วิวาห์ตีทะเบียน (ฉบับรีไรท์)

ตอนที่ 37 : หัวใจช้ำๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 312
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    6 ต.ค. 61


 

 

 

 

 

ตอนที่ 37

หัวใจช้ำๆ

 

 

 

 

 

หลายวันที่เขาหนีไปหลบพักผ่อนที่ทะเล แพรวพิชชาเพียรส่งข้อความทั้งตัวหนังสือ และข้อความเสียงฝากไว้ในโทรศัพท์จนวาคิมรู้สึกผิดที่ทำให้หญิงสาวต้องเป็นห่วง

เมื่อกลับมาถึงกรุงเทพฯ เขาจึงแวะเวียนไปหาเธอที่โรงเรียนอนุบาล เพื่อจะให้เธอได้สบายใจ ว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรงหนักหนา แม้ว่าหัวใจจะยังไม่เข้มแข็งแกร่งพอก็ตามทีเถอะ

วินาทีแรกที่เห็นหน้า ความรู้สึกที่คิดว่าได้ขจัดออกไปหมดแล้ว ก็กลับขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง หากไม่ใช่ความหลงใหลเสน่หา แต่เป็นไปด้วยความห่วงใย เพราะใบหน้าที่เคยสดใส ดวงตาที่ควรเปล่งประกายของความสุข กลับดูหม่นเศร้าอมทุกข์จนจับสังเกตได้ไม่ยาก

“น้องแพรวไม่สบายหรือเปล่าเนี่ย?” ถามอย่างห่วงใย

“เปล่าค่ะ แพรวไม่ได้เป็นอะไร” น้ำเสียงอ้อมแอ้มตอบไม่เต็มปากเต็มคำนัก

“แต่หน้าตาดูไม่สดใสเอาเสียเลย นี่พี่รุตเขาทำอะไรให้แพรวไม่สบายใจหรือเปล่า?”

เขานึกห่วงเรื่องนี้ เพราะดูท่าทีออกว่า แพรวพิชชานั่นรักพี่ชายเขา แต่วิศรุตก็ประกาศชัดว่าไม่ได้มีความเสน่หาใดๆ ให้กับเธอ

หญิงสาวสะอึก ก่อนจะฝืนยิ้มออกมาไม่เต็มปากนัก วิศรุตจะทำอะไรให้เธอไม่สบายใจได้ ในเมื่อเขาแทบไม่กลับบ้านเลยด้วยซ้ำ กลับมาก็แค่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็รีบเร่งออกไป

นี่ถ้าป้าบานเย็นไม่รายงานให้ฟัง เธอก็คงไม่รู้ว่าเขาได้กลับบ้านกลับช่องเหมือนกัน และก็เลือกเวลาที่เธอไม่อยู่เสียด้วย ราวกับพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้า

นี่ไม่ใช่ชีวิตแต่งงานที่เธอฝันเอาไว้ หากไม่ติดเรื่องเงินยี่สิบล้านที่ได้มาจากเขาเป็นค่าสินสอด เธอคงไม่ทนทิ้งชีวิตวัยสาวไป กับเรื่องไร้สาระ อย่างงานแต่งงานจอมปลอมนี่แน่ๆ

“ไม่นี่คะ” ปฏิเสธออกไป พร้อมกับซ่อนแววตาจากสายตาสงสัยของชายหนุ่ม

“แน่ใจหรือน้องแพรว” เขาถามย้ำ ซ้ำอีก จนแพรวพิชชาเริ่มเอะใจ

“เอ่อ! พี่คิมสงสัยอะไรหรือคะ?”

“หลายวันมานี่ พี่ไปอยู่บ้านพักตากอากาศที่ชะอำมา” เขาเล่าให้ฟัง พร้อมสีหน้าสีตาไม่สบายใจ “และก็บังเอิญไปเจอพี่รุตที่นั่น เขาไปกับดาราที่เคยเป็นข่าวว่าควงกันอยู่ รู้สึกจะชื่อเวสิตา”

แพรวพิชชาใจกระตุกวาบ นี่ไงเล่าที่เธอถึงได้ไม่เห็นหน้าค่าตาเขา ตอนนี้รู้แล้วว่าไปอยู่ที่ไหน สรุปว่าทั้งสองคนก็ยังไม่เลิกกันสินะ เธอนี่ก็ช่างกระไร ไม่คิดสงสัยหรือระแวง ตอนที่เขาขอเธอแต่งงาน ก็มัวแต่ตกใจ และตื่นเต้นจนลืมคิดไปว่า ทำไมเขาถึงได้ทิ้งดาราสาวแสนสวยเซ็กซี่อย่างนั้น มาหาครูอนุบาลเฉิ่มเชยอย่างเธอ

ก็เพราะเธอมีประโยชน์กับเขา เรื่องหน้าที่การงาน และเพียงแค่สนองความต้องการของผู้ใหญ่เท่านั้นเอง

“น้องแพรวรู้เรื่องนี้ไหม?”

