อาคเนย์ - end

ตอนที่ 17 : Epilogue (end)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43,218
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,021 ครั้ง
    1 ส.ค. 62




EPILOGUE

 

 

เวลาไม่อาจเดินถอยหลัง

มีเพียงการเดินหน้าเท่านั้นที่เราจะได้กลับมาพบกันอีก

 

 

            “อ้าวคุณหมอ เพิ่งออกเวรมาเหรอครับ”

            บาริสต้าหนุ่มสายติสต์ทักทายด้วยรอยยิ้ม ทันทีที่ผมก้าวเข้าไปภายในคาเฟ่ร้านประจำซึ่งตั้งอยู่ข้างๆ โรงพยาบาล

            “ใช่ รู้ได้ไงเนี่ย”

            “ตาหมอแม่งโคตรแพนด้า”

            ผมหัวเราะ เงยหน้ามองป้ายเมนูบนฝาผนังซึ่งถูกเขียนด้วยชอล์ก มันค่อนข้างอ่านยากแต่คิดว่านี่อาจกลายเป็นซิกเนเจอร์ประจำร้านไปแล้วก็ได้

            ชีวิตในวัยสามสิบของผมไม่มีเรื่องน่าตื่นเต้นเท่าไหร่นัก ส่วนใหญ่ก็จะง่วนอยู่กับการทำงาน อยู่เวร และเมื่อมีเวลาว่างก็มักจ่ายมันไปกับการนอนโง่ๆ อยู่ที่ห้องเนื่องจากไม่ค่อยได้นอนเต็มอิ่มเท่าที่ควร

            “ขอเหมือนเดิมแล้วกัน”

            “นึกว่าหมอจะอยากกินเมนูใหม่ เห็นจ้องซะนานเชียว”

“ที่จ้องนานคืออ่านไม่ออกเว้ย เปลี่ยนใหม่บ้างเถอะ หรือไม่ก็ให้เด็กที่ร้านมาเขียนก็ได้”ผมแนะนำเป็นทีเล่นทีจริง รู้อยู่แล้วว่าเจ้าตัวคงไม่เปลี่ยนหรอก ซึ่งมันก็เป็นอย่างที่คิดเมื่อคนฟังส่ายหน้าหวือ

“ไม่ดีหรอก เปลี่ยนก็ไม่คูลสิ”

“โอเค ที่เป็นอยู่คูลที่สุดแล้ว”

“ประชดเก่ง เมื่อยมั้ยครับ หมอนั่งรอก่อนได้เลยนะ”

            พูดจบเขารีบหมุนตัวไปจัดการเครื่องดื่มตามที่ได้รับออเดอร์ทันที

            ตั้งแต่เริ่มทำงานอาหารการกินและชีวิตประจำวันของผมจะเป็นไปในรูปแบบที่ค่อนข้างจำเจ น้อยครั้งมากที่จะกล้าลองหรือเปลี่ยนแปลงมัน อย่างเครื่องดื่มบาริสต้าคนสนิทก็มักรู้ดีว่าช่วงเช้าผมชอบดื่มกาแฟ ส่วนช่วงเย็นในวันเลิกเวรเมนูเดียวที่สั่งคือนมน้ำผึ้งปั่น

            กินแล้วความคูลหายหมด แต่จะให้จัดกาแฟหนักๆ ก็ไม่ไหวเพราะพอกลับถึงห้อง กินข้าวเย็นเสร็จเมื่อไหร่ผมก็หลับเป็นตาย

คิดดูแล้วกัน คนคนหนึ่งต้องเริ่มทำงานตอนเจ็ดโมงเช้า เลิกห้าโมงเย็น จากนั้นก็อยู่เวรต่อตั้งแต่ห้าโมงเย็นจนถึงเจ็ดโมงเช้าของอีกวัน แทนที่จะได้พัก ไม่! ผมต้องทำงานลากยาวต่อจนกว่าจะหมดเวลาราชการ

