พี่ติวยุนกิ [BTS: KOOKGA]

ตอนที่ 8 : Chapter 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,468
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    19 พ.ย. 60







#พี่ติวยุนกิ

8


(ใครที่งงว่าหุ่นเหลี่ยมคืออะไร เสิร์จในกูเกิ้ลว่าหุ่นเหลี่ยมได้เลยค่ะ 

รูปที่หาๆมันเป็นของสถาบัน ไม่น่าเอามาใช้ได้)





จอนจองกุกกลืนน้ำลายจนปากแห้งคอแห้งไปหมด



เพิ่งรับรู้ก็ตอนนี้ ว่าการวาดขวดแก้วไม่ผ่าน การนั่งงมกับผ้าแขวนหรือผ้าวางย่นๆ บนโต๊ะอยู่หนึ่งเดือนครึ่งมันไม่เป็นปัญหาเท่าโดนบอกว่าหลังจากนี้ต้องไปนั่งเรียนในคณะอย่างต่ำก็สองเดือน เพราะสิ่งที่ต้องวาดมันคือหุ่นหล่อปูนปลาสเตอร์ ค่อนข้างขนาดใหญ่และเกะกะ พี่ติวตัวน้อยก็ไม่ได้อาจหาญขนาดจะซื้อมาวางไว้ที่หอพักหรือขโมยทรัพย์สินมหาวิทยาลัยกลับบ้านได้



ก่อนหน้านี้นานมาแล้วก็เคยได้ยินคำพูดทำนองว่า ไปที่คณะไม่รอดหรอก



พอประโยคพวกนั้นกลับเข้ามาก็พาลเครียดนิดหน่อย



ถึงจะมั่นใจว่าหากอยู่กับยุนกิจะไม่มีปัญหาอะไร แต่การไปนั่งวาดท่ามกลางคนเยอะๆ หรือที่สาธารณะทั้งที่ฝีมือตัวเองยังไม่เข้ารูปเข้ารอยมันก็น่าอายพอสมควร พอบอกไปก็ได้ยินเสียงหัวเราะกลับมาซะงั้น พูดซ้ำอีกว่าวันนี้วันเสาร์คนคงไม่เยอะมากหรอก ถ้าเยอะจะหาห้องอื่นให้นั่งก็แล้วกัน



ในห้องเรียนเป็นเพียงห้องโล่งๆ มีโต๊ะอยู่สองสามตัวมุมห้องไว้วางอุปกรณ์หรือปึกกระดาษ ขาตั้งวางกระดานซุกอยู่จำนวนหนึ่งอยู่ข้างกองเก้าอี้พับ สภาพพื้นปูนเปลือยเลอะทั้งเศษฝุ่นและคราบสีเป็นหย่อมๆ ครึ่งห้องมีเฟรมผ้าใบขนาดใหญ่เกินเมตรตั้งอยู่แบ่งสัดส่วนของใครของมันชัดเจน กลิ่นสีกับสารเคมีฉุนกึกลอยออกมาทันทีที่เปิดประตู



บวกด้วยเสียงเพลงเหมือนเปิดเผื่อแผ่คนทั้งห้อง



ยุนกิชะโงกหน้าเข้าไป ก่อนจะมีเสียงทักทายจากคนด้านในออกมา



เหมือนใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม



“ยืมหุ่นเหลี่ยมหน่อยดิ”



จองกุกยืนหลังชนกำแพง พยายามทำตัวลีบที่สุดในชีวิต



“เอาไปไมวะ ถ่ายงานอ่อ”



“เปล่าๆ ติวเด็ก เดี๋ยวห้าโมงเอามาคืน แค่วันเสาร์อีกซักเดือนนึงมั้ง” ยุนกิเดินหายเข้าไปในห้อง เสียงคนคุยกันเริ่มเบาจนฟังไม่ออก ได้แต่ยืนมองซ้ายทีขวาทีอยู่บนตึกตามประสาคนตื่นที่ เป็นครั้งแรกสำหรับการก้าวเท้าเข้ามาในเขตมหาวิทยาลัย ถึงจะไม่ไกลจากรถประจำทางมากแต่ก็ไม่ได้น่าเดินนักสำหรับคนนอก



เสียงคนใกล้เข้ามาแล้ว



“ไม่นั่งติวในนี้เลยอะ? เพิ่งส่งงานไปวันพุธ วันนี้ที่บอกจะมามีแค่สองสามคนเนี่ย”



“น้องยังเด็ก เจอกลิ่นน้ำมันสนมากๆ เดี๋ยวกลับไปน็อกทำไง”



กระต่ายร่างคนดมฟุดฟิด ก็ว่ากลิ่นฉุนๆ จนปวดหัวพวกนี้มันคืออะไร เด็กมัธยมอย่างเขาไม่ค่อยได้จับนักหรอกเพราะครูจะสั่งห้ามไม่ให้ใช้ ยกเว้นต้องขัดพื้นหลังทำฉากละครนั่นแหละถึงจะมีวันที่เบิกออกมาได้ ทว่ายังไงก็ต้องอยู่ในความดูแลอยู่ดี แล้วห้องนี้ดันตลบอบอวลไปด้วยอะไรแบบนี้อะนะ



จะรอดมั้ยวะ



“แล้วไม่ห่วงกูมั่ง?”




