เล่ห์สวาททาสรัก พิมพ์ครั้งที่3กับส.น.พ ปองรัก

ตอนที่ 15 : ความบื้อของมินตรา100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 432
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    12 ก.ย. 61


เล่ห์สวาททาสรัก วางแผงที่ซีเอ็ด&นายอินทร์ทุกสาขาทั่วประเทศแล้วนะคะ




รพี


มินตรา


ตอนที่ 15 ความบื้อของมินตรา

มินตราเริ่มเดินไปเรื่อยๆ ข้ามสะพานแขวนเล็กๆไปที่น้ำตกตามเกาะแก่ง และมุมลับตามีหนุ่มสาวกอดรัดฟัดเหวี่ยงกอดจูบกันเป็นคู่ๆ ทำให้หญิงสาวต้องเดินเลี่ยงหนี...สงสัยเราจะเข้ามาอย่างผิดกาละเทศะเสียแล้ว  ก็ถ้าเกิดมีผู้ชายที่ไร้คู่อย่างเรา มาพบเราเดินอยู่ตามลำพัง สงสัยเราจะได้คู่โดยไม่ได้ตั้งใจ...มินตรานึกถึงความปลอดภัยของตนเองท่ามกลางป่าเขา และรีบเดินกลับมาทางเก่า เพราะวันธรรมดาที่ไม่ค่อยมีคนขึ้นมาเที่ยว เงียบเชียบเสียจนได้ยินแต่สรรพสำเนียงของสัตว์ ที่ร้องโหวกเหวกโดยไม่เห็นตัว แต่ก็ชื่นใจกับบรรยากาศสงบแบบนี้เหลือเกิน เธอเดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์สัตว์ป่า ดูสิงสาราสัตว์ที่ถูกสตาฟ ถูกดองไว้ และยังเดินชมของที่ระลึกที่มีไว้จำหน่ายนักท่องเที่ยว อย่างเพลิดเพลิน

เมื่อท้องเริ่มร้องหาอาหาร หญิงสาวเดินไปที่ร้านค้าเพื่อหาข้าวรับประทาน เพราะตนเองยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย และนี่ก็บ่ายแล้ว เธอทานข้าวอิ่มและเดินเอื่อยๆไปรอบๆบริเวณอีกครั้ง  มีป้ายบอกทางที่จะขึ้นไปน้ำตกเหวสุวัตร เธอถามเจ้าหน้าที่ ถึงทางไปน้ำตก แต่ก็ถูกเตือนว่า ทางขึ้นเขาชันขับรถลำบาก อันตราย เพราะเห็นว่าเธอมาคนเดียว และเธอก็คิดว่าเธอก็คงไม่กล้าขึ้นไปหรอก เพียงแต่อยากรู้ว่าอีกไกลมากมั้ยเท่านั้น เจ้าหน้าที่ยังเอ่ยปากเตือน

อืม...อย่ากลับให้เย็นนักนะครับ เกิดรถเสียกลางทางจะลำบาก แล้วเย็นๆอาจจะมีสัตว์ใหญ่ ขึ้นมาเดินบนถนนด้วยนะครับ ”

มินตราพนมมือไหว้ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้นั้น และเดินชมนกชมไม้ปล่อยอารมณ์ที่เย็นลงเรื่อยๆ แต่เมื่อเหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือก็ใจหาย.. นี่เราบ้าหรือเปล่าสี่โมงเย็นแล้ว หกโมงอุทยานก็จะปิด อากาศที่นี่ท่าทางจะเย็นเร็วกว่าปรกติ คนเริ่มขับรถกลับกันแล้ว เราจะทำยังไงดี

รพีนั่งนิ่งเงียบอยู่ในบ้านริมเขื่อนของมินตราอยู่พักใหญ่ เมื่อนิพิธลากตัวแพงลงไปแล้ว และปิ๊กก็เข้าประคองพี่สาว ซึ่งคงจะบอบช้ำมากกว่าแพง เก็บข้าวเก็บของพาไปขึ้นรถ เขามองสภาพผู้หญิงสองคน ที่ต่างก็ยับเยินดูไม่จืดทั้งคู่ อย่างนึกสมเพช เพราะเขาก็ได้ปฏิเสธเธอทั้งคู่ตรงๆ แต่ทำไมสองคนดูเหมือนจะไม่ได้คิดอะไรเลย  ต้องการที่จะเอาชนะกันด้วยอารมณ์ ทั้งๆที่รู้ว่ามันจะไม่มีอะไรที่จะเป็นผลดีต่อตัวเองเลย  เขามองนาฬิกาที่ข้อมือ เริ่มเป็นห่วงมินตราที่ขับรถปิคอัพคันของนิพิธออกไป เธอไปไหนกันนะ เที่ยงแล้วยังไม่กลับ แล้วรู้หนทางที่นี่หรือเปล่า

เด็กหนอเด็ก..คบเด็กสร้างบ้านเสียแล้วสินะเรา เขารำพึงอยู่ในใจ แล้วขับรถออกไปที่ตลาด และขับตะเวนวนหาจนทั่วแต่ก็ไม่เห็น ตัดสินใจขับรถกลับมาที่ไร่อีกครั้งเธอก็ยังไม่กลับ นิพิธขับรถกลับเข้ามาและบอกว่าไม่เจอเธอเหมือนกัน ...หรือว่าเจ้าหล่อนบ้า ขับรถกลับกรุงเทพฯ เวลาผ่านไปเขายิ่งมีสีหน้าเครียดจัดขึ้น เดินกลับไปกลับมาอยู่หลายตลบอย่างคิดไม่ตก

