DON'T TOUCH ME มือผม คุณห้ามจับ

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 86,657
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11,230 ครั้ง
    27 ก.ค. 62

“บอกความต้องการที่แท้จริงของคิงมาดีกว่า ต้องการอะไรกันแน่” อินทัชสะบัดศีรษะไล่คำถามที่ตัวเองรู้คำตอบดีอยู่แล้วให้หลุดออกไป แล้วส่งความถามที่เขาอยากได้คำตอบที่แท้จริงไปอีกครั้ง

 

คิดดูดี ๆ แล้ว คนอย่างมาร์ค เมธัส โอ คอนเนอร์ไม่มีทางที่จะลงทุนบุกรุกมาบ้านคนอื่นด้วยเหตุผลแค่นั้นแน่

 

มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย

 

“ถ้าคุณไม่บอกมาว่าต้องการอะไรก็กลับไปเถอะ ผมต้องการความเป็นส่วนตัว” เมื่อคำถามที่ส่งไปได้แต่ความเงียบงันเป็นคำตอบกลับมา อินทัชก็เอ่ยปากไล่คนตรง ๆ

 

แม้เขาจะมีความอดทนอดกลั้นสูงกว่าคนอื่น ๆ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะทนได้ทุกเวลา

 

ความอดทนของคนเรามักจะมีขีดจำกัดเสมอ และสิ่งที่เขาเจอมาในวันนี้รวมกับสิ่งที่คิงทำ มันทำให้ความอดทนของเขาแตะขีดจำกัดแล้ว

 

เขากำลังจะหมดความอดทน

 

“บ้านนายน่ะ..

 

“บ้านผมทำไม” อินทัชมองคนที่จ้องหน้าเขาแล้วพูดออกมาเพียงแค่นั้นแล้วเงียบไป

 

บ้านเขามันทำไมกัน

 

คงไม่ใช่ว่ามีบ้านเขาเป็นเป้าหมายหรอกใช่ไหม

 

“กว้างเกินไป หนูสกปรกมันเข้ามาเพ่นพ่าน หัดระวังบ้างก็ดี” คนพูดเสียงเรียบเรื่อย แววตาละจากหน้าเจ้าของบ้านทอดมองออกไปยังหน้าต่าง มองเห็นพื้นที่กว้างด้านนอก

 

พื้นที่บ้านที่เหลือกว่าไร่ทำให้บ้านหลังนี้มีพื้นที่มากมายให้หนูสกปรกได้เข้ามาวิ่งเล่น โดยที่เจ้าของบ้านไม่ทันได้รู้ตัว

 

“ว่ายังไงนะ!” อินทัชถามกลับเสียงตกใจ แววตาเบิกกว้างขึ้น

 

หนูสกปรก คำคำนี้คงไม่ได้หมายถึงสัตว์ตัวเล็กแน่ ๆ

 

“ก่อนที่จะถามหาความต้องการของคนอื่นน่ะ ทำสิ่งที่ตัวเองต้องการจริง ๆ ให้ได้ก่อนเถอะ แล้วไอความต้องการจอมปลอมของนายน่ะ โยนมันทิ้งไปเถอะ” คนหันกลับมาเผชิญสายตากับเจ้าของบ้านพูดในสิ่งที่ดูเหมือนจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่พูดออกมาก่อนหน้านี้เลยสักนิด แต่มันทำให้คนฟังนิ่งเงียบไปได้

 

พูดเสร็จคนที่บุกรุกบ้านคนอื่นก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จ้องมองคนที่ยังคงยืนนิ่งแววตาฉายความสับสนอยู่เพียงครู่แล้วพูดมาอีกหนึ่งคำก่อนที่จะเดินจากไป คำที่ทำให้คนฟังตัวแข็งเป็นหินยิ่งกว่าเดิม

 

Unknown

 

เนิ่นนานหลายนาทีหลังจากที่คนจากไปแล้ว เจ้าของบ้านจึงค่อยได้สติกลับคืนมาบ้าง

 

คนที่วันนี้เผชิญหน้ากับความเครียดมาทั้งวันทิ้งตัวนั่งลงอย่างหมดแรงที่โซฟาตัวหรู หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยลมหายใจเข้าออกยาว ๆ อย่างคนต้องการสมาธิที่มากกว่านี้ของเจ้าตัว

 

สิ่งที่คิงพูดนั่นหมายความว่ายังไงกัน!