            และก็เป็นอย่างที่เห็น โทรมเป็นศพเดินได้เลย

            ผมกวาดตามองหาที่ว่าง เวลานี้มักคลาคล่ำไปด้วยหมอ พยาบาล รวมถึงนักศึกษาที่พากันมานั่งอ่านหนังสือดังนั้นเลยไม่มีที่พอให้นั่งรอ จะเหลือว่างอยู่ที่เดียวก็ตรงบาร์ตัวยาวซึ่งมีเก้าอี้ว่างอยู่แต่กลับไม่กล้าเข้าไปรบกวน

            “นั่งได้นะหมอ คุณคนนั้นค่อนข้างสนิทกับผม” ไอ้บาริสต้าบอกราวกับรู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่

            “ไปสนิทกันตอนไหน”

            “ไม่นานครับ เขาเป็นอาจารย์ใหม่ สอนเด็กวิศวะน่ะ”

            “อ้อ”

            พยักหน้ารับรู้ให้เสร็จผมก็ตรงดิ่งไปยังบาร์ไม้ สะกิดไหล่ของผู้ชายในเชิ้ตขาวซึ่งกำลังหันหลังให้เบาๆ ก่อนอีกฝ่ายจะรีบถอดหูฟังออกพลางหันมาเผชิญหน้า

            “ครับ?”

            เวลาของผมหยุดหมุนซะดื้อๆ เมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยที่สุดในความทรงจำเข้า

            แค่วินาทีแรกที่เขาหันหน้ามาผมก็รู้ได้ในทันที ดวงตาของเขาไม่เหมือนใคร ริมฝีปากได้รูปกับจมูกรั้นๆ ราวกับคนดื้อนั่นก็ด้วยโลกนี้มีเรื่องบังเอิญที่ทำให้ต้องตกใจไม่น้อยเลย

            “ที่...ที่นั่งตรงนี้ยังว่างอยู่หรือเปล่าครับ” คำถามซึ่งค่อนข้างตะกุกตะกักส่งถึงเขา

            “อ๋อ ว่างครับ คุณนั่งได้เลย”

            “ขอบคุณมากครับ” หลังได้รับอนุญาตผมก็ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ทรงสูง ขณะสายตาลอบมองการกระทำของอีกฝ่ายไปด้วย เขากำลังให้ความสนใจกับหนังสือเล่มหนึ่งอยู่ และกระดาษหน้านั้นก็เต็มไปด้วยร่องรอยของปากกาไฮไลท์จนไม่เหลือที่ว่าง

            สมกับเป็นอาจารย์อย่างที่ไอ้คุณบาริสต้าบอกจริงๆ

            ตลอดหกปีที่ไม่เจอกัน มีคำถามมากมายผุดขึ้นมาและอยากถามเขา ทว่าพอเอาเข้าจริงกลับพูดไม่ออก นอกจากมองนาฬิกาเรือนเก่าที่เขาเคยซื้อให้เมื่อนานมาแล้วนิ่งงัน

            ติ๊ก...ต่อก...ติ๊ก...ต่อก

            เงียบมาก เงียบจนได้ยินเสียงเข็มวินาทีวิ่งวนบนหน้าปัด

            รอบข้างแทบไม่มีผลกับความรู้สึก ผมสนใจแค่เขา คนที่กลับมานั่งเคียงข้างกันด้วยความบังเอิญ

            “เอ่อ...เพิ่งออกเวรเหรอครับคุณหมอ”

            ประโยคนั้นดังก้องในโสตประสาท ผมหันขวับไปยังต้นเสียง หัวใจเต้นตึกตักอย่างบ้าคลั่ง ไม่คิดเลยว่าในระหว่างที่กำลังรวบรวมความกล้าเพื่อพูดอะไรสักอย่าง คนตัวเล็กกลับเป็นฝ่ายทักทายซะก่อน

            ที่สำคัญเขาไม่ได้เรียกชื่อผม แต่กลับเรียกอาชีพแทนตัวมากกว่า

            “ใช่ครับ”แล้วผมล่ะจะพูดอะไรต่อดี มันประหม่าไปหมด คนที่ไม่ได้เจอกันมาหกปีต้องทักทายด้วยประโยคอะไร“ส่วนอาจารย์...ก็เพิ่งสอนเสร็จเหรอครับ”

