วิวาห์ตีทะเบียน (ฉบับรีไรท์)

ตอนที่ 15 : มาดูด้วยตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    26 ก.ย. 61

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 15

มาดูด้วยตา

 

 

 

 

 

“คุณเป็นใครคะ?”

 เธอถามไปและสงสัยว่าเขาจะมาเทคโอเว่อร์โรงเรียนของเธอหรือไร

คำถามนั่นทำเอาคนที่มาดมั่นเกินร้อยด้วยคุณสมบัติส่วนตัวที่ทั้งหล่อ และรวย ถูกคนอวยจนเหลิง ถึงกับชะงักงัน พร้อมกับเลิกคิ้วสูง มองมาด้วยสีหน้าเหมือนไม่ค่อยพอใจนัก

“แล้วมาเจ้ากี้เจ้าการอะไรกับโรงเรียนของฉันไม่ทราบ” ท่าทางเอาเรื่องบอกว่าไม่พอใจเช่นกัน

“นี่คุณไม่รู้จักผมจริงๆ หรือ?” วิศรุตถามอย่างทึ่งๆ อึ้งๆ กับท่าทีที่ไม่ได้เสแสร้งนั่นสักนิด

เป็นไปได้ยังไง หน้าเขาปรากฏหราตามข่าวสังคม ใครๆ ก็พูดถึงว่าเป็นหนุ่มเนื้อหอมแถมยังเป็นคู่ควงดาราสาวคนดังที่มักมีข่าวทั้งหนังสือกอสซิปยังจะตามทีวีอีก

คำถามของชายหนุ่มทำให้เธอต้องพิจารณาเขาอีกครั้ง อย่างพินิจพิเคราะห์ ด้วยหน้าตาที่จัดได้ว่าหล่อเหลา รูปร่างสูงใหญ่ชวนให้สะดุดตา รู้สึกว่าคุ้นจริงๆ แต่ว่าเธอก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดี ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

“ขอโทษค่ะ พอดีฉันไม่ค่อยได้ติดตามข่าว คุณเป็นดาราหรือนักร้องหรือเปล่าคะ?”

ทั้งสีหน้าและแววตาที่กำลังมองบอกว่าไม่รู้จักจริงๆ ทำให้เขาเกือบปล่อยเสียงหัวเราะพรืดออกมา

“ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง ผมไม่ใช่ทั้งดารา และก็ไม่ได้เป็นนักร้องด้วย”

“อ้าว! แล้วอย่างนั้นทำไมฉันต้องรู้จักคุณด้วยล่ะ?” แพรวพิชชาถามกลับไปอย่างสงสัย หรือว่าบางทีเขาอาจจะเป็นลูกคนใหญ่คนโต ที่มักชอบตั้งคำถามกับคนอื่นว่า รู้ไหม กูลูกใคร แต่ท่าทางผู้ชายตรงหน้า ไม่ใช่คนอย่างนั้น

“ผมชื่อวิศรุต...วิศรุต มหาดำรงค์กิจ ทีนี้พอจะคุ้นบ้างไหม?”

หลังจากหายใจเข้าลึกๆ เต็มปอด เขาก็บอกออกไป ไม่คิดว่าจะต้องมาแนะนำตัวกับเธอเช่นนี้เลย

คิ้วเรียวขมวดย่น เริ่มเห็นเค้าโครงความเหมือนทั้งเจ้าสัววิชาญ และวาคิม บนใบหน้าหนุ่มหล่อตรงหน้า คุ้นน่ะคุ้นหู แต่ไม่คุ้นตาเพราะว่าไม่เคยสนใจ

“คุณเป็นหลานของคุณปู่วิชาญ?” คิ้วเรียวสวยเลิกนิดๆ สีหน้าประหลาดใจอยู่หน่อยๆ

ด้วยการเรียกขานอย่างสนิทสนม ก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะปู่เขาเองก็พูดถึงเธอราวกับว่าเป็นลูกเป็นหลานตัวเองเช่นกัน

“ใช่...หลานชายคนโต คนที่ท่านหมายมั่นอยากจับคู่ให้คุณไง”

ท้ายเสียงเยาะๆ พร้อมกับกวาดสายตามองเธอขึ้นลง คล้ายกับว่าเธอนี่มันช่างไม่เจียมตัวเสียบ้างเลย

แพรวพิชชาถึงกับหน้างันไป พูดไม่ออก เจ้าสัววิชาญนั่นเอ็นดูเธอนัก และมักกระเซ้าเรื่องจะให้ไปเป็นหลานสะใภ้ แต่เธอก็ไม่ได้คิดจริงจัง แค่รู้สึกปลาบปลื้มใจที่ท่านรักเอ็นดู

แต่ดูเหมือนว่า นิสัยคนตรงหน้า จากท่าทางและคำพูดคำจาที่เขาแสดงออก ไม่ได้รู้สึกดีๆ กับเธออย่างที่ผู้เป็นปู่ และน้องชายของเขารู้สึกสักนิด

“คุณครูแพรวครับ” เด็กชายตัวอ้วนป้อมมาจากไหนไม่รู้ จู่ๆ ก็มาดึงชายกระโปรงสะกิดให้เธอต้องก้มลงไปมองพร้อมๆ กับเขา

“มีอะไรครับน้องมะตูม?”

