแจ้ง!


            ปากว่าแต่มือกดเซฟแล้วเรียบร้อย พอร์ชเป็นนักสะสมมีม มีอะไรตลกพี่เซฟใส่เครื่องหมด เผื่อมีสถานการณ์ไหนที่เพื่อนพิมพ์มาฉอดเขาจะได้ด่ากลับโดยไม่ต้องพิมพ์ เน้นส่งรูปและทำความเร็วเท่านั้น


            “เอาที่มึงสบายใจ”


            วินาทีนี้เพื่อนไม่ได้กวนใจอีก เขาเลยมีเวลาส่องความเคลื่อนไหวของชาวโซเชียล และแท็กหนึ่งที่มักเข้าไปเยี่ยมเยียนเป็นประจำเลยก็คือแฮชแท็กสุดน่ากระทืบ
พอร์ชเป็นบ้า


            นอกจากเมนชั่นเข้ามาเป็นการส่วนตัว วิธีการนี้ก็ทำให้เจ้ากระต่ายศิฑารับรู้ทุกเรื่องราวที่ทุกคนพูดคุยเกี่ยวกับตัวเองได้ด้วย ที่สำคัญยังมีรูปสวยๆ อีกเพียบเตรียมเซฟไว้เป็นคอลเล็กชั่นส่วนตัว รูปไหนว้าวหน่อยก็จะขออนุญาตคนถ่ายไปลงอินสตาแกรมต่อ ส่วนรูปไหนสยองค่อยเก็บไว้ทำยันต์กันผีแก้เซ็ง


            แน่นอนว่ามีบ้านหนึ่งที่เขาชอบมากๆ เนื่องจากตามถ่ายตลอดแถมยังหอบสังขารมาตามเขาทุกงานไม่มีว่างเว้น ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมในมือถือพอร์ชถึงมีรูปจากแอ็กเคาต์
ForeverPochiPochi อยู่เต็มไปหมด


            “พลีส รูปนี้ดูดีมั้ย” หน้าจอเปิดภาพหนึ่งขึ้นมา ก่อนยื่นไปจ่อหน้าคนตรงข้าม


            “ดี บ้านนี้เขาแต่งรูปมึงสวยดีเนอะ ผิดกับตัวจริงฉิบหาย”


            “ใช่ๆ เพราะตัวจริงดูดีกว่า”


            “อืม ตัวจริงโคตรน่ารัก ทุกวันนี้กูยิ่งแยกไม่ออกเลยอันไหนพอร์ช อันไหนเพลี้ย”


            “งุ้ยยย เขิน”


            “งุ้ยยย –วย”


            “หยาบคายอะคนเรา กูจะแจ้ง!


            “กูขอซื้อประโยคนี้ทิ้งได้มั้ย สัด หลอนหูฉิบหาย”


            “กูไม่ขาย ขายแล้วจะเอาอะไรมาพูด กูจะแจ้ง!


            “รำค้าญญญญญ”


            พลีสก็เป็นอย่างนี้แหละ ปากดีแต่จริงๆ โคตรรักพอร์ช ยิ่งอีกฝ่ายบอกว่าเขาเหมือนสัตว์ดูดน้ำเลี้ยงพืชก็ยิ่งไม่รู้สึกโกรธ เพราะมีความฝันมานานแล้วว่าอยากกินมังฯ เนื่องจากชีวิตที่ผ่านมาซัดโฮกแต่เนื้ออร่อยๆ มาตลอด


            ผละจากเรื่องไม่เป็นเรื่องก็กลับมาให้ความสนใจกับรูปสวยๆ ต่อ หลังตัดสินใจแล้วว่าจะเซฟภาพนี้ไปลงอินสตาแกรม คนตัวเล็กก็ไม่ลืมขออนุญาตเจ้าของรูปตามธรรมเนียม แน่นอนเธอตอบกลับมาอย่างเร็วรี่แถมดูจะตื่นเต้นทุกครั้ง จึงใช้เวลาพูดคุยกันครู่ใหญ่ก่อนอัพโหลดรูปลงไอจี


            ปกติพอร์ชไม่ค่อยพิมพ์แคปชั่นอยู่แล้ว แต่วันนี้มีความสุขเพราะได้กินอิ่มสมองเลยแล่นพิมพ์ยาวกว่าปกติ




          pporschep
          เนื้อย่างว่าอร่อยแล้ว แต่เราดันอร่อยกว่า




            เชี่ย เขินนิดหน่อยแต่มั่นใจในตัวเองมากๆ


            ลงรูปเสร็จปุ๊บเขาก็ใช้ตะเกียบคีบเนื้อขึ้นมากินต่อ นอกจากเรียนให้จบชีวิตก็ไม่อยากกังวลอะไรอีกแล้ว เขาแค่อยากมีความสุขกับการส่องรูปตัวเอง เสือกเรื่องชาวบ้าน เป็นบ้ากับเพื่อน และนั่งกินของอร่อยอูมามิจนพุงแตกไปวันๆ เท่านั้น


            เท่านั้นจริง...จริง...