“มึงตายเพราะบุหรี่ก่อนอยู่ละ สูดๆ ไปเหอะ”



“เอ้อ คนเรา”



ยุนกิกับรุ่นพี่ปริศนาคนหนึ่งชะโงกหน้าออกมา แขนขาวๆ กอดหุ่นรูปหน้าคนแบบตัดทอนจนดูเป็นเหลี่ยมมุมไปแทบทั้งหมดแนบอก ก่อนใบหน้าที่คุ้นเคยจะคลี่ยิ้มบางๆ เช่นเดียวกับบุคคลด้านหลังที่ยกยิ้มมุมปาก สีหน้าดูนึกสนุกขึ้นแบบเห็นได้ชัดเจน และนั่นเหมือนไฟลท์บังคับว่าเขาต้องทักทายแบบสุภาพ



“สวัสดีครับ”



ผู้ชายคนนั้นหงกหัวเป็นเชิงตอบรับ “ดูเรียบร้อยดีนี่ สอบปีนี้เหรอ”



“ครับ”



“เออๆ สู้ๆ ไอ้นี่มันเก่งสุดละ ได้พี่ดีก็สอบให้ติดล่ะ” พี่ปีสามโบกมือเชิงบอกลา หันหลังกลับไปทำงานส่วนของตัวเองต่อ ส่วนคนยืมก็เดินดุ่มๆ ลงบันไดไปชั้นล่าง วกอ้อมไปอีกฝั่งของตึกเพื่อหาห้องเรียนที่ตั้งใจจะไปหมกตัว ไม่ถึงสองนาทีก็เหมือนจะถึงที่หมาย คนพี่ทำเหมือนเดิมคือชะโงกหน้าเช็คจำนวนคนในห้อง



ห้าคน



ไม่เยอะ แต่ก็ไม่น้อย



และหนึ่งในห้า แน่นอนว่ามียูกีฮยอนนั่งหน้าแล็ปท็อปอยู่มุมห้องใกล้หน้าต่าง คนที่พอจะทำให้โล่งอกไปหน่อยนึงว่าอย่างน้อยก็มีคนรู้จักและเคยเห็นเคยสอนเขามาแล้วนิดหน่อย นิดจนเรียกว่าสอนไม่ได้แต่ก็มั่นใจว่าใจดีพอจะไม่แกล้งหรือดุด่า



“อ้าว? อุ้มมาไม ติวน้อง?”



“เออ ให้มานั่งนี่ดีกว่า” ยุนกิพยักเพยิดหน้ามาทางคนเด็กกว่าด้านหลัง จองกุกแทบจะตัวหดเหลือสองนิ้วกับบรรยากาศไม่คุ้นเคย ห้องนี้ดูสะอาดและเป็นระเบียบกว่าเมื่อครู่อยู่พอตัว มีโต๊ะกับเก้าอี้วางเรียงเป็นแถว พื้นก็ปูกระเบื้องดูสะอาดสะอ้าน พอเงยหน้าไปเจออุปกรณ์เกี่ยวกับการถ่ายภาพ บวกกับงานที่ติดเต็มผนังก็พอเข้าใจ 



“นี่ห้องสาขาภาพถ่าย ไม่ใช่สตูดิโอนะ ไว้นั่งๆ นอนๆ กับส่งงานเฉยๆ” หันมาพูดเสียงเบาแล้วเดินนำลิ่วไปมุมห้อง ไล่ที่เพื่อนให้ขยับไปที่อื่น จัดการวางหุ่นสำหรับวาดลงไปบนโต๊ะ จัดให้เป็นหน้าตรงแล้วเลื่อนเก้าอี้เป็นเชิงบอกให้นั่ง 



ตอนนี้สายตาคนอื่นเริ่มจับจ้องมาบ้างแล้ว 



พวกเขารู้ว่ามินยุนกิเคยรับติว เพราะสมัยปีหนึ่งปีสองก็เคยมีภาพทำนองนี้เกิดขึ้นมาก่อน แค่เด็กคนนั้นดูร่าเริงเข้ากับคนง่าย พอสอบติดมาก็เป็นตัวเรียกเสียงหัวเราะให้ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องได้ไม่ยาก แต่คนนี้กลับดูต่างออกไป ท่าทางซื่อๆ สุภาพเรียบร้อยแถมยังขี้ตกใจ ดูได้จากการเดินไปโค้งไปจนปวดหลังแทน



สีหน้าก็ตื่นๆ จนน่าแกล้ง



“ทำไมเด็กติวหน้าตาดีทุกคนเลยวะ”



“ก็คนสอนดีไง”



จองกุกขมวดคิ้ว ไม่คิดว่าจะตอบด้วยสีหน้าพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ



“โห กล้าว่ะ บอกเลยน้องหล่อกว่ามึงเยอะ” กีฮยอนหัวเราะ ดันถุงm&mมาให้แล้วชี้บอกให้หยิบกินได้เลย “แป๊ปเดียววาดถึงนี่แล้วเหรอ ยุนกิมันสอนข้ามหรือเรียนเร็วเนี่ย”



