DON'T TOUCH ME มือผม คุณห้ามจับ

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 21

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89,043
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9,720 ครั้ง
    27 ก.ค. 62

“คิง”

 

“คิง” เสียงเรียกพร้อมแรงเขย่าที่ตัวทำให้คนที่นอนหลับอยู่รู้สึกตัวขึ้นมา

 

มาร์คขยับเปลือกตาเบา ๆ ลืมตาขึ้นและปิดเปลือกตาลงใหม่อยู่สองสามครั้งเพื่อที่จะปรับสายตาตัวเองให้ชินกับแสงแดดจ้าที่ส่องผ่านม่านเข้ามา

 

คนที่เมื่อวานกรอกน้ำสีนำพันเข้าปากอย่างกับน้ำเปล่ารู้สึกหนัก ๆ ที่ศีรษะ นี่เรียกว่าอาการเมาค้างอย่างหนึ่งก็น่าจะได้

 

มาร์คพยายามรวบรวมสติอยู่นานกว่าจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานกิดอะไรขึ้นบ้าง คนที่ดื่มเหล้าเท่าไหร่ก็ไม่เมาอย่างเขา มาวันนี้กลับสัมผัสได้ถึงอาการเมาค้างเป็นครั้งแรก และที่หนักกว่าเมาค้าง ก็คือความรู้สึกตกค้างจากความฝันอันยาวนานนั้น

 

มาร์คจำไม่ได้ว่าตัวเองไม่ได้ฝันถึงเรื่องราวแต่หนหลังมานานเท่าไหร่แล้ว อาจจะเป็นหลังจากที่เขาหาตัวผู้ที่ทำให้เขาไม่อาจจะรักใครคนอื่นได้อีกเจอ

 

ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยเพลิงอารมณ์เมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อจากเหตุการณ์ในความฝันของเขา

 

หากเรื่องที่เขาฝันถึงนับว่าสร้างความเจ็บปวดดั่งหัวใจโดนเหยียบย่ำมากแล้ว เหตุการณ์หลังจากนั้นน่าจะนับได้ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาไม่เหลือหัวใจ

 

หึ เขาไร้ใจงั้นเหรอ เขาไม่มีหัวใจงั้นเหรอ

 

ไม่ใช่ว่าหัวใจของเขามันโดนคนควักไปเหยียบย่ำเล่นจนแหลกละเอียดคาเท้าไปแล้วหรืออย่างไร เขาจะเอาหัวใจที่ไหนมาได้อีกกัน

 

มาร์คแค่นยิ้มเย้ยหยันตัวเอง

 

อาจจะเป็นเพราะอาการเมาค้างและอารมณ์ที่ยังจมอยู่กับห้วงความฝัน ทำให้วันนี้ความคิดเขาอ่อนแอจนน่าขำ

 

เจตวิชน์มองคนที่อยู่ ๆ ก็เหยียดรอยยิ้มออกมา เขารู้แล้วว่าตอนนี้คนที่ถูกเขาปลุกให้ตื่นขึ้นมานี้ยังคงอยู่ในอารมณ์ที่ไม่ปกตินัก

 

“วันนี้วันเสาร์” เอ่ยเตือนความจำคิง ให้ได้รับรู้และตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรต่อไป

 

ที่นัดเด็กคนนั้นเอาไว้ ยังจะไปหรือเปล่า

 

ว่าแต่การที่เจ้าตัวพูดเองเออเอง ตัดสินใจเอาเองว่าจะให้อินทัชทำบัวลอยไข่หวานให้ทานในวันนี้เป็นการนัดกันระหว่างคนสองคนได้หรือไม่

 

“บอกให้คนเตรียมรถไว้เลย” คนที่โดนเตือนความจำไม่ต้องใช้เวลาสักนิดเพื่อที่จะตัดสินใจ เขาก็เลือกได้แล้วว่าจะทำอย่างไรต่อไป

 

เจตวิชน์นิ่งไปชั่วครู่เมื่อรู้การตัดสินใจของเจ้านาย ก่อนจะรับคำเสียงเบาแล้วเดินไปจัดการตามคำสั่งให้

 

ไม่ว่าคิงจะตัดสินใจยังไง เขาก็แค่ยอมรับมันโดยไม่จำเป็นต้องคัดค้านก็เท่านั้น

 

เรื่องของเจ้าตัว มีเพียงแค่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ดีกว่าใคร ๆ

 

 