            ในที่สุดผมก็เค้นประโยคหนึ่งออกมาจนได้

            ตื่นเต้นจนไม่รู้ต้องอธิบายว่ายังไง ยิ่งในจังหวะเดียวกับที่สองหูได้รับการตอบกลับ ทุกอย่างข้างกายพลันหยุดชะงักไปอีกรอบ

            “ครับ ผมเพิ่งเริ่มต้นสอนนักศึกษาได้แค่อาทิตย์เดียวเอง”

            “เด็กๆ รักคุณมั้ย”

            “พวกเขาคิดว่าผมเป็นเพื่อนด้วยซ้ำ แทบลูบหัวกันแล้ว”

            “คุณหน้าเด็ก ไม่เหมือนคนอายุสามสิบเลย”

            แล้วเขาก็เงียบ รับฟังเพียงอย่างเดียวแต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองนอกจากหันไปให้ความสนใจกับหนังสือต่อจนผมอยากตีปากตัวเอง ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเผลอพูดอะไรผิดไป

            “คุณหมอ ฮันนี่มิลค์ได้แล้วครับ” แย่จริงๆ ที่การเจอกันของเรามันโคตรจะสั้น เนื่องจากถูกแทรกด้วยเสียงของบาริสต้าเจ้าของร้าน

            ผมหันไปให้ความสนใจกับเขา พยักหน้าเข้าใจแต่ที่ยังไม่ยอมขยับเพราะมัวละล้าละลังอยู่กับคนเคียงข้าง เราต้องได้เจอกันแน่ในเมื่อต่างคนต่างทำงานมหาลัยเดียวกันแบบนี้ ทว่าผมไม่แน่ใจ ผมไม่เคยแน่ใจเลยว่าเขายังเหมือนเดิมอยู่มั้ย

            เพราะความเหมือนเดิมนั้นคือการที่เขายินยอมให้ผมกลับเข้าไปในชีวิต

            ณ ขณะนั้นเองที่สมองสั่งการให้ผมทำอะไรสักอย่างเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ไม่ว่าจะสมหวังหรือผิดหวัง ผมก็พร้อมยอมรับมันทั้งหมด

            “ขอโทษนะครับ คือ...ผมต้องไปแล้ว”

            “อื้ม” คนตัวเล็กหันมารับคำ

            “แต่ผมมีคำถามหนึ่งอยากถามคุณ”

            “ว่ามาได้เลย”

            “คุณ...มีคนรักแล้วหรือยัง”

            “นี่เป็นคำถามที่บุคลากรร่วมสถาบันต้องการรู้เหรอครับ” เขาย้อนกลับมา สีหน้าไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอใจใดๆ หากแต่เหลือเพียงความเรียบนิ่งซึ่งสะท้อนผ่านดวงตา

            “ก็ไม่ใช่หรอก แค่อยากรู้เฉยๆ”

            “ผมมีคนรักแล้ว” ไม่ปล่อยให้ผมต้องรอคอยกับคำตอบ ในที่สุดเจ้าตัวก็ตอบกลับมา ซึ่งมันส่งผลให้ผมทำได้แค่ครางรับอย่างเดียว

            “อ้อ...”

            “แต่เราไม่ได้เจอกันมานานมาก ผมเลยหวังว่าเขาจะยังรออยู่ล่ะนะ”

            เจ้าของร่างบางเอ่ยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มพร้อมกับยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม ช่วงเวลานั้นเองที่ผมมองเห็นแหวนวงหนึ่งซึ่งถูกสวมบนนิ้วนางข้างซ้ายของเขาเข้า

            ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีกนอกจากจ้องมองกันและกัน เขายิ้ม ส่วนผมกำลังตั้งท่าร้องไห้

            ไทม์แมชชีนพาเราทั้งคู่เดินทางไปไกลแสนไกล ทว่าท้ายที่สุดแล้วเราก็เดินทางกลับมาเจอกันอีกจนได้



END

 

 

เดินทางมาถึงตอนจบแล้ว ไม่คิดว่าจะมีวันที่ได้กลับมาเขียนนิยายเรื่องเดิมในอดีตอีก

นิยายเรื่องนี้มีสามดราฟต์ค่ะ ครั้งแรกคือเขียนเมื่อปี 2558  ครั้งที่สองคือปี 2562

และครั้งที่สามคือช่วงส่งต้นฉบับให้ สนพ. หลังจากปิดต้นฉบับไปเรานอนไม่หลับค่ะ (ฮ่า)

รู้สึกว่าไม่ชอบฉาก Rape ที่เขียนเลย จึงปรึกษาทั้งคนอ่านและ บ.ก.

