เล่ห์สวาททาสรัก พิมพ์ครั้งที่3กับส.น.พ ปองรัก

ตอนที่ 6 : มากรุงเทพฯ100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 632
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    23 ก.ค. 61


ปกเล่ห์สวาททาสรักและของแถม 100ท่านแรกเมื่อสั่งจองกับสำนักพิมพ์ค่ะ


รพี


มินตรา

ตอนที่  6 มากรุงเทพฯ

แม่ปลิกเข้าไปในครัว และปิดประตูลงกลอน หยิบโทรศัพท์ออกมาโทรรายงานคุณหญิงเครือมาศ ว่ามินตราหายดีแล้ว และรายงานทุกอย่างเท่าที่เห็น และเท่าที่รู้สึก เสียงปลายสายถามกลับมา

แล้วตกลงเขามีอะไรๆกัน เหรอยังล่ะ”

ปลิกก็ไม่ทราบหรอกค่ะคุณท่าน เพราะปลิกไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเองเลยเจ้าค่ะ ”

เออ..ฉันรู้แล้ว ถ้าแกไปเห็นเขามีอะไรกัน แกก็คงต้องไปเป็นสายลับแบบนางฟ้าชาลีแล้วละ แกก็มองดูแล้วลองรู้สึกสิ ว่าน่าจะมีมั้ย ”

มันห้าสิบห้าสิบเจ้าค่ะ แต่คุณพีน่ะเป็นห่วงเป็นใย ไม่เป็นอันทำการทำงานเลยนะคะ เฝ้าคุณมินทั้งวันทั้งคืน ถ้ามีอะไรกันแล้ว ก็ต้องเรียกว่าหลงเลยละค่ะ ”

แล้วถ้ายังไม่มีล่ะ”

ยายปลิกหัวเราะแฮะๆก่อนจะตอบ ก็คงจะรักมั้งคะ”

แกเดาส่งละสิ ”

ไม่นะคะ คุณพีไม่เคยเห็นมีทีท่าแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนที่คุณท่านส่งมาแบบนี้นี่คะ บางคนคุณพีบอกให้กลับ พอไม่กลับและตื้ออยู่ คุณพีก็หนีไปนอนที่รีสอร์ตไม่กลับมา จนต้องไปเองเลยค่ะ แต่สำหรับคุณมิน เธอน่ารักนะคะ เธอเหมือนเด็กๆที่ไม่ค่อยประสีประสา และก็ไม่ให้ท่า ทำงานอย่างเดียว และเหมือนจะคอยหลบคุณพี  คุณพีก็เลยสนใจมั้งคะ ปลิกคิดเอาเองน่ะค่ะ ”

อืมๆ ดีๆ ถ้ามินตราทำให้เจ้าพีมันดีขึ้นก็ดีสินะ จะได้เลิกเฉยชา ซึมเศร้า แล้วก็เลิกมีใครต่อใครเสียที”

 

มินตราเดินจากบ้านของตนเองช้าๆไปเรื่อยๆ เหมือนจะชมนกชมไม้ แต่ในใจนั้นครุ่นคิดสารพัดเรื่องอยู่ในสมอง เธอเลื่อนประตูออฟฟิศเข้าไป นิพิธร้องทักทันที

หายดีแล้วเหรอครับคุณมิน คนงานทำท่าจะมาเยี่ยมกันยกใหญ่ จนผมต้องเบรคไว้ ห้ามเยี่ยม ห้ามประกัน ”

ทำไมล่ะคะ มินไม่ได้เป็นนักโทษเสียหน่อยนี่ ”

ขืนผมให้ใครมายุ่มย่าม เจ้านายจะได้อัดเละน่ะสิ คุณพีเฝ้าคุณออกอย่างนั้น ผมจะกล้าให้ใครมาล่ะครับ ”

มินตรายิ้มเจื่อนๆกับคำพูดของชายหนุ่ม จริงสินะ...เขาเฝ้าเราทั้งวันทั้งคืน ลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นเขาทุกครั้ง เราอยากจะหมายความสิ่งที่เกิดขึ้นว่าความรัก แต่มันคงจะเป็นเรื่องเพ้อฝันเกินไป เขาต้องการคอยให้เราหายป่วย แล้วมีเซ็กด้วยหรือเปล่านะ หรือว่าเราบ้าคิดไปเอง เขาอาจจะเพียงสงสาร ที่เห็นเราป่วยหนักก็ได้ ทำไมนะ..เขาถึงเป็นคนที่เข้าใจยากขนาดนี้ ไม่มีสักเรื่องหนึ่ง ที่เราจะเข้าใจเขา เขาดูแลเรามาตั้งเกือบสิบวัน นอนกับเราทุกคืน และเพียงกอดเราไว้  จะมีจูบบ้างแต่ก็เป็นจูบ เบาๆที่แก้มที่หน้าผากเท่านั้น แต่เมื่อวานพอเห็นว่าเราหายดี เขาก็ทำท่าจะปฏิบัติการกับเราอีก แต่พอเราบอกว่าไม่ เขาก็ไม่  เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จนนิพิธสังเกตุเห็น ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เธอกดรับและเลื่อนประตู กระจกออฟฟิศออกไปพูดข้างนอก เสียงจี๊ดดังจี๊ดจ๊าดมาตามสาย

