[เชียร ภาคีธรรม์อาถรรพ์] เหรียญสองด้าน

ตอนที่ 3 : Chapter III | ถ้ำปอบ[(1)Folestria’s Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 411
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    7 ก.พ. 62

       ๓.๐๐ น.
            “เฮือก!!!!” ดวงตาของหญิงสาวผู้หนึ่ง ได้เบิกโพลงขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงบ และความมืดมิด โฟเลสเทรีย ยันตัวลุกขึ้นมาก่อนจะกวาดดวงตาสีนิลของเธอไปรอบๆห้อง ที่เคยมีเสียงครึกครื้นสนุกสนาน แต่บัดนี้กลับมีแต่ความเงียบสงบ เอาตามตรงมันก็เป็นปกติของเธออยู่แล้ว ที่ต้องตื่นมาตอน ตีสามทุกวัน เธอถอนหายใจออกมาก่อนจะมองไปที่ เพื่อน ของเธอที่กำลังนอนหลับสบายอยู่ข้างๆเธอ ถึงพวกเธอจะแตกต่างกันเพียงใด แต่ว่าพวกเธอก็ยังคงอยู่ด้วยกันตลอดมา เธอยื่นมือไปลูบหัวเพื่อนของเธอก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเพื่อนของเธอมันดันละเมอออกมาซะนี่ หญิงสาวลุกขึ้น ก่อนจะเดินไปทางประตู เธอมองไปที่ ฟ้า เหมย แก้ว จินตา สมาน บุญ และ คง ด้วยสายตาที่หมองลงไปเมื่อเธอเห็น เส้นด้ายแห่งชีวิตของพวกเขานั้นเริ่มจะหายไปที่ละนิดๆ พร้อมกับเวลาที่ค่อยๆเดินไป โดยเฉพาะของแก้ว ด้ายแห่งชีวิตของเธอนั้นมันสั้นที่สุดแล้ว เธอค่อยๆเปิดประตูช้าๆ และ ค่อยๆเดินออกไปและปิดประตูให้ตามเดิม อย่างเบาๆ เพื่อพยายามที่จะไม่ให้รบกวนผู้อื่น 
            เธอค่อยๆเดินหาที่รับลมเย็นๆไปเรื่อยๆ ก่อนจะเห็นหน้าผาแห่งหนึ่งที่ เมื่อมองไปด้านหน้าก็จะพบกับป่าไม้เขียวขจีสุดลูกหูลูกตา และ ภูเขาใหญ่หลายๆลูกที่อยู่ไกลโพ้น จนแทบจะมองไม่เห็น เมื่อเลือกที่ได้เเล้วเธอจึงไปนั่งที่หน้าผาตรงนั้น ก่อนจะเหม่อมองไปบนท้องนภาสีดำที่มีดวงดาวประดับอยู่นิดหน่อย เพราะ แสงของดวงจันทร์มันสว่างจนทำให้แสงของดวงจันทร์บังดาวดวงอื่น จนแทบจะไม่เห็นดาวดวงอื่น

“เฮ้อ....” หญิงสาวถอนหายใจออกมาก่อนจะมองดูดวงจันทราที่ลอยเด่นอยู่ในท้องนภา

‘ทำยังไงดี??มันก็ใกล้ถึงเวลาแล้วนะ....’ หญิงสาวทำหน้าเครียด ก่อนจะขมวดคิ้ว ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดกว่าเดิม 

‘หรือว่าจะต้องใช้ พร 1 ประการ??’ หญิงสาวที่ทำหน้าปิ๊ง เมื่อคิดไอเดียดีๆออก แต่ก็ต้องเก็บความคิดนั้นไว้ เพราะ ใช่ว่ามันจะได้มาง่ายๆ ปีศาจอย่างเธอถ้าต้องการพร 1 ประการ ต้องทำการสังเวยคนที่เรารักมากที่สุด เพื่อที่จะขอพรได้ ต่างกับพวกเชื้อสายนางฟ้า เทวดา ที่สามารถขอพร 1 ประการเมื่อไหร่ก็ได้

‘จะได้อยู่กลุ่มกับใครบ้าง และจะได้อยู่กลุ่มครูในภาคีคนไหนยังไม่รู้เลย....’ เธอนั่งห้อยขาอยู่บนหน้าผาสูงชันก่อนจะนั่งแกว่งขาไปด้วย พลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเพื่อนั่งรอให้แสงอรุณในยามเช้าได้เฉิดฉาย แต่มันก็ดูจะเป็นเวลาอีกนานกว่าที่แสงแรกของวันจะส่องมาล่ะนะ

