พี่ติวยุนกิ [BTS: KOOKGA]

ตอนที่ 9 : Chapter 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,528
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 135 ครั้ง
    22 พ.ย. 60








#พี่ติวยุนกิ

9




ช่วงกลางเดือนมีนาคม จอนจองกุกส่งข้อความมาบอกว่าครั้งหน้าขอเรียนแค่ครีเอทีฟอย่างเดียวได้มั้ย แค่สองชั่วโมงเพราะสัปดาห์หน้าโรงเรียนจะมีสอบไฟนอลและยังไม่ได้อ่านเนื้อหาของบางวิชาเลยซักตัวอักษร ฟังแล้วก็ได้แต่กุมขมับที่เคยปริปากบอกไปว่าตัวเองทิ้งวิชาการ เพราะดูมันจะใช้ชีวิตเจริญรอยตามเขาขึ้นทุกวัน 



บทจะติววาดรูปก็นั่งยาวจนทุ่มสองทุ่ม ไม่เสร็จไม่กลับ แต่กับวิชาอื่นดันไม่สนใจ



คิดว่าจะเป็นพวกจริงจัง ตะบี้ตะบันกับชีวิต ที่ไหนได้อันไหนไม่ชอบก็เนียนตัดทิ้งเหมือนไม่มีอยู่บนโลก



พอถามไปว่าไม่อ่านแล้วจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ยังไง มันก็ยิ้มกลับมา บอกอ่านกับเรียนแค่วิชาที่ต้องใช้ก็พอ 



เออ ดี เอาตัวรอดได้ก็โอเค 



มาสัปดาห์นี้เลยยืนหน้านิ่งกดมือถืออยู่ที่สถานี พอเจ้าเด็กกระต่ายสะพายกระเป๋ากระดานแตะบัตรรถไฟฟ้าออกมาก็เห็นมันยิ้มกว้างรีบเดินมาหา โบกไม้โบกมือปัดๆ ผ่านหน้านักศึกษาสองสามทีเพราะนอกจากจะสภาพตาโหลอดหลับอดนอนแล้วยังดูพร้อมล้มพับตลอดเวลา “พี่? ไหวมั้ยครับ?”



“ไหวๆ” 



จองกุกบอกขออนุญาตแล้วจับกระจุกผมที่เป๋ผิดที่ผิดทางของพี่ให้เข้าทรง ตั้งแต่ไปย้อมมาก็ผ่านไปราวหนึ่งเดือน โคนสีดำขึ้นมาเกือบๆ หนึ่งเซนติเมตรไม่มากไม่น้อย สระไปหลายรอบจนสีเกือบขาวแต่ก็ยังเป็นเหลืองอ่อนๆ ที่เขาชอบอยู่ดี ต่อให้โคนดำขึ้นแล้วเจ้าตัวไม่ย้อมกลับก็คงสภาพเหมือนพุดดิ้งราดซอสคาราเมลไหม้ๆ อะไรประมาณนั้น



ยอมรับว่าชอบมอง และเผลอตัววางสายตาที่ผมอีกฝ่ายแทบทุกรอบ



คนแก่กว่ายืนนิ่งจำศีลให้มันทำตามสบาย ตั้งแต่ย้อมมาเหมือนวันๆ จะยุ่งอยู่กับทรงผมเขาเนี่ย ขยี้แล้วยุ่งทีก็จัดที ลมพัดกระจายทีก็จัดอีก เหมือนมีช่างทำผมประจำตัวบอกไม่ถูก



พอเสร็จเรียบร้อยคนแก่กว่าก็เตรียมพาเดินทางไปถึงตึกเรียนเหมือนเคย



หลังมานั่งเรียนที่คณะได้สี่ครั้งไม่นับสัปดาห์ก่อนที่ไปหอพัก เด็กมัธยมปลายเริ่มจะเป็นที่รู้จักของนักศึกษาสาขานี้บ้างแล้ว โดนพูดไปในทางที่ว่าเด็กติวของยุนกิจนแต่ละคนอยากเห็นหน้า บวกกับรูปร่างหน้าตาทั้งหมดจะโดนหยอกโดนแซวบ้างก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร 



สิ่งที่น่าตกใจคือการที่มันไม่ได้กลัวจนตัวลีบเหมือนครั้งแรก กลับกัน... ล่าสุดสามารถหันไปยิ้มไปหัวเราะกับพี่ปีสามคนอื่นได้แม้จะไม่ได้พูดต่อบทสนทนา จะบอกว่าปรับตัวได้หรือโตขึ้นก็คงไม่ผิดนัก  และนั่นเป็นเรื่องดี เพราะหากสอบติดเข้ามาได้ ต่อให้เรียบร้อยหรือเก่งขนาดไหนก็ต้องเข้าสังคมให้เป็น



อย่าเป็นแบบคนสอนก็พอ



ยุนกิตั้งใจจะปล่อยให้คนเรียนนั่งรออยู่ในห้องขณะตัวเองไปยืมหุ่นปูนปลาสเตอร์ แต่พอเจ้าเด็กฟันกระต่ายหันซ้ายหันขวาเจอคนอื่นนั่งอยู่สองคนและไม่มีกีฮยอนก็ลุกพรวดพราดเดินมาหาเหมือนลูกเป็ดตามแม่อยู่ดี “ไปด้วยครับ”



ก่อนหน้านี้เดินไปจัดการยื่นหน้าขอยืมหุ่นเหลี่ยมอยู่สี่รอบ ตอนนี้เจ้าตัวเปลี่ยนเป็นหุ่นหน้าผู้ชายตะวันตกผมหยักคล้ายสมัยกรีกโรมันบอกไม่ถูก โดนกำชับมาว่าอันนี้สองสัปดาห์ก่อนเพิ่งมีคนทำแตกไปเลยซื้อมาคืน อันนี้ให้ดูแลระมัดระวังหน่อย พอเห็นพี่ตัวน้อยอุ้มกลับมาแบบทุลักทุเลเลยยื่นมือไปขอถือแทน 



แอบเหงื่อตกนิดหน่อย มาเป็นหัวคนขนาดนี้ใครจะไปวาดได้



ระหว่างอุ้มกลับไปยังห้องเดิม จองกุกหันหน้ามองคนสอนที่เดินหาวไปกะพริบตาถี่ๆ ไปจนเกือบเดินชนนู่นชนนี่ กว่าจะตัดสินใจอ้าปากถามได้ก็ตอนเปิดประตูห้องพอดี “พี่ยุนกิ”



“ว่า”



“ตอนนี้ปิดเทอมแล้ว ผมเรียนวันธรรมดาด้วยได้มั้ยครับ”



ยุนกิขมวดคิ้ว พอนึกตามแล้วก็ยกมือขึ้นมานับจำนวนเดือน เดินนำลิ่วไปที่โต๊ะเดิมแล้วจัดการเลื่อนโต๊ะไปมุมที่มีแสงเข้าพอดิบพอดี “นี่มีนา? เมษา... อ่า อีกประมาณเจ็ดเดือนสอบ จริงๆ ความเร็วกับงานตอนนี้ก็ไม่ได้แย่นะ”