นิพิธเอ่ยขึ้น ผมว่าคุณมินอาจขึ้นไปเที่ยวบนเขาใหญ่ก็ได้นะครับ เห็นเธอถามๆผมอยู่ หลายครั้งเหมือนกัน ว่าไปไกลมั้ย เธออยากขึ้นไปเที่ยว ”

อืม..เหรอ ไม่เห็นเคยบอกผมเลยนี่ ”

เคยถามตั้งนานแล้วครับ ตอนที่มาอยู่ได้สักอาทิตย์หนึ่ง ซึ่งตอนนั้นคุณมินยังทำงานอยู่ในไร่น่ะครับ ” นิพิธตอบ และอยากจะเอ่ยต่อเหลือเกินว่าขณะนั้น มินตราเด็กสาวแสนน่ารักใสซื่อ ยังไม่ได้ติดบ่วงนายพรานอย่างเขา

คุณลองโทรไปที่ทำการอุทยานสิ ว่ามีรถทะเบียนนี้ขึ้นไปเหรอเปล่า ” รพีเอ่ยอย่างนึกขึ้นได้

นิพิธเข้าไปในออฟฟิศหาเบอร์ และโทรเข้าไปที่ทำการอุทยาน ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานขอเวลาเชคทะเบียนรถ ที่ผ่านเข้าไปและบอกว่ามี และขึ้นไปตั้งแต่สิบโมงเช้าและยังไม่ได้ผ่านกลับลงมา คาดว่าคงยังอยู่บนเขา นิพิธออกมาบอกรพี ทำให้เขารู้สึกตกใจ

เฮ๊ย..เป็นอะไรหรือเปล่า แล้วรถคันนั้นมินก็ยังบอกว่าเธอขับไม่ได้รถมีเกียร์น่ะ แล้วขึ้นไปได้ยังไง ทางบนนั้นทั้งสูงทั้งคดเคี้ยวขนาดนั้นแล้วจะลงมาได้เหรอ คุณรีบโทรไปบอกเจ้าหน้าที่บนนั้นนะ ว่าให้ช่วยไปบอกให้เธอคอยอยู่บนนั้นก่อน เดี๋ยวจะรีบขึ้นไปรับ นี่ก็เย็นมากแล้วอย่าเพิ่งให้ขับลงมา เวรแท้ๆ.... เขาสบถออกมาในตอนท้าย ทำสีหน้ายุ่งยากใจ

นิพิธโทรไปตามคำสั่งทันที รพีจึงบอกให้เขาขึ้นรถมาด้วย จะได้ขับรถอีกคันหนึ่งกลับมา รพีขับรถพร้อมกับถอนหายใจมาตลอดทาง สีหน้าเขากระวนกระวาย และเหยียบคันเร่งจนมิด ด้วยความเป็นห่วงเธอ

 

มินตรามองเวลาที่ล่วงเลยไป จนจะห้าโมงเย็นแล้ว สีหน้าเธอไม่ดีนัก และโทรหาจี๊ดอีกครั้งจี๊ดตกใจที่มินตราบอกว่าเธอยังอยู่บนเขาใหญ่

ยายมินทำไมแกบ้าเหรอ นี่ก็เย็นแล้วนะ บนเขาใหญ่น่ะพอเย็นก็น่ากลัวออก สิงสาราสัตว์ก็เยอะแยะ เดี๋ยวก็ต้องค้างบนโน้นหรอก ทำไมถึงไม่รีบกลับ โธ่.....ยายบ๊อง ฉันนึกว่าแกคงกลับมานอนกอดกับเขาแล้วเสียอีก ”

ฉันไม่กล้าขับรถลงเขาน่ะ ฉันกลัว ”

อ้าว !” จี๊ดขึ้นเสียงสูง ก่อนจะเอ่ยต่อ แล้วแกขับขึ้นไปได้ยังไงล่ะ ”

ไม่รู้เหมือนกันตอนนั้นฉันคงลืมตัวไปมั้ง แต่ตอนนี้ฉันขับลงไปไม่ได้ รถคันนี้เป็นเกียร์ธรรมดาและฉันก็ไม่กล้าขับรถลงเขา เจ้าหน้าที่เขาบอกว่าให้ระวังสัตว์ใหญ่ตอนเย็นๆด้วย มันอาจจะขึ้นมาเดินบนถนนน่ะ ถ้าเจอต้องไม่ลงจากรถ ฉันยิ่งไม่กล้าขับลงไปใหญ่เลย ตัวอะไรก็ไม่กลัวเท่าไหร่หรอก แต่กลัวตกเขาน่ะศพคงไม่สวยแน่เลย ” เธอเอ่ยบอกเพื่อนรักเสียงเอื่อยอ่อย

อีบ้าพูดบ้าๆ แกก็โทรไปบอกให้เขามารับสิ เรื่องง่ายๆทำเป็นยากไปได้ ”

ฉันไม่มีเบอร์เขานี่ และเขาก็ไม่มีเบอร์ฉันด้วย และฉันยังไม่มีเบอร์คนในไร่สักคนหนึ่งเลย ”

ทำไมไม่มีวะไม่เข้าใจ เป็นผัวเมียกันประสาอะไร ”

ก็ตอนแรกมาอยู่ก็ไม่ถูกกับเขาก็เลยยังไม่มี ไม่อยากติดต่อพูดด้วย แต่พอตั้งแต่ฉันไม่สบาย ฉันกับเขาก็เหมือนตัวติดกันยี่สิบสี่ชั่วโมงก็เลยลืมขอ เขาก็คงลืมเหมือนกันมั้ง และคนกับคนอื่นถ้าจะติดต่อกันในไร่ ก็ใช้ว.หากันน่ะ ” เธออธิบายให้เพื่อนฟังเสียงอ่อนลงเรื่อยๆ

