DON'T TOUCH ME มือผม คุณห้ามจับ

ตอนที่ 72 : ตอนที่ 72

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27,241
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,396 ครั้ง
    8 ธ.ค. 62

“ฝันไปหรือเปล่านะ” คนที่เพิ่งลืมตาตื่นนอนบนเตียวกว้างหลังใหญ่ในเช้าวันที่ไม่มีเรียนตั้งคำถามกับตัวเองเสียงแผ่วเบา นิ้วเรียวที่คล้ายจะปราศจากข้อนิ้วลูบไล้ไปมาที่ริมฝีปากบางสวยของตัวเอง ก่อนที่รอยยิ้มจะปรากฏที่ริมฝีปากแล้วกว้างมากขึ้น ๆ เรื่อย ๆ โดยที่เจ้าของไม่รู้ตัว ใบหน้าแดงซ่านเมื่อเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาถูกฉายขึ้นในหัวสมอง

 

เป็นเรื่องจริง เป็นเขาที่บอกชอบพี่มาร์คไม่จริง ๆ และนั่นทำให้พวกเขาทั้งคู่ได้คบกันไปโดยอัตโนมัติ

 

อินทัชพลิกตัวลงนอนคว่ำ เกลือกกลิ้งใบหน้าลงไปกับหมอน ทำไมตอนนี้เขารู้สึกเขินขึ้นมา และเมื่อวานเขาไปรวบรวมความกล้าพวกนั้นมาจากไหนกัน

 

ทั้งบอกชอบ ทั้งกล้าที่จะเป็นฝ่ายจะ จูบ จูบพี่มาร์คก่อน

 

ยิ่งคิดแก้มนิ่มสองข้างก็ยิ่งร้อนผ่าวขึ้นมา

 

สติ สติ อย่าไปเขิน อย่าไปอาย

 

อินทัชพลิกตัวนอนหงานแล้วลุกขึ้นนั่งตัวตรงยกมือสองข้าวขึ้นตบเบา ๆ ที่สองข้างแก้มของตัวเอง ในใจบอกตัวเองว่าอย่าไปเขิน อย่าไปอายให้ทำใจกล้าเข้าไว้ เพราะจากที่ผ่านมาเมื่อไหร่ก็ตามที่เขารู้สึกเขินอาย เมื่อนั้นหมายความว่าเขาจะถูกพี่มาร์คเล่นงานให้ไปไม่เป็น

 

เขาจะไม่ยอมตกเป็นมวยรองเด็ดขาด!

 

อินทัชมุ่งมั่นอย่างถึงที่สุด

 

ตั้งมั่นกับตัวเองอย่างนั้นก่อนที่จะพาตัวเองลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการอาบน้ำลงไปทานข้าวเช้าร่วมกับคนอื่น ๆ

 

 

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณป้า” อินทัชที่เดินลงมาข้างล่างแล้วเจอแม่บ้านวัยกลางคนยืนอยู่ตรงต้นบันไดเขาก็กล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดี

 

“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณหนู” แม่บ้านวัยกลางคนตอบรับด้วยรอยยิ้ม แววตาเอื้อเอ็นดูคนรักของนายน้อย

 

มีใครบ้างไม่รู้ว่าคุณอินทัชมาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร

 

ก่อนหน้านั้นในฐานะคนที่นายน้อยรัก และหลังจากเมื่อคืนนี้เป็นต้นมาก็คือฐานะคนรักของนายน้อย

 

ทุกคนที่นี่ไม่มีใครรู้สึกตะขิดตะขวงใจกับคุณอินทัชเลยสักนิด มีแต่จะยินดีที่จะได้อีกคนมาเป็นเจ้านายอีกคนหนึ่ง เพราะอะไร

 

เพราะว่าตั้งแต่มีคุณอินทัชเข้ามาอยู่ในบ้าน คนที่ไม่เคยมีรอยยิ้มปรากฏให้เห็นอย่างนายน้อยก็มีรอยยิ้มให้คนในบ้านได้เห็นด้วยยามเผลอไผล

 

แม้จะเป็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากก็ตามที

 

“คุณมัมอยู่ในครับใช่ไหมครับ” อินทัชถามและเมื่อได้รับคำตอบว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นถูกต้องก็กล่าวขอบคุณเบา ๆ ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่มาดามของบ้านอยู่

 

“ตื่นแต่เช้า หน้าตาสดชื่นเชียว มีอะไรดี ๆ สินะ” หลังจากที่อินทัชกล่าวอรุณสวัสดิ์มาดามนิลา เขาก็ได้รับคำพูดแซวกลับมา

