อาคเนย์ - end

ตอนที่ 6 : 05 :: Forgotten

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34,679
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,081 ครั้ง
    1 ส.ค. 62




CHAPTER 5

FORGOTTEN

 

 

มนุษย์เกิดมาพร้อมพรอันประเสริฐอยู่ข้อหนึ่ง สิ่งนั้นเรียกว่าความทรงจำ

สำหรับผมแล้วบางความทรงจำนั้นมีค่า ขณะที่บางความทรงจำ

เฝ้าแต่ภาวนาว่าเมื่อไหร่จะลืมเสียที

 

 

            ให้...

            ผมจ้องมองเจ้าของเสียงเข้มนั้นไม่วางตา ขณะเจ้าตัวกำลังยื่นดอกกุหลาบสีแดงให้กับใครคนหนึ่ง

            บูรพาเป็นคนเก่งโดยเฉพาะเรื่องสร้างความสนใจ ผมรู้สึกอย่างนั้นเพราะมันทำให้ผมไม่สามารถละสายตาจากมันไปได้เลย

            วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ วันแห่งความรักที่คงไม่ได้สำคัญเท่าไหร่สำหรับใครบางคน แต่กับอีกฟากหนึ่งมันแตกต่างออกไป เด็กในโรงเรียนเราจะตื่นเต้นมากกับวันสำคัญวันนี้ ซึ่งผมกับไอ้บูเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

            ขอบคุณนะเสียงหวานตอบกลับทันทีพร้อมกับยื่นมือมารับดอกไม้ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

            แทนที่คำตอบนี้จะเป็นของผม มันกลับเป็นประโยคของคนอื่น

            จีน...เธอเรียนศิลป์ฝรั่งเศส คนที่เป็นเหมือนกับรักแรกของบู ก่อนจะได้คบกันอย่างจริงจังหลังขึ้น ม.ปลาย ความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไงผมยังจำได้อยู่เลย วินาทีที่เห็นร่างสูงเดินมาเคาะห้องนอนของผม พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงดีใจสุดชีวิตว่าได้คบกับเธอแล้ว แม่งไม่ต่างอะไรกับการผลักร่างทั้งร่างให้ตกลงไปในธารน้ำแข็งเลยว่ะ

            คืนนั้นเราแทบนอนไม่หลับเพราะบูรพากำลังจมอยู่กับความสมหวังที่มันได้รับ ขณะที่ผมต้องฝืนยิ้มเอ่ยดีใจไปกับมันทั้งที่ในใจร้องไห้แทบเสียสติ ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เราตัวติดกันมาตลอด ไอ้บูไม่เคยแสดงท่าทีชอบใครจริงๆ จังๆ สักครั้ง แถมเราก็เคยมีเซ็กซ์กันด้วยความเต็มใจทั้งคู่ นั่นทำให้ผมยิ่งมั่นใจว่าความรักของเรายังพอมีหวัง

            มันไม่ได้สูญเปล่า เมื่อหัวใจดวงนั้นยังมีผมแค่คนเดียว

            แต่พอได้รู้ความจริงผมถึงได้เข้าใจว่าการรออย่างไร้ความหมายมีหน้าตาเป็นยังไง    

            เราเป็นเพื่อนรักที่โตด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ชีวิตอาคเนย์มีบูรพา และคิดว่าในหัวใจของบูรพาเองก็คงมีคนชื่ออาคเนย์สลักเอาไว้เหมือนกัน แต่มันโคตรผิดเลย ผิด...ที่คิดไปเองเพราะความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นตั้งแต่แรก

            จีนรู้มั้ย เธอเป็นคนแรกเลยที่เราอยากคบ และเรารักก็เธอมาก ประโยคที่ได้ยินเสียดแทงไปถึงความรู้สึก

            ทำไมผมจะไม่รู้จักนิสัยของบูล่ะ มันเป็นคนไม่คิดจริงจังกับเรื่องความรักมาก่อน แต่พอมาเจอผู้หญิงคนนี้ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เหมือนมันได้รู้จักความรักในอีกรูปแบบหนึ่งที่พยายามตามหามานาน และคงจะดีไม่น้อยถ้าผมไม่ได้รู้สึกอิจฉา หรือเสียใจทุกครั้งเวลาเห็นคนทั้งคู่เดินไปไหนมาไหนด้วยกัน

            เราก็รักบูเหมือนกัน ขอบคุณสำหรับกุหลาบนะ

            เมื่อก่อนไอ้บูมีผม จะไปไหนก็เรียกหาแต่อาคเนย์ พอวันหนึ่งที่มีความรักก็ขลุกอยู่กับเขาจนหลงลืมคนๆ หนึ่งเอาไว้ข้างหลัง หลายครั้งหลายหนที่ผมพยายามปลอบใจตัวเอง        

            ผมไม่เคยมีใครแต่ทำไมเขาถึงผิดสัญญา

            สัญญา...เมื่อตอนเด็กที่บอกว่าเราจะรักกัน ทำไมวันนี้ทุกอย่างถึงได้เปลี่ยนไปล่ะ      นี่ก็ผ่านไปปีกว่าแล้วที่สองคนนั้นคบกัน และคงยาวนานไปเรื่อยๆ ผมไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้บอกความรู้สึกของตัวเองกับบูมั้ย แล้วถ้าบอกความเป็นเพื่อนของเราจะเป็นยังไง จะยังมีโอกาสได้เดินเคียงข้างกันเหมือนเดิมหรือกลายเป็นแค่คนแปลกหน้าของกันและกัน

            ความสับสนเหล่านี้ตีกันอยู่ในหัวไม่หยุด แม้บูกับจีนจะเดินแยกออกไปแล้ว ผมก็ยังคงจมจ่อมกับความคิดวุ่นวายในหัว จนกระทั่งความอดทนทั้งหมดสิ้นสุดและผมเลือกที่จะเดินไปสารภาพความจริงกับมันก่อนวันสิ้นปี

            ก่อนที่วันสำคัญอีกวันหนึ่งจะมาถึง...วันเกิดของบูรพา

            เรายังมาเรียนปกติ ตอนเช้าเพื่อนๆ ในห้องหอบเอาเค้กวันเกิดก้อนมโหฬารมาเซอร์ไพรส์ถึงในห้องเรียน บรรยากาศสนุกสนานเหล่านี้ถูกบันทึกไว้เป็นภาพโดยหัวหน้าห้องจอมเนี๊ยบ ก่อนสงครามปาเค้กจะเริ่มต้นและจบลงตรงที่ทุกคนถูกลากเข้าห้องปกครอง