“จะไปไหน” เสียงถามที่ดังขึ้นมาทำให้เจตวิชน์ที่กำลังจะเดินออกไปสั่งให้คนเตรียมรถให้คิงชงักขาที่กำลังจะก้าวเดิน หันไปมองหน้าเจ้าของคำถามที่บัดนี้สีหน้าแววตา สติยังคงไม่เต็มร้อย มองเลยผ่านไปยังคนที่เหลืออีกสองคนก็มีสภาพไม่ต่างกันนัก

 

พวกใช้การไม่ได้ ถ้าเกิดมีเรื่องเกิดขึ้นกับคิงอย่างร้ายแรง พวกนี้จะช่วยอะไรได้ เล่นเมาสลบไปก่อนอย่างนั้น

 

“คิงจะไปบ้านเด็กคนนั้น” เจตวิชน์ตอบเพื่อนเสียงเรียบแล้วก้าวเดินต่อไม่เปิดโอกาสให้เพื่อนได้ส่งคำถามอะไรมาอีก

 

โฬมที่เป็นคนตั้งคำถามหันมองหน้าเพื่อนอีกสองคนที่นั่งอยู่ข้างกัน

 

นึกว่าวันนี้คิงจะไม่ไปแล้วเสียอีก

 

คนที่รู้เรื่องที่เจ้านายตัวเองไปพูดเองเออเองอยู่คนเดียวเรื่องให้เด็กคนนั้นทำบัวลอยของโปรดให้ในวันนี้คิดในใจพร้อมกัน อีกอย่างหนึ่งพวกเขาก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าไอ้อาหารไทยห้ากล่องที่คิงเขาหวงไว้กินคนเดียวนั่นก็มาจากฝีมือของใคร

 

ก็มีอยู่คนเดียวไม่ใช่หรือไงที่ทำให้คิงไม่ใช่คิง

 

“หวังว่าวันนี้จะไม่เจอพวกหนูสกปรกอีกนะ” ครูซพูดเสียงเบื่อหน่าย นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อวานซืน เหตุการณ์ที่ทำให้คิงของพวกเขาต้องเปิดเผยตัวเข้าบ้านคนอื่นไปทั้ง ๆ ที่เจ้าของบ้านยังไม่ได้รับอนุญาต

 

หนูสกปรกตัวเขื่องที่ถูกส่งมาจากหลายฝ่ายโดยที่ไม่ได้คนพวกนั้นไม่ได้นัดหมายกัน ซึ่งนั่นมันทำให้พวกที่ได้รับคำสั่งให้เฝ้าระวังอยู่หน้าบ้านนั่นรับมือได้ไม่ดีเท่าไหร่ และหากวันนั้นคิงของเขาไม่เดินเข้าไปในบ้านนั่นได้ทันท่วงที

 

เด็กนั่นได้กลายเป็นศพเพราะมือสไนเปอร์ไปแล้ว ไม่ได้มีชีวิตมาทำหน้าเบื่อหน่อยใส่เพื่อนเขาได้อย่างนั้นหรอก

 

เด็กคนนั้นติดหนี้บุญคุณของคิงโดยที่ไม่รู้ตัว


หนี้เก่าก็ยังชดใช้คืนให้ไม่หมด

 

“ระยะนี้พวกนั้นคงจะยังไม่กล้าเคลื่อนไหว คิงแสดงออกขนาดนั้นแล้ว คนพวกนั้นต้องรู้ตัวว่าอินทัชมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับคิง จะทำอะไรต้องคิดให้มาก ๆ หน่อย จัดการคนคนหนึ่งไม่ยาก แต่จัดการคนคนหนึ่งที่มีคิงเป็นเจ้าของชีวิตนั้นยากยิ่งพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกเสียอีก” ลอยซ์พูดตอบเพื่อน

 

“เด็กนั่นศัตรูรอบตัวเยอะ แต่ใช้ชีวิตประมาท” โฬมพูดเสียงหน่ายใจ หากไม่ใช่เพราะพวกเขาคอยกำจัดพวกมดปลวกให้อยู่เบื้องหลัง เกรงว่าคนจะตายตามพ่อแม่ไปนานแล้ว

 

“ก็ไม่เชิงประมาท แต่คงคิดไม่ถึงว่าตัวเองจะมีคนที่จ้องจะกำจัดเยอะขนาดนั้น” ลอยซ์พูดแก้ต่างให้คนที่ไม่ได้อยู่ในที่แห่งนี้

 

เขาคิดว่าอินทัชไม่ได้ประมาท เจ้าตัวค่อนข้างจะระมัดระวังในระดับหนึ่ง ดูได้จากระบบการรักษาความปลอดภัยของบ้านและการเรื่องที่จะปิดบังตัวตนที่แท้จริง การเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุล

