เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 44 : หวั่นไหวแปลกๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,092
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    11 เม.ย. 61

 

“บัวขอพาลูกขึ้นไปข้างบนก่อนนะคะ”

 

เขาเพียงผงกหน้า เดินเข้าหามุมส่วนตัวเพื่อรับโทรศัพท์ ปริยะโทรมาคงมีความคืบหน้าเรื่องที่เขาสั่งเอาไว้

 

“เรื่องเอกสารที่คุณฤทธิ์ให้ผมจัดเตรียมไว้ ตอนนี้ทุกอย่างพร้อมแล้วนะครับ”

 

ภูวฤทธิ์กลืนน้ำลายลงลำคอที่แห้งผาก ทั้งสับสน ทั้งสงสัย ทุกอย่างกำลังก่อกวนจิตใจ ทั้งๆ ที่อะไรๆ กำลังเป็นไปด้วยดีแท้ๆ...เอกสารที่ปริยะว่า ก็คือทรัพย์สินบางส่วนของอัครเดชาชาญที่เขาเตรียมไว้จะให้กับภีรภัทร

 

“เรื่องนั้นระงับเอาไว้ก่อนนะปริยะ”

 

“ครับ...ต้องขอโทษคุณฤทธิ์ด้วย ช่วงนี้ผมยุ่งๆ กับเรื่องคุณพ่ออยู่”

แล้วคุณอาเป็นยังไงบ้างการผ่าตัดเรียบร้อยดีไหม”

 

“ครับ...ตอนนี้พ่อกำลังพักฟื้นอยู่กับน้องสาวของผมที่นิวซีแลนด์ อาการดีขึ้นมาก อีกไม่นานคงกลับเมืองไทย เอ่อ! ผมลืมถามท่านเรื่องเกี่ยวกับคุณบัว”

 

“ไม่เป็นไร ผมจะหาคำตอบด้วยตัวเอง”

 

เขาตัดบทวางสายไป หากดวงตานิ่งขึงแทบไม่กะพริบ เต็มไปด้วยความครุ่นคิดในเรื่องที่กำลังก่อกวนจิตใจอย่างหนัก ความจริงก็ต้องคือความจริงวันยังค่ำ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผลจะออกมาเป็นยังไง มนุษย์เราก็หลีกหนีความจริงไม่พ้น และต้องอยู่กับมันให้ได้ด้วย

 

 

“นายต้องสัญญาจะไม่บอกแม่บัวว่าพี่พามาที่นี่?”

 

แม้จะหวั่นเกรงในคำตอบที่จะได้รับอยู่ลึกๆ แต่ภูวฤทธิ์ก็ไม่อยากค้างคาใจอีก เขารักภีรภัทร เรียกว่ารักจนหมดใจ เพราะเชื่อว่าเด็กคนนี้เป็นน้องชายของเขาจริงๆ และเพราะเหตุนี้เขาจึงอยากเคลียร์ทุกอย่างให้โปร่งใส เพื่อจะได้ไม่มีอะไรติดค้างคาใจ มันอาจจะมีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นก็ได้

 

“ทำไมล่ะครับ?”

 เสียงใสของเจ้าตัวจ้อยถาม “แล้วที่นี่มันที่ไหนหรือพี่ฤทธิ์”

 

ภูวฤทธิ์ถอนใจ เขาหวั่นวิตกไปเกินเหตุ ภีรภัทรยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นี่คือที่ไหนและเขาพาแกมาทำไมกัน

 

เด็กตรงหน้าไร้เดียงสาและน่าสงสารเกินกว่าที่จะถูกใช้เป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์ของใคร เขาไม่ได้ทำเรื่องนี้เพื่อตัวเองคนเดียว ยังทำเพื่อเจ้าเด็กตรงหน้านี้ด้วย

 

“ไอศกรีมถ้วยโตๆ หนึ่งถ้วยแลกกับเก็บไว้เป็นความลับ”

 

“ได้ครับ”

