เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 17 : ชวนทะเลาะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 989
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    24 มี.ค. 61

 

“คุณหมายความว่ายังไง?”

 

ภูวฤทธิ์หันมาฉีกยิ้มแค่ปาก แต่แววตาของเขาไม่ได้ยิ้มไปด้วยมันหรี่ลงมองจ้องเธอดูหาเรื่องยังไงพิกล

 

บัวชมพูหน้าเชิด พยายามสะกดอารมณ์เอาไว้

 

“อันที่จริงเรื่องแค่นี้คุณไม่ต้องมาเองก็ได้”

 

ดวงตาคมเหลือบมองใบหน้านวลของคนพูดแว่บหนึ่งดูออกว่าไม่พอใจ แต่เขากลับรู้สึกสนุกที่จะได้ต่อปากต่อคำกับคนที่วางท่าเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุจริงหลายปี คงหวังที่จะให้เขายอมรับเธอในฐานะแม่เลี้ยง...เมียคนหนึ่งของพ่อ เพื่อที่จะมีสิทธิ์มีเสียงในกองมรดก แต่ยังไงก็ไม่มีทางหรอก ต่อให้รู้เรื่องนี้มาก่อน สำหรับเขา เธอก็คือหญิงสาวนักขุดทองอยู่วันยังค่ำ

 

“ทำไม? หรือคุณมีธุระอะไรที่ไหน นัดใครไว้อย่างนั้นหรือ?”

 คิ้วเข้มเลิกสูง ทำท่าเหมือนรู้ทัน

 

บัวชมพูหน้าง้ำ ถอนใจกับคำถามจงใจหาเรื่อง รู้ว่าเขาจ้องจับผิดอยู่ตลอดเวลา

 

“ไม่มีค่ะ”

 

“ก็ไม่ได้เสียเวลาอะไรนี่นา หรือว่ามันทำให้คุณไม่สะดวกใจ”

 

เธอไม่ตอบ พอเห็นใบหน้าบึ้งๆ ตึงๆ เหมือนขัดใจ ภูวฤทธิ์ก็ตีความหมายว่าเขาเดาถูก

 

นี่เจ้าหล่อนคงอยากเชิดๆ เริ่ดๆ เป็นแม่หม้ายยังสาวพราวเสน่ห์เพื่อที่ว่าจะหาเป้าหมายใหม่ แต่ไม่มีทางเสียล่ะ เขาจะไม่ยอมให้เธอตีปีกพั่บๆ จากไปในตอนนี้ อย่างน้อยเธอก็ต้องเลี้ยงดูภีรภัทรจนกว่าแกจะโตพอที่จะเข้าใจเหตุผล และอยู่กับเขาได้โดยไม่ต้องมีแม่...ก็น่าจะสักสักสิบขวบกำลังดี แต่ผู้หญิงคนนี้จะอดทนรอคอยขนาดนั้นได้หรือ?

 

“ทนๆ ไปก่อนเถอะคุณ ลูกก็ยังเล็ก ไม่ต้องรีบร้อนนักหรอก”

 

คำพูดลอยๆ ที่เอ่ยออกมาตอนที่กำลังเลี้ยวรถออกจากโรงเรียนอนุบาลเพื่อกลับบ้าน ใบหน้างามหันขวับไปมองอย่างไม่พอใจ

 

“สาวๆ สวยๆ อย่างคุณ รอไปอีกสักสี่ห้าปี ก็ยังไม่แก่เกินไปหรอก ตอนที่ตัดสินใจเป็นภรรยาพ่อผม คุณได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นคุ้มหรือยังล่ะ?”

เขาอดที่จะเหน็บแนมเอาไม่ได้

 

บัวชมพูพยายามสงบสติอารมณ์แล้วเชียว อยู่ต่อหน้าภีรภัทรเขาดูจะเป็นพี่ชายใจดี แต่เวลาอยู่ด้วยกันตามลำพังกับเธอเช่นตอนนี้ ภูวฤทธิ์กลับกลายเป็นผู้ชายปากร้าย และนักยั่วโมโหตัวพ่อทีเดียว ย้ำให้รู้ว่าเขาไม่ได้มองเธอในแง่ดีเอาเสียเลย

 

ดวงตางามจ้องเขม็งคนหาเรื่อง กลีบปากเล็กเม้มแน่น เพราะเกรงจะหลุดถ้อยคำเผ็ดร้อนตอบโต้กลับไป ปกติเธอไม่ใช่คนยอมใคร แต่เพื่อเห็นแก่ลูกชาย เธอจะอดทน

 

“อยู่เป็นโสดสบายจะตาย และผมคิดว่าคุณน่าจะให้เวลาตาภีมให้มากๆ ดีกว่าจะไปคิดถึงเรื่องอื่น”

 

เขาคิดว่าเธอกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่หรือ? ลมหายใจทั้งเข้าและออก ทุกห้วงคำนึงของเธอก็คิดถึงแต่บุตรชายเท่านั้นแหละ เธอถึงยอมให้เขาพูดจาประชดประชันแดกดันอยู่นี่ไง

 

“หยุดพูดเถอะค่ะคุณภูวฤทธิ์ คุณไม่ใช่ดิฉัน อย่ามาคิดแทนกันหน่อยเลย”

 

ริมฝีปากหยักขยับยกขึ้นนิดๆ เมื่อหญิงสาวเริ่มมีปฏิกิริยาโต้ตอบเขากลับมาบ้าง ให้ตายสิ เขาไม่ชอบท่าทางนิ่งๆ เหมือนเก็บงำอำพรางและครุ่นคิดอะไรอยู่คนเดียวของเธอเลย