“ป๋มปวดอึ๊ครับ”

“อยากเข้าห้องน้ำหรือครับ เดี๋ยวคุณครูพาไปนะคะ” ว่าแล้วก็หันมาทางชายหนุ่มที่มีธุระติดพันกันอยู่

“คุณมีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ?”

การที่จู่ๆ เขาก็มาปรากฏตัวที่นี่ พร้อมกับพูดจาไม่เข้าหู คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือไม่ได้ตั้งใจหรอก

“ใช่...ผมมีธุระ ไม่งั้นคงไม่ดั้นด้นมาถึงนี่”

“งั้นก็ขอตัวสักครู่นะคะ เชิญไปรอที่ห้องครูใหญ่ได้เลย เดี๋ยวฉันตามไปค่ะ ขอพาน้องไปเข้าห้องน้ำก่อน” บอกพร้อมกับจับจูงมืออวบอ้วนนั่นจะเดินจากไป

“เดี๋ยวสิคุณ ทำไมแค่ไปห้องน้ำ ไปเองไม่ได้หรือไอ้หนู?” ก้มลงไปถามเด็กชายที่มาขัดจังหวะเสียได้

“เด็กตัวแค่นี้ ยังล้างก้นเองไม่เป็นหรอกค่ะ รอแป๊บหนึ่งนะคะ” เจ้าหล่อนตอบกลับมา ว่าแล้วก็จูงเด็กชายตัวจุ้นที่เข้ามาขัดการสนทนาออกไปเสีย ทิ้งให้นักธุรกิจหนุ่มที่อุตส่าห์ดั้นด้นมาหาหน้างันไป ไม่เข้าใจว่าธุระแค่ล้างก้นเด็กนี่มันสำคัญกว่าการคุยกับเขาหรือไง?

เจ้าหล่อนจะรู้บ้างไหมว่าเวลาเป็นเงินเป็นทองของเขาที่มาเสียเวลาอยู่ที่นี่ นาทีต่อนาที หาเงินได้อาจจะมากกว่าค่าเทอมของเด็กทั้งโรงเรียนเสียอีก

แต่ก็นั่นแหละ...แล้วเขามีทางเลือกอื่นหรือ? ถ้าจะไม่รอ

วิศรุตหมุนร่างสูงไปมา มองหาห้องครู่ใหญ่ที่ว่า ก่อนจะลองเดินหาเองไปเรื่อยๆ ที่สุดก็เจอ จึงเข้าไปนั่งรอ พร้อมกับสอดส่ายสายตาดูไปรอบๆ ซึ่งก็ไม่มีอะไรน่าสนใจหรือเจริญหูเจริญตาสักนิด นอกจากพวกใบประกาศต่างๆ และก็รูปถ่ายของเด็กๆ น่าเบื่อชะมัด

เขาพลิกนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือขึ้นมาดู ยกขาขึ้นมานั่งไขว่ห้าง เริ่มชักสีหน้าเมื่อผ่านห้านาที...สิบนาที...ก็ยังไม่เห็นเจ้าของห้องกลับมาเสียที

“ทำไมนานนักหนา กะอีแค่ล้างก้นให้เด็ก” บ่นพึมพำคนเดียวอย่างหงุดหงิด

เดี๋ยวก่อน! นี่แปลว่าเธอจะต้องล้างก้นให้เด็กทุกคนในโรงเรียนด้วยหรือเปล่า?

โอ้! พระเจ้า...เขาไม่อยากคิดเลยจริงๆ

เด็กเล็กๆ ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องคอยป้อนข้าว ป้อนน้ำ ป้อนยา เช็ดน้ำมูก น้ำตา เช็ดอ้วก เช็ดอึ...เพียงแค่คิด...วิศรุตก็เบ้หน้าอย่างขยะแขยง

อย่างนี้ไงล่ะ เขาถึงไม่ค่อยชอบคุณครูอนุบาล อันที่จริงเขาก็ไม่ได้รังเกียจ หรือไม่ชอบเด็กหรอกนะ เด็กน่ารักๆ ก็ชอบอยู่ เด็กตัวหอมๆ ที่อาบน้ำมาใหม่น่ะ ไม่ใช่เลอะเทอะมอมแมม หรือตอนอ้วก ตอนอึ แค่คิดว่างานของหญิงสาวต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน ก็ส่ายหน้าอย่างไม่อยากข้องแวะวอแวด้วยแล้ว



ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น