เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 46 : ถอดรูป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 986
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    16 เม.ย. 61





เรือนร่างระหงในชุดราตรีสีโอรส มีสายสปาเก็ตตี้เส้นเล็กๆ เกาะอยู่ที่หัวไหล่กลมกลึงของผิวขาวผ่องนวลเนียนสายตา เซ็ทผมยาวสลวยโดยใช้กิ๊บเพชรอันเล็กเหน็บผมทั้งสองข้าง เปิดให้เห็นดวงหน้าเรียวได้รูป แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเพียงบางๆ แต่ก็ช่วยขับเครื่องเคราบนใบหน้าให้ดูโดดเด่นสวยสะดุดตามากยิ่งขึ้นไปอีก

 

ภูวฤทธิ์ยังเผลอมองอย่างตกตะลึงไป เพราะค่ำคืนนี้บัวชมพูสวยเสียจนเขานึกอิจฉาผู้กองธันวาที่ควงคู่มากับเธอ

 

“คุณบัว คุณบัวครับ”

 ธีระภพโบกมือทักทาย หญิงสาวเห็นก็ยิ้มหวานให้ ก่อนจะเดินเข้ามาหา

 

“โอ้โห...สวยเสียจนพี่จำแทบไม่ได้นะคะน้องบัว”

วิภาดาทักหญิงสาว

 

บัวชมพูยิ้มเขินๆ เธอมีชุดราตรีเพียงชุดเดียวที่ตัดมาเพื่อใส่ในงานเลี้ยงรุ่นฉลองเรียนจบเมื่อปีก่อน และก็ไม่ได้ใส่ออกงานที่ไหนอีก เมื่อภูวฤทธิ์ชักชวนจึงเห็นเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ใช้มันให้คุ้มค่ากับราคาค่าตัดที่แพงเอาการอยู่

“ขอบคุณค่ะ”

 

“ผมนึกว่าคุณจะไม่มาเสียอีก”

 

“ต้องมาสิคะ คุณฤทธิ์สั่งเอาไว้”

 ดวงตาหวานปรายไปมองคนที่ยืนหน้าตึงข้างวิภาดา

 

จนถึงบัดนี้ บัวชมพูก็ยังไม่รู้ว่าภูวฤทธิ์โกรธเคืองเธอด้วยเรื่องอะไรกัน เขาปั้นปึ่ง ไม่พูดไม่จากับเธอเลย

 

หรือเป็นเพราะเรื่องคืนนั้น...เขาคงรู้สึกผิดที่เผลอจูบเธอเข้า ถึงได้พยายามอยู่ห่าง ซึ่งอันที่จริงมันก็ดีแล้วสำหรับทั้งเธอและเขา แล้วทำไมเธอยังต้องคิดมากอีก

 

ทั้งธันวา ธีระภพและวิภาดาเคยรู้จักกันแล้ว เมื่อครั้งที่เธอพาภีรภัทรไปเยี่ยมมีมี่ที่ออกอีสุกอีใส พวกเขาจึงทักทายกันเป็นอันดี

 

“พอดีเราเป็นลูกค้าของบริษัทคุณฤทธิ์เหมือนกันครับ”

 ธีระภพบอกเมื่อเห็นเธอทำหน้าประหลาดใจที่พบเขาและพี่สาวในงานนี้

 

“โลกกลมจังเลยนะคะ”

 หญิงสาวพูดกลั้วหัวเราะ

“คนคุ้นเคยกันทั้งนั้น”

 

ใช่...โลกกลมจริงๆ ที่รวมผู้ชายที่เขานึกไม่ชอบหน้ามาไว้ในงานนี้ทั้งหมด

 

“คุณบัว”

น้ำเสียงทักทายเรียกสายตาของทุกคนในวงสนทนาให้หันไปมอง

 

นัธนัยกำลังเดินตรงมาทางนี้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มยินดีอย่างไม่มีปิดบัง

 

“สวัสดีค่ะคุณนัย”

 

“สวัสดีครับ...โอ้โห...วันนี้คุณบัวสวยเสียจนผมแทบหยุดหายใจทีเดียว”