‘ไม่ได้ใช้เวทมนตร์มานานแค่ไหนกันนะเรา....??? ฝีมือตกไปเยอะแน่ๆเลย....’ หญิงสาวคิดในใจก่อนจะยิ้มออกมา พลางคิดเรื่องนู้นเรื่องนี้ไปเรื่อย บางเรื่องนึกถึงเเล้วก็รู้สึกหดหู่ บางเรื่องนึกถึงแล้วก็มีความสุข ชีวิตคนเรามันก็มีทุกอย่างปนๆกันไปแบบนี้แหละนะ (มันคือสิ่งที่เรียกว่าสีสันของชีวิตรึเปล่านะ???//โฟเลสเทรีย)

            แต่เธอก็ต้องหยุดเมื่อมีคนกำลังเดินมาทางเธอ เมื่อเธอหันไปมองตามสัญชาตญาณเธอ ก็ได้พบกับ...

“!!!!”

            แสงจันทร์ส่องกระทบไปที่ร่างของผู้มาเยือน เผยให้เห็นร่างชายหนุ่มเรือนผมสีเขียวเข้มกับ ดวงตาสีอำพันในชุดเครื่องแบบของครูในภาคี คนที่โฟเลสเทรียรู้จักเค้าดี
คนที่โฟเลสเทรียรักมากกว่าสิ่งใด

ครูมุสิกะ

“มานั่งทำอะไร??ในเวลาแบบนี้??” ชายหนุ่มร่างเล็กเดินมาทางหญิงสาวก่อนที่จะยิ้มเจ้าเล่ห์และเลียริมฝีปาก ตามฉบับคาร์แรคเตอร์ของตัวเขาเอง ดวงตาสีเหลืองอำพัน เรือนผมสีเขียวเข้ม กับ รอยยิ้มประจำตัวของครูเค้า มันเป็นสิ่งทำให้ใจของโฟเลสเทรียเต้นแรงด้วยความเขินอาย

“มานั่งรับลมแล้วก็ดูดาวน่ะค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่เธอพยายามทำให้เป็นปกติที่สุด ก่อนจะกันไปยิ้มให้กับผู้มาเยือน แต่ถึงจะอยากเจอเท่าไหร่แต่ว่าภายในใจเธอนั้นกลับ....

‘ครูเค้าจะถีบกูตกหน้าผาเหมือนเรื่อง ภาคี*ี้พี่*ร้อ*ป่*น ป่าววะ??’(ถ้ามึงจะเซ็นเซอร์ขนาดนี้นะไรท์//โฟเลสเทรีย) ‘เอ๊ะ แต่คืนนี้มันแทบจะมองไม่เห็นดาวเลยนะ...”

“งั้นเหรอ??ขอนั่งด้วยกันนะ” มุสิกะพูดก่อนจะเดินมานั่งข้างโฟเลสเทรียที่ตอนนี้กำลังพยายามเก็บอารมณ์ความเขินอายไว้ “แล้ว..ทำไมถึงไม่หลับไม่นอน??” มุสิกะถามก่อนจะหันมามองหน้าของเธอด้วยหน้าตาสงสัย แต่ยังคงคาร์แรคเตอร์ที่ชอบเลียปากของตัวเองไว้เหมือนเดิม

“ปกติก็ตื่นเวลานี้ตลอดนะคะ มันเหมือนมีอะไรซักอย่างเป็นแรงบันดาลใจให้ตื่นมาตอนตีสามตลอดน่ะค่ะ” เธอตอบก่อนจะหันมายิ้มให้มุสิกะ ด้วยรอยยิ้มอันสดใสของเธอ “วันนี้ดาวสวยนะคะ รีบมาดูก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้นเถอะค่ะ”

‘สีข้างตัวชั้นถลอกแล้วค่ะทุกคน’

“ปกติ เวลาขึ้น 14 ค่ำแบบนี้จะไม่เห็นดาว แต่เธอมีดาวอะไรมานำเสนอกันล่ะ??” ครูมุสิกะพูดด้วยน้ำเสียงนึกสนุก ก่อนที่จะส่งรอยยิ้มไปให้โฟเลสเทรียที่ตอนนี้โดนดาเมจรอยยิ้มของครูแกเข้าไปเต็มๆแล้ว

