วิวาห์ตีทะเบียน (ฉบับรีไรท์)

ตอนที่ 38 : ผู้หญิงต้องห้าม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 346
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    6 ต.ค. 61


 

 

 

 

 

ตอนที่ 38

ผู้หญิงต้องห้าม

 

 

 

 

 

“แล้วอย่างนี้พี่รุตเขาไม่งอนแย่เหรอ?”

“ไม่หรอกค่ะ คุณรุตเขาก็มีงานของเขาเหมือนกัน” พูดอย่างเข้าใจ พร้อมกับถอนหายใจยาวเหยียด

วาคิมสงสัย แต่ไม่ได้ถามต่อ เขาเฝ้าสังเกตเธอด้วยความสนใจ แต่เมื่อเดินมาถึงที่บ้าน ก็ต้องประหลาดใจอีกคำรบ เมื่อเห็นรถของเจ้าสัวจอดอยู่ที่หน้าบ้าน ดูเหมือนวันนี้ทั้งปู่และหลานจะใจตรงกัน

“อ้าว! เจ้าวาคิม มาโผล่หน้าที่นี่ได้ยังไง?”

เจ้าสัววิชาญมีทีท่าแปลกใจไม่น้อย ที่พบวาคิมที่นี่ ถ้าเป็นวิศรุตจะไม่ว่าสักคำเลย แต่นี่คนควรอยู่กลับไม่อยู่ เท่าที่ได้พูดคุยกันกับคุณยงยุทธก็ว่า หลังแต่งงานแทบไม่เห็นหน้าหลานเขยเลยสักวัน ยังตำหนิว่าท่านใช้งานวิศรุตหนักไป ช่างไม่เห็นอกเห็นใจคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามันบ้างเลย

“แล้วนี่วิศรุตไปไหนล่ะหนูแพรว?” ถามเอากับเมียมันนี่แหละ

แพรวพิชชาหลบตา ไม่กล้าโกหก

“เอ่อ! แพรวไม่ทราบค่ะ คุณรุตไม่ได้บอกแพรวไว้”

“อะไรกัน เป็นผัวเป็นเมียกันแท้ๆ ไปไหนมาไหนมันไม่บอกหนูหรือไง?”

หญิงสาวหน้าเสียเพราะรู้สึกเหมือนกำลังถูกตำหนิ

“เอ่อ! เราต่างคนต่างก็ทำงานค่ะ ไม่ค่อยได้ก้าวก่ายกันนัก แพรวไม่อยากจู้จี้จุกจิกถามมากกลัวคุณรุตจะรำคาญ”

“จะรำคาญอะไร มันเป็นเรื่องธรรมดา ผัวเมียกันต้องถามไถ่ รู้ว่าอีกฝ่ายไปไหน อยู่ไหน ทำอะไร จะกลับกี่โมงกี่ยาม เป็นอย่างนี้ไม่ไหวนะ หนูจะทำให้เจ้ารุตมันเหลิงเอาได้ และอะไรกันจนมืดค่ำป่านนี้ก็ยังไม่กลับบ้านกลับช่องอีก”

“อู้ย...คุณรุตไม่ค่อยกลับบ้านหรอกค่ะเจ้าสัว จะมาก็แค่เปลี่ยนเสื้อผ้าตอนสายๆ แล้วก็ออกไปเลย” ป้าบานเย็นอดจะคันปากไม่ได้ หลังจากฟังอยู่นานเลยฟ้องเสียเลย

ถึงจะรู้ว่าเป็นเรื่องของเจ้านาย แต่นางอยู่บ้านนี้มานาน เห็นแพรวพิชชาตั้งแต่อ้อนแต่ออกรักใคร่เอ็นดูเหมือนลูกหลานตัวเอง ตอนที่ได้ยินว่าเจ้าสัวจะมาขอหญิงสาวให้หลานชาย ก็ยังคิดว่าจะเป็นวาคิมเสียด้วยซ้ำ เพราะเห็นสนิทสนม เข้ากับคนในบ้านได้เป็นอย่างดี

แต่พอปรากฏว่าหวยรางวัลแจ็กพ็อตออกมาเป็นวิศรุตคนพี่ นางก็ยังนึกแปลกใจ เพราะเห็นว่าเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานนัก ไปสนิทสนมชอบพอกันเสียตอนไหน คนใกล้อย่างนางไม่น่าตกข่าว

เจ้าสัววิชาญหน้าเคร่งขึ้นมาเมื่อได้ฟังอย่างนั้น ท่านหรือก็อยู่แต่ที่บ้านกับออฟฟิศ วิศรุตไปคุมไซต์งานที่สมุทรปราการ จึงไม่ค่อยได้เจอกัน ก็เพิ่งได้ถามไถ่มาเมื่อเช้านี้

“มันทำอย่างนี้ได้ยังไง? ผู้หลักผู้ใหญ่ก็อยู่เต็มบ้าน เจอหน้าต้องอบรมกันเสียหน่อย”

นึกแล้วก็โมโห เพราะจะว่าไป การแต่งงานครั้งนี้ก็เริ่มต้นจากท่านที่หมายมั่นอยากเป็นทองแผ่นเดียวกับเพื่อนรัก แต่พอรู้ว่าวิศรุตมาทำเสียเรื่องอย่างนี้จากที่จะยิ่งสนิทใกล้ชิดกัน จะกลายเป็นสร้างความร้าวฉานแตกแยกมาถึงผู้ใหญ่จนถึงขั้นมองหน้ากันไม่ติดได้

“วาคิมโทรตามพี่ชายแกสิว่าอยู่ไหน?”

