The Forsaken Hero วิญญาณวีรชนของผมไม่ได้ว่าง่ายอย่างที่คิดหรอก เป็นใครยังไม่รู้เลย

ตอนที่ 6 : คำทำนายลางบอกเหตุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 348
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    5 ธ.ค. 61

ห้องทำงานแห่งหนึ่ง...

เป็นสถานที่ไปสู่แกนกลางของHeroid เกาะลอยฟ้าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อ20ปีก่อน ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับผู้ที่มีวิญญาณประจำตัว แกนกลางที่เป็นอัญมณีเวทมนตร์ขั้นสุดยอด มันเป็นแหล่งพลังงานที่ทำให้เกาะนี้ลอยอยู่ได้ ทั้งปรับสมดุลอากาศ และยังเป็นสถานที่ที่เหมาะยิ่งกว่าแดนกำเนิดของเหล่าวีรชนด้วย

จะให้อธิบายก็คือ วิญญาณประจำตัวจะแข็งแกร่งขึ้น เมื่ออยู่ในดินแดนของตนเอง เช่นนักรบในฝรั่งเสธ ก็จะแข็งแกร่งที่สุดเมื่ออยู่ที่ฝรั่งเสธ เป็นความได้เปรียบทางด้านเวทมนตร์ต้นกำเนิด แต่Heroidนั่น สามารภทำให้ทุกวีรชนเท่าเทียมกันในดินแดนเดียว

แต่นอกเหมือนจากเรื่องนั่นแล้ว

Heroidก็มีความสำคัญอยู่อีก...

“คำทำนาย... ออกมาแล้วงั้นเหรอ...”

ผู้ที่ดูแล มองไปยังลูกแก้ว ที่มีกลไกเวทมนตร์อันซับซ้อน ทั้งเฟือง โลหะ พลอยที่เสริมพลังเวทอย่างลงตัว มันกำลังรวมพลังเพื่อทำอะไรบ้างอย่าง

“ช่วงนี้ออกมาบ่อยมา แถมเป็นเป็นเรื่องไม่ค่อยดีด้วย แล้วครั้งนี้จะเป็นอะไรอีกละเนี่ย”

มีหน้าที่ดูคำทำนาย ฟังดูเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ก็เพราะคำทำนายเหล่านี้ ได้ทำให้โลกรอดพ้นจากหายานะมาหลายครั้งแล้ว ถึงการมาของคำทำนาย ส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องไม่ดี แต่คำทำนายเหล่านี้ ไม่เคยผิดผลาด

แถมบ้างครั้ง อาจจะแก้ไขชะตากรรมไปเลยก็ได้

ตัวอักษรสีทองลอยขึ้นมา ประกายสีดำของความขยะแขยงอบอวนไปทั่ว...

[Loser is here]

 

Loser will became Winner”. “Lastwill beFirst”. And Slaveis going to be Hero”.

 

 

 

“นี่ๆ วัดระดับมาเป็นยังไงบ้างล่ะ”

“ก็ปกติแหละครับ อยู่แถวๆE ก็คงต้องพยายามสักหน่อยน่ะครับ”

“งั้นเหรอ พยายามเข้าล่ะ ถ้ามีปัญหาอะไรก็มาบอกพี่สาวได้นะ”

พราวพูดคุยกับฟารินอย่างสบายใจ เพราะฟารินไม่ได้มีความสามารถด้านเวทมนตร์ หากจะบอกว่าได้ระดับEนั่นก็เป็นระดับที่สูงแล้ว ฟารินก็ยิ้มอ่อน เขาเองก็คงเข้าใจว่าผลที่ออกมามันไม่ได้แย่อะไรเลย... ระดับที่วัดตอนนี้ ไม่ใช่ระดับของวีรชน แต่เป็นพลังที่แสดงออกมาต่างหาก ระดับที่มีก็สามารถเพิ่มขึ้นได้จากการเพิ่มความสามารถของเจ้าของวิญญาณประจำตัว