            สนุกดีว่ะ ปีหน้าเอาแบบนี้อีกนะ ไอ้บูพูดกลั้วเสียงหัวเราะ สองมือพยายามวักน้ำจากก๊อกขึ้นมาล้างตามแขนขาที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเค้ก

          ปีหน้าก็มอหกแล้ว

          แล้วไง

            มึงอาจกำลังเครียดอยู่กับการอ่านหนังสือสอบก็ได้ บูอยากเป็นหมอ เพราะงั้นเลยต้องขยันกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ส่วนผมก็เริ่มมีความคิดที่อยากตามมันไปเรียนมากขึ้นเรื่อยๆ

            เออลืมไป อนาคตไม่แน่นอนจริงว่ะ เจ้าตัวพูดอย่างปลงตก ก่อนต่างคนต่างหันไปจดจ่อกับการทำความสะอาดคราบเค้กออกจากร่างกาย นานเหมือนกันก่อนผมจะนึกขึ้นได้

            กับจีนเป็นไงบ้าง เห็นว่าทะเลาะกัน ในใจโคตรอยากให้เลิกเลย แต่พอเห็นมันเสียใจแล้วผมก็รู้ในทันทีว่าความคิดแบบนี้แม่งโคตรแย่

            ก็ยังไม่ดีกันอ่ะ งี่เง่าใส่กูเยอะไง คนเคียงข้างตอบเสียงเอื่อย

            รีบปรับความเข้าใจกันเถอะ

            มันหลายครั้งแล้วมึง มาระแวงหาว่ากูนอกใจ ถามหน่อยเหอะว่ากูเคยไปทำอย่างนั้นที่ไหน

          มึงต้องใจเย็นๆ แล้วนี่เจอจีนบ้างมั้ย

          ไม่คุยกันมาอาทิตย์นึงแล้ว

            ผมถอนหายใจ ลอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ปรากฏอยู่บนกระจก ตอนนั้นเองที่จังหวะหัวใจซึ่งเต้นปกติมาตลอดรัวกระหน่ำขึ้นมา ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จนถึงธันวาคมไม่มีวันไหนเลยที่ผมหยุดถามตัวเอง ถามย้ำๆ อยู่อย่างนั้นว่าควรบอกความรู้สึกของตัวเองไปดีมั้ย ทว่าวันนี้...ตอนที่เราได้อยู่กันตามลำพังความรู้สึกต่างๆ ที่อัดแน่นเอาไว้ก็พรั่งพรูออกมา

            บู มึงว่าถ้าเราอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ มันจะเป็นยังไงวะ ถามออกไปแล้ว ด้วยอาการหายใจไม่ทั่วท้อง

            ก็แก่ไปด้วยกันไงมึง

            กูคิดถึงอนาคตที่ไม่มีมึงไม่ออกเลยว่ะ

          เหมือนกันนั่นแหละ

          บู...กูรักมึง

            กูก็รักมึงเหมือนกันเว้ย มือหนาที่ยังคงเปียกน้ำเอื้อมมาสัมผัสหัวของผมเบาๆ อย่างนึกเอ็นดู ถ้าเป็นปกติผมคงกลัวแล้วรีบเออออห่อหมกไปกับมัน แต่คราวนี้กลับไม่อยากทำอย่างนั้นแล้ว

            กูรักมึงจริงๆ รักมาตลอด

            รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาหายไป ทว่าผมก็ยังคงพูดต่อ

            รักแบบที่ไม่ใช่เพื่อน รักโดยที่หวังว่าวันหนึ่งเราจะมีกัน...มีแค่เราสองคน

          เนย์ มึงพูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า

          กูคิดมานานแล้ว หลายครั้งที่กูถามตัวเองว่าควรพูดออกไปดีมั้ย แต่สุดท้าย...

          แล้วทำไมมึงไม่เก็บต่อไปวะ

          ‘…!!’

            ราวกับมีท่อนไม้หนาหนักตีลงมาตรงกลางกะโหลกอย่างจัง ผมยืนนิ่ง มองหน้าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทเนิ่นนานก่อนน้ำตาเม็ดใสจะไหลลงมาอย่างกลั้นไม่อยู่

            พูดแบบนี้หมายความว่าไง

          กูชอบจีนนะเนย์ มึงลืมไปแล้วเหรอ

          แล้วที่มึงมาเอากูล่ะ ที่เรา...กอดกัน จูบกัน มีอะไรกันมันหมายความว่ายังไง

          ที่ผ่านมามันไม่ใช่ความอยากรู้อยากลองของเราทั้งคู่เหรอ มึงพูดแบบนี้ต้องการอะไร มึงมาพูดตอนนี้ทั้งที่กูกำลังคบกับจีนอยู่เนี่ยนะ

          เห็นมึงทะเลาะกัน กูคิดว่า...

          กูรักจีน ยังไงก็ไม่มีทางเลิกกันเว้ย แต่จะบอกอะไรให้นะ

          ‘…’

          ต่อให้ไม่มีเขากูก็ไม่เอามึง

            ผมได้แต่ยืนร้องไห้เงียบๆ มองดูคนตัวสูงกว่าเดินจากไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง

            ตอนแรกก็คิดว่าความเป็นเพื่อนจะช่วยให้เราได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น และมันก็น่าจะมากพอให้อีกฝ่ายยอมเปิดใจกันสักที ทั้งที่ความจริงมันต่างกันสิ้นเชิง ผมมีความกล้ามากพอจะบอกรักออกไปตรงๆ ไม่นึกเลยว่าท้ายที่สุดแล้วนอกจากไม่ได้เป็นคนรัก ผมก็ยังไม่มีสิทธิ์ได้ยืนเคียงข้างมันอีกต่อไป

            สิบกว่าปีที่เป็นเพื่อนกันสลายหายไปพร้อมกับอากาศ ผมโกรธตัวเอง โกรธที่ไม่ยอมเก็บเงียบเพื่อให้เราอยู่กันได้นานขึ้น โกรธที่สิบกว่าปีที่เป็นเพื่อนกันมาไม่เคยรู้เลยว่าบูรพาเป็นคนยังไง ผมควรฉลาดสักนิด ถึงจะรู้คำตอบอยู่แล้วทำไมถึงเลือกพูดมันออกมา