“ผมกลัวว่าช่วงใกล้ๆ จะติดนู่นติดนี่แล้วขาดเรียนครับ”



จริงอย่างที่ว่า พอถึงช่วงใกล้สอบทีไรก็จะวุ่นเรื่องยื่นเอกสารบ้างล่ะ อ่านสอบของโรงเรียนบ้างล่ะ ไหนจะกวดวิชาที่อื่น ขอใบรับรองจากโรงเรียน ยันไปสอบลองสนามของมหาวิทยาลัยอื่นๆ อีกหลายที่ ขนาดเขาเตรียมพร้อมล่วงหน้านานพอตัวยังแอบลนจนทำตัวไม่ถูกไปหลายวัน “ถ้างั้นเป็นช่วงเดือนหน้าดีกว่ามั้ย? แล้วค่อยไปวาดที่หอพี่ หุ่นอันนี้มันต้องอยู่ที่คณะ ถ้ามาวันธรรมดาต้องเจอทั้งอาจารย์ทั้งเพื่อนทุกคนในสาขาเลยนะ”



แค่สองคนมันยังกลัว ถ้าเจอครบทุกชีวิตคงต้องจับมือพาไปซื้อข้าวบ้างเข้าห้องน้ำบ้าง



“ก็ได้ครับ แล้วพี่ว่างวันไหนบ้าง”



หุ่นปูนถูกวางลงบนโต๊ะ มือขาวๆ จับมันเลื่อนซ้ายทีขวาที จัดให้เป็นหน้าตรงเข้าหาคนวาด ก่อนจะยืนลูบตรงส่วนผมไปมา ยกมือมาดูอีกทีคือฝุ่นเขรอะติดนิ้ว “วันอังคารทั้งวัน กับหลังบ่ายสองบ่ายสามวันพุธมั้งที่ไม่น่าติดอะไร ที่เหลือก็หลังห้าโมงหกโมง แต่ตารางส่งงานพี่ไม่แน่นอน ถ้าให้ดีก็ภายในสองวันนั้นแหละ”



ว่าพลางเดินอ้อมกลับมาฝั่งคนนั่ง พอดีกับคนน้องยื่นกระดานพร้อมดินสอยางลบให้เหมือนคุ้นชิน ยุนกิทิ้งตัวลงบนเก้าอี้แล้วเริ่มต้นร่างให้ดูเหมือนเคย 



“อันนี้พี่ก็ไม่รับประกันนะว่าจะวาดสวย ไม่ถนัดเท่าไหร่”



“โห พี่วาดเก่งอยู่แล้วครับ”



ชมเสร็จไม่รู้ว่ามันเขี้ยวหรือหงุดหงิด แต่ปลายดินสอถูกยกขึ้นเคาะหัวเด็กติวพร้อมรอยยิ้มบางๆ โดยไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก จะมีก็แต่เสียงขูดขีดบนกระดาษ ตามด้วยคำอธิบายคร่าวๆ เวลาวัดสัดส่วนเมื่อเทียบกับหุ่นเหลี่ยมคราวที่แล้ว 



ร่างให้ดูเสร็จ จอนจองกุกนั่งทำไปเงียบๆ ไม่พูดไม่จาอะไร เจ้าตัวจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่ปล่อยให้ทำงานคือจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้น หากมีใครไปพูดแทรกหรือชวนคุยก็จะตอบรับแบบผ่านๆ ไม่รู้ว่าเข้าสมองไปบ้างหรือแค่ตอบให้มันจบไป เวลาจะเรียกหรือบอกให้หยุดแก้ถึงต้องเริ่มต้นด้วยการเคาะกระดานหรือยื่นมือไปแปะหยุดไม่ให้วาด



อาจเพราะหุ่นคราวนี้ถือว่ายาก ตั้งแต่บ่ายหนึ่งถึงหกโมงเย็นถึงมีแต่การเรียนกับแก้งานแทบทั้งหมด ต่อให้อยากงอแงหิวขนมหรือนั่งเปื่อยยังไงก็ต้องทำหน้าที่ตัวเองให้เสร็จก่อนอยู่ดี เช่นเดียวกับคนพี่ที่บ่นเรื่องงานอุบอิบแล้วก็หยิบสมุดโน้ตมาจดเต็มไปหมด หันมาทีก็เงียบไม่พูดไม่จา รอให้วาดได้เยอะระดับหนึ่งก่อนค่อยแก้



จองกุกโดนปล่อยให้นั่งเก็บกระดานกับจัดโต๊ะเก้าอี้ทั้งหมดในห้องเพราะทุกคนกลับไปหมดแล้ว ส่วนคนสอนก็หิ้วหุ่นปูนกลับไปคืน กลับมาอีกทีก็ปิดไฟปิดหน้าต่าง ล็อคห้องให้เรียบร้อยก่อนค่อยเก็บกุญแจใส่กระเป๋าเงินกันหาย 



ยิ่งเรียนไปหลายเดือนมากเท่าไหร่ คล้ายชีวิตในวันเสาร์ถูกล็อคเอาไว้ให้การเรียนวิชานี้ บันทึกถาวรว่าจะไม่นัดหรือทำธุระอะไรก่อนหลังเวลาเรียน เพราะเขาไม่รู้เลยว่าการวาดวันนั้นจะทำได้หรือไม่ได้ อีกอย่างคือความรู้สึกโอเคกับการนั่งเรียนอะไรแบบนี้ทั้งวัน แม้กระทั่งได้ไปกินข้าวกินขนมต่อเป็นมื้อเย็น 



และเขายินดีจะเอาเวลาไปทำการบ้านมากว่าเล่นเกมกับเพื่อนเหมือนที่แล้วมา




∞ ∞ ∞






จองกุกกลับมายังร้านJINJINที่เคยนั่งเรียนเมื่อครั้งแรกๆ 



กระดานถูกวางพาดบนโต๊ะ เด็กม.หกกำมือตัวเองแล้วคลายอยู่หลายครั้งตามประสาคนประหม่า ซ้ำยังขมวดคิ้วอยู่เกือบตลอดเวลา ต้นเหตุเพราะเมื่อวานซืนคนสอนส่งข้อความมาบอกว่าติดธุระกะทันหันเรื่องงานที่อาจารย์เรียกให้ไปช่วย เลยต้องไปทำนอกสถานที่จนถึงสี่โมงเย็นซึ่งทับกับที่นัดเรียนพอดีเป๊ะ 



แน่นอนว่าคนที่เจ้าตัวไว้ใจให้มาสอนแทนได้ก็มีอยู่คนเดียว



ตาโตๆ จับจ้องไปยังใบหน้าของกีฮยอน รายนั้นกำลังเปิดดูงานเก่าๆ โดยรวมแล้วพยักหน้าขึ้นลงไปเรื่อยๆ พอถึงบ่ายหนึ่งโทรศัพท์เจ้าตัวก็สั่นครืดไม่หยุด แอบเสียมารยาทมองถึงเห็นว่าเป็นการแจ้งเตือนจากมินยุนกิล้วนๆ