 

แต่นั่นมันยังคงไม่เพียงพอ

 

ถึงแม้ว่าพวกหนูมันจะเข้าสู่ตัวบ้านไม่ได้ แต่มีวิธีการมากมายที่จะฆ่าคนโดยที่ไม่ต้องเข้าบ้าน

 

อย่างมือสไนเปอร์นั่นยังไงล่ะ ขอเพียงมีที่ให้ซ่อนตัว ขอเพียงสบโอกาสก็ปลดชีพคนได้ไม่ยากเลย

 

อย่างวันนั้นหากคนที่เดินเข้าบ้านไปนั่นไม่ใช่คิงของพวกเขา หากเป็นเขาหรือลูกน้องคนอื่น ๆ เด็กคนนั้นก็คงไม่มีชีวิตรอดมาแล้ว

 

คนในโลกมืดน้อยคนนักที่จะกล้าท้าทายอำนาจของมาร์ค เมธัส โอคอร์นเนอร์ และมือปืนในวันนั้นก็ไม่ใช่บุคคลส่วนน้อย

 

“อย่ามัวแต่นั่งพูด รีบไปจัดการตัวเองกันได้แล้ว” เจตวิชน์ที่เดินกลับมาจากการสั่งการลูกน้องพูดขัดจังหวะการสนทนาของเพื่อนอีกสามคน

 

“โอเค โอเค” โฬมรับปากแล้วรีบลุกขึ้นเดินไปจัดการตัวเองเป็นคนแรก ตามด้วยอีกสองคนที่เหลือ

 

ทั้ง ๆ ที่เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็กแท้ ๆ แต่พวกเขาสามคนมักจะเกรงใจเจตวิชน์มากกว่าเพื่อนคนอื่น ๆ หากไม่นับคิง ที่นั่นไม่อาจจะเรียกได้ว่าเกรงใจ แต่เป็นเกรงกลัว

 

 

“บัดซบ พวกแกเฝ้ากันยังไง ฉันจะรีบไป”

 

คนที่นั่งอยู่เบาะหลังในรถยนต์คันหรูปรายตามองเจ้าของคำพูดที่นั่งอยู่ในเบาะด้านหน้าข้าง ๆ คนขับรถ

 

“คิง โกดังสินค้าเราถูกวางเพลิง” เจตวิชน์ที่เห็นคิงปรายสายตามองมาก็พูดรายงานในสิ่งที่ตนเพิ่งจะได้รับรายงานมาอีกที

 

สีหน้านิ่งเฉยของคนที่ได้รับรายงานไม่เปลี่ยนแปลง แต่แววตาฉายแววอำมหิต

 

“หมาพวกนั้นหรือเปล่า” สืบสันดาน สืบสายเลือดต่อกันมา หมาก็ยังคงเป็นหมา ลอบกัดไม่เปลี่ยน

 

“ใช่” เจตวิชน์ยืนยันในคำถามของคิง

 

“กลับรถไปโกดัง” เจ้าของรถหรูเอ่ยปากสั่งลูกน้องเสียงเรียบ หันเปลี่ยนทิศทางที่มุ่งหน้าจะไป

 

เจตวิชน์เหลือบตามองสีหน้าของคนที่เป็นทั้งเพื่อนและเจ้านาย มองแต่ไม่ได้ทักท้วงหรือตั้งคำถามอื่นใด

 

ไม่ว่าคิงจะไปที่ไหน เขาก็จะไปที่นั่นด้วย

 

 

“ตกลงหมอนั่นจะมาไหมเนี่ย” คนที่เคยได้รับคำพูดว่าวันนี้ให้ทำบัวลอยไข่หวานไว้ตอบแทนตั้งคำถามกับตัวเองเมื่อเห็นว่าเข้าสู่ช่วงเย็นของวันแล้ว คนที่มักจะเอาแต่ใจยังคงไม่ปรากฏตัวให้เห็น

 

“หรือเพราะว่าเรื่องเมื่อวานนี้ก็เลยไม่มางั้นเหรอ” อินทัชยังคงพูดกับตัวเองคนเดียวด้วยสีหน้าครุ่นคิด

 

มองอุปกรณ์วัตถุดิบที่เตรียมเอาไว้แล้วก็ทอดถอนหายใจด้วยความเสียดาย

 

ไม่ได้เสียดายของพวกนี้ แต่เสียดายโอกาสต่างหาก

 