            เพราะถ้ามันรักผมตั้งแต่แรก คงไม่ปล่อยให้มีอะไรกันแล้วเลือกเงียบมานานขนาดนี้โดยไม่คิดเลื่อนความสัมพันธ์

            ไอ้โง่เอ๊ย ผมด่าเจือเสียงสะอื้นเพื่อตอกย้ำตัวเอง ก่อนจะหมกตัวอยู่ในห้องน้ำตลอดคาบบ่าย

            ใช้เวลาเพื่อร้องไห้ไม่ต่างจากผู้หญิง พิมพ์ข้อความมากมายส่งไปหาอีกฝ่ายไม่ขาดแต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับมา เลยยิ่งตอกย้ำว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

            หลังเลิกเรียนผมลากสังขารแย่ๆ กับตาบวมๆ ออกจากห้องน้ำ เดินขึ้นไปเก็บกระเป๋าในห้องเรียนก่อนจะเดินไปยังลานจอดรถ ที่โรงเรียนเราเด็ก ม.ปลายเอารถพ่อแม่มาขับกันเองเยอะมาก แน่นอนว่าผมก็ไม่พลาดจัดการกดรีโมทแล้วโยนกระเป๋าไปยังเบาะหลัง

            ตอนนั้นเองที่มือของใครคนหนึ่งรั้งฉุดเอาไว้ เราเลยได้เผชิญหน้ากัน

            จีน ไม่ใช่บูรพาอย่างที่ผมคาดหวัง แต่กลับเป็นแฟนของมัน

            เนย์กำลังจะกลับแล้วเหรอ

          อือ

          ช่วยเราหน่อยสิ มะรืนวันเกิดบู เราอยากง้อเขา

          เราช่วยอะไรไม่ได้หรอก ผมปฏิเสธทันที แค่ตัวเองยังสะบักสะบอมเอาตัวแทบไม่รอด จะมีหน้าไปช่วยเหลือคนอื่นได้ยังไง

            เนย์ช่วยได้ เนย์รู้ดีว่าบูชอบหรือไม่ชอบอะไร

          แล้วเธอไม่เคยรู้หรือไงผมขึ้นเสียง อีกฝ่ายเลยผงะเล็กน้อยพร้อมกับเบะปากราวกับจะร้องไห้

            เราก็แค่อยากให้เนย์ช่วย

            ถึงผมจะรู้สึกแย่กับความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ยังไง แต่เวลาเห็นจีนเป็นแบบนี้มันก็ปฏิเสธไม่ลงทุกที แปลกดีเนอะ เกลียดเขา แต่ก็อยากช่วยเหลือเขาในเวลาเดียวกัน คงเป็นเพราะเขาคือคนเดียวที่ทำให้คนที่เรารักมีความสุขล่ะมั้ง

            สรุปจะให้ช่วยอะไร

          ไปซื้อของขวัญเซอร์ไพรส์บูเป็นเพื่อนเราหน่อย

          ตอนไหน      

          ไปตอนนี้เลยได้มั้ย พรุ่งนี้โรงเรียนก็ปิดปีใหม่แล้วอ่ะ แถมเราก็โทรบอกที่บ้านว่าจะกลับกับเพื่อนแล้วด้วย น้า...ช่วยหน่อยน้า เหมือนเธอรู้คำตอบอยู่แล้วเลยโทรบอกที่บ้านซะเสร็จสรรพ เลยไม่มีเหตุผลอะไรนอกจากชวนเธอขึ้นรถและขับออกไปด้วยกัน

            จีนไม่รู้จะซื้ออะไรไปง้อไอ้บู ส่วนในหัวของผมมีอะไรเยอะแยะมากมายที่อยากทำเพื่อมันแต่ก็ปล่อยให้เป็นเพียงความคิด เวลานั้นเราเดินเข้าช็อปนั้นช็อปนี้ไปทั่วแต่ก็ไม่ได้อะไรติดมือกลับ ผมเลยออกความเห็นว่าควรซื้อนาฬิกาข้อมือให้

            มีรุ่นและยี่ห้อหนึ่งที่เห็นมานานแล้ว ผมเก็บเงินจำนวนหนึ่งกะว่าจะซื้อเป็นของขวัญให้มันในวันสิ้นปี ถึงตอนนี้คงไม่มีโอกาสมอบให้มันอีก

            จีน ซื้อนาฬิกามั้ย คิดได้เท่านั้นจึงรีบเอ่ยถามความเห็น

          เอาดิ

            ทว่าหลังเดินเข้าช็อปผมก็ได้ยินเสียงบ่นเล็กๆ ตามมา

            แพงมากเลยเนย์ เราซื้อไม่ไหวหรอก ถ้าแม่รู้ต้องด่าเรายับแน่เลย

          เราซื้อให้ผมบอกเสียงหนักแน่น

            ใครจะมอบให้ไม่สำคัญหรอก สำหรับผมแค่บูรพาได้รับสิ่งดีๆ ผมก็พอใจมากแล้ว

            ไม่เห็นต้องใจดีขนาดนี้เลย มันแพงมากนะ

          ถือเป็นของขวัญที่จีนกับไอ้บูคบกันไง

          ไม่เห็นเกี่ยวเลย

          เชื่อเถอะว่าบูมันต้องชอบมากแน่ๆ เดี๋ยวเราไปกดตังค์ก่อนนะ

          เนย์ จะซื้อจริงเหรอผมพยักหน้าพร้อมกับฉีกยิ้มฝืนๆ ไปให้เธอ

            ไม่ต้องบอกไอ้บูนะว่าเราซื้อให้ บอกแค่ว่าเป็นของขวัญจากจีนก็พอ

          ขอบคุณนะ แกเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเรากับบูเลย

          อืม

            ไม่ได้อยากเป็นเพื่อนสักนิด ไม่ได้อยากหวังดีกับจีน แต่ในเมื่อตัวเองไม่ได้อยู่ในจุดที่ถูกเลือกก็จำต้องอยู่เป็นคนข้างหลังคอยผลักดันเขาอยู่ห่างๆ เท่านั้น