‘มึงถึงร้านยัง’

‘เจอน้องยัง’

‘อย่าลืมนะสอนขึ้นโครงมือด้วย ละให้สเก็ตช์อย่างต่ำสิบอัน ถือแก้วถือดินสอถือไรก็ได้’

‘ขนมที่กูฝากไว้เอาให้น้องด้วย ละซื้อปังเย็นให้มันกินก็ดี เดี๋ยวตามไปจ่าย’



เสียงนุ่มๆ หลุดหัวเราะออกมาแบบอดไม่ได้ 



แถมยังยื่นหน้าจอไปให้เด็กกระต่ายอ่านอีกต่างหาก เรื่องแฉเพื่อนนี่สนุกนักล่ะ ลนนักขนาดรัวข้อความมาก็ควรให้เด็กมันภูมิใจบ้างอะไรบ้าง “อะไรนักหนาเนี่ย ดูดิ สรุปเป็นเด็กติวหรือลูกมันอะ”



จอนจองกุกอ่านแล้วก็หลุดยิ้ม จากที่นั่งเกร็งก็พอจะผ่อนคลายได้หน่อย พอดีกับตอนที่ยูกีฮยอนคว่ำโทรศัพท์ลงกับโต๊ะ เปิดหากระดาษแผ่นว่างๆ แล้วบอกให้คนน้องแบมือออก “อะ ดูจากมือตัวเองไปจะได้เข้าใจ ยุนกิมันบอกให้สอนวาดมือ บางทีข้อสอบจะออกให้ถือนู่นถือนี่แล้ววาด เพราะงั้นยังไงก็ต้องทำให้ได้”



จากน้ำเสียงละมุนใจดีถูกเปลี่ยนเป็นจริงจังภายในหนึ่งประโยค แม้เนื้อเสียงจะไม่ห้าวหรือดุเท่ายุนกิ แต่พอปรับให้แข็งขึ้นไม่ปฏิเสธว่าสองคนนี้คล้ายกันในหลายๆ ด้านจนน่ากลัว 



ดีไม่ดีคนตรงหน้าจะเข้มงวดกว่าด้วยซ้ำไป



ดินสอแตะลงบนฝ่ามือ ไม่มีการสัมผัสโดนมืออย่างที่เคยเรียน “มือคนทั่วไป ถ้ากะง่ายๆ ความยาวนิ้วกลางจะเท่าๆ กับความยาวฝ่ามือ อย่างของเรานิ้วยาวกว่านิดนึงก็ต้องสังเกตดู พวกเส้นข้อนิ้วถ้าแบออกมันจะเป็นเส้นโค้งแบบนี้” พูดไปก้นดินสอก็แตะลงตรงข้อนิ้ว ลากเป็นเส้นคร่าวๆ พอให้นึกภาพออก




รวมไปถึงบรรยายถึงกล้ามเนื้อตรงอุ้งมือ เส้นโค้งของเล็บ ทุกอย่างถูกสอนอย่างละเอียดให้เข้าใจภาพโดยรวมก่อนค่อยร่างโครงสร้างคร่าวๆ เป็นกล่องสี่เหลี่ยม “จริงๆ พูดงี้ไม่ค่อยเข้าใจหรอก ต้องวาดเยอะๆ สังเกตเยอะๆ” พูดเสร็จก็เปิดกระเป๋าใส่คอมพิวเตอร์ตัวเอง หยิบแฟ้มแข็งขนาดเอสี่ออกมาแล้วกางพรืดให้ดู



ลายเส้นที่คุ้นเคยถูกวาดลงแสงเงาเป็นตัวอย่างคร่าวๆ ให้ดูเต็มไปหมด ทั้งมือปกติที่งอนิ้วท่าแปลกๆ ถือคลิปหนีบกระดาษ ซองขนม อะไรต่อมิอะไรราวๆ สิบภาพ “นี่ยุนกิมันฝากมา บอกว่าให้เลือกมาวาดตามไปก่อนห้าอัน ละอีกห้าค่อยดูจากมือตัวเอง แค่โครงกับลงเงานิดหน่อยยังไม่ต้องเน้นมาก”



แววตาเป็นประกายจับจ้องไปยังกระดาษหลายแผ่นตรงหน้า ริมฝีปากคล้ายจะกำลังยิ้มอยู่แต่ก็มองไม่ชัดนักเพราะก้มมองแผ่นนู้นทีแผ่นนี้ที คนมาแทนได้แต่เลิกคิ้วมองแล้วส่ายหน้า ตอนสอนเมื่อครู่ก็ตั้งใจฟังมีสมาธิดีอยู่หรอก มองมือตัวเองตาไม่กะพริบ แต่พอเป็นงานจากยุนกินี่จ้องเหมือนเจอผู้ปกครอง



ใช่สิ 



เด็กติวไอ้ยุนกิงวดก่อนก็แบบนี้ พอเขามาแทนก็ต้องมีมองหน้าแล้วทำเหมือนงอแงไม่อยากเรียน ต้องขอบคุณตัวเองที่ติวมาพร้อมมันถึงได้ลายเส้นคล้ายๆ กันบ้าง เห็นแบบนี้คะแนนก็ไม่ได้น้อยกว่าเท่าไหร่เถอะ ยังดีที่จองกุกเป็นเด็กเรียบร้อย ก้มหน้าก้มตาฟังไม่หือไม่อือ ไม่ได้แสดงท่าทีต่อต้านอะไร



แค่ติดพี่



พอปล่อยให้วาดก็ก้มทำไปเงียบๆ กีฮยอนหยิบลาเต้เย็นขึ้นมาดูดจนพร่องไปครึ่งแก้ว ควักถุงขนมข้าวโพดอบกรอบขึ้นมาแกะวางให้เรียบร้อย อันที่จริงไม่ควรเอาขนมอื่นเข้าร้านหรอกแต่ยุนกิยืนยันว่าขอพี่จินแล้วก็ปล่อยเลยตามเลย พอเจ้าเด็กนี่เห็นก็ยิ้มกว้าง บอกขอบคุณแล้วหยิบเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ 



เออ เข้าใจแล้วว่าทำไมเพื่อนสนิทถึงได้ห่วงเหมือนเลี้ยงลูกวัยอนุบาล



แต่เชื่อเถอะ จากมุมมองคนนอก จอนจองกุกน่ะซื่อแต่ไม่ได้ใสขนาดนั้น เด็กหัวไวเรียนเร็วแถมยังกล้ามานั่งติวเดี่ยวถึงในหอพักพี่น่ะเหรอจะไม่มีความใจกล้าอยู่ในตัว แค่เพื่อนเขามันเก่งจริงแถมวางตัวเหนือทุกอย่างบนโลกใบนี้จนดูน่าเกรงใจก็เท่านั้น