สิ่งมีชีวิตที่อายุน้อยสุดในห้องพยายามฉีกยิ้ม วางกระเป๋ากระดานบนพื้นให้พิงกำแพงไว้ รูดซิปหยิบกระดานที่หนีบแต่กระดาษยังไม่ได้ใช้ออกมา เพราะโดนบอกตั้งแต่สัปดาห์ก่อนว่าจะย้ายไปคณะ เพราะงั้นเลยแยกปึ้งงานเก่าๆ เหน็บไว้ในกระเป๋าทั้งหมด ไม่ค่อยอยากให้ใครต่อใครเห็นซักเท่าไหร่



โดยเฉพาะขวดแก้วนรกที่วาดซ้ำแล้วซ้ำอีก



พอตั้งท่าจะเริ่มเรียน พี่อีกสองคนก็เดินมาคลี่ยิ้มเป็นมิตรอยู่ด้านหลัง ตามด้วยเสียงถอนหายใจของคนสอน 



“อยากเห็นงานเก่าอะ เป็นไงบ้าง”



“เสือก”



“นี่เพื่อนไงลืมแล้วเหรอ” ผู้ชายหัวเราะ ส่วนพี่ผู้หญิงแค่ยืนยิ้มๆ แต่สายตาจับจ้องมายังจองกุกตลอด เพราะคณะนี้ประชากรค่อนข้างน้อย ผู้ชายหน้าตาดีก็น้อยลงไปอีกเท่าตัว พอมีอาหารตาโผล่มาให้เห็นซึ่งๆ หน้าก็ต้องอยากมาแอบมองหรือส่องบ้างพอเป็นพิธี “อยากรู้ไงว่ามึงผลิตทายาทอสูรอีกรึเปล่า”



ยุนกิขมวดคิ้ว



“นี่น้องกูไม่ต้องยุ่ง ไปทำงานตัวเองไปนู่น เด็กมันขี้กลัว” ไล่เสร็จก็โบกมือปัดๆ เรียกเสียงโห่จากคนรอบข้างได้ดีพอสมควร ไม่เว้นกระทั่งเพื่อนสนิทที่เหลือบตามามองยิ้มๆ “ไม่อยากมานี่เพราะงี้แหละ วุ่นวาย”



“เอาน่า แซวเล่นเอง จะหัวร้อนทำไม”



“ไม่ได้หัวร้อน”



ช็อกโกแลตถูกคีบมาจ่อ ยุนกิเผยอปากนิดหน่อยให้เพื่อนป้อนแบบระบบอัตโนมัติ จองกุกเห็นแล้วก็สรุปกับตัวเองในใจว่านิสัยชอบป้อนข้าวป้อนน้ำกับจับมือสอน ดูแลในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ต้องติดมาจากคนคนนี้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่เรื่องห่มผ้าดูแลเหมือนเลี้ยงลูกแล้ว 



“หวงน้องก็บอก ดูดิหน้าซีดเลย กลัวแหงม”



“ก็มันขี้อายขี้ตกใจ” พูดเหมือนเจ้าตัวไม่ได้นั่งตรงนี้ แถมยังจิ๊ปากซ้ำอีกรอบ ขยับตัวยุกยิกไม่ถนัดนิดหน่อยเพราะถูกประกบด้านขวาเป็นน้อง ด้านซ้ายก็เพื่อน “เอากระดานมานี่ เดี๋ยวร่างโครงให้ดูก่อน”



ดินสอแหลมเฟี้ยวถูกยื่นให้ ยุนกิจับกระดานเป็นแนวตั้งพาดกับโต๊ะ ขีดเส้นตรงผ่าลางกระดาษทีเดียวแทบทั้งแผ่น ลากวงกลมลวกๆ ด้านบนพอเป็นพิธี ก่อนจัดการแบ่งสัดส่วนแบบแทบไม่ต้องมองต้นแบบซักนิด “หน้าคนปกติแบ่งเป็นสามส่วนครึ่ง ปลายคางถึงใต้จมูกหนึ่งส่วน ละขึ้นมาถึงเส้นคิ้วอีกหนึ่ง หน้าผาก อีกครึ่งที่เกินมาคือกะโหลกบนหัว”



คนเรียนมองกระดาษ หุ่นปูนปลาสเตอร์ สลับกับคนวาด



“ละคอกับไหล่ที่ลงมาก็เทียบส่วนเอา ร่างโครงรวมๆ ให้ได้พอดีหน้ากระดาษก่อนค่อยเริ่มแบ่งรายละเอียด ไม่งั้นหัวขาดคอตกไปจะหงุดหงิดทีหลัง” อีกครั้งที่พูดเหมือนง่าย แถมยังทำเร็วเหมือนไม่คิดอะไรก็วาดได้ “ตรงนี้เป็นเบ้าตา เปลือกตา ...ดั้ง ปีกจมูก ใต้จมูก มันไม่ได้เป๊ะกับคนจริงขนาดนั้นหรอกแต่ก็พอให้เข้าใจแสงเงา หน้าตัดตรงข้างแก้มเอียงเข้า”



พอจบประโยคนี้ก็หยุดทั้งปากและมือ เหลือบตามองน้องว่าตามทันมั้ย พอเห็นสีหน้าเหมือนพยายามทำความเข้าใจสุดชีวิตก็หยุดพักนิดหน่อยพอให้ได้นั่งทบทวน จนจองกุกพยักหน้าออกมาถึงลงมือวาดต่อ 



“ริมฝีปากบนล่างนี่ดูดีๆ มันจะคว่ำกับหงาย มุมปากลึกเข้าไปนิดหน่อยเป็นร่องตามเส้นนี้”