หันไปสั่งกับหลานชายคนรองที่หน้าเจื่อนสีลงเช่นกัน ดูเหมือนว่าการมาเยือนโดยไม่บอกล่วงหน้าของเจ้าสัว จะนำพาระเบิดลูกใหญ่มาลงด้วย

“เดี๋ยวแพรวขอตัวไปทำกับข้าวก่อนนะคะ ปู่ชาญอยู่ทานด้วยกันนะคะ”

“นี่ป้าก็ทำไว้อยู่สองสามอย่างแล้วนะหนูแพรว แต่ไม่คิดว่าจะมีแขก” ป้าบานเย็นรีบออกตัว

“ไม่เป็นไรค่าป้า เดี๋ยวแพรวไปทำเพิ่ม ขอตัวก่อนนะคะ” ว่าแล้วก็รีบไปทำหน้าที่ของตัวเอง พร้อมกับใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ กลัววิศรุตจะหาว่าเธอฟ้องผู้ใหญ่

“พี่รุตไม่รับโทรศัพท์ครับคุณปู่ สงสัยเห็นว่าเป็นเบอร์ผมหรือเปล่า?”  วาคิมรายงานเมื่อโทรติดต่อพี่ชายไม่ได้

“เอ้า! เดี๋ยวงั้นฉันจะจัดการเอง” เจ้าสัววิชาญล้งเล้งเสียงดัง บอกให้รู้ว่าไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่

“งั้นผมขอตัวไปช่วยน้องแพรวทำอาหารก็แล้วกันนะครับ” วาคิมว่าแล้วก็รีบเลี่ยงออกมาอีกคนหนึ่ง

 

 

“พี่คิมอยากทานอะไรคะวันนี้ ในตู้เย็นมีแต่พวกผัก หมูนิดหน่อย แล้วกุ้งกับปลาหมึก”

“อะไรก็ได้จ๊ะ ที่ทำง่ายๆ ได้ทานเร็วๆ เพราะดูว่าคนแก่บ้านโน้นจะใจร้อน” เขาพูดกระเซ้าขำๆ อยากช่วยคลี่คลายบรรยากาศอันตึงเครียดให้ดีขึ้น

แพรวพิชชายิ้มเจื่อนๆ อยากจะพูดอะไรให้มันดีกว่านี้ แต่ก็นึกหาถ้อยคำไม่ออกจริงๆ

“งั้นเป็นผัดผักกระเฉดไฟแดง ต้มยำทะเล แล้วก็กุ้งทอดกระเทียมก็แล้วกันนะคะ” ถามความเห็นเขา

วาคิมรีบพยักหน้า เพราะเมนูที่หญิงสาวพูดออกมา ล้วนชวนให้น้ำลายสอทั้งสิ้น อันที่จริงที่มาวันนี้ เขาอยากจะมาคุยกับเธอมากกว่า เพราะมีเรื่องไม่สบายใจ ไม่เชิงว่าเป็นเรื่องของเขากับแพรวพิชชาเสียทีเดียว แต่เป็นความรู้สึกผิดติดใจจากเรื่องผู้หญิงอีกคนหนึ่งต่างหาก...ผู้หญิงที่เขาหิ้วมาจากร้านเหล้า แล้วหายตัวไปในเช้าของอีกวัน

พอกลับมาอยู่เมืองไทยเขาก็ไม่มีเพื่อนที่ไหน โดยเฉพาะเพื่อนต่างเพศที่อยากปรึกษาเรื่องผู้หญิงๆ

และแพรวพิชชาคือคนที่ใกล้ชิดสนิทสนมที่สุด และพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ แม้รู้ว่าสถานะระหว่างเธอกับเขาเปลี่ยนไปแล้ว เขาก็ต้องวางตัวใหม่ พยายามเข้าใจ ยอมรับ แต่ก็ไม่สำเร็จ และยิ่งมารู้ว่า สถานภาพสมรสของเธอกับวิศรุต ดูง่อนแง่นทั้งที่เพิ่งแต่งงานกันได้แค่เพียงสัปดาห์ เขาก็อยากจะค้นหาความจริง

 “มาพี่ช่วย”