 

“หรือคุณจะบอกว่า ไม่เคยคิดเรื่องที่ผมพูดเลยสักนิดเดียว”

เขาจบประโยคด้วยเสียงหัวเราะเยาะหยัน ราวกับท้วงว่าอย่าคิดมาปฏิเสธกันเสียให้ยาก เพราะเขาไม่มีวันเชื่อแน่

 

อ้อ...อยากฟังอะไรอย่างนั้นใช่ไหม? ได้สิอยากภูมิใจว่าตัวเองคิดถูก เธอก็จะช่วยบอกให้

 

“ฉันคิดหรือไม่คิด มันก็เป็นสิทธิ์ของฉันไม่ใช่หรือคะ? ในเมื่อคุณพูดเองว่าฉันยังสาวยังสวย และตอนนี้คุณพ่อคุณเองก็ไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าดิฉันจะมีใครสักคนมันก็คงไม่แปลกอะไรไม่ใช่หรือ?”

ใบหน้าสวยที่ทำว่าซื่อใส ไม่รู้ว่าเขากำลังประชดประชันอยู่ ทำให้ภูวฤทธิ์เริ่มจะโมโหขึ้นมา

 

“อ้อ...นี่คงคิดอยู่ตลอดเวลา ทุกนาทีเลยสินะ ตั้งแต่คุณพ่อผมเสียไป ดูท่าคุณไม่ได้อาลัยอาวรณ์อะไรท่านสักนิด”

 

บัวชมพูสะอึก...ชิงชังท่าทางอวดรู้ของเขานัก

 

“ผมเลยชักสงสัย คุณรักท่านบ้างหรือเปล่า? หรือการที่ปล่อยให้มีนายภีมเกิดมานี่ เพราะว่าหวังอะไร?”

 

มือเรียวทั้งสองข้างสั่น เมื่อคำพูดคำจานั่น ดูถูกดูแคลนเธอเหลือเกิน...ถ้าเขาเชื่อเช่นนั้นแล้วมีความสุข เธอก็จะไม่โต้แย้งอะไร...ป้าอุไรเตือนเธอแล้วว่า ไม่มีทางที่แม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงบ้านไหนจะเข้ากันได้ดี...แต่เธอก็ไม่เคยคิดว่าเธอจะมีปัญหาอะไรกับเขา...เมื่อเขาต้องการจะหาเรื่อง เธอก็จะสนองตอบให้ก็ได้

 

“นั่นมันเป็นเรื่องของดิฉันกับคุณพ่อของคุณ ซึ่งก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ เพราะไม่เช่นนั้นท่านคงบอกให้คุณรู้ไปนานแล้ว”

 

ดวงตาคมกร้าวขึ้นมา พยายามจะยิ้มเยาะ ทั้งที่ความโกรธกำลังคุกรุ่นราวกับเกิดพายุหมุนขึ้นมาในหัว เมื่อคุณบัวชมพูที่ดูสงบปากสงบคำเริ่มโต้ตอบกลับมา

 

“ผมว่าเป็นเพราะคุณพ่อคงจะอายเสียมากกว่า ที่เสียทีหลงกลผู้หญิงที่ทำหน้าซื่อใสไร้เดียงสา ถึงไม่อยากจะบอกเรื่องนี้ไปให้ใครรู้ ถ้าไม่มีนายภีรภัทร คุณก็คงได้รับเงินก้อนใหญ่แล้วอนุญาตให้ไปหาสามีใหม่ตั้งแต่ห้าปีก่อนนั่นแล้วกระมัง”

 

บัวชมพูรู้ว่าภูวฤทธิ์ไม่ชอบเธอ แต่เธอก็ไม่พอใจที่เขาเอ่ยพาดพิงถึงผู้มีพระคุณของเธอโดยที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไรอย่างอื่นเลย

 

“กรุณาให้เกียรติท่านหน่อยนะคะ ถึงยังไงคุณภูมิชาติก็เป็นคุณพ่อของคุณ”

คนหน้าเชิดคอแข็งขึ้นมา เอ่ยปรามเชิงตำหนิ ทำให้ชายหนุ่มที่แก่วัยกว่าสะอึก เธอคิดว่าใครถึงมีสิทธิ์มาสั่งสอนเขา

 

“คุณเป็นแม่นายภีม...ไม่ใช่แม่ผม...ไม่ต้องมาอบรมผมด้วยหรอก”

 

“คนบางคนก็โตแต่ตัว หัวสมองความคิดน้อยกว่าเด็กห้าขวบ บางทีก็ต้องปรามเสียมั่งคะ”

 

“คุณบัวชมพู”

ใบหน้าคร้ามหันมาคำรามเข้าใส่อย่างโมโห

 

แต่ก่อนที่สถานการณ์ในรถจะเลวร้ายและรุนแรงไปกว่านั้น...

โครม!!!!

 

ดูเหมือนว่าสถานการณ์ด้านนอกห้องโดยสารนั่นจะเลวร้ายเสียยิ่งกว่า และต้องการให้เขาลงไปเคลียร์เป็นการด่วน


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น

  1. #2 namymelody (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 09:06
    ร้ายกาจมากเลยนะพี่ฤทธิ์
    #2
    1
    • #2-1 รัชริล(จากตอนที่ 17)
      25 มีนาคม 2561 / 11:03
      ยกให้เค้าคนค่ะ..^^
      #2-1