สรุปเราตัดสินใจแก้ฉากที่เขียนใหม่ค่ะ ถึงจะต้องแก้มันทั้งเรื่องก็เถอะ

คิดอย่างเดียวอยากให้มันเป็นอาคเนย์ในเวอร์ชั่นที่เราพอใจที่สุด แถมที่ตลกคือเรานอนหลับสนิทไร้สิ่งกังวลใจ

เหมือนได้แก้ปัญญาสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจมานาน

พอมาถึงตรงนี้ เราอยากบอกว่าขอบคุณที่กดเข้ามาอ่านอาคเนย์นะคะ

จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบเลย แถมข้อบกพร่องก็มากมาย

เราทำได้ดีที่สุดในช่วงเวลานี้ที่พาตัวละครมาถึงคำว่า ‘END’

สารภาพเลยว่าการกลับไปอ่าน Damage พิษรัก เวอร์ชั่นออริจินอลทำให้เราปวดใจ

เพราะมันแย่มากๆ แย่จนไม่สามารถอ่านให้จบได้

การกลับมาเขียนเรื่องนี้อีกครั้งถึงไม่ได้ดีมาก แต่เป็นความพยายามที่เราตั้งใจอย่างถึงที่สุด

ขอบคุณอีกครั้งที่เดินทางร่วมกันมาจนถึงบรรทัดนี้ รักเสมอ และตลอดไป

#อาคเนย์

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.021K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,363 ความคิดเห็น

  1. #3363 momo022 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2564 / 23:40
    ดีมาก ในที่สุดก็มีความสุขกันได้สักที เริ่มต้นใหม่กันน้า อยุ่กันไปตลอดชีวิตเลย ยินดีด้วยจริงๆ
    #3,363
    0
  2. #3361 Goyyy93 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 เมษายน 2564 / 17:45
    เรื่องนี้ทำเราเปียกปอนมาก เป็นราวความรักที่มันคือความรักจริงๆ

    จบแบบเรียบง่ายแต่ทำให้หัวใจฟูมากๆ
    #3,361
    0
  3. #3359 powDER._. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 เมษายน 2564 / 09:25

    มันดีมากเลยค่ะ เรามักจะได้อะไรจากนิยายของคุณเสมอ คุณเก่ง ๆ ขอให้บูรพากับอาคเนย์ใช้ชีวิตย่างมีความสุข และกับคุณด้วยนะคะ : ) ขอบคุณผลงานดี ๆ ที่ทำให้เราได้อ่านกัน ขอบคุณนะคะ : )




    #3,359
    0
  4. #3358 OoNuizqBk (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 เมษายน 2564 / 21:12
    ลุ้นทั้งเรื่องมันสนุกมากก
    #3,358
    0
  5. #3355 Saltan (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 00:03

    มีความสุขกันสักทีนะทำเอาคนอ่านลุ้นเเล้วลุ้นอีกเเต่สุดท้ายก็คุ้มค่าที่อ่านจนถึงตอนจบนี้จริงๆค่ะคือดี^.^

    #3,355
    0
  6. #3354 มังกรติสท์ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มีนาคม 2564 / 00:39
    ดี มันดีมากจริงๆ อ่านแล้วหยุดอ่านไม่ได้เลย
    #3,354
    0
  7. #3353 Xyz (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มีนาคม 2564 / 19:19