 

มาดามนิลาแซวลูกสะใภ้ที่เธอยินดีตอบรับเข้าเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวเสียงกลั้วหัวเราะและเต็มไปด้วยความเอื้อเอ็นดู ยิ่งเห็นริ้วแดง ๆ ปรากฏขึ้นที่สองข้างงแก้มของคนที่เธอพูดแซว แววตาเอื้อเอ็นดูก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม

 

“มัมทำอะไรครับวันนี้” อินทัชยิ้มเขินก่อนจะเสเปลี่ยนไปถามเรื่องอื่นแทน เขาขยับเดินเข้าไปใกล้มาดามนิลามากขึ้น แต่ก็ยังคงเว้นพื้นที่ไว้เพื่อไม่ให้เกะกะอีกฝ่าย

 

“ข้าวต้มกุ้งธรรมดานี่แหละ แด๊ดเขาอยากทาน” มาดามนิลาที่ลงมือเข้าครัวเองแม้จะเป็นเมนูง่าย ๆ แต่เธอก็ตามใจสามี เมื่อสามีอยากทานฝีมือของเธอ เธอก็ยินดีที่จะเข้าครัวลงมือทำเอง

 

“ใกล้จะเสร็จแล้วนี่ครับ ผมเลยไม่มีอะไรช่วยเลย” อินทัชยกมือขึ้นเกาศีรษะและพูดด้วยรอยยิ้มแหย ๆ นึกละอายใจอยู่บ้างที่ตื่นขึ้นมาไม่ทันมาช่วยงาน

 

“ไม่ต้องช่วนหรอก ลูกมือมัมเยอะ เอาไว้วันไหนจะทำพิเศษให้พี่มาร์คค่อยมาช่วย” มาดามนิลาพูดอย่างใจดี ดวงตากลมหลุกหลิกเมื่อได้ยินมาดามนิลาพูดถึงผู้เป็นลูกชาย

 

“ไปดูหน่อยไปว่าพี่มาร์คลงมาหรือยัง ถ้ายังขึ้นไปดูที่ห้อง แล้วถ้ายังไม่ตื่นมัมก็ฝากปลุกพี่เขาหน่อย จะได้ลงมาทานมื้อเช้าทัน” มาดามนิลาพูดไปพร้อมกับคนข้าวต้มที่เริ่มจะเรียงเม็ดสวยในหม้อไปด้วย

 

“ครับ” อินทัชรับคำเสียงเบาก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องครัวไป

 

ดวงตาคู่สวยกลอกไปมาอย่างลังเลเมื่อเดินเข้าไปที่ห้องอาหารแล้วไม่พบว่ามีใครนั่งอยู่ นั่นหมายความว่าเขาจะต้องไปตามพี่มาร์คที่ห้องนอนของเจ้าตัว

 

ลังเลอยู่ชั่วขณะหนึ่งก่อนจะตัดสินใจเดินขึ้นชั้นสองของบ้าน เดินไปยังฝั่งที่เป็นที่ตั้งของห้องนอนนายน้อยบ้านนี้

 

“ก๊อก ๆๆ” มือเรียวสวยยกขึ้นเคาะประตูห้องอยู่สามครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับเสียงตอบรับกลับมา ดวงตาคู่สวยกลอกไปมาอย่างใช้ความคิดอีกครั้ง ก่อนจะทดลองหมุนลูกบิดประตูห้องดูว่าล็อคหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่ในใจคิดว่าจะต้องล็อคแน่นอน แต่ทันทีที่มือขยับหมุนลูกบิด นัยต์ตาคู่สวยที่ล้อแสงไฟจนเป็นประกายก็ฉายความแปลกใจขึ้นมาเมื่อพบว่าประตูห้องไม่ได้ล็อคอย่างที่เขาคิดเอาไว้

 

ลืมงั้นเหรอ

 

อินทัชคิดในใจอย่างสงสัย เท้าก้าวเข้าห้องอย่างแผ่วเบา ในใจเต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

 

ไม่รู้ว่าจะตื่นเต้นทำไม

 