ไม่รั้งรอช้าที่จะไปล้างมือล้างไม้ ช่วยเป็นลูกมือแม่ครัวเอกทำอาหาร

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่คิม เดี๋ยวแพรวทำเองก็ได้ ไปนั่งดูทีวีรอเถอะค่ะ” รีบห้ามเมื่อเห็นชายหนุ่มพับแขนเสื้ออย่างกระตือรือล้น

“ได้ไงจ๊ะ โบราณท่านว่าไว้ อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย”

แพรวพิชชาจึงยิ้มออกมาได้ รู้สึกดีที่มีเพื่อนคุย และมีคนช่วยทำอะไรๆ แม้จะเป็นงานในครัวที่ใครๆ อาจจะว่าเป็นหน้าที่ของผู้หญิง แต่วาคิมก็ไม่เคยเกี่ยงงอนที่จะช่วยเธอ ถ้าวิศรุตเป็นอย่างน้องชายก็คงดีสินะ

แต่ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก ในเมื่อคนละคนกัน หน้าตายังไม่เหมือน นิสัยจะให้เหมือนกันได้อย่างไร  และเธอก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมถึงได้เคลิบเคลิ้มไปกับการแสดงความรักจอมปลอม จนเผลอไผลไปตกลงใจแต่งงานกับเขา ในสายตาวิศรุต เธอคงไม่พ้นพวกผู้หญิงหิวเงิน

แต่กับวาคิม เธอรู้จักเขามาก่อน และเขาก็ดีกับเธอมาก แต่แพรวพิชชากลับไม่เคยรู้สึกอะไรกับชายหนุ่ม มากไปกว่าการนับถือเป็นพี่ชาย และเป็นเพื่อนที่ดี

เรื่องอย่างนี้มันคงเป็นเรื่องของเวรกรรมกระมัง และเธอก็คงจะมีกรรมหนัก ถึงได้เผลอไผลไปรัก ผู้ชายมากเล่ห์ที่เห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจคนนั้น

 

 

“ไม่เป็นไรค่ะพี่คิม วางไว้ตรงนั้นเถอะ เดี๋ยวแพรวล้างเองค่ะ”

แพรวพิชชาบอกกับคนที่ช่วยยกจานชามที่เพิ่งทานเสร็จอิ่มแปล้ให้วางไว้ในอ่างล้างจาน ในฐานะเจ้าของบ้านเธอควรดูแลแขกมากกว่าที่จะให้เขามาช่วยทั้งทำอาหารและยังจะต้องมาล้างจานอีก

วิศรุตมาถึงก็ตอนที่ทุกคนทานมื้อค่ำกันอิ่มพอดี เจ้าสัววิชาญเรียกหลานชายไปอบรมทันที

ดวงตาคมกริบมองหน้าเธอตาขวาง ยิ่งเห็นว่ามีวาคิมอยู่ด้วย เขาก็ยิ่งตาเขียวปั๊ดเข้าไปใหญ่

เธอไม่รู้หรอกว่าปู่หลานจะคุยอะไรกันบ้าง แต่หวังว่าเขาจะไม่มาพาลเอากับเธอทีหลัง

“มา เดี๋ยวพี่ผูกผ้ากันเปื้อนให้” วาคิมอาสาเมื่อเห็นแพรวพิชชาคว้าผ้ากันเปื้อนมาคล้องคอ

ร่างสูงเดินไปยืนซ้อนด้านหลัง หญิงสาวเองก็ไม่เกี่ยงงอน ตอนนี้เธออดนึกกระหวัดไปถึงสามีตีทะเบียนไม่ได้ว่าจะโดนดุโดนด่าว่ากล่าวแค่ไหน

กลิ่นอวลอ่อนจากกายอรชรอ้อนแอ้นปะทะจมูก เป็นกลิ่นกายเฉพาะของแพรวพิชชาที่เขาจำได้แม่นยำ ไม่แน่ใจว่ามันมาจากสบู่ แชมพูหรือโลชั่นที่เธอใช้หรือเปล่า แต่ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมที่เขาซื้อมาฝาก และกลิ่นแบบนี้เองเล่าที่ทำให้เขากลับมาเกิดความรู้สึกกับเธออย่างรุนแรงอีกครั้ง

“เสร็จหรือยังคะพี่คิม?”

ถ้าไม่มีเสียงหวานมาช่วยปลุกให้เขาหลุดจากภวังค์ความลุ่มหลง วาคิมคงจะปล่อยตัวเองยืนสูดดมกลิ่นหอมจากกายสาว และปล่อยความคิดจินตนาการลอยล่องไปอีกนาน

“จ๊ะ เสร็จแล้ว มามะเดี๋ยวพี่ช่วย แพรวล้างน้ำยาล้างจาน พี่จะเป็นคนล้างน้ำสะอาดเอง จะได้เสร็จไวๆ ไหนๆ มื้อนี้ก็กินฟรีแล้ว”

พูดอย่างที่ไม่ให้เธอปฏิเสธได้

ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น