“ดาวที่จะนำเสนอ...??? งั้น...ครูเห็นดาวที่ส่องสว่างเปล่งประกาย และ เจิดจรัสกว่าดาวดวงอื่นตรงนั้นมั้ยล่ะคะ??” เธอพูดก่อนจะชี้ไปที่บนท้องฟ้า ณ จุดที่มีดาวที่สว่างและเจิดจรัสกว่าดาวดวงอื่นๆที่โดนแสงของดวงจันทราบดบังความสว่างเอาไว้

“อืม” มุสิกะมองตามก่อนที่จะพยักหน้าให้โฟเลสเทรีย “แล้วมันมีอะไรล่ะ??”

“นั่นน่ะ เค้าเรียกว่า ดาวเหนือ หรือที่ๆหนูมา เค้าจะเรียกดาวดวงนี้ว่า โพลาริส เป็นดาวที่จะคอยนำทางนักเดินทางที่หลงทาง เป็นดวงดาวที่คอยชี้ทางสว่างให้คนพวกนั้นได้พบทางออก หากใครที่กำลังประสบปัญหา พวกเค้าจะคอยหาดาวเหนือเพื่อให้นำทางพวกเค้าไปสู่ทางออกที่แท้จริง...” โฟเลสเทรียอธิบายให้ครูมิสิกะฟัง

“แล้วมีดาวอะไรอีกบ้างล่ะ??” มุสิกะถามก่อนที่จะส่งรอยยิ้มที่แสดงความพึงพอใจออกมา

“เอาเป็นว่า เดี๋ยวถ้าหนูทำภารกิจสำเร็จ เรามานั่งดูดาวด้วยกันอีกนะคะ ถึงวันนั้นหนูจะอธิบายให้ครูฟังอย่างละเอียดเลย” เธอหันมายิ้มให้มุสิกะ

“หึ...ออกจากถ้ำปอบให้ได้ก่อนเถอะ” มุสิกะหัวเราะในลำคอก่อนจะพูดคำสบประมาทใส่โฟเลสเทรียแต่มันก็ไม่กระเทือนเธอเลยแม้แต้น้อย

“ออกได้แน่นอนอยู่แล้ว...สัญญาใช่มั้ยคะ??” โฟเลสเทรียส่งรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวุดหงิดให้มุสิกะก่อนจะ ทวนคำถามอีกรอบ

“หึ...ได้ ชั้นสัญญา” ครูพูดพร้อมที่จะมองมาที่โฟเลสเทรียที่ยืนยิ้มอย่างใสซื่อ

“เกี่ยวก้อยสัญญา” โฟเลสเทรียพูดพร้อมยกนิ้วก้อยขึ้นมา

“เกี่ยว...ก้อย???” มุสิกะพูอย่างสงสัยก่อนจะมองมาที่มือของโฟเลสเทรีย

“เป็นการสัญญาแบบหนึ่งน่ะค่ะ เอ้า!! สรุปจะสัญญามั้ยเนี่ย???” โฟเลสเทรียพูดพร้อมกระพริบตาปริบๆและยกนิ้วก้อยค้างไว้

“ก็ได้ สัญญา” มุสิกะพูดพร้อมยกมือขึ้นมาเกี่ยวก้อยกับโฟเลสเทรียด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“แต่ว่า.....”

ผลั้ก!!!!!!!

            มุสิกะถีบโฟเลสเทรียให้ตกลงจากหน้าผาสูงชัน ก่อนที่จะเอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมา


“ถ้ารอดจากตรงนี้ ไว้เรามาดูด้วยกันนะ หึ...” มุสิกะพูดก่อนจะหันหลังและเดินออกจากตรงนั้น ปล่อยให้โฟเลสเทรียร่วงหล่นจากหน้าผาสูง สู่ป่าที่อยู่ด้านล่าง

‘กะไว้แล้วล่ะนะ จริงๆเลยนะคะ ครูนี่ ประมาทกันเกินไปแล้ว...’ โฟเลสเทรียยกยิ้มมุมปากและเมื่อตัวเธอจะใกล้จะถึงพื้นแล้ว

พรึ่บ!!!!!!