 

แล้วยังคำสุดท้ายที่ทิ้งไว้ก่อนกลับไปนั่นอีก

 

ใช่ว่าคนรู้แล้วหรือเปล่าว่าเขาคือใคร!

 

คิดมาถึงตรงนี้ดวงตาของอินทัชก็เบิกกว้างขึ้นกว่าเดิม ก่อนจะหดตัวลงเมื่อคิดขึ้นมาได้ว่าคนที่อยู่ข้างกายคิงนั่นเป็นใคร

 

แล้วรู้ลึกแค่ไหน รู้แค่ว่าเขาคือ Unknown ที่แฟนเพลงและคนในวงการต่างตามหา หรือรู้ไปถึงตัวตนของเขาที่มากกว่านั้น

 

อินทัชคิดใคร่ครวญหาคำตอบให้กับตัวเองในเรื่องนี้

 

ไม่น่าจะรู้

 

หลังจากคิดวนไปวนมาอยู่นาน อินทัชให้คำตอบกับตัวเองเช่นนั้น ด้วยเหตุผลที่ว่าถ้าคนรู้เบื้องหลังของเขาลึกกว่านั้น น่าจะฉวยโอกาสใช้คำสาปของเขาให้เป็นประโยชน์กับตัวเองไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่มีโอกาสหลายต่อหลายครั้งจากความไม่ทันระวังตัวของเขา

 

คำตอบนี้อินทัชรู้ดีว่าในใจลึก ๆ แล้วมันเป็นถ้อยคำปลอบประโลมจิตใจของเขาไม่ให้เคร่งเครียดและจิตตกไปมากกว่าเดิม

 

แล้วหนูสกปรกที่ว่านั่นคืออะไร

 

เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองเรื่องหนึ่งได้แล้ว อินทัชก็มีคำถามต่อมาในทันที

 

เขามั่นใจว่าหนูสกปรกที่มาร์ค เมธัสพูดถึงนั่นต้องไม่ใช่สัตว์โลกตัวเล็กแน่ ๆ มันต้องเป็นอะไรที่มากกว่านั้น

 

เพียงแต่เขาไม่มั่นใจนักว่าใครกันที่ส่งหนูสกปรกมาเพ่นพ่านในบ้านเขา โดยที่เขาไม่ทันได้ระวังตัว และนอกจากเขาจะสงสัยว่าใครกันที่เป็นผู้ส่งเข้ามา เขายังสงสัยอีกว่าคิงรู้เรื่องหนูที่ลอบเข้ามาได้ยังไง

 

รู้ได้ยังไง และเอาตัวเข้ามาวุ่นวาย บอกเขา เตือนเขาทำไม แล้วไหนจะเรื่องความต้องการอะไรนั่นอีก

 

มีหลากหลายคำถามมากมายที่เกิดขึ้นเต็มไปหมด อินทัชรู้สึกเหมือนว่าตัวเองถูกปิดหูปิดตาแล้วเหวี่ยงไปทางนั้นทีทางนี้ทีจากคนหลาย ๆ คน

 

มันช่างเป็นความรู้สึกที่น่ารังเกียจมากจริง ๆ รู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวตลกให้คนปั่นหัวเล่น

 

ความรู้สึกนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้นกับเขา

 

ไม่ควรและเขาไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก!