 

 

 




            ชีวิตคนเราต้องเต็มที่ขนาดไหน จันทร์ถึงศุกร์เรียนอย่างหนักหน่วง แถมต้องเข้าคลินิกสลับเลกเชอร์เป็นประจำ เท่านั้นกลับยังรู้สึกไม่เต็มที่กับชีวิตเท่าที่ควรเลยตบปากรับคำร่วมงานในวันเสาร์เพิ่มอีก


            และด้วยความที่พอร์ชไม่มีผู้จัดการส่วนตัว เนื่องจากปกติไม่ค่อยรับงานนอกเยอะอยู่แล้วเลยจัดตารางทุกอย่าง     ด้วยตัวเอง พ่อแม่ก็ไม่ได้แย้งใดๆ เพราะเห็นว่าเขาโตพอจะดูแลตัวเองได้แล้วเลยให้อิสระอย่างเต็มที่ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มักเห็นเขาทำอะไรหลายอย่างโดยไม่มีคนช่วย


            แต่ที่แปลกเห็นทีจะเป็นวันนี้


          ฝนตก...


            เดาว่าไอ้พลีสเพื่อนรักคงสาระแนวิ่งไปปักตะไคร้หน้าคอนโดแน่ๆ ฝนถึงได้เทกระหน่ำลงมาอย่างหนักจนไม่รู้ว่าวันนี้อากาศจะกลับมาดีอีกหรือเปล่า


            ตอนเช้าไม่เห็นมีเค้าลางแม้แต่น้อย พอจะออกจากห้องเท่านั้นแหละเทลงมาห่าใหญ่ เลยเสียเวลากับการสาละวนรื้อค้นร่มในห้องอยู่นานสองนาน กว่าจะได้ฤกษ์งามยามดีก้าวย่างออกไปเวลาก็ปาไปเกือบเที่ยงวันแล้ว


            ออฟฟิศที่นัดหมายอยู่ไม่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้านัก ดังนั้นเขาจึงเดินทางด้วยวิธีดังกล่าวเป็นหลัก เมื่อพอร์ชไปถึงก็เห็นพี่ๆ ทีมงานรออยู่ก่อนแล้ว พวกเขาพาพอร์ชไปยังสตูดิโอที่จัดเตรียมเอาไว้ แสงพร้อม กล้องพร้อม คนสัมภาษณ์ก็พร้อม แต่ที่ชอบสุดเห็นจะเป็นของว่างซึ่งเตรียมไว้ให้อย่างดี


            หลังหย่อนก้นลงนั่งตรงโซฟาสีครีมตัวนิ่ม หนึ่งในทีมงานก็ปรี่มานั่งพูดคุยกับพอร์ชอย่างเป็นกันเอง โดยไม่ลืมบอกสคริปต์งานวันนี้คร่าวๆ ระหว่างรอใครอีกคนมาถึง


            “น้องพอร์ช เดี๋ยวพี่จะเริ่มสัมภาษณ์พอร์ชตอนบ่ายโมงครึ่งนะคะ แล้วหลังจากนั้นจะให้พักก่อนถึงค่อยมาถ่ายรูปประกอบช่วงประมาณสามโมงค่ะ”


            “รับทราบครับ”


            “วันนี้ไม่มีเพื่อนมาด้วยเหรอ”


            “เพื่อนไม่ว่างครับ วันนี้พอร์ชมาคนเดียว”


            “งั้นไม่เป็นไร เดี๋ยวมีเพื่อนใหม่มาด้วยเนอะ ระหว่างนี้ก็คุยกับพี่ไปก่อน” เจ้าของชื่อยิ้มให้พี่สาวคนน่ารักก่อนทั้งคู่   จะพูดคุยเรื่องงานกันต่ออีกเล็กน้อย ปกติศิฑาไม่ได้เป็นพวกเข้ากับคนยากอยู่แล้ว ดังนั้นการรับงานกับคนใหม่ๆ เลยไม่ใช่เรื่องน่ากังวลใจ ยังไงก็สามารถลั้ลลาได้แม้สถานการณ์จะไม่ค่อยอำนวยก็ตาม


            “น้องมาแล้วค่า”