เมื่อวานหลังจากที่กลับมาจากมหาวิทยาลัยและคิดทบทวนการกระทำของคิงและพรรคพวกที่มีต่อเขาอย่างถี่ถ้วนแล้ว อินทัชก็ได้ข้อสรุปว่าคนพวกนั้นจะต้องรู้เรื่องที่เขาไม่รู้ และเป็นเรื่องที่เขาอยากจะรู้มาโดยตลอดเป็นแน่ และหากเขาอยากจะรู้เรื่องราวพวกนั้นในตอนนี้โดยไม่ต้องผิดสัญญาที่ให้ไว้กับผู้เป็นแม่ ก็มีแต่จะต้องถามเอาจากคนพวกนั้น

 

แต่เขาคิดว่าวิธีการถามไปตรง ๆ จะต้องไม่ได้คำตอบแน่ อินทัชจึงคิดจะใช้วิธีการหลอกถามเอา

 

ซึ่งเขาคิดจะถือโอกาสที่คนจะมาบ้านเขาในวันนี้หลอกถาม แต่ล้มเหลว หมอนั่นไม่ได้มา

 

“เฮ้อออ” อินทัชถอนหายใจด้วยความเสียดายผสมเหนื่อยหน่าย พาตัวเองเดินออกจากห้องครัวมายังห้องสตูดิโอที่ใช้ทำเพลง

 

เรื่องเดียวที่พอจะทำให้เขาบรรเทาความเบื่อหน่ายออกไปได้ก็เห็นจะเป็นการทำเพลงนี่เอง อีกทั้งเขายังคงไม่ได้ทำเพลงที่จะใช้ขึ้นโชว์ในทัวร์คอนเสิร์ตครั้งแรกของนายตะวันนั่นเลย

 

พอได้คิดเรื่องทำเพลง นอกจากจะคิดเรื่องทำเพลงสำหรับโชว์ให้คนอื่นแล้ว อินทัชยังวางแผนที่จะทำเพลงสำหรับเปิดเผยตัวเองในวงการเพลงอีกด้วยเช่นกัน

 

เขามีอิสระถึงหนึ่งปี หากไม่ใช้โอกาสนี้ทำความต้องการของตัวเองให้เป็นจริง เขายังจะต้องรอเวลาไหนอีกล่ะ


 

“ครืด ๆๆ” เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเป็นสายที่สามขัดจังหวะคนที่กำลังจิตใจจอจ่ออยู่กับการทำเพลงขึ้นมาใหม่เพื่อที่จะให้ตะวันใช้ขึ้นแสดงในคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกของตัวเอง

 

ขาเรียวดันเก้าอี้มีล้อที่ใช้นั่งทำเพลง หมุนตัวไปยังที่ที่มีโทรศัพท์เครื่องบางของเขาวางเอาไว้ ดวงตาคู่สวยหรี่มองหน้าจอโทรศัพท์ที่ปรากฏเบอร์โทรศัพท์ของผู้ที่ติดต่อเข้ามา

 

คนคนนั้นอีกแล้ว

 

สายสุดท้ายที่เขารับในวันที่เขาตัดสินใจจะสวมด้ายแดงที่ข้อมือ

 

“เฮ้อออ” ริมฝีปากบางสวยพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะยื่นมือออกไปคว้าโทรศัพท์มากดรับสาย

 

“ครับ” อินทัชกรอกเสียงลงไปสั้น ๆ เมื่อกดรับสายแล้วนำโทรศัพท์แนบใบหูแล้วเรียบร้อย

 

“แกคิดว่าสิ่งที่แกทำมันจะทำให้แกหนีรอดจากเรื่องนั้นไปได้อย่างนั้นเหรอ” ไม่มีการทักทาย ไม่มีการพูดเกริ่นใด ๆ คนที่โทรมาก็พูดเข้าเรื่องในทันที

 

อินทัชเหยียดรอยยิ้มทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น

 

ทำไมถึงคิดว่าเขาจะหนีไม่พ้นกัน เขาหนีพ้นแน่ ๆ มันมีวิธีที่จะทำให้เขาไม่ถูกควบคุมอยู่ไม่ใช่หรืออย่างไร เพียงแต่เขายังไม่คิดจะใช้วิธีนั้นในตอนนี้ก็เท่านั้น

 

ตอนนี้ไม่ใช้ ไม่ได้แปลว่าต่อไปเขาจะไม่ใช้

 

“ตอนนี้อำนาจของคุณสู้อีกฝ่ายไม่ได้หรอก ผมเตือนด้วยความหวังดี เลิกล้มความคิดไปเถอะ” อินทัชเปิดปากพูดในที่สุด

 

เห็นแก่สายเลือดครึ่งหนึ่งที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเขา อินทัชเอ่ยปากเตือนด้วยความหวังดี