 

อันทัชผุดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเอง แววตาหมายมาดเป็นประกายอย่างคนที่ตัดสินใจบางสิ่งบางอย่างได้ เขาก้าวเท้าเดินไปยังห้องนอนของตัวเอง

 

“คุณพ่อ คุณแม่” อินทัชหยุดยืนที่มุมเล็ก ๆ ของห้อง หยุดยืนอยู่ตรงหน้ารูปภาพของผู้เป็นบุพการี เอ่ยเรียกคนที่เสียชีวิตไปแล้วและทิ้งให้เขาเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวอยู่เพียงลำพัง

 

“คำขอของคุณพ่อคุณแม่ในเรื่องนั้นน่ะ ผมทำให้ไม่ได้แล้วนะครับ” อินทัชจ้องมองไปยังดวงตาของคนในรูปภาพ จ้องมองเหมือนกับว่ารูปภาพมีชีวิตที่จะสามารถรับรู้ความรู้สึกที่เขาเปิดเปลือยนี้ จ้องมองเพื่อยืนยันความต้องการที่แน่วแน่ของตัวเอง

 

หมดเวลาที่เขาจะหดตัวอยู่ในกระดองที่หลอกตัวเองว่ามันคือความสงบสุข

 

เมื่อยังหายใจอยู่ ชีวิตที่สงบสุขจะเป็นไปได้อย่างไร มีแต่คนตายแล้วเท่านั้นนั่นแหละที่จะสงบสุขอย่างแท้จริง

 

“ไม่ว่าต่อไปอายุของผมจะหายไปอีกกี่สิบปี ผมจะไม่สนใจ คนเราจะมีชีวิตยืนยาวไปทำไมครับถ้าไม่ได้ทำตามความต้องการของตัวเอง” อินทัชพูดต่อ ดวงตายังคงจดจ้องไปยังรูปภาพ มองรูปถ่ายคู่กันของคนเป็นพ่อกับแม่ มองรอยยิ้มที่เจิดจ้าบ่งบอกว่าคนทั้งคู่มีความสุขมากแค่ไหนในวันที่ได้ถ่ายรูปนี้คู่กัน

 

ความสุขแบบที่เขายังไม่เคยจะได้สัมผัส


 

บอกกับผู้ที่ให้กำเนิดถึงเรื่องของการตัดสินใจที่จะผิดคำสัญญาที่เคยให้ไว้เสร็จแล้ว อินทัชก็หมุนตัวกลับไปยังเตียงหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่กึ่งกลางห้องนอน

 

ทอดมองเตียงหลังโตอยู่ชั่วลมหายใจ ผู้เป็นเจ้าของก็ทรุดตัวลงนั่งที่ด้านข้างของเตียงทางฝั่งขวา มุดตัวเข้าไปด้านใต้เตียง ฝ่ามือลูบไล้ไปบนพรมพื้นหนาที่ใช้ปูพื้นจนเจอส่วนที่นูนสูงขึ้นมาเล็กน้อย แตกต่างจากพื้นที่รอบข้าง ฝ่ามือที่ประกอบด้วยเรียวนิ้วสวยกดลงไปบนปุ่ม ๆ นั้น

 

เพียงชั่วเสี้ยววินาทีที่ปุ่มถูกกดโดยผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านพื้นที่ทางฝั่งด้านซ้ายของเตียงก็แยกออกจากกันอย่างที่ถ้าผู้ที่พบเจอไม่ใช่เจ้าของบ้านหรือรู้เรื่องนี้มาก่อนจะต้องจ้องมองอย่างตกตะลึงเป็นแน่

 

ช่องว่างที่โผล่ขึ้นมาจากการที่พื้นบริเวณใกล้ ๆ ขาเตียงแยกออกจากกันกว้างพอที่จะให้คนคนหนึ่งแทรกตัวลงไปได้ อินทัชขยับตัวอย่างระมัดระวังจากใต้เตียงแล้วพาตัวเองหายลับเข้าช่องแคบนั้นไป ก่อนที่พื้นห้องจะขยับเข้ามาชิดกันเหมือนเดิม และไม่ปรากฏร่องรอยใด ๆ ให้รู้ว่าก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุการณ์อะไรมาก่อน

 

ส่วนคนที่เป็นเจ้าของห้องและพาตัวเองหายเข้ามาในรอยแยกนี้ก็ค่อย ๆ เดินไปตามทางคับแคบ

 