“อ้อ นี่คนที่อยู่ตรงนั่น ชื่อเอมิเลียนะ เป็นรุ่นพี่ของพี่เอง เป็นคนอังกฤษน่ะ ถ้ามีอะไร ไม่อยากคุยกับพี่ก็ไปหาก็ได้นะ”

พราวแนะนำเอมิเลียให้กับฟาริน

ในตอนนี้เอมิเลียก็ยังรู้สึกยังไงอยู่ เธอเคยได้ยินเรื่องของฟารินมาจากเอมิเลียบ้าง เป็นอย่างที่พราวเคยบอกจริงๆ เป็นเด็กชายที่มีผมสีทองแต่กลับอาศัยอยู่ในประเทศไทย ที่อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็รู้อยู่หรอกว่าคนที่นั่นไม่ได้มีลักษณะเช่นนี้

Hi, Im Farin. Nice to meet you

AhYes, me too.”

น่าแปลก อีกฝ่ายพูดภาษาอังกฤษได้อย่างไม่มีข้อบกพร่องเลย ตอนแรกคิดว่าเป็นคนไทยเลยจะไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้เสียอีก แต่นี่ก็พูดออกมาได้ดีกว่าพราวเสียอีก

“ฟารินน่ะ สามารถพูดได้หลายภาษาเลยนะ เป็นเด็กอัจฉริยะที่ตอนเด็กก็สามารถพูดอังกฤษ ฝรั่งเสธ เยอรามัน ญี่ปุ่น จีน แล้วก็ภาษาที่ใกล้เคียงกับไทย อย่างภาษาพม่ากับลาวได้ด้วย”

“น้องชาย ของเธอสุดยอดขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ใช่ๆ ตอนนี้น่าจะพูดได้มากกว่า20ภาษาแล้ว เป็นคนที่ได้รับรางวัลทูตภาษาของโรงเรียนของประเทศด้วย”

“สุดยอดเลยนะ... พอมาเทียบกับพี่สาว...”

เอมิเลียเหลือบมองไปยังหญิงสาว ผู้เป็นรุ่นน้องของตน ที่ภาษาอังกฤษยังไม่ได้คล่องเอามาก และยังติดสำเนียงไทยอยู่เลย

“อะไร ทำไมมองแบบนั่น!

“ก็เธอนั่นแหละ น้องเธอพูดได้กว่า20ภาษาแล้ว แล้วเธอล่ะ”

เพราะโลกนี้มีการเปิดอิสระมากขึ้น หลังจากที่มีการพบเรื่องวิญญาณวีรชน เมื่อประมาณ20ปีก่อน ทำให้โลกมีการติดต่อกันมากขึ้น ทำไมน่ะเหรอ? เพราะวิญญาณวีรชนมีพลังมาก บ้างคนถูกประเมินว่าอันตรายกว่าระเบิดนิวเคลียร์เสียอีก ทำให้ทุกฝ่ายต่างก็ตั้งใจในการรักษาความสงบมากขึ้น Heroidก็เป็นหลักฐานในเรื่องนั่นได้อย่างดี

นั่นทำให้โลกมีความสนใจในการสื่อสารมากขึ้น คนปกติในโลก ณ ตอนนี้ควรรู้ภาษาสัก3-4ภาษาจนเป็นเรื่องปกติ

“อึก.... ฉันก็พูดได้แค่ภาษาไทยกับอังกฤษเท่านั้นนั่นแหละ”

“นั่นสินะ... เอาเถอะ... ว่าแต่มอเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมเงียบไป...”

เอมิเลียพยายามส่งเสียงให้เบา เพื่อไม่ให้ดูเหมือนคุยกับตัวเอง... มอเดร็ดเงียบไป เอมิเลียก็รู้สึกได้ถึงความรู้สึกประหลาดๆที่เพิ่มขึ้น เพราะความรู้สึกของเอมิเลียและมอเดร็ดเชื่อมกันอยู่แล้ว...