    ตาบวมฉึ่ง

    #3,353
    0
  8. #3349 Toey_tnp (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:35
    🥺🥺🥺🥺🥺 //ย่อไหว้
    #3,349
    0
  9. #3347 H2O ที่แปลว่าน้ำ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:41
    ขอบคุณนะคะเป็นนิยายที่เศร้ามากๆแต่ก็สนุกมากๆเช่นกันค่ะ
    #3,347
    0
  10. #3344 Kannikawpht (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:26
    ยินดีที่ได้รู้จักนะ บูรพา อาคเนย์ 😊
    #3,344
    0
  11. #3343 withmaBL (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:24
    แงงงงงงงง จะร้องไห้ มันพูดอะไรไม่ออก ดีใจจริงๆ
    #3,343
    0
  12. #3331 maprangpws (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:04
    คุ้มกับที่เสียน้ำตาเลยค่าาาาา:(((
    #3,331
    0
  13. #3330 JINGJOBAR (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:07
    เหนื่อยมาก หมายถึงกูเนี่ยร้องไห้เหนื่อยมาก
    #3,330
    0
  14. #3324 mook (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 21:14

    ยอดเยี่ยม

    #3,324
    0
  15. #3314 truemin-eye (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 17:57
    ดีมากเลยค่ะ ปาดน้ำตาาาาา
    #3,314
    0
  16. #3313 ผู้ชายที่ชอบทะเล (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 22:06
    จบแบบไม่บอกรัก แต่บอกรักแบบเรียบ ๆ อ้อม ๆ
    #3,313
    0
  17. #3292 thehrem (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 16:30
    มันดีมากกกค่าาาา จบแบบน่ารักกกยิ้มแก้มปริ:-):-)
    #3,292
    0
  18. #3290 nutnawapon (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2563 / 15:06
    หนูชอบมากๆๆ จะคอยติดตามนิยายของพี่ต่อไปนะคะ🥰
    #3,290
    0
  19. #3289 bluefresh (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 02:49
    ดีีีรีรค่าา
    #3,289
    0
  20. #3286 Lhilhi Jj (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 21:38
    ขอบคุณค่ะ เสียน้ำตาไปเยอะ ตอนอ่าน ทั้งเกลียดทั้งสงสารบู
    #3,286
    0
  21. #3279 PLOY_PG7 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 18:03
    แต่งดีมากเลยค่ะ อินมาก
    #3,279
    0
  22. #3278 KatCher (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 23:08
    มัน! ดี! มาก! เสียน้ำตากับเรื่องนี้เยอะมาก เรารักบูรพากับอาคเนย์มากเลย ไม่อยากให้เขาเจ็บปวดเลย แต่เขาสองคนไม่เจ็บปวดเเล้วนะ ดีใจกับความรักที่กำลังจะเริ่มขึ้นนะ รักมาก เราจะไม่ลืมพวกนายบูรพาอาคเนย์
    #3,278
    0
  23. #3259 Nielongforever9 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 21:03

    มันดีมากๆๆๆเลยค่ะเราร้องไห้แทบทุกตอนเลยบรรยายดีมากภาษาสวยและตอนจบดีมากๆจริงๆค่ะ

    #3,259
    0
  24. #3255 Kritsarawanit (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 18:23
    ไม่รู้ว่าดีแค่ไหน แต่ที่รู้ๆ นามปากกานี้ เป็นนามปากกาที่อ่านไม่เคยข้ามสักบรรทัด ขอบคุณที่มอบความสุขผ่านตัวหนุงสือในหลายๆเรื่องครับ เรื่องนี้ดีจริงๆ ได้แง่คิดอะไรหลายๆอย่างไปในตัว เป็นกำลังใจให้กุบผลงานต่อๆไปนะครับคุณนักเขียน✌️✌️
    #3,255
    0
  25. #3252 mxsquer (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 21:09
    ดีมากก บราโว่ววว ลุกขึ้นยืนปรบมืออออ ฮืออออ เขารักกันนนน
    ขอบคุณที่เขียนเรื่องดีดีมาให้อ่านนะคะ ดีมากๆถึงบางตอนจะเศร้ามากอ่านจนใจเจ็บไปหมด แต่ก็ดีมากๆเลยค่ะ เป็นกำลังใจเขียนเรื่องดีมาให้อ่านเยอะๆนะคะ ^^
    #3,252
    0