นี่เป็นทางที่มุ่งหน้าเข้าสู่ห้องห้องหนึ่งที่เขาสร้างเอาไว้ และคนที่รู้ว่ามีห้องห้องนี้อยู่ก็มีเพียงแค่คนงานก่อสร้างไม่กี่คนเท่านั้น และอินทัชมั่นใจว่าคนพวกนั้นจะไม่มีทางพูดบอกเรื่องนี้กับใครเป็นแน่

 

ก็คนเป็นใบ้จะไปพูดอะไรให้ใครฟังได้ล่ะ

 

ในวันที่คิดจะสร้างห้องใต้ดินขึ้นมาเพื่อเก็บของบางสิ่ง อินทัชก็วางแผนที่จะหาคนงานที่ไม่สามารถพูดความลับของเขาได้ให้มาทำงานให้แล้ว

 

อินทัชเดินไปตามทางที่มีแสงสว่างวาบขึ้นมาเรื่อย ๆ ในทุก ๆ ก้าวที่เขาเดินผ่านด้วยระบบเซนเซอร์ที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อให้ทำงานแบบนี้โดยเฉพาะ เดินเข้าไปจนพบห้องห้องหนึ่งซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่มาก ความกว้างแค่เพียงหนึ่งสี่คูณสี่เมตรเท่านั้น

 

ขาเรียวหยุดก้าวเดินอยู่ด้านหน้าประตู ดวงตาคู่สวยทอดมองประตูที่ขวางกั้นเบื้องหน้า ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในสมอง

 

จะเข้าไปจริง ๆ เหรอ ตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม

 

มันเป็นคำถามที่แวบเข้ามาในศีรษะอย่างรวดเร็ว อินทัชสะบัดไล่ความคิดนั้นออกไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน เรียวขาก้าวเดินต่อ

 

ก็ตัดสินใจแล้ว ชีวิตจะยาวจะสั้นไม่สำคัญเท่าใช่ชีวิตได้คุ้มหรือเปล่า

 

ให้คำตอบกับตัวเองเช่นนั้น นิ้วเรียวสวยก็กดรหัสลับที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ เพียงชั่วพริบตาที่กดรหัสลับสำเร็จ บานประตูก็เปิดออกโดยอัตโนมัติ

 

อินทัชสูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ ขาเรียวก้าวเท้าเข้าไปในห้อง ดวงตากวาดมองไปรอบ ๆ ห้อง จนไปหยุดอยู่ที่ตู้นิรภัยตู้หนึ่งซึ่งมีขนาดไม่ได้ใหญ่มากนัก อินทัชเดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้า เอื้อมมือไปใส่รหัสลับสำหรับเปิดตู้นิรภัย

 

“แกร๊ก” เสียงที่ดังเพื่อบ่งบอกว่าการใส่รหัสนั้นของเขาเป็นผลสำเร็จ

 

ตู้นิรภัยตู้นี้เป็นตู้ที่คุณแม่ของเขาส่งมอบต่อมาให้เขา โดยให้เขามอบคำสัญญาเอาไว้ว่าถ้ายังอายุไม่ครบยี่สิบปีจะไม่เปิดมันเป็นอันขาด

 

มาวันนี้เขาทำผิดสัญญาข้อนั้นไปแล้ว

 

อินทัชมองของสองสิ่งที่วางแน่นิ่งอยู่ด้านในตู้นิรภัย

 

สมุดบันทึกหน้าตาเรียบ ๆ สีดำเล่มหนึ่งมีพอจะมองออกว่ามันเก่ามากขนาดไหน เก่าขนาดที่ว่าหากจับแรงเพียงนิด กระดาษอาจจะขาดจากกันก็เป็นได้

 

สมุดบันทึกที่เก่าแก่เกือบจะร้อยปี

 

ถัดจากสมุดบันทึกอายุเกือบร้อยปีก็เป็นสร้อยข้อมือเส้นหนึ่ง ไม่สิ ต้องเรียกว่าด้ายแดงเส้นหนึ่งเท่านั้น

 

