The Forsaken Hero วิญญาณวีรชนของผมไม่ได้ว่าง่ายอย่างที่คิดหรอก เป็นใครยังไม่รู้เลย

ตอนที่ 4 : อัศวินผู้ทรยศ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 516
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    4 ธ.ค. 61

เป็นอีกวันหนึ่งที่สุขสบาย...

ไม่เคยคิดมาก่อนเลย ใช่ เจ้าตัวคิดอย่างนั่น ตนเองเป็นเพียงเด็กกำพร้าในประเทศอังกฤษเท่านั้น มาถึงจุดนี้ได้ ก็ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว

ตั้งแต่เด็ก เธอได้ถูกบอกมาอยู่แล้ว ว่าในตัวของเธอมีวิญญาณวีรชนที่ยิ่งใหญ่สถิตอยู่... และด้วยความสามารถด้านเวทมนตร์ของเธอ วันหนึ่งเธอก็สามารถพูดคุยกับวีรชนที่อยู่ในตัวของเธอได้ ตอนแรกก็คิดว่าจะเป็นนักรบชายคลั่งๆหน่อย แต่เธอคิดผิด วีรชนประจำตัวของเธอเป็นเพียงอัศวินสาว ที่ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร วีรชนพูดคุยกับเธอได้อย่างเป็นกันเอง

แน่นอนว่ามีเรื่องหนึ่งที่ตอนแรกเธอไม่รู้

ชื่อของวีรชน...

ในตอนแรกวิญญาณวีรชนของเธอ ไม่ได้บอก... ไม่สิ.. แค่พยายามจะเลี่ยงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่พอมาถึงจุดๆหนึ่ง มันก็ไม่อาจปิดบังได้... วิญญาณวีรชนจึงบอกนามของตัวเองให้ฟัง

มอเดร็ด

นั่นคือนามของวีรชนประจำตัวของเธอ

ถึงจะไม่ใช่คนที่ชื่นชอบ หรือศึกษาประวัติศาสตร์ ก็รู้เรื่องราวของนามนั่นดี มอเดร็ด อัศวินผู้ทรยศ สังหารกษัตริย์แห่งอัศวิน

“คุณสังหารกษัตริย์อาเธอร์จริงเหรอ?”

เธอถามด้วยความสังสัย...

เพราะดูจากรูปร่างของวิญญาณ...

ในแดนกึ่งกลางนี้ เป็นที่ที่เธอสามารถเห็นตัวมอเดร็ดได้ อย่างชัดเจน รูปร่างของหญิงสาวที่งดงามจนไม่อาจจะลบหลู่ได้ แต่ก็ไม่ได้เหมือนดอกไม้ เธอเหมือนดาบมากกว่า ดาบที่เปล่งประกายสีเลือดออกมา ผ่านทางแววตา และเส้นผมสีทอง ที่มีเส้นผมตรงหน้าที่แซมสีขาวเทาไป

ร่างกายก็เป็นเหมือนกับเด็กผู้หญิงวัย20 ส่วนสูงก็ไม่ได้มากอะไร

“จริงข้าเนี่ยแหละ ที่สังหารท่านพ่อ....”

“เสียใจอย่างงั้นเหรอ...”

ไม่ต้องตอบ แค่มองจากแววตาก็รู้แล้ว

ความเศร้าที่มาจากอดีต ปนอยู่ในสีหน้าและท่าทางของมอเดร็ด

มอเดร็ดพยักหน้าให้กับคำถามของเธอ

“อืม....”

“ทำไมละ... คุณเกลียดกษัตริย์อาเธอร์ไม่ใช่เหรอ? ตามตำนานไม่ว่าจะเป็นอันไหน ก็ต่างบอกว่าคุณได้สังหารเขาอย่างโหดเหี้ยม และไม่เสียใจกับสิ่งที่ทำเลยไป แล้วทำ.....”