            ไม่กี่นาทีให้หลังประตูห้องสตูดิโอก็ถูกผลักเข้ามา ทุกสายตาหันไปจับจ้องยังคนมาใหม่อย่างเร็วรี่


            “ขอโทษที่ทำให้รอครับ”


            ใครคนนั้นไม่ได้มาเลตซะหน่อย เพราะงั้นพอร์ชไม่โกรธ เห็นใจด้วยซ้ำที่สภาพของเขาเปียกปอนไปทั้งตัว ตั้งแต่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวรวมไปถึงกางเกงสแล็กส์เข้ารูปที่สวมใส่อยู่ นี่ถ้าไม่บอกว่ามาสัมภาษณ์เขาคงเข้าใจว่าไอ้ผู้ชายตัวสูงตรงหน้าต้องไปร่วมกิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำมาแน่ๆ


            “ไม่เป็นไรจ้า ทีมงานหาไดร์เป่าผมให้น้องหน่อย”


            “ค่า”


            รอบข้างวิ่งวุ่น ส่วนพอร์ชนั่งกินบิสกิตบิด ชิมครีม จุ่มนมอย่างสบายอารมณ์ ระหว่างนี้สองหูยังคงได้ยินเสียงพูดคุยของคนในสตูดิโอไปด้วย เพิ่งรู้ว่าคนคนนั้นต้องวนหาที่จอดรถอยู่นานกว่าจะเดินลุยฝนมาได้ คำถามคือ...


            ทำไมไม่เอาร่มมาวะ


            “โอเคค่ะ เดี๋ยวระหว่างนี้ให้น้องๆ ทำความรู้จักกันไปก่อน แล้วสักบ่ายโมงครึ่งจะเริ่มสัมภาษณ์แยกนะคะ ขนมถ้าไม่พอบอกได้เลยพี่จะรีบเอามาให้”


            “คร้าบ” เจ้ากระต่ายขาวอ้าปากพะงาบๆ พลางเบนสายตาไปยังร่างสูงที่กำลังสาวเท้าเข้ามาประชิด


            เมื่อกี้เห็นไม่ชัดเพราะมีหลายคนมารุมมาตุ้ม แต่ตอนที่ทั้งคู่ได้มีโอกาสใกล้กันมากกว่าเดิมพอร์ชถึงได้เห็นอีกฝ่ายชัดเต็มสองตา อย่างแรกเลยคือเขาตัวสูงมาก น่าจะพอๆ กับรุ่นพี่อย่างไมล์คือ 185 อัพ โพชิเริ่มนับนิ้วในใจหลังเปรียบเทียบความต่างกับตัวเองจบ ก็แค่สูงห่างกัน...ประมาณสิบเซ็นต์เอง


            พูดถึงหน้าตาก็ต้องยอมรับว่าดูดีฉิบหาย แถมผอมด้วย เส้นเลือดที่แขนนี่คือเต้นตุบๆ จนอดอุทานในใจไม่ได้ เป็นคนแขนหล่อนะเราอะ


            จากภายนอกที่เห็นผ่านสายตาของพอร์ชนั้น อีกฝ่ายดูดีทุกกระเบียดนิ้ว และดูโตเป็นผู้ใหญ่กว่าเขามาก


            “นั่งตรงนี้ได้นะ” เห็นคนตัวสูงยืนหน้ามึนอยู่ ร่างบางจึงขยับตัวไปด้านข้างเล็กน้อยพอเหลือพื้นที่ให้อีกฝ่ายได้นั่งเบียดบนโซฟาตัวเดียวกัน


            “ขอบคุณครับ” ว่าแล้วก็ทิ้งสะโพกลงอย่างเงียบเชียบ


            พอร์ชยังไม่หยุดความพยายามในการลอบมองคนข้างๆ แค่เสี้ยวหน้ายังดูดีเลย อดแปลกใจไม่ได้ว่าหนีไปอยู่ซอกหลืบไหนมาถึงไม่เคยเห็น


            ผมสีดำสนิท คิ้วหนา ตาเฉี่ยวคม จมูกเองก็โด่งจนสันแทบทิ่มตา ปากงี้บางเชียว คิดว่าสาวๆ น่าจะชอบเพราะเป็นไทป์ผู้ชายหล่อแบบพิมพ์นิยม เขาเหมือนเจ้าชายในนิทานปลาบู่ทองเลย ตัดภาพมายังพอร์ชที่ใครๆ ต่างก็บอกว่าน่ารัก แต่ทำไมหน้าถึงไปละม้ายคล้ายกระต่ายผี Snowball ได้ว้า