คราวนี้จองกุกเบนสายตามามองริมฝีปากคนพูด หลายครั้งที่รู้สึกว่าเวลามันขยับดูน่ารักน่าชังบอกไม่ถูก โดยเฉพาะตอนพูดที่จะเผยอขึ้นจนเห็นฟันหน้านิดหน่อย มุมปากก็ลึกเข้าไปคล้ายทรงปากผู้หญิงเสียมากกว่า 



พี่ติวพูดอีกไม่กี่ประโยคก็หนีบคลิปให้อ้าออก ดึงกระดาษออกมาวางบนโต๊ะแล้วให้เริ่มวาดเองตั้งแต่ต้น 



แน่นอน 



เบี้ยว



“จองกุก ตาไม่เท่ากัน”




“ครับ”



“เส้นหน้าด้านซ้ายเอียงนะ”



“ครับ”



และอีกสารพัดอย่างที่ต้องชี้บอกทีละจุด ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงครึ่งก็ยังไม่เสร็จ จนสองชั่วโมงก็ยังต้องไล่ตามแก้ดีเทลเล็กๆ น้อยๆ อีกหลายที่ ตอนแรกเพื่อนคนอื่นก็กะจะมาแกล้งน้องหรือหยอกเล่นสั่งข้าวสั่งขนมมาให้กินอยู่หรอก แต่พอเห็นการไล่บี้ละเอียดยิบก็ต้องถอยกรูดออกไปเรื่อยๆ แทน



มันไม่ใช่ว่าต้องวาดให้ได้ทุกอย่างบนโลกก่อนเข้ามหาวิทยาลัยหรอก และแทบไม่มีที่ไหนให้วาดหุ่นเหลี่ยมเป็นการสอบเข้าด้วย แต่คิดอีกแง่คือหากวาดอันที่ยากได้ อันอื่นก็น่าจะพอมีกำลังใจมากขึ้น ถือว่าเตรียมความพร้อมไปในตัว เพราะหากติดแบบงงๆ แล้วพื้นฐานไม่แน่นพอมันไม่มีใครมาตามสอนจ้ำจี้จ้ำไช



คนในห้องนี้เป็นพวกให้กำลังใจ 



ยกเว้นก็แค่สองชีวิตที่ภายนอกนุ่มนิ่ม



“ให้วาดใหม่ไปเลยไม่ง่ายกว่าเหรอ อะไรไม่ได้ก็ซ้ำ”



หน้าใสๆ กับท่าทางใจดีน่ะไว้ใจไม่ได้ซักนิด



กีฮยอนนั่งเท้าคางมอง ถึงจะไม่บอกให้แก้อะไรยิบย่อยแต่ประโยคเดียวก็ทำเอาคนเรียนขนลุกวูบ ไอ้ความคิดที่ว่าจะมีคนช่วยแก้น่ะฝันไปเถอะ มีแต่สนับสนุนการติวคอร์สนรกให้เขาหน้าซีดปากสั่น “มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ”



“ไม่ๆ” คนผมชมพูรีบชิงบอกก่อน “ไม่ได้แย่ หุ่นอันนี้มันขึ้นโครงยากแต่ลงเงาง่าย ถ้าทำซ้ำจะดีขึ้น แต่พี่กะให้เราวาดมุมสี่สิบห้าองศากับเก้าสิบอยู่แล้วเลยให้แก้ไปก่อน” 



…เอ่อ



ไม่ได้ช่วยให้ใจชื้นขึ้นเลย



“อีกสองเดือนผมจะวาดผ่านมั้ยอะ” น้ำเสียงอ่อนแรงมาแทนที่ พร้อมการโน้มตัวลงเอาหน้าแนบกระดาน ปล่อยแขนลงข้างตัวแบบหมดสิ้นแล้วทุกสิ่งในชีวิต เรียกรอยยิ้มกว้างๆ จากคนสอนทั้งสองคนได้ดีพอตัว “ดูดิหัวเราะโคตรสะใจอะ”



บ่นงอแงพอเป็นพิธีเสร็จค่อยดีดตัวขึ้นนั่ง ละสายตาไปแค่หนึ่งถึงสองนาทีก็เห็นว่าตัวเองวาดเบี้ยวจุดไหนบ้าง บางครั้งวางกระดานไว้แล้วลุกออกไปมองจากมุมไกลๆ ก็แทบอยากลบทิ้งใหม่ทั้งหมด และนั่นเป็นสิ่งที่ยุนกิชอบ บางทีไม่ต้องบอกมันก็จะตั้งมาตรฐานตัวเองไว้สูงพอ ไม่ปริปากบ่นว่าไม่ชอบหรืออยากเลิกวาด



เสียงเรียกจากข้างๆ ทำให้หันหน้ากลับไปถาม ก่อนจะเจอการแบมือแบบที่คุ้นเคย ถึงได้ร้องอ๋อ รีบเปิดกระเป๋าคุ้ยหาการบ้านจัดองค์ประกอบภาพขึ้นมายื่นให้ สัปดาห์ก่อนสเก็ตช์มาเจ็ดแบบ ถูกจิ้มเลือกมาสองแผ่นให้จัดการลงสีภายในหนึ่งสัปดาห์ ยุนกิหรี่ตามองแล้วยกยิ้ม



ก่อนจะดึงเทปนิตโตออก 



พอไม่มีคราบสีเลอะขอบก็ดูดีขึ้นอีกพอสมควร 



“เก่งนี่ ถ้าทำเรื่อยๆ น่าจะคะแนนเยอะอยู่นะ” เป็นเสียงนุ่มๆ ของกีฮยอนที่ดังขึ้นมา แค่นี้ก็รู้แล้วว่าคนนึงน่ะปากหนักปากแข็งร้อยวันพันปีไม่เคยชม ส่วนอีกคนคงพยายามดึงข้อดีออกมาเพิ่มความมั่นใจกับคนรอบตัว “ทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้น ยุนกิไม่เคยชมเหรอ?”