ด้ายแดงเส้นเล็กที่ถูกส่งต่อมาตั้งแต่รุ่นคุณทวด สู่รุ่นคุณยายและถูกส่งต่อมาให้คุณแม่ของเขา ด้ายแดงที่คุณแม่ของเขาชังมันยิ่งกว่าสิ่งใด แต่ไม่อาจทำลายมันได้ เพราะคำสั่งเสียของคุณทวดและคุณยายที่สั่งต่อกันมา

 

ด้ายแดงที่มีอำนาจหยุดคำสาปได้หนึ่งปีแลกกับอายุของผู้ต้องคำสาปที่ต้องการหลีกหนีสิบปี

 

อิสระหนึ่งปีแลกกับอายุไขสิบปี

 

อินทัชคิดว่ามันคุ้ม

 

อินทัชสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ และค่อย ๆ ระบายมันออกมา ส่งมือเรียวที่สั่นน้อย ๆ ของตัวเองไปหยิบด้ายแดงเส้นต้องห้ามที่คุณแม่ของเขาย้ำนักย้ำหนา ทั้งให้เขาสัญญา ทั้งให้เขาจุดธูปสาบานว่าจะไม่ยุ่งกับมัน

 

มาวันนี้อินทัชผิดสัญญาเป็นข้อที่สองแล้ว

 

ดวงตาคู่สวยจ้องมองด้ายแดงเส้นเล็กบางในมือ มันทั้งเล็กทั้งบางจนน่ากลัวว่าหากไม่ระวังเพียงนิด ด้ายแดงเส้นนี้คงขาดจากกัน

 

ด้ายแดงที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยคนคนหนึ่งที่อินทัชไม่มั่นใจนักว่าเป็นใคร เขายังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางในเรื่องราวอันน่ามหัศจรรย์และเหนือธรรมชาตินี้ เขารู้เพียงแค่ว่ามันถูกสร้างขึ้นมาในสมัยของคุณทวดของเขา สร้างมันขึ้นมาเพื่อที่จะหยุดยั้งอำนาจคำสาปที่แสนร้ายกาจนั้นเอาไว้

 

“คุณแม่ครับ ขอโทษที่ผมผิดสัญญา แต่ว่ามันอาจจะดีก็ได้ถ้าเราจะได้พบกันเร็วกว่าเดิมถึงสิบปี” อินทัชเปิดปากพูดส่งข้อความไปถึงบุคคลที่ล่วงลับไปแล้วและเขาก็ผิดสัญญาด้วย พูดจบก็สวมใส่ด้ายแดงเส้นเล็กนั่นเข้าที่ข้อมือของตัวเองในทันที

 

ว่างเปล่า

 

มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสักนิด อินทัชก้มมองข้อมือขาว ๆ ของตัวเองที่ตอนนี้มีด้ายแดงสีสดมาสวมตัดกับสีผิว เขาคิดว่าเมื่อเขาสวมใส่ด้ายแดงเส้นนี้ไปแล้วจะมีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้น แต่มันกลับตรงกันข้าม ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นกับเขา

 

อินทัชไม่แน่ใจว่านี่เป็นเรื่องปกติหรือเปล่า อำนาจของด้ายแดงเส้นนี้ยังคงอยู่หรือไม่ บางทีพรุ่งนี้เขาคงต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง

 

บอกกับตัวเองเช่นนั้นแล้วละสายตาขึ้นมาจากข้อมือของตัวเอง มองตรงไปยังของอีกสิ่งหนึ่งที่ยังคงวางอยู่ในตู้นิรภัยเช่นเดิม

 

สมุดบันทึกที่เขาจะสามารถเปิดอ่านได้ก็ต่อเมื่ออายุยี่สิบปีบริบูรณ์เท่านั้น

 

ลังเล อินทัชกำลังลังเลว่าเขาจะเปิดอ่านมันก่อนที่จะถึงเวลาดีไหม

 

เขาผิดสัญญาไปแล้วถึงสองข้อ หากเขาเปิดไดอารี่เล่มนี้ขึ้นอ่านในตอนนี้ เขาจะผิดสัญญาข้อที่สามในทันที

 

แค่นี้ยังไม่พอเหรอ

 

