The Forsaken Hero วิญญาณวีรชนของผมไม่ได้ว่าง่ายอย่างที่คิดหรอก เป็นใครยังไม่รู้เลย

ตอนที่ 1 : กลิ่นโลหิตจากอดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 817
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    4 ธ.ค. 61

ความประทับใจแรกของฟาริน

เด็กกำพร้าจากประเทศไทย ที่ได้รับสิทธิพิเศษมาศึกษาที่เกาะลอยฟ้าHeroid คือการได้นั่งเครื่องบินเป็นครั้งแรกในชีวิตของเขา

แน่นอนเด็กกำพร้า ในกรุงเทพอย่างเขา ไม่เคยขึ้นเครื่องบินมากก่อน

การเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิของเขาในครั้งนี้ จึงพิเศษ เขาไม่เคยห่างจากบ้านเด็กกำพร้าของเขามากขนาดนี้มาก่อนเลย

แต่มันก็เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม

เขาก็ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะมาอยู่ที่นี่ได้...

เขาคิดว่ายังไงตลอดชีวิตนี้ ก็คงได้แต่อยู่บนพื้นดิน ไม่มีทางไปเหนือนกว่านั้นได้

เขาตื่นเต้นมาก

หัวใจของเด็กน้อยถูกปลุกขึ้นมา

ราวกับว่าเขากลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

ฟาริน...

เด็กกำพร้าที่ได้รับการยืนยันว่ามีวิญญาณประจำตัว เขาถูกส่งไปยังโรงเรียนลอยฟ้า Heroid

เขาตื่นเต้นมากได้แต่มองไปยังหมู่เมฆที่ลอยตัวอยู่

ไม่คิดเลยว่าจะตื่นเต้นจนเหนื่อยและต้องหลับไป...

ในคืนนั้นเขาฝันประหลาดมาก

เป็นฝันที่แปลก มันชัดเจน แต่ก็ไม่อาจเข้าใจได้...

เขานอนลงบนเก้าอี้ พร้อมกับหลับใหลไปในห่วงแห่งความฝัน ที่เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วก็ชวนให้เขารู้สึกเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย

 

 

 

เลือดสาดไปทั่ว ฉะโลมไปทั่วทุ่งหญ้า ราวกับเป็นดินแดนแห่งการฆ่าฟัน ใครจะไปเชื่อกันว่าดินแดนแห่งนี้เมื่อ1ชั่วโมงที่แล้ว ยังเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจีที่งดงามและสงบสุข

และที่ยิ่งไปกว่านั้นคนที่ฉะโลมเลือดในทุ่งแห่งนี้กลับเป็นคนเพียงคนเดียว

ทหารคนหนึ่งกำลังวิ่งหนีอะไรบ้างอย่าง

เขาวิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย

วิ่งด้วยความกลัว

ชุดเกราะที่หักทำให้ไม่อาจเคลื่อนไหวได้เร็วพอ ชุดเกราะนี้เป็นเกราะที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างดี โลหะสามารถทนได้เป็นอย่างดี ต่อให้เจอกับลูกธนู ถ้าไม่เข้าตรงข้อต่อก็ไม่มีทางจะเจาะเข้าได้อยู่แล้ว

แล้วชายคนนี้วิ่งหนีอะไร.....

ฉึก!

 

ดาบสีแดงลากยาว

พลังเวทย์ที่น่าสะอิดสะเอียดพวยพุ่งออกมา ราวกับเป็นพลังระดับเทพพระเจ้าที่สามารถทำลายล้างได้ทุกสิ่ง

มันได้เจาะทะลุเกราะเหล็กของเขาอย่างง่ายดาย

ดาบฟันที่อาบไปด้วยพลังเวทย์ทะลุหัวใจ เขาตายในวินาทีเดียวก่อนที่เขาจะรู้สักตัวว่าถูกแทงเสียอีก

ร่างของเขาล้มลงนอนกองกับพื้น

พื้นที่มีศพอื่นอยู่อีกมากมาย

พื้นที่มีสหายที่ไร้วิญญาณของเขานอนอยู่

               

“อา..... อา......”

เจ้าของดาบสีแดง กล่าวออกมาด้วยความกระหายเลือด ชุดเกราะของเธอมีความหนาและน้ำหนักมหาศาล แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไล่ตามทหารคนอื่นได้ทัน และสังหารพวกเขาด้วยด้วยพลังของตนเอง ด้วยดาบของตนเอง

“ออกมาสิ! แกอยู่ที่ไหนกัน!”

