วิวาห์ตีทะเบียน (ฉบับรีไรท์)

ตอนที่ 7 : หมายมาดเงียบเชียบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 354
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    21 ก.ย. 61


 

 

 

 

 

ตอนที่ 7

หมายมาดเงียยเชียบ

 

 

 

 

 

“วันหลังเราก็เอาขนมที่บ้านมาฝากปู่ยุทธกับน้องแพรวบ้างสิครับ” เสนอขึ้นมา

“แล้วเป็นไงบ้างหนูแพรว?” ลองถามความเห็นดู

“ก็ดีครับ ติดจะเรียบร้อย ไม่ค่อยพูดสักเท่าไหร่” เขาพูดตามที่สังเกตเห็น

“ดีแล้ว จะได้เป็นเพื่อนกันไว้ หนูแพรวเป็นเด็กดีเอาการเอางาน นิสัยก็ดีน่ารักเรียบร้อย” นัยน์ตาของผู้ชรามีแววตาปลื้มปริ่มอย่างหนึ่งเวลาที่พูดถึงหญิงสาว บอกความรู้สึกที่มีให้กับแพรวพิชชา

“คุณปู่ดูเอ็นดูเธอมากเลยนะครับ งี้หมวยๆ ได้ยิน คงน้อยใจแย่” กระเซ้าไปถึงน้องสาวอีกสี่คนที่ตอนนี้ไม่ได้อยู่เมืองไทย เพราะถูกส่งไปเรียนเมืองนอกกันหมด

“มันรักเอ็นดูคนละอย่างกัน อาหมวยน่ะก็รักเหมือนหลาน แต่อย่างหนูแพรวใครได้มาเป็นสะใภ้ถือว่าโชคดี แต่นี่ไม่เห็นเจ้ารุตมันจะกระตือรือร้นอะไรเลย” บ่นขึ้นมาอย่างขัดอกขัดใจ

“คุณปู่พูดจริงหรือครับ? นึกว่าแซวปู่ยุทธเล่นๆ”

“ก็พูดจริงสิ เรื่องอย่างนี้ ใครจะไปพูดเล่น หลานใคร ใครก็รัก ขืนมาทำเล่นๆ เป็นได้โดนปืนส่องประไร เจ้ายุทธน่ะมันทหารเก่าด้วย” พูดทีเล่นทีจริง

“แล้วพี่รุตจะชอบคุณแพรวหรือครับ?”

“ก็ไม่รู้มันเหมือนกัน คนยังไม่เคยมาทำความรู้จักกันนี่นะ แต่สาวๆ ที่เจ้ารุตควงน่ะ ปู่ไม่เห็นชอบสักคน จะหาแฟนน่ะ ต้องหาให้ได้อย่างนี้เข้าใจไหม?”

“แล้วคุณปู่ไม่คิดจะหาแฟนให้ผมบ้างหรือครับ?” ลองหยั่งเชิง

“แน่ใจหรือว่าจะให้ปู่หาให้?” ปรายตาไปมองคนถาม ก่อนจะกลับไปมองถนนตรงหน้า

“แกอายุยังน้อยวาคิม ไม่ต้องรีบหรอก แต่เจ้ารุตนี่มันจะเข้าเลขสามแล้ว ควรที่จะแต่งงานแต่งการมีเหลนให้ปู่ได้แล้ว” เป็นอันเข้าใจว่าหญิงสาวที่ท่านหมายตาไว้ นั่นสำหรับพี่ชาย ไม่ใช่เขา

ทั้งๆ ที่ไม่ควรรู้สึกอะไร แต่วาคิมกลับเกิดรู้สึกน้อยใจขึ้นมา ทำไมกับผู้หญิงที่เจ้าสัวเห็นว่าดีงามน่ารักเหมาะสม แถมยังเอ็นดูมากๆ กลับอยากยกให้กับพี่ชาย ผู้ซึ่งไม่เคยแม้แต่จะมาอยากรู้จักหรือสนใจแพรวพิชชาเลยสักนิด

เรื่องความรักใคร่ เอ็นดูเมตตา ไม่ใช่เรื่องที่จะเรียกร้องเอาจากใครได้ เขาคงต้องทำใจ ยังไงวิศรุตก็คือเบอร์หนึ่ง เป็นหลานชายคนโปรดของเจ้าสัววิชาญ ไม่ใช่เขา

แต่การเลือกผู้หญิงให้ตัวเอง เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง เขาทำได้ ในเมื่อวิศรุตไม่สนใจ บางทีเขาก็อาจจะอยากคว้าหัวใจผู้หญิงที่เจ้าสัวเห็นว่าดีนักดีหนาเหมาะอย่างยิ่งที่จะมาเป็นสะใภ้ขวัญให้กับมหาดำรงค์กิจ เอาไว้เสียเอง