            หลังใช้เงินเก็บเกือบทั้งหมดจ่ายไปกับนาฬิกาเรือนแพง ผมก็ต้องทำหน้าที่เป็นสารถีพาเธอไปส่งถึงบ้านอย่างปลอดภัย แย่หน่อยที่ตอนอยู่ในห้างไม่ทันได้สังเกตบรรยากาศภายนอก รู้ตัวอีกทีเราก็ขับรถออกมาภายใต้สายฝนที่เทกระหน่ำไม่หยุด

            ถนนทุกพื้นที่ชื้นแฉะไปด้วยน้ำ ท้องฟ้าก็มืดแล้วเนื่องจากเป็นเวลาเกือบสองทุ่ม เสียงเรียกเข้าดังขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน มันเป็นของจีน เธอเร่งเร้าและตั้งท่าจะร้องไห้ออกมาอีกรอบเพราะถูกที่บ้านโทรตาม

            ผมไม่มีทางเลือกมานักนอกจากขึ้นทางด่วนเพื่อหนีปัญหารถติด ดีหน่อยที่เวลานี้มีรถไม่มากเลยขับได้เร็วขึ้น ทว่าแค่นี้ก็ยังไม่พอ ความกดดันทั้งหมดถูกโยนมาที่ผมเมื่อจีนตัดสินในกดรับสายจากที่บ้านและอ้อนวอนให้ผมพาเธอไปส่งให้เร็วที่สุด

            เข็มหน้าปัดรถยนต์เลื่อนไปที่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผมไม่เคยขับเร็วกว่านี้ตอนฝนตก แถมยังไม่ชินเส้นทางมากนักเนื่องจากไม่ค่อยได้ไปที่บ้านของเธอ นั่นยิ่งสร้างความหนักใจเป็นเท่าตัว

          เนย์...เนย์! กรี๊ดดดดดดดดดด

            ปัง!!

            เสียงกรีดร้องดังก้องในโสตประสาท ร่างกายทุกส่วนแข็งค้างราวกับถูกตะปูตอกยึดอยู่กับที่

            ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่มือที่ประคองพวงมาลัยไม่สามารถควบคุมมันได้อย่างใจคิด ก่อนภาพที่เห็นตรงหน้าจะถูกตัดจากท้องถนนแล้วถูกเหวี่ยงแรงๆ จนเกิดภาพหมุนคว้างหลายตลบ

            ความกลัวผลักดันให้ผมเอาตัวรอดด้วยการบังคับเบรก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านั้น

            เสียงของแข็งกระทบพื้นดังทะลุแก้วหูจนทุกอย่างอื้ออึงไปหมด สติที่เหลืออันน้อยนิดนั้นยังพอให้ผมคาดเดาสถานการณ์หลังจากรถหยุดตัวลง ความเจ็บสาหัสพลันแล่นเข้ามาทั่วร่าง แม้แต่คอยังตั้งแทบไม่ตรงแถมเราทั้งคู่ยังอยู่ในสภาพกลับหัว

            ตาของผมตอนนั้นมองเห็นเพียงสิ่งเดียวในม่านสายตา นั่นคือภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งเคียงข้างมาด้วยกันกำลังหมดสติคาเบาะ ร่างทั้งร่างเต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน ด้านข้างกระจกมีส่วนหนึ่งของรถยนต์อีกคันกระแทกอัดก๊อบปี้กับรถของผม ซึ่งแน่นอนมันอาจส่งผลอย่างมากกับคนที่นั่งฝั่งนั้น

            ผมพยายามแล้ว...พยายามเอื้อมมือไปเขย่าตัวเธอให้ตื่นขึ้นมา ผมกลัวจริงๆ กลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไป แต่ความเจ็บมันก็แผลงฤทธิ์ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลืออีกฝ่ายได้

            ที่รู้สึกคงจะมีเพียงน้ำตาที่ไหลกลิ้งบนใบหน้าของตัวเอง เอาแต่ตอกย้ำซ้ำๆ ว่าไม่น่าเลย...ไม่น่าพาเธอมา เพราะถ้าเจ็บอยู่คนเดียวก็คงไม่รู้สึกแย่เท่านี้

          ไอ้เหี้ยเนย์ มึง!!’

            นั่นแหละประโยคสุดท้ายหลังตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาล ก่อนที่ผมจะหลับไปยาวนานเกือบสัปดาห์

            จีน...จากโลกนี้ไป กลายเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของผมกับบูรพาอย่างสิ้นเชิง มันตราหน้าว่าผมคือฆาตรกรที่ฆ่าคนรักของมัน

            ผมไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้อยากให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ผมก็อยากขอให้ตัวเองตายไปตั้งแต่ตอนนั้นซะ อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องมาเกลียดกันเหมือนที่เป็นอยู่ ผมรู้ว่าสิ่งที่เจอมันยังไม่สาสมกับหนึ่งชีวิตที่ต้องจากไป

            แต่ในเมื่อทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้ว ผมก็ต้องยอมรับความจริงใช่มั้ย

            ยอมรับที่ต้องแลกชีวิตไร้ค่ากับผลกรรมที่เคยก่อ

 

 

 

            เฮือก!!

            “มึงทำเหี้ยอะไร! คิดว่าจะตายหนีปัญหาแล้วทุกอย่างจะจบงั้นเหรอ”

            “...”

            “แค่นี้มันยังไม่สาสมกับสิ่งที่มึงทำเลย เพราะมึงต้องเจ็บกว่านี้ เจ็บกว่าที่กูรู้สึก”

            สติที่ขาดหายค่อยๆ กลับมา ผมสำลักน้ำจำนวนมากจนรู้สึกเจ็บ ได้แต่ปล่อยให้ร่างสูงใหญ่ลากตัวออกจากห้องน้ำในสภาพเปียกโชก ไม่รู้ว่ามันเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ตอนนี้ผมรอดจากการฆ่าตัวตายมาอีกครั้งแม้จะไม่อยากรอดเลยก็ตาม

            “อยากตายนักเหรอ” เสียงนั้นยังวนเวียนอยู่ใกล้ๆ “ขอโทษทีที่มึงยังไม่ได้ตายตอนนี้!

