ยุง วัว กระต่าย คน จนกว่าเจ้าจะรักข้า... อีกครั้ง

ตอนที่ 7 : บทที่ 6 - ไถ่ตัว -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 358
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    9 ส.ค. 63



นิยายเรื่องนี้อัพครบตอนค่ะ

เชิญอ่านค่ะ!!


----------------


บทที่ 6

ไถ่ตัว

 

“เลี่ยงเฟิง เหตุใดจึงมาหลบอยู่ตรงนี้?”

ข้าเงยใบหน้าเปื้อนน้ำตาขึ้นมอง ครั้นพบสีหน้าและแววตาแปลกใจระคนห่วงใยของสหายคนสนิท น้ำตาที่คลออยู่บนขอบตาพลันรินไหล

“อู๋ซี เหตุใดจึงไม่มาให้ไวกว่านี้?”

“เจ้าก็รู้ว่าข้าติดเรียนวิชากระบี่”

เขาทิ้งตัวลงนั่งข้างกายข้าใต้ร่มไม้ ต้นพลับในสวน ณ เวลานั้นหาได้มีผลพลับ มีเพียงกิ่งไร้ใบไม้ปกคลุมมิต่างกับใจของข้าที่คนที่บ้านไม่เห็นใจ เหลือเพียงอู๋ซีที่ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้แก่ข้าพร้อมเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน

“ตอบข้าได้หรือไม่ว่าเจ้าร้องไห้เพราะสิ่งใด?”

ข้ามิยอมรับผ้าเช็ด หากเพียงกดหน้าตอบเสียงสะอื้น “ข้าโดนตำหนิและโดนลงโทษมิให้กินเซาปิ่ง”

“แล้วเพราะเหตุใดเล่าจึงถูกทำโทษ?”

“เพราะท่านแม่ใจร้ายกับข้า”

“เลี่ยงเฟิง เจ้าอายุสิบสองหนาวแล้ว จงอย่าได้บ่ายเบี่ยง มิตอบความ”

ครั้นถูกดุ ข้าจึงโวยวาย “เจ้าก็เป็นเช่นท่านแม่ข้า ชอบดุข้า ชอบต่อว่าข้า ชอบเอ่ยว่าข้าไร้เหตุผล!

“กล่าวเกินไปแล้วเลี่ยงเฟิง” อู๋ซีที่ท่านอาจารย์มักเอ่ยชมว่าเป็นผู้มีความคิดอ่านเฉียบคมเกินวัยส่งยิ้มให้ก่อนจะลูบผมข้าอย่างแผ่วเบา “หากข้ามิเชื่อว่าเจ้ามีเหตุผล ข้าคงมิถามหาเหตุผลกับเจ้า”

หากแต่ข้ารู้ทัน “เจ้ากำลังหลอกล่อให้ข้างุนงงด้วยวาจาวกวนอีกแล้ว”

ยามข้าส่งดวงตาแดงก่ำมองเขา อู๋ซีจึงหยุดยิ้ม เขาขยับเอาไหล่ซ้ายชนกับไหล่ขวาของข้าพลางโอบแขนซ้ายเพื่อใช้มือลูบไหล่ซ้ายของข้าขณะเอ่ยเสียงปลอบโยนอย่างที่ข้าคุ้นเคย

“ใครจะกล้าหลอกเจ้ากัน ข้าเพียงต้องการรู้เหตุของความเสียใจของเจ้าก็เท่านั้น”

ข้าซบหัวลงบนลาดไหล่ของเขา เอ่ยอย่างอ่อนใจ “ข้าตั้งใจจะเข้าครัวอุ่นเซาปิ่งให้ท่านพ่อกิน แต่เพราะข้ามิทันระวังจึงทำให้เตาร้อนจนไฟลุกและลามจนเผาไหม้ไม้พายที่ใช้ทำครัว  ท่านแม่มิยอมฟังความ กล่าวว่าเพราะความตะกละของข้าจึงทำให้เกิดเพลิงไหม้ ท่านแม่สั่งลงโทษ มิให้ข้าเข้าครัว มิให้ข้ากินเซาปิ่งตลอดชีวิต”

“ที่ท่านน้าทำเช่นนั้นก็เพราะท่านกลัวต่างหาก”

“กลัวหรือ?” ข้าผละออกจากไหล่ของเขาพลางขมวดคิ้ว “ท่านแม่จะกลัวสิ่งใด?”

