เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 4 : เฉพาะหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,215
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    6 เม.ย. 61





ดวงตาคมตวัดมองใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กชายตัวจ้อยอีกครั้ง...เด็กคนนี้หน้าตาคล้ายเขาหรือเปล่า? ไม่แน่ใจนัก แต่ดูเหมือนไอ้หนูจะหน้าตากระเดียดไปทางแม่มากกว่า...และที่สำคัญจะใช่ลูกของพ่อเขาหรือเปล่าก็ยังสงสัย?

 

 

“คุณบอกว่าพ่อผมจ่ายค่าเลี้ยงดูให้คุณทุกเดือนอย่างนั้นหรือ?”

เขาเอ่ยขึ้นมาหลังจากเงียบไปครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่

 

“ค่ะ”

บัวชมพูตอบอย่างประหยัดถ้อยคำ

 

“งั้นผมขอชื่อและเลขที่บัญชีด้วย”

 เพราะถ้าเป็นอย่างเธอว่าจริงคงตรวจสอบได้ไม่ยาก และหากว่าบิดาของเขาโอนเงินให้เธอทุกๆ เดือนจริงอย่างที่ผู้หญิงคนนี้กล่าวอ้าง นั่นก็แสดงว่าท่านยอมรับว่ามีความเกี่ยวข้องกับสองแม่ลูกนี่จริงๆ

 

บัวชมพูคอแข็งขึ้นมา ดวงตาคู่สวยหวานจ้องหน้าเขาเขม็ง ริมฝีปากอิ่มสวยยกยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก

 

“ค่าใช้จ่ายเดือนละสามหมื่นบาทของตาหนูดูจะไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าไหร่ ในเมื่อแกโตขึ้นทุกวัน และแกก็เป็นลูกชายคนหนึ่งของคุณภูมิชาติเหมือนกัน”

 

...แม้จะเป็นลูกนอกสมรสก็เถอะ  เธอกำลังจะเรียกร้องสิทธิ์ให้กับภีรภัทร

 

ภูวฤทธิ์หูกระดิก เขาคิดว่าเจ้าหล่อนคนสวยเมียเด็กของบิดา กำลังจะเล่นแง่กับเขา

 

“เดี๋ยวก่อนนะคุณ...”

ดวงตาคมเหลือบแลสายตาไปอ่านชื่อเจ้าหล่อนจากในใบสูติบัตร

 

“คุณบัวชมพู”

 

ชื่อฟังดูบริสุทธิ์แสนหวาน ซึ่งก็เข้ากับหน้าตาสวยๆ ของเจ้าหล่อนดี แต่ไม่เข้ากับนิสัยหลายๆ อย่างที่แม้ไม่ได้รู้จักมากนัก แต่ก็ทำให้เขารู้สึกไม่ชอบใจและมองเธอในแง่ลบเสียแล้ว

 

“เรื่องที่คุณพูดมาทั้งหมด คุณพูดของคุณอยู่คนเดียว จริงหรือไม่จริง ผมเองก็ไม่รู้”

 

“หลักฐานทั้งหมดคุณก็เห็นแล้วนี่คะ?”

 ดวงตาหวานตวัดมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขา

 

“เอกสารพวกนี้มันทำปลอมกันได้ สิบแปดมงกุฏสมัยนี้เก่งกันจะตาย” คนตอบไม่ยี่หระ

 

คนฟังขมวดคิ้วนิดๆ ชักสีหน้าไม่พอใจเมื่อถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกสิบแปดมงกุฏ ผู้ชายคนนี้คงจะกลัวว่าลูกชายเธอจะมาแย่งสมบัติมากเลยสินะ

 

“ดิฉันยินดีให้คุณตรวจสอบไปที่ทางทะเบียนราษฏร์ ทางวิทยาศาสตร์ ทางกฏหมายซึ่งมันคงไม่ยากเย็นอะไรสำหรับคนอย่างคุณ”

ดวงตาจ้องกร้าวไม่หลบสายตา

 

เจ้าหล่อนกล้าท้าทาย...ไม่มั่นใจ...ไม่แน่จริง...เธอก็คงไม่กล้าพูดออกมา เพราะรู้ดีว่าการมาล้อเล่นกับคนอย่างเขา...ภูวฤทธิ์ อัครเดชาชาญมันไม่ใช่เรื่องสนุกเลย

 

เพราะหากว่าไม่ใช่เรื่องจริงแล้วเขาจะไม่มีวันปล่อยให้เธอลอยนวลไปง่ายๆ แน่ แต่เขาก็ยังไม่อยากให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไปให้ใครรู้

 

บิดาของเขา...ได้ชื่อว่านักธุรกิจประวัติขาวสะอาด เป็นคนดี มีคนนับหน้าถือตา แต่ว่าแอบซุกเมียรุ่นลูกเอาไว้ คงไม่เป็นผลดีต่อชื่อเสียงของท่านแน่ๆ