เป็นไงแก...เดี๋ยวนี้มีคนรับโทรศัพท์แทนแล้วเหรอ  ฉันบอกไอ้เจ้าอ๊อฟว่าแกป่วย มันโทรไปหาแกก็ถูกหวยเลยนะเว้ย คนรับบอกว่าไงรู้มั้ย”

ใครรับสายแทนฉัน อืม....แล้วเขาบอกว่าไง ” มินตราย้อนถามอย่างเร็วปรื๋อ

ไอ้อ๊อฟมันบอกว่าผู้ชายรับ และบอกว่าเมียผมกำลังป่วยอยู่ มีอะไรสั่งไว้ พอโทรไปอีกครั้ง นายคนเดิมบอกว่า คนกำลังจะเข้าด้าย เข้าเข็มกันโทรมาทำไม แหม..สามีแกนี่ร้ายจังเลยนะ ร้ายมากด้วย สงสัยจะหึงผู้ชายทุกคนที่โทรหาเมียเลยสินะ”

มินตรารู้สึกว่าหน้าชาเห่อ และนึกอายอ๊อฟ ทำไมนะเขาถึงต้องพูดแบบนั้นด้วย บ้าชะมัดเลย เธอคิดและรีบเอ่ยปฏิเสธเพื่อน  “ เฮ้ย.....ไม่ใช่ เขาไม่ใช่เอ่อ...สามีฉันนะแกจะบ้าเหรอ”

ยังไม่ยอมรับอีก แกมีอะไรกับเขาแกก็คือ...นั่นแหละ..ไม่ใช่ได้ยังไงยะหล่อน ฉันโทรไปหาแก เขารับเขายังบอกกับฉันว่า มินป่วยครับตอนนี้ผมให้ทานยาแล้วก็เช็ดตัวให้แล้ว ถ้าไข้ลดแล้ว ผมจะให้โทรกลับนะครับ ตกลงให้เช็ดเนื้อเช็ดตัวไม่ใช่ผัวเหรอไงยะ ในที่สุดแกก็ยังซื่อบื้ออยู่อีกนะ เขาประกาศแล้วว่าแกเป็นเมียเขา แล้วเป็นไง..หายดีแล้วเหรอเพื่อน ”

จี๊ด.....แกฟังฉันก่อนสิ ฉันก็พูดไม่ถูกนะ หลังจากวันที่ฉันเล่าให้แกฟัง ฉันก็กำลังจะกลับมากรุงเทพฯ แต่เขามาตามฉันกลับไป แล้วฉันก็กำลังไม่สบายมาก เขาต้องพาไปหาหมอ หมอบอกว่าเป็นไข้หวัดใหญ่น่ะ เขาก็ดูแลพยาบาลมา จนฉันหายดี แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรฉันอีก ฉันบอกไม่ถูกเหมือนกัน ว่าเขาจะเอาอย่างไงกับฉัน ฉันดูเขาไม่ออกว่ะ ”

เออ...ฉันเห็นใจแกว่ะ ดูๆเขาไปก่อนก็แล้วกัน การที่ทำให้ใครรักสักคนมันก็ยากเหมือนกันนะต้องใช้เวลากันหน่อย แต่ถ้าจะทำให้เกลียดก็ไม่ยาก ใช้ความพยายามหน่อยสิเพื่อน เพื่อแกจะได้เป็นคุณผู้หญิงของภาสกรณ์พงศ์ ”

ฉันไม่คิดไกลไปขนาดนั้นแล้วละ แค่อยู่ให้ครบปี อย่างที่คุณท่านบอกก็พอ ฉันจะได้พอมีเวลาได้หายใจอีกเฮือกหนึ่ง”เธอบอกเพื่อนรักอย่างที่คิด

เมื่อวางสายลงแล้ว เธอเดินกลับเข้าไปข้างในในขณะที่นิพิธเดินสวนออกมา ยิ้มให้เธอนิดหนึ่งแต่ไม่พูดอะไร เธอจึงเดินเข้าไปพบเขา ที่ยืนหน้าตึงคอยอยู่ พร้อมทั้งจ้องหน้าเธอด้วยสีหน้า เย็นชาเงียบขรึม ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนๆ 

เป็นยังไงคุยกับคนรู้ใจของคุณ รู้เรื่องหรือยังล่ะโทรมาชวนกลับเหรอไง ”

ฉันยังไม่มีใครเป็นคนรู้ใจหรอกค่ะ อย่ามาหาเรื่อง ”เธอตอบพร้อมทั้งปรายตาค้อนเขา

เห็นโทรมาหาดึกๆดื่นๆ พูดไม่รู้เรื่อง บอกว่าไม่สบายก็ยังจะขอคุยด้วย”

มินตราเอ่ยถามด้วยสีหน้าบึ้งตึง ปรายตาค้อน คุณก็เลยบอกว่ากำลังเมคเลิฟกันอยู่ใช่มั้ยคะ ”