            แล้วทุกอย่างก็ขาดหายไป

            ภาพตรงหน้าดับลงเหลือเพียงความดำมืด ผมไม่ฝัน ไม่คิดถึงอดีตอะไรอีก คงเหนื่อยแล้วจริงๆ ที่ต้องมีชีวิตเพื่อเผชิญกับความทรมาน จะอยู่ก็ทุกข์ จะตายก็ไม่ได้ ไม่ว่าเลือกทางไหนคงเจ็บปวดด้วยกันทั้งนั้น

            ไม่อยากเลือกเลย...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งในห้องที่มืดสนิท ยังดีที่มีแสงสว่างจากหน้าต่างทำให้พอเดาได้บ้างว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ไหน ที่นี่เป็นห้องของผมในคอนโดของไอ้บู ร่างกายยังคงร้อนผ่าวจากพิษไข้ที่เป็นมาก่อนหน้า โชคดีที่มันไม่ปล่อยให้ผมนอนตัวเปียกอยู่ที่ห้องเลยจัดการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ จะมีก็แต่กางเกงเท่านั้นที่ไม่ได้สวม

            ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว ดังนั้นกระเพาะเลยร้องประท้วงไม่หยุด แต่ถึงเป็นอย่างนั้นผมก็ยังไม่คิดหาอะไรรองท้องนอกจากกัดฟันยันตัวขึ้นมาเพื่อเก็บของจำเป็นบางอย่าง ผมไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว ถึงจะปวดหัวแทบระเบิดหรือเดินไม่ไหวยังไงก็ต้องไป

            สิ่งของจำเป็นถูกเก็บใส่กระเป๋าเดินทางที่ผมพาติดตัวมาตั้งแต่ครั้งแรก บางอย่างก็กะทิ้งเอาไว้เพราะเหนือบ่ากว่าแรงจะแบกไป พอเคลียร์ทุกอย่างเสร็จเวลาก็ปาไปเกือบตีหนึ่ง

            ผมค่อยๆ ลากกระเป๋าไปยังประตูอย่างเงียบเชียบ เอื้อมมือไปหมุนลูกบิดเบาๆ ทว่าความจริงที่ได้รับกลับทำให้ผมอยากร้องไห้ออกมาอีกรอบ ไอ้บูล็อกประตูจากด้านนอก มันขังผมไว้อีกครั้งเหมือนที่เคยทำ

            “ไอ้บู ปล่อยกู!” ผมตะโกนออกไปด้วยเสียงแหบพร่า สองมือละจากกระเป๋าแล้วตบลงบนบานประตูจนเกิดเสียง “ปล่อยกูเดี๋ยวนี้”

            ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา

            แต่ผมไม่หมดความพยายามจนกว่าจะได้คำตอบ

            “ปล่อยกูออกไป”

            วินาทีต่อมาผมได้ยินเสียงฝีเท้าบริเวณห้องนั่งเล่น เดาว่ามันคงรู้อยู่แล้วแต่ไม่นานทุกอย่างก็เงียบไป จึงตั้งท่าอ้าปากตะโกนอีกหนทว่าสิ่งที่ได้ยินกลับทำให้ร้องไม่ออก

            เสียงครางของผู้หญิง...

            มันมาเอากันตรงโซฟา

            เหยียบย่ำความรู้สึกของผมป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี

            นานมาแล้วตอนเรายังรักกัน ตอนที่ผมได้อยู่เคียงข้างกับมัน ก่อนที่ผมจะสารภาพรักออกไปตรงๆ เราเคยมีความสุขกว่านี้ เคยรักและดูแลกันมากกว่านี้ แต่ปัจจุบันกลับต้องมานั่งรอว่าวันไหนไอ้บูจะสาดความทรมานมาให้อีกไม่จบสิ้น

            มันรู้ดี...รู้ว่าผมรักมัน รู้ว่าผมต้องรับไม่ได้กับการกระทำแบบนี้มันก็ยิ่งอยากทำ

            “ฮึก” แข้งขาทั้งสองข้างอ่อนแรงไปหมด จนในที่สุดก็ทรุดลงนั่งกับพื้นร้องไห้อยู่ตรงประตูเพียงลำพัง

            ผมอยากหนีแต่มันก็รั้งไว้เพื่อให้เผชิญหน้ากับการแก้แค้นไม่มีที่สิ้นสุด

            “ฮืออออออ”

            พอแล้วบูรพา...

            เมื่อไหร่จะจบสักที เมื่อไหร่กัน

 

 

 

 

 

 

 

 

            [ บูรพา ]

            เสียงร้องไห้ที่ดังออกมาจากในห้องทำให้ผมต้องขมวดคิ้ว ทุกอย่างหยุดชะงักไปหมดแม้กระทั่งตอนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม คืนนี้ผมพาผู้หญิงคนหนึ่งมาเพื่อตอกย้ำให้ไอ้เนย์ได้เข้าใจถึงความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ไม่คิดว่าเลยสุดท้ายผมกลับต้องฝ่ายปวดประสาทกับมันแทน

            “กลับไปก่อน” ผมผละจากร่างเปลือยเปล่าซึ่งนอนอยู่ตรงโซฟาด้วยความหัวเสีย ต่อให้ยกมือขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิงแค่ไหนก็ไม่สามารถขจัดความหงุดหงิดงุ่นง่านที่อยู่ภายในใจออกไปได้

            “บู จะทำค้างๆ แบบนี้ไม่ได้นะ”

            “หมามันเห่าอยู่ไม่ได้ยินหรือไง บอกให้กลับไปก่อนเดี๋ยวโอนเงินให้”

            “อือ”

            คนฟังทำหน้าไม่สบอารมณ์ก่อนจะชันตัวขึ้น เธอหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมแล้วเดินออกจากห้องโดยไม่คิดหันหลังกลับ หลังจากนี้แหละที่ผมจะได้คิดบัญชีกับคนด้านในอีกรอบ

            ตอนแรกกะพาผู้หญิงมานอนด้วยเพื่อทำลายข้อตกลงที่อีกฝ่ายคิดเองเออเองอยู่คนเดียว แต่สุดท้ายเสียงร้องไห้ของมันกลับหลอนอยู่ในหูจนทำอะไรไม่ได้ ผมเลยต้องเลือกความเจ็บปวดอีกทางให้กับมันแทน

            “เป็นเหี้ยอะไรของมึง” ผมสาดคำด่าใส่ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป

            “ฮึก...ฮือออออออ” ไอ้เนย์นอนกองกับพื้นในสภาพโคตรแย่ ร่างกายบิดเร่าไปมา เอาแต่กัดปากตัวเองแน่นจนเลือดไหลซึมพร้อมกับปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาไม่ขาดสาย

            “เงียบ! มึงอยากโดนดีใช่มั้ย”

            “อะ...ไอ้บู ฮึก...”