เวรของกรรม ” จี๊ดทำเสียงแบบเหนื่อยใจก่อนจะเอ่ยแนะนำ งั้นเอาอย่างนี้ แกก็ค่อยๆใช้เกียร์หนึ่งลากลงมาเรื่อยๆ คอยแตะเบรคไว้ เข้าใจมั้ย ไม่งั้นก็ขอเช่าห้องพักของอุทยานแล้วนอนเสียบนนั้น พรุ่งนี้ก็หาวิธีใหม่ เผลอๆเขาก็คงต้องออกตามแกแล้วละ ใครเขาจะไม่ออกตามเมียสาวแสนสวย แถมยังซื่อบื้อวะ ” จี๊ดเอ่ยแนะนำอย่างแดกดัน

อืมฉันจะลองขับรถลงเขาไป แบบที่แกบอกก็แล้วกันนะ นี่ห้าโมงเย็นแล้ว เขาอาจจะนึกว่าฉันขับรถกลับไปกรุงเทพฯแล้วก็ได้ คงไม่มีใครรู้หรอกว่า ฉันจะบ้าขึ้นมาที่นี่คนเดียว ” เสียงที่จี๊ดได้ยินน่าสงสารนัก  

อืม.เขาก็คงรู้เหมือนกันละว่ามีเมียติงต๊องน่ะ ” จี๊ดเอ่ยประชดก่อนจะถามขึ้นอีก ” แล้วไงต่อไป ตัดสินใจเหรอยัง จะอยู่บนเขานั่นหรือจะลงมา บอกสิ ”

ฉันจะค่อยๆขับรถลงเขากลับนะ ฉันไม่น่าขึ้นมาเลย มองหาเจ้าหน้าที่ก็ไม่เห็นมี ไม่รู้ไปไหนหมดแล้วแย่ชะมัดเลย ” เธอบ่นในตอนท้ายอีก

มินตราตัดสินใจที่จะกลับ เพราะคิดได้ว่ากลางคืนที่นี่คงจะน่ากลัวนัก เธอเคยได้ยินว่ากลางคืน มีเสือออกมาเพ่นพ่าน กลิ่นของมูลสัตว์ที่เธอได้กลิ่นอยู่ในขณะนี้ ก็รับประกันความน่ากลัวอยู่แล้ว ถ้าขืนต้องนอนที่นี่ บ้านพักอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้  และคงต้องนอนคนเดียวคงไม่ไหวแน่ๆ กิตติศัพท์เรื่องความน่ากลัวของที่นี่ ก็เคยได้ยินมาบ้าง และนี่ก็ไม่ใช่วันหยุดทุกอย่างที่นี่เงียบสนิท ยังไงคงต้องเสี่ยงกลับแล้วละ หญิงสาวตัดสินใจค่อยๆขับรถลงเขามาช้าๆ หัวใจสั่นระทึก เมื่ออากาศเริ่มเย็นลงอย่างรวดเร็ว สองข้างทางเงียบเชียบอย่างน่ากลัว ไม่มีรถตามมาหรือว่าสวนขึ้นมาเลยสักคัน คุณพี...มินกลัวจังเลยค่ะ... เธอรำพึงอยู่ในใจ และรำพึงถึงมารดาออกมาเบาๆ

แม่จ๋า.....ช่วยมินด้วยนะแม่ มินเสร็จแน่ๆเลยละคราวนี้ ”

 เจ้าหน้าที่ได้รับวิทยุแจ้งจากทางศูนย์ จึงออกเดินตามหาตามทะเบียนรถ เมื่อได้รับโทรศัพท์ให้บอกเธอ แต่ทั้งรถทั้งคนก็หายไปเสียแล้ว รพีใจคอไม่ดีเขาห่วงเธอ และยังเกรงในความบ้าความซื่อบื้อของเธออีกด้วย...ขึ้นไปตั้งแต่สิบโมงแล้วป่านนี้จะชื่นชมกับอะไรนักหนาถึงยังไม่ลงมา หรือว่าจะโกธรจะงอน หรือว่าน้อยใจไปกระโดดหน้าผาลงมาฆ่าตัวตาย เฮ้อ...เดาใจไม่ออกเลยแฮะ ...รพีนั่งไม่ติดและคิดอย่างกระวนกระวายใจ ถอนหายใจอยู่หลายเฮือก เขารู้แล้วว่าความรัก มันมีความทุกข์ ความห่วงหาแบบนี้เอง เรารักยายบ๊องนี่อย่างไม่ต้องปฏิเสธอะไรอีกแล้ว ทำไมนะ..ต้องมารักยายเด็กบ้านี่ด้วย นิพิธเห็นเขาถอนหายใจ สีหน้าเคร่งเครียดคิ้วขมวดเข้าหากัน เขาจึงนิ่งเงียบไม่กล้าเอ่ยอะไร จนเขาเอ่ยเหมือนจะปรารภขึ้น

คุณนิพิธ....ในความคิดของคุณ มินตรายังเด็กมากใช่มั้ย ”

ผมคิดว่าเธออินโนเซนส์ มากกกว่าครับ เธอใสๆซื่อๆไม่ค่อยรู้เดียงสา ไม่เก่งกล้าเหมือนสาวๆรุ่นเดียวกัน ซึ่งเธอก็แปลกๆดีนะครับ ”

ซื่อบื้อด้วยใช่มั้ยล่ะ ” รพีเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเครียดๆ  