หัวตาเธอร้อนผ่าวขึ้นมา ถึงว่าวิศรุตจะไม่แคร์ฐานะเมียถูกกฎหมายของเธอ แต่ก็ควรจะไว้หน้านึกถึงจิตใจของเธอบ้าง ไม่ใช่ทำอะไรโจ่งแจ้งให้คนเห็นแล้วสงสัยแบบนี้

นี่ถ้าคนถามไม่ใช่วาคิม คนพวกนั้นคงมองว่าเธอโง่งมเต็มที เป็นเมียที่บกพร่องในหน้าที่ ทำได้เพียงแค่นอนกอดทะเบียนสมรสไว้ ยอมให้สามีไปหาเศษหาเลยกับผู้หญิงอื่นได้ตามอำเภอใจ

“ค่ะ...คุณรุตบอกแพรวแล้ว”

วาคิมสะดุดหูกับคำเรียกขานที่ฟังดูจะห่างเหินสำหรับคนเป็นผัวเป็นเมียกัน ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็ดูแปลกๆ เขาอดคิดไม่ได้ว่า แพรวพิชชากำลังมีบางเรื่องที่ปิดบังเขาอยู่

“เห็นพี่คิมหายหน้าไปเลย วันนั้นมีอะไรหรือเปล่าคะ? ถึงได้โทรศัพท์หาแพรวตั้งหลายสายเลย” เธอถามเรื่องที่เขายังไม่ได้คำตอบ

วาคิมชะงัก ก่อนจะยิ้มไม่เต็มปากนัก มองใบหน้าและแววตาเป็นห่วงเป็นใยของหญิงสาว

“เปล่าจ๊ะ สงสัยว่าคงลืมล็อกโทรศัพท์ มันก็เลยรีคอลออกเองอัตโนมัติกระมัง”

จะบอกไปได้ยังไงเล่าว่าเขาเมาหนัก และเพ้อพร่ำคร่ำครวญหาคนที่กำลังจะมาเป็นพี่สะใภ้ของตัวเองอยู่ และในคืนเข้าหออย่างนั้น เจ้าสาวที่ไหนจะมาสนใจรับสายจากผู้ชายอื่น

แพรวพิชาไม่เคยรู้ว่าเขาคิดและรู้สึกอย่างไรกับเธอ และมันก็ฟังดูน่าอายเหลือเกิน หากรู้ความจริง หญิงสาวอาจจะอึดอัดวางตัวไม่ถูก ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายไปอีก แต่ตอนนี้เขากำลังสงสัยในสถานภาพสมรสของทั้งสองคนอยู่ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ทั้งการแต่งงานปุบปับ และชีวิตหลังแต่งงานที่ดูไม่สดใสเหมือนข้าวใหม่ปลามัน แถมวิศรุตยังหนีไปควงคู่ขาเก่าอย่างเปิดเผยอีกด้วย

“เลิกงานแล้วน้องแพรวจะกลับบ้านเลยไหม?”

“แพรวอยากเคลียร์งานต่ออีกครู่หนึ่งค่ะ พี่คิมล่ะคะ มีธุระไปไหนหรือเปล่าเย็นนี้?”

“ไม่มีหรอก หนีเที่ยวเสียตั้งหลายวันแล้ว คงจะกลับบ้านนั่นแหละจ่ะ”

“งั้นอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันที่บ้านแพรวไหมคะ? คุณตาก็ถามถึงอยู่ว่า ตั้งแต่กลับมาจากอเมริกาท่านยังไม่ได้เจอพี่คิมเลย นอกจากในงานคืนนั้นแค่แป๊บเดียว”

วาคิมอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ กับคำเอ่ยชวนที่แสนจะธรรมดา

“พี่ไปทานได้หรือ?” ถามหยั่งเชิง

“ก็ต้องได้สิคะ เมื่อก่อนก็ไปทานออกจะบ่อยนี่นา ดีเสียอีกคุณตาจะได้มีเพื่อนคุยถูกคอด้วยค่ะ”

แต่เมื่อก่อนกับเดี๋ยวนี้สถานภาพระหว่างเธอกับเขามันได้เปลี่ยนไปแล้ว จะให้ไปเสนอหน้าทำปั้นจิ้มปั้นเจ๋อที่นั่นบ่อยๆ จะได้ถูกวิศรุตเคืองเอาปะไร เพราะเขาแน่ใจว่าพี่ชายรู้ดี ว่าเขาคิดกับแพรวพิชชายังไง แต่ที่ไม่เข้าใจก็คือทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาชอบเธออยู่ ก็ยังไปแต่งงานกับเธออีก

พวกเขาไม่ใช่พี่น้องที่สนิทสนมกันนัก แถมยังแอบแข่งขันกันอยู่เงียบๆ แต่ไม่คิดว่าพี่ชายจะใช้ผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งมีชีวิต มีหัวจิตหัวใจ เพื่อที่จะได้มาซึ่งชัยชนะเหนือเขาหรอกนะ