“ท่านน้ากลัวจะสูญเสียเจ้า”

“แต่จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ในเมื่อมีเพียงไม้พายที่ถูกเผาไหม้...”

“แล้วหากมือของเจ้าบาดเจ็บเช่นไม้พายที่ถูกเผาเล่า?”

ข้าเงียบเสียง หลุบตามองมือทั้งสองแล้วให้หน้าซีดลง “ข้า...”

“ท่านน้ารักเจ้า จึงได้สั่งห้ามเพื่อที่จะได้มิเกิดอันตรายกับเจ้าอีก”

แม้จะเข้าใจความห่วงใยและเจตนาของมารดา ทว่าความน้อยเนื้อต่ำใจยังคงค้างคาภายในใจของข้า

“แต่ก็ไม่เห็นต้องห้ามข้าเข้าครัว หากข้าทำครัวมิเป็น ข้าจะกล้าสู้หน้าคนอื่นได้อย่างไร”

“เช่นนั้น ข้าจะทำให้เจ้ากิน”

ใจของข้าชื้นขึ้นเมื่อได้ยินคำรับปากหนักแน่น ข้าเงยหน้าสบตาอู๋ซี กล่าวเสียงอ้อมแอ้ม “แต่ถึงอย่างไรข้าก็ยังอยากกินเซาปิ่ง...”

“ไว้ข้าจะไปเอ่ยกับท่านน้าให้” เขารับคำอีกครั้งพลางขยับผ้าเช็ดหน้ามายังขอบตาของข้าพร้อมส่งยิ้มอย่างใจดี “เลิกงอแงได้แล้ว เลี่ยงเฟิง”

ข้าบ่นเสียงเบา “เจ้าทำราวกับข้าเป็นเด็กเล็ก”

“เจ้าอายุน้อยกว่าข้าถึงห้าเดือน”

“แต่อย่างไรก็เกิดปีเดียวกับเจ้า”

“ถึงกระนั้นก็ยังเด็กกว่าข้าอยู่ดี”

ข้ามิได้เถียง เพียงปล่อยให้เขาเช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือแล้วจึงกลับมาเอนหัวซบไหล่ของเขาก่อนจะเอ่ยขอให้ขับคำกลอนให้ข้าฟังอย่างที่เขามักทำเพื่อปัดเป่าความทุกข์ในใจของข้าให้หายไป

อู๋ซี ข้านึกอยากย้อนห้วงเวลา ข้านึกอยากฟังเสียงขับคำกลอนของเจ้าเหลือเกิน...

ทว่าฝันก็เป็นได้เพียงฝัน เมื่อลืมตา ข้าจึงได้พบว่าตนยังคงอยู่ในคอกวัว อยู่แนบชิดร่างอุ่นของมารดาพลางมองแสงตะวันที่ลอดผ่านเข้ามาให้ข้าได้สังเกตว่าในคอกนี้มิได้มีเพียงข้ากับมารดาที่อยู่กับตามลำพัง หากแต่ยังมีอู๋ซีผู้เบนใบหน้าและส่งแววตาห่วงใยมามอบให้แก่ข้ามิต่างจากภาพจำในความฝัน

“ตื่นแล้วหรือ?”

อู๋ซีในชาติภพนี้ยังคงเหมือนเดิม อ่อนโยน ใจดี ยิ้มซื่อ สมกับเป็นเด็กชายผู้มิอาจยอมให้จิ้งจกป่วย ครั้นเขาก้าวเข้ามาใกล้ ข้าจึงผละออกจากมารดาและถลาไปหาพาให้ข้าได้ยินเสียงหัวเราะจากเขา

“เจ้าลูกวัว เจ้าแกว่งหางเช่นนี้ใช่ยินดีที่พบหน้าข้าใช่หรือไม่?”