ราวครึ่งชั่วโมงผ่านไป กระต่ายยักษ์ที่ปีนี้จะอายุสิบแปดขวบก็ขออนุญาตลุกไปซื้อปังเย็นถ้วยเล็กมานั่งกิน พอเขาย้ำว่าเดี๋ยวจ่ายเงินให้เพราะยุนกิสั่งไว้ มันก็ส่ายหน้าแล้วยืนยันว่าไม่เป็นไร 



“พี่ยุนกิไม่ได้มาสอนนี่ครับ ถ้าพี่เขาจะเลี้ยงก็รอมาเองดีกว่า อันนี้ผมอยากกินเฉยๆ”



นั่นไง เริ่มดื้อเงียบแล้ว



ยุนกิ ขอร้องล่ะ ช่วยหาเด็กติวที่เป็นมิตรกับเขาด้วยเถอะ



“อ่า ได้ งั้นเดี๋ยวพี่บอกมันแล้วกัน” กีฮยอนพยักหน้า ชี้บอกว่ากระดูกตรงนิ้วโป้งมันเหมือนหลุดออกจากมือไปหน่อย เปิดซ้ำด้วยรูปกล้ามเนื้อแบบที่หมอเรียนว่ามันยื่นออกมาจากตรงไหน แน่นอนว่าคนเรียนก็ตั้งใจดูแล้วแก้งานตัวเองได้รวดเร็วแบบไม่มีปัญหาอะไร 



ครู่เดียวก็ร่างเสร็จไปแล้วสามรูป



อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเป็นงี้ต่อไปจนถึงตอนสอบยังไงก็ต้องติด แต่ก็รอดูวิชาอื่นด้วยอยู่ดี



บ่ายสองโมงครึ่ง ไอ้พี่หวงน้องก็โทรเข้ามาจนได้



เพื่อนพ่วงตำแหน่งนกฮูกถอนหายใจ ยื่นโทรศัพท์ตัวเองให้คนเด็กกว่าที่ตาประกายเหมือนลูกหมา “อะ ยุนกิโทรมา”



มืออีกฝ่ายทั้งสองข้างแบออกตรงหน้าเหมือนประคองสิ่งสำคัญอะไรซักอย่าง รอยยิ้มเด็กๆ มีความสุขฉีกกว้างซะน่าเขกหัวซักทีสองที พอได้ไปก็รีบยกแนบหู นั่งหลังตึงตัวตรงซะงั้น



“ครับพี่”



‘ว่าไง เรียนรู้เรื่องมั้ย’



“รู้ครับ พี่ทำงานเสร็จแล้วเหรอ”



‘อ่า อีกนิดนึงมั้ง ตอนนี้พักอยู่เลยโทรมาถามเฉยๆ งงตรงไหนก็ถามกีมันเลยนะ มันวาดมือเก่งกว่าพี่อีก’ 



จอนจองกุกคลี่ยิ้มกว้าง ตักน้ำแข็งไสเข้าปากทั้งที่ยังยิ้มจนตาหยี “ได้ครับ ครับ หวัดดีครับ” ตอบรับเสร็จคนปลายสายก็ตัดจบบทสนทนา วางสายไปแบบรีบๆ นิดหน่อย 



เขาหงายโทรศัพท์เพื่อเช็คให้เรียบร้อยว่าสายตัดไปเรียบร้อยแล้ว ทว่าพอจะยื่นไอโฟนคืนเจ้าของเครื่องที่นั่งอยู่ตรงข้าม ถึงเห็นแววตาล้อเลียนกับการนั่งเท้าคางกระตุกยิ้มมุมปากจากคนที่คิดว่าใจดี ย้ำด้วยการเลิกคิ้วเป็นเชิงต้องการคำตอบ



รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ เลยบอกขอบคุณแล้วหยิบดินสอมาเริ่มต้นขึ้นรูปที่เจ็ด



“นี่ จองกุก”



“ครับ?”



“ชอบยุนกิเหรอ?”



ปลายดินสอแหลมๆ ถูกกดลงกระดาษจนหัก 



ความเงียบปกคลุมอยู่เป็นนาที



จองกุกจ้องมองกระดานอยู่พักใหญ่ ชาวาบไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้า หัวสมองมีคำพูดเป็นร้อยแต่ริมฝีปากกลับเม้มแน่น เวลาไม่กี่วินาทีกลับยาวนานเหมือนเป็นชั่วโมง จนกระทั่งกล้าเงยหน้าสบตา... ถึงเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้จะหาเรื่องหรือต่อว่าอะไร รอยยิ้มเอ็นดูยังประดับอยู่เหมือนตอนเพิ่งเจอกันวันแรกด้วยซ้ำ



ชอบ?



“เฮ้ยไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น พี่สงสัยก็เลยถามเฉยๆ กิมันไม่รู้เรื่อง”



“ผม...”



ริมฝีปากอ้าแล้วหุบอยู่แบบนั้น ถึงสีหน้าจะพยายามปรับให้นิ่งแต่ใบหูแดงเรื่อก็แสดงออกชัดยิ่งกว่าชัด และนั่นมันน่าแกล้งหนักกว่าเดิมในสายตาคนมอง รักเด็กน่ะใช่ แต่เรื่องขยี้ให้จนมุมมันคนละส่วน “รู้เปล่าว่าถ้าโกหกอะ คนที่ไม่รู้อาจจะรู้ก็ได้นะ ตอนนี้เลยเป็นไง?”



ชิท



“ไม่ๆ ตอบครับ ตอบ”



วันนี้เขาสรุปกับตัวเองได้แล้ว ว่ายูกีฮยอนน่ากลัวกว่ามินยุนกิ



หลายเท่าด้วย



เด็กกระต่ายยกมือลูบต้นคอ พยายามกลืนน้ำลายทั้งที่แห้งไปทั้งปากทั้งคอ สายตาเลื่อนโฟกัสทุกอย่างบนโต๊ะยกเว้นคนที่นั่งตรงข้าม ไม่อยากจะคิดว่าสีหน้าตัวเองตอนนี้เป็นยังไงเพราะเป็นการฉีกยิ้มที่เกร็งไปทั้งทั้งตัว 



สุดท้ายก็ถอนหายใจ นึกทบทวนทุกอย่างในหัวอีกรอบหลังคิดมาแล้วหลายสัปดาห์ 



“อ่า... คิดว่าใช่ครับ”



กีฮยอนขมวดคิ้ว “คิดว่า? ลังเลงี้ตกสอบสัมภาษณ์นะ”



เมื่อโดนสวนกลับมาทันทีเหมือนเค้นถามก็พาลตัวลีบเข้าไปใหญ่ เปลี่ยนมายกมือเกาแก้ม มืออีกข้างกำขอบกระดานจนแทบหัก ท่าทางเหมือนจะไม่มั่นใจแต่ก็พูดชัดถ้อยชัดคำ “ผมไม่เคยชอบหรืออยากคบกับใครครับเลยไม่รู้ว่าเป็นยังไง แต่เท่าที่คิดตอนนี้ก็คงชอบแหละครับ”



