เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 2 : เผชิญหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,415
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    13 มี.ค. 61






“ชอบบ้านหลังนี้ไหมตาหนู?”

 

ใบหน้านวลใส ดูวัยไม่น่าเกินยี่สิบ กวาดสายตามองไปโดยรอบแล้วก้มลงมาถามเด็กชายวัยห้าขวบที่นั่งอยู่บนตัก พร้อมกับชี้ให้ดูภายในห้องรับแขกกว้างขวางที่ตกแต่งไว้อย่างหรูหรา

 

ตั้งแต่โซฟาหลุยส์ชุดใหญ่อลังการที่นั่งอยู่ ในตู้โชว์กระจกใสเต็มไปด้วยเครื่องลายครามโบราณ ชุดเบญจรงค์วาดลวดลายสวย รูปหล่อโลหะ ยังจะของที่ระลึกจากต่างประเทศที่ถูกจัดวางไว้อวดแขกตามมุมต่างๆ ของห้องอย่างลงตัว บนฝาผนังยังมีภาพวาดของศิลปินชื่อดังประดับอยู่อีกหลายภาพ สมฐานะของเศรษฐีพันล้านผู้เป็นบิดาของเจ้าหนูนี่

 

“บ้านใครครับแม่บัว?”

 

ใบหน้าซื่อใสไร้เดียงสา ดูหวาดหวั่นกับสถานที่ที่ไม่ค่อยคุ้นเคยจนต้องกระโดดมานั่งบนตักของเธอไม่ยอมไปไหนเพื่อความอุ่นใจ เงยใบหน้าเล็กขึ้นถาม

 

“บ้านของคุณพ่อไงจ๊ะ”

บัวชมพูตอบลูกชายชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาหวานลุกวาวขึ้นมาเรียกความกล้าให้ตัวเองเมื่อรู้ว่ากำลังจะเผชิญหน้ากับใครในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

 

เธอจะไม่ทำอย่างนี้เลย หากเงินที่ได้รับโอนเข้าบัญชีในทุกเดือนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูภีรภัทร ไม่ได้ถูกระงับไปเมื่อสามเดือนก่อน

 

เป็นเวลาสามเดือนเต็มที่เธอได้นำเงินที่เก็บหอมรอมริบส่วนตัวจากที่นายภูมิชาติเคยให้ไว้ใช้จ่ายอยู่ก้อนหนึ่ง ซึ่งไม่มากมายอะไรมาใช้สอย ซึ่งเงินก้อนนั้นก็ร่อยหรอลงอย่างรวดเร็ว

 

จนเธอแน่ใจว่ามันไม่สามารถจะเลี้ยงดูส่งเสียเด็กชายไปได้ตลอดรอดฝั่งจนกว่าเขาจะบรรลุนิติภาวะตามความตั้งใจของผู้เป็นบิดาเป็นแน่แท้

 

 

ด้วยเหตุนี้ทำให้เธอบากหน้ามายังบ้านหลังใหญ่นี่ ทั้งที่ไม่เคยคิดจะเหยียบย่างกร้ำกรายด้วยเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่แต่ในที่ทางของตัวเองมาตลอด แต่เพื่อเรียกร้องสิทธิ์ให้กับภีรภัทร ที่เป็นบุตรชายคนหนึ่งของคุณภูมิชาติเหมือนกัน เจ้าหนูจึงสมควรมีส่วนในทรัพย์สินของผู้เป็นบิดา

 

เดี๋ยวฉันจะไปตามคุณฤทธิ์มาให้ และอย่าได้แตะต้องอะไรในบ้านนี้เด็ดขาดล่ะ

น้ำเสียงสะบัดแฝงไปด้วยการดูถูกดูแคลนบ่งบอกชัดว่าไม่เป็นมิตรเอ่ยกับเธอ ก่อนที่สาวใหญ่ผู้ดูท่าจะมีอำนาจไม่น้อยในบ้านหลังนี้จะลับกายหายออกไปจากห้องรับแขกได้ครู่ใหญ่

 

บัวชมพูรู้สึกหวาดหวั่นใจอยู่ไม่น้อย เธอเดาไม่ออกเลยว่า บุตรชายของคุณภูมิชาติ นามว่า คุณฤทธิ์ นั่น จะใจดีเหมือนบิดาของเขาด้วยหรือไม่?