ชายหนุ่มเลือกที่จะนิ่งเงียบไม่พูดอะไร นอกจากนั่งฟังเจ้าสัวบ่นเรื่องวิศรุตที่ไม่ได้ดั่งใจต่อไป พร้อมกับคิดบางอย่างอยู่ในใจเงียบๆ

 

 

เสียงผิวปากอย่างอารมณ์ดีลงมาจากบันได เรียกให้ร่างสูงที่กำลังกำชับเจ้าจ๊อดคนขับรถล้างรถให้ หันไปมองอย่างแปลกใจนิดๆ

ตั้งแต่กลับมาจากอเมริกา วาคิมก็ย้ายเข้ามาอยู่ชายคาเดียวกัน น้องชายต่างมารดามีห้องส่วนตัวที่ชั้นสามซึ่งเจ้าสัววิชาญสั่งให้ตกแต่งทำใหม่ให้เป็นพิเศษ นัยว่าอยากให้ลูกหลานได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างเท่าเทียม

“อารมณ์ดีแต่เช้า แล้วนี่นายจะออกไปไหน?” กวาดตามองคนนุ่งเสื้อยืดสีน้ำเงินเก่าๆ และกางเกงยีนส์สามส่วนขาดลุ่ย สวมหมวกแก๊ปโดยหันปีกหมวกไปทางด้านหลัง รองเท้าแตะหูคีบเหมือนพวกเด็กแว๊น

ดูแล้วไม่ใช่ชุดอยู่บ้าน และก็ไม่ใช่ชุดจะใส่ไปเที่ยวไหนด้วยความแปลกใจ

“ไปทำภารกิจครับ” ยิ้มให้พี่ชายต่างแม่อย่างอารมณ์ดี

“แต่งตัวอย่างนี้นี่นะ?” กวาดตามองอีกครั้ง

“นั่นสิครับคุณคิม แต่งตัวเหมือนจะมาช่วยจ๊อดล้างรถเลย” แม้กระทั่งคนขับรถยังเห็นพ้อง

“ภารกิจเลอะๆ น่ะ จะแต่งหล่อได้ยังไงล่ะ” คนพูดก้มลงมองตัวเองพร้อมรอยยิ้มพอใจ

“แล้วจะเอารถคันไหนไปครับ พอดีจ๊อดว่าจะทยอยเอารถออกมาล้างให้เสร็จในวันหยุดนี้ครับ”

“อื้ม....” กวาดตามองรถทั้งหมดในโรงรถกว่าสิบคัน ไอ้คันประจำตำแหน่งของเขาน่ะ เป็นสปอร์ตคูเป้ที่เจ้าสัวเพิ่งซื้อให้ใหม่เป็นของขวัญเรียนจบและเข้าทำงาน แต่คงไม่เหมาะกับงานวันนี้นัก

“รถกะบะคันที่จ๊อดใช้ไปไหนเสียแล้วล่ะ?”

“จอดไว้ที่สวนหลังบ้านครับ มันไม่เข้ากับโรงรถ ทำให้รถแพงๆ เสียสง่าราศีหมด ก็เลยเอาไปจอดไว้ที่โน่น” จ๊อดตอบอย่างงงๆ ไม่รู้ว่าวาคิมถามถึงทำไม

“ฉันยืมรถคันนั้นของจ๊อดหน่อยได้ไหม?”

“ห๋า! อีแก่นะหรือครับ มันเป็นเกียร์ธรรมดา และพวงมาลัยก็หนักด้วยนะครับ คุณคิมจะขับได้หรือ?” มองคนขอยืมอย่างไม่มั่นใจนัก

“ได้สิ ตอนอยู่เมืองนอก ก็ขับรถอย่างนั้นแหละ พวงมาลัยข้างซ้ายด้วยนะ”

“อ๋อ! ครับๆ ว่าแต่คุณคิมจะเอาขับไปไหนครับ?”

“ไปธุระนะ จะได้เอาไปขนของได้ด้วย” ตอบไปอย่างอารมณ์ดี

“ครับ งั้นรอที่นี่นะครับ เดี๋ยวจ๊อดไปขับมาให้” ก่อนจะหันไปทางวิศรุต

“คุณรุตรอแป๊บหนึ่งนะครับ อึดใจเดียว เดี๋ยวจ๊อดมารับฟังคำสั่งใหม่” ว่าแล้วเจ้าจ๊อดก็วิ่งปรู๊ดหายไปทางสวนหลังบ้าน

ทิ้งให้สองหนุ่มหล่อเนื้อหอมของไทยไอออนอินดัสตี้ไว้ด้วยกันตามลำพัง

“นายจะไปไหนเนี่ย?” วิศรุตทำหน้าสงสัย

“ไปทำภารกิจเลอะๆ ไงครับ ผมก็ตอบพี่รุตไปแล้วนี่” คนพูดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยท่าทางอารมณ์ดีเกินเหตุ จนน่าสงสัย แถมยังตอบคำถามกำกวมจนขี้เกียจซักไซ้ให้หมั่นไส้

“แล้วเมื่อวานนายหายไปไหนมากับคุณปู่มาทั้งวัน?”