 

“อย่ามาสู่รู้!” เสียงเกรี้ยวกราดดังขึ้นทันทีที่จบประโยคพูดของอินทัช เสียงหอบหายใจที่ดังแรงขึ้นรอดผ่านโทรศัพท์เข้ามาทำให้อินทัชรู้ว่าคำพูดของเขาจี้เข้าไปในใจของคนคนนี้

 

รู้ตัวดีว่าสู้อีกฝ่ายไม่ได้ เลยเลือกที่จะใช้เขาเป็นเครื่องมือ เลือกที่จะใช้ผลจากคำสาปของเขาเป็นเครื่องมือที่จะเล่นงานอีกฝ่าย

 

มันไม่ง่ายอย่างนั้น

 

แม้ว่าเขาจะมีความสามารถพิเศษที่ได้ตอบแทนมาจากการที่ทำให้คนหลายคนก่อนหน้าที่สมความปรารถนา แต่การจะใช้ความสามารถนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้โดยไม่ต้องมีสิ่งใดตอบแทน

 

แล้วทำไมเขาจะต้องทำสิ่งที่เขาเสียเปรียบโดยที่เขาไม่เต็มใจด้วย

 

อีกอย่าง เขาไม่เคยมีความคิดที่จะเล่นงานฝ่ายนั้น

 

ไม่เคยมี

 

“อย่าให้ฉันต้องใช้ไม้แข็ง” คนที่เป็นฝ่ายติดต่อมาเริ่มพูดจาข่มขู่เมื่อรู้ว่าวิธีการเกลี้ยกล่อมที่ผ่านมานั้นไม่ได้ผล

 

ข่มขู่ทั้ง ๆ ที่ครั้งก่อนหน้าเลือกที่ลงมือโดยไม่มีคำเตือนใด ๆ

 

“ครับ” แผ่นหลังของคนที่โดนข่มขู่เหยียดตรงโดยอัตโนมัติ แต่หลังจากนั้นก็ผ่อนลงเอนแนบไปกับพนักพิงเช่นเดิมเมื่อคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

 

เรื่องบางเรื่องเขาไม่สามารถใจแข็งลงมือเองได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่สามารถปล่อยให้คนอื่นได้ลงมือ

 

บางทีมันอาจจะเป็นผลดีต่อเขา

 

คนที่ในตอนนี้จะว่ามีเป้าหมายในชีวิตก็ไม่ใช่ จะไม่อาลัยชีวิตก็ไม่เชิงคิดในใจ

 

ในตอนนี้อินทัชก็เป็นเพียงแค่คนที่ไม่ได้สนใจว่าตัวเองจะมีชีวิตไปถึงเมื่อไหร่ สนใจเพียงแค่วันนี้และวันถัดไปตัวเองสามารถใช้ชีวิตตามใจตัวเองได้ก็เพียงเท่านั้น

 

“อย่าเนรคุณสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวแก ฉันเตือนเอาไว้” น้ำเสียงแหบพร่าของคนปลายสายพูดบอกอย่างเยียบเย็น

 

“ครับ” อินทัชยังคงตอบกลับแค่เพียงสั้น ๆ ถ้าถามว่าเขาใส่จะคำพูดของคนที่มีศักดิ์เป็นคุณตาหรือไม่ อินทัชก็จะตอบว่า

 

ไม่

 

เขาอาจจะไม่กล้าต่อต้านอีกฝ่ายอย่างแข็งกร้าวและตรงไม่ตรงมา แต่ว่าเขาสามารถเมินเฉย ทำเป็นไม่รับรู้ได้

 

และเขาก็ใช้วิธีการนั้นมาโดยตลอด และอาจจะใช้มันต่อไป

 

อย่างน้อยก็ภายในหนึ่งปีนี้ที่เขาไม่ต้องกังวลเรื่องคำสาปมากนัก และมันก็ไม่มีอะไรให้เขาต้องกลัวว่าคนที่มีศักดิ์เป็นคุณตาจะใช้มันมาข่มขู่หรือต่อรองเขา

 

คนคนนี้รู้มาโดยตลอดว่าในชีวิตเขาไม่เหลือสิ่งใดที่เรียกได้ว่าสำคัญอีกแล้ว

 

“หึ แกจองหองต่อไปเถอะ” คนที่ติดต่อมาพูดประโยคนี้จบก็ตัดสายทิ้งไปในทันที น้ำเสียงฟังดูแล้วคล้ายกับว่าคนคนนี้จะมีแผนการบางอย่างอยู่ในใจ

