เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 28 : เหตุเกิดเพราะเจ้าตัวยุ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    30 มี.ค. 61



“นายไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเธอใช่ไหม?”

นัธนัยถามเรื่องที่เขาสงสัย

 

“ก็ไม่นี่”

 

“นายแน่ใจจริงหรือว่าเธอเป็นภรรยาอาชาติจริงๆ ดูท่าเธอไม่น่าจะยอมเป็นเมียลับๆ ของใครได้”

 

นัธนัยคิดเหมือนใจเขา แต่ก็นั่นแหละ คนเราสมัยนี้ รู้หน้าไม่รู้ใจ

 

“เธอมีสูติบัตรของนายภีมมายืนยัน รูปที่ถ่ายกับพ่อฉันอีกเป็นสิบๆ ใบ”

 

“แล้วนายรู้สึกยังไง?” นัธนัยตั้งคำถามไม่มีปี่มีขลุ่ย

 

ภูวฤทธิ์ถึงกับสะอึก มองหน้าคนถาม

 

“ว่าไงล่ะนายฤทธิ์ รู้สึกยังไง ที่จู่ๆ ก็มีน้องชายตัวกระเปี๊ยก”

คำถามที่ขยายความสงสัยของอีกฝ่าย ทำให้เขาโล่งอกที่จะตอบ

 

“ก็ดี...แปลกดีเหมือนกัน ฉันเพิ่งเคยมีน้อง ตอนอายุเท่านี้”

 

“ก็แน่ล่ะสิ ดูแล้วอย่างกับพ่อลูกกันมากกว่าพี่น้องเสียอีก ตอนที่นายเดินขึ้นบ้านมา ฉันเห็นแว่บแรก ยังคิดว่าพ่อแม่ลูกยังไงยังงั้นทีเดียว”

และก็มีคนเข้าใจผิดเหมือนที่นัธนัยพูดอยู่บ่อยๆ

 

“แล้วนี่จะเอายังไงต่อไป?”

นัธนัยยังรุกไล่คำถามไม่หยุดหย่อน

 

“เอายังไงเรื่องอะไร?”

 

“ก็เรื่องน้องชายกับแม่เลี้ยงนายไง?”

 

“ก็ช่วยๆ กันดูแลกันไป”

 

“แล้วถ้าคุณบัวชมพูจะมีแฟน หรือแต่งงานใหม่?”

ญาติห่างๆ จี้คำถามไม่ลดละ

 

“ก็เรื่องของเธอสิ ฉันจะไปว่าอะไรได้ แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้แน่ๆ”

 ยังไงเขาก็ยังคิดเหมือนเดิม

 

“แปลว่า ถ้าฉันอยากจีบเธอก็ได้น่ะสิ”

คนพูดยิ้มนิดๆ ถามหยั่งเชิงอยากฟังความเห็น

 

ภูวฤทธิ์ครางฮึ่มอยู่ในคอ มองท่าทางคนพูดทีเล่นทีจริงนั่นตาเขียว ไม่ตอบคำถาม และก็เลิกพูดคุยเรื่องนี้ไป นัธนัยจึงเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน

 

กระทั่งจนตั้งโต๊ะอาหารเย็น ที่ชายหนุ่มกลับมาหน้าเป็นหยอกเย้าคุยกระเซ้าเหมือนสนิทสนมกับแม่เลี้ยงของเขามานานปี ทำให้เขานึกหงุดหงิดใจนัก เรื่องที่ถามเขา หรือนัธนัยจะพูดจริง

 

 

“เร็วสิตาภีม มาใส่เสื้อเร็ว สายแล้วนะลูก”

 

เสียงหวานดังแว่วมาจากห้องข้างๆ ที่เปิดประตูเพียงแง้มเอาไว้ เจ้าตัวซนคงออกฤทธิ์กับคนเป็นแม่แต่เช้าเลยสิ

 

ภูวฤทธิ์ชะโงกหน้าไปดู เห็นบัวชมพูถือเสื้อที่ทางโรงเรียนกำหนดให้ ทั้งเขา เธอ และภีรภัทรต้องใส่เสื้อสีชมพูเพื่อไปแข่งแรลลี่ที่โรงเรียน  ส่วนเจ้าตัวซนยืนหัวเราะงอหายอยู่อีกฟากฝั่งหนึ่งของเตียงหลังใหญ่ นุ่งแต่กางเกงกับเสื้อกล้ามสีขาวเท่านั้น

 

“เล่นไล่จับ...เล่นไล่จับกันนะแม่บัว”

 

คุณแม่กลอกตามองเพดาน ถอนใจพรวด

“ไม่ใช่เวลานี้จ๊ะ เราต้องรีบไปโรงเรียนหนู”

 

“วันนี้วันอาทิตย์”

 

“ที่โรงเรียนหนูมีกิจกรรม หรือจะไม่ไป”

 

“ไป”

เสียงแจ๋วๆ ตอบกลับมา

 

“ไปก็รีบมาใส่เสื้อเร็วๆ เดี๋ยวพี่ฤทธิ์รอนานจะถูกดุเอานะ”

 

“พี่ฤทธิ์ไม่ดุ”