ในตอนแรกมันค่อนข้างแยกลำบากระหว่างอาการติดพี่กับความชอบเชิงนี้ และคงเป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ไม่อยากติดต่อหรือคบกับแฟนเก่าอีกตั้งแต่วันนั้น ทั้งที่ก่อนหน้านั้นพยายามรักษาน้ำใจแทบตาย พอเจอสิ่งที่ตัวเองสนใจหรือให้ความสำคัญมากกว่าก็พาลนิสัยเสียอยากจบความสัมพันธ์




แต่ถ้าติดพี่ คงไม่ชอบมองหน้าหรือดีใจเวลาสิ่งที่ตัวเองชอบไปอยู่บนตัวอีกฝ่ายหรอก



คนฟังเดาะลิ้น นึกถูกใจที่กล้าบอกได้เต็มปากเต็มคำว่าน่าจะชอบ แต่ไม่รู้จริงๆ เหรอว่าสายตาเวลามองเพื่อนหัวเหลืองตลอดระยะหนึ่งเดือนให้หลังนี่นอกจากจะชื่นชมแล้วยังหลงจนไม่รู้จะหลงยังไง หรือนี่เป็นการแสดงออกอัตโนมัติของเด็กมัธยมปลายวะ คนแก่กว่าแบบเขาเลยวัยมาแล้วงั้นสิ



“เด็กๆ ก็ดีเนอะ”



“อะ แต่ไม่ได้จะจีบหรืออะไรนะครับ เรื่องสอบเข้ายังเอาตัวเองไม่รอดเลย”



ท่าทางลุกลี้ลุกลนแบบเด็กขี้ตกใจกลับมาอีกรอบ มือทั้งสองข้างที่ดำจากรอยดินสอเป็นปื้นยกขึ้นโบกปัดไปมาเชิงปฏิเสธ ถึงเขาจะกล้ายอมรับแต่ไม่ได้หมายความว่าต้องการคบเป็นแฟนหรืออยากเดินหน้ารุกจีบพี่ติวตัวเองเสียหน่อย 



มันยังไม่ถึงขั้นนั้น... 



และยังไม่ถึงเวลา



พี่ปีสามเลิกคิ้ว ฟังแล้วก็พอจะเข้าใจอยู่หรอกเพราะระบบความคิดของเจ้าลูกกระต่ายนี่คล้ายกับเพื่อนสนิทซะไม่มี อีกอย่างคือเขาขี้เป็นห่วง แต่ไม่ใช่หวง ยุนกิเองก็มีความเป็นผู้ใหญ่มากพอจะแยกแยะจัดการตัวเองได้ ไอ้ที่ถามก็เพราะอยากรู้อยากเห็นซ้ำยังคาใจมาเป็นเดือนล้วนๆ



ได้ฟังแบบนี้ก็ค่อนข้างสบายใจ



“คิดได้งี้ก็ดีแล้ว” นิ้วมือลูบไปที่หยดน้ำข้างแก้ว ก่อนเช็ดกับกระดาษทิชชูระหว่างเว้นหาคำพูด “ยุนกิมันเป็นคนแยกขาดเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว ถ้าอยากจีบมันก็ต้องไม่ใช่ตอนนี้ เพราะคงเมมเข้าสมองว่าหน้าที่คือการติวยังไงก็ได้ให้เราสอบติด อย่างเร็วก็รอสอบเสร็จผ่านสอบสัมภาษณ์นู่น”



คล้ายเห็นหูกระต่ายดีดผึงขึ้นมา แถมยังวางดินสอตั้งใจฟังสุดๆ



ให้ตาย



“ทำหน้าแบบนี้คืออยากฟัง?”



“ครับ”



กีฮยอนหัวเราะ บทจะกล้าก็เป็นซะอย่างงี้ หรือมันแค่สวมบทกระต่ายขนปุยเฉพาะเวลาอยู่กับเพื่อนเขาวะ “มันเหมือนจะดูแลคนอื่นได้นะ แต่ไม่ ต้องเป็นฝ่ายดูแลมันโดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ  ชอบโหมงานจนป่วย ทำงานเก่งแต่สกิลใช้ชีวิตติดลบ ถ้านอนเต็มอิ่มแล้วยังซึมๆ ก็ต้องพาไปเดินเล่นบ้าง ต้องสังเกตดีๆ เดาทางมันให้ได้ เหมือนเลี้ยงแมวอะ”



“อ่า... พอนึกออกครับ” ภาพตอนเรียนครั้งหนึ่งที่จู่ๆ เจ้าตัวก็เดินแล้วหน้ามืดเซไปเกาะผนังห้องยังติดตา ดีที่ไม่ล้มหรือบาดเจ็บอะไร ยิ่งหลังๆ เขาเป็นฝ่ายซื้อข้าวกลางวันเข้าไปให้ด้วยซ้ำ 



คนแฉเพื่อนขมวดคิ้วกรอกตามองบนแบบคิดหาฮาวทูเลี้ยงมินยุนกิ สุดท้ายก็ชี้นิ้วบอกให้ฟังไปวาดไป ไม่ใช่นั่งจ้องจนไม่เป็นอันเรียน ขืนเจ้าตัวรู้เข้าไม่ต้องสืบเลยว่าใครเป็นฆาตกร ศพแรกก็คงตายในหอพักยามวิกาล



พลันเจ้าตัวดีดนิ้วเป๊าะ 



“ปกติยุนกิไม่ค่อยชอบให้ใครเข้าห้อง ขนาดเด็กติวคนก่อนยังต้องรอช่วงใกล้สอบเลย แต่น่าจะเพราะเราขี้กลัวด้วยมั้งเลยยอมหยวนๆ ถ้าหลังสอบติดแล้วมันยังยอมให้ป้วนเปี้ยนในห้องก็คงพอมีหวัง” เสียงนุ่มๆ พูดไม่หยุด ก่อนจะร่ายยาวออกมาอีกเซ็ต “ชอบกินอเมริกาโน่ อันนี้สำคัญเพราะหลังๆ ซัดวันละสี่แก้ว ถ้าเจอก็ฝากห้ามด้วย ...ไม่ชอบกินของหวานเท่าไหร่ ชอบสีน้ำเงินกับดำ ชอบหมาพันธุ์เล็ก ที่บ้านเลี้ยงไว้ตัวนึงชื่อฮลลี่”



รู้ตัวอีกที ดินสอก็กลายเป็นจดเรื่องพี่ติวตัวเองแทน



เรื่องพวกนี้เขาพอจะสังเกตได้จากการเรียนมาหลายเดือนก็จริง แต่พอได้ฟังจากปากเพื่อนสนิทที่สุดในชีวิตของเจ้าตัวก็เหมือนยืนยันว่าอันไหนจริงไม่จริง นึกดีใจบอกไม่ถูกที่วันนี้ยุนกิติดไปทำงานที่อื่น 