            ปีกนางฟ้าสีดำทมิฬที่มีสีขาวแซมตรงปลายเล็กน้อยจำนวนสามคู่ได้ ปรากฏออกมาจากแผ่นหลังของโฟเลสเทรียก่อนที่เธอจะลงจอดอย่างปลอดภัย บนพื้นหญ้าสีเขียวขจี

“หึ...ฮ่าๆๆๆๆ ประมาทกันเกินไปแล้วนะ คุณหนูตัวน้อย ทำอย่างนี้ก็ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ เพราะว่า.....หนูไม่มีวันจะปล่อยครูไปอีกแล้ว” หญิงสาวหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง และ มองไปที่ขอบหน้าผาที่เธอตกลงมาด้วยความเจ้าเล่ห์ ก่อนที่เธอจะไปเดินสำรวจป่า

            ๖.๐๐ น.
            โฟเลสเทรียกางปีกของเธออีกครั้งก่อนที่จะบินขึ้นไปบนหน้าผาที่เดิม ที่เธอเคยหล่นลงมา และเดินกลับไปที่คุ้มเหมือนเดิม แต่ ระหว่างทางเธอได้พบกับ

“นี่เธอน่ะ!!” เสียงเล็กใส ดูเป็นมิตรของเด็กหญิงผู้หนึ่งดังขึ้น โฟเลสเทรียหันหลังไปมองก่อนจะพบกับหญิงเรือนผมสีม่วงสวย และดวงตาสีเขียวมรกต รูปร่างเล็กน่ารัก แต่เธอกลับทำผมเหมือนกับ โรเวนน่าเพื่อนเธอเปี๊ยบๆ แต่การถักเปียของเธอนั้นกลับดูยุ่งเหยิงไปหมด ราวกับคนมันผมไม่เป็น นี่เค้าเรียกว่าการ ก๊อปปี้เพต รึเปล่าานะ?? 

‘ไม่ๆต้องคิดในแง่ดีไว้ ใช่แล้วคิดในแง่ดี’

“มีอะไรเหรอ??” โฟเลสเทรียหยุดเดิน ก่อนจะ หันไปถามหญิงสาวคนนั้น

“ไม่มีอะไรหรอก ชั้นแค่อยากเป็นเพื่อนกับเธอน่ะ ชั้นชื่อ จันทรา นะ!! เธอล่ะ??” จันทราแนะนำตัวอย่างสดใส ก่อนที่จะยิ้มให้โฟเลสเทรีย

“ชั้นชื่อซูซาคุน่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ จันทรา” โฟเลสเทรียตัดสินใจที่จะบอกชื่อปลอมของเธอไป ด้วยท่าทีปกติ จนคนตรงหน้าไม่แม้แต่จะสงสัย “ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ย??ชั้นไปก่อนนะ” โฟเลสเทรียพูดพร้อมหันหลังและจากไป ปล่อยให้จันทรายืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว

            ๖.๓๐ น.

“ไปไหนมา??” เมื่อกลับไปถึงที่พักก็ได้พบกับเพื่อนคนเดิมที่นอนละเมอเมื่อตอนเช้านี้ ยืนกอดอกพร้อมแผ่รังสีมาคุออกมา จนคนแถวนั้นไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปทักเธอ

“บ่นเป็นคุณแม่ไปได้นะ ไปไหนก็ได้ สัส โตแล้ว” โฟเลสเทรียพูดพร้อมมองไปที่โรเวนน่าด้วยสานตากวนๆ จนทำให้โรเวนน่าต้องส่ายหน้าด้วยความเอือมระอากับเพื่อนของตัวเอง

“เออๆ แล้วแต่มึงละกันนะ ภารกิจจะเริ่มตอน 7 โมงเช้า อย่าช้าละกัน” โรเวนน่าพูดพร้อมเดินออกไปจากห้องพักซึ่งโฟเลสเทรียเองก็กำลังตัดสินใจว่าควรจะ ไปทำอะไรฆ่าเวลาก่อนที่จะต้องปฏิบัติภารกิจดี?? แต่อยู่ดีๆในหัวเธอก็กลับปิ๊งไอเดียขึ้นมา

‘ไปเซอร์ไพรส์ ครูหนูดีกว่า อิอิ’

            โฟเลสเทรียเดินไปเรื่อยๆก่อนที่จะเดินสวนทางกับครูมุสิกะพอดี

‘นี่ สีนะที่เค้าเรียกว่าพรหมลิขิต~อรั้ยย’

            มุสิกะหันหลังมามองโฟเลสเทรียอย่างตกใจก่อนที่โฟเลสเทรียเริ่มประโยคสนทนาด้วยรอยยิ้มของเธอ