เธอต้องหยุดคำพูดของตัวเอง

เมื่อสีหน้าของวีรชนตรงหน้า เริ่มที่จะแสดงแววของความโศกเศร้ามากขึ้น

“ขอโทษด้วย”

“ไม่หรอก เจ้าไม่ผิดหรอก... ทั้งหมดมันก็เป็นเพราะข้า... เพราะข้านั่นแหละ ข้าเกลียดท่านพ่อตอนที่ท่านมีชีวิตอยู่... ข้าไม่เคยมองผ่านเปลือกของความเป็นกษัตริย์ของท่านได้ เหมือนกับที่ข้าก็ไม่คู่ควรกับการเป็นกษัตริย์นั่นแหละ”

“ไม่เข้าใจเลย...”

มอเดร็ดหัวเราะออกมาเบา ฝืนยิ้มออกมา ทั้งที่แววตาของเธอยังคงเก็บความโศกเศร้าเอาไว้ อย่างที่ไม่มีพื้นที่ว่างเลย

“ข้าเอง ก็ไม่เข้าใจ... ในตอนที่ท่านมีชีวิตอยู่ ข้าเกลียดท่านพ่ออย่างที่ตัวข้าไม่อาจยอมได้ แต่พอท่านจากไป... ข้ากลับ...”

กำลังกลั้นน้ำตาอยู่...

เธอไม่คิดเลยว่ามอเดร็ดที่เคยได้ยิน จะเป็นหญิงสาวแบบนี้ ที่ผ่านมาเธอทำตัวเป็นเข้มแข็ง

“ขอโทษนะ ที่ถามอะไรแบบนั้นออกไป”

“ไม่เป็นไร.... ข้าผิดเองนั่นแหละ ที่อ่อนแออ... ข้าซึ่งอ่อนแออ กลับอยากเป็นราชา... ตนลืมเหตุผลไป...”

“เธอรัก... กษัตริย์ของอาเธอร์สินะ”

เป็นคำถามที่ฟังดูเป็นการกวนประสาท สำหรับอัศวินผู้ทรยศ แต่ไม่ใช่กับหญิงสาวตรงหน้า...

“ไม่....”

มอเดร็ดตอบกลับมา

“ข้ารักท่านพ่อของข้า ข้ารักท่านพ่อ และข้าอยากจะพบท่านอีกครั้ง และขอโทษท่าน ขอโทษกับสิ่งที่ข้าได้ทำลงไปและทุกๆอย่าง ทั้งเรื่องที่ข้าทำไม่ดีต่อท่าน...”

เธอไม่คิดมาก่อนเลย ว่าตัวร้ายที่มักถูกเล่าในนิทาน จะแสดงสีหน้าแบบนี้ พูดแบบนี้ และเธออดไม่ได้ที่จะเห็นใจ ทั้งโลกต่างมองเธอเป็นตัวร้าย แต่มันไม่ใช่เลย เธอเป็นเพียงเด็กสาวเท่านั่น

“สัญญาเลย ถ้าพ่อของคุณกลับมาเป็นวิญญาณประจำตัวของใครสักคน เราจะตามหาให้เจอเอง”

“อืม... ข้าก็คิดจะทำอย่างนั่นอยู่แล้ว...”

นี่เป็นสิเดียวที่มอเดร็ดจะทำได้...

“ให้ตายสิ นอกจากจะเป็นคนที่ชอบถามคำถามไม่เข้าท่า แล้วยังเป็นพวกน่ารำคราญอีก”

“อย่าพูดแบบนั่นสิ...”

“แต่ข้าก็ไม่ได้รังเกียจหรอกนะ”

มอเดร็ดลูบหัวของเธอ...

“ฝากตัวด้วยล่ะ ด้วยเกียรติของอัศวิน ข้าจะช่วยเจ้าเอง วางใจให้กับอัศวินผู้โง่เขลาคนนี้เถอะ เอมิเลีย”

มอเดร็ด พูดถึงเรื่องของตนเอง เธอนั่นยอมรับว่าตัวเองไม่คู่ควรที่จะเป็นลูกของพ่อ แต่ถึงอย่างนั้นเธอเป็นลูกของพ่อ เธอคือ มอเดร็ด เพนดรากอน ผู้เป็นวิญญาณวีรชนของ เอมิเลีย

และเรื่องราว ก็ดำเนินต่อไป...