หางที่แกว่งไกวด้วยความตื่นเต้นของข้าพลันชะงักงัน ข้านึกก่นด่าร่างวัวอ่อนแอที่มิอาจยับยั้งความดีใจได้แม้เพียงน้อย

ลั่วเลี่ยงเฟิง เจ้าทำตัวน่าละอายอีกแล้ว!

ฉะนั้น เพื่อฝึกตน ข้าจึงเลือกก้าวหนี สะบัดบั้นท้ายไปอีกทางพลางเดินกลับไปหามารดาเพื่อดื่มนมจากเต้าโดยหาได้ใส่ใจเสียงหัวเราะทุ้มของบุรุษน่าตายอย่างอู๋ซีอีก

ยามสาย ระหว่างที่ข้ากำลังยืนให้แม่วัวอาบน้ำด้วยการเลียหู เลียหัว เลียหลังอยู่นั้น อ้ายลี่ มารดาของอู๋ซีก็ก้าวเข้ามาพร้อมสีหน้าเป็นกังวล

“ท่านกังฉี เจ้าของสวนพลับได้ยินเรื่องวัวตกลูกแล้ว คาดว่าคงเป็นเสี่ยวกวน เด็กข้างบ้านจอมจุ้นจ้านเป็นแน่ที่วิ่งไปบอกข่าว”

“แล้วอย่างไรหรือท่านแม่?”

“เขาฝากคนมาแจ้งความเมื่อครู่ว่าบ่ายนี้เขาจะแวะมาดูด้วยตนเอง ด้วยเพราะแม่วัวตัวนี้เป็นแม่วัวอายุมากถึงแปดปี ตกลูกตายมาถึงสองครั้ง หากลูกวัวไม่แข็งแรง เขาจะนำลูกวัวไปสังหารเพื่อไหว้บรรพชน”

ได้ยินเพียงเท่านั้น ข้าก็ถึงกับสำลักน้ำนม ร้อนให้แม่ลูกสกุลต้านเป็นต้องกระวีกระวาดตรวจร่างกายข้ากันยกใหญ่ด้วยเกรงว่าข้าจะไม่แข็งแรงดั่งที่พวกเขากังวล ส่วนข้าน่ะหรือ หลังจากหายมึนงง ข้าก็ไม่รอช้าที่จะหันไปดื่มนมแม่ต่ออีกหลายอึก

ข้าจะต้องเป็นลูกวัวที่แข็งแรงและอวบอ้วน ข้าจะมิยอมให้ตนถูกนำไปเป็นเครื่องบวงสรวงบรรพชนของผู้ใดเป็นอันขาด!

และเมื่อยามบ่ายมาถึง ข้าผู้นี้ก็กระโดดโลดเต้นจนหูกระดกอย่างโอ้อวดให้เจ้าเฒ่าใจร้ายผู้มีนามว่ากังฉีดู ทว่าสงสัยข้าจะโอ้อวดเกินงาม เพราะเจ้าเฒ่านั้นดันถูกชะตาข้าเสียได้

“ข้าชอบมัน! ข้าจะเอามันไปเลี้ยง!

“เรียนท่านกัง” อู๋ซีแย้งอย่างสุภาพ “ลูกวัวเพิ่งเกิดอีกทั้งยังกระโดกกระเดกเช่นนี้ย่อมมิเหมาะที่จะไปอยู่ร่วมกับวัวอื่น”

“จะไม่เหมาะได้อย่างไร!” ตาเฒ่างี่เง่าหาฟังไม่ อีกทั้งยังก้าวมาประชิด “ข้าเลี้ยงวัวมามากถึงยี่สิบตัวเหตุใดข้าจะเลี้ยงมันไม่ได้ หึ! ข้าจะเอาตัวมันไป จงไปเอาเชือกมาล่ามให้ข้าจูง”

แม้จะแอบภูมิใจที่ตัวข้าเป็นที่ปรารถนาและต้องตา แต่มีหรือที่ข้าจะยินยอม?