“ข้ารู้สึกไม่ดีเลย เอมิ... ชายคนนี้ดูคล้ายกับ..... ท่านพ่อ...”

“หา นั่นมันอะไรน่ะ จะบอกว่าวิญญาณวีรชนประจำตัวของฟาริน คือกษัตริย์อาเธอร์งั้นเหรอ...”

“เปล่า ข้าว่าไม่ใช่... แต่ว่า..... สัญชาตญาณของข้า มันรู้สึกไม่ดีเลย..... ระวังตัวเอาไว้ด้วย”

“ให้ระวังอะไรล่ะ”

“ไม่รู้ แต่ว่า......”

พริบตาเดียวเท่านั่น

มอเดร็ดรู้สึกได้ผ่านวิญญาณ และการมองเห็นของเอมิเลีย รอยยิ้มที่เก็บซ้อนความชั่วร้ายเอาไว้... กลิ่นของคนที่สามารถฆ่าคนได้ มอเดร็ดรู้จักดี...

ไม่รู้แล้ว!

“เอมิ! เอาร่างของเจ้ามาให้ข้า!

“หา จู่ๆก็....”

“เร็วเข้า!

มอเดร็ดตะโกนออกมาออกมา

แล้วร่างกายของเอมิเลียก็เริ่มเปลี่ยนไป เส้นผมเริ่มมีประกายที่ทองมากขึ้น ดวงตาสีทับทิมส่องแสงออกมา อัศวินผู้ที่สังหารทหารจำนวนมากในอดีต ได้กลับมาแล้ว นามนั่นคือมอเดร็ด ผู้ทรยศราชาแห่งอัศวิน

ดาบโลหิต คริมสันเทียร์(Crimson Tear) หยาดน้ำตาสีโลหิต ดาบนั่นเงางามทั้งๆที่ในอดีตมันเคยย้อมด้วยเลือดของอัศวินของอาเธอร์มากมาย

อาวุธของวีรชน คือสิ่งที่สามารถสร้างขึ้นมาด้วยเวทมนตร์ สิ่งที่ผูกพันกับวีรชน จะสามารถเลียนแบบออกมาได้ อนุภาพของมันใกล้เคียงกับของจริงเลย

“เอมิเลีย! ไม่สิ มอเดร็ดอย่างงั้นเหรอ!

“หลบไป!

“เดี๋ยวๆ นี่มันเรื่องอะไร”

พราวตามสถานการณ์ไม่ทัน แต่ในช่วงเวลาที่ไม่เข้าในเรื่องราวแบบนี้ สิ่งที่เธอทำคือเอาตัวเข้าบังน้องชาของตนเอง เมื่อเพื่อนของเธอจับดาบ ด้วยสีหน้าที่น่ากลัว

ผู้คนเริ่มหนีห่าง คนปกติโดยทั่วไปจะไม่รู้สึกถึงพลังเวท แต่พลังของมอเดร็ดนั่นพิเศษ มันจะปลุกความตื่นกลัวของผู้คน แล้วทำให้การตัดสินใจผิดพลาดได้ คนที่อยู่รอบๆยังมีคนที่ต้องอาศัยเวลาเกือบ5วินาที เพื่อที่จะตัดสินใจถอยออกมาเลย

“จะทำอะไรน่ะ!

“ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง!

“ถ้าเธอไม่อธิบายเหตุผล ฉันก็ไม่มีเหตุผลต้องถอยเหมือนกัน”

โถ่เว้ย!

ความรู้สึกของมอเดร็ดในตอนนี้คือร้อนใจและสับสนในเวลาเดียวกัน หนึ่งในความสามารถของเธอ คือสัญชาตญาณที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าฟัน และมันก็ตัดสินได้ ว่าฟารินที่หลบอยู่หลังพราวนั้นอันตราย.....

รอยยิ้มปรากฎออกมา...

บนใบหน้าของเด็กหนุ่ม.....