            “เอ่อ...” มองอยู่นานต่างคนต่างไม่ยอมพูด เดดแอร์ไปสิ


            โอริโอ้หมดแล้ว โพชิหยิบถั่วป๊อกแป๊กออกมากินแก้เก้อ หวังว่าจะได้พูดคุยอะไรกันบ้างแต่ก็ไม่มี เห็นทีพอร์ชต้องเป็นฝ่ายเริ่มประเด็นก่อนแล้วล่ะ


            “หวัดดี” ขณะพูดต้องฉีกยิ้มกว้างๆ ไปด้วย


            ตอนนี้แหละที่ไม่รู้ว่าจะน่ารักหรือสยอง ทว่าคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับมา


            แน่นอนคนข้างๆ มีปฏิกิริยาตอบโต้ฉับพลันนั่นคืออาการสะดุ้งจนตัวโยน เออะ...นี่พอร์ชไม่ใช่ผีในเดอะคอนเจอริ่งนะโหวย


            “หวัดดี...ครับ” โอ้โห กว่าหางเสียงจะมาเล่นเอาลุ้นแทบเหนื่อย เสียงของเขาทุ้มต่ำมาก นอกจากแขนหล่อแล้วเสียงยังหล่ออีกนะเนี่ย ไม่เบาๆ


            “เราชื่อพอร์ชนะ”


            “นาที”


            จากการหาข้อมูลโดยคร่าวก็รู้อยู่หรอกว่าชื่อแปลก แต่ไม่มีใครเขียนอธิบายต่อท้ายไงว่าทำไมถึงต้องเป็นคำนี้


            “เฮ้ยโคตรคูล ทำไมถึงชื่อนาทีเหรอ”


          “แม่บอกว่าใครจับมือผมเกินหนึ่งนาทีเขาจะตกหลุมรัก”


            “สเปเชียลฝุดๆ ว่าแต่นาทีอยู่ปีอะไรเราจะได้เรียกถูก”


            พอร์ชถามต่อแต่นาทีไม่ยอมสบตา รู้เลยว่าใหม่กับเรื่องพวกนี้มาก โชคดีที่ยังยอมตอบคำถามไม่ปล่อยให้คนรอฟังหน้าแห้งเพียงลำพัง


            “ปีสาม”


“งั้นเราเป็นพี่ เราอยู่ปีสี่ นาทีเรียนที่ไหน”


            “อีคอน XSU พอร์ชล่ะ” สุดท้ายคนตัวสูงก็ยอมประสานสายตากับเขาโดยตรง เล่นเอาผงะไปชั่วครู่ แถมที่ตลกคือเจ้าตัวไม่ยอมเรียกพอร์ชว่าพี่ด้วย ไอ้เด็กนี่!


            “เรียนทันตะ แล้วนี่มาคนเดียวเหรอ”


            “ครับ พอร์ชล่ะ” นี่มันประโยคตอบอัตโนมัติหรือเปล่าวะ คำถามเดิมเลย


            “มาคนเดียวเหมือนกัน เออนี่ กินมั้ยขนม อร่อยนะ” หาเรื่องใหม่มาคุยดีกว่า


            “พอร์ชกินเถอะ”


            “พี่อิ่มแล้ว” เขาเปลี่ยนสรรพนาม พร้อมกับเน้นคำว่า พี่ด้วยเสียงหนักแน่น ดูจะเป็นคนเงียบๆ นะแต่พอมองลึกเข้าไปในดวงตาเลยพอจะมองออกว่าเป็นคนหัวรั้นพอประมาณ


            “...”


            แล้วเดดแอร์ก็แทรกซึมคนทั้งคู่อีกรอบ ไม่มีใครพูดอะไรอีกนอกจากนั่งเกาหัวเข่าจนแทบถลอกปอกเปิก ทีมงานก็ยังคงวิ่งวุ่นเพราะยังไม่ถึงกำหนดการดี พอร์ชเลยต้องหาวิธีพูดคุยกับไอ้เด็กพูดน้อยอย่างสุดความสามารถ


            “ก่อนหน้านี้พี่ลองหาข้อมูลมา ไม่ค่อยมีข้อมูลของนาทีเลย นี่มาสัมภาษณ์แบบนี้ครั้งแรกหรือเปล่า”


            “ครับ ครั้งแรก พอร์ชล่ะ”


            หมดกันความพยายามของการทำให้เขาเรียกพี่


            “พูดบ่อยไปมั้ย คำว่าพอร์ชล่ะเนี่ย”


            “งั้นขอเปลี่ยนเป็นประโยคแล้วคุณล่ะครับแทน”


            ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย ปาดน้ำตา...