 เสียงตอบรับแทบทันที พร้อมยื่นมือมาให้จับทำสัญญากัน ใบหน้ากลมยิ้มแป้นแล้นสดใส ภีรภัทรเป็นเด็กว่าง่าย น่ารัก มองโลกในแง่ดี นี่ไงล่ะที่ทำให้เขาเขาทั้งรักทั้งหลง จนเกือบจะเปลี่ยนใจไม่ค้นหาความจริงอะไรแล้วทั้งนั้น

 

แต่เพื่อจะได้ไม่ตะขิดตะขวงใจที่จะรักเจ้าจอมซนนี่ และที่เขาอยากรู้เสียยิ่งกว่าว่าเจ้าเด็กแสบตรงหน้าเป็นน้องของเขาจริงหรือเปล่า ก็คือบัวชมพูโกหก หลอกลวง นอกใจบิดาเขาด้วยหรือเปล่า?

 

ภูวฤทธิ์ตัดสินใจพาภีรภัทรมาตรวจดีเอ็นเอ หลังจากได้สอบถามเจ้าหน้าที่มาเป็นอย่างดี

 

“ไม่ต้องเจาะเลือดค่ะ เราจะใช้buccal swab ที่คล้ายกับไม้พันสำลี ถูกับกระพุ้งแก้มด้านในปากเพื่อเก็บเซลเนื้อเยื่อไปตรวจดีเอ็นเอที่ใช้ในการหาพันธุกรรม ไม่ทำให้เจ็บอะไร ง่ายและก็สะดวกด้วย”

 

“แล้ววิธีนี้จะรับรองผลความแม่นยำสักกี่เปอร์เซ็นต์ครับ?”

 

“ในกรณีที่คุณสอบถาม คือการตรวจดีเอ็นเอพี่น้องร่วมบิดาเดียวกัน เรียกว่าThe half siblingship test ซึ่งคุณทั้งสองคนมีความสัมพันธ์กันเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น คือจากดีเอ็นเอของพ่อ แต่หากว่ามีตัวอย่างดีเอ็นเอของแม่เด็กมาร่วมทดสอบด้วย ก็จะให้ผลการทดสอบความสัมพันธ์มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น” เจ้าหน้าที่แนะนำ แต่ภูวฤทธิ์จำเป็นที่ต้องตัดทางเลือกนั้นออกไปเสีย เพราะขืนบัวชมพูรู้ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ แม้ครั้งแรกเธอจะท้าทายให้เขาพิสูจน์ด้วยวิธีการนี้ก็ตาม

 

“แล้วผมจะทราบผลเมื่อไหร่ครับ?”

 

“อีกประมาณสองอาทิตย์ค่ะ”

 

อีกสองอาทิตย์เท่านั้น...เขาก็จะได้โล่งใจเสียที...และหากภีรภัทรเป็นน้องชายเขาจริง เขาจะเลี้ยงดูทุ่มเทให้แกอย่างดีที่สุดเพื่อทดแทนที่แกไม่เคยได้รับความรักความเอาใจใส่จากพ่อ

 

ส่วนบัวชมพู ตอนนี้เขากำลังสับสน ความรู้สึกที่มีต่อเธอเปลี่ยนไปจนน่าตกใจ

 

การที่เขาไม่เคยรับรู้ว่าเธอเป็นภรรยาของบิดามาก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต จึงทำให้เขาไม่สนิทใจที่จะเชื่ออย่างนั้น  นับวันกำแพงสูงใหญ่ที่ขวางกั้นในความคิดตั้งแต่ครั้งแรกที่รู้จัก ก็ดูจะลดขนาดลงจนสามารถก้าวข้ามไปได้

 

มันเป็นความรู้สึกอันตราย เพราะเขาหักห้ามใจตัวเองไม่ได้ และแถมผู้หญิงคนนั้นจะแสร้งทำตัวไร้เดียงสาอ่อนต่อโลกให้เขาย่ามใจ หนทางที่ปลอดภัย คือตอนนี้เขาควรอยู่ให้ห่างจากเธอให้มากที่สุด

 

 

“บัวมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า?”