เถียงแทนเรียบร้อย บัวชมพูรู้สึกว่านับวันภูวฤทธิ์ยิ่งจะครอบงำลูกชายเธอเข้าไปทุกที เขาเข้ากับเด็กได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะกับน้องชายต่างวัยที่อายุห่างกันถึงยี่สิบกว่าปี

 

“นั่นสิ ผมไม่ดุเสียหน่อย คุณล่ะชอบพูดใส่ร้ายผมให้นายภีมฟังอยู่เรื่อย”

 

เสียงคีย์ต่ำที่ดังอยู่ข้างหลังเรียกใบหน้างามเหลียวขวับไปมอง ก็เห็นว่าภูวฤทธิ์แต่งตัวเรียบร้อยในเสื้อโปโลสีชมพูเช่นเดียวกับเธอ

 

“ว่าไงนายตัวยุ่ง ยังแต่งตัวไม่เสร็จอีกหรือไง?”

 

“เล่นไล่จับกันพี่ฤทธิ์”

 เสียงแจ๋วๆ ชวน

 

“ไม่ใช่เวลานี้ เราต้องรีบไปโรงเรียนกัน มาเร็วนายภีมมาใส่เสื้อ”

คนเป็นพี่เรียก แต่เจ้าตัวเล็กสั่นหน้าดิก

 

“ดื้อนักใช่มั้ย? ถ้าจับได้คงต้องฟาดก้นเสียทีแล้ว”

คุณแม่ยังสาวคำรามฮึ่มฮั่มอยู่ในคอขู่ลูกชาย

 

 พอเดินเข้าไปใกล้ ภีรภัทรก็กรี๊ดกร๊าดเสียงดังลั่น แล้ววิ่งหนีกระโดดขึ้นเตียงอ้อมมาอีกฟากหนึ่ง และพอมารดาจะคว้าตัว ไอ้ตัวแสบก็วิ่งหนีไปอีกทางหนึ่ง เขายืนหัวขบขันเพราะไม่มีทางที่บัวชมพูจะไล่จับไอ้ตัวเล็กที่ไวเป็นปรอทไว้ได้็อ ร่างบางที่ยืนหอบแฮ่กๆ เงยหน้าขึ้นมาค้อนเขา

 

“มัวแต่หัวเราะอยู่ได้ ช่วยกันหน่อยสิคะคุณฤทธิ์ เดี๋ยวก็ไปสายกันพอดี”

บัวชมพูออกปากขอร้องอย่างเคืองนิดๆ เมื่อเห็นชายหนุ่มยืนมองดูความวุ่นวายภายในห้องเฉยๆ

 

คนหัวเราะงอหายถึงได้รู้สึกตัว

 

“งั้นคุณยืนดักอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวผมต้อนนายภีมเอง”

เขาวางแผน แต่ไม่ใช่แผนลับ เพราะคนถูกไล่ตามจับก็ได้ยิน

 

“มานี่นะนายภีม จะหนีไปไหน วิ่งเร็วนักใช่ไหม?”

ร่างใหญ่วิ่งไล่ โถมตัวเข้าหา

 

“แม่บัวกับพี่ฤทธิ์ขี้โกงนี่นา”

เจ้าตัวจ้อยประท้วงหน้ามุ่ย แต่ก็ยังวิ่งหนีไปได้

 

“ไวเป็นลิงเชียว มิน่านายถึงชอบกินกล้วย”

คนเป็นพี่ว่า ชักเริ่มหอบแฮ่กๆ ขึ้นมาบ้าง ในห้องขนาดห้าคูณหกตารางเมตร แต่กลับไล่จับเจ้าตัวจ้อยไม่ได้

 

“จับได้ล่ะน่าดูชมเชียว”

เขาครางฮึ่มฮั่มขู่บ้าง ก่อนจะวิ่งไล่ต้อนน้องชายไปทางที่บัวชมพูยืนอยู่

 

“เสร็จฉันล่ะ”

 มือหนายื่นไปจะคว้าตัวได้อยู่แล้วเชียว แต่ลูกลิงลมก็กระโดดเผ่นแผวหลบอย่างรวดเร็ว ทำให้ภูวฤทธิ์เสียหลักหน้าคะมำ แขนทั้งสองข้างคว้าได้ร่างบางของแม่เจ้าตัวจ้อยแทนเสีย

 

“ว้าย”

บัวชมพูร้องดังด้วยความตกใจ

 

เท่านั้นยังไม่พอเขาพาเธอล้มลงไปบนเตียงหลังใหญ่เสียด้วยกัน ไอ้ตัวแสบน่ะ วิ่งหายออกไปนอกห้องเรียบร้อยแล้ว

 

ดวงตาที่หลับปี๋เปิดพรึบขึ้นมา หลังจากหายตกใจ รับรู้ได้ถึงเรือนร่างหนาหนักที่ทับทาบเอาไว้เต็มตัว ไม่เพียงเท่านั้นจมูกโด่งของเขาฝังเข้าที่แก้มของหญิงสาวเสียเต็มรัก หากเป็นกระดาษสาแผ่นบางๆ คงจะทะลุไปแล้ว


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น