            “กวนตีนป้ะเนี่ย จะกวนแข่งเราเหรอ”


            “ผมพูดปกติ ไม่ได้ตั้งใจกวน” แสดงว่าเป็นคนวอนส้นโดยธรรมชาติ ดังนั้นเขาจะพยายามเข้าใจสิ่งที่นาทีเป็น


            “เคๆ ไม่เถียงก็ได้”


            “ก่อนหน้านี้ผมอ่านประวัติคร่าวๆ มาเหมือนกัน”


            “ประวัติพระเจ้าตากเหรอ”


            “ใครกันแน่ที่กวน”


            “ขอโทษได้มั้ยล่ะ สรุปอ่านประวัติอะไรมา แชร์ให้ฟังหน่อยดิ”


            “ของพอร์ช พอร์ชดูฉลาดกว่าที่คิด”


            สัด! นี่ชมหรือด่ากันแน่วะ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายมองว่ามีดีแค่หน้าตาแต่สติปัญญาโหรงเหรง เขาเลยงัดเอาผลงานในอดีตออกมาสาธยายให้ฟังอย่างภูมิอกภูมิใจ


            “ตอน ม.5 สอวน ค่ายสอง ศูนย์ศิลปากร ม.6 คณิตศาสตร์กับเคมีเพชรยอดมงกุฎ แถมยังมีเจ็ดวิชาสามัญด้วย ได้คณิตฯ เก้าสิบสี่คิดถึงตอนนั้นแล้วน้ำตาจะไหล เพราะเป็นนักเรียนดีเด่นของครอบครัว”


            “แล้วตอนนี้ล่ะ” นาทีถามหน้าตาย


            “ตอนนี้เป็นอย่างเดียว เป็นบ้า”


            “ก็เหมือนอยู่”


            “กูจะแจ้ง! กูจะแจ้ง!


            “...” อีกฝ่ายไม่ยอมตอบโต้นอกจากทำหน้าเป็นเชิง เรื่องของมึงใส่


            เฮ่อ กรรมหนักซะจริงๆ ด่าตัวเองไม่พอมีคนมาสนับสนุนความคิดนี้อีก


            นาฬิกาหมุนวนอย่างเชื่องช้า ความเงียบปกคลุมเป็นรอบที่สาม ต่างคนต่างไม่รู้จะสรรหาอะไรมาพูดเลยแก้ปัญหาด้วยการหยิบมือถือขึ้นมากดเล่นไปพลางๆ ระหว่างนี้พอร์ชเลยหันไปเช็กโซเชียล พร้อมกับเซฟภาพไว้ทำมีมเรื่อยเปื่อย ไม่นึกเลยว่าวินาทีต่อมาความเงียบจะถูกทำลายลงโดยคนตัวสูงกว่า


            “พอร์ช”


            “หืม” เจ้ากระต่ายไม่ได้เงยหน้ามองแต่กำลังนั่งไถรูปอย่างต่อเนื่อง


            “จะเป็นไรมั้ย ถ้าผมจะขอไลน์”


            ทุกอย่างหยุดชะงักไปอึดใจหนึ่ง ก่อนเขาจะได้สติเงยหน้าสบตากับเจ้าของคำพูดตรงๆ ท่าทางดูไม่ค่อยสุงสิงกับใครที่สัมผัสได้ในคราแรกมันหายไปไหนหมด


            “ได้สิ เผื่อเราได้เจอกันตามงานอีก”


            พอร์ชไม่ปฏิเสธ หลังเอ่ยประโยคดังกล่าวจบมือหนาพลันยื่นโทรศัพท์ของตัวเองมาให้ โดยที่หน้าจอเปิดแอพพลิเคชั่นไลน์เอาไว้ก่อนแล้ว เหลือก็แต่ช่องใส่ไลน์ไอดีซึ่งยังว่างอยู่ เขาไม่รีรอพิมพ์ตัวอักษรที่คุ้นเคยลงไปอย่างเร็วรี่ จากนั้นก็ยื่นมือถือกลับไปให้เจ้าของ


            “ขอบคุณครับ”


            “มีอะไรก็ปรึกษาได้ แต่ปกติเราก็ไม่ค่อยมีประสบการณ์เรื่องงานในวงการเท่าไหร่ แค่อาจจะแนะๆ เป็นแนวทางให้เท่านั้น”


            “ผมไม่ค่อยอยากรับงานหรอก”


            “อ้าว แล้วทำไมวันนี้ถึงรับล่ะ”


            “เขาตื๊อเลยต้องมา” เรื่องมันหักมุมมาเป็นแบบนี้ได้ไง “อีกอย่างมันเป็นสัมภาษณ์ที่มีประโยชน์ต่อคนอื่นด้วย”