 

อินทัชคิดว่าอย่างนั้น

 

มือเรียววางโทรศัพท์ที่เลิกใช้งานลงบนโต๊ะ ดวงตาคู่สวยมองเหม่อไปไกล สติ ความคิดของเจ้าตัวจมลงสู่เรื่องที่ว่าคนมีแผนการอะไรกันแน่

 

ช่างเถอะ เขาจะคิดมากไปทำไม ไม่ว่าคนที่มีศักดิ์เป็นตาของเขาจะมีแผนการอะไร แต่เขาเชื่อว่าอีกฝ่ายหนึ่งนั้นจะต้องรับมือได้เป็นอย่างดี

 

เขาไม่จำเป็นต้องใส่ใจมากนักก็ได้

 

ทั้งทั้งที่คิดอย่างนั้น แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่สมาธิหลุดลอยจากสิ่งที่ทำอยู่ หรือมีเวลาว่าง ๆ สมองของเขาก็มักจะนึกไปถึงเรื่องนี้เองโดยทันที

 

และบ่อยครั้งเจ้าตัวเองก็ไม่รู้ตัว

 

 

 

“เอ่อ อินพอจะมีเวลาว่างก่อนไหม เฌอมีเรื่องจะปรึกษา” เช้าวันจันทร์มาเยือน อินทัชที่มาเรียนดังปกติยังไม่ทันที่จะขึ้นตึกเรียนก็พบเจอกับคู่ทำรายงานมาดักรออยู่หน้าตึกเรียนก่อนแล้ว

 

ขาเรียวที่กำลังจะก้าวเข้าตึกเรียนชะงัก ดวงตาทอดมองคนที่มาดักหน้าเขาในเวลานี้

 

“คือเฌอส่งเมลไปถามแล้ว แต่ว่าอินไม่ได้ตอบกลับมา” เห็นว่าคนที่ตัวเองมาดักรอจ้องมองมานิ่ง หญิงสาวก็หน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ เสสายตาหลบ ก้มหน้าก้มตาพูดถึงจุดประสงค์

 

“อ้อ ขอโทษที สองวันที่ผ่านมาผมยุ่งจนไม่ได้เช็คเมล หลบทางก่อน” อินทัชพูดขอโทษเสียงเรียบ ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงแขนของหญิงสาวให้หลบทาง เพราะตอนนี้เขาทั้งคู่ยืนขวางทางคนเดินเข้าออกตึกเรียนอยู่

 

“อะ เอ่อ มะ ไม่เป็นไร เฌอเข้าใจ” คนที่หน้าแดงอยู่แล้วยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่

 

จะประหม่าทำไมนัก

 

“แล้วมีเรื่องอะไรจะถามล่ะ” อินทัชถามเข้าเรื่องเมื่อหางตาเห็นเวลาที่ข้อมือว่าใกล้จะได้เวลาเข้าเรียนของเขาแล้ว

 

“อันที่จริงไว้ตอนกลางวันก็ได้ อินสะดวกไหม” คนที่บังเอิญเงยหน้าขึ้นมาเห็นคนจ้องมองไปยังหน้าปัดนาฬิกาข้อมือพอดีพูดเสนอพร้อมกับถามความคิดเห็น

 

“ก็ได้ ผมเลิกคลาสตอนเที่ยงพอดี” อินทัชตอบตกลงโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก ถึงยังไงเขาก็ว่างอยู่แล้ว

 

“งั้นเราเจอกันที่แคนทีนนะ”

 

“ได้” อินทัชรับคำก่อนที่จะกล่าวขอตัวไปเข้าเรียน หมุนกายเดินออกมาก่อนโดยไม่รับรู้สายตาที่มองตามหลังไป

 

 

“เพิ่งจะรู้ว่าลูกสาวนายพลตาต่ำขนาดนี้” เสียงเย้ยหยันที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้เฌอแตมหมุนตัวไปมอง

 

“หมายความว่ายังไง” พูดถามคนที่อยู่ ๆ ก็เดินเข้ามาพูดจาถากถางกันอย่างนี้ด้วยความไม่เข้าใจ

 

“หน้าตาก็ดูแก่เรียน แต่ไม่คิดว่าจะโง่ถึงขนาดแปลความหมายคำพูดฉันไม่ได้ เห็นแก่ที่ทั้งตาต่ำทั้งโง่ จะแปลให้ฟังก็แล้วกัน ที่ริต้าพูดไปก็หมายความว่า ไม่คิดว่าคนอย่างคุณหนูเฌอแตม ลูกสาวท่านนายพล ทายาทตระกูลเก่าแก่จะตาต่ำมาชอบพวกไร้หัวนอนปลายเท้า” หญิงสาวที่ยืนเคียงข้างเจ้าของคำพูดก่อนหน้านี้พูดอธิบายเสร็จก็หันไปหัวเราะขำกับเพื่อนตัวเองอีกสามคน