 

 

 

“นี่ ได้ข้าจำได้นะ ร้านเค้กที่อร่อยๆ ทำเค้กสุดพิเศษออกมาในวันนี้ เพื่อเอาใจเด็กเข้าใหม่ใช่ไหม เอมิ”

“อืมๆ ใช่แล้ว... เป็นกลยุทธ์ทางตลาดของเขาน่ะนะ”

ผ่านมากว่า3ปีแล้ว หลังจากที่เข้ามาในHeroid เกาะลอยฟ้า สถานที่แห่งวีรชน...

ตลอด3ปีที่ผ่านมาเธอพยายามตามหาคน... คนเพียงคนเดียว นั่นคือบุคคลที่มีวิญญาณของกษัตริย์อาเธอร์ หรือไม่ก็อัศวินโต๊ะกลมคนอื่นๆ แต่ก็ไม่เจอสักคน... ตอนแรกมาที่นี่เพราะคิดว่าHeroidเป็นศูนย์รวมของพวกที่มีวิญญาณประจำตัว ถ้ามอเดร็ดยังมาเกิดได้ แล้วทำไมกษัตริย์อาเธอร์จะมาที่นี่ไม่ได้

แต่หลายๆอย่าง ก็ทำให้มอเดร็ดเลิกคิดเรื่องนั่นไปแล้ว ในตอนนี้เธอไม่ใช่อัศวิน ไม่ใช่ราชา เธอไม่ไม่จำเป็นต้องแบกอะไรเอาไว้อีกแล้ว...

อะไรหลายๆอย่างก็เปลี่ยนไป ในตอนนี้เอมิเลียสามารถคุยกับมอเดร็ดได้ ทั้งๆที่ยังตื่นอยู่และไม่จำเป็นต้องหลับตาด้วย

“มอ อยากไปกินเหรอ?”

“แน่อยู่แล้วสิ ข้าน่ะต้องอยากกินอยู่แล้ว เจ้าชอบบ่นใช่หรือไม่ ว่าเงินไม่พอ ในเมื่อตอนนี้มันลดราคาแล้ว เจ้าต้องไปนะ ต้องไปนะ เอมิ ไม่งั้นข้าจะพูดคำว่าเค้กจนกว่าเจ้าจะพาข้าไป”

“เข้าใจแล้วๆ งั้นรีบไปก่อนเถอะ ตอนนี้เด็กใหม่กำลังรับการทดสอบกันอยู่ เราไปตอนคนยังน้อยก่อนเถอะ”

“เย้ๆ ในที่สุด! เค้ก~ เอ๋ยเค้ก~ นุ่มๆฟู~”

เพลงดังก้องในหัวของเอมิเลีย

ไม่คิดเลยว่ามอเดร็ดในตำนานอัศวินโต๊กลมจะเป็นคนแบบนี้ ก็เพราะนิสัยแบบนี้ล่ะมั่ง เอมิเลียถึงสนิทกับมอเดร็ดอย่างรวดเร็ว

และมอเดร็ดก็มีนิสัยเสียแบบนี้

ที่ที่เธออยู่ในตอนนี้คือบ้านพักส่วนตัว จริงๆเธอสามารถจบการศึกษาของที่นี่ได้แล้ว แต่ก็ทำให้คะแนนต่ำจนไม่อาจจะจบได้ ก็เพื่อจะอยู่ที่นี่ฟรีต่อไป โดยที่ไม่ต้องทำงานแถมยังได้เงินสนับสนุนจากรัฐบาลอังกฤษอีกด้วย

ที่เธอต้องเก็บเงินซื้อบ้านพักส่วนตัว ก็เพราะว่าเธอไม่ชอบการอยู่กับคนมากๆ ไม่ใช่อะไร เพราะว่ามอเดร็ดชอบมาคุยด้วย แล้วการที่เธอคุยกับมอเดร็ดทำให้ เธอเหมือนคนบ้าที่คุยอยู่คนเดียว

“จะว่าไปแล้ว ครั้งนี้จะมีอัศวินโต๊ะกลมมากหรือเปล่านะ...”