ไม่เห็นแปลกนี่ ผัวเมียกันก็ต้องเมคเลิฟกันเป็นเรื่องธรรมชาติอยู่แล้ว ” เขาเอ่ยหน้าตาเฉย มองหน้าเธออย่างผู้มีชัย จนเธอค้อนเขาขวับ เขาเอ่ยพูดขึ้นต่อ ผมให้คุณนิพิธไปทำหน้าที่คุณ จนกว่าจะหาผู้จัดการไร่คนใหม่ได้ ”

ตกลงจะให้มินออกใช่มั้ยคะ”

คุณมาเป็นเลขาของผมที่นี่ มานั่งทำงานตรงนี้ และก็มีหน้าที่ติดตามผม ไปทุกหนทุกแห่งที่ผมไปทำงาน ผมมีงานที่อื่นอีกหลายที่นะ คุณทำสัญญามากับ บริษัทภาสกรณ์พงศ์ ปีหนึ่งไม่ใช่เหรอ และต่อไปนี้ห้ามแทนตัวเองว่าฉันอีก ” เขาพูดเป็นการเป็นงานขึ้นมา และปรายตามองเธอ

เธอสะบัดเสียงใส่ มินเรียนจบเกษตรมาค่ะไม่ได้จบเลขา ”

อ่านออกเขียนได้ บวกลบเลขเป็น อ่านภาษาอังกฤษออก พูดภาษาไทยรู้เรื่องก็โอเคแล้วละ เลขาผมน่ะไม่ต้องทำอะไรมากหรอก แค่อยู่ใกล้ๆเจ้านายก็พอแล้ว ”

แล้วไงอีก ” เธอเอ่ยรวนเขาขึ้น ซึ่งเขาก็รู้ว่าเธอแกล้งรวน

แล้วก็ทำอย่างที่ผมสั่งให้ทำ ทุกอย่างที่ผมอยากให้ทำ ”

เช่น”

แล้วคุณก็จะรู้เองเมื่อเริ่มทำงาน เดี๋ยวไปกรุงเทพฯกับผม”

เธอก้มมองตนเองในกางเกงยีนส์ เสื้อเชี๊ต เขาเอ่ยขึ้นเหมือนจะรู้ในความรู้สึกของเธอ มีเสื้อผ้าที่ดูดีกว่านี้มั้ย ”

เธอรีบส่ายหน้า และรวนกลับ ไม่มีหรอกค่ะมีแต่ชุดแบบนี้ ไปได้เหรอเปล่าล่ะ ”

ไป...ไปขึ้นรถ ”

รพีเอ่ยห้วนๆและพาเธอออกเดิน ไปที่รถเปิดประตูรถให้ขึ้นไปนั่งและพาเดินทางเข้ากรุงเทพฯ  มินตรานั่งเงียบมองออกไปนอกรถ เหม่อมองดูสองข้างทาง คิดสับสนกับชีวิตตนเองไปเรื่อยๆ แล้วตกลงเขาจะเอายังไงกับเราต่อไปนะ เธอคิดและถอนหายใจเฮือกมาจนรพีหันมา

หนักใจมากเหรอ ที่ต้องเดินทางมากับผม ”

เธอหันมองหน้าเขานิดหนึ่ง  ไม่ได้หนักใจอะไรนี่คะ ”

จะไปบ้านมั้ยจะพาไป ”

สายตาเธอมีประกายยินดีขึ้นทันที  แต่แล้วก็เอ่ยออกมา เอ่อ....แต่ว่าอย่าเลยค่ะไปทำธุระของคุณดีกว่า ”

มีความลับอะไรที่บ้านเหรอ ผัวก็คงรู้ไม่ได้สินะ ” เขาเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเรียบๆ

มินตราหันขวับไปมองหน้าเขาอย่างนึกเคือง ซึ่งเธอก็เห็นเพียงสีหน้าเรียบเฉย เป็นปรกติและมองตรงไปข้างหน้า มินตราจึงเอ่ยถาม ด้วยเสียงที่ออกอาการหมั่นไส้

  “คุณคิดว่าคุณเป็นสามี ของผู้หญิงทุกคนที่คุณมีอะไรด้วยเหรอคะ”

เสียงของหญิงสาวที่ตะหวัดเข้ม บ่งบอกความรู้สึกโดยที่เขาไม่ต้องหันหน้ามามอง รพีเอ่ยเสียงเรียบๆเป็นปรกติด้วยเช่นกัน แต่คำพูดของเขาทำให้เธอต้องนิ่งอึ้ง

 ก็คิดสำหรับคนที่ไม่ได้มาขายบริการเท่านั้น หรือว่าคุณมาขายก็บอกมา จะได้ไม่เรียกว่าเมียอีก ”

เธอนิ่งอึ้งจนเขาต้องปรายตา หันมามองเธอนิดหนึ่ง เขาเห็นเธอเมินหน้าหนีเหมือนจะซ่อนความรู้สึก และโต้กลับอย่างหมั่นไส้ 

ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่เต็มใจที่จะมีอะไรด้วย จะต้องให้รับผู้ชายคนนั้นเป็นสามีด้วยเหรอไงล่ะ”

เขาก็โกรธเธอด้วยทันทีเหมือนกัน ผมอาจจะโง่ไปหน่อยมั้ง ที่คิดว่าผู้หญิงที่นอนกกนอนกอด และยังพร่ำเรียกชื่อมาหลายคืน ไม่ได้ยอมรับว่าเป็นผัว ผมคงเป็นผัวชั่วคราวสินะ เห็นว่ายังเวอร์จิ้นก็เลยแอบปลื้มว่าเขาจะคิดได้ว่ามีผัวแล้ว แต่ไม่คิดก็ไม่เป็นไร” เขาเอ่ยขึ้นและยักไหล่น้อยๆ

เธอหันขวับมาทุบเขาที่แขนทันที ทั้งโกรธทั้งอาย จนบอกไม่ถูกหน้าตาแดงก่ำ คุณอย่ามาโมเมว่าฉันเรียกชื่อคุณนะ ฉันไม่ได้เรียกเสียหน่อย ”

อ้อ...เหรอ....ก็ตอนที่เมคเลิฟกันน่ะ คุณยังเรียกชื่อผมตลอดเวลาเลยนี่ ตอนนั้นคงจะคิดถึงแต่ผมสินะ หรือว่าตอนนี้ลืมไปแล้ว เขาว่าผู้หญิงลืมง่าย ก็ถ้าจะจริงแฮะ..... เขาเอ่ยพร้อมกับหัวเราะหึๆในลำคอ และยังปรายตาหมางเมิน มองมาที่เธออีกด้วย

มินตราสะบัดหน้ากลับมา กัดริมฝีปากตนเองไว้ อย่างนึกโกรธตัวเองเป็นที่สุด เราบ้าหรือไงนะ ที่จำตอนนั้นไม่ได้ ทำไมนะถึงไม่รู้สึกตัวเลยว่า เขาทำอะไรบ้าง นอกจากโลมไล้  และเขาก็คงไม่ได้วางยาเราเสียหน่อย เรารู้สึกแต่ว่าเขาเหมือนกำลังจะ..เท่านั้น และถ้าเขายังไม่ได้มีอะไรกับเรา แล้วหลายคืนที่ผ่านมาล่ะ เขาไม่ทำอะไรเลย นอกจากกอดจูบบ้างเท่านั้น หรือว่าเขาได้แล้วก็ไม่เห็นจะต้องรีบร้อนอะไรอีก  ใช่....คงอย่างนั้นจริงๆ เขาชนะแล้วนี่..จะต้องรีบอีกทำไม เมื่อไหร่เราก็ต้องโอเคอยู่แล้ว เธอนิ่งคิดอย่างเจ็บใจ เขาหันมาเอ่ยขึ้นอีก เมื่อเห็นว่าเธอเงียบไป

ถ้าลืมไปแล้วก็ไม่เป็นไรหรอกนะ เราจะทบทวนความจำกันบ่อยๆ  คุณจะได้รู้ว่า คุณเรียกชื่อผม ตอนที่เราเมคเลิฟกันหรือเปล่า จะได้ไม่มาว่าผมโมเมอีก ”เขาเอ่ยพร้อมกับปรายตามามองเธอ ซึ่งเธอก็หันขวับมามองเขาทันที

ใครบอกว่าเราจะมีครั้งที่สองในเมื่อฉันก็ไม่ได้ขายบริการ ตอนนั้นของเรามันอาจจะเป็น แค่อุบัติเหตุเท่านั้นก็ได้ มันจะไม่มีอุบัติเหตุซ้ำอีกหรอกค่ะ คุณลืมเรื่องวันนั้น และเราก็เป็นเพียงนายจ้างกับลูกจ้าง กันเท่านั้นก็พอนี่คะ และถ้าคุณอยากจะมีอะไรกับใคร ก็ไปหาผู้หญิงบริการก็แล้วกันยกเว้นฉันไว้สักคน ”

อืม..ก็เป็นความคิดที่ดีนะ ที่คิดว่ามันเป็นอุบัติเหตุน่ะ เข้าใจคิดดีนี่...แล้วก็จับตัวเองใส่ตะกร้าล้างน้ำไปหลอก แฟนคุณว่าเวอร์จิ้นเหรอ แต่นายคนนั้นเขาคงรู้แล้วละ เพราะวันที่เขาโทรมา ผมก็บอกเขาไปแล้วว่า เรากำลังจะ..อืม..ทำอะไรๆกันอยู่ เขาคงรู้แล้วละ เสียใจด้วยนะ ที่คุณตอนนี้คงราคาตกแล้วละ ”

ไอ้บ้า ไอ้คนบ้า นายอยากจะบอกใครต่อใครก็ตามใจ ฉันไม่สนหรอก ฉันก็จะไม่หลอกใครหรอก ว่าฉันบริสุทธิ์  ถ้าใครจะรักฉัน ก็รักตรงที่ฉันเป็นอย่างนี้ ”