“ครับ”



จบการตอบรับ พี่ติวตัวเองก็ถูกผลักหัวจนเกือบกระแทกเขาอีกต่อนึง “จองกุก ปกติเวลามันสอนเป็นยังไง อยากให้มันชมหรือคอมเม้นต์ถนอมน้ำใจกว่านี้มั้ย มีอะไรรีบพูดเลยตอนพี่อยู่ โอกาสเอาคืนไม่ได้มีบ่อยๆ นา”



เจ้าของชื่อยิ้มจนตาหยี ฟันกระต่ายโผล่ออกมาชัดยิ่งกว่าชัด



“ก็แบบนี้แหละครับ ดีแล้ว ผมชอบ”



คำตอบซื่อๆ หลุดออกมาจากปาก คนถามเลิกคิ้ว รอยยิ้มยังประดับอยู่บนใบหน้าแม้จะหยุดหัวเราะไปแว่บหนึ่ง แต่สุดท้ายก็หันมาตบบ่าเพื่อนที่กำลังนั่งพิมพ์รายงานสองสามป้าบ “งั้นก็โอเค เห็นเรียบร้อยไม่คิดว่าจะชอบวิธีสอนแบบเข้มงวดนะเนี่ย ไอ้นี่มันถ้าไม่พอใจไม่ให้ผ่านหรอก”



ยุนกิยกมือขึ้นเสยผม พอมีร่วงติดมือมาซ้ำยังเห็นโคนสีดำยาวหลายเซนติเมตรก็บ่นอุบ สะบัดทิ้งลงพื้น



“แล้วจะโอ๋ทำไม อยากให้เก่งก็ต้องฝึกดิ อย่างอันนี้จุดเด่นมันกระแทกตาไปหน่อยนะ แทรกสีเหลืองลงไปที่อื่นด้วย กระจายออกไปบ้างไม่งั้นมันกระจุกอยู่ที่เดียว ที่เหลือโอเคแล้ว”



“อ่า ครับ”



บรรยากาศรอบๆ กลายเป็นเงียบสนิทอีกครั้ง จนถึงตอนนี้นักศึกษาคนอื่นเริ่มแยกไปนั่งทำงานของตัวเองตามมุมห้อง จองกุกเองก็ใช้เวลานั่งใจเย็นแก้ทีละจุดหลังรู้ว่าวันนี้จะให้ร่างโครงอย่างเดียวแล้วเริ่มลงเงาสัปดาห์หน้า พอสามโมงสี่สิบนาทีก็ค่อยสภาพโดยรวมพอดูได้ขึ้นมาหน่อย 



เหลือเพียงรายละเอียดยิบย่อย



ยุนกิคว้ากระดาษที่ตัวเองวาดโครงสร้างคร่าวๆ กลับมาวางแปะอีกครั้ง แบมือขอดินสอที่ทู่แล้วมาจัดการถูน้ำหนักให้ดูคร่าวๆ ว่าด้านไหนแสงเข้าหรือมีแสงสะท้อนยังไง ครั้งนี้ไม่มีการบ้านเพราะไม่รู้จะให้วาดอะไรล่วงหน้า เลยสั่งให้ไปวาดพร้อมลงสีมาเพิ่มอีกสองแผ่น 



“วันนี้แค่นี้พอ ถ้าอยากฝึกเองก็ถ่ายรูปเก็บไว้”



เด็กกระต่ายพยักหน้า หยิบโทรศัพท์มือถือมาย่อๆ ถ่ายให้พอดีกับระดับสายตาตอนนั่ง



เป็นเพียงไม่กี่ครั้งในช่วงสามเดือนให้หลังที่เลิกเรียนตอนสี่โมงตรง พี่ตัวเล็กเดินนำลิ่วไปส่งถึงหน้ารั้วมหาวิทยาลัย ตอนแรกกะจะจ้างเพื่อนให้ขับมอเตอร์ไซค์ไปส่งถึงสถานีรถประจำทางที่ใกล้ที่สุดแต่พอน้องยืนยันว่ากลับเองได้ก็ปล่อยเลยตามเลย ยกมือขยี้หัวน้องไปสองสามที มองมันเดินไปถนนใหญ่จนลับตา



เขาวกกลับขึ้นห้องเรียนอีกครั้ง พอเข้าไปถึงเห็นว่าเพื่อนคนที่เหลือไม่กลับบ้านก็ออกไปหาหนังสือเพิ่มเติมที่ห้องสมุด เหลือแค่เพื่อนสนิทยังนั่งหัวหมุนหยิบเล่มนู้นทีเล่มนี้ทีมาเปิดหาโพสท์อิทที่คั่นหน้าไว้เป็นฟ่อน “จะเสร็จยัง”