ผมว่าคนที่อ่อนต่อโลก ก็ไม่ใช่เรียกว่าซื่อบื้อหรอกครับ คนไม่รู้ก็เหมือนคนโง่ เธออาจจะไม่ใช่เด็กสาวที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ล้ำหน้านัก อย่างที่บางคนก้าวกระโดดเกินวัยน่ะ นิสัยเธอคงจะยังเด็กด้วยนะครับ ”

ตกลงคุณจะว่าผมมีเมียเด็กสินะ ”เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่เข้าใจเจ้านายนักว่าเขาคิดยังไง กับมินตรา เพราะก็ไม่เคยได้ยินเขาเรียกคู่นอนที่ผ่านๆมาว่าเมียเลยสักคน

อืม..แต่เป็นเด็กก็คงดีกว่า ผู้หญิงที่แก่แดดเกินวัยนะครับ บางคนอายุเท่าคุณมิน เขาก้าวไปไกลกว่านี้มากมาย บางคนอาจจะรอบจัด กว่าผู้ชายอย่างเราเสียอีก”

คุณก็เข้าใจวิเคราะห์ดีเหมือนกันนะ ผมสงสารเขามากก็ เพราะเขาไม่ค่อยจะรู้เรื่องอะไรเลย ผมว่าเขาโก๊ะๆเสียด้วยสิ ผมถึงกลัวความคิดการตัดสินใจของเขา ที่เราคาดไม่ถึงคือคิดแบบเด็กๆน่ะ ผมเองก็เลยวัยนั้นมาแล้วเลยไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง บางทีก็เห็นเฉยๆคิดว่าไม่ได้คิดอะไร แต่คำพูดบางคำของเขาทำให้เรารู้ว่าเขากลัวว่าผมจะทิ้งเขา และยิ่งสองคนนั่นมาพูดว่า อีกหน่อยผมก็จะเบื่อจะทิ้ง ผมไม่สบายใจเลย กลัวเขาคิดมากกลัวเขาไปฆ่าตัวตาย ” เขาเปิดเผยความในใจออกมา

เอ่อ..แล้วเจ้านาย คิดจะจริงจังกับคุณมินเหรอครับ ”  

นั่นไง..คุณยังคิดเลย แล้วเขาจะไม่คิดเหรอ ” รพีเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าขมวดมุ่น

เอิ่ม..ก็ผมเห็นคุณพีไม่เคยปลื้มใครนานเลยนี่ครับ ผมยังนึกสงสารคุณมินอยู่เลยนะครับ เห็นเธอใสๆเด็กๆ ไม่เหมือนผู้หญิงที่คุณพีเคยมีเลยสักคน ”

รพีไม่เอ่ยอะไรอีกและเริ่มคิดเรื่อยเปื่อย  มินตรา....สาวน้อยหน้าใส รอยยิ้มเจ้าหล่อน น่ารัก น่ามอง ไม่เคยปิดบังอารมณ์ของตัวเอง จะว่าเจ้าหล่อนซื่อบื้อก็ไม่น่าจะใช่  แต่ใสซื่อเสียมากกว่า วันนี้เขาเห็นสีหน้าเธอ ที่มองแพงและนีน่าที่เข้าห้ำหั่นกัน อย่างเอาเป็นเอาตายอย่างตื่นตะลึง สายตาเธอตระหนก จับมือเขาบีบไว้แน่น เธอเงยมองเขาเหมือนจะบอกอะไรสักอย่าง ซึ่งน่าจะเป็นความหวาดกลัว เธอน่าสงสารอย่างที่นิพิธพูดจริงๆ

รพีขับรถไปถึงด่านทางขึ้นและซื้อบัตรผ่าน ซึ่งทางอุทยานบอกว่าใกล้จะปิดแล้ว เขาจึงบอกว่าจะขึ้นไปรับ คนที่อยู่ข้างบนซึ่งรออยู่ เจ้าหน้าที่จึงอนุญาติให้เขาขึ้นไปได้  รพีขับรถวกไปวนมาตามทางที่คดเคี้ยว ไต่เขาขึ้นไปเรื่อยๆอากาศครึ้มลงจนมองไม่เห็นแดดอีกแล้ว เขามองหาเธอด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นอากาศที่หม่นมัวลงอย่างรวดเร็ว

นิพิธเหลือบตามองเจ้านายและนิ่งคิดในใจ....คุณรพีคงหลงรักแม่สาวน้อยคนสวยเสียละมัง ท่าทางแคร์เธอมากกว่าผู้หญิงคนไหนๆที่ผ่านมาเป็นคู่นอนด้วย ซึ่งตนเองนั้นสนใจมินตราตั้งแต่แรกพบ อยากจีบอยากบอกรักเธอเหลือเกิน และแรกๆดูเหมือนเจ้านายจะไม่สนใจเธอเท่าไหร่นัก แต่ที่ไหนได้คุณรพีเหมือนสิงโต ที่อดทนรอเฝ้าเหยื่อ และเข้าตะครุบเมื่อเหยื่อตายใจเดินมาติดกับ และแล้วหญิงสาวแสนน่ารักที่เขาปลื้ม ก็พลาดตกเป็นเหยื่อของเจ้านายเสียจริงๆ จะว่าเธอเต็มใจก็ไม่เชิง แต่เธอไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของพยัคฆ์หนุ่มเสียมากกว่า เขาถอนหายใจน้อยๆ จนเจ้านายหันมามองหน้านิดหนึ่ง 

และเมื่อขับมาถึงกลางหุบเขา ทั้งคู่ก็เห็นรถคันที่มินตราขับมาจอดแอบอยู่ข้างทาง ระหว่างรถของเขาและรถคันนั้น มีโขลงช้างเจ็ดถึงแปดตัว และมีลูกตัวน้อยๆเดินคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง ทั้งคู่หันมามองหน้ากันอย่างตกใจสุดขีดกับภาพที่เห็นตรงหน้า และทั้งเขาก็ไม่เห็นมินตรานั่งอยู่ในรถ ซึ่งภาพที่สองหนุ่มเห็นคือเจ้าโขลงช้าง รู้สึกจะสนใจรถที่จอดสนิทอยู่ พวกมันเดินวนเวียนสำรวจไปรอบๆคัน