จริงนะ...ต่อไปนี้ผมก็จะบอกใครต่อใครว่าคุณคือผู้หญิงของผม ”

มินตราโมโหจนตัวสั่น และโพล่งออกไปทันที บอกไปเลย อยากบอกใครก็บอก บอกว่าฉันเป็นเมียคุณ บอกว่าฉันเสียความบริสุทธิ์ให้กับคุณ บอกไปได้เลยว่าฉันเสียท่าคุณเพราะฉัน ซื่อบื้อ ฉันปัญญาอ่อน ฮือๆ” เธอพูดพลางร้องไห้ออกมาเหมือนเด็กๆ จนเขาต้องหันมามองและอมยิ้มน้อยๆ หัวเราะหึๆ

โอเคๆไม่เป็นไร ต่อไปนี้ผมจะบอกใครทุกคน ที่เราพบเลยนะว่าคุณเป็นเมียผม ไม่ต้องเสียใจหรอกน่า ผมยอมรับอยู่แล้ว ” เขาแกล้งรับสมอ้างหน้าตาเฉย 

บอกไปเลย  อยากบอกใครก็บอกไป ฉันไม่อายอยู่แล้ว ฉันมันเป็นเมียคุณจริงๆนี่ แล้วก็หัดรับผิดชอบในคนที่คุณเรียกว่าเมียด้วยก็แล้วกัน ไอ้คนบ้า ไอ้คนหื่น บ้ากาม ติดเซ็กส์ ” เธอรัวคำพูดออกมาทั้งที่ยังสะอื้น

ได้เลยที่รัก แล้วตกลงเมียเขาจะด่าว่าผัวแบบนี้น่ะเหรอ  ผมสงสารตัวเองจังเลย ที่มีเมียปากร้าย ด่าเก่ง ด่าเป็นชุดๆ อืม..ผู้หญิงแบบนี้ผมยังไม่เคยเจอเลยนะ เร้าใจดีจัง  ” เขายังคงยั่วเธอต่อ

ฮือๆฉันก็สงสารตัวเอง ที่มีผัวเป็นคนกะล่อน บ้าเซ็กส์ วันๆคิดแต่จะเคลมผู้หญิง ” เธอเอ่ยว่าเขาด้วยเสียงที่ยังสะอื้น เขาก็โต้กลับอย่างใจเย็น น้ำเสียงเหมือนจะขันๆ

อืม....งั้นเราก็สมกันเนอะ เมียปากร้าย ผัวบ้าเซ็กส์  ผมกลัวอย่างเดียวว่าเวลามีเซ็กส์กัน ต่อไปนี้คุณจะไม่เรียกชื่อผม แต่จะด่าผมไปด้วย อืม....แต่ก็ดีนะ เราน่าจะลองทบทวนความจำกัน เผื่อจะมีบทเรียนใหม่ๆ ผัวก็เมคเลิฟเมียก็ด่าไปด้วย แค่คิดก็เริ่มจะมีอารมณ์ซาดิสแล้วละ ”

คุณก็เข้าตำราปลาไหลใส่เสก็ตลื่นไปได้ทุกเรื่อง คนซื่อบื้ออย่างฉัน ยังไงก็ไม่มีวันเถียงชนะคุณหรอก ” เธอเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่ยังเครือสะอื้น พร้อมกับใช้หลังมือ ขึ้นปาดน้ำตาบนแก้ม

ปากร้ายได้ใจแบบนี้อยู่กันยืดดีนะ ผู้หญิงก็ร้าย ผู้ชายก็เลว สมกันดีออก ”

ปีหนึ่งเท่านั้น พอหมดสัญญา ฉันก็จะไม่ทำงานกับคุณจำไว้นะ”

ปีหนึ่งก็คุ้มน่ะ รับรองผมไม่ยอมขาดทุนหรอก ”

คุณยังไม่ได้ลงทุนอะไรกับฉันสักหน่อย ”

โถที่รัก....ลงทุนประคบประหงม ป้อนข้าวป้อนน้ำ เช็ดตัวทาแป้งให้มาตั้งหลายวัน ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยปรนนิบัติพัดวี ใครอย่างนี้เลยนะ แล้วจะว่าไม่ลงทุนได้ยังไงล่ะ ” เขายังคงยั่วเธอต่อ

มินตรานิ่งเงียบไม่ตอบโต้อะไรกับเขาอีก และลอบปรายตามองหน้าเขานิดหนึ่ง เธอเห็นเขาเหมือนจะอมยิ้มในสีหน้าน้อยๆ ซึ่งทำให้เธอนึกเคืองเขานัก ที่เขาเหมือนแกล้งยั่ว  เธอจึงแกล้งหลับตานิ่งๆยุติการพูดคุยกับเขา และในที่สุดก็หลับลงจริงๆ จนเขาต้องปลุก เมื่อใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง

นี่คุณ....ตื่นได้แล้ว หลับน้ำลายไหลแล้ว รู้ตัวเหรอเปล่า ” เธอรีบแตะแก้ม และริมฝีปากตนเองก็รู้ว่าเธอโดนหลอก หญิงสาวจึงค้อนเขาขวับหนึ่ง