“หาเชิงอรรถอยู่ ใกล้ละ ละมึงอะ”



“ใกล้ละเหมือนกัน แต่วิชาหลักรออาจารย์ตอบไลน์”



อีกฝ่ายพยักหน้า จดอะไรไม่รู้ยุกยิกเต็มสมุดไปหมด 



“เออ ยุนกิ”



“ว่า” 



“น้องจีบมึงเหรอ”



สีหน้าปุเลี่ยนส่งกลับมาทันที ทั้งขมวดคิ้วทั้งอ้าปากค้าง แววตามีแต่ความสงสัยผสมกับตกใจว่าจู่ๆ ถามอะไรออกมา “เปล่านี่ ก็ติวปกติ มันขี้อ้อนอยู่แล้ว ถ้าเรียนกับมึงก็คงเป็นงี้แหละ”



ใบหน้าเล็กๆ หันมาสบตากับเพื่อน ไม่ได้มีการล้อเล่นหรือแววตาตลกขบขันอย่างที่เป็นมาตลอด แม้จะไม่ได้ปิดหนังสือในมือหรือพับฝาคอมพิวเตอร์ลง แต่การพูดด้วยน้ำเสียงเนิบๆ แถมยังพูดช้า เน้นคำไปพูดไปนั่นก็แสดงออกชัดเจนว่าต้องการคำตอบจากปาก 



โหมดนี้แหละน่ากลัวที่สุด



“กูก็ไม่ชัวร์นะ แต่สายตาเวลาน้องมองมึงมันแปลกๆ”



“ยังไง”



“ไม่รู้ว่ะ อาจจะแค่เห็นเป็นไอดอลก็ได้ มันเยิ้มๆ ไงไม่รู้”



ยุนกิหัวเราะ พอนึกภาพตามก็เห็นชัดเจน “มันตาสวยตาโต งี้แหละ ไม่มีไรหรอก เหมือนน้องติดพี่ธรรมดา คนก่อนก็เป็นมึงจำไม่ได้รึไง” 



“ก็ใช่...” กีฮยอนยกมือ ถ้าเจ้าตัวยืนยันหน้าซื่อแบบนั้นก็คงไม่มีอะไรจริงๆ อย่างปากว่า เขาเองก็ไม่ได้เข้าไปวุ่นวายกับการเรียนการสอนของคู่นี้ แค่ปฏิกิริยาที่เจอครั้งล่าสุด ไหนจะคำพูดคำจาของทั้งสองฝ่ายมันชวนให้นึกสงสัยนิดหน่อยก็เท่านั้น 



และต่อให้ยุนกิจะเป็นคนโกหกหน้าตายเก่งขนาดไหน



ถ้าอยู่ต่อหน้า เขาจับได้ทุกครั้ง



ครั้งนี้มันไม่ได้โกหก แถมยังหัวเราะเหมือนเป็นเรื่องขำขันประจำวัน 



ยังไงก็เถอะ ถ้าพี่สอน น้องควรจะมองกระดานกับหุ่นที่ต้องวาด ไม่ใช่มองหน้ามองปากพี่ไม่ใช่รึไง... 








ราวห้าโมงครึ่ง พวกเขาเดินสะพายเป้คนละใบออกจากตึกคณะด้วยสีหน้าท่าทางโล่งกว่าเดิมหลายเท่าตัวเพราะงานเสร็จพร้อมส่งวันจันทร์ เหลือก็แต่นำไปเข้าเล่มพอให้ไม่น่าเกลียด เท่ากับว่าวันเสาร์และอาทิตย์นี้ว่างไม่มีงานหรืออะไรเร่งด่วนต้องเคลียร์ทั้งนั้น 



ยิ่งไม่ใช่คิวตัวเองต้องล็อคห้องก็หนีออกมาก่อนเนียนๆ



“อยากกินไรปะ กูไม่ทำนะวันนี้ ขี้เกียจ ไม่ขึ้นเมล์ด้วย เหนื่อยละ”



ถ้าให้เทียบ ยูกีฮยอนก็เหมือนแม่ในร่างเพื่อน นอกจากจะชอบทำความสะอาดแล้วยังทำอาหารเก่ง หอพักของเจ้าตัวก็มีครัวขนาดย่อมพอให้ทำเองได้ ที่ดูดควันก็พร้อมเหมือนเลือกมาเพื่อสิ่งนี้ หาต้องการกินอาหารฝีมือแม่หรืออะไรทำนองนั้นก็จะมาฝากท้องที่หอมันประจำ



ที่แยกกันอยู่ก็แค่เพราะกลัวว่าจะเหมือนกันเกินไป 



สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก หากยังตัวติดยังกะตังเมยันเรียนจบมหาวิทยาลัยคงไม่ดีเท่าไหร่นัก นอกจากจะไม่มีเพื่อนคนอื่นแล้วยังจะอยู่คนเดียวไม่ได้ แต่ถึงยังไงหากงานเร่งหรือว่างก็สลับกันไปห้องคนนู้นทีคนนี้ทีอยู่ดี แค่พอเพื่อนมีแฟน ก็มีเวลาส่วนตัวแยกออกไปต่างหากนิดหน่อย