คุณนิพิธดูสิ ช่วยผมดูหน่อยว่ามิน นั่งอยู่ในรถเหรอเปล่า ” เขาเอ่ยด้วยเสียงตระหนก

นิพิธก็พยายามเพ่งมองไปที่รถ แต่ก็มองไม่ถนัดนัก เพราะเจ้าคชสารที่เดินอยู่รอบๆตัวรถ ความใหญ่โตของมันบดบังรถปิคอัพคันนั้น ทำให้แทบไม่เห็นอะไรเลย

  ผมไม่เห็นครับ ไม่ทราบว่าคุณมินเธอหลบอยู่ในรถเหรอเปล่า จะทำยังไงดีครับคุณพี ผมเคยได้ยินว่าถ้ามันโกรธหรือว่าตกใจ มันจะช่วยกันถล่มเลยนะครับ ”

  ทำยังไงดีล่ะ เราต้องแจ้งทางเจ้าหน้าที่อุทยานก่อนดีกว่า คุณมีเบอร์คุณโทรทีสิ.... เสียงของรพีร้อนรน

นิพิธกดหาเบอร์มือไม้สั่น เจ้าหน้าที่ที่รับสายบอกว่าให้รอสักครู่ เพราะตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังเปลี่ยนเวรพอดี เพราะใกล้จะหกโมงแล้ว นิพิธเอ่ยเร่งและบอกว่า มีผู้หญิงอยู่ในรถคันนั้น เจ้าหน้าที่บอกว่าให้เขาถอยรถช้าๆให้ออกห่างสักสามสิบเมตร ห้ามบีบแตรไล่ เพราะมันอาจจะตกใจและเข้าชาร์จ รถคันที่จอดอยู่และรถของเขา และห้ามเปิดไฟ หรือเปิดไฟกระพริบเป็นอันขาด เพราะช้างอาจจะสนใจและเข้ามาดู เพราะมันเป็นสัตว์ที่ขี้สงสัย เขาจึงรีบบอกเจ้านาย รพีค่อยถอยรถช้าๆออกมา ด้วยสีหน้าเครียดจัด จนต้องพ่นลมหายใจออกมาหลายครั้ง เจ้าหน้าที่โทรเข้ามาและบอกว่าให้คอยจนกว่าช้างจะเดินหลบลงไปเอง และกำลังส่งเจ้าหน้าที่มาช่วย แต่จะทำอะไรไม่ได้มากนัก นอกจากรอให้มันไป

เจ้าช้างโขลงนั้น ยังคงเดินวนเวียนอยู่บนถนน แต่ก็ไม่ได้สนใจรถที่มินตราขับมานัก เพราะรถจอดสงบนิ่ง เจ้าหน้าที่นำรถมาจอดทางด้านหลังรถของรพี และเดินมาที่รถเขาและเอ่ยถาม

 “ เอ่อเห็นใครอยู่ในรถมั้ยครับ ”

ภรรยาผมขับรถคันนั้นมาครับ แต่ผมก็ยังไม่เห็นเธอในรถเลย ช่วยผมหน่อยเถอะนะครับ ภรรยาผมคงกลัวจนหัวใจวายไปแล้วมั้งครับ ทำยังไงก็ได้ช่วยผมด้วยเถอะครับ ” รพีเอ่ยอ้อนวอนกับเจ้าหน้าที่

คือถ้าเราจะขับรถเข้าไปก็ไม่ได้หรอกครับ ช่วงนี้เข้าฤดูที่ช้างเริ่มที่เข้าโขลงซึ่งช้างจะดุมากด้วยครับ รออีกสักพักก็อาจจะหลบลงไปข้างทางเอง เราคงต้องรอแล้วละครับ ถ้าคุณผู้หญิงอยู่ในรถเงียบๆไม่เปิดไฟไม่ติดเครื่อง ก็คงไม่เป็นไรหรอกครับ ”

ผมไม่แน่ใจว่าภรรยาผม จะคอยเงียบๆอยู่ในรถได้เหรอเปล่า กลัวว่าเขาจะตัดสินใจติดเครื่อง ขึ้นมาและหนีไม่ทันคงยุ่งแน่ ผู้หญิงกับการตัดสินใจของเขานี่คงอยู่ที่อารมณ์ด้วยนะครับ หรือว่าอาจจะหนีลงไปจากรถ แล้วก็ไม่ทราบ แล้วนี่ก็มืดแล้วด้วย ” เขาเอ่ยขึ้นเครียดๆอย่างหารือ คิ้วของรพีขมวดเข้าหากัน และพ่นลมหายใจออกมาอีกหลายเฮือก

ตอนนี้เราคงทำอะไรไม่ได้มากนัก นอกจากรอครับ ซึ่งผมคิดว่าคุณผู้หญิงน่าจะรู้ เพราะเธอดับเครื่องยนตร์ใจเย็นๆนะครับ” คำของเจ้าหน้าที่ที่ยังคงยืนกราน ทำให้หัวใจของรพีร้อนรุ่มด้วยความเป็นห่วงมินตรา จนอกแทบจะระเบิด