คำถามผุดขึ้นในใจ ความละอาย ความรู้สึกผิดต่อคนเป็นแม่ผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

 

อินทัชกำลังสับสนปนเปกันอีกรอบ เขาอยากจะอ่าน ด้วยรู้สึกว่ามันเป็นสิทธิของเขาที่สมควรจะได้รู้ในสิ่งที่ส่งผลต่อชีวิตของเขา แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกว่าเขาควรจะรอ เหลือระยะเวลาอีกเพียงแค่สองเดือนเท่านั้นเขาก็จะได้รู้ในสิ่งที่อยากรู้แล้ว

 

เหลือสัญญาไว้สักข้อหนึ่งให้เขาได้ปฏิบัติตามสัญญาเถอะ

 

อินทัชบอกกับตัวเองเช่นนั้นก่อนตัดสินใจปิดประตูตู้นิรภัยลงแล้วตัดใจหมุนตัวออกจากห้องมา

 

หนึ่งปีต่อจากนี้ ความต้องการของตัวเองคือสิ่งที่เขาจะทำ

 

เขาจะถือคติที่มาร์ค เมธัสพูดกับเขา

 

ตราบใดที่ความต้องการของตัวเองยังไม่ถูกเติมเต็ม ก็ไม่ต้องไปสนใจความต้องการของคนอื่น

 

การสมปรารถนาที่แลกมาด้วยชีวิตสิบปีของเขา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11.23K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23,334 ความคิดเห็น