“คิดว่ามีไว้ก่อนดีกว่า ยังไงก็มีสิทธิอยู่แล้ว ข้าจะได้ถือตัวเป็นSenpaiของพวกมันได้ได้ด้วย”

ด้วยความที่ภาษาอังกฤษไม่มีคำว่ารุ่นพี่ไว้ใช่เรียกกัน พ่วงด้วยมอเดร็ดก็ได้รับวัฒนะธรรมญี่ปุ่นมาพอสมควร สุดท้ายเธอก็ใช้คำว่าSenpaiจนได้

“นั่นสินะ... จะว่าไปแล้วถ้า มออยากเจออัศวินโตกลมคนไหนมากที่สุดล่ะ”

“อืม.... ข้าว่า....”

เอมิเลียถามออกมา น้ำเสียงที่ดังอยู่ในหัวฟังดูน่ารัก ถ้าเป็นแรกๆเธอคงขนลุกอยู่หรอก แต่เพราะได้ฟังอะไรแบบนี้มานาน ก็เลยเลิกใส่ใจไปแล้ว

“ไม่รู้ล่ะ ข้าขอไม่เป็นแลนสลอดกับกาเวนก็พอ สองรายนั่นชอบทำตัวเป็นป้าขี้บ่นอยู่เรื่อย”

เสียงที่แสดงถึงความไม่พอในดังขึ้นในหัว เอมิเลียคิดว่า ตอนนี้มอเดร็ดต้องแก้มตุ่ยแล้วกอดอกอยู่แน่เลย

พอคิดแบบนั้น เอมิเลียก็อดหัวเราะไม่ได้

เธอเดินอยู่ ในเวลานี้เป็นช่วงเวลาเช้า มีคนเดินไปไหนมาไหนบ้างแล้ว เลยไม่เปลี่ยวจนเกินไป ร้านเค้กที่ว่าเดินไปอีกไม่นานก็ถึงแล้วด้วย

การคุยคนเดียวในถนนแบบนี้ ออกจะดูแปลกไปหน่อย...

แรงรั้งเกิดขึ้นที่แขน

เหมือนมีใครสักคนมาดึงแขนเสื้อของเอมิเลียเอาไว้

เมื่อเธอหันกลับไปมอง ก็มีหญิงสาว ไม่สิ... เด็กสาวตัวเล็ก ผมสีทองอ่อน ชุดสีขาวที่เต็มไปด้วยอักขระแวววาว ดูลึกลับอย่างบอกไม่ถูก...

“พี่สาว....”

ดวงตาที่ไม่เหมือนเด็ก แต่ก็ไม่บริสุทธิ์ จนไม่อาจบอกได้ว่าประสงค์ดีหรือร้าย เป็นดวงตาที่ลึกลับจนไม่อาจมองทะลุได้...

“น้องชายของพวกเรากำลังมา... ระวังตัวให้ดี...”

หายไป...

อาจเป็นเพราะ เคยเห็นเวทมนตร์มามาก เอมิเลียเลยไม่ได้รู้สึกแปลกใจเสียเท่าไร...

แต่สิ่งที่เหลืออยู่ในหัว คือความงุนงงมากกว่า...

“อะไรน่ะ เด็กคนเมื่อกี้....”

ภาษาอังกฤษ เป็นภาษากลางของที่นี่ เลยเป็นที่ต้องการ แต่ก็มีภาษามากมายจากทั่วทั้งโลก เมื่อกี้เด็กคนเมื่อกี้พูดภาษาอังกฤษ น้ำเสียงที่เหมือนกับเด็กที่โตไม่เต็มที่ยังดังก้องภายในหัวอยู่

“เอมิ... เมื่อกี้.....”

“มีอะไรงั้นเหรอ น้ำเสียงฟังดูไม่ดีเลย...”

มอเดร็ดหลุดเสียงแปลกๆออกมา มันทำให้ความรู้สึกผ่อนคลายหายไปจนสิ้น...

“ท่านเมอร์ลิน.....”

ชื่ออีกชื่อหนึ่ง ที่ไม่คิดว่าจะหลุดออกมาได้...







โปรดรอ พบกับภาพ ที่นักเขียนคนนี้ได้วาดขึ้นมาเอง

นามของหญิงสาวคนนั่นคือ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

51 ความคิดเห็น