 

คนโดนเหยียดว่าสายตาต่ำดวงตาเบิกกว้างเมื่อเข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ ยิ่งเห็นสายตาของคนรอบข้างที่มองมาเหมือนกำลังดูเรื่องสนุก ๆ อยู่ยิ่งทำให้เจ้าตัวรู้สึกแย่

 

“อินทัชไม่ใช่คนไร้หัวนอนปลายเท้า แค่เขาไม่ได้มีนามสกุลดังหรือครอบครัวที่ใหญ่โตอะไร แต่เขาก็เป็นคนเหมือน ๆ กันกับทุกคน” คนที่มักจะมีท่าทีประหม่าต่อหน้าคู่ทำรายงาน มาตอนนี้กลับพูดจาตอบโต้คนได้อย่างหนักแน่น

 

“จุ๊ ๆ เธอนี่มันพวกโลกสวยจริง ๆ สมแล้วที่ไม่ได้เป็นควีนของที่นี่ สู้ควีนของพวกฉันไม่ได้สักอย่าง” คนที่ได้เป็นหนึ่งในสี่อัศวินของควีนในรุ่นนี้พูดเยาะเย้ย

 

เฌอแตมมองคนที่พูดจาเยาะเย้ยตัวเองนิ่งก่อนที่จะตัดสินใจไม่พูดตอบโต้อะไรแล้วหันหลังเดินหนี

 

สี่คนนี้เป็นอัศวินที่ถูกแต่งตั้งโดยควีนอย่างโรส โรสิตา ในขณะที่เธอเป็นเพียงคนชนชั้นธรรมดาในมหาวิทยาลัยนี้ ไม่ต่อล้อต่อเถียงไปมากกว่านี้จะดีกว่า

 

“เหอะ พวกขี้ขลาด พูดความจริงเข้าหน่อยก็เดินหนี” ริต้าที่เป็นคนพูดเย้ยหยันอีกฝ่ายก่อนตะโกนไล่หลังไปอย่างสะใจ คนพวกนี้ถือดีว่ามีควีนอย่างโรส โรสิตาให้ท้ายอยู่ ดังนั้นจึงไม่เกรงกลัวใคร นอกจากคิงและอัศวินของคิง

 

ไม่อาจบอกได้ว่าสี่คนนี้ไร้สมองหรือผู้ที่กำลังครอบครองตำแหน่งควีนกันแน่ที่ไร้สมอง

 

ถึงแม้ว่าจะมีอำนาจของควีนอยู่ในมือ แต่การหาเรื่องคนโดยไม่ดูเบื้องหลังแบบนี้ นับว่าเป็นการกระทำที่ไร้สมองอย่างแท้จริง

 

คนเป็นชนชั้นชาวบ้านในมหาวิทยาลัยนี้แล้วอย่างไร ในเมื่อนอกรั้วมหาวิทยาลัย เบื้องหลังเธอก็คือคุณหนูหนึ่งเดี่ยวของตระกูลเก่าแก่ที่มีอิทธิพลทางด้านทหารอยู่ในมือ

 

คุณหนูที่มีสัญญาณหมั้นหมายกับทายาทตระกูลนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่สืบทอดอำนาจต่อกันมาหลายชั่วอายุคน และมีผลงานเด่น ๆ เป็นที่พูดถึงต่อกันมาแม้จะผ่านมาเกือบร้อยปีแล้วก็ตาม

 

ผลงานการบุกทำลายการค้าอาวุธครั้งสำคัญของโอ คอนเนอร์ แม้จะไม่อาจล้มล้างอำนาจของโอ คอนเนอร์ แต่ก็สามารถทำให้ผู้นำสะบักสะบอม เสียหายจนแทบจะล้มละลายและใช้เวลาเป็นสิบปีกว่าที่จะกลับมาผงาดได้อีกครั้ง

 

และนับเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญของสองตระกูลเก่าแก่ผู้นำทางฝ่ายตำรวจและทหาร

 

การร่วมมือระหว่างตระกูลพิทักษ์ดำรงกุลและอัศวะราช

 

การร่วมมือที่เริ่มต้นจากการแต่งงานของทายาททั้งสองฝ่ายในเวลานั้น

 

อชิระ พิทักษ์ดำรงกุล และ ฌาติกานต์ อัศวะราช

 