 คำพูดหยอกเย้าของนัธนัย ทำให้ภูวฤทธิ์ยิ่งหน้าตึงเขาไปใหญ่ ยิ่งเมื่อหญิงสาวยิ้มแย้มรับคำชม พร้อมโอภาปราศรัยกับสามหนุ่มเป็นอันดี กระทั่งมาร่วมวงสนทนาเดียวกันราวกับคนคุ้นเคย

 

ภูวฤทธิ์รู้สึกว่าบัวชมพู่ช่างเปล่งประกายออร่าความสวยและสง่างามเหลือเกินในค่ำคืนนี้ เธอโดดเด่นสะดุดตา จนผู้ชายคนไหนๆ ก็พากันหันมามอง ในหัวเขากำลังเกิดพายุหมุนลูกย่อมๆ ด้วยความรู้สึกหวงแหนอย่างรุนแรง ไม่อยากให้เธอพูดคุยกับผู้ชายคนไหน ไม่อยากให้เธอยิ้มให้ใคร แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ความรู้สึกดังว่าทำให้เขาอึดอัดจนอกแทบระเบิดเลยทีเดียว

 

“คุณฤทธิ์คะ ได้เวลาพิธีการบนเวทีแล้วค่ะ”

ปิยะมาศเดินมากระซิบบอกเจ้านาย

 

“ครับ เดี๋ยวผมไป”

แต่หัวจิตหัวใจของเขายังไม่สงบนิ่ง สายตาพลอยแต่จะกระหวัดไปมองบัวชมพู ถ้าขืนเป็นอย่างนี้เสียสมาธิแน่ๆ ก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายไปกว่านั้น เขาก็ตัดสินใจ

 

“บัวชมพู”

“ขา”

ใบหน้าสวยหวานหันมาขานรับคำด้วยเสียงหวานจับจิตจับใจ

 

จนทำให้เขานึกอยากเดินแหวกกลางวงสนทนาที่เต็มไปด้วยผู้ชายที่มองเธอด้วยสายตาวับๆ วาวๆ ราวกับหมาป่ากำลังโลมเลียเหยื่ออันโอชะก่อนจะกระโจนเข้าไปขย้ำ...แล้วจูบ...จูบ...จูบ...ให้หนำใจ ประกาศให้ผู้ชายทุกคนในที่นี่รู้ว่า เธอเป็นสมบัติของเขา ห้ามใครหน้าไหนเข้ามาแหยมทั้งนั้น

สมบัติของเขา?

ใช่สิ เธอคือภรรยาที่ตกทอดมาจากบิดาที่เสียชีวิตไปแล้ว เธอก็ควรจะเป็นของเขาไม่ถูกหรือไง?

 

“ไปกับผม”

ไม่ว่าเปล่า มือหนายื่นมาฉุดแขนเธอ เดินออกจากวงสนทนามาหน้าตาเฉย คงมีแต่วิธีนี้เท่านั้น ที่จะกันไม่ให้ผู้ชายคนไหนๆ ได้ขายขนมจีบเธอ

 

“ไปไหนคะคุณฤทธิ์...ฉันไม่ขึ้นเวทีนะคะ”

 น้ำเสียงตื่นถามอย่างตระหนกนิดๆ ที่ถูกจู่โจมถึงเนื้อถึงตัวอย่างรวดเร็ว จากคนที่เฉยชาและมีทีท่าว่าไม่อยากตอแยกับเธอ

 

“เรียกแทนตัวเองใหม่”

 เสียงแข็งดุ

 

“เอ่อ...บัวไม่ขึ้นไปบนเวทีนะคะ?”

เพราะที่นั่นเธออาจจะถูกแนะนำให้ทุกคนรู้จักว่าอยู่ในฐานะอะไร?