 

สีหน้าของธันวาพลอยเป็นกังวล เมื่อคู่สนทนาไม่ยอมตอบคำถามเขา แต่เหม่อลอยเหมือนครุ่นคิดอะไรอยู่เพียงลำพังราวกับเขาไม่ได้นั่งอยู่ที่นี่ด้วย

 

“บัว...บัว...”

 เขาโบกมือผ่านหน้า บัวชมพูที่นั่งอยู่ที่ชุดเก้าอี้ริมสระน้ำดูภีรภัทรเล่นน้ำจึงได้สติ

 

“พี่ธันวาว่ายังไงนะคะ?”

 

“บัวมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า?”

 

เรื่องไม่สบายใจ เธอคงปรึกษาเขาไม่ได้หรอก เพราะธันวาก็คงไม่รู้ว่าทำไมภูวฤทธิ์ถึงได้ดูเปลี่ยนไป และที่สำคัญ ทำไมเธอต้องสนใจเขาด้วย รวมถึงไม่สบายใจกับท่าทีที่ห่างเหินเฉยชาไปในชั่วพริบตา ทั้งๆ ที่ในตอนนี้มันก็ดีกับทั้งเธอและเขาที่สุด

 

“เปล่าหรอกค่ะ”

เธอยิ้มบางๆ เป็นคำโกหกที่ไม่แนบเนียนเอาเสียเลย เพราะตอนนี้เธอนั่งอยู่กับสารวัตรสอบสวน ธันวาจึงไม่เชื่อ แต่เขาก็ไม่อยากเซ้าซี้ให้หญิงสาวรำคาญใจ

 

“คุณภูวฤทธิ์เขาดีกับบัวหรือเปล่า?”

ธันวาถามในเรื่องที่เขาสงสัย เพราะเห็นชายหนุ่มมักจะเหน็บแนมเธอเสมอๆ ท่าทางเหมือนจะไม่ชอบหน้ากัน แต่ก็คอยหมั่นหาเรื่องมาตอแย

 

กริยาอาการอย่างนี้มันคล้ายผู้ชายที่สนใจแต่ทำปากแข็งไปอย่างนั้นเอง บัวชมพูออกจะสวยน่ามองนิสัยก็ดี มีหรือที่ลูกเลี้ยงหนุ่มจะไม่เผลอไผลคิดอะไรๆ ด้วยบ้าง

 

คิ้วเรียวเลิกขึ้นนิดหนึ่ง

“ทำไมพี่ธันวาถามอย่างนั้นล่ะคะ?”

 

“ก็ฐานะของเขากับบัว...ไม่รู้สิ พี่ว่ามันแปลกๆอยู่นะ ถึงอยากรู้ว่าเขาดีกับบัวหรือเปล่า?”

 

เธอลอบถอนใจ เอนหลังไปพิงกับพนักอย่างหมดแรง พลันดวงตาก็เห็นร่างสูงของคนที่ทำให้เธอไม่สบายใจยืนอยู่ที่กรอบหน้าต่างห้องนอนชั้นบนมองมาตรงนี้ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ

 

คุณฤทธิ์

เขาสบตากับเธอแว่บหนึ่ง ก่อนจะลับกายหายไป บัวชมพูคิดว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด ภูวฤทธิ์มองเธอ ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้ว และทำไมเขาต้องทำตัวลับๆ ล่อๆ คอยหลบหน้าหลบตาเธอด้วย ทุกอย่างเปลี่ยนไปหลังจากที่เขาทำลูกชายเธอหัวแตก หรือเขาคิดว่าเธอโกรธเขาเรื่องนั้น แต่คงไม่ใช่หรอก เพราะคนที่ห่างเหินและหมางเมินคือเขาไม่ใช่เธอ