เธอตะโกนโหวกเหวกโวยวายออกมา

เสียงนั้นปนไปด้วยความบ้าคลั่ง

เธอได้สังหารทหารไปมากกว่าหนึ่งร้อยคน ทุกคนเคยเป็นคนที่รวมรบกับเธอ เป็นสหายรวมเป็นรวมตาย แต่เธอก็ไม่ได้มีความลังเลที่จะสังหารพวกเขาเลย

“ออกมาสิ.... อา..... อา.....”

เธอกล่าวออกมาด้วยความกระหาย

เธออยากจะฆ่า

ทำลาย

ไม่ว่ายังไงก็มีเพียงคนเดียวเท่านั้น

ที่เธอจะต้องฆ่าให้ได้

ฆ่าด้วยมือของเธอเอง

ไม่ว่ายังไงก็ตาม.....

 

“อาเธอร์!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

ชื่อของราชาแห่งเหล่าอัศวินได้ถูกประกาศออกมา

ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องฆ่าให้ได้ ด้วยมือของเธอเอง เธอจะฆ่าพ่อของตัวเองที่เป็นคนที่ทำให้เธอต้องมาอยู่ตรงนี้

“แกอยู่ที่ไหน! อาเธอร์! อาเธอร์!!! อาเธอร์!!!!!”

ความบ้าคลั่งทำให้พลังเวทย์พวยพุ่งออกมาราวกับเขื่อนแตก

หญิงสาวที่สวมเกราะคนนี้คืออัศวินคนหนึ่งที่มีฝีมือ แต่เธอไม่เคยได้รับความไว้ใจจากราชาเลย ทำให้สุดท้ายเธอต้องมาอยู่ตรงนี้

เป็นทรราชที่ฆ่าสหายของตนเอง

“ออกมาสิ! ออกมา!”

เธอแสดงความไม่พอใจโดยการแทงสหายของตนเองที่นอนกองอยู่กับพื้นด้วยความบ้าคลั่ง

“ยัยหนู... มอเดร็ด.....”

เสียงเรียกหญิงสาวในชุดเกราะให้หันไปทางหนึ่ง

ชายที่ส่งเสียงเรียกเธอคือชายผู้มีผมสีทองประกาย สมกับเป็นการเป็นราชา ใส่ชุดหนังที่เหมือนกับจะเอาไว้ผจญภัยมากกว่าออกรบ แต่เชื่อเถอะนี่แหละคือชุดออกรบ

จะพูดอีกด้านหนึ่งก็ได้ว่าเขาไม่จำเป็นที่จะต้องเอาชิ้นส่วนโลหะมาประดับกายไว้มากมาย

โลหะประกายทองที่มีอยู่มีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น

ส่วนที่เหลือจะใช้ผ้าศักดิ์สิทธิถักขึ้นมา ดูเหมือนจะไม่ใช่ชุดที่ดีอะไรในการออกรบ แต่ว่าสิ่งเหล่านี้ ต่างเป็นวัตถุดิบและเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นในดินแดนศักดิ์สิทธิ อวาลอน ทั้งสิ้น

“มาแล้วสินะ! อาเธอร์!!!!!!!!!!!!”

มอเดร็ดตะโกรธออกมาอย่างบ้าคลั่งราวกับพายุ

“ข้าจะฆ่าแกให้ได้ อาเธอร์!!!!!!!!”

มอเดร็ดใช้ความบ้าคลั่งและพลังเวทย์ทั้งหมดไปรวมกันที่ดาบ พลังเวทย์ที่น่าสะอิดสะเอียดกำลังเอ่อล้นออกมา

“อาเธอร์!!!!!!!!!!”

มอเดร็ดพุ่งทะยานออกไปพร้อมกับดาบที่อาบไปด้วยพลังเวทย์มหาศาล หมายจะสังหารราชา

ฉิง!

ดาบนั้นถูกหยุดลง

ด้วยแทงเหล็กสีขาวงดงามเป็นประกาย

หอกนั้นคือหอกที่กษัตริย์ใช้ในการรบกับเหล่ากองทัพ หอกนั้นเปล่งประกายราวกับทำมาจากชิ้นส่วนของดวงดาว อัญมณีหลากสีเปล่งประกายราวกับกำลังเต้นระบำอยู่

ท่ามกลางสนาบรบที่สิ้นหวัง.....