 

เธอเคยเห็นหน้าของคุณฤทธิ์ หรือ ภูวฤทธิ์ อัครเดชาชาญ มาก่อนหน้านี้แล้วครั้งหนึ่ง ตอนที่พาบุตรชายไปไหว้ศพพ่อของแก แต่เธอก็ไม่ได้แสดงตัวเพื่อเรียกร้องอะไร ด้วยยังให้ความเคารพแก่ผู้วายชนม์ ซึ่งเมตตาส่งเสียให้เธอเรียนจนจบมหาวิทยาลัยเพื่อแลกกับการเลี้ยงและดูแลภีรภัทรในหลายปีที่ผ่านมา ด้วยรู้ดีว่าตัวคุณภูมิชาติไม่ได้ต้องการเปิดเผยสถานะของเธอและบุตรชายคนเล็กให้ใครอื่นได้รับรู้ ซึ่งเธอก็เข้าใจเหตุผลของท่านดี

 

บัวชมพูไม่ใช่คนทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูง เธอหวังแค่เพียงให้ลูกชายได้รับการศึกษาและมีคุณภาพชีวิตที่ดี สมน้ำสมเนื้อกับการเกิดเป็นลูกของนายภูมิชาติ อัครเดชาชาญ ก็เพียงเท่านั้น

 

และเวลาที่ให้เธอได้เตรียมใจก็หมดลง เมื่อร่างสูงใหญ่ผู้ชายหน้าตาดูดีมากคนหนึ่งก้าวเข้ามาภายในห้องรับแขก ในชุดที่บอกให้รู้ว่าเขาเพิ่งลุกมาจากเตียงนอนมา

 

บัวชมพูรีบพรวดพราดลุกขึ้นยืนตั้งรับการมาของเขา ภีรภัทรถอยหลังกรูดเข้าเกาะขาเธออย่างหวาดๆ เมื่อผู้ชายตัวโตคนหนึ่งพรวดพราดก้าวเข้ามาหาแก

 

เจ้าของร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคร้ามเข้มคมที่มีเค้าโครงคล้ายกับผู้เป็นบิดาดูบึ้งตึงไม่เป็นเป็นมิตร แววตาของเขาขุ่นมัวและจ้องมาที่เธอเขม็ง

 

ก่อนที่กวาดสายตามองสำรวจหัวจรดเท้าและเท้าจรดศีรษะอีกครั้งอย่างจาบจ้วงไร้มารยาทสิ้นดี บัวชมพูนึกไม่พอใจ เธอรู้ดีว่าอ่อนวัยกว่าชายหนุ่มตรงหน้านี้หลายปี จึงยกมือขึ้นไหว้เขาตามมารยาท

 

“คุณหรือ? ที่มาอ้างว่าเป็นเมียพ่อผม”

 

นอกจากมือไม่รับไหว้ หน้าตาไม่รับแขกแล้ว เสียงห้วนที่ถามยังดูถูกดูแคลนอย่างเปิดเผย ภูวฤทธิ์ประหลาดใจอยู่ไม่น้อย เพราะผู้หญิงที่สายตามองเห็น ดูจะผิดคาดจากคำว่า เมียเก็บ ในความคิดเขาอยู่มาก

 

ด้วยใบหน้าสวยจิ้มลิ้มพริ้มเพราของเจ้าหล่อน ดูอ่อนวัยกว่าเขาหลายปีทีเดียว หากบอกว่ายังเรียนอยู่ชั้นมัธยมหรือเข้ามหาวิทยาลัยปีหนึ่ง เขาคงเชื่อเสียมากกว่าที่จะบอกว่าเธอเป็นภรรยาอีกคนที่บิดาของเขาแอบเก็บซุกซ่อนเอาไว้หลายปี จนมีลูกตัวโตขนาดนี้ด้วยกัน

 

กลีบปากเล็กสวยเม้มแน่น...ดวงตากลมโตแววหวานขุ่นมัวจ้องตอบกลับไปไม่ลดละเช่นกัน...เพราะจะพูดว่าเธอเป็นเมียของคุณภูมิชาติเต็มปากเต็มคำก็ไม่ถูกนัก