“สวัสดีค่ะครู~ ว่าแต่นะ...ทำไมครูทำหน้าเหมือนเห็นผีอย่างนั้นล่ะคะ~~” โฟเลสเทรียย่อตัวถอนสายบัวให้มุสิกะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาคุยกับมุสิกะด้วยสีหน้าสดใส และ น้ำเสียงกวนส้นเท้าคนที่ได้ยิน ตามฉบับคาร์แรคเตอร์ของตัวเธอเอง

“รอดมาได้ด้วยเหรอเนี่ย~” มุสิกะพูดก่อนจะยิ้มและเลียริมฝีปากอย่างโรคจิต มันเป็นภาพที่ดูน่ากลัวสำหรับคนอื่น แต่สำหรับโฟเลสเทรียแล้วเป็นภาพที่น่ารักและเซ็กซี่มากเลยล่ะนะ “น่าสนใจ”

“ดีใจนะคะ ที่ครูสนใจหนู~” โฟเลสเทรียยิ้มแย้มก่อนที่จะเปลี่ยนสีหน้าและน้ำเสียงอย่างรวดเร็ว “แต่ว่านะครู....ถ้าสนใจกันก็สนใจกันดีๆก็ได้น้า~ ไม่เห็นจะต้องถีบกันตกหน้าผาเลยนี่” น้ำเสียงของโฟเลสเทรียเย็นลง ก่อนที่โฟเลสเทรียจะช้อนตาขึ้นมามอง มุสิกะอย่างเลือดเย็น พลางเลียริมฝีปากตัวเองไปด้วย “งั้นหนูไปก่อนนะ จะไปเตรียมตัวก่อน ไปก่อนนะคะครู” โฟเลสเทรียยกมือไหว้มุสิกะก่อนจะเดินออกไป

          โฟเลสเทรียเดินไปเรื่อยๆก่อนจะเจอจันทราที่กำลังยืนคุยกับเพื่อนอยู่ แต่มันเป็นบรรยากาศที่ดูกดดัน โฟเลสเทรียจึง ถือวิสาสะไปนั่งฟังทั้งสามคนคุยกัน

“นี่จันทรา นี่เธอไปเป็นเพื่อนกับยัยผมสั้นนั่นเหรอ??” หนึ่งในสามคนนั้นเอ่ยขึ้นมาพร้อมมองจันทราที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนขอนไม้

“เหอะ ก็ไม่ได้หวังอะไรหรอกโยธกา ชั้นแค่ไปตีสนิท เพราะ มันดูท่าจะเก่งจะได้ช่วยชั้นได้ แต่ถ้าชั้นอยู่ในอันตราย ค่อยเหวี่ยงยัยนั่นให้ปอบละกัน” จันทรากระแทกเสียงก่อนที่พูดด้วยน้ำเสียงที่แท้จริง ไม่ใช่น้ำเสียงที่ตอแหลเหมือนตอนที่คุยกับโฟเลสเทรีย

“แล้วผมนี่ก็ได้มาจากเพื่อยัยนั่นใช่มะ??” มีผู้หญิงคนนึงถามจันทรา ที่กำลังนั่งจัดผมอยู่ บนขอนไม้แบะท่าเดิมของจันทรา

“ตาถึงจริงๆบุปผา เป็นไงบ้างล่ะ??” จันทราพูดก่อนจะโชว์ผมของตัวเองให้เพื่อนทั้งสองดู

“สวยสุดๆเลยล่ะ/สวยดีนะ~!” โยธกากับบุปผาพูดพร้อมกัน ก่อนที่โยธกาจะพูดต่อ

“สวยกว่ายัยต้นแบบเยอะเลย ยัยนั่นอะไนก็ไม่รู้ หน้าตาก็พื้นๆแล้วก็ยังปล่อยรังสีมาคุออกมาตลอดอีก น่ารำคาญจริงๆ ทำเสียบรรยากาศหมด”

“นั่นสินะ น่ารำคาญมากๆเลย~”

            โฟเลสเทรียเดินเข้าไปในวงสนทนา ก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงแต่ก็แฝงไปด้วยความโกรธ

“คุยเรื่องอะไรอยู่เหรอ?? ขอร่วมวงด้วยได้มั้ยจ๊ะ จันทรา~??!” โฟเลสเทรียพูดพร้อมกับมองไปที่จันทราด้วยสายตาที่พร้อมจะฆ่าจันทราและเพื่อนของเธอทุกเมื่อ 

“......”