 

เธอไม่ได้เป็นภรรยาของคุณภูมิชาติจริงๆ  แค่โกหกเขา...โกหกคนในบ้านอัครเดชาชาญ เธอก็รู้สึกว่าตัวเองบาปหนาเหลือเกิน

 

“ทำไมล่ะ? อีกไม่ช้า คุณก็จะเข้ามาทำงานที่บริษัท”

 

“แต่ฉัน...เอ่อ...บัว...”

 

 ภูวฤทธิ์ไม่ได้สนใจท่าทีอ้ำอึ้งของเธอ เขายังคงเดินดุ่มๆ พร้อมกับจูงเธอไป แน่นอนว่ามันเรียกความสนใจจากทุกสายตาที่ได้เห็น พร้อมกับความสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรกับภูวฤทธิ์ อัครเดชาชาญ

 

“ฝากด้วยนะครับคุณมาศ”

 

 แต่ก่อนที่หัวใจเธอจะวายด้วยความตื่นเต้น เขาก็ยอมปล่อยมือเธอ ฝากฝังไว้กับผู้หญิงวัยกลางคนที่ชื่อคุณมาศ แล้วเดินขึ้นไปบนเวที

 

“คุณเป็นแฟนคุณฤทธิ์หรือคะ?”

 เลขาสาวใหญ่รวบรวมความกล้าถาม รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย

 

บัวชมพูหน้าเหรอหรา ก่อนจะสั่นหน้านิดๆ  ยิ้มเจื่อน

 

“เปล่าค่ะ ฉันเป็น...เอ่อ...ภรรยาคุณภูมิชาติ”

 เธอต้องโกหกคนเพิ่มอีกคนแล้ว

 

ปิยะมาศอ้าปากหวอ ไม่คาดฝันว่าเรื่องที่เขาเม้าธ์ๆ กันจะเป็นเรื่องจริง ผู้หญิงตรงหน้า ทั้งสาวและสวยเกินกว่าจะให้เชื่อไปอย่างนั้น หากบอกว่าเป็นแฟนของภูวฤทธิ์ยังน่าเชื่อเสียมากกว่า

 

“งั้นคุณคงเป็นแม่คุณภีม?”

 

“ค่ะ”

ใบหน้าสวยผงกรับ

 

ปิยะมาศคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าเคยเห็นใบหน้าสวยๆ นี้ที่ไหนมาก่อน จึงนึกออกว่า หญิงสาวคือเด็กฝากพิเศษที่ภูวฤทธิ์ให้เธอนำเอกสารหลักฐานไปให้จรรยานั่นเอง อย่างนี้แล้วในอีกไม่ช้า เจ้าหล่อนก็คงจะเข้าไปทำงานที่ PCA Packaging

 

“ฉันชื่อปิยะมาศค่ะ เป็นเลขาของคุณฤทธิ์”

 

บัวชมพูยกมือขึ้นไหว้ อีกฝ่ายรีบรับไหว้อย่างตกใจ

“ฉันชื่อบัวชมพูค่ะ”

 

“ยินดีรู้จักนะคะคุณบัวชมพู ดิฉันเคยเป็นเลขาของคุณภูมิชาติมาก่อนเหมือนกัน น่าเสียดายที่เราไม่เคยรู้จักกันก่อนหน้านี้”

 

บัวชมพูยิ้มเจื่อน ทำหน้าไม่ถูก แต่แล้วเสียงพิธีกรบนเวทีก็เรียกความสนใจของเธอและคนในงานให้จับจ้องมองไป ไฟในงานถูกหรี่ลง แสงไฟฟอโล่จับที่ร่างสูงสมาร์ทผึ่งผายของชายหนุ่มที่ก้าวขึ้นยืนอยู่หลังโพเดี่ยมบนเวทีอย่างสง่างาม ภูวฤทธิ์กำลังกล่าวต้อนรับแขกในงาน ก่อนจะแสดงวิสัยทัศน์และกล่าวขอบคุณทุกคนอีกครั้ง เวลาแค่ห้านาที แต่สุทรพจน์ของชายหนุ่มช่างจับใจคนฟัง จนได้รับเสียงปรบมือกึกก้อง