 

แต่เธอเป็นมารดาของภีรภัทรและลูกชายเธอก็มีเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกับผู้ชายตรงหน้านี้...ถ้าจะนับญาติกันแล้วผู้ชายตัวโตตรงหน้า ก็คือพี่ชายของลูกเธอน่ะเอง

 

“ตาหนู ไหว้พี่ฤทธิ์สิลูก”

แทนคำตอบ บัวชมพูแตะที่หัวไหล่ของบุตรชายเบาๆ พร้อมบอก

 

“สวัสดีครับพี่ฤทธิ์”

เสียงใสแจ๋วเอ่ยออกมา ภีรภัทรยกมือไหว้ผู้ชายตัวโตตรงหน้าอย่างนอบน้อม ด้วยเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย แม้แววตาจะบอกโจ่งแจ้งว่าไม่ไว้วางใจผู้ชายตัวโตที่ชื่อพี่ฤทธิ์นัก แต่ก็ทำตามที่มารดาบอก

 

 

ภูวฤทธิ์มองคนตัวเล็กหน้าตาน่ารักน่าชัง ความไร้เดียงสาไม่รู้ความฉายชัดทางสีหน้าและดวงตากลมแป๋วแหว จนรู้สึกถูกชะตาแต่แรกเห็น แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่จะหลอกล่อให้คนอย่างเขาหลงกลได้ง่ายๆ

 

“คุณยังไม่ได้ตอบคำถาม”

น้ำเสียงกระด้างไร้หางเสียงเอ่ยขึ้นมา

 

“ตาหนูเป็นลูกชายของคุณภูมิชาติ บิดาของคุณค่ะ และแกก็มีศักดิ์เป็นน้องชายของคุณด้วยค่ะ” ใบหน้างามเชิดขึ้นตอบกลับไป

 

“ไหนล่ะหลักฐาน?”

เขาไม่คิดจะอ้อมค้อมให้เสียเวลา กวาดตามองหญิงสาวตรงหน้า สำรวจคร่าวๆ ด้วยสายตา หน้าตาดูอ่อนวัยจิ้มลิ้มพริ้มเพราสวย ร่างเล็กเพรียวบางหากดูกลมกลึงสมส่วน

 

อายุอานามเธอน่าจะสักประมาณยี่สิบต้นๆ แต่มีลูกตัวโตขนาดนี้...แล้วคนเป็นแม่จะตั้งท้องตั้งแต่อายุเท่าไหร่กัน?

โดยลืมตัวที่เขาจะเบะปากเข้าใส่พร้อมกับมองด้วยสายตาดูแคลน

 

บัวชมพูคอแข็งขึ้นมาบ้าง เธอไม่ชอบใจกริยาที่ชายหนุ่มแสดงออก ไม่ว่าจะคำพูดคำจาดูถูกดูแคลนและสายตาจาบจ้วงไร้มารยาทไม่ให้เกียรติ แต่เธอได้คิดไว้ล่วงหน้า และเตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับคำถามประมาณนี้อยู่แล้ว

 

หญิงสาวหันไปข้าง ตัว ก้มลงเปิดกระเป๋าเอกสารที่วางบนโซฟาเพื่อหยิบหลักฐานสำคัญที่เตรียมมายื่นให้ชายหนุ่มดู มันคือสูติบัตรของภีรภัทร ที่ระบุชื่อของบิดาและมารดาเด็กชายไว้อย่างชัดเจน

 

ร่างบางนั่งลง หลังจากที่ชายหนุ่มตวัดมือรับเอกสารจากเธอไป ปรายหางตามอง

 

“ถ้าผมยังไม่อนุญาตให้นั่ง อย่าได้แตะต้องอะไรในบ้านนี้โดยเด็ดขาด”


เสียงห้วนบอกแกมสั่ง นั่นเพราะเขาไม่มีทางเชื่อเรื่องที่ผู้หญิงคนนี้ปั้นเรื่องมาโกหกแม้แต่นิด  แถมยังนึกรังเกียจคนทำมาหากินมักง่าย จึงไม่ต้องการให้เจ้าหล่อนแตะต้องอะไรในบ้านของเขาให้เป็นมลทินแม้แต่อย่างเดียว


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 
และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น