ถึงจะแลกกับการโดนยิงคำถามตรงประเด็นแบบที่ไม่คิดว่าจะโดนก็ตาม



เขาไม่ได้เขินหรืออายกับการโดนมองออกเท่าไหร่ สิ่งที่กลัวคือบรรยากาศอึดอัดหรือน่าลำบากใจเวลาไปนั่งที่คณะหรือต้องอยู่ร่วมกันสามคนโดยมีคนมองล้อเลียนมามากกว่า



พลันยางลบถูกหยิบมาถูๆ รอยดินสอที่โน้ตไว้ บ่นอุบว่าใครใช้ให้จดในนี้ เดี๋ยวก็ความแตกพอดี “นั่นแหละ เรื่องที่ลงลึกกว่านี้ก็ถามมันเองแล้วกัน เอาเป็นว่าอย่างแรกคือตั้งใจเรียน สอบให้ติด ทำตัวเองให้มีอนาคตดูแลมันได้ก่อน ถ้าถึงตอนนั้นแล้วยังชอบอยู่ค่อยคิดอีกที”



คิดถึงความปากเปราะของตัวเองแล้วก็อดขนลุกนิดหน่อยไม่ได้ ขืนความแตกคงโดนจับหักคอ



แต่ที่ยอมพูดเหมือนเชียร์ก็เพราะเด็กนี่มันดูไม่มีพิษมีภัยหรอก



จอนจองกุกยิ้มโชว์ฟันหน้าอยู่ครู่หนึ่งแล้วก้มลงทำงานต่อ ก่อนเปลี่ยนเป็นขมวดคิ้ว มือที่ลากเส้นอยู่ก็ชะงักไปกะทันหัน 



“แล้วพี่ยุนกิไม่มีใครมาจีบเลยเหรอครับ? ไม่มีทางอะ”



พี่ปีสามตบเข่าฉาด “นั่นแหละ”



“นั่นแหละ?”



“มีไง แต่มันไม่สนใจ หลักๆ คือรำคาญกับขี้เกียจคุย” พูดไปหัวเราะไป นึกสภาพหน้ายุ่งๆ ของเพื่อนตอนมีใครไม่รู้ทักไลน์มาแล้วก็อดขำไม่ได้ ผลที่ตามมาคือลบแชทแบบไม่คิดจะอ่านด้วยซ้ำ “ไม่ต้องห่วงหรอก ยิ่งปีสี่งานยุ่งมันไม่มีทางหาแฟน จีบไปจะติดมั้ยก็ไม่รับประกัน ยากว่ะ”



เหมือนโดนลูบหลังมาเป็นชั่วโมงแล้วถูกตบหัวหน้าคว่ำลงถ้วยปังเย็น



เด็กมัธยมเอนตัวจนเกือบหงาย สีหน้าเกือบจะงอแงแสดงออกแบบไม่คิดปิดบัง 



“โห่ พี่ เหมือนจะช่วยอะ”



“พี่จะช่วยอะไรได้วะ ไม่มีใครบังคับยุนกิได้หรอก” กีฮยอนยักไหล่ สงวนคำพูดเรื่องปฏิกิริยาของเพื่อนตัวเองไว้ทั้งหมดตั้งแต่อาการเป็นห่วงน้องจนออกนอกหน้ายันเรื่องสีผม ถึงจะพอเดาได้ว่ามีโอกาสแต่ก็ไม่ควรพูดกับเด็กเตรียมสอบอยู่ดี อย่างไรเสียเรื่องสำคัญที่สุดคือการเรียนจนกว่าจะพร้อมสอบ



ข้อมูลทั่วไปที่เพื่อนๆ รู้น่ะพูดได้ แต่สิ่งที่มาจากความสนิทสนมหรือสังเกตเอาเอง เขาไม่คิดจะปริปากบอกหรอก



  ขืนยุนกิรู้เรื่องเจ้าเด็กนี่เข้า ดีไม่ดีจะโดนด่าตาย



อย่างเลวร้ายสุดคือโอนมาให้เขาสอนต่อ และนั่นคงแย่เสียยิ่งกว่าแย่



การติวต่อเป็นไปอย่างราบรื่น บ่ายสามโมงกว่าก็วาดครบตามที่มินยุนกิสั่งไว้ พอส่งข้อความไปถามก็ได้รับคำตอบกลับมาว่าให้ฝึกลงเงาให้ละเอียดขึ้นอีกนิดไปเลย เป็นหน้าที่พี่ติวชั่วคราวที่ต้องงัดความรู้ตั้งแต่สมัยปีหนึ่งออกมารื้อฟื้นใหม่ พอไม่ได้ทำนานๆ ก็ขัดตอนวาด ดีที่ออกมาสภาพพอดูได้



ข้อดีของจองกุกคงเป็นขยันในเรื่องที่ตัวเองสนใจ ไม่ว่าจะพูดอะไรก็ดูจะตั้งใจฟังและทำตามได้แบบราบรื่นสมกับที่เคยได้ยินมาว่าปัญหาน้อยที่สุดเท่าที่เคยสอน ดูได้จากลายเส้นที่ติดมาจากมินยุนกิอย่างจัง ถ้าฝึกนานกว่านี้และคล่องกว่านี้อีกระดับนึงคงทายาทอสูรจริงอย่างที่เพื่อนในสาขาเคยแซว แค่ต้องตบๆ ไม่ให้เหมือนเกินจนติดไปถึงงานตัวเอง



ทว่าขณะกำลังคิดอะไรเพลินๆ จู่ๆ มันก็โพล่งชื่อเขาออกมา เล่นเอาสะดุ้งจนเกือบปัดแก้วน้ำตก



“พี่กีฮยอนครับ”



เขารีบจับแก้วให้กลับมาตั้งตรง ก่อนดันออกไปไว้มุมโต๊ะกันหกใส่แล็ปท็อปจนเจ๊งไปก่อน “อะไรเหรอ”



จองกุกขมวดคิ้ว สีหน้าจริงจังจนเผลอกลืนน้ำลายแบบฝืดๆ 



จะถามอะไรวะ...



“ผม...แสดงออกชัดขนาดนั้นเลยเหรอ”





เดาไม่ถูกว่าสีหน้าตัวเองเป็นยังไง



แต่คงหงิกสนิท



ถ้ามันไม่รู้ตัว...