เมื่อหันไปมองข้างหน้าเมื่อเขาจอดรถสนิท เธอก็ต้องเบิ่งตากว้างขึ้นอย่างตกใจ พร้อมกับกลืนน้ำลายลงคอเอื้อก เมื่อเห็นว่าเขาพาเธอมาที่บ้าน ภาสกรณ์พงศ์  เอาแล้วสิ.....ความลับต้องแตกวันนี้แน่เลย เขาต้องรู้ว่าเธอก็ไปหาผลประโยชน์ เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆเหมือนกัน และถ้าเขารู้..... ต่อไปนี้เขาก็คงจะเสียดสีแดกดันว่าเรา ให้เจ็บใจยิ่งกว่านี้อีก และก็อาจจะโยนเงินให้ และไล่กลับเหมือนคนอื่นอีกก็ได้ เราจะทำยังไงดี เธออยากจะวิ่งหนีเขาไปให้พ้นๆ  แต่เมื่อหันไปมองหน้าเขา เขาก็กำลังจ้องมองเธออยู่เหมือนจะจับผิด

เคยมาที่นี่แล้วไม่ใช่เหรอ ” เขาเอ่ยถามแล้วจ้องหน้าเธอนิ่งๆ

 “บ้านใครล่ะ จะเคยมาได้ยังไง ” เธอกะล่อนไปเรื่อยเปื่อย และแสร้งกราดสายตามองไปรอบๆเหมือนไม่เคยมา

เขาคว้าข้อมือเธอจูงเหมือนเธอเป็นเด็กๆ เธอพยายามดึงกลับแต่เขาก็ยิ่งจับแน่น จนเธอต้องเอ่ยถาม ทำไมต้องจับเสียแน่นขนาดนี้ด้วยล่ะ เจ็บนะ ”

งั้นเราจะจับมือกัน เหมือนเป็นคู่รักกันดีมั้ย สวีทสักนิดนะมินตรา ผมจะทำเหมือนกับเรากำลัง อินเลิฟน่ะ ”

ทำไมต้องทำด้วยล่ะ ”

อืมน่า ผมอาจจะกำลังอินเลิฟจริงๆก็ได้นี่ ”

ก่อนที่เธอจะเอ่ยตอบ เขาก็กุมมือเธอและส่งสายตาหวาน ระยิบระยับส่งมาให้ ยกมือเธอขึ้นมาจุมพิตนิดหนึ่ง หญิงสาวแก้มแดงเรื่อขึ้น หญิงสาวกลางคนซึ่งคงจะเป็นแม่บ้าน เดินมายอบตัวลงนิดหนึ่ง และเอ่ยอย่างนอบน้อมกับเขา

คุณท่านอยู่ในห้องทำงานค่ะคุณพี ”

เขาพยักหน้าขรึมๆให้อย่างรับทราบ หญิงนางนั้นซึ่งมินตราเคยเห็น เมื่อมาพบคุณหญิงมองเธอนิดหนึ่ง และเดินเลี่ยงหลบไป เขาจับมือเธอเดินเข้าไปในห้องทำงานของคุณหญิง และเอ่ยขึ้น เมื่อหญิงชราเงยมองมาที่เขาและเธอเหมือนจะตกใจน้อยๆ

เซอร์ไพร้ท์ครับคุณย่า สาวน้อยปากจัดคนนี้ที่คุณย่าส่งไป สุดยอดเลยครับ ” เขาเอ่ยตีขลุมขึ้นทันที

แต่คุณหญิงเครือมาศไม่ตกหลุมพรางของหลานชาย ท่านมีสีหน้าปรกติ พร้อมทั้งขมวดคิ้วมุ่น และขยับแว่นนิดหนึ่ง มองมาที่เขาและเธอ เอ่ยถามด้วยสีหน้างงๆ

ใครส่งใครไป แล้วพาใครมาล่ะ ” คุณหญิงถามหลานชาย และพยักหน้าตอบรับ  เมื่อมินตราน้อมกายลงทำความเคารพ

ก็สาวน้อยคนนี้ คุณย่าส่งไปให้พีไม่ใช่เหรอ ที่ไปเป็นผู้จัดการไร่น่ะ แต่พีจัดการกับเธอเรียบร้อยแล้ว เปลี่ยนตำแหน่งให้ใหม่ ตอนนี้ให้มาเป็นเลขาของพีแล้วละ คนนี้ผมถูกใจนะครับคุณย่า ”

คุณหญิงเครือมาศแสร้งมองสำรวจเธอ ย่าไม่ได้ส่งใครไปสักหน่อย ถ้าจะส่งก็คงเป็นคุณวีระ ผู้จัดการฝ่ายบุคคลต่างหากไม่เกี่ยวกับย่าเสียหน่อยนี่ ”