“ฮะๆ ล้อเล่นน่า คุยกันไปเถอะ ชั้นไม่กวนแล้วก็ได้นะ เชิญคุยกันให้สนุกนะ~” โฟเลสเทรียยิ้มแย้มก่อนจะเดินออกไปจากสามคนนั้น พร้อมกับกำมือตัวเองแน่น โฟเลสเทรียจิกเล็บเข้าไปในเนื้อของตัวเอง จนมือเลือดซิบออกมา

‘มาว่าเพื่อนกูเหรอ?? หึ แล้วจะได้เห็นดีกัน’

            โฟเลสเทรียหยิบบางอย่างออกจากกระเป๋าและหยิบมันขึ้นมากินชิ้นแล้ว ชิ้นเล่า ก่อนที่จะตบท้ายด้วยน้ำบางอย่างเพื่อล้างคอของเธอ

‘เตรียมตัวเตรียมใจไว้นะ จันทรา โยธกา บุปผา ถ้าคิดจะทำตามแผนนั้นจริงๆคอยดู แม่จะตบให้ลูกตาหลุดออกจากเบ้าตาเลย’

            ๗.๐๐ น.
            สรุปผลที่ออกมาคือ โฟเลสเทรียกับโรเวนน่าอยู่คนละกลุ่มกัน ซึ่งโฟเลสเทรียอยู่กลุ่มของสดายุ และ โรเวนน่าอยู่กลุ่มของอัคชา และแน่นอนพรหมลิขิต ที่ดูเหมือนจะเป็นพรหมเช็ดตีนซะมากกว่า ก็ดันดลบันดาลให้อีสามหน่อหัวโจกนั่นอยู่กลุ่มเดียวกับเธอ

“บังเอิญจังนะ จันทรา” โฟเลสเทรียเดินเข้าไปทักจันทราด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร แต่ว่าถึงเธอจะไม่ได้ทำอะไรพวกจันทราแต่แววตาของเธอเหมือนจะฉีกจิตวิญญาณพวกจันทราเป็นชิ้นๆเสียแล้ว

“น...นั่นสินะ” จันทรายิ้มฝืนๆให้โฟเลสเทรีย พร้อมน้ำเสียงสั่นๆและตะกุกตะกัก

“เอาล่ะมาครบแล้วใช่มั้ย??” ชายหนุ่มที่มีผมสีฟ้านามว่าสดายุถามก่อนจะยิ้มให้ทุกคน

“ค่าาา~/ครับบบ~” ทุกคนตอบพร้อมกันด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“เอาล่ะ งั้นเชิญเริ่มภารกิจได้” สดายุพูดก่อนที่จะผายมือไปทางปากถ้ำ ที่ดูก็รู้ว่าครูแกแม่งต้องยัดอะไรซักอย่างลงไปแน่ๆ “ครูจะให้พลุสัญญาณ ถ้ามีอันตรายให้หักแล้วก็ถือไว้ซะนะ” สดายุพูดก่อนที่จะยัดพลุสัญญาณใส่มือโฟเลสเทรีย

“ต่อจากนี้ภารกิจของกลุ่ม 1 เริ่มได้!!!”

             เด็กกลุ่มของสดายุเดินเข้าไปด้วยเสียงคุยที่เสียงดัง ซึ่งนั้นทำให้โฟเลสเทรียหงุดหงิดเป็นอย่างมาก เพราะ การพูดคุยกันธรรมดาก็ดังไปทั่วถ้ำแล้ว นี่ดันตะโกนเรียกปอบกัน

‘หนวกหูจริง’ โฟเลสเทรียคิดอย่างหงุดหงิด ก่อนที่จะเริ่มเดินสำรวจไปรอบๆ ส่วนพวกจันทราก็จับกลุ่มอยู่กับกลุ่มใหญ่ ปล่อยให้โฟเลสเทรียเดินอยู่ท้ายขบวนคนเดียว

ตุ้บ!!!

            มีบางสิ่งตกลงมาจากเพดาน และ มีบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ข้างหลังเธอเช่นกัน ทำให้ทุกคนพร้อมใจกันเงียบ และ พยายามฟังเสียงของสองสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหว และทันใดนั้นก็มีปอบกระโจนออกมาจากความมืดมิด และกัดเข้าที่คอของคนที่เดินนำหน้ากลุ่ม และ มีดินหรือไม่ก็หินแหลมๆพุ่งเข้าหาโฟเลสเทรียจากด้านหลัง แต่เธอก็สามารถจะหลบมันได้ 

‘หุ่นพยนต์??’