“เพ้ย!

ตาเฒ่าร้องลั่นครั้นข้าหมุนตัวถีบขาคู่ใส่เขาสุดแรงจนกังฉีเตลิดวิ่งไปหลบเบื้องหลังอู๋ซีอย่างหวาดผวา เขาแผดเสียงลั่น

“อู๋ซี! เด็กน่าตาย! เจ้ากล้าดีอย่างไรจึงเลี้ยงลูกวัวของข้าให้ก้าวร้าวเยี่ยงนี้!” เอ่ยวาจาน่าขยาดก่อนจะยืนเต็มความสูงเพื่อตวาด “ข้าไม่เอาเจ้าวัวเกเรนี้แล้ว แต่เมื่อวัวเลวตัวนี้เกิดจากวัวของข้า เจ้าก็จงจ่ายค่าไถ่วัวและเงินที่ติดหนี้มาเสีย!

สองแม่ลูกสกุลต้านเผยสีหน้าตกใจ อู๋ซีแย้งเสียงตื่น “ทว่าแต่เดิมท่านคือผู้ยกแม่วัวป่วยตัวนี้ให้แก่มารดาข้าเพราะมิอยากเลี้ยงให้เปลืองหญ้าเปลืองฟาง อีกทั้งหนี้สินที่เกิดขึ้นนั้นเป็นของญาติของข้า หาใช่จากตัวข้าหรือมารดาไม่”

“ที่ข้ายกมันให้เจ้าเพราะข้ามิรู้ว่ามันมีลูกติดท้อง!” เฒ่าน่าเกลียดพูดเถียง “ส่วนหนี้สินก็คือหนี้สิน ในเมื่อญาติของพวกเจ้าหนีหายไปก็ย่อมเป็นพวกเจ้าที่ถ้าเจ้าที่ต้องชดใช้! จงจ่ายเงินมาเสีย มิเช่นนั้นนอกจากข้าจะยึดวัวแล้ว ข้าจะให้คนมาพังบ้านเจ้าทิ้งเสีย!

ต้านอ้ายลี่คุกเข่าลงขอความเมตตา “ท่านกังผู้ประเสริฐ โปรดเห็นแก่ที่ข้าทำงานเพื่อชดใช้หนี้แทนชุนหยีมามากถึงสองปีด้วยเถอะ”

“คิดหรือว่าข้าจะสนใจเสียงวอนขอของเจ้า ยามนี้ข้าต้องการเงินห้าตำลึงเงินของข้าคืน หากไม่มี เจ้าก็จงชดใช้หนี้ของพวกเจ้าด้วยชีวิตเสีย!

มิทันที่ตาแก่กังจะได้ฟาดมือเพื่อตบตีใส่ร่างของอ้ายลี่ ข้าก็พลันถลาเข้าไปขวางจนทำให้ตัวข้าถูกเขาตีไปหลายทีก่อนมือแห้งของกังฉีจะถูกมือของอู๋ซีรั้ง

อู๋ซีใช้แรงที่มากกว่าเหวี่ยงตัวเฒ่ากังจนเขาก้าวถอยไปหลายก้าว ทว่าท่าทีโกรธเกรี้ยวของชายชราก็พลันแปรเปลี่ยนยามที่มือขวาของอู๋ซีปรากฏบางสิ่งซึ่งกำลังสะท้อนแสงตะวันวาววับ

“เช่นนั้น...” อู๋ซีมีสีหน้าเจ็บปวดมากนักยามเขากระชากเชือกที่คล้องคอจนขาดสะบั้น เครื่องรางคล้องคอถูกยื่นไปเบื้องหน้า “หยกมันแพะนี้คงมากพอไถ่แม่วัวลูกวัวและชดใช้หนี้ของลุงชุนหยีได้กระมัง”

หยกมันแพะ?!