การแต่งงานที่อาจจะมีหยาดน้ำตาและหยดเลือดมากกว่ารอยยิ้ม


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9.72K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23,335 ความคิดเห็น

  1. #23178 shhhhhhhh (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 04:44
    โอมานก้อดดด
    #23,178
    0
  2. #23096 desbestiny (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 19:54
    อ้าว งี้คือ ที่จริงน้องต้องแต่งงานกับคนนี้ แค่คิงพี่มาร์คของเราไม่มีทางให้เกิดขึ้นอีกรอบแน่นอนสินะ 55555 แต่ตอนนี้เป็นตอนที่อ่านแล้วงงจริงๆ ที่คุณตากับน้องคุยกันมันหมายถึงใครอะไรยังไง งงไปหมดแล้วจร้าแม่~~~~
    #23,096
    0
  3. #23080 NACHI1743 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 09:11
    เอ๊ะ...
    #23,080
    0
  4. #23053 FAHKRAMXTER (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 02:22
    อห รวมพลกลับชาติมาเกิดหมดเลยมั้ยหนิ เื้อเรื่องคือแบบ อื้อหือ ล้ำลึก เข้มข้นม้ากกกกกกกก เข้าใจความรู้สึกพี่ม้ากแล้ว แกเอ๊ยนยน
    #23,053
    0
  5. #22394 pommys (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 10:37
    อ้ออออออออ แปลว่าเฌอคือคนที่อินทัชจะแต่งงานด้วยเทื่อชาติที่แล้ว
    #22,394
    0
  6. #22277 MM-001 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 07:14
    แสดงว่าเฌอกับอินทัชเป็นญาติกันหรอ?
    หรือยังไง?
    #22,277
    0
  7. #22006 C0805y (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 10:56
    ประวัติต้นตระกูลคือแบบสุดยอด เรื่องราวในอดีตแบบเข้มข้นเว่อ
    #22,006
    0
  8. #21184 NoneCoffee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 15:14
    เนื้อเรื่องล้ำลึกกกกกกกก
    #21,184
    0
  9. #20785 แจนมงกุน (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 11:44
    อมกกกกกกกก
    #20,785
    0
  10. #18595 เมนแฟนแจน☝ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 23:04
    ตอนนี้คือมโนเป็นคู่มินวอน แง๊งงงงงงง
    #18,595
    0
  11. #18220 canookss (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 22:47
    OMG เนื้อเรื่องเข้มข้นไปอีกกก
    #18,220
    0
  12. #18117 KYLM_ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 23:48
    อมกกก เป็นงั้นไปแงงสงสารมาร์คแล้วค้าบ
    #18,117
    0
  13. #16007 ble_pimpisa_M (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 06:46
    โอ้โหๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #16,007
    0
  14. #15665 Bowl's Gmpb (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 13:37
    เอ๊ะ อมกก อมกกกกกกกกกก มาร์คจะทั้งรักทั้งแค้นก็ไม่แปลกแล้วอ่ะแบบนี้
    #15,665
    0
  15. #15438 num'crazy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 11:42
    เอ๋...แบบนี้เองหรอ
    #15,438
    0
  16. #14695 Fueled me (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 07:25
    ว่าแล้วเชียว คนที่อชิต้องแต่งงานด้วยคือเฌอแตมนี่เอง
    #14,695
    0
  17. #14185 Pappi_butter (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 19:06
    เอ๊ะ... อ่ะเด๊ะ... เอ๊ะ!!!!!!!!!!
    #14,185
    0
  18. #12590 นฐาผกากรอง (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 09:49
    ...เอ๊ะ
    #12,590
    0
  19. #12471 DreamingDreamer (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 13:59
    เห้ยย เอาจริงดิ ม่ายยยย
    #12,471
    0
  20. #12090 ilyyy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 11:42
    อมก เฌอแตมหนะเหรอ..
    #12,090
    0
  21. #12079 Maidongho (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 06:55
    ไม่อยากอ่านแล้ว แต่มันก็แบบจะยังไงต่ออออ!!!
    #12,079
    0
  22. #12068 reluz (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 00:07
    เชี่ย ....
    #12,068
    0
  23. #12026 Benyapa Thubtimnak (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 15:27
    พีคในพีคในพีค
    #12,026
    0
  24. #11958 The Sir (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 03:01
    กรูช็อค
    #11,958
    0
  25. #11757 LOOKSORN. (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 08:55
    ไม่กล้าอ่านต่อเลย มันบับ ฮืออ ไม่โอเคแล้ว
    #11,757
    0