  1. #23309 ampk1670 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 17:12
    ไม่ชอบพระเอกอะ รู้สึกชีวิตน้องวุ่นวายมากเลยตั้งเเต่เจอพระเอก
    #23,309
    0
  2. #23223 MesaKarawek (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มกราคม 2564 / 01:25
    ไม่ค่อยชอบที่คำพูดของมาร์คมีอิทธิพลต่อน้องขนาดนี้ น้องดูตกเป็นรองเกินไป รับไม่ได้ ทำไมพระเอกพูดเเล้วดูเหมือนน้องทำตามทุกอย่าง คำสาบานที่ให้ไว้กับเเม่หลายปีเทียบกับคำพูดของผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกัน เเม้มันจะเป็นความต้องการของตัวเองก็เถอะ น้องดูอ่อนไหวเกินไป พระเอกก็ดูก้าวก่ายน้องเกินไป อีกอย่างที่ว่าเหลือเวลา2เดือนนี่คือเเหกกฎไปเเล้ว? ไหนว่าห้ามทำอะไรน้องเพราะยังไม่ถึงเวลา รอไม่ได้เลย? สามัญสำนึกหาไม่ได้เลยจากพระเอก เเหม อยากให้นายเอกตายต่อหน้าพระเอกให้รู้เเล้วรู้รอดจริงๆ นี่คือนั่งอ่านคอมเมนท์ เเต่ละคนอยากสาปเเช่งมาร์มาก5555
    #23,223
    0
  3. #23193 Baekberry12 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 19:37
    คือว้าวกับห้องใต้ดินมาก
    #23,193
    0
  4. #23177 shhhhhhhh (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 23:59
    สงสารน้อง😭
    #23,177
    0
  5. #23092 desbestiny (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 18:58
    ฮื้ออ อ่านไปแล้วเศร้าไปกับน้องด้วยเลยอ่ะ 😭
    #23,092
    0
  6. #23062 graceTR (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 12:21
    คิดว่าไม่เกิดไรขึ้นเพราะมีคนรักน้องเเล้ว น้องคงไม่ตายเร็วขึ้นหรอกมั้งนายมาร์คก็รักน้องนิ
    #23,062
    0
  7. #23032 Bambi3 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 22:17
    นายมาร์คต้องการไรจากน้องวะ ถึงพูดแบบนั้นอะ สมใจมั้ยล่ะ น้องตายเร็วขึ้นอีก10ปี
    #23,032
    0
  8. #22389 pommys (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 10:08
    อีก2เดือน
    #22,389
    0
  9. #22121 panitin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 06:25
    สมใจอิพี่แล้วจ้า น้องตายเร็วไปอีกสิบปี ประชดไง ถ้ารู้จะสมน้ำหน้าดีไหม
    #22,121
    0
  10. #21180 NoneCoffee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 15:01
    อิพี่ ใจร้อนไปไหมมมม น้องงงง น้องจะตายก่อนสิบปีไม่ได้นะลูกกก
    #21,180
    0
  11. #20778 แจนมงกุน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 11:05
    โอ๊ยยยย น้องงงง
    #20,778
    0
  12. #18838 มากิริจัง (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 06:25
    โทษมีมาร์คได้ไหมที่มีส่วนทำให้น้องอายุลดลงสิบปี
    #18,838
    0
  13. #18227 ตีฟอง (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 04:16
    สรุปนายเอกมีอายุขัย180ปี ยังอยู่ได้อีก170ปีเบาะๆ 5555555
    #18,227
    0
  14. #18044 KYLM_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 08:29
    น้องอินนแงงสู้นะลูก
    #18,044
    0
  15. #14992 pcy921 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 22:27
    แลกกับอายุขัย10ปีเลยสงสารน้องอิน
    #14,992
    0
  16. #14688 Fueled me (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 00:53
    น้องอิน แงงงงงงงง
    #14,688
    0
  17. #14042 Fokkop (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 21:02
    10ปีมันเยอะมากเลยนะถ้าแลกกับ2-3ปีว่าไปอย่าง....เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอายุขัยเราเหลือกี่ปี...ไม่อยากให้น้องทำเลยยย
    อยู่ในโหมดอินมากๆ
    #14,042
    0
  18. #12108 Sangthai Tinnakon (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 18:49
    ใส่ทำไมงง นี้ตลอดชีวิต23ปีไม่เคยมีใครได้แตะมือเลย ถ้าไม่บอกให้จับเอง งงใจนักเขียน ใครเขาจะถือวิสาสะจับมีคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ถ้าไม่ใช่เรื่องฉุกละหุก ล้มก็จบแขนมากสุดก็ข้อมือป่ะ ใครเขาจับมือกัน ยอมใจการฝืนจะแต่ให้ดูมีเงื่อนไข แต่ไม่มีเหตุผล
    #12,108
    1
    • #12108-1 MaN MayK(จากตอนที่ 17)
      31 กรกฎาคม 2562 / 21:31
      นิยายวายแฟนตาซีไหมละ อ่านให้เขาใจหน่อย อ่านไม่หมดละสิว่าใส่ทำไม คนจับมือแบบไม่ขอก็มีเยอะแยะไปชนกันแบบไม่รู้ก็มีเยอะไปนายเอกเลยต้องระวังไงไปอ่านมาใหม่นะ
      #12108-1
  19. #11266 pumiw (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 21:31
    สู้นะหนู
    #11,266
    0
  20. #10447 ยัยปีโป้ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 00:37
    สำหรับคนที่ไม่มีใครให้ห่วง โดดเดี่ยว ไร้คนข้างกายแบบอิน ถ้าเป็นเราก็คงไม่เสียดายอ่ะ
    #10,447
    0
  21. #10364 Yesmyboy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 00:30
    แล้วจะเป็นยังไงต่อทีนี้
    #10,364
    0
  22. #9434 PPruedee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 18:21
    แย่อ่ะ ตั้ง10ปี
    #9,434
    0
  23. #9391 เด็กหญิง น่วมเนี่ยม (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 06:08

    งง่อววว แค่สองเดือนเองลูก. ทำไมไม่รอ

    ขออย่าให้มีผลร้ายเลย

    แลกด้วยอายุชีวิตนี่.. เศร้าจัง

    #9,391
    0
  24. #9232 trtmm_9 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 17:29
    บางการครั้งการที่เราเอาความต้องการของตัวเองเป็นที่ตั้งเราอาจเดือดร้อนเองนะ
    #9,232
    0
  25. #8884 97line (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 13:24
    พี่คิงอาจรู้เรื่องเกี่ยวกับไดอารี่และด้ายแดง
    #8,884
    0