เดินด้วยความระมัดระวังจนมาหยุดอยู่ใกล้ ๆ เตียงหลังใหญ่ บนนั้นมีร่างสูงสง่าของคนที่เป็นต้นเหตุของหัวใจที่เต้นรัวเร็วของเขานอนอยู่ ใบหน้าหล่อเหลาข้างหนึ่งแนบกับหมอนใบใหญ่ อินทัชกวาดตามองดูก่อนที่ใบหน้าจะร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้งเมื่อพบว่าร่างสูงแกร่งนั้น นอนคว่ำเปลือยท่อนบนโชว์แผ่นหลังแข็งแกร่งที่มีร่องรอยบาดแผลเล็ก ๆ กระจายอยู่ไม่น้อย และท่อนล่างมีผ้าห่มคลุมไว้อย่างหมิ่นเหม่

 

“พี่มาร์ค” อินทัชส่งเสียงเรียกเบา ๆ อย่างต้องการทดสอบว่าคนที่นอนหลังตานิ่งอยู่บนเตียงนั้นหลับอยู่จริง ๆ หรือมีลูกไม้อะไรอีก

 

อินทัชค่อนข้างคิดว่ามันจะเป็นอย่างหลัง เป็นไปได้ยากมากที่มีคนเข้ามาในห้องแล้วนายน้อยแห่งโอ คอนเนอร์ผู้มีค่าหัวมหาศาลนั้นจะยังคงนอนไม่รู้เรื่องรู้ราว กอรปกับการที่ไม่ล็อคประตูห้องนั่นด้วย

 

“พี่มาร์ค!” อินทัชเรียกเสียงหนักขึ้นเมื่อไม่มีปฏิกิริยาอะไรตอบรับกลับมา คนบนเตียงยังคนนอนนิ่ง ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เปลือกตานิ่งสนิท

 

อินทัชมีท่าทางลังเลขึ้นบ้างเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคนบนเตียงยังไม่ตอบสนองอะไรกลับมาทั้ง ๆ ที่เขาเรียกเสียงดังขึ้นแล้ว หรือว่าจะเหนื่อยจากเมื่อวาน

 

ไม่สิ เขาเองยังตื่นได้เลย พี่มาร์คที่แข็งแรงกว่าเขาจะมานอนตื่นสายเพราะเมื่อคืนนอนดึกได้ยังไง

 

อินทัชดวงตาวาววับขึ้นมาเมื่อเริ่มมั่นใจว่าคนบนเตียงต้องการจะเล่นลูกไม้อะไรแน่ ๆ

 

“ผมต้องทำยังไงพี่ถึงจะตื่น” ตอนแรกอินทัชคิดจะแกล้งทำเป็นปล่อยไป หากเขาเดินออกจากห้อง อยากรู้ว่าคนที่เตรียมลูกไม้ไว้จะทำยังไง แต่เมื่อคิดว่ามัมและแด๊ดรอทานข้าวอยู่เขาก็ลอบถอนหายใจแล้วถามออกไปตามตรง ก่อนจะต้องกลอกตาไปมาหลายตลบเมื่อได้รับคำตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว ทั้งน้ำเสียงของประโยคนั้นไม่มีความง่วงงุน งัวเงียเลยแม้แต่น้อย

 

Kiss Me Please

 

ริมฝีปากบางขบเม้มกันแน่น เท้าขาวผ่องก้าวถอยหลังอย่างอัตโนมัติ แววตาทอดมองคนบนเตียงด้วยหลากหลายความรู้สึก แต่แก้มแดงเรื่อบ่งบอกชัดเจนว่าความรู้สึกที่มากที่สุดคือเขิน

 

เขินกับน้ำเสียงแหบพร่านั่น

 

คนบ้า พูดด้วยน้ำเสียงแบบนั้นทั้ง ๆ ที่นอนเปลือยท่อนบนอยู่บนเตียง

 

“ตื่นแล้วก็ลุกไปอาบน้ำแล้วลงไปทานข้าวข้างล่างครับ มัมกับแด๊ดรออยู่” อินทัชสะบัดไล่ความเขินอายออกไป เขาพูดบอกให้คนที่ตื่นแล้วแต่ยังเล่นลูกไม้ไม่ยอมลุกขึ้นจากเตียงนอนให้ไปจัดการตัวเองเพื่อที่จะได้ลงไปทานอาหารเช้าด้วยกัน

 

“ถ้าไม่จูบก็ไม่ลุก” ร่างสูงที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามพลิกตัวกลับมานอนหงาย เปลือกตาเปิดขึ้นให้เห็นดวงตาคู่คมที่ตอนนี้ทอประกายร้ายกาจ พูดเงื่อนไขที่แสนจะเอาแต่ใจในความรู้สึกของอินทัช