เพียงเห็นประกายตาของเฒ่าไร้คุณธรรม ข้าก็ตระหนักได้ถึงมูลค่าของหยกมันแพะที่อยู่ในมือของอู๋ซี กังฉีเฒ่าบัดซบเร่งก้าวไปคว้าของมีค่าออกจากมือของอู๋ซี จากนั้นเขาก็เชิดจมูกและเอ่ยเสียงดังกลบเกลื่อนความดีใจ

“เห็นแก่เศษหยกชิ้นนี้และความเมตตาของข้า ข้ายอมยกวัวกับยกหนี้ให้พวกเจ้าก็ได้”

สิ้นคำ เจ้าเฒ่าน่าเกลียดก็ก้าวจากไปปล่อยให้ข้าเฝ้ามองอู๋ซีที่กำลังโอบกอดมารดา แล้วให้นิ่งค้างกับคำที่ได้ยินจากปากที่สั่นเครือของอ้ายลี่

“แม่ผิดเองที่ทำให้เจ้าต้องเสียหยกมันแพะของดูต่างหน้าของบิดาเจ้าเยี่ยงนี้”

“สิ่งของล้วนเป็นของนอกกาย ขอท่านแม่โปรดเข้าใจ”

“แต่ลูกแม่...”

“ชีวิตของท่านแม่ต่างหากเล่าที่สำคัญกว่าสิ่งใด” อู๋ซีข่มเสียงไม่ให้สั่น เขาลูบแขนมารดา “ข้ามิควรปล่อยให้ท่านแม่ต้องทุกข์ทรมานใช้หนี้นานถึงเพียงนี้ ข้าช่างอกตัญญูยิ่งนัก”

ข้าเฝ้ามองสองแม่ลูกคู่อาภัพแล้วให้น้ำตาซึม ในใจนึกตั้งคำถามว่าเหตุใดสวรรค์จึงมิเมตตาคนดีๆอย่างอ้ายลี่และอู๋ซี เหตุใดจึงต้องให้พวกเขามาผจญเคราะห์กรรมเช่นนี้ แต่แล้วน้ำตาแห่งความโศกของข้ากลับต้องแปรเปลี่ยนเป็นความคับแค้นเมื่อนึกได้ถึงบุรุษผู้เป็นโอรสของเจ้าแห่งสวรรค์

เสิ่นหวงเทียนจื่อ บุรุษบัดซบ ข้าขอสาบาน ด้วยร่างวัวนี้ ข้าจะปกป้องอู๋ซี ข้าจะทำให้อู๋ซีรักข้า จากนั้น ข้าและเขาจะได้กลับคืนสู่ภพลั่วเลี่ยงเฟิงและเติ้งอู๋ซี ข้าจะมิยอมให้เขาต้องพบเจอความยากลำบากใดๆอีกแล้ว

และคล้อยหลังวันนั้นไปได้หนึ่งวัน ในเช้าของวันถัดมาระหว่างที่อู๋ซีเปลือยอกหลังตัดฟืนและนั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้คอกวัว ข้าจึงตัดสินใจเอ่ยเรียกเขาเสียงหวาน

“มอ”

“....”

ข้าคงเอ่ยเบาไป อู๋ซีจึงยังมิได้ยิน เห็นสมควรต้องก้าวเข้าใกล้อีกนิด

คิดแล้วจึงก้าวขาไปใกล้เขามากขึ้น และเอ่ยเรียกซ้ำ

“มอ”

“....”

ครั้นเขายังเงียบงัน ข้าถึงสูดลมหายใจเต็มปอด และแผดเสียงหวาน

“มอออออออออออออออออออออ!