ยุนกิยกมือสางผมที่เริ่มยาวของตัวเอง พอนึกถึงภาพตอนผมร่วงแล้วมีโคนสีดำก็ขมวดคิ้ว “อยากย้อมผมว่ะ ตัดผมด้วยก็ดี ยาวเกะกะ”



“ย้อมคือย้อมดำกลับหรือกัดสีอีก”



ตอนนี้ไม่เครียด



แต่ไหนๆ ก็กัดจนผมเดิมขาวไปแล้ว จะกัดอีกก็คงไม่แย่ไปกว่านี้มั้ง “กัดก็ดี อยากทำสีแปลกๆ”



กีฮยอนยิ้ม ท่าทางมีความสุขแปลกๆ “เออ เอาด้วย อยากกัดชมพู มึงอะเปลี่ยนสีได้ละ” บอกเสร็จก็โบกมือเรียกรถแท็กซี่ บอกทางไปร้านทำผมเสร็จสรรพ ไม่คิดว่าเพื่อนจะห้ามหรอก แต่ก็ไม่คิดว่าจะสนับสนุนแถมยังร่วมด้วยอยากเสียเงินซะงั้น ถ้ายังไม่มีใครคิดเตือนสติคงได้ผมร่วงหัวล้านกันทั้งคู่ภายในปีสี่



“สีไรดี”



“มึงซีด ทำสีไรก็ได้อยู่ละปะวะ ฟ้ามะ? หรือเขียวมาเดินคู่กัน”



คนตัวซีดที่ว่าขมวดคิ้ว นึกภาพแล้วยิ่งทำหน้าหลอนกว่าเดิม “ฟ้ากับเขียว เอาให้แน่นะว่าทำแล้วมึงกล้าเดินด้วย”



“กล้าดิ คิดไรมาก”



คิดหน่อยเถอะ



ยุนกิหันไปด่าหนึ่งคำ ตัดสินใจควักโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง กดเปิดแอพสำหรับแชทแล้วส่งข้อความถามเด็กติวที่เพิ่งห่างไปได้สองชั่วโมงลวกๆ เหมือนไม่คิดอะไรมาก อันที่จริงดูจากงานก็พอเดาได้ว่าเจ้าตัวชอบใช้สีไหนเป็นพิเศษ แค่อยากหาคนช่วยตัดสินใจก็เท่านั้น



‘ชอบสีอะไร’



‘ครับ? หมายถึงผม? ทำไมเหรอครับ?’



‘ตอบมาเหอะน่า’



‘แล้วแต่อะครับว่าคืออะไร พี่ยกตัวอย่างได้มั้ย’



คนโดนย้อนถามเลิกคิ้ว จิ๊ปากนิดหน่อยพอเป็นพิธีกับความเป็นเจ้าหนูจำไม พอเพื่อนชะโงกหน้ามาก็ส่งเสริมความรู้รอบตัวโดยการหันจอโทรศัพท์ไปให้อ่านชัดๆ 



อย่างที่บอกว่าพวกเขาไม่มีความลับอยู่แล้ว กับเรื่องแค่นี้ไม่รู้จะปิดไปทำไม 



‘อะไรก็ได้’



‘ครับ? งั้นก็เหลืองครับ’



‘โอเค’



พอได้คำตอบก็กดล็อคหน้าจอโทรศัพท์ เก็บเข้ากระเป๋ากางเกงแบบไม่คิดจะอธิบายอะไรเพิ่มเติม “โอเค ได้ละ”



“แล้วมึงจะทำสีที่น้องชอบทำไม ไม่ทำที่มึงชอบอะ?” ประโยคคำถามพร้อมสีหน้าไม่เข้าใจถูกส่งมาแทบจะทันที ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะย้อมสีเจ็บจี๊ดเด่นระยะร้อยเมตรของมันก็เห็นทำเองไม่ค่อยถามใครเท่าไหร่ จะมีก็แต่สีมิ้นท์ที่เขาเสนอตอนต้นปีสองแล้วดันสนอง แต่ทำได้แค่สองเดือนครึ่งก็ไปย้อมดำกลับเพราะพอขึ้นโคนดำแล้วไม่น่ามองเท่าไหร่



ยุนกิเอนหัวพิงเบาะรถ หาวไปหนึ่งที “ก็คิดไม่ออก แล้วผมบลอนด์ก็ไม่ได้แปลก ถ้าน้องมันบอกว่าเขียวกูก็คงไม่ทำ”



“เอ้า ละถ้างั้นถามว่าพี่ย้อมผมสีอะไรดี ไม่เข้าใจง่ายกว่าน้องชอบสีอะไรเหรอวะ”



ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจ 



และมันยิ่งเสริมให้เขารู้สึกแปลกๆ กับคู่นี้มากกว่าเดิม



“เออว่ะ ลืม ช่างเหอะ” คุณลุงวัยยี่สิบเอ็ดปีหาวซ้ำอีกรอบ กะพริบตาถี่ๆ แล้วยกมือขยี้ตา พยายามลูบหน้าตั้งสติไม่ให้หลับบนรถชาวบ้าน ถึงจะมีเพื่อนนั่งอยู่ด้วยแต่การหลับคอพับไปทั้งสองคนจนคนขับต้องปลุกก็เคยมาแล้ว และนั่นมันน่าอายจนไม่อยากให้เกิดอีกเท่าไหร่ 