            “ลองดู อาจจะชอบก็ได้”


            “แล้วพอร์ชชอบมั้ย” จ้องตากันอีกละ มันจะถลนออกจากเบ้าแล้ว


            “ก็...ก็สนุกดี” ถือเป็นคนเก่งมากนะที่ทำให้เขาจนมุมได้ แต่พอร์ชไม่ยอมแพ้หาทางเบี่ยงประเด็นตามสเต็ป “แต่ก่อนอื่นนาทีต้องเรียกเราว่าพี่นะ เพราะเราแก่กว่า”


            “ครับ” เจ้าตัวรับคำ เขาเลยยิ้มกว้างกว่าเดิม


            “ดีมาก งั้นเรียกพี่ให้ฟังหน่อย”


            “เมื่อกี้พอร์ชว่าไงนะ”


            โว้ยยยยยยยยย ฟังกันบ้างมั้ยเนี่ย


            “ช่างมันเถอะ” ถ้าตั้งใจแกล้งก็แค่แช่งให้ตกนรกแล้วกัน



            Natheekarn Added you by LINE ID



ความสนใจทั้งหมดถูกเบนไปยังมือถืออีกครั้ง หน้าจอปรากฏข้อมูลแจ้งเตือนของเด็กหนุ่ม ขณะผู้เป็นเจ้าของซึ่งนั่งอยู่เคียงข้างก็กำลังใช้สีหน้านิ่งเฉยเป็นการกดดัน มันเลยไม่มีเหตุผลให้ต้องคิดอีกนอกจากกดรับตามมารยาท


            และในที่สุดพวกเขาก็เป็นเพื่อนกันแบบงงๆ แถมยังตกลงกันไม่ได้ว่าสรุปนี่พี่หรือเพื่อน


            “ชื่อนาทีกาลเหรอ”


            “ครับ ชื่อจริงผม”


            “อ้อ”


            ตามธรรมเนียมหลังรับแอดใครแล้วก็ต้องส่งข้อความเซย์ฮัลโหลกันสักหน่อย พอร์ชจึงเลื่อนดูคลังมีมในมือถือที่เก็บเอาไว้อย่างมหาศาลเพื่อส่งให้อีกฝ่ายเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์อันดี


            ซึ่งมีมที่เลือกก็แสนคุ้นตา มันคือกระต่าย Snowball ซึ่งเป็นตัวแทนของความเป็นโพชินั่นเอง


            ติ๊ง
!


            เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์นาทีดังขึ้นหลังเขาจิ้มนิ้วส่งรูป ผลักให้เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาหันไปให้ความสนใจกับหน้าจอโดยอัตโนมัติ


            “กินทุกอย่างเลยเหรอ” เพียงไม่กี่วินาทีเจ้าตัวก็เงยหน้าจากจอขึ้นมาคุย แต่ทางนี้แหละที่งงเป็นไก่ตาแตก


            “ฮะ?”


            “โหดว่ะ”


            เดี๋ยวก่อน มีบางอย่างไม่ปกติเลยรีบกดเข้าไปดูภาพใหญ่ที่ส่งเข้าไลน์ไปให้ เชี่ย! จากกระต่ายน่ารักที่มีข้อความ ยินดีที่ได้รู้จักนะคร้าบมันกลายเป็นประโยคแห่งความบรรลัยได้ไงว้าาาาา...



          กูจะแดกทุกอย่างบนโลกนี้แม้กระทั่งมึง



พอร์ชพลาดแล้ว พลาดอย่างไม่น่าให้อภัย


            พอร์ชจะแดกคนที่เพิ่งรู้จักเข้าไปไม่ด้ายยยยยยย


            ลาก่อนนนนนนน


            กระต่ายในรูปมันคล้ายกันจนลืมสังเกต แต่เวลานี้เขาคงทำได้แค่ส่งยิ้มแหยพร้อมละล่ำละลักตอบกลับไปเท่านั้น


            “โทษๆ เมื่อกี้ส่งผิด นี่แน่ะไอ้มือไม่รักดี” ปากว่ามือก็ตีตัวเองไปด้วย


            “เก็บอะไรแบบนี้ไว้ในเครื่องด้วยเหรอ”


            “เพื่อนเอาโทรศัพท์ไปเล่น ปกติไม่เคยเก็บไว้เลย ไอ้เพื่อนไม่รักดี แกทำให้ฉันดูแย่” พล่ามมาขนาดนี้คิดว่าเด็กมันจะเชื่อมั้ย


            “ไม่เห็นเป็นไรเลย ตลกออก”


            “ช่วยลืมไปก่อนนะ”


            “โอเคผมจะลืม”


            “ขอบคุณน้า”


            “แต่กระต่ายหื่นนี่หน้าเหมือนพอร์ชเลยนะ”


            “ไหนบอกจะลืมไง!