“ไปบ้านปู่ยงยุทธครับ เพื่อนคุณปู่ บางทีพี่รุตน่าจะรู้จัก”

วิศรุตผงกหน้ารับ

“แล้วมีอะไรดีๆ หรือเปล่า?”

“อื้ม! ก็ไม่นะครับ คุณปู่แค่อยากหาเพื่อนเล่นหมากรุก”

เรื่องนั้นเขาไม่แปลกใจอยู่แล้ว เพราะรู้ว่าเจ้าสัวสนิทกับคุณยงยุทธ แต่อะไรที่ดึงดูดให้คนหนุ่มอย่างวาคิมอยู่ที่นั่นทั้งวันต่างหากล่ะ?

“แล้วนายก็ไปนั่งเล่นหมากรุกด้วยทั้งวันงั้นหรือ?”

“เปล่าครับ ผมคุยกับน้องแพรว หลานสาวปู่ยงยุทธ เธอเป็นครูโรงเรียนอนุบาล พี่รุตคงรู้จัก”

“แพรวพิชชาน่ะหรือ? ก็เคยได้ยินชื่อ ว่าแต่เธอเป็นยังไงล่ะ?”

“ก็น่ารัก เรียบร้อยดี คุยไม่ค่อยเก่งนักแต่ดูเป็นคนจริงจัง ตั้งใจ และก็เป็นแม่บ้านแม่เรือน ทำอาหารทำขนมอร่อยเชียวครับ” คนว่านัยน์ตาเป็นประกายยามที่เอ่ยชื่นชมถึง

วิศรุตเบ้ปาก เมื่อฟังคุณสมบัติไม่มีข้อไหนที่ดึงดูดเร้าใจ

อ้อ! ตรงที่ว่า น่ารัก นั่นกระมัง สะดุดหูอยู่นิดหน่อย แต่น่ารักนี่ก็ตีความได้ว่า อาจจะเป็นหน้าตา หรือนิสัยก็ได้ และถึงแม้ว่าหน้าตาเจ้าหล่อนจะน่ารักอย่างที่วาคิมว่า รสนิยมความน่ารักของเขา กับน้องชายต่างแม่ ก็อาจจะไม่เหมือนกันสักนิด

“เห็นว่าคุณปู่เอ็นดูหนูแพรวอะไรนี่มากเลย ถ้าน่ารักอย่างว่าจริง นายก็จีบเสียเลยสิ” รีบชี้โพรงให้กระรอก

วาคิมหัวเราะร่วนขึ้นมากับคำแนะนำของพี่ชาย นัยน์ตาพราวเป็นประกายของเขาสะดุดใจวิศรุตอยู่ไม่น้อย

“ครับ ผมก็คิดอยู่เหมือนกัน แต่เห็นว่าคุณปู่หมายตาไว้จะให้พี่รุตไม่ใช่หรือ?”

“หึ!” เขาทำเสียงในลำคอ พร้อมกับสั่นหน้า

“ฉันไม่เอาหรอกนะ คุณครูอนุบาลน่ะ ฉันมีแฟนแล้วนายก็รู้ และก็ไม่ชอบให้ใครมาอบรมสั่งสอนด้วย คนนี้เชิญนายตามสบายเถอะนะ ฉันยกให้ โชคดีล่ะ” ว่าพร้อมกับโบกมือโบกไม้ไปมา

พอดีกับที่จ๊อดขับรถกระบะมาจอดที่หน้าตึก ก่อนจะเปิดประตูวิ่งลงมา

“พวงมาลัยมันจะหนักหน่อยนะครับ เวลาเข้าโค้งคุณคิมต้องชะลอแล้วเหยียบเบรกไว้นิดหนึ่ง แล้วค่อยสาวพวงมาลัย” จ๊อดคนใช้ประจำจนคล่องมือแนะนำ

“โอเค ไม่ต้องห่วงนะจ๊อด ฉันรับรองว่าจะเอาอีแก่มาคืนในสภาพที่ไม่บุบสลายจนนายร้องไห้โฮแน่”

“โอ้ย! ผมไม่ห่วงเรื่องนั้นหรอกครับ ร่องรอยประสบการณ์ประทับทั่วคันขนาดนี้ ผมห่วงคุณคิมมากกว่า ขับรถพวงมาลัยหนักๆ เคยแต่ขับรถสปอร์ตเครื่องแรงๆ กลัวจะไม่เคยมือเอา”

“ได้สิ สบายมาก”

“แล้วจะให้ผมล้างรถให้เลยไหมครับ?”

“อื้อ จัดการเลย  เอาให้เอี่ยมๆ ขึ้นเงาวับเลยนะ”

“ได้ครับผม” จ๊อดรีบตะเบ๊ะรับคำสั่ง

ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น