เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 18 : คนเคยคุ้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 988
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    25 มี.ค. 61

 

 

 

ภูวฤทธิ์ยังนิ่งหน้าค้างอยู่หลังพวงมาลัย ทำอะไรไม่ถูก เมื่อเห็นว่าหน้ารถของเขาชนเข้ากับท้ายรถคันหน้า กระทั่งมีคนมาทุบกระจกด้านคนขับเสียงดัง

 

“เฮ้ย! ขับรถปะสาอะไรวะ ลงมาคุยกันก่อนสิ ซื้อใบขับขี่มาหรือไงวะ?”

 เสียงเอะอะโวยวายเอาเรื่องนั่น ทำให้หญิงสาวหน้าเสีย

 

“คุณฤทธิ์คะ เป็นอะไรหรือเปล่า?”

 มือเรียวจับที่ต้นแขนเขาอย่างลืมตัว ถามอย่างห่วงใย

 

ภูวฤทธิ์ได้สติ ปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัว  ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถไปเจรจากับคู่กรณี

 

บัวชมพูรีบเปิดประตูตามลงไปด้วยอีกคนหนึ่ง

 

“ขอโทษครับ พอดีผมไม่ทันมอง”

 

“ไม่ทันมอง ซอยแคบนิดเดียวนี่นะ หรือว่ามัวทำอะไรกันอยู่ในรถกันแน่วะ?”

ผู้ชายหัวล้านเลี่ยนวัยกลางคนกระชากเสียงถามอย่างหงุดหงิดเพราะทำให้เขาต้องเสียเวลาทำมาหากิน พอเห็นสาวสวยหน้าแฉล้มเปิดประตูตามชายหนุ่มลงมาจากรถก็เลยพาลหาเรื่องไปด้วย

 

“คนเดี๋ยวนี้มันหน้าหนาไม่รู้จักอาย อยากนักก็ไปโรงแรมม่านรูดนู่นสิไป๊”

 สาวใหญ่ที่นั่งรถคันหน้ามาด้วยกันกับชายหัวล้านเลี่ยนอารมณ์ร้อนเสริมขึ้นมาอีกคนหนึ่ง

 

“เฮ้...มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด พูดดีๆ หน่อยสิ”

ภูวฤทธิ์ฉุนเฉียวไม่แพ้กันที่ถูกกล่าวหา ผู้หญิงคนนั้นชี้หน้าเขาก่อนจะเริ่มโต้เถียงกัน  ชายหนุ่มทะยานเข้าไปหา แต่หนุ่มใหญ่หัวล้านคู่กรณีชกหมัดสวนเปรี้ยงกลับมา

 

ร่างใหญ่ผงะเซถอยหลังไป บัวชมพูกรี๊ดลั่น ด้วยความตกใจรีบวิ่งเข้าไปประคองร่างเขา เมื่อใบหน้าคร้ามผงกกลับมา ก็เห็นเลือดสีแดงสดซึมเอ่อที่มุมปาก

 

“คุณฤทธิ์”

เรียกชื่อชายหนุ่มอย่างตกใจ ดวงตากลมลุกวาวโรจน์หันขวับกลับไปจ้องหน้าคู่กรณี

 

“คุณไม่มีสิทธิ์ทำร้ายร่างกายใครนะ”

 

“ก็ผัวคุณจะทำร้ายผมก่อน”

ฝ่ายนั้นเถียงกลับมา

 

“แต่เขายังไม่ทันแตะต้องคุณเลยด้วยซ้ำ”

 

อีกฝ่ายชะงักงันเมื่อเสียงหวานต่อว่าไม่ลดราวาศอก ท่าทางคนตัวเล็กหน้าหวานเอาเรื่องทีเดียว

 