แต่ไม่ว่าจะตะโกนข้างหูอย่างไร เขาก็ยังเหม่อลอยไม่ยอมหันมาสนใจ ท่ามกลางความเงียบและความกระดากอาย ข้าจึงฝืนใจก้าวไปประชิดและเป็นฝ่ายปีนไปวางมือลงบนตักของเขาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะกล้ำกลืนฝืนความขัดเขิน ใช้หัวไถไปตามแผ่นอกของอู๋ซีอย่างกล้าๆกลัวๆ

แม้จะเคยซบไหล่ของเขามานักต่อนัก แต่ข้าหาได้เคยซบอกของเขามาก่อน! และข้ามิเคยล่วงรู้มาก่อนเลยว่าร่างเปลือยอกของอู๋ซีนี้ช่างให้ความอบอุ่นได้มิต่างกับร่างของมารดาวัวเลย ทั้งอุ่น ทั้งหอม และ...

“หิวแล้วหรือเจ้าวัว?”

ความคิดของข้าหยุดนิ่งราวถูกฟ้าผ่า มองใบหน้าที่ส่งยิ้มอ่อนโยนของเขาอย่างโง่งม ก่อนจะรับรู้ได้ถึงแรงมือที่ขยี้ลงบนหัวของข้า

“อ้อนจะกินนมใช่หรือไม่?”

เพ้ย! ข้ากำลังเกี้ยวเจ้าอยู่ต่างหาก!

“มอ มอ มอ!

“เข้าใจแล้ว ข้าจะพาเจ้ากลับไปหาแม่ของเจ้า”

บัดซบ! อู๋ซี ข้าขอเปลี่ยนใจ! นอกจากเจ้าจะจืดชืดแล้ว เจ้ายังทำตัวน่าตายเป็นที่สุด!

 

-----------to be continued-------------

 

100%

-          คิดถึงเลี่ยงเฟิง น้องวัวของไรท์

-          งู้ย

-          ทูบีคอนทินิว


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #41 เงา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 11:18

    น้องวัวผู้พยายามอย่างสูญเปล่า

    #41
    1
    • #41-1 นิรนาม ^ ^*(จากตอนที่ 7)
      12 พฤศจิกายน 2563 / 10:34
      น้องยังต้องพยายามมากกว่านี้ค่ะ!
      #41-1
  2. #30 แอนัสเตเชีย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 19:39
    น้องวัวกำลังอ้อยอยู่ มอ มอ 5555555
    #30
    1
    • #30-1 นิรนาม ^ ^*(จากตอนที่ 7)
      29 มิถุนายน 2563 / 20:50
      ใช่เลยค่ะะะ อ้อยขั้นสุด
      มออออออออออออออออออออออออออ!!
      #30-1
  3. #29 usaonly (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 09:30

    น้องเฟิงอ้อนอู๋ซี แบบมอ มออออเขาเข้าใจว่าน้องหิว 555 สื่อภาษาเดียวกัน ใช่ไหมนะ เกิดมาภพนี้อู๋ซีน่าสงสารกว่าน้องเฟิงอีก กำพร้าพ่อแถมมีหนี้สินมากมายที่เกิดจากคนอื่น มีสมบัติของบิดาเพียงชิ้นเดียว ไว้ดูต่างหน้ายังถูกแย่งชิงไปอีก พระเจ้าเบื้องบนกลั่นแกล้ง น้องเฟิงถึงได้ด่าท่านตลอด 555 ขอบคุณค่ะ

    #29
    1
    • #29-1 นิรนาม ^ ^*(จากตอนที่ 7)
      29 มิถุนายน 2563 / 20:50
      จำว่าไป พี่อู๋ก็น่าสงสารจริงค่ะ งื้อ ยอมเสียหยกเพื่อน้องวัว
      มาค่ะ เรามาเป็นกำลังใจให้น้องเฟิงจีบพี่อู๋กัน 555555+
      #29-1
  4. #28 Tita789 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 22:16
    เพ่งคิดถึงไรท์วันนี้ ไรท์ก็อัพให้เลย ขอบคุณค่ะ
    #28
    4
    • #28-1 นิรนาม ^ ^*(จากตอนที่ 7)
      28 มิถุนายน 2563 / 22:27


      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 28 มิถุนายน 2563 / 22:29
      #28-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(