พีไม่เชื่อคุณย่าหรอก แต่พีไม่รู้เหตุผลของคุณย่า ที่ส่งผู้หญิงปากร้ายคนนี้ไปให้พี แต่ก็โอเคนะพีชอบ คุณย่าคงต้องจ่ายให้เธอเยอะๆแล้วละ ”

ตาพี....ปากเราน่ะร้าย ไม่ใช่คนอื่นร้ายหรอก พูดอะไรคิดถึงใจคนฟังเขาบ้างสิ เขาจะคิดยังไง ตีราคาคนเป็นเงินไปหมดอย่างนี้ไม่ได้นะพี  ” ท่านเอ่ยเตือนหลานชาย และมองหน้ามินตรา ที่จืดเจื่อนอย่างนึกสงสาร รพียิ่งเริ่มแน่ใจว่าเธอคนนี้ เป็นคนที่คุณย่าเขาเห็นดี และส่งเธอไปให้เพียงแต่เขาไม่รู้เงื่อนไขเท่านั้น

เขาจึงเอ่ยขึ้นกับคุณหญิงย่า โถคุณย่าพีพูดเล่นน่ะ ที่รักของพีไม่โกรธพีหรอกใช่มั้ยจ๊ะที่รัก”

 เขาพูดจบก้มลงหอมแก้มเธอต่อหน้า คุณหญิงเครือมาศนิดหนึ่ง และเอ่ยต่อ คุณอยู่ที่นี่คุยกับคุณย่าก่อนนะ ผมจะขึ้นไปข้างบนไปหาเอกสารน่ะ รอผมอยู่ที่นี่นะที่รัก เดี๋ยวผมมา ”

เขาเดินลับกายไปแล้ว เธอยังแก้มแดงซ่านอย่างเขินอาย จนคุณหญิงนึกขำในใจ และรีบกระซิบถาม เป็นไงหนูมิน เจ้าพีมันบอกรักหนูหรือยังล่ะ ท่าทางมันรักหนูแล้วนี่  ถ้าสำเร็จไปขั้นหนึ่งอย่างนี้ ฉันก็จะคืนโฉนดที่ดินให้หนูกับแม่นะ และถ้าหนูทำให้มันแต่งงานกับหนูได้ หนูก็ไม่ต้องมาใช้หนี้อะไรอีก เพราะหนูก็จะได้ มาเป็นหลานสะใภ้ของฉัน ว่าไง..มันบอกว่าไงบ้าง เล่าให้ฟังหน่อยสิ  แล้วหนูมีอะไรกับมันเหรอยัง บอกมาไม่ต้องอายหรอก ”

เธอมีสีหน้าจืดเจื่อนลงไปอีก ก่อนที่จะเอ่ยเล่า   คุณพีไม่ได้บอกรักมินเลยค่ะคุณท่าน มินไม่ทราบว่าคุณพีคิดยังไงกับมิน แล้วมินก็ไม่ทราบว่า มินเป็นของคุณพีเหรอยังค่ะ ”

อ้าว...เธอจะไม่รู้ได้ยังไง ว่าเธอเป็นของตาพีเหรอยังไม่เป็น ” คุณหญิงถามด้วยความฉงนสนเท่ห์  มองหน้าหญิงสาวค้างนิ่งอยู่นาน

มินตราทำสีหน้าแหยๆ แก้มแดงปลั่งก่อนจะเอ่ยเล่า คือวันนั้น มินไม่สบายมากน่ะค่ะ และคุณพีก็คงให้ทานยาแก้ไข้ พอตื่นมาตอนเช้า มินก็นอนอยู่กับคุณพี มินก็กอดคุณพีและคุณพีก็ยังกอดมินอยู่บนเตียง พอมินถามว่าคุณพีว่าข่มขืนมินใช่มั้ย คุณพีก็ยอมรับน่ะค่ะ แต่มินไม่ได้ตั้งใจ ให้มันเกิดเรื่องแบบนี้นะคะคุณท่าน ”

เอ่อ...อืม...ฉันเข้าใจ แล้วตกลงมันข่มขืนเธอเหรอเปล่าล่ะ ”

มินไม่ทราบค่ะ มันเหมือนฝันว่าจะใช่  แต่มินก็เบลอเพราะเป็นไข้ แล้วก็คงเพราะฤทธิ์ยาแก้ไข้ มินก็เลยไม่ทราบค่ะคุณท่าน ”

คุณหญิงยิ่งมีอาการงงงันจนต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน และเอ่ยถามขึ้นอีก เธอน่ะบริสุทธิ์ไม่ใช่เหรอ ถ้ามันข่มขืนเธอละก็ เธอก็ต้องเจ็บต้องปวด เป็นไข้เป็นหนาวบ้างละ ”

คงจะใช่น่ะค่ะ เพราะมินปวดเนื้อปวดตัวไปหมด และเป็นไข้หนัก จนต้องไปหาหมอ ” เธอเอ่ยเล่าด้วยสีหน้าเจื่อนลงเรื่อยๆ และก้มหน้าลงน้อยๆ

เฮ้อฉันหมดปัญญาจะซักเธอแล้วละมินตรา เธอเองยังไม่รู้แล้วใครจะรู้ล่ะ ”