“รถเรามีประกันชั้นหนึ่ง เดี๋ยวเรียกประกันมาคุยก็ได้ แต่คุณไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายร่างกายใคร คนไทยด้วยกันแท้ๆ ทำไมถึงไม่พูดกันดีๆ ถึงเราจะขับรถชนท้ายรถคุณ แต่คุณก็พูดจาดูถูกเข้าข่ายหมิ่นประมาท และยังจะทำร้ายร่างกายด้วย อย่างนี้คงตกลงกันดีๆ ไม่ได้แล้ว รอประกันมาแล้วไปสถานีตำรวจดีกว่า”

 

บัวชมพูว่า ทั้งน้ำเสียงและหน้าตาเอาจริงของหญิงสาว ทำให้อีกฝ่ายชักเกรง หน้าตาเลิกลั่กขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเรื่องราวดูท่าจะลุกลามไปใหญ่โต พอกลับมามองรอยชนที่ท้ายรถ เห็นว่าเพียงแค่ยุบนิดหน่อย ไม่ได้เสียหายมากมายก็โบกไม้โบกมือ

 

“ไม่เอาเรื่องก็ได้ ถือว่าหายๆ กันไป” เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะต้องเสียเงินค่าปรับ และยังจะเสียเวลาทำมาหากิน และถ้าเรื่องไม่จบที่สถานีตำรวจเพราะดูท่าว่าสองคนนี่มีเงินที่อาจจะเปลี่ยนขาวเป็นดำได้ จึงยอมจบๆ เรื่องไปเสียดีกว่า ว่าแล้วทั้งคู่ก็วิ่งไปขึ้นรถ

 

“เฮ้ๆ เดี๋ยวสิ จะหนีไปง่ายๆ อย่างนี้หรือไง?”

 ภูวฤทธิ์เอะอะขึ้นมาเมื่อเห็นว่าคู่กรณีกำลังจะหนี

 

บัวชมพูรีบวิ่งไปขวางทางรถคันนั้นเอาไว้ ท่าทางห้าวได้ใจของหญิงสาวทำให้เขาอึ้งนัก

 

เธอไม่ยอมคน...เธอไม่ยอมใคร อันนั้นเขาพอรู้ แต่ก็ไม่คิดว่าจะกล้าดีเดือดถึงขนาดนี้

 

รถที่กำลังเข้าเกียร์เหยียบคันเร่งเพื่อจะหลบหนีถึงกับเบรกหัวทิ่ม ตาหัวล้านขับจะเปิดกระจกรถลงพร้อมตะโกนด่าหญิงสาว

 

“อยากตายหรือไงวะ?”

เสียงเอ็ดตะโรดังลั่นซอย ภูวฤทธิ์ได้สติรีบวิ่งเข้าไปรวบกอดคนบ้าดีเดือดไว้อย่างปกป้อง เกรงว่าอีกฝ่ายจะขับรถชนบัวชมพูดจริงๆ ก็พอดีกับที่มีรถมอเตอร์ไซด์สายตรวจผ่านมา

 

 ฝ่ายคู่กรณีหน้าซีดเผือด หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงมาสอบสาวราวเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงเชิญตัวทั้งหมดไปสถานีตำรวจเพื่อตกลงกัน เสียค่าปรับและลงบันทึกประจำวัน

 

 

 

“บัว...บัวชมพู”

 

เสียงทักทายราวกับรู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดี เรียกให้เจ้าของชื่อหันไปมองอย่างประหลาดใจ

 

นายตำรวจหนุ่มในชุดเครื่องแบบเต็มยศเดินตรงปรี่เข้ามาหาหญิงสาวพร้อมยิ้มหน้าบานอย่างดีอกดีใจราวกับถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง บัวชมพูพิศมองใบหน้าที่ให้ความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลานั่น

 

“พี่ธันวา”

รอยยิ้มสว่างไสวฉายขึ้นมาในใบหน้าสวย แถมยังเรียกชื่อถูก เพราะเธอจำเขาได้เช่นกัน

 

“ดีใจจริง บัวจริงๆ ด้วย”

