วิวาห์ตีทะเบียน (ฉบับรีไรท์)

ตอนที่ 9 : ลับลมคมใน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 343
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    22 ก.ย. 61







ตอนที่ 9

ลับลมคมใน

 

 

 

 

 

ซุปเปอร์คาร์ที่ดูคุ้นตาเพราะคลับคล้ายคลับคลาว่าเห็นมันจอดอยู่ในโรงรถที่บ้าน แล่นออกไปจากจุดจอดอย่างรวดเร็ว จนเขาไม่ทันจะมองว่ามันใช่หรือไม่ใช่คันที่บ้าน

วาคิมนิ่วหน้านิดๆ เมื่อคิดว่าคล้ายกับรถของวิศรุต แต่พี่ชายจะมาที่นี่ทำไม?

“ก็ไหนว่าให้จ๊อดล้างอยู่เมื่อเช้า?” 

บังเอิญขับผ่านมา หรือว่าตั้งใจมา

เจ้าสัววิชาญบอกว่า วิศรุตไม่เคยเจอแพรวพิชชา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่รู้ว่าคู่หมายที่ท่านเลือกให้อยู่ที่ไหน และมีเหตุผลอะไรที่ทำให้วิศรุตต้องตามเขามาที่นี่

“อาจจะไม่ใช่ก็ได้”

ถึงรถจะแพงและเหมือนกันมาก แต่ก็ไม่ได้มีคันเดียวในประเทศเสียหน่อย แถมตอนพูดถึงแพรวพิชชา วิศรุตยังยุส่งให้เขาจีบเธออยู่เลย บอกให้รู้ว่าคงไม่สนใจ

“หูย...อู้งานนะคุณคิม สีถังเดียว ไม่ยอมยกมาสักที” กวางน้อยว่า พร้อมกับหิ้วกระป๋องสีไปสมทบที่สนาม วาคิมจึงลากถังสีที่อยู่ท้ายกระบะลงมา

“หนักไหมคุณคิม มาๆ เดี๋ยวลุงช่วย” นายสมยศรีบกุลีกุจอมาช่วย

“ไม่เป็นไรครับลุง ผมหิ้วไหว ไม่ได้หนักมาก”

“เอ็งเลิกบ่นได้แล้วนังกวาง คุณเขาอุตส่าห์มีน้ำใจมาช่วย ไปใช้เขาเหมือนเป็นแรงงานทาส ให้รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่บ้าง ลามปามเสียเรื่อยเลย...เดี๋ยวเหอะๆ จะให้ทาเองเสียทั้งหมดนี่หรอก” หันไปดุหลานสาวปากไว

“อะไรเล่าลุง ฉันก็แซวเล่นๆ เอง คุณคิมยังไม่เห็นว่าอะไร มีแต่ลุงนี่แหละ ดุเอาๆ” แม่กวางน้อยร่างยักษ์พ้อเบาๆ ก่อนจะรีบเอาใจ

“น้ำเย็นๆ ไหมคะคุณคิม เดี๋ยวกวางเสิร์ฟเบิ้ลให้สองแก้วเลย แก้ตัวที่เย้าแรงไปหน่อย”

ว่าพร้อมกับชะม้ายชายตาให้ชายหนุ่ม ที่ส่ายหน้า พร้อมกับหัวเราะออกมา วางถังสีแล้วไปช่วยกันทาให้เสร็จๆ ลุ้นว่าเที่ยงนี้แพรวพิชชาจะเลี้ยงอะไรเขาเป็นค่าตอบแทนแรงงาน

 

 

 

“ดูท่าว่าธุระเลอะๆ ของนายคงสนุกมากสินะ ถึงได้กลับมาเอาป่านนี้”

วิศรุตที่รออยู่อดเหน็บไม่ได้ เมื่อเห็นน้องชายผิวปากอย่างอารมณ์ดี กลับมาบ้านตอนที่มืดค่ำ จนคนอื่นๆ ทานมื้อเย็นที่ตั้งโต๊ะเสร็จก็แยกย้ายไปห้องใครห้องมัน มีแต่เขานี่แหละที่ยังสำราญยืนชมนกชมไม้อยู่ข้างล่างนี่เป็นการย่อย พร้อมกับแอบมาโทรศัพท์หาแฟนสาว โชคดีที่เวสิตามีงานด่วนเข้ามาพอดี วันว่างที่เคยชวนกันไปเที่ยวทะเล และเขาก็อุตส่าห์รับปากไว้ แต่กลับไปไม่ได้ จึงไม่เสียเวลาไปเปล่าๆ ปลี้ๆ ไม่งั้นคงมีงอนให้ต้องง้อกันอีก

“อ้าว! พี่รุต ไม่ออกไปไหนหรือครับวันนี้?”