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ


ฉบับ Ebook วางแผงแล้ว อยากฟินจิ้มเลยค่า ^^
   

เล่ห์ร้าย สายใยสวาท
รัชริล
www.mebmarket.com
เมื่อแม่เลี้ยงวัยกระเตาะ จูงมือน้องชายต่างสายเลือดเข้ามาแสดงตัว ชีวิตของหนุ่มโสดเจ้าสำราญอย่างเขาก็เปลี่ยนไปตลอดกาล ^^      เธอตะเกียกตะกายหนี แต่ไม่ทันที่เท้าจะก้าวลงไปจากเตียง มือไวเป็นลิง ก็คว้าชายกระโปรงพร้อมกระชากอย่างแรงแคว่ก!เสียงที่ดังพร้อมกับรอยขาดแล่งยาวเป็นทาง เปิดเปลือยเผยเรียวขานวลเนียนขาวออกมาอวดสายตา ใบหน้าหื่นกระหายฉายรอยยิ้มกระหยิ่มคว้าหมับจับข้อเท้าเล็กกระชากกลับ ร่างบางไถลเข้าไปใต้ร่างของเขาที่ตามมาคร่อมตะครุบเอาไว้“ตื่นเต้นดีชะมัด”         ใบหน้าคร้ามเหม็นเหล้าหึ่งชะโงกเข้ามาใกล้...ท่าทางตื่นกลัวสุดขีดกำลังกระตุ้นอารมณ์เบื้องลึกที่มืดดำของเขาให้ยิ่งฮึกเหิมเผียะ!เสียงฝ่ามือบางฟาดฉาดเข้าที่หน้า คมเล็บกรีดแก้มจนเป็นรอยจางเลือดซิบ"ซี้ดดดดด...." กลีบปากหยักหนาสูดปากเบาๆ หรี่ดวงตาวับวาวลงจ้องเขม็งมองมา“ไม่ยักรู้ว่ารสนิยมชอบความรุนแรงเสียด้วย”มือหนาพุ่งมาจับต้นแขนเรียวแน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว พร้อมฉกใบหน้าลงไปซุกไซ้หา ใบหน้านวลบ่ายเบี่ยงเลี่ยงหลบพัลวัน“อย่านะคุณฤทธิ์ ฉันเป็นแม่เลี้ยงของคุณนะ”        ยิ่งเธอดีดดิ้นเท่าไหร่ เสื้อผ้าที่สวมใส่ยิ่งหลุดลุ่ย ภาพที่เห็นปลุกปั่นอารมณ์หื่นกระหายให้พวยพุ่งยิ่งขึ้นไปอีก...         เขาไม่เคยนึกอยากปลุกปล้ำใครเท่านี้มาก่อน แต่สำหรับผู้หญิงจอมมารยาคนนี้ เธอกระตุ้นเลือดนักล่าท้าทายให้มันกำลังเต้นระริกขึ้นมาทีเดียว“อย่ามาลำเลิกตอนนี้หน่อยเลย...คุณเป็นเมียพ่อผม...ในเมื่อท่านตายแล้ว ทรัพย์สมบัติทุกอย่างของท่านก็ต้องตกเป็นของผมในฐานะทายาทโดยชอบธรรมไม่ใช่หรือ?” เสียงทุ้มต่ำเข่นเขี้ยวถามคำรามอยู่ในลำคอ“ไม่เว้นแม้แต่คุณ”          พูดจบร่างบางก็ถูกกดราบลงบนที่นอน ใบหน้าร้อนฉ่าตามลงมาซุกไซ้อย่างหื่นกระหายดุดันบัวชมพูกรีดร้องลั่นหากภูวฤทธิ์คิดว่าเธอเพียงดีดดิ้นเพื่อจะแสดงให้สมบทบาท ริมฝีปากร้อนเลื่อนไล่ตามประกบติด ยิ่งใบหน้างามส่ายสะบัดขัดขืนเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งบดบี้ขยี้ริมฝีปากลงไปหนักหน่วงเท่านั้นในเมื่อเธอความชอบรุนแรง...เขาก็จะตอบสนองให้ถึงใจ...



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น