หอกเล่มนี้เหมือนกับความหวังที่อยู่กลางสนาบรบที่สิ้นหวัง

มันคือหอกศักดิ์สิทธิ หนึ่งในอาวุธศักดิ์สิทธิ ที่ราชาผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ใช้ได้ ตัวหอกได้สังหารศัตรูมานับไม่ถ้วน

แต่ประกายแสงของมันจะชำระล้างจิตใจของศัตรู และส่งพวกเขาไปสู่ดินแดนแห่งความสงบ

หากใครได้ประมือกับหอกเล่มนี้ ก็ถือว่าเป็นเกียรติอย่างมาก

แต่ทว่า.....

“นี่แก!!!!!!!!!! ทำไมถือเอาของเล่นพรรคนั้นมาใช้กับข้า!!!!!!!!!”

มอร์เดร็ดตะโกนออกมาด้วยความเดือดดาน

และออกแรงและพลังเวทย์มากขึ้นไปอีก

แรงนั้นเทียบเท่ากับยักษ์แห่งขุนเขาเลย ในตอนนี้แม้แต่ราชาผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่อาจจะหยุดพละกำลังนี้ได้อีกแล้ว

อาเธอร์กระเด็นออกไปตามแรงของมอร์เดร็ด

ความเร็วนั้นเกินกว่าคนทั่วไปจะดูออกได้

แต่ถึงอย่างนั้นกษัตริย์อาเธอร์ก็ยังคงอยู่ในท่ายืนที่สง่างาม แม้จะถูดซัดกระเด็นไปหลายสิบเมตรก็ตาม

“เอาออกมาสิ! ดาบแห่งวีรชน! ข้าอยากจะสังหารแกในตอนที่เจ้าถือดาบเล่มนั้น!”

หญิงสาวในชุดเกราะ อัศวินแห่งการทรยศตะโกนออกมาอย่างยโสและเดือดดาน เธอตัดสินว่าราชาไร้ค่า ที่เขาสามารถเป็นราชาได้เพราะดาบเล่มนั้นเลือกเขาต่างหาก นอกจากนั้นเขาไม่มีคุณสมบัติกับการเป็นราชาเลยแม้แต่น้อย

“ยัยหนูเอ๋ย เจ้าไม่สมควรจะได้รับการพิภาคษาจากดาบเล่มนั้นหรอก..... ที่ข้าต้องใช้แค่หอกเล่มนี้ก็เพียงพอแล้ว”

ราชาเวียงหอกไปมา และควงมันด้วยท่าทางที่งดงามราวกับนักรบชั้นเยี่ยม กษัตริย์ผู้นี้ไม่ใช่เพียงราชาที่นั่งอยู่แต่บนบัลลังแล้วเสวยสุข เขาคือราชาแห่งสนานรบ ที่จะมอบชัยชนะให้กับกองทัพของตน

“แก! อาเธอร์!!!!!!!!!!”

มอร์เดร็ดตะโกนออกมา โดยระเบิดความแค้นทั้งหมดออกมา ทั้งที่เธอรักและมองอาเธอร์เหมือนกับพ่อ แต่ว่าเธอกลับไม่ได้รับความไว้วางใจเลย

แต่ถึงอย่างนั้นมอร์เดร็ดพยายามทนรับความแค้นที่อัดอั้นอยู่ในใจอยู่ยาวนาน จนกระทั้งเธอได้รู้ว่าตนเป็นลูกของราชา เธอดีใจมาก แต่ว่าสิ่งที่ได้กลับมายังคงเหมือนเดิม

นั้นคือการเหยียดหยาม

“ข้าจะฆ่าแก!!!!!!!! อาเธอร์!!!!!!!!!!!”