            “อยากเรียกร้องความสนใจนักเหรอ ร้องไห้จนกูเอาใครไม่ลงแล้วเนี่ย” ผมจ้องหน้าของคนที่กำลังนอนกอดตัวเองบนพื้นอย่างโมโห ก่อนจะย่อเข่าลงตรงหน้าแล้วเชยคางของมันขึ้นมามองชัดๆ

            “ฮือ...บู...กะ...กูปวดหัว” มันบอกกับผมอย่างน่าสงสาร ไม่เหมือนอาคเนย์ที่เคยรู้จักเลยสักนิด ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้น แต่ผมกลับไม่ได้รู้สึกเห็นใจใดๆ นอกจากส่งยิ้มกลับไปให้

            ตอนนั้นเองที่ไอ้เนย์เหมือนจะรู้ชะตากรรมตัวเองเลยกลืนน้ำลายลงคออีกใหญ่ พยายามกระถดกายหนีแต่ผมไวกว่านั้นตรงที่คว้ามือบางเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที         

            “มึงทำให้กูเอาใครไม่ได้ เพราะงั้นคืนนี้กูขอเอามึงได้มั้ย”

            “ยะ...อย่าทำกูเลย”

            “มึงไม่รักกูแล้วเหรอ มีเซ็กซ์ก็เป็นการแสดงความรักนะ”

            ผมรู้ว่ามันยังรัก รักเหมือนวันที่มันหน้าด้านพูดประโยคนั้นออกมา

            ยอมรับว่าโกรธมากและก็สมเพชกับการกระทำหลายๆ อย่างของมัน เป็นเพื่อนกันมาตั้งสิบปี มันไม่เคยรู้เลยหรือไงว่าผมคิดกับมันแค่เพื่อน แต่ที่ตลกก็คือแทนที่จะปรับปรุงตัวหลังถูกปฏิเสธ มันกลับฆ่าคนที่ผมรักตายเพื่อให้ตัวเองสมหวัง โคตรน่าขยะแขยงเลยว่ะ

            “มึง ไม่เคยรักกู” ไอ้เนย์กันฟันพูดประโยคหนึ่งออกมา

            “ก็รู้ตัวหนิ แต่สำหรับกู...”

            “...”

            “จะรักหรือไม่รักกูก็เอามึงได้หมดนั่นแหละ” พูดจบผมเอื้อมมือไปจับแขนเล็กเอาไว้แน่น ความแรงของฝ่ามือทำให้ไอ้เนย์นิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะถูกลากกับพื้นตรงไปยังเตียงซึ่งอยู่ไม่ไกล

            ผมใช้แขนทั้งสองข้างโอบอุ้มคนตัวเล็กกว่าโยนลงเตียงอย่างไม่ถนอม ก่อนจะรีบคลานตามขึ้นมาหมายจับข้อมือของคนป่วยเอาไว้ไม่ให้ขัดขืนใดๆ

            “บูกูเจ็บ กูยังไม่หาย...ขอร้องล่ะอย่าทำอะไรกูเลย” น้ำเสียงแหบพร่าขอร้องอ้อนวอนไม่หยุด

            “มึงไม่เจ็บหรอกไอ้เนย์ มึงไม่เคยเจ็บเลย หลายปีที่ผ่านมามึงยังยิ้มได้หัวเราะได้ อย่างนี้ยังจะมาโกหกหน้าตายว่าเจ็บอีกเหรอ” ผมยังคงพูดค่อนแขวะ รู้สึกเกลียดคนคนนี้เป็นเท่าทวี เพราะเมื่อไหร่ที่เห็นหน้ามันภาพของใครอีกคนหนึ่งมักจะผุดขึ้นมาในความคิดของผมเสมอ

            ฝันร้าย...

            ร้องไห้ เสียใจ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่าคิดว่าผมไม่เคยสัมผัส

            “กูไม่ได้ตั้งใจ ฮือ...กูไม่ได้ตั้งใจ” ใบหน้าซีดเผือดสะบัดไปมา น้ำตารินไหลลงบนปลอกหมอนจนเปียกชื้น แต่ผมก็ไม่คิดหยุด ยังคงเถียงกับมันอย่างต่อเนื่อง

            “มึงไม่ได้ตั้งใจแต่มึงทำแฟนกูตาย!

            “กูไม่ได้ตั้งใจ”

            “กูปล่อยมึงมาตลอด มึงแย่งผู้หญิงกู มึงเรียนแข่งกู หรือแม้กระทั่งตอนที่มึงส่งคนมากระทืบ กูก็ไม่คิดจะเอาเรื่อง เพราะคิดมาตลอดว่าความสัมพันธ์ตลอดสิบกว่าปีมันคงพอให้อภัยมึงได้บ้าง”

            “...!!

            “แต่มึงรู้อะไรมั้ย เวลาที่กูให้มึงไปมันหมดแล้ว” พูดแค่นั้นผมก็รีบกดหน้าลงกับซอกคอขาว ใช้คมฟันกัดลงบนผิวนุ่มจนเลือดไหลซิบ ยิ่งไอ้เนย์ดิ้นพล่านไปมามากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนของผมได้มากขึ้นเท่านั้น  

            “ไอ้บูอย่าทำกู...กูเจ็บ ฮึก...ปล่อยกูเถอะ” คนใต้ร่างอ้อนวอนทั้งน้ำตา ทำได้แค่ขยับตัวไปมาเมื่อถูกรุกล้ำจาบจ้วง ทว่าผมไม่ฟังยังคงใช้คมฟันดึงเสื้อผ้าของมันขึ้น ก่อนจะใช้มือถอดออกจากตัวอย่างง่ายดาย

            “เจ็บเหรอ เจ็บเท่ากับที่กูเจอมามั้ยล่ะ”

            “กูขอโทษ กูไม่ได้ตั้งใจ ฮึก วันนั้น...วันนั้นกูไม่รู้ อื้อออออ” ผมไม่ปล่อยให้คนที่ตัวเองเกลียดพูดพล่ามใดๆ เพราะมันโคตรหนวกหูเต็มแก่ รีบจัดการประกบปากลงบนริมฝีปากร้อนรุ่มเนื่องจากพิษไข้ สอดลิ้นรุกล้ำเข้าไปในโพรงปาก เกี่ยวกระหวัดหยอกล้ออย่างรุนแรง

            “โอ๊ยยยยย!

ปฏิกิริยาตอบกลับเกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น หลังผมเผลอฟาดมือลงบนซีกหน้าด้านซ้ายของไอ้เนย์ทันทีที่ถูกคมฟันของมันกัดเข้าอย่างแรงจนอีกฝ่ายร้องครวญเสียงแผ่ว เจ้าตัวยกมือข้างหนึ่งที่ไม่ถูกยึดไว้ขึ้นมาประกบข้างแก้ม ขณะร่างกายบอบบางนั้นแข็งทื่อราวกับหุ่นยนต์

“อะ...ไอ้บู”

“ใครบอกให้มึงกัดกูวะ”

“อย่าทำอะไรกูเลย มึงไม่เคยคิดจะข่มขืนกูอยู่แล้ว ใช่มั้ย...ใช่มั้ย”

เนย์รู้ดีว่าผมไม่ทำ มันรู้เหมือนที่ผมเองก็รู้ว่าความรู้สึกดีๆ ยังคงเหลืออยู่ แต่กลับถูกฝังกลบเอาไว้ด้วยความแค้นและความเจ็บปวดที่ผ่านมา ในวันที่จีนตาย ผมสูญเสียทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิตของตัวเอง

“กู...รักมึงบู” ถึงกับชะงักค้างเพราะไม่เคยคิดว่าจะได้ยินประโยคดังกล่าวจากปากของคนชื่ออาคเนย์ “ที่ตอนนั้นเรานอนกอดกัน เราจูบกันก็เพราะรัก”

“พูดเพื่ออะไร คาดหวังจะขอให้กูรักมึงตอบเหรอ”

“กูรักมึง” มันยังพูดประโยคเดิมด้วยสายตาเลื่อนลอยจนน่าใจหาย

“หุบปาก”

“กูรักมึงบูรพา”

“...”

“กูเคยรักมึง”

ใบหน้าขาวเต็มไปด้วยคราบน้ำตา แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังยิ้มคล้ายกับว่าตัวเองได้ปลดปล่อยอะไรบางอย่าง ซึ่งไม่แน่ใจนักว่ามันคืออะไรกันแน่

ผมผละออกจากร่างบาง ความคิดทุกอย่างถูกตีแตกกระจายจนไม่มีอารมณ์จะกลั่นแกล้งอีก นอกจากปล่อยให้อีกฝ่ายนอนคุดคู้อยู่บนเตียงพลางกอดตัวเองแน่น ทว่าสายตากลับยังคงจดจ้องผมไม่คลาดเคลื่อน

            “มองกูทำไม”

            เอ่ยถามออกไป สุดท้ายก็ไม่ได้คำตอบ

            “กูถาม!

            ไอ้เนย์ยังคงมองมาตาไม่กะพริบ มีหลายอย่างที่แปลกไปจากทุกครั้งตรงที่มันไม่มีปฏิกิริยาอะไรตอบกลับเลย เพียงเสี้ยววินาทีที่การกระทำไวกว่าความคิด รีบเอื้อมมือจับไหล่คนตรงหน้าเอาไว้แน่นพร้อมกับเขย่าไปมา จนรับรู้ได้ถึงความร้อนผ่าวจากร่างกายของคนป่วยซึ่งกำลังแผ่ซ่านไปทั่วฝ่ามือ ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่ละความพยายามที่จะทำให้มันรู้สึกตัวสักที

            ใบหน้าซีดเซียวเต็มไปด้วยคราบน้ำตาและร่องรอยการถูกทำร้ายจากฝีมือของผมหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปากห้อเลือด รอยแดงจากฝ่ามือที่ฟาดใส่อย่างแรงด้วยความโมโห ซอกคอ หรือแม้กระทั่งจุดอื่นที่มองเห็นผ่านสายตาทำให้ต้องถอนหายใจออกมาในที่สุด

            ผมพลั้งมือแรงไปหน่อย ด้วยความโกรธที่ไม่สามารถควบคุมได้อีกตามเคย

            “เป็นเหี้ยอะไรอีก”

            สายตาที่มองตรงมายังผมในคราแรกไม่ได้เปลี่ยนวิถี แม้ผมจะขยับเข้าใกล้มันก็ยังมองไปยังจุดเดิม ที่ที่มีแค่เพดานสีขาวเพียงเท่านั้น

            “กูถามมึงก็ต้องตอบ” ผมขู่เสียงเข้ม พยายามเขย่าตัวมันเบาๆ

            “ไอ้เนย์” ยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห แต่เมื่อเห็นน้ำตาเม็ดใสไหลลงเงียบๆ ความรู้สึกโกรธแค้นทุกอย่างก็ค่อยๆ เจือจางไป

            “ทะ...ที่นี่หนาวจังเลย” นานเหมือนกันกว่าริมฝีปากแห้งกรังจะละเมอออกมา

            “มึงพูดอะไรวะ”

            “ยะ...อย่าทำอะไรกูเลยนะ กูกลัวแล้ว”

            “มึงมองกูก่อน”

            “อย่าทำอะไรเลย เนย์กลัวครับแม่ แม่ช่วยเนย์ด้วย” ไม่นานอาคเนย์ก็ดิ้นพล่านไปมา อารมณ์และความรู้สึกต่างๆ เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันจนผมเองก็สับสน มันยกมืออ่อนแรงขึ้นมาไหว้ไปสะเปะสะปะ หากแต่สายตากลับไม่ได้จดจ้องอยู่กับผมแม้แต่เสี้ยว หลงเหลือแค่ความว่างเปล่าเพียงอย่างเดียว

            “...!!