วาคิมทำหน้าประหลาดใจ เมื่อเห็นพี่ชายยังอยู่ในชุดเดิม และตั้งแต่เขากลับมา วิศรุตไม่เคยอยู่บ้านในวันหยุดเลยสักวัน มันน่าแปลกใจไหมที่เขาอดจะรู้สึกไม่ได้ว่าพี่ชายกำลังรอเขาอยู่

“ไม่มีที่ไปเหมือนนายนี่หว่า ว่าแต่ยังไม่ได้ตอบฉันเลย”

“ครับ ก็สนุกดี” รอยยิ้มอย่างมีความสุขฉายชัดบนใบหน้าอย่างไม่น่าถามให้เสียเวลา

“แล้วไปไหนมาล่ะ? บอกไม่ได้เป็นความลับหรือไง?” ถามหยั่งเชิง

น้องชายถอดหมวกออก เสยผมไปด้านหลังพร้อมทำหน้าเขิน

“ก็ไม่ลับอะไรหรอกครับ ผมไปช่วยน้องแพรวทาสีของเล่นที่โรงเรียนอนุบาลมา”  เล่าไปยิ้มไป ราวกับมีความสุขเสียเต็มประดาทำให้น่าสงสัยหรือว่าวาคิมดูท่าจะตกหลุมรักอยู่จริง

ใบหน้าคร้ามของคนเป็นพี่ยิ้มนิดๆ พร้อมกับผงก

“ก็ไม่บอกตั้งแต่แรก ทำเหมือนมีลับลมคมใน” บ่นเหมือนไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่อะไร

“เมื่อวานผมพาคุณปู่ไปเยี่ยมปู่ยุทธ เห็นเขาทาสีของเล่นกัน แต่ทำยังไม่เสร็จ วันนี้ผมก็เลยไปช่วยมา”

คนถามผงกหน้ารับรู้แกนๆ

“แล้วนี่ทานข้าวเย็นมาหรือยังล่ะ?”

“ครับ ทานมาแล้ว น้องแพรวเลี้ยงผัดไทเส้นจันทร์ อิ่มแปล้ทีเดียว” คนว่ายกมือขึ้นลูบท้องยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างปิดไม่มิดว่ากำลังมีความสุขแค่ไหน

แถมยังเรียก น้องแพรวติดปากเสียทุกคำ มันสะดุดหูคนฟังอยู่ให้รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาตะหงิดๆ

“นี่นายชอบผู้หญิงคนนั้นจริงหรือ?” ถามอย่างอดจะสงสัยไม่ได้ นายวาคิมผ่านเมืองนอกเมืองนามา น่าจะเจอผู้หญิงสวยๆ มาเยอะ

“เธอก็น่ารักดีนะครับ” พูดถึงตาก็เป็นประกาย

“คุณครูอนุบาลนี่นะ? หึ! อยู่กับเด็กๆ ก็คงไม่พ้น นิสัยเหมือนเด็กๆ กระมัง” พูดเหมือนเดา ทั้งที่ก็เห็นหน้าแล้ว

ไอ้เสียง หึ ที่ได้ยิน ฟังดูขำๆ และเหมือนเหยียดอยู่หน่อยๆ วาคิมชักหน้าตึงนิดๆ ไม่รู้ว่าพี่ชายอคติอะไรกับแพรวพิชชานักหนา หรือว่ามีความหลังฝังใจกับคุณครูอนุบาล

“ก็พี่รุตชอบสาวเซ็กซี่นี่นา น้องแพรว คงไม่ใช่สเป็กพี่หรอก” พูดอย่างเข้าใจ

“แล้วใช่สเป็กนายหรือเปล่าล่ะ?” สีหน้าสงสัยตั้งคำถาม และกำลังรอฟังคำตอบอย่างจดจ่ออยู่

วาคิมยักไหล่

“ผมไม่มีสเป็กหรอกครับ ขอแค่คุยกันเข้าใจ อยู่ใกล้แล้วมีความสุข ก็น่าจะโอเคแล้ว หายากนะครับ คนที่เราอยู่ด้วยได้ และเขาก็รับและทนนิสัยเราได้ด้วย”

“แล้วผู้หญิงที่นายว่าใช่หรือเปล่าล่ะ?”

“ก็คงต้องดูๆ กันไปครับ” ตอบแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ดูจากท่าทาง แววตา และน้ำเสียง ก็เดาได้ไม่ยากว่า วาคิมกำลังสนใจหนูแพรวนี่อยู่เหมือนกัน

“ฉันขออวยพรให้นายจีบเธอติดก็แล้วกัน คุณปู่จะได้สมใจสักที” คนเป็นพี่ว่า พร้อมกับยื่นมือมาตบที่หัวไหล่เหมือนอวยชัยให้พร ก่อนจะเดินกลับขึ้นตึกไป

วาคิมหรี่ตามองตามหลังไป

ตอนแรกเขาไม่ได้คิดอะไรมาก แต่หลังจากได้ขลุกด้วยกันทั้งวัน ได้คุยกับแพรวพิชชามากขึ้น เธอไม่ใช่ผู้หญิงเรียบร้อยหรือพูดน้อยอย่างที่เข้าใจ แต่เป็นคนที่มีจังหวะจะโคนรู้จักพูด ไม่ใช่พูดเรื่อยเปื่อย แต่เป็นคนมีเหตุผล เป็นผู้ใหญ่ เข้มแข็ง ภายใต้ภาพของสาวร่างอรชรดูบอบบางนั่น มีอะไรหลายอย่างที่เมื่อรู้จักแล้วจะค่อยๆ เผยออกมา

และอะไรที่ว่า ก็ทำให้เขายิ่งสนใจอยากจะรู้จักเธอให้ดีมากขึ้นกว่านี้อีก



ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น