เออ เอาเหอะ 



“…ชัด แต่ยุนกิไม่รู้ก็พอ”





∞ ∞ ∞






ราวหนึ่งทุ่ม ยุนกิแวะไปที่หอพักของยูกีฮยอนก่อนกลับห้องตัวเอง จุดประสงค์หลักคือต้องการไปกินมื้อเย็นเพราะใช้พลังงานทั้งวันจนหิวท้องร้องโครกคราก ทว่าพอไปถึงแทนที่จะได้ไปช่วยหั่นนู่นหั่นนี่ในครัวเหมือนทุกที กลับโดนไล่ตะเพิดให้ไปนั่งตรวจงานที่ถ่ายรูปมาจากกระดานของเด็กติวตัวเองแทน 



ได้แต่เดินเกาหัวไปทิ้งตัวนอนแผ่



เปิดผ่านๆ แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร เจ้าเด็กนั่นทำได้ดีเหมือนทุกครั้ง อีกอย่างคือกีฮยอนถนัดวาดคนวาดมืออะไรทำนองนี้อยู่แล้ว พอบวกเข้ากับความหัวไวของจองกุกก็ยิ่งไม่มีเหตุผลให้กังวลเท่าไหร่ 



“แล้วน้องเป็นไงบ้าง ตั้งใจเรียนปะ”



กีฮยอนตักน้ำซุปขึ้นชิม ไม่ลืมตักเผื่อมาเป่าพอให้หายร้อนแล้วหันไปป้อนเพื่อนสนิทที่เดินมาอ้าปากเหมือนเต่ารอผักบุ้ง “ก็ดี สอนง่าย แต่ไม่ยอมให้กูไปซื้อปังเย็นให้ บอกถ้ามึงจะเลี้ยงก็ให้มาเลี้ยงเอง บอกแล้วเด็กมึงอะไม่เคยจะเป็นมิตรกับกู”



คนฟังหัวเราะ ยิ้มกว้างจนเห็นเหงือก “ก็ดีแล้วนี่ นี่ม.หกปะวะ จะนั่งให้พี่เลี้ยงตลอดได้ไง”



“เออ ชมตลอด”



“จะให้ด่าเหรอ” 



มือขาวๆ หยิบแผ่นรองหม้อแล้ววางบนโต๊ะกินข้าว ไม่ลืมหยิบจานกับช้อนส้อมมาวางเรียงให้เรียบร้อย ท้ายสุดคือหยิบข้าวสวยเหลือจากค่ำเมื่อวานมาเทใส่จานแล้วเข้าไมโครเวฟ ปัญหาคือพอจะเนียนหยิบกาแฟสำเร็จรูปมาเทใส่แก้วก็โดนฟาดแขนด้วยช้อนร้อนจี๋ ได้แต่ลนลานวางแล้วหนีไปนั่งรอที่โต๊ะ “เพื่อนหรือแม่”



“ข้าวเนี่ยจะแดกไม่แดก”



“ดุว่ะ” แซวเสร็จก็ยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายรูปกับข้าวสองสามอย่างบนโต๊ะ กดส่งพลางพิมพ์ข้อความยิกๆ เป็นพรืด



“ส่งไปให้ใคร กี้?”



“จองกุก”



ห๊ะ?



“ส่งทำไมวะ เดี๋ยวนี้ชวนคุยไร้สาระกับเด็กติวแล้วอ่อ” กีฮยอนเลิกคิ้ว ใช้ช้อนตักน้ำซุปมาจิบก่อนเป็นอย่างแรก ค่อยตามด้วยตักผัดผักเข้าจานตัวเอง แต่สายตากลับจ้องไปยังคนที่ยิ้มอารมณ์ดีจับโทรศัพท์ไม่ยอมวาง “ไอ้ยุนกิ วางมือถือ แดกข้าวก่อนค่อยเล่น อย่าให้กูบ่นเหมือนแม่จริงๆ ดิ”



“โทษๆ พอดีน้องถามว่ากินไรยัง เลยบอกว่ากำลังจะแดกกะมึง”



โอเค



เขาว่า เขาควรปล่อยให้ยุนกิเข้าใจว่าเด็กติวตัวเองใสซื่อเรียบร้อยแบบนี้ต่อไปแหละดีแล้ว





ø



#พี่ติวยุนกิ




อย่าถามว่าทำไมอัพเร็ว

วันนี้วันเกิดพี่กีค่ะ เย้!! *ปรบมือ* สุขสันต์วันเกิดคุณแม่เสียงนุ่มที่ตบตีกับพิก้าได้ 

พาร์ทนี้ยกให้เขาโดยเฉพาะ #ทีมเพื่อนพี่ติว 555555 

(พี่ก็เป็นตากล้องประจำวงค่ะ ไม่มีใครเหมาะกะเรื่องนี้บทนี้เท่าพี่แล้ว)


กลับมาที่น้อง ในหัวจองกุกเข้าใจว่ายังไง แต่สิ่งที่แสดงออกไม่ใช่แบบนั้นค่ะ

ตอนนี้ปล่อยน้องสวมหนังกระต่ายเต๊าะพี่ไปก่อน 



ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ค่า มาอีก มาเลยย *อ้าแขนรับ*