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ


ฉบับ Ebook วางแผงแล้ว อยากฟินจิ้มเลยค่า ^^
   

เล่ห์ร้าย สายใยสวาท
รัชริล
www.mebmarket.com
เมื่อแม่เลี้ยงวัยกระเตาะ จูงมือน้องชายต่างสายเลือดเข้ามาแสดงตัว ชีวิตของหนุ่มโสดเจ้าสำราญอย่างเขาก็เปลี่ยนไปตลอดกาล ^^      เธอตะเกียกตะกายหนี แต่ไม่ทันที่เท้าจะก้าวลงไปจากเตียง มือไวเป็นลิง ก็คว้าชายกระโปรงพร้อมกระชากอย่างแรงแคว่ก!เสียงที่ดังพร้อมกับรอยขาดแล่งยาวเป็นทาง เปิดเปลือยเผยเรียวขานวลเนียนขาวออกมาอวดสายตา ใบหน้าหื่นกระหายฉายรอยยิ้มกระหยิ่มคว้าหมับจับข้อเท้าเล็กกระชากกลับ ร่างบางไถลเข้าไปใต้ร่างของเขาที่ตามมาคร่อมตะครุบเอาไว้“ตื่นเต้นดีชะมัด”         ใบหน้าคร้ามเหม็นเหล้าหึ่งชะโงกเข้ามาใกล้...ท่าทางตื่นกลัวสุดขีดกำลังกระตุ้นอารมณ์เบื้องลึกที่มืดดำของเขาให้ยิ่งฮึกเหิมเผียะ!เสียงฝ่ามือบางฟาดฉาดเข้าที่หน้า คมเล็บกรีดแก้มจนเป็นรอยจางเลือดซิบ"ซี้ดดดดด...." กลีบปากหยักหนาสูดปากเบาๆ หรี่ดวงตาวับวาวลงจ้องเขม็งมองมา“ไม่ยักรู้ว่ารสนิยมชอบความรุนแรงเสียด้วย”มือหนาพุ่งมาจับต้นแขนเรียวแน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว พร้อมฉกใบหน้าลงไปซุกไซ้หา ใบหน้านวลบ่ายเบี่ยงเลี่ยงหลบพัลวัน“อย่านะคุณฤทธิ์ ฉันเป็นแม่เลี้ยงของคุณนะ”        ยิ่งเธอดีดดิ้นเท่าไหร่ เสื้อผ้าที่สวมใส่ยิ่งหลุดลุ่ย ภาพที่เห็นปลุกปั่นอารมณ์หื่นกระหายให้พวยพุ่งยิ่งขึ้นไปอีก...         เขาไม่เคยนึกอยากปลุกปล้ำใครเท่านี้มาก่อน แต่สำหรับผู้หญิงจอมมารยาคนนี้ เธอกระตุ้นเลือดนักล่าท้าทายให้มันกำลังเต้นระริกขึ้นมาทีเดียว“อย่ามาลำเลิกตอนนี้หน่อยเลย...คุณเป็นเมียพ่อผม...ในเมื่อท่านตายแล้ว ทรัพย์สมบัติทุกอย่างของท่านก็ต้องตกเป็นของผมในฐานะทายาทโดยชอบธรรมไม่ใช่หรือ?” เสียงทุ้มต่ำเข่นเขี้ยวถามคำรามอยู่ในลำคอ“ไม่เว้นแม้แต่คุณ”          พูดจบร่างบางก็ถูกกดราบลงบนที่นอน ใบหน้าร้อนฉ่าตามลงมาซุกไซ้อย่างหื่นกระหายดุดันบัวชมพูกรีดร้องลั่นหากภูวฤทธิ์คิดว่าเธอเพียงดีดดิ้นเพื่อจะแสดงให้สมบทบาท ริมฝีปากร้อนเลื่อนไล่ตามประกบติด ยิ่งใบหน้างามส่ายสะบัดขัดขืนเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งบดบี้ขยี้ริมฝีปากลงไปหนักหน่วงเท่านั้นในเมื่อเธอความชอบรุนแรง...เขาก็จะตอบสนองให้ถึงใจ...



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น