 

“พี่มาร์คคงไม่คิดจะปล่อยให้มัมกับแด๊ดรอทานข้าวใช่ไหมครับ” อินทัชหรี่ตาถาม ยกแขนสองข้างขึ้นกอดอก มองพิจารณาดูว่าคนบนเตียงจะทำอย่างที่พูดจริง ๆ หรือเปล่า

 

เอาตรง ๆ บางครั้งเขาก็เดาใจคนเจ้าเล่ห์คนนี้ไม่ออกเหมือนกัน

 

“เดี๋ยวให้ใครสักคนลงไปบอกว่าพี่ไม่หิว ให้ทานกันไปได้เลย” มาร์คยักไหล่พูดเสียงเรียบเรื่อย บ่อยครั้งที่เขาไม่ได้ลงไปร่วมทานมื้อเช้า อันที่จริงต้องบอกว่าน้อยครั้งมากกว่าที่เขาจะลงไปทานมื้อเช้า เพียงแต่ตั้งแต่ที่อินทัชมาอยู่บ้านหลังนี้เขาก็ลงไปร่วมโต๊ะด้วยทุกครั้ง นั่นทำให้เจ้าตัวคงไม่รู้ว่าเขาไม่ทานมื้อเช้า มาดามกับคุณคอนเนอร์ก็ไม่ได้ว่าอะไร

 

“แต่มื้อเช้าสำคัญนะ” คนติดทานมื้อเช้าเป็นประจำอย่างอินทัชทักท้วง ดวงตากลอกไปมาอย่างใช้ความคิดว่าจะทำยังไงให้คนบนเตียงลุกไปทานอาหารเช้าโดยที่เขาไม่ต้องเปลืองตัว

 

จริง ๆ ก็ไม่ได้เคร่งครัดอะไรมาก คนที่เกิดและโตในต่างประเทศอย่างเขาก็มองเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดา

 

แต่ว่า อะไรที่มันได้ง่าย ๆ มันก็ไม่ค่อยจะมีความหมายใช่ไหมล่ะ

 

อินทัชคิดโดยที่ไม่รู้ว่าสำหรับมาร์คแล้ว การได้อินทัชมาอยู่ข้างกายนั้นเป็นเรื่องที่ยาก ยากขนาดที่ว่าชาติที่แล้วเขายังทำมันไม่สำเร็จ

 

ไม่สามารถรักษาไว้ได้

 

“ให้พี่กินเราแทนมื้อเช้าสิ” ในขณะที่อินทัชคิดอยู่นั้นก็เผลอลืมระวัง รู้ตัวอีกทีเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าก็ดังขึ้นที่ข้างหูและก่อนที่เขาจะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ขาสองข้างของเขาก็ลอยขึ้นจากพื้นด้วยฝีมือของคนตัวโตที่มีเพียงแค่กางเกงขาสั้นเนื้องบ้างปกปิดท่อนล่างเท่านั้น

 

“เฮ้ย ปล่อยผม” อินทัชร้องบอกพลางทุบ ๆ เบา ๆ ที่ไหล่แกร่งเมื่อรู้ตัวแล้วว่าเขาถูกเล่นงานทีเผลอ

 

“ปล่อยก็ได้” มาร์คพูดเสียงกลั้วหัวเราะ เขาปล่อยอินทัชจริง ๆ แต่ปล่อยลงบนเตียงนอนโดยมีเขาทาบทับ กักขังอีกฝ่ายไว้ในอ้อมแขนอีกทอดหนึ่ง

 

“จะ จะทำอะไร” อินทัชส่งเสียงถามเลิกลั่ก ดวงตาคู่สวยกลอกไปมาอย่างต้องการมองหาทางหนีทีไล่ แต่เขาก็ไม่พบทางหนีอะไรเมื่อเขานอนอยู่ใต้ร่างแกร่ง สองแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนั่นคล่อมทับเขาไว้คล้ายกับกรงเหล็กหนาแน่น กักขังเขาไม่ให้ไปไหนได้

 

“กินมื้อเช้า” มาร์คพูดพร้อมกับโน้มใบหน้าลงต่ำ แววตาทอประกายร้ายกาจ จนคนที่กำลังจะกลายเป็นอาหารเช้าให้ร่างสูงต้องหันหน้าหลบหนีสายตา

 