เจอกันตอนหน้าโน๊ะ 




22 NOV 2017 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 135 ครั้ง

870 ความคิดเห็น

  1. #859 PandaPhung (@agisen4869) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 11:09
    ชอบตรงประโยคที่ตอบว่าน้องแสดงออกชัด แต่ยุนกิไม่รู้ก็พอ แหนะะะะะ ก็เป็นซะอย่างงี้ ซึนกับซื่อ ห่างกันแค่เส้นบางๆ5555555
    #859
    0
  2. #849 illegallery (@illegallery) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 00:01
    ชอบมากๆ TvT จองกุกคือทำให้พี่ยุนกิจากเป็นคนเย็นชาๆกลายเป็นซอฟท์ลงเลยค่ะ ถ่ายรูปกับข้าวไปให้ด้วย ฮื่อ น่ารักเกินไปมั้ยเนี่ย
    #849
    0
  3. #837 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 20:41
    น่ารักมาก อ่านไปยิ้มไปค่า
    #837
    0
  4. #800 aqua11 (@aqua11) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 23:31
    น้องกุกเริ่มเผยตัวจริงแล้วค่ะ กระต่ายปลอม! 555555 /จริงๆ กีฮยอนกับคุณยุนกิก็เป็นหนึ่งในคู่เพื่อนต่างวงที่เราอยากเห็นโมเม้นเยอะๆ มากเลยค่ะ ดูแล้วน่าจะสนิทกันพอตัวจริงๆ เพราะจากการที่เคยเห็นกีแกล้งเอากระดาษโปรยในคอนไปโปรยๆ ใส่ 55555 ขอบคุณคุณไรท์ที่เลือกกีฮยอนมาเป็นเพื่อนสนิทคุณยุนกิในเรื่องนี้นะคะ
    #800
    0
  5. #759 Mew (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 09:19
    ชอบความใส่ใจน้องของยุนกิจังเลย
    #759
    0
  6. #743 intoyou_dec (@intoyou_dec) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 03:27
    น่ารักมากเลยค่ะฮือออซึนเอ้ยยย
    #743
    0
  7. #707 prawarin_png (@prawarin_png) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 15:35
    จองกุกเริ่มร้ายกาจขึ้นแร้ววววว ส่วนคุณยุนกิก็ยังไม่รู้เรื่องต่อไป55555 ชอบฮาวทูเลี้ยงมินยุนกิกับเต่ากินผักบุ้ง น่ารัก555
    #707
    0
  8. #362 iiamampere (@iiamampere) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 18:55
    พี่กีตรงมากก น่ารักมากกกกกกก บอกน้องเฉพาะเรื่องที่บอกได้เนอะ ลึกกว่านี้ให้พี่ติว น้องติวเค้าคุยกันเอง ดีจังเลยน้องกุกลูก เอาเรื่องเรียนกับอนาคตก่อนเนอะ จะจีบหลังสอบติดก็ยังไม่สาย สู้เค้าลู๊กกกกกกก
    #362
    0
  9. #348 Yes! SUGA (@kawpoonn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 15:40
    กีฮยอนนนนนนน หาเพื่อนที่ฝากผีฝากไข้ฝากท้องได้แบบนี้ที่ไหนอีกคะ 5555 จะไปขลุกอยู่ด้วย ดีที่มีกีฮยอน ยุนกิได้มีคนดูแลบ้าง ไม่งั้นก็คงได้แต่ต้มบะหมี่กินกับกาแฟ ,, จกุกลูกกก สอบให้ได้แล้วเดินหน้ารุกพี่เขาเต็มกำลังเลยนะ เชียร์ ยุนกิเองก็เปิดใจทีละนิดแบบไม่รู้ตัวแล้วเนี่ย งุ่ยยย
    #348
    0
  10. #312 mttrow. (@minmin1632) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 05:36
    หุหุ น่ารักมาก ละมุนไปเรื่อยยยๆ
    #312
    0
  11. #264 Sodium97 (@Sodium97) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 23:40
    มีความตอบข้อความกันไม่หยุดยุงกินี่เผลอเกินไปแล้วววววว5555
    #264
    0
  12. #260 Milk-Chocolate (@mashi-maro) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 17:30
    ชอบอ่ะฮาวทูเลี้ยงมินกิ ยิ่งทำให้พี่เขาดูตะเร้กตะน้อยเข้าไปอี๊กกกกก น่ารักกกก
    #260
    0
  13. #203 AgustDefsoul (@minespace) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 10:02
    อยากอ่านต่อแย้วววววว มาต่อเร็วๆนะคะชอบมากอ่านทุกตัวอักษรไม่ข้ามสักบรรทัด ปลื้มทุกเรื่องทุกตอนเลยค่ะไรท์
    #203
    0
  14. #201 Coeurz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 22:43
    วันนี้พี่กิโผล่มาน้อยแต่น่ารักมากกกกกกกกก ตอบข้อความน้องถ่ายรูปให้ดูงี้ คงเอ็นดูน้องมากๆในระดับหนึ่งแหละ ชมตลอด อารมณ์แบบเห็นไหมว่าน้องดี น้องเก่ง น้องมันน่ารัก เด็กดีไรงั้นนะ เราว่าสองคนนี้คงอีกนานกว่าจะคืบหน้า เริ่มเดินหน้าจีบหลังสอบติดตามที่พี่กีแนะแหงๆ จองกุกก็ยังไม่คิดจะจีบอะไรด้วย ซึ่งเราก็มองว่าดีแล้วเหมือนกัน ชอบที่น้องคิดแบบนี้ ปล่อยให้ความรู้สึกมันไปเรื่อยๆดีกว่า อย่าเพิ่งเร่งรัดอะไรเลย แบบนี้โคตรน่ารัก พี่ก็ยอมให้น้องจับผม จัดผมให้ อ่อนให้สุดๆ ดูแลดีมากด้วย ฮือ แบบมันอบอุ่นใจมากกกกกกกก ค่อยๆเป็นค่อยๆไปแบบนี้แหละดีแล้ว
    #201
    0
  15. #200 ปลาวาฬ. (@juja_huangmeili) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 20:16
    พี่ยุนกิอยู่กับพี่กีน่ารักมากกกกกกกกกก
    #200
    0
  16. #199 PWMinsuga (@PraewaThim) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 18:44
    งุ้ยยยยคุณยุนกิเด็กน้อยสุดไรสุดนะ จกุกก้น่ารักจีจี พี่กีก้ร้ายยย55555 ติดตามรอตอนต่อไปนะคะ
    #199
    0
  17. #198 secretgne98 (@secretgne98) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 16:27
    ไม่ชัดเลยกุก ไม่เลยยยย 5555555 พี่กิก็ดูเปิดใจอยู่นะ ปกติคงไม่ส่งรูปปะ ._. แหนะ ไรท์มาต่อไวๆนะค้าาา
    #198
    0
  18. #197 KONYBANG (@runrara) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 13:27
    พี่ยุนกิก็ชอบร้องแหละ แต่ม่ายรู้ตัววว โอ้ยยยย น้องจกุกคงจะแอบรุกแบบเนียนๆอ่ะ
    #197
    0
  19. #196 HI PEACH (@thispeach_) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 09:08
    ชอบความเอ็นดูกระต่ายของพี่ยุนกิเขาจริง ๆ ;-;
    #196
    0
  20. #195 Yok-Wnl (@Yok-Wnl) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 08:50
    น่ารักกกกกก เนียนไปๆ คิๆ
    #195
    0
  21. #194 -PDL-MSG- (@paer-ly) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 08:13
    หุบยิ้มไม่ได้เลยย น่ารักกก กระต่ายเนียน 555555
    #194
    0
  22. #193 nevermindpk (@nevermindpk) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 01:26
    ปรบมือให้ความเนียนของจองกุก คิดว่าตัวเองเนียนมาตลอด เพราะยุนกิไม่รู้ แต่โทษทีจ้าพี่กีเค้ารู้ 555 เราค่อนข้างชอบลักษณะการบรรยายลำดับความคิดของตัวละคร มันทำให้เราเห็นภาพแล้วก็เข้าถึงความคิดของตัวละครในโมเม้นนั้นๆ คือดีอ่ะค่ะ
    #193
    0
  23. #192 suprw_ (@_suprw) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 00:50
    โอ้ยยยยย คุณขาาาาา อ่านไปยิ้มไป ตอนพี่กีถามน้องนี่ถึงกับร้อง เชี่ยยยย พี่จะตรงประเด็นไปไหน แถมยังขยี้เก่งอีก อ่านไปเขินไป พอน้องตอบเท่านั้นแหละ แม่มึ๊งงงงงงงงงงง ไอบ้าเอ้ยยยยยยย เขินวุ้ยยยยยย 55555 นี่ขนาดไม่ใช่ตอนอยู่กับพี่กินะ ไม่อยากจะคิดถึงตอนน้องไปติวกับพี่กิหลังจากนี้เลย น้ำตาลในเลือดต้องพุ่ง ฮืออออออ ดีกับใจค่ะ รักกกกกกกก อัพเร็วมาก เราตกใจเลยค่ะ สุขสันต์วันเกิดพี่กีด้วยนะคะ อริ๊
    #192
    0
  24. #191 nomimmano (@watashiwafah) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 00:18
    โง้ยยย น่ารักอ่ะฮืออออออออออออออ
    #191
    0
  25. #190 OrangeTurtle (@tatpicha5469) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 23:35
    ทำตัวเนียนเป็นกาตุ่ยขนฟูต่อไปให้พี่เขาเอ็นดูเยอะๆ~
    #190
    0