ไม่ถึงสิบห้านาทีก็มาถึงร้านประจำใกล้สถานี ทั้งคู่จิ้มเลือกสีที่ตัวเองอยากได้แล้วสลับไปนอนตาปรือให้พนักงานสระผมให้ พอมาถึงขั้นตอนกัดสีก็นั่งหาวแล้วหาวอีก ไอ้เรื่องแสบมั้ยมันก็แสบ แค่ความสะใจกับความง่วงมันเยอะกว่าก็สัปหงกอยู่อย่างนั้น 



เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง กีฮยอนไปสระผมล้างน้ำยาออกเรียบร้อย พอเห็นสีชมพูค่อนข้างสดเด่นมาแต่ไกลก็หลุดหัวเราะพรืด นอกจากจะแสบหนังหัวแล้วก็มีตอนล้างออกแล้วส่องกระจกครั้งแรกนี่แหละที่ลุ้นว่ารุ่งหรือร่วง แต่สีหน้ายุนกิไม่ได้บอกว่าแย่เท่าไหร่ก็คงพอไหว



เจ้าเพื่อนตัวซีดลุกออกไป ฝากฝังมือถือไว้ให้เสียเรียบร้อย



พลันโทรศัพท์สั่นครืดๆ อยู่ในมือ



‘พี่ยุนกิ'

‘พี่กับพี่กีฮยอนอยู่ในร้านทำผมรึเปล่าครับ’

‘พี่อะะะะ อย่าเพิ่งลุกกกกก ตอบผมก่อนนนน’



กีฮยอนหันมองซ้ายขวาอัตโนมัติ ถ้าจะบอกว่าจองกุกมาตัดผมก็คงแปลกไปหน่อยเพราะปัจจุบันผมก็ไม่ได้ยาวปิดหน้าปิดตาอะไรมาก จนหันหลังถึงนึกขึ้นได้ว่าร้านเป็นกระจกแถมตั้งอยู่ในห้างก็ได้แต่ร้องอ๋อ ถ้าเดินเที่ยวเล่นหรือเอ้อระเหยหาข้าวกินก็คงไม่แปลกนักหรอกที่จะอยู่แถวนี้



แต่ถ้ารู้อยู่แล้วจะถามทำไมวะ



‘นี่พี่กีนะ ทำไมเหรอ’



‘ผมรอแม่ทำธุระแถวนี้อยู่ ขอเข้าไปนั่งในร้านด้วยได้มั้ยครับ’



‘อ๋อ มาดิๆ’



ทันทีที่ตอบรับ เจ้าเด็กมัธยมปลายกับตากลมโตใสๆ ก็โผล่เข้ามาให้เห็นผ่านกระจกตรงหน้า มันเดินค้อมตัวหอบกระเป๋ากระดานเทอะทะจนถึงเก้าอี้ตัวเล็กด้านหลังเขาแล้วทิ้งตัวลงนั่ง มองกี่ครั้งท่าทางก็นอบน้อมเสียจนน่าเอ็นดูอย่างที่เคยได้ยินมา “รอดูสีผมพี่ตัวเองได้เลย น่าจะถูกใจนะ”



“ครับ?”



คนจุดชนวนยักไหล่ ส่งยิ้มยิงฟันให้ก่อนทุกอย่างจะถูกกลบด้วยเสียงไดร์เป่าผม ปล่อยให้เจ้าเด็กนั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อนั่งมองซ้ายทีขวาทีกดโทรศัพท์ทีอยู่อีกราวสิบนาที ไอ้ตอนเดินวนรอบห้างรอก็น่าเบื่อพออยู่แล้ว มีที่นั่งหย่อนก้นมันก็ดีอยู่หรอก แต่ลืมนึกไปว่าถ้าเข้ามาในร้านตัดผมก็ต้องมีแต่เสียงไดร์ดังตลอดเวลา



“อ้าว จองกุก มาไงเนี่ย?”



เสียงห้าวๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือหัว พอเงยหน้าไปถึงเห็นพี่ติวตัวน้อยมีผ้าเช็ดตัวพาดคอ ผมที่เริ่มจะยาวฟูฟ่องสีชมพูถูกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนจนเกือบขาว เข้ากับสีผิวซีดๆ กับแก้มของเจ้าตัวไม่หยอก



‘ชอบสีอะไร’



‘รอดูสีผมพี่ตัวเองได้เลย น่าจะถูกใจนะ’



ประโยคของคนแก่กว่าสองคนย้อนกลับมาในหัวปะติดปะต่อกันพอดิบพอดี 



จองกุกยิ้มค้าง



“พ... พอดีรอแม่ทำธุระครับ”



“อ๋อ เออๆ นั่งไป สีผมไอ้กีแยงตาหน่อยนะ ไม่รู้ผีเข้ารึเปล่า” ปากเล็กๆ เบะออกนิดหน่อยตอนเหลือบไปเห็นหัวเพื่อนที่ถูกเล็มออกให้เป็นทรง ยิ่งมันหันมายักคิ้วจนช่างด้านหลังหลุดหัวเราะพรืดก็คันเท้าอยากยกถีบเข้าไปใหญ่ ติดที่มันเป็นน้องรัก สนิทไปทั่วยันช่างทำผม จะอะไรก็เห็นดีเห็นงามไปหมดจนไม่อยากเถียง



ราวสี่สิบนาทีถัดมาทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย ยุนกิมองกระจกพลางยกมือขยี้