“ห้ามกิน ผมไม่ใช่อาหาร” อินทัชทักท้วงด้วยน้ำเสียงที่ตัวเองคิดว่าหนักแน่น แต่ทว่าคนฟังอย่างมาร์คกับรู้สึกว่ามันแผ่วเบาอยู่ในลำคอจนเขาต้องโน้มหน้าลงไปให้แนบชิดยิ่งขึ้นเพื่อที่จะฟังให้ชัดเจน

 

“พูดใหม่อีกทีสิ พี่ไม่ได้ยิน” ริมฝีปากสีคล้ำเพื่อฤทธิ์บุหรี่ถามแนบชิดกับใบหูขาวนวลก่อนจะกดจูบลงไปที่หลังใบหูนั่นครั้งหนึ่ง จมูกโด่งเป็นสันสูดดมความหอมเข้าเต็มปอด ใช้ปลายจมูกไล้ไปมาที่หลังใบหู

 

“ถะ ถอยออกไป” อินทัชรู้สึกสะท้านขึ้นมาเมื่อโดนสัมผัสแบบนั้น เริ่มรู้สึกว่าตัวเองพลาดที่ไม่จูบมาร์คตามที่เจ้าตัวขอไปตั้งแต่แรก เพราะมันอาจจะทำให้เขาไม่ต้องตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้

 

เปลืองตัวหนักกว่าเดิมอีก

 

“มีอะไรมาแลก” มาร์คถามโดยที่จมูกโด่งเป็นสันของตัวเองยังคงซุกไซ้ ไล้ดอมดมไม่หยุดจนเรื่อยมาที่ซอกคอขาว ๆ ของอินทัชแล้ว

 

“คะแนน ถ้าไม่ถอยผมจะหักคะแนนนะ” อินทัชกลอกตาไปมาตนเป็นเลขแปดก่อนจะโพล่งคำตอบออกไป และคำตอบของเจ้าตัวก็ทำให้คนที่มีความสุขกับการดอมคมกลิ่นหอม ๆ จากร่างกายของอินทัชหยุดชะงัก มาร์คเงยหน้าขึ้นจากซอกคอขาว ดวงตาที่เคยทอประกายร้ายกาจมีความสงสัยฉายออกมา

 

“คะแนนอะไร” ถามด้วยความสงสัยไม่น้อยเลย

 

“ก็คะแนนที่ผมมีให้พี่ไง” อินทัชยังไม่ยอมอธิบายชัด ๆ ว่าคะแนนนี้มีไว้เพื่ออะไรและทำยังไงถึงจะได้มา

 

“แล้วมันเอาไว้ทำอะไรได้” มาร์คถามอย่างนึกสนุกไปด้วย

 

“เอาไว้แลกความรัก” อินทัชตอบเสียงเบา

 

ดวงตาคู่คมฉายความเข้าใจในทันที สิ่งที่อินทัชบอกกับเขาเมื่อวานก็คือ อินทัชชอบเขา ส่วนเขานั้นรักอินทัช

 

แน่นอนว่ารักกับชอบนั้นมันต่างกัน และเขาก็ต้องการความรัก ไม่ใช่แค่ความชอบ

 

“ตอนนี้กี่คะแนนแล้ว” ใช้นิ้วเรียวของตัวเองสัมผัสไล้ไปที่ปางแก้วใส ๆ จนเห็นเส้นเลือดฝาดของอินทัช

 

“แปด” อินทัชตอบ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากเมื่อนึกถึงว่าคะแนนเต็ม ๆ มันเท่าไหร่

 

“คะแนนเต็มล่ะ” นั่นเป็นคำถามจากมาร์คที่อินทัชไม่ยอมตอบ เจ้าตัวส่ายหัวไปมา

 

“ถ้าพี่ถอยคะแนนจะเพิ่มขึ้นหรือเปล่า” เห็นว่าไม่ได้คำตอบแน่มาร์คก็เค้นถาม เขาเปลี่ยนคำถามแต่ยังไม่ยอมถอยออกห่างจากอินทัช ยังคงกักขังอีกฝ่ายไว้ใต้ร่างแกร่งของตัวเอง ดวงตาทอดมองอย่างรักใคร่

 

“ถ้าถอยผมจะไม่หักคะแนนไง” อินทัชยกมือสองข้างที่แต่แรกวางแนบพื้นเตียงมาวางไว้บนหน้าอกเปลือยเปล่าของมาร์ค นิ้วเรียวลูบไล้แผ่วเบาลงบริวณรอยปานเล็ก ๆ

 