เอ่อ....ก็คุณพีไงคะคุณท่าน คุณพีต้องรู้ดี ”

แค่นี้เจ้าพีก็สงสัยว่าฉันวางแผน ถ้าฉันไปถาม เขาจะได้รู้น่ะสิ เมื่อกี้มันแกล้งซ้อมค้างฉันไม่ได้ยินเหรอ ”

แล้วคุณท่านจะให้มินทำยังไงต่อไปล่ะคะ เกิดมินยังไม่ได้เป็น แล้วโดนคุณพีหลอก มินมิต้องยอมเป็นแบบเลยตามเลยเหรอคะ” มินตราถามด้วยสีหน้าใสซื่อ จนคุณหญิงต้องบอกกับตนเอง

เออ...แม่คนนี้ก็สุดจะซื่อบื้อ ไม่รู้เรื่องเพศเอาเสียเล้ย  หรือว่า....คงจะเป็นตอนที่ป่วยเป็นไข้หนัก ก็เลยไม่รู้ว่าตัวเอง เป็นเมียเจ้าพีหรือยังไม่ได้เป็น แต่เจ้าพีก็ดูมีสีหน้าดีขึ้น แววตาสดใสขึ้นไอ้ความซื่อบื้อไม่ประสาของแม่คนนี้ กับผู้ชายที่เจนโลกีย์อย่างเจ้าพีนี่ ใครจะปราบใครอยู่หมัดกันนะ เราคงต้องวางแผนการต่อแล้วละ

คุณหญิงจึงเอ่ยกับเธอ งั้น...หนูก็ต้องทำเป็นไม่ยอมมันอีกนะ ดูสิมันจะทำยังไง ให้มันขอแต่งงานให้ได้ ”

มินตราถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง และส่ายหน้าน้อยๆ คงจะยากน่ะค่ะคุณท่าน  มินคงไม่ได้อยู่ในสายตาจนถึงกับ คุณพีจะขอมินแต่งงานหรอกค่ะ ”

อืมน่ะ.....อย่ายอมอีก เล่นตัวเอาไว้ให้ถึงที่สุด เชื่อฉันสิ ”

ค่ะ..มินจะพยายาม ตอนนี้มินก็พยายามอยู่แล้วค่ะ” เธอเอ่ยสารภาพ จนคุณหญิงถึงกับต้องอมยิ้มออกมากับคำพูดตรงๆของมินตรา

ดีจ้ะ ฉันชอบเรานะมินตราและไม่รังเกียจ ฉันอยากได้หนูมาเป็นหลานสะใภ้จริงๆ ผู้หญิงเรามีวิธีจัดการกับผู้ชายอีกตั้งหลายวิธีนี่ มารยาหญิงมีหลายเล่มเกวียนงัดออกมาใช้  ฉันมีหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง เผอิญไปเห็นเข้าที่ร้านหนังสือน่ะ  เห็นว่ามันน่าสนใจดี  ฉันก็เลยซื้อเก็บไว้ให้เธอ เก็บเอาไว้อย่าให้เจ้าพีมันเห็นนะ ”

 ท่านส่งหนังสือเล่มเล็กๆ ไม่หนามากให้เล่มหนึ่ง และบอกให้เธอเก็บไว้ มินตรารีบรับมาและรีบใส่ลงกระเป๋าถือ คุณหญิงเอ่ยขึ้นอีก

 แล้วถ้าเกิดมันเกิดพลาดพลั้งขึ้นมา เธอก็ต้องอ่านวิธีที่จะ เอาเจ้าพีให้อยู่หมัดให้มันหลงเธอให้ได้ ไปอ่านเสีย แล้วก็ให้คิดไว้ว่าน้ำตาลใกล้มดน่ะ มดมันจะอดได้เสียที่ไหนล่ะ อย่าซื่อบื่อนักล่ะเราน่ะ ”


*ในเมื่อหลานชายมั่นใจว่าคุณหญิงย่าส่งมินตราไปให้ คุณหญิงจะมีลูกไม้อะไรมาแก้เกมหลานชายตัวแสบ และมินตราจะเอาตัวรอดไปได้สักกี่น้ำ มาติดตามกันในตอนหน้านะคะ รับรองความสนุกค่ะ @มาเป็นแฟนพันธ์แท้&อย่าลืมส่งกำลังใจกันมาบ้างนะคะ มีหนังสือเล่มนี้สมนาคุณน้องๆค่ะ*



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

39 ความคิดเห็น

  1. #31 Ple411 (@Ple411) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 11:25

    นางเอกซื่อบื้อจริงๆแต่ก็ซื่อแบบน่ารัก

    #31
    0
  2. #11 tookta12 (@tookta12) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 20:35
    ปากหนักไว้ค่ะคุณย่า
    #11
    1
  3. #10 tookta12 (@tookta12) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 20:35
    คุณย่าสู้ๆๆๆ
    #10
    0
  4. #9 prapinsaejeng (@prapinsaejeng) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 18:05

    ลุ้นๆว่าความลับจะแตกไหม

    #9
    0