            ตอนนี้กลุ่มวงแตกแล้ว ทุกคนใช้วิชาอาคมที่ได้เรียนมาป้องกันปอบ ที่กำลังกรูเข้ามา ส่วนพวกจันทราก็เอาแต่หลบหลังคนที่คิดว่าจะทำให้ตนเองรอด ถ้ามีอันตรายก็จะผลักคนนั้นออกไปให้เสียหลักล้ม และ ให้ปอบรุมทึ้งคนๆนั้น

‘ท่าไม่ดีแล้วสิ จงปรากฏกายต่อหน้าผู้เป็นนายของเจ้า’ โฟเลสเทรียคิดก่อนที่จะเรียกบางสิ่งออกมา



            เคียวสีดำทมิฬสองชั้นได้ปรากฏออกมาข้างหน้าของโฟเลสเทรีบ ก่อนที่เธอจะรีบคว้ามัน และ ใช้มันฟันหุ่นพยนต์ และ ปอบอย่างชำนาญ

“อ้ากกกกกก!!!!”

“หุ่นพวกนี้มาจากไหนกัน?!?!?”

“ไม่นะอย่าเข้ามา!!!!! อ๊าาาาาาา”

“ใช่แล้ว พลุสัญญาณ เอามาเดี๋ยวนี้นะ!!!” โยธกากระชากพลุสัญญาณจากโฟเลสเทรียมาก่อนจะหักมันอย่างรวดเร็ว และถือมันไว้อย่างนั้น ทำให้โฟเลสเทรียแอบยิ้มด้วยความสมเพช

“ตู้ม~”

บรึ้มม!!!!!!!!!!

“หึๆ ทำให้คนอื่นตายไปทั่ว พอเจอจริงๆเป็นไงล่ะจ๊ะ?? ความตายน่ะ ฮิฮิ” โฟเลสเทรียขำให้กับความเห็นแก่ตัวของพวกจันทรา ที่ตอนแรกผลักคนอื่นให้ตายไปทั่ว แต่พอเจอจริงๆกลับหน้าซีดขาสั่น

“มึงมันโรคจิต!!!!” บุปผาตะโกนด้วย หน้าที่อาบไปด้วยน้ำตา ก่อนที่จะหยิบมีดออกจากเสื้อของตนและพุ่งไปที่โฟเลสเทรีย แต่กลับมีปอบกระโจนออกมากินบุปผาไปซะก่อนจะถึงตัวของโฟเลสเทรีย

“บุปผา!!ไม่นะ!!กรี๊ดดดดดด!!!!!” จันทรากรีดร้องออกมา ก่อนที่จะสร้างเขตอาคมเมื่อโฟเลสเทรียเดินเข้าไปใกล้ๆเธอ

“แหมๆ น่าสมเพชจังนี่คงหมดหนทางแล้วสินะ~” โฟเลสเทรียหยุดเดินก่อนที่จะยิ้มอย่างโรคจิตและมองไปที่ จันทราที่กำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้อย่างน่าสมเพช “จะบอกอะไรให้อย่างนะ ปอบพวกนี้มีประสาทรับกลิ่นที่ดีมาก ซึ่งกลิ่นที่เรามีเหมือนกันคือกลิ่นในกระเพาะอาหารที่ออกมาทางลมหายใจ” โฟเลสเทรียยิ้มก่อนที่จะอธิบายไปเรื่อยๆ ในขณะที่ปอบกำลังจะเจาะเข้าอาคมของจันทราได้แล้ว

“แล้ว...ฮึก...ทำไมเธอถึงไม่เป็นอะไรเลยล่ะ?!” จันทราถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามกลั้นให้เป็นปกติ

“เพราะว่า ชั้นดื่มเลือดสดๆและกินลำไส้เล็กสดๆของเหยื่อเมื่อเช้านี้ไปไงล่ะนะ~” โฟเลสเทรียอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงร่าเริง ผิดกับจันทราที่กำลังจะจนมุมและจะตายในไม่ช้า เพราะ ปอบพวกนั้นกำลังจะเจาะเข้ามาในอาคมของจันทราได้