 อากาศมืดสนิทลงแล้ว เสียงแมลงกลางคืนเริ่มกรีดปีกกล่อมพงไพร เขาภาวนาให้มินตราอยู่เงียบๆในรถ และไม่ลงจากรถหนีไปไหน เวลาผ่านไปสองชั่วโมงกว่า เงาตะคุ่มๆท่ามกลางแสงจันทร์ข้างขึ้น บรรดาช้างที่เดินและเล็มดึงหญ้าข้างทางใส่ปาก ก็ค่อยๆเดินลงข้างทางตามหัวหน้าโขลงตัวใหญ่ลงไป เจ้าหน้าที่ยังคงไม่ให้เขาขยับให้รอจนแน่ใจว่าไม่มีเชือกอื่นที่ยัง หลงเหลืออยู่แถวนั้น และค่อยเดินเท้าเข้าไปเงียบๆโดยบอกให้เขาคอยอยู่ที่รถก่อน เจ้าหน้าที่เดินไปที่รถ แล้วค่อยกดไฟฉายกราดเข้าไปในรถ และวิ่งกลับมาบอกเขา

คุณผู้หญิงไม่ได้อยู่ในรถครับ คงต้องออกตามแถวๆนี้ ถ้าเธอไม่เตลิดไปไกลก็คงไม่มีปัญหา กลัวแต่ว่า....”

กลัวแต่ว่าอะไร บอกผมสิครับ ได้โปรด... เขาละล่ำละลักถาม

เอ่อ...คืออาจจะตกใจและเตลิดหนีเข้าไปในป่าเรื่อยๆ และหลงป่า หรือว่าอาจจะเจอกับสัตว์ดุร้ายอย่างเสือ ที่พอมีอยู่แถวนี้เหมือนกัน ”

สิ้นเสียงของเจ้าหน้าที่ ผู้หนึ่งที่วิ่งกลับมาบอกเขา และอีกสี่คนที่ยังส่องไฟฉายกราด ลงไปข้างทาง ตรงข้างๆรถ ทำให้เขาใจหายวาบ ตัวเย็นลงทันที มินตราหายไปไหน หนีไปไหน เดี๋ยวได้เกิดหลงป่าละก็จะทำยังไง แล้วยังสัตว์ร้ายอีกล่ะ อากาศเย็นยะเยือกลงเรื่อยๆ เขาวิ่งไปที่รถเธอทันที เขาและเจ้าหน้าที่ค่อยๆไต่ลงไปข้างทาง ที่ลึกลงไปเรื่อยๆ และมีลำธารเล็กๆ ที่มีน้ำไหลเพียงรินๆ  เจ้าหน้าที่ที่ชำนาญป่า เห็นรอยเท้าของเธอที่เหยียบย่ำไปตามพงหญ้า และออกเดินตามรอยไปเรื่อยๆซึ่งรพีก็ขอติดตามไปด้วย เกือบชั่วโมงก็พบหญิงสาวนอนหมดสติ อยู่ริมลำธารข้างดงหญ้า ไกลไปจากที่รถจอดเกือบหนึ่งกิโลเมตร เนื้อตัวเปียกปอนเย็นชืด รพีวิ่งเข้าไปกอดเธอไว้ เขย่าร่างบางที่แน่นิ่งนอนคุดคู้อยู่ในพงหญ้า

มิน มิน.....เป็นยังไงบ้าง มินลืมตาสิ  ลืมตามองผมสิ มิน ” เขาเรียกและกอดเธอไว้แนบอก เขย่าเบาๆหัวใจเขาเจียนจะขาด แต่หญิงสาวไม่หือไม่อือ แน่นิ่งตัวอ่อนทำให้เขาเหมือนจะขาดใจ

เจ้าหน้าที่เห็นสีหน้าของรพี จึงเอ่ยขึ้น คงเป็นลมมั้งครับ วิ่งมาตั้งไกล หรือไม่ก็คงตกใจอะไรสักอย่าง คุณพาเธอไปหาหมอก่อนดีกว่านะครับ ” เจ้าหน้าที่เอ่ยขึ้นพร้อมทั้งฉายไปไฟดูรอบๆและบอกให้เขาดูตามเนื้อตัวของเธอ เพราะเกรงว่าหญิงสาวอาจจะถูกงูกัด แต่ก็ไม่มีร่องรอยอะไร

นิพิธขับรถมารอตรงที่พบร่างของมินตรา รพีอุ้มเธอขึ้นมาจากข้างทาง ขึ้นมาบนรถ และหยิบกระเป๋าเงิน หยิบธนบัตรใบละพันหลายใบ ส่งให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งต่างก็ปฎิเสธที่จะรับ

อย่าหาว่าผมอย่างนั้น อย่างนี้เลยนะครับ ผมอยากให้รับไว้ ผมเป็นห่วงเธอมาก แค่ได้พบเธอผมก็ดีใจที่สุดแล้วครับ คิดว่าเป็นสิ่งตอบแทนน้ำใจ ที่ช่วยผมนะครับ นะครับ ”

เจ้าหน้าที่ที่ถูกทั้งขอร้องและถูกยัดเยียดก็ยินดีรับไว้ นิพิธจึงไปขับรถคันที่มินตราขับมา และเขาก็ขับตามเจ้าหน้าที่ลงมาจนถึงตีนเขา และพาเธอเข้าไปที่โรงพยาบาล

แพทย์นำเธอเข้าห้องฉุกเฉินไป รพีเดินกลับไปกลับมา อยู่หน้าห้องอย่างกระวนกระวาย และประมาณครึ่งชั่วโมง นายแพทย์ท่านั้นก็เดินออกมาบอก