ในช่วงเวลาที่เหมือนหยุดนิ่ง เกินกว่าคนธรรมดาจะรู้สึกได้ พลังเวทรวมตัวกันมหาศาล พลังของวีรชนสีทอง... กำลังรวมตัวเป็นอาวุธ

เอมิเลีย... ไม่สิ มอเดร็ด ในความเร็วของตัวเองพลังพลังหญิงสาวออกไป

ในขณะที่ฟารินเริ่มขยับตัว ด้วยความเร็วของร่างกายที่สูสีกับมเดร็ดซึ่งเป็นอัศวิน

พลังเวทที่มากมายรวมกัน มันกำลังจะกลายเป็นอาวุธวีรชน ไม่รู้ว่าจะออกมาเป็นอะไร แต่ถ้าให้เดาจากการจับก็ไม่น่าจะพ้นจากดาบ

มอเดร็ดไม่อาจหลบได้ทันแน่

คริมสันเทียร์ ได้ถูกใช้กัน เพื่อปกป้องผู้เป็นนายของมัน ดาบสีมีประกายสีแดงนั่น ยังคงปลดปล่อยพลังเวทออกมา ถ้าปะทะกัน อาวุธของอีกฝ่ายที่ยังไม่แม้แต่จะแสดงรูปลักษณ์ออกมาได้ คริมสันเทียร์ต้องชนะแน่

กลุ่มก้อนของแสงสีทอง... ถึงจะทรงพลัง แต่มันไม่ใช่สิ่งที่จะอยู่ในรูปแบบที่ชนะคริมสันเทียร์ได้

แต่ว่า....

กลุ่มก้องพลังสีทอง ได้สลายไป... ไม่สิ... ดังเช่นกระแสน้ำที่ไม่อาจถูกตัดโดยดาบได้

ดาบผ่านไปโดยไรซึ่งการปะทะ

ในช่วงวินาทีของความเป็นความตาย

มอเดร็ดต้องตอบสนองต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

พลังสีทองได้รวมตัวกัน ความหนาแน่นและแข็งแกร่งพอที่จะฟันฝ่ายกระดูกได้

มอเดร็ดต้องเร่งการตอบสนองของตัวเอง ด้วยพลังเวทแห่งความบ้าคลั่ง สามารถเอียงตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด ใบหน้าของเธอยังสัมผัสได้ถึงแรงดันเวทมนตร์อยู่เลย

แค่มันยังไม่จบ ดาบของเธอเองก็ยังคงเคลื่อนต่อไป เป้าหมายก็คืออีกฝ่าย

แต่ฟารินกระโดดและหมุนตัวเวียงดาบ ราวกับเป็นร่างกายของตนเอง ปะทะเข้ากับดาบประกายแดงอย่างจัง และสร้างระยะห่างออกไป

“วิชาดาบ... เป็นแบบพลิกแผลงอย่างงั้นเหรอ”

“.....”

“เจ้าเป็นใครกันแน่ ทั้งพลังเวทและฝีมือ น่าจะอยู่ในระดับสู้ตัวต่อตัวกับพวกเทพหรือมังกรได้เลย”

“.......”

อีกฝ่ายยังคงเงียบสนิท

“เรามาสงบศึกกันก่อน ช่วยคือร่างของเด็กชายคนนั่นมาก่อน แล้วเรามาคุยกันดีๆ”

ในตอนนี้สิ่งที่จำเป็นคือฟาริน ตัวตนที่อยู่ข้างหน้า ไม่ใช่เด็กชายธรรมดาแน่ วิญญาณของเด็กชายคนนี้กำลังอยู่ในอันตราย... มอเดร็ดรู้กฎของบัลลังวีรชนพอสมควร ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือการเจรจา ไม่ใช่การต่อสู้

สิ่งที่ตอบกลับมาเป็นเพียงเสียงเบาๆแต่ทรงพลัง

Shut upTraitor







ดาบของมอเดร็ด ผมพยายามหาข้อมูลเต็มที่แล้ว แต่ก็หาไม่เจอก็เลยตั้งเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

51 ความคิดเห็น