            เป็นอะไรไป มึงเป็นอะไร

            คำถามที่ผุดอยู่ในหัวตีกันยุ่งเหยิงไม่หยุด เลยเลื่อนมือจับใบหน้าของมันเอาไว้พร้อมกับตบเบาๆ เพื่อเรียกสติ

            “ไอ้เนย์มึงเป็นเหี้ยอะไรวะ”

            “กูไม่ได้อยากเป็นฆาตกร ฮือ...” คำพูดที่ได้ยินจากปากทำเอาผมอึ้ง เจ็บเหมือนกับการถูกมีดแทงเข้าไปที่หัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่

            นี่เรียกว่าคำสารภาพแล้วหรือยังอาคเนย์ คำสารภาพตลอดหลายปีที่ผมไม่เคยได้ยิน

            “แต่มึงฆ่าไปแล้ว”

            “ยกโทษให้กูด้วย กูไม่ได้ตั้งใจ”

            “ไม่ได้ตั้งใจแล้วมึงพาจีนไปทำไม มึงพาแฟนกูไปทำไม!” ผมอยากรู้ถึงสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจมาเนิ่นนานแล้วไม่ได้รับคำตอบ สิ่งที่ไอ้เนย์เลือกปกปิดเอาไว้ เหตุผลอะไรที่ต้องพาเขาไปกับมึงในวันนั้น

            “...”

            “ไอ้เนย์ตอบ!

            “เนย์ไม่อยากเจอหมอ เนย์เจ็บครับแม่ ฮึก เจ็บจังเลย”

            “มึงพูดเรื่องอะไร”

            “จีน กูเห็นจีนอยู่ตรงนั้น”

            “ตั้งสติ!

            “หมอบอกว่าจีนจะไม่กลับมา หมอบอก...”

            “...”

            “นั่นมันไม่จริง”

            ในหัวของผมยุ่งเหยิง ไม่รู้ว่าควรจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้ายังไงนอกจากปล่อยให้คนใต้ร่างพูดพล่ามเจือเสียงสะอื้นออกมาไม่หยุด

            “หมอบอกให้เนย์ ให้เนย์เลือกได้หนึ่งอย่าง เนย์เลยอยากย้อนเวลา”

            “...”

            “กลับไปวันนั้นได้มั้ย”

            “...”

          “เป็นผมได้มั้ยที่ตาย”

 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.081K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,362 ความคิดเห็น

  1. #3348 Toey_tnp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:59
    น้ำตาพรากกกกกกกกก ฮืออออ
    #3,348
    0
  2. #3345 H2O ที่แปลว่าน้ำ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:39
    วันนั้นน้องซวยอะเอาตรงๆ ซวยชิบหายเลย
    #3,345
    0
  3. #3328 JINGJOBAR (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:01
    น้องเนย์ อยากกอดน้องอีเชี่ยย
    #3,328
    0
  4. #3303 ผู้ชายที่ชอบทะเล (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 10:25
    เนย์บอกความจริงไป
    #3,303
    0
  5. #3284 Gingjaa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 11:11
    ร้องไห้เหมียนหมา ร้องไห้แบบไม่มีอะไรกั้น คัดจมูกไปหมดแล้ว อยากเข้าไปกอดเนย์ อยากลูบหัวแล้วบอก ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร ฮือออออออ~ 😭
    #3,284
    0
  6. #3270 KatCher (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 14:49
    😭 ร้องไห้
    #3,270
    0
  7. #3221 เซ็ตโชมารู (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 05:56

    ความตายไม่ได่วยให้อะไรดีขึ้นมันมีแต่สูญเสียและโศกเศร้า

    Take care คับ

    #3,221
    0
  8. #3199 หมูป่า 🐷 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 18:48
    ร้องไห้หนักเลย อยากกอดปลอบน้องเนย์
    #3,199
    0
  9. #3198 ฟาง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 21:22

    เป็นนิยายอีกเรื่องที่ทำให้ร้องไห้ได้ คนๆนึงจะรักใครสักคนได้นานแค่ไหนกัน😢

    #3,198
    0
  10. #3197 arysn_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 12:11
    น้องไม่ได้ตาบอดใช่มั้ย แบบประสาทการมองเห็นปิดตัวลงงี้ แงงงง
    #3,197
    0
  11. #3187 แอบแม่มาอ่าน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 18:33

    ชั้นร้องไห้เลย ฮือออออออออ

    #3,187
    0
  12. #3170 trois.z (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 20:35
    เนย์ไม่ได้ตั้งใจให้เค้าตายป๊ะะ บูมันก็หลงตัวเองไปแล้วอะ คิดว่าเนย์ตั้งใจทำให้จีนตายเพราะบูไม่รับรัก ก็เข้าใจนะว่ารักแรกมันหอมหวาน รู้ว่าเคยเจ็บ แต่ขอถามก่อนว่าตอนนี้ยังรักจีนเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า???
    #3,170
    0
  13. #3153 YWDF (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 14:36
    ;-; ปวดร้าว
    #3,153
    0
  14. #3144 Error_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 07:30
    แง สงสารเนย์จับใจ
    #3,144
    0
  15. #3138 ริษา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 17:08

    จะแช่งแกบูรพาจิตใจแกทำด้วยอะไรรรรร

    #3,138
    0
  16. #3135 pathaimars (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 02:23
    มันผิดมากหรอที่น้องจะรักใครสักคน?
    #3,135
    0
  17. #3129 Kkkk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 20:28

    ตั้งแต่อ่านนิยายมา เรื่องนี้ดราม่าสุดแล้วร้องไห้ทุกตอนเลยเนี่ย จะหยุดกะหยุดไม่ได้อยากรุ้หน่วงไปหมด

    #3,129
    0
  18. #3121 jitlada5688 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 18:05
    สงสารเนย์มากตัวเอกไม่ได้ตั้งใจทำเลย แถมเจ็บกว่าอีบูหลายเท่า
    #3,121
    0
  19. #3108 imissyousobad (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 01:00
    น้องอายุแค่16
    #3,108
    0
  20. #3097 syn1/9 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 04:11
    สาหัสจัดๆ ไม่อยากอ่านแล้ว
    #3,097
    0
  21. #3088 hellokittyy66 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 02:52
    สงสารเนย์ว่ะ
    #3,088
    0
  22. #3060 P_earn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 15:57
    บูก็โคตรเ-้ยเลยจริงๆ เ-้ยตั้งเอาเนย์แล้ว
    #3,060
    0
  23. #3042 Londar (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 16:45
    โอ๊ยยย หน่วงมาก
    #3,042
    0
  24. #3036 jk19996 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 09:07
    สงสารนย์เเต่ก็สงสารตัวเองเหมือนกันอินไรขนาดนี้อะตัวฉันร้องจนตาบวม
    #3,036
    0
  25. #3029 NY_ThunderGirl (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 21:57
    ใจจะขาดตาย
    #3,029
    0