“และจำใส่สมองไว้ซะ ว่าความจริงชั้นชื่อว่า...โฟเทรีย เมมฟริสโตส ทายาทซาตานลำดับที่ 136 และเวลาของเธอมาถึงแล้ว” สิ้นประโยคของโฟเลสเทรียเขตอาคมของจันทราก็ถูกทำลาย และพวกปอบปก็กรูเข้าไปรุมทึ้งจันทรา เครื่องในที่ไหลออกมา กลิ่นคาวเลือด เสียงกรีดร้อง และ โหยหวนของจันทรามันเป็นสิ่งที่ทำให้โฟเลสเทรียที่ยืนดูทุกอย่างอยู่นั้น แสยะยิ้ม ออกมาอย่างสะใจ

“ก็ดี อยู่รวมๆกันแบบนั้นแหละ จะได้จัดการมันรวดเดียวจบ” โฟเลสเทรียพูดก่อนจะเก็บเคียวของเธอ

“ภายใต้คำสั่งของผู้ทำลายล้าง จงสังหารพวกมันให้หมด!!!!” โฟเลสเทรียพูด ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดง และ มีสัญลักษณ์ของซาตานในดวงตาสีแดงเลือดของเธอ ก่อนที่จะมีวงเวทย์ปรากฎออกมา และมีแท่งเหล็กร้อนโผล่ขึ้นมาแทงพวกปอบที่อยู่ในบริเวณของวงเวทย์ จนพวกปอบตายหมด กลิ่นเลือดเริ่มคลุ้งไปทั่วถ้ำ

            โฟเลสเทรียยิ้มอย่างพอใจ ก่อนที่จะเดินอารมณ์ดีออกไปนอกถ้ำที่มีสดายุยืนยิ้มต้อนรับอยู่ สดายุปรบมือให้โฟเลสเทรียเบาๆ

“ยอดเยี่ยมสังหารปอบจนหมด เธอคือคนที่เหลือคนสุดท้ายของกลุ่มครู”
.
.
.
ยินดีต้อนรับสู่ ภาคีธรรมอาถรรพ์
———————————————————————————————————
ไรท์มาแล้ววววววววววว ซอรี่ที่มาช้าไรท์จะบอกว่าวันนี้ไรท์สอบO-net แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาหรอก แค่นี้เด็กๆ แค่มาช้าหน่อย5555555 
อยากจะบอกว่าตอนนี้บรรยายได้เมามาก อาจจะมีผิดบ้างเพราะแป้นมันค้าง(อิแป้นไม่รักดี) ยังไงก็หวังว่าจะชอบนะคะ
(ปล.รออีพีต่อไปของโรเวนน่าพรุ่งนี้นะคะทุกคน)
1 หัวใจ=กำลังใจอันเหลือล้นค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

76 ความคิดเห็น

  1. #11 vantong3425 (@vantong3425) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:33

    สู้ๆนะคะ อย่าดองน้าาาไรท์

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-02.png

    #11
    1
    • #11-1 F0cu3 (@F0cu3) (จากตอนที่ 3)
      13 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:50
      ไม่ดองหรอกค่ะะะ แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างนะคะ ^^;)
      #11-1
  2. #9 Miku_kitsune (@Miku_kitsune) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:47

    สนุหมากค่าาาาาจะรอ
    #9
    0
  3. #8 Nida0_0 (@Nida0_0) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:50

    สอบo-net เหมือนกันเลยค่ะไรท์ว่าเเต่ไรท์หาเวลาไหนมาเเต่งคะเนี่ย

    #8
    1
    • #8-1 F0cu3 (@F0cu3) (จากตอนที่ 3)
      3 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:53
      ปกติจะเริ่มแต่งวันพฤหัสค่ะ ตอนบางตอนของเรามันอาจจะยาวบ้างไม่ยาวบ้าง ก็แล้วแต่เวลาแต่งค่ะ (แต่อีพีต่อไปเราแต่งไม่ทันเลยกะว่าจะเลื่อนไปอัพวันพรุ่งนี้แทนค่ะ5555)
      #8-1
  4. #6 NonglakPaensuwan (@NonglakPaensuwan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:52
    สอบo-netเหมือนกันเลยไรท์
    #6
    1
    • #6-1 F0cu3 (@F0cu3) (จากตอนที่ 3)
      2 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:53
      ไม่นึกไม่ฝันว่ารีทที่รักจะสอบเหมือนกัน55555
      เหนื่อยหน่อยนะคะ
      (อมก.มาเร็วมากค่ะ55555)
      #6-1