            “ก็มันหน้าเหมือนพอร์ชจริง”


            “กูจะแจ้ง!


            ได้ยินดังนั้นร่างสูงจึงค่อยๆ โน้มตัวลงมากระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนขนลุกซู่ ถ้าเป็นหนังนี่คงเป็นฉากสุดแสนจะโรแมนติก แต่ผิดที่ประโยคต่อมาดันเป็น “กูจะแจ้ง...”


            “เฮ้ย เลียนแบบว่ะ กูจะแจ้ง!


            “ได้เวลาแล้วค่า น้องพอร์ชกับนาทีพร้อมมั้ยคะ” ยังไม่ทันได้ตอบโต้พี่ทีมงานดันเดินเข้ามาขัดจังหวะซะก่อน เธอพูดคุยกับทั้งสองด้วยสีหน้าสดใสท่ามกลางอดีตมนุษย์ผู้เคยร่าเริงที่บัดนี้ได้หงายหลังแผ่เป็นปลาแดดเดียวตายไปแล้ว ขณะที่คนข้างๆ กลับตรงกันข้ามเพราะเอาแต่หัวเราะกรุ้มกริ่มจนอยากเตะตัดขา


            “พร้อมครับ” ประโยคนี้เป็นของนาที


            “ท่าทางคุยกันสนุกดีนะคะเนี่ย”


            “สนุกดีครับ ผมเขินพอร์ชนิดหน่อย” พูดมาได้ว่าเขิน แล้วไอ้ที่หัวเราะเยาะกันคืออะไร เขาเริ่มคิดในใจ ประเมินสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่อย่างเงียบเชียบ สรุปนาทีเป็นคนยังไงกันแน่ นิ่งๆ ขี้อายหรือจริงๆ ร้ายลึก


            “แล้วรู้สึกยังไงบ้าง เจอพี่พอร์ชครั้งแรก”


            คำถามพุ่งจู่โจมคนตัวสูงฉับพลัน พอร์ชหันไปมองหน้ารุ่นน้อง พยายามทำปากขมุบขมิบเป็นเชิงบอกให้รูดซิบปากเรื่องรูปที่เขาเพิ่งส่งเข้าไปทางไลน์ก่อนหน้าให้สนิท ซึ่งเหมือนอีกฝ่ายจะเข้าใจเอ่ยตอบทีมงานทั้งที่ยังประสานสายตากันอยู่


            “พอร์ชก็เป็นคนกินเก่งครับ...”


            “...”


          “กินทุกอย่างจนคนมองเอ็นดูตามเลย”


            บึ้ม!


          พอร์ชว่าแล้ว...ไอ้เด็กนี่มันร้าย



 

 

ความจริงตอนอัพนิยายจะให้คนอ่านมาช่วยกันทาย

แต่พอดีเรื่องนี้เป็นของเจ้าเด็กโพชิที่รู้ปุ๊บ โลกก็รู้ตามไปด้วย เราเลยเฉลยแล้วกัน

ตัวละครในเรื่องเป็นตัวละครสมมติทั้งหมด ดังนั้นมนุษย์เรียลเพียงหนึ่งเดียวเลยมีแค่น้องพอร์ชเท่านั้นค่ะ

ส่วนพระเอกเป็นส่วนผสมของหลายๆ คนอย่างละเล็กอย่างละน้อยจนเกิดเป็นนาทีกาล

น้องพอร์ชบอกว่าไม่ฟิกซ์หากทุกคนจะมองนาทีกาลเป็นใคร ให้สิทธิ์คนอ่านได้จินตนาการตามใจชอบได้เลยค่า

จิตติขอฝากผลงานเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะ เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขและตลกมาก น้องเล่นมุกโบ๊ะบ๊ะตลอดเวลา

หากถามว่าเนื้อเรื่องสไตล์ไหน จะเป็นฟีลกู๊ดละมุนละไม มีคอมมิดี้เข้ามาเล็กน้อยตามสไตล์เราค่ะ

#RealGuysFiction

 



* เพลง I’m so sick ศิลปิน  Apink

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.072K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

273 ความคิดเห็น

  1. #270 Error_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 04:31
    นาที นายมันร้ายยย555555
    #270
    0
  2. #267 juralak_5323 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 21:53
    เบาได้เบาดินาย
    #267
    0
  3. #261 everyonesaymynameolivea (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 21:09