 

“อันนั้นผมต้องทำแน่ๆ อยู่แล้ว”

 

ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มที่มุมปาก ยังไงเขาก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

 

“ขอเวลาเดี๋ยวนะ”

ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืน อดไม่ได้ที่จะมองหน้าเด็กชายตัวจ้อยที่ถูกระบุว่าเป็นน้องของเขา หน้าตามันน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริงๆ นี่กระมังถึงทำให้ป้าแจ่มจิตใจอ่อน ยอมเปิดประตูให้เข้ามาในบ้านง่ายๆ

 

ภูวฤทธิ์ตวัดสายตากลับไปดูแม่ของเด็กที่หน้าเชิด คอแข็ง ท่าทางหยิ่งยะโสจองหองเช่นนี้แล้ว ไม่น่าที่จะยอมเป็นเมียเก็บผู้ชายแก่คราวพ่อเลยนี่นา...แต่ก็นั่นแหละ เงินซื้อได้ทุกอย่าง และที่เจ้าหล่อนมาร้องแรกแหกกระเชออยู่ตอนนี้ ถึงจะเอาลูกชายขึ้นมาอ้าง...แต่มันก็เป็นเพราะเรื่องเงิน เธอประกาศชัดเจนแล้วนี่นา

 

ชายหนุ่มเดินออกไปจากห้องรับแขก ปล่อยสองแม่ลูกอยู่ด้วยกันตามลำพังพร้อมกับบอกคนในบ้านให้ช่วยจับตามองไว้

 

เขาเชื่อว่าเรื่องสำคัญขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้ที่ทนายประจำตระกูลของเขาจะไม่รู้เรื่องรู้ราว อย่างน้อยก็หลักฐานเรื่องการโอนเงินค่าเลี้ยงดูเด็กนั่นแหละ

 

ภูวฤทธิ์ติดต่อหาปริยะ ทนายความที่ช่วยดูแลเรื่องกฏหมายให้กับตระกูลอัครเดชาชาญ ตั้งแต่สมัยคุณปรีชารุ่นพ่อที่ตอนนี้เดินทางไปผ่าตัดทำบายพาสหัวใจและพักฟื้นที่สวิซเซอแลนด์ จึงโอนงานในความรับผิดชอบทั้งหมดให้กับปริยะบุตรชายดูแลต่อ  เขาต้องการให้ปริยะสืบสาวเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วน เพื่อที่เขาจะได้ตัดสินใจ ว่าจะทำยังไงต่อไปดี

 

“วันนี้วันหยุดเสียด้วยสิครับ เรื่องตรวจสอบเอกสารอะไรคงลำบากเสียหน่อย”

 

“แต่คงไม่เกินความสามารถของคุณกระมัง...ปริยะ”

น้ำเสียงเข้มและเฉียบทำให้อีกฝ่ายนึกรู้ว่าไม่มีสิทธิ์ยกเรื่องใดขึ้นมาเป็นข้ออ้างในการปฏิเสธ

 

“ครับๆ ผมจะรีบตามเรื่องให้โดยเร็วที่สุด”

ทนายหนุ่มผู้มารับตำแหน่งสืบทอดต่อจากบิดารับคำแบ่งรับแบ่งสู้

 

“ไม่...ผมต้องการคำตอบภายในวันนี้...วันนี้นะครับ”

 เขาย้ำเด็ดขาดหนักแน่น ก่อนจะวางสายไป

 

ร่างสูงใหญ่เดินวนไปเวียนมากระวนกระวายใจ พอนึกถึงใบหน้าสวยเชิดๆ ของแม่เลี้ยงวัยกระเตาะ ก็เหยียดปากออกมาอย่างหมิ่นแคลน มือหนายกขึ้นมาเกาคางที่เขียวครึ้มด้วยไรเคราจางๆ อย่างครุ่นคิด

 

ถ้าทั้งหมดเป็นเรื่องจริง...ซึ่งตอนนี้ก็มีแนวโน้มค่อนข้างมากที่จะเป็นอย่างนั้น...หากหลักฐานทั้งหมดเป็นของจริง แล้วเขาจะทำยังไงกับสองแม่ลูกนั่นต่อไปดี

 

ถ้าเจ้าเด็กตาใสแจ๋วหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูนั่นเป็นลูกของบิดาเขา...มีสายเลือดเดียวกับเขาจริง...ภูวฤทธิ์ก็คงจะรับผิดชอบดูแลส่งเสียให้ได้รับการศึกษาและมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้...ในฐานะน้องชายของเขาผู้เป็นสายเลือดอัครเดชาชาญคนหนึ่ง

 

แล้วแม่ของเด็กล่ะ? ผู้หญิงสวยท่าทางเชิดๆ ที่ดูท่าว่าจะไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ นั่น

 

เขาควรจะทำยังไงกับเจ้าหล่อนดี?


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น