ดวงตาคนว่าทอประกายระยิบระยับกวาดตามองหญิงสาวตรงหน้า

 

“สวยขึ้นเสียจนพี่จำแทบไม่ได้ บัวไปอยู่ไหนน่ะ หายหน้าไปเลย” มือหนาคว้าหมับมือเล็กจับเขย่าอย่างลืมตัว

 

ภูวฤทธิ์ที่เดินตามมาข้างหลังไม่ห่างหลังตกลงกับคู่กรณีและเสียค่าปรับกันเรียบร้อยมองท่าทางสนิทสนมขนาดถึงเนื้อถึงตัวของนายตำรวจหนุ่มกับแม่เลี้ยงสาวของเขาอย่างสงสัย

“บัวย้ายไปอยู่กับพี่สาวจ๊ะ”

 

“ที่ตราดนะหรือ? แล้วทำไมถึงไม่ได้ติดต่อกลับมาเลย”

 

บัวชมพูยิ้มเจื่อน จะให้ติดต่อกลับไปหาใคร ในเมื่อเธอไม่มีญาติเหลืออยู่ที่อยุธยาเลยสักคน และเรื่องราวมันยาวชนิดที่ว่าให้เล่าสามชั่วโมงก็ไม่จบ แถมไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง

 

“พี่ธันวาประจำอยู่ที่นี่หรือคะ?”

เมื่อห้าปีก่อนเขาเพิ่งเข้ารับราชการ และตอนนี้ดูเหมือนว่าจะก้าวหน้าในอาชีพการงานขึ้นมากเห็นได้จากจำนวนดาวที่เพิ่มขึ้นบนบ่า

 

“ใช่จ๊ะ”

 

“ตอนนี้บัวอยู่กรุงเทพฯ หรือ? แล้วมาที่นี่ทำไม เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?” สีหน้าร้อนรนห่วงใยจนออกนอกหน้า ถามจนไม่เว้นวรรคหายใจด้วยความอยากรู้

 

“เอ่อ...คือว่า...”

บัวชมพูไม่รู้จะตอบคำถามไหนก่อนดี ก็พอดีกับที่

 

“อะแฮ่ม...แฮ่ม”

 เสียงกระแอมกระไอของคนที่เดินมายืนซ้อนด้านหลังเรียกให้ใบหน้าสวยเหลียวไปมอง พอเห็นว่าสายตาของภูวฤทธิ์จับจ้องมองมือของธันวาที่จับมือเธอ จึงรีบดึงมือตัวเองกลับ

 

ธันวามองหน้าผู้ชายที่ยืนเคียงข้างบัวชมพูรู้สึกใจเสียหน่อยๆ สายตาของผู้ชายแต่งกายภูมิฐานจ้องเขาเขม็งบ่งบอกความกังขาผนวกกับไม่พอใจนิดๆ

 

“เอ่อ...พี่ธันวาคะ นี่คุณภูวฤทธิ์...คุณฤทธิ์คะ นี่พี่ธันวาค่ะ”

 

 เธอแนะนำทั้งสองคนให้รู้จักเมื่อเห็นต่างฝ่ายต่างก็กำลังสงสัยว่าอีกฝ่ายเป็นใครเกี่ยวข้องอะไรกับเธอ

ภูวฤทธิ์ปราดมองคนในเครื่องแบบที่ตัวสูงพอกัน เช่นเดียวกับผู้กองหนุ่มมองผู้ชายที่มายืนซ้อนจนแทบชิดแผ่นหลังของบัวชมพู

 


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น

  1. #3 dekbanna (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 18:49
    แอบหวงแทนพ่อหรือคุณภู
    #3
    1
    • #3-1 รัชริล(จากตอนที่ 18)
      25 มีนาคม 2561 / 22:14
      น่าจะแอบหวง...ไว้เอง...เอ! ยังไงน๊า ^^
      #3-1