The Forsaken Hero วิญญาณวีรชนของผมไม่ได้ว่าง่ายอย่างที่คิดหรอก เป็นใครยังไม่รู้เลย

ตอนที่ 25 : เสียท่า 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 163
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    1 ม.ค. 62

พลังที่มอเดร็ดยังรู้สึกเกลียด มันเป็นพลังที่ทำให้คนตาย เป็นพลังที่เธอใช้ฆ่าคน ทั้งๆที่ไม่มีใครสามารถใช้ได้นอกจากเธอแท้ๆ...

แล้วทำไมกัน...

Cruse of Blood

นั่นเป็นเวทมนตร์ที่จะทำให้พลังเวทมนตร์เพิ่มขึ้น พร้อมกับพลังกายและพลังรักษา ซึ่งถ้ามองในแง่ของผลลัพธิ์แล้ว มันเป็นของที่สามารถใช้ต่อการกับเทพได้เลย...

แต่มันก็เป็นดาบสองคม

ผู้ใช้พลังนี้จะต้องเจ็บปวด เพราะเปลี่ยนเนื้อกายเป็นพลังเวท และก็ใช้พลังเวทนั้นในการรักษา ทำให้เหมือนกับนี่เป็นเวทมนตร์ที่จะสร้างบาดแผลแล้วก็รักษาซ้ำไปซ้ำมา แถมการกระตุ้นประสาทสัมผัสก็ทำให้ความเจ็บปวดทวีคูณขึ้นไปอีก

“เอาล่ะ มาต่อกันดีกว่า...”

ดาบปะทะกันอีกครั้ง ความเร็วที่ไม่ใช่แค่มองไม่ทัน แต่ประกายแสงของดาบปะทะนั้น เหมือนกับจะเกิดระเบิดนับครั้งไม่ถ้วน ในพื้นที่ที่จำกัด ยังไงก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจจะแสดงพลังได้เต็มที่ ความเร็วของทั้งคู่เหนือกว่าเทพไปแล้ว

แม้แต่เสียงก็คงจะตามไม่ทัน จนม่านพลังจะพังแหรไม่พังแหรอยู่แล้ว

 

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?”

พราวไม่อาจมองจากระยะไกลขนาดนั้นได้ ในตอนนี้เป็นขีดจำกัดของพราว เธอไม่อาจให้นิลใช้ร่างของเธอได้นานกว่านี้แล้ว ไม่อย่างนั้น พราวได้สลบไปแน่

“ท่าจะไม่ดี... ดูเหมือนว่ามอเดร็ดจะเสียเปรียบ...”

“งะ...งั้นจะให้ทำยังไง”

“พราว เจ้าพักเสียเถิด สภาพนี้ไม่ไหวหรอกนะ”

“ตะ...แต่ว่า....”

“ข้าที่เคยใช้ปืนนี้ ก็ใช้มันได้เพียงไม่กี่นัดเท่านั้น เมื่อกี้เราใช้มันไปกว่า10ครั้งแล้วนะ ทั้งร่างกายและพลังเวทของเจ้ามันก็ถึงขีดจำกัดแล้ว”

ในตอนนี้ร่างของพราวเริ่มสั่นแล้ว เธอยังไม่เคยใช้ปืนยาวนั่นมาก่อนเลย ก็เคยได้ยินอยู่ในตำนานอยู่หรอก แต่ไม่คิดว่าจะยิงได้ไกลและแม่นยำขนาดนี้ แต่ภาระที่ตามมาก็เกินกว่าที่คิดเอาไว้เหมือนกัน

“แต่ว่า... เอมิเลีย.....”

“ไม่เป็นไรหรอก... รีบรักษาตัวซะ เรามีโอกาสที่จะได้ร่วมวงอีกครั้ง... แล้วก็...”

ดวงตาของพราว แม้จะมองไม่เห็น แต่พลังของนิลที่มีก็ทำให้นิลเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน และทั้งสัญชาตญาณของวีรชนที่มี ทำให้รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของผู้คน...