“ไปเถอะนะคะ ทานกันหลายๆ คนอร่อยดีออก”

“เอาสิ พี่ก็อยากคุยกับปู่ยุทธอยู่เหมือนกัน คิดถึงฝีมือทำกับข้าวของน้องแพรวด้วย”

แพรวพิชชายิ้มอย่างดีใจ ที่วันนี้จะได้ไม่ต้องทนเหงาอยู่บ้าน และคอยตอบคำถามคุณยงยุทธเรื่องวิศรุตอีก

เธอไม่อยากโกหกใครเพื่อเขา ในเมื่อก็เห็นอยู่ รู้อยู่ว่าวิศรุตไม่พยายามทำอะไรเพื่อรักษาและประคับประคองสถานะการแต่งงานของเขากับเธอเลย

“เดี๋ยวนี้มื้อเย็นส่วนมากป้าบานเย็นจะเป็นคนทำค่ะ แพรวกลับมืดค่ำแทบทุกวัน เลยไม่ค่อยได้ทำกับข้าว”

ตอนนี้เธอจะแยกบ้านมาอยู่อีกหลังหนึ่ง คือบ้านเดิมของพ่อและแม่เธอ ที่อยู่ในอาณาบริเวณเดียวกัน

“ว้า! แย่จัง นึกว่าจะได้ชิมฝีมือน้องแพรว”

“ถ้าพี่คิมอยากทาน เดี๋ยวแพรวจัดให้ก็ได้ค่ะ”

วาคิมอมยิ้มแก้มปริ ที่แม้สถานภาพจะเปลี่ยนไป แต่แพรวพิชชาก็ยังน่ารักน่าใคร่ไม่เปลี่ยนแปลง มันทำให้เขายิ่งริษยาวิศรุตมากขึ้นที่ได้ครอบครองเป็นเจ้าของเธอ

แต่พี่ชายกลับไม่รู้ค่า ทำเหมือนพวกไก่ได้พลอยไปเสีย

“งั้นก็กลับกันเลยดีกว่าค่ะ จะได้ไม่เสียเวลา” ว่าแล้วเธอก็รวบแฟ้มปึกใหญ่ขึ้นมา

“แพรวจะเอางานกลับไปทำที่บ้านด้วยหรือ?”

“ค่ะ ก็ดีกว่าปล่อยให้ตัวเองว่าง ไม่มีอะไรทำ ฟุ้งซ่านเปล่าๆ”

คำพูดของหญิงสาวสะดุดหูเขา และเหมือนเจ้าตัวจะรู้ รีบฉีกยิ้มแฉ่งกลบเกลื่อนใบหน้าเซ็งๆ มีพิรุธนั่น

“มา งั้นเดี๋ยวพี่ช่วยเอง”

“ขอบคุณค่ะ” กล่าวขอบคุณพร้อมกับส่งแฟ้มหอบใหญ่ในมือให้วาคิมที่มาช่วยรับไป

“อ้าว! หนูแพรว ลุงกำลังจะมาถามพอดีว่าวันนี้จะอยู่ค่ำอีกหรือเปล่า?”

ลุงสมยศเดินมาเจอกับเธอและวาคิมที่หน้าประตูพอดี พอเห็นเธอเก็บกระเป๋ากลับบ้าน พร้อมกับหนุ่มตัวสูงข้างๆ ช่วยหอบหิ้วงานกลับไปก็พยักหน้า

“ค่ะ ลุง ขอโทษทีวันนี้อยู่ค่ำไปสักหน่อย” ตอบกลับไปยิ้มๆ

“ลุงก็เห็นหนูแพรวกลับค่ำทุกวัน นี่ยังเป็นห่วงว่า เอาแต่มัวก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างนี้ แฟนของหนูเขาไม่บ่นแย่หรือไง?” กระเซ้าไปอย่างคนคุ้นเคย และเอ็นดู เพราะเห็นกันมาแต่เล็กแต่น้อย

วาคิมสะดุดหูกับความจริงที่ได้รู้อีกอย่างหนึ่ง เขามองหน้าซีดเซียวเหมือนคนกำลังพยายามปกปิดอะไรของผู้หญิงตัวเล็กข้างกาย

“แพรวกลับก่อนนะคะลุง” เธอรีบตัดบทเหมือนไม่อยากคุยต่อ

“ครับๆ งั้นลุงจะได้ปิดล็อกประตูโรงเรียนเลย”

แพรวพิชชายิ้มให้คนเก่าคนแก่ที่ดูแลเธอเหมือนลูกหลาน กล่าวขอบคุณและขอตัวเดินมากับวาคิม

“น้องแพรวอยู่ทำงานต่อหลังโรงเรียนเลิกบ่อยหรือ?” เขาถามอย่างนึกประหลาดใจ

“ค่ะ” แพรวพิชชาไม่รู้จะหลีกเลี่ยงอย่างไร จึงตอบไปตามความเป็นจริง

ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น