มาร์คแววตามืดครื้มเมื่อคนบอกให้เขาถอยห่างกับยื่นมือมาแนบสัมผัสผิวกายเปลือยเปล่าของเขาแบบนั้น ไม่รู้ว่าอินทัชไม่รู้ตัวหรือต้องการจะแกล้งเขากันแน่ถึงได้ทำอย่างนั้น

 

ทำอะไรที่มันปลุกไฟรักในตัวเขาให้มันลุกโชนจนอยากจะอดกลั้น

 

“ยอมถอยไหม” อินทัชเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่คมของคนด้านบนก่อนจะส่งเสียงถามออกมา

 

“ยอม”

 

อะไรก็ยอมเธอ

 

นั่นไม่ใช่สิ่งที่มาร์คคิด แต่เป็นสิ่งที่คนอื่น ๆ นิยามให้เขาหลังจากนี้ต่างหาก

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.396K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23,334 ความคิดเห็น

  1. #23236 nuttynova (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 09:04
    ยอมแล้วทูลหัวอย่าหักคะแนนรักของพี่เลยนะ
    #23,236
    0
  2. #23137 desbestiny (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 00:30
    ยอมได้ทุกอย่างเพื่อเธอออออ
    #23,137
    0
  3. #23001 pommys (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 11:58
    ยอมเพราะรักนะเนี่ย
    #23,001
    0
  4. #17841 RealThxnB (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 07:54
    รอเหมือนกันเลยค่ะมัม555555
    #17,841
    0
  5. #17142 NichananMild (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 17:41
    + รอฟังข่าวดีอยู่นะคะ
    #17,142
    0
  6. #17118 SRmonster_18 (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 15:52
    ฮือออ แม่จะรอฟังข่าวดีนะคะ
    #17,118
    0
  7. #17117 Gigkwan (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 15:52
    ชงเก่งคะมาดาม 555
    #17,117
    0
  8. #17116 1612254 (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 13:40

    ขอรอฟังด้วยคนนะ//ลูกเราโตจนจะออกเรือนแล้วสินะ????????

    #17,116
    0
  9. #17115 nochuuu (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 13:28
    รอฟังข่าวดีด้วยคนค่ะะะ><
    #17,115
    0
  10. #17114 bb.smile (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 13:14
    รอฟังข่าวดีด้วยคน *ปาดน้ำตา ลูกชั้นโตแล้ว ฮื่อ
    #17,114
    0
  11. #17113 Kajeab0064 (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 11:56
    ค้างงงง หนักมาก!!!!5555
    #17,113
    0
  12. #17112 queentea (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 11:55
    สายเปย์กันทั้งบ้านเลยมั้ยคะมาดาม
    #17,112
    0
  13. #17111 0947253707 (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 11:49
    มัมมม ข่าวดีอะไร!!

    รอฟังด้วยคนค่ะ
    #17,111
    0
  14. #17110 vivivenus (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 11:28
    มัมกะให้แต่งงานเลยมั้งนี่ 5555
    #17,110
    0
  15. #17109 Amploveakame (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 10:39
    ค้างค้าาาไรท์มรต่ออีกนะคะ คนพี่ต้องขอน้องแต่งานแน่เลย
    #17,109
    0
  16. #17108 Park_aa (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 10:17

    อะไรยังไงคะมัมมม

    #17,108
    0
  17. #17106 SOUL (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 09:26
    เล่นใหญ่ขนาดนี้ ไม่น่าแค่ขอเป็นแฟนนะ 5555
    #17,106
    0
  18. #17105 Lalaland332221 (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 09:25
    กรี๊ดดดดดดด
    #17,105
    0
  19. #17104 ployly16 (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 08:32
    ขอแต่งงานแน่ๆ
    #17,104
    0
  20. #17103 Littlemar (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 08:30
    ข่าวดีๆๆๆ รอเลยยยยย
    #17,103
    0
  21. #17102 ปู๊'ปู๊ (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 08:21
    เราก็รอเหมือนมัมน่ะ5555555
    #17,102
    0
  22. #17101 Neoney (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 07:36
    ขอแต่งงานแน่ๆ
    #17,101
    0
  23. #17100 น้ำเน่าสีออน (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 07:20
    ขอแต่งงาน!!!!
    #17,100
    0
  24. #17099 Sairattz (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 07:02
    กิ้ดดดด ขอให้สมหวังนะคะ
    #17,099
    0
  25. #17098 kwa_rkh (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 02:51
    ทางนี้ก็รออยู่นะะะ

    คิงต้องสมหวัง!
    #17,098
    0