“ทางนั้นเอง... ก็ไม่ได้มีแต่มอเดร็ดเสียหน่อย”

นิลรู้สึกได้ถึงความหยิ่งยโส ที่แพร่ออกมา สูงส่งแต่ก็รู้สึกขยะแขยง...

“ดูเหมือน... จะมีไอ้ขี้อวดสักคนมาด้วย”

 

“เฮอ..... เช่นนั้นแล้ว... จะบอกว่าเจ้าเป็นทายาทของเมอร์ลินอย่างงั้นหรือ?”

มอเดร็ดเค้นน้ำเสียงของตัวเองออกมา ลมหายใจของเธอรุนแรงดุจมังกร

“สิ่งนั้น.... เจ้าตอบตัวเองเถอะ... ก็รู้นิ... ว่าข้าคือใคร..... และเจ้าฆ่าข้าเมื่อไร... และอย่างไร... แล้วเจ้า...ก็รู้นามของข้าอยู่แล้วไม่ใช่หรือ....”

“หุบปากซะ!

มอเดร็ดตะหวัดดาบเพื่อสร้างระยะห่าง

“จะยังไงก็ช่าง! หากเจ้าไม่ออกมาจากตัวเด็กคนนั้น แล้วหากเขาไปสัมผัสกับบัลลังก์วีรชนเขาจะ.....”

“ไม่หรอก... ฟาริน ไม่สัมผัสกับบัลลังก็วีรชนหรอก... เพราะเขาก็คือ tpl;eoว่f,lo

เสียงแสบเข้ามาขัด

“หา... เมื่อกี้มัน?”

“โลกไม่กล้าพอที่จะรับความจริง เลยทำลายเสียงนี้ไป ก็นั้นแหละ ไม่ว่าข้าจะพยายามอธิบายเหตุผลไปสักเท่าไร คนอื่นก็ไม่มีวันได้ยินหรอก เพราะนี่มันคือคำสาปที่ข้าได้รับมาก่อนที่ข้าจะเกิดเสียอีก...”

อีกแล้ว ทั้งพละกำลังและความเร็วของฟารินเพิ่มขึ้น แต่มอเดร็ดกลับรู้สึกอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ทำไมเหมือนกับพลังจะถูกดูดไปเรื่อยๆ...

“ดูเหมือนว่าจะทำต่อไปไม่ได้แล้วสินะ.....”

มอเดร็ดเต็มไปด้วยบาดแผล และแผลทั้งหมดก็เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่ถึง1วินาที การต่อสู้ที่เหมือนกับเป็นเพียงสิ่งที่ไม่เคยมีอยู่ มันเกิดขึ้นในช่วงเวลาอึดใจเดียว

มาได้เท่านี้เหรอ

“มอเดร็ด!

“งั้นก็ลากันตรงนี้แล้วกัน ยังไงก็เป็นวีรชน ถึงร่างสถิตจะตายก็ไม่เป็นไร งั้นลาก่อนนะ”

ฟารินตั้งใจจะปิดฉากเอมิเลียตรงนี้

มอเดร็ดไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว ผลของเวทมนตร์ก็เริ่มที่จะตามย้อนหลัง ร่างกายไม่อาจจะเคลื่อนไหวได้แล้ว มันเกิดกว่าที่ร่างของเอมิเลียจะทำได้

อาการปวดกำลังร้องลั่นราวกับสัตว์ร้ายที่บ้าคลั่ง

 

“บังอาจนะ! เจ้าหนูโสโครก!

 

“หึม!

มีดาบพุ่งผ่านหัวไป หากไม่ขยับตัวหลบเพียงเสียววินาทีคงได้ตัดศีรษะไปแล้ว แต่นั่นเป็นเพียงคำประกาศศึกเท่านั้น ต่อจากนั้นเพียงอึดใจก็มีห่าฝนของอาวุธทั้งหลายร่วงหล่นลงมาจากฟ้า พวกมันทำลายม่านพลังทิ้งจนไม่เหลือซากเลย