มอร็เดร็ดพุ่งออกมาด้วยความบ้าคลั่งและความโกรธ พลังเวทย์ที่กำเนิดมาจากอารมณ์ด้านลบของเธอ

ดาบสีแดงทะยานยาวด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียง ทักษะระดับนี้แม้จะเป็นอัศวินโต๊ะกลมก็ไม่มีใครทำได้ หากอัศวินโต๊ะกลมคนอื่นมาเห็นก็คงจะเห็นว่ามอร์เดร็ดคู่ควรจะเป็นราชาคนต่อไป

ซึ่งหัวข้อดั่งกล่าวเคยถูกเสนอในการประชุมของอัศวินโต๊ะกลมแล้ว และก็ถูกปฏิเสธ ด้วยราชาองค์ปัจจุบัน

ดาบสีแดงถูกหยุดด้วยหอกอีกครั้ง

แต่ว่าในครั้งนี้มันไม่หยุดเพียงเท่านั้น

มอร์เดร็ดเวียงดาบซ้ำไปซ้ำมา ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียงและอารมณ์ที่เดือดดานราวกับพายุคลั่ง

แต่ทางของอาเธอร์เองก็ใช้ควงหอกปังป้องไปมา

นี่เป็นทักษะที่เหนือกว่ามนุษย์จะทำได้

อาวุธทั้งสองชิ้นเดินทางปละกระแทกไปมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียง พลังเวทย์ของทั้งสองพุ่งทะลุ ระดับของพลังเวทย์นั้นเกินกว่าที่พวกเทพเจ้ามีด้วยซ้ำ

“ทำไมกันล่ะ! อาเธอร์!!!!!!!!!! ทั้งที่ข้าก็แข็งแกร่งขนาดนี้แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมไว้ใจข้าเสียที! อาเธอร์!!!!!!!!!”

มอร์เดร็ดระเบิดพลังเวทย์ให้มากกว่าเดิม และวาดดาบเป็นเส้นตรงจากด้านบนด้วยแรงทั้งหมดที่ตนมี แรงนั้นเหนือกว่าอุกบาศที่ตกลงมาบนโลกเสียอีก

พื้นดินที่สั่นไหวเป็นหลักฐานได้อย่างดี

นี่เป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุด ในบรรดาการต่อสู้ทั้งหลายการต่อสู้ในครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นเทพเจ้าที่ไม่เกี่ยวข้องเลยก็ยังต้องหันมามองดู

“ข้าจะไว้ใจเจ้าอย่างนั้นรึ..... เรื่องแบบนั้นเป็นไปไม่ได้หรอก เด็กน้อยเอ๋ย.....”

อาเธอร์กล่าวออก ในขณะที่เขากำลังใช้หอกด้านการโจมตีที่รุนแรงนั้น อาวุธทั้งสอง เป็นอาวุธจากดินแดนศักดิ์สิทธิ ทั้งสองยังไม่มีท่าทีที่จะพังลงเลย หรือผู้ใช้เอง ก็ไม่มีท่าทีว่าคนไหนจะยอมแพ้

อาเธอร์เร่งพลังเวทย์ของตนให้เหนือกว่ามอร์เดร็ด และระเบิดมันออกมา จนทำให้มอเดร็ดต้องกระโดดถอยกลับไป

“มอเดร็ดเอ๋ย...... นี่จะเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายแล้ว และนี่ก็คงจะเป็นบทเรียนสุดท้ายที่ข้าจะมอบให้กับเจ้าแล้ว ฉะนั้น.....”

ราชาชี้หอกของตนไปยังทรราช.....

“เตรียมใจไว้ไห้ดีล่ะ!”

ทันใดนั้นเองทั้งสองก็พุ่งเข้าหากันด้วยความเร็วสูงสุด

“อาเธอร์!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

“มอเดร็ด!”

หอกแห่งสนามรบกับดาบแห่งความแค้น เข้าปะทะกัน กำเนิดเสียงดังราวกับจะสามารถถล่มโลกได้ อากาศปั่นป่วนราวกับมิติกำลังจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ

 

“เอาล่ะ ตามที่ได้คุยกันไว้นะ เมอร์ลิน.....”

 

ราชาแห่งดาบได้แต่กระซิบบอกกับตัวเอง...

ด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้ง ทั้งๆที่ใบหน้ากำลังยิ้มอ่อนๆแท้ๆ แต่ในใจตอนนี้กับเต็มไปด้วยความเศร้าและความข่มขืน ถึงอย่างนั่นราชาแห่งสนามรบก็ไม่ได้มีฝีมือที่ด้อยลงไปเลย เขายังคงกวัดแกว่งหอก ด้วยความรู้สึกขัดแข้งนั้น


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

51 ความคิดเห็น

  1. #50 gunsza1121 (@gunsza1121) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 16:07

    ...............

    #50
    0