    น่ารักอุแงงงง

    #261
    0
  4. #260 JInoo_× (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:37
    เจ้าโพชิมันน่าร้ากจังโว๊ยยย!!
    #260
    0
  5. #257 ourkide (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:01

    ขุนนาที เขาไม่เบานะคะ

    #257
    0
  6. #250 FolanSF (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 05:15

    เรื่องนี้ต้องไม่มีNC เรื่องนี้ต้องไม่มีNC เรื่องนี้ต้องไม่มีNC เรื่องนี้ต้องไม่มีNC แงงงงง พ้อดลูกแมะะะะ นี่มันพ้อดแบบพ้อดจริงๆเลย *หอมหัว* คุณจิตติสุดยอดมากๆ นายนาทีก็ร้ายไม่เบานะ แต่ห้ามทำอะไรลูกเราเด็ดขาด หวง!! *กำไม้เรียว*

    #250
    0
  7. #232 salineefon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 16:50
    555555555555 กูจะแจ้งงงงง
    #232
    0
  8. #168 applepie13 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 05:52
    นี่มันโพชิ ~
    #168
    0
  9. #138 你我 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 02:01

    ำำำำำำำำระเอกเรื่องนี้ใันร้าย กูจะแจ้งงง

    #138
    0
  10. #129 ciavaai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 23:13
    อ่านยังไงภาพคุณสพลก็ขึ้นมาในหัว55555
    #129
    0
  11. #128 Poompong-62442 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 22:27
    คือไม่ว่าตัวละครจะเปงมายางงายชุ้นจะมองนาทีเปงเกร๊ทๆและเพิ่ลพ้อดๆเป็นพี่ขิง555555 #ภาษาเพื่ออรรถรสค่ะหนูพิมพ์ถูกเป็นนะ
    #128
    0
  12. #125 jaisai09 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 09:21

    ถ้าโพชิให้อิมเมจพระเอก หนึ่งในใจพอร์ช อุ้ยย ในใจเราก็มีแต่สพ๊ลลล แล้วแหละค่ะ
    #125
    0
  13. #120 ::Rabbit Hole:: (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 18:47
    เห้ย 5555555555 สนุก
    #120
    0
  14. #113 nantawanwong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 13:33

    หื้อ คนแบบไหนถึงมองคนแบบ..เป็นคนแขนหล่อนะเราอะ (โคตรชอบเลยคนแบบนี้ พี่พอร์ช) พรีฯด่วนเลย รอไม่ไหวละอ่่านแล้วRelax

    #113
    0
  15. #111 tolkung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 11:17

    พระเอกต้องชื่อ เกรท - สพล เท่านั้น

    #111
    0
  16. #94 S7LISALISM (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 12:14
    คุณสพลแน่นอน นาทีกาลอ่ะ 5555
    #94
    0
  17. #93 leopeach (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 21:51
    น่ารักกกก
    #93
    0
  18. #92 สอจอ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 23:55
    ชั้นจะแจ้งงงงง ว่าพอร์ชน่ารักมากกก
    #92
    0
  19. #90 Bbee0004 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 16:46
    อ่านแล้วหุบยิ้มไม่ได้เลย น่ารักๆๆ
    #90
    0
  20. #89 Rabbiitao (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 00:57
    กินเก่ไปแล้ววว กูจะแจ้งงงงงง 5555
    #89
    0
  21. #88 WonTaeKyu1013 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 15:17


    การไม่ฟิกส์์คนก็ดีนะพี่จิตติ เหมือนเราได้คาดเดาได้จินตนาการใหม่ๆ


    ตอนแรกที่อ่านว่า จบเศรษฐศาสตร์ ส่วนสูง 185 ก็เดาว่าหรือจะคู่พี่กัง เพราะดูหมือนพี่กังก็พูดเกี่ยวๆกับ เรียลกาย ส่วนรูปลักษณ์เรื่องเส้นเลือดกล้ามแขนก็ดูเป็นลุงสพล + เสื้อยาวกางเกงแสล็กมองยังไงก็เป็นพี่แก๊ปคนร้ายๆ


    นาทีกาล = กัง+เกรท+แก๊ป


    3 ก. ในตำนานที่ยัยโพชิกวาดเรียบ 555+

    #88
    0
  22. #86 Miss Pink (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 08:11
    ต้าวพ้อดดดด น่ารักเกินไปแน้วว💗
    #86
    0
  23. #85 Mew38 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 04:23
    ทำไมน่ารักกกก
    #85
    0
  24. #84 som.vrs (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 21:20
    ยัยโพชิน่ารักกกก
    #84
    0
  25. #83 Palm So (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 14:33
    สมเป็นพอร์ชจริงๆ
    #83
    0