อาวุธพวกนั้นมีพลังเวทในตัวของพวกมันเอง

เพียงแค่น้ำหนัก ก็สามารถที่จะสร้างระเบิดขนาดย่อมได้ แต่ที่ลำบากคือพวกมันมีจำนวนไม่ต่ำกว่าร้อย

“โหย สภาพดูไม่ได้เลยนะ”

“อีสเรส... ไม่สิ... กิลสินะ”

“ยัยชั้นต่ำ กล้าดียังไงมาเรียกชื่อของข้า หัดสำเหนียกตัวเองไว้เสียบ้างนะ”

“จ้า...จ้า กลัวไปหมดแล้ว”

มอเดร็ดกล่าวด้วยน้ำเสียงยอกล้อและประชดประชัน การเผชิญหน้ากับคนแบบนี้เป็นเรื่องน่ารำคราญ แต่จะให้มาบ่นตอนนี้ก็คงไม่ได้ ก็ถูกช่วยไว้นี่หน่า

“ยังจะมาล้อเล่นอีกนะ เอา! พวกเจ้ามารักษายัยนี่ซะ ข้าจะไปจัดการกับเจ้าพวกแอบอ้างนั่นเอง!

ในตอนนี้มอเดร็ดอยู่กลางวงของผู้ใช้พลังรักษาแล้ว มอเดร็ดขาดทั้งสภาพร่างกายที่สมบูรณ์และพลังเวท แต่ถ้าหากเธอมีทุกอย่างพร้อม มอเดร็ดก็สามารถกลับไปอาลาวาดได้อีก

“ราชา... แห่งบาบิโลน... ปฐมตำนานสินะ...”

“โห... รู้จักข้าด้วยอย่างงั้นรึ งั้นข้าจะเมตตาเจ้าด้วยการให้เจ้าได้มีโอกาสได้มีลมหายใจอยู่อีกสัก10วิ แล้วลองพูดอะไรก็ได้ที่จะทำให้ข้าเปลี่ยนใจไม่ฆ่าเจ้าตอนนี้สิ”

“ใจเย็นกิล นั่นน่ะเป็นเพียงวีรชนที่คลั่งเฉยๆ ใช้โซ่ผนึกเถอะ”

มอเดร็ดที่เป็นคนเดียวที่กล้าคุยกับราชาคนนี้ตะโกนบอก

“น่ารำคราญชะมัด ก็ได้... งั้นมีอะไรจะพูดไหม เจ้าหนูโสโครกเอ๋ย!

หญิงสาวกอดอก การมองฟารินด้วยสายตาเหยียดหยาม เป็นสิ่งปกติของเธอ มันคือการกระทำที่เธอทำมาโดยตลอด เห็นใครต่ำกว่าก็จะมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จนกว่าไอ้สิ่งนั้นจะหายไปจากสายตา

ฟารินสามารถรอดจากฝนดาบ

แต่ถ้าดูจากสถานการณ์แล้วทุกอย่างไม่ได้เป็นใจเลย ร่างกายของฟารินก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ถึงแผลที่มือซ้ายจะหายแล้ว จากการใช้เวทมนตร์ แต่ภาระที่ตามมาก็ไม่ค่อยคุ้มเสียเท่าไร และถ้าให้มอเดร็ดฟื้นพลังกลับมาได้ ก็คงจะไม่รอดแน่ และถ้าพราวสามารถฟื้นตัวได้อีกคน งานนี้คงไม่มีทางชนะแน่....

แต่....

แสงในมือของฟารินเปลี่ยนไป

“ดูเหมือนว่าต้องใช้สินะ...”

แสงสีทองที่เดิมทีเป็นดาบ บัดนี้ได้หายไปเข้าไปในตัวของฟาริน...

แสงสีเหมือนห้อมล้อมตัวฟาริน หมุนวนแล้วส่องสว่างจากด้านหลัง เป็นเหมือนกับปีกของอะไรสักอย่าง...

“เอาล่ะ..... ราชา... กับ มังกร.... ใครจะเหนือกว่ากันแน่.....”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

51 ความคิดเห็น

  1. #39 okitasoji16 (@okitasoji16) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 20:46
    ตกลงมันคือไผรฟระ=*=55
    #39
    1