  ภรรยาคุณมีไข้ อาการอื่นก็ไม่มีอะไรหรอกครับ คงจะตกใจอะไรสักอย่าง และเอ่อ....ข้อเท้าข้างซ้ายแพลงนิดหน่อย แต่ก็รู้สึกตัวแล้วละครับ แต่ยังพูดไม่รู้เรื่องมีไข้ขึ้นสูงด้วย ขอหมอสังเกตุอาการสักคืนนะครับ ”

หลังจากนั้นมินตราก็ถูกส่งตัวมายังห้องพักพิเศษ เธอยังคงหลับสนิทเมื่อหมอให้ยาคลายเครียด เพราะเธอเพ้อและร้องโวยวายกรีดเสียงด้วยความหวาดกลัวอยู่หลายครั้ง รพีเข้ามานั่งอยู่ที่ข้างเตียงจับมือเธอไว้  รำพึงเบาๆ

มินผมอาจจะเคยผ่านผู้หญิงมามากมาย แต่ผมก็ไม่เคยรักและสงสารใคร ได้มากเท่าคุณเลยนะ ผมอยากให้คุณเข้าใจ แต่คุณไม่เคยเข้าใจอะไรเลย  ผมไม่เคยขอใครแต่งงานกับใคร แต่คุณก็ไม่เคยเชื่อว่าผมจริงใจ เมื่อไหร่คุณจะโตและมีความคิดเป็นผู้ใหญ่เสียทีนะมิน ”

หญิงสาวตกอยู่ในห้วงครึ่งหลับครึ่งตื่นบนเตียงคนไข้ ภาพการตัดสินใจขับรถลงเขามาเรื่อยๆ ทั้งที่เริ่มหวาดหวั่นกับบรรยากาศในป่าที่สองข้างทางมีแต่ต้นไม้ใหญ่ อากาศเริ่มมืดครึ้มลง เธอพยายามบังคับรถมาตามถนนเรียบเราะมาบนเนินเขา ด้วยการใช้เกียร์ต่ำอย่างที่จี๊ดบอก แต่แล้วเธอก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อเจ้าช้างหัวหน้าโขลงโผล่พรวดขึ้นมาบนถนนตรงหน้า ห่างกันแค่ไม่เกินห้าเมตร เธอแตะเบรคทันที และจอดนิ่งนั่งตะลึงตัวแข็ง เมื่อเจ้าตัวอื่นเดินตามขึ้นมาอีกเป็นพรวน แค่ช้างตัวเดียวก็รู้สึกว่ามันใหญ่โตโอฬาร แต่นี่เกือบสิบตัวที่อยู่ตรงหน้า แทนที่เจ้าหัวหน้าโขลงจะเดินลงไปอีกฝั่งถนน มันเกิดสนใจแสงไฟที่หน้ารถ ซึ่งเธอเคยรู้และรีบดับเครื่องดับไฟ แต่เจ้าตัวใหญ่เดินช้าๆมาที่ข้างรถอย่างสนใจใคร่รู้เสียแล้ว กายของมันสูงใหญ่ เห็นเพียงท้องของมันที่หน้าต่างด้านข้างรถ ในความคิดของเธอก็คือ ต้องทำตัวให้เงียบที่สุด และในนาทีนั้นที่คิดได้ก็คือ ต้องหนีลงจากรถก่อนที่มันจะช่วยกันถล่ม เมื่อเธอเห็นว่าพวกลูกโขลงของมันก็เริ่มสนใจและเดินตรงมา และถ้ามันเกิดชาร์ท ด้วยเหตุผลอะไรสักอย่างของมัน เธอคงเละคารถคันนี้แน่

 เธอค่อยๆก้มตัวลง และเอื้อมมือไปเปิดประตูอย่างเบามือที่สุด แต่เสียงคลิ๊กที่เบาที่สุด ก็ทำให้มันเกิดได้ยินและสนใจขึ้นมาทันที โดยเร่งฝีเท้ามารวมกลุ่มวนเวียน ใช้งวงของมันแตะมาตามข้างรถ เหมือนจะสำรวจ  เธอรอดออกจากประตูรถอย่างเงียบกริบ มานอกรถ และตัดสินใจไถลตัวลงไปข้างทาง และกลิ้งลงมาอย่างไม่เป็นท่า จนรู้สึกว่าเจ็บที่ข้อเท้า แต่ก็ไม่ยอมรอช้าอะไรอีก ออกวิ่งทั้งๆที่เจ็บข้อเท้าไปเรื่อยๆ ลื่นไถลไปตามกอหญ้าบ้างแต่ก็ไม่ยอมหยุด เมื่อได้ยินเสียงแปร๋นของมัน ซึ่งเธอก็ไม่ได้หันไปมองว่ามันตามมาหรือเปล่า ได้แต่วิ่งเตลิดไปเรื่อยๆอย่างหวาดกลัวสุดขีด  

ทุกอย่างรอบตัวมืดสนิท รอบกายมืดทะมึนด้วยต้นไม้ใหญ่  เสียงแมลงกลางคืนกรีดปีกระงม หัวใจเธอเต้นระทึกด้วยความหวาดหวั่น อีกทั้งเหนื่อยจนใจแทบขาด ความมืดทำให้มองไม่เห็นอะไรอีก มีเพียงแสงสลัวของแสงจันทร์ ที่รอดใบไม้ลงมา พอให้เห็นสายน้ำ เธอเดินไปตามริมลำธารเหมือนคนที่ขวัญเสีย  เดินไปเท่าที่จะมีแรงเดินไปได้ และเมื่อหยุดเดิน ด้วยความที่เริ่มเจ็บข้อเท้า เธอหมดแรงจะก้าวและต้องหยุดนั่งลง ตามองไปที่อีกฝั่งหนึ่งของลำธารเล็กๆ เธอเห็นดวงตาของสัตว์ใหญ่ชนิดหนึ่ง ตาสีแดงของมันแวววาวอยู่ในความมืด เธอกรีดร้องขึ้นสุดเสียง เมื่อมโนสำนึกสุดท้ายก่อนจะสิ้นสติเมื่อนึกถึงเสือ

คุณพี  คุณพี ช่วยมินด้วย ” เธอกรีดเสียงร้องลั่นห้องและลุกพรวดขึ้นนั่งทันที เขาเข้ารวบตัวเธอกอดไว้ ลูบหลังเบาๆ

มิน  มิน...คุณปลอดภัยแล้วนะมิน ผมอยู่นี่ อยู่ใกล้ๆคุณนี่ไงจ๊ะที่รัก ไม่ต้องกลัวนะคนดี”

 เขาเอ่ยปลอบด้วยหัวใจที่อ่อนยวบลง อย่างนึกสงสารเธอเหลือเกิน เมื่อร่างบอบบางของเธอสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เข้ากอดเขาไว้แน่น เขารู้ว่าเธออาจจะขวัญเสียจากเหตุการณ์เมื่อเช้า และยังผ่านเหตุการณ์น่าหวาดหวั่นเฉียดตายมาอีก เธอสะอื้นน้ำตารินพรั่งลงอาบแก้ม เงยหน้าขึ้นมองเขา ริมฝีปากสั่นระริก

มินขอโทษ มินขอโทษค่ะ ” เธอเอ่ยพึมพำพร้อมเสียงสะอื้น

ขอโทษผมเรื่องอะไรจ๊ะมิน มินไม่ได้ผิดอะไรนี่ ” เขาเอ่ยถามเบาๆทั้งที่ยังกอดเธออยู่

มินขอโทษที่หนีมา และไม่อยู่เคียงข้างคุณในเวลาที่คุณอาจจะต้องการมิน มินโง่ มินบื้อใช่มั้ยคะ มินทำให้คุณต้องลำบากออกตามหามินใช่มั้ยคะ ” เธอเอ่ยขอโทษรำพึงรำพัน

เปล่าหรอก...ผมเข้าใจนะมินว่าคุณคิดยังไง บางครั้งเพียงขอให้คุณเข้าใจผมบ้าง ผมบอกมินไปหมดแล้วนะ ผมรักคุณจะแต่งงานกับคุณ แล้วทำไมคุณไม่เชื่อผมล่ะจ๊ะ มินคิดมากเกินไปหรือเปล่า ซึ่งโอเคมินคิดได้นะ..ผมไม่ได้ห้าม แต่มินต้องมั่นใจในตัวผมบ้างสิ ผมบอกแล้วไงว่าเรายังต้องฟันฝ่าอุปสรรคอีกมากมายนัก มินก็ต้องยืนอยู่เคียงข้างผม เป็นกำลังใจให้ผมสิจ๊ะ ” เขาพูดด้วยเสียงเรียบๆ พยายามอธิบายให้มินตราเข้าใจ

เธอผละออกจากอกเขา ป้ายน้ำตาบนแก้มด้วยหลังมือ และยังสะอื้นไม่หยุด ทำให้เขาต้องหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาบนแก้มให้เบาๆ ถอนหายใจออกมาน้อยๆ

มินรู้มั้ย...ว่าผมใจหาย ที่รู้ว่ามินอยู่บนเขาใหญ่จนเย็น แล้วไม่ลงมาคิดไปสารพัด กลัวคุณจะเกิดอุบัติเหตุ กลัวคุณจะคิดฆ่าตัวตาย ผมเดาความคิดคุณไม่ออก และพอมาเห็นโขลงช้างอยู่ที่ข้างรถคุณ ผมเกือบจะกลั้นใจตาย มันเหมือนจะหายใจไม่ออก อย่าทำอย่างนี้อีกนะมิน ”

เธอพนมมือกราบลงบนอกเขา มินขอโทษค่ะ มินซื่อบื้อเอง มินจะกลับตั้งแต่บ่ายแล้ว แต่ทำใจไม่ได้ไม่กล้าขับรถลงมากลัวรถจะเบรคแตกกลัวจะตกเหว เพราะรู้ว่าตัวเองขับรถคันนี้ไม่คล่อง ”

แล้วเวลาขึ้นมาล่ะทำไมขึ้นมาได้จ๊ะ ”

ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ตอนนั้นมีความรู้สึกอยากมาให้พ้นๆจากตรงนั้นไปไหนก็ได้ ”

อีกหน่อยผมคงต้องผูกมินติดไว้กับผมดีมั้ย จะได้ไม่หนีไปไหนอีก คุณซื่อบื้อมากนะมินโตเป็นผู้ใหญ่เสียทีสิ มินมีผัวแล้วนะไม่ใช่เด็กเสียหน่อย หึๆ ” เขาเอ่ยและดึงตัวเธอเข้ามากอดหัวเราะน้อยๆ


*มาติดตามตอนหน้า ภาพเร่าร้อนของแพง รับรองความสนุกค่ะ เหตุการณ์จะเป็นยังไงต่อไปมาติดตามกันค่ะ และอย่าลืม @มาเป็นแฟนพันธ์แท้&ส่งคอมมเนท์มาให้กำลังใจกันบ้างนะคะ... สำหรับจับรางวัลหนังสือ3เล่มค่ะ*

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

39 ความคิดเห็น

  1. #23 tankyo (@icezaaakub33) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 11:56
    เกือบไปแล้วมั้ยหละมินคงกลัวน่าดูเลย คุณรพีอย่ดุมินเลยนะน้องขวัญเสียอยู่นะอธิบายให้น้องเข้าใจนะจะได้ไม่เข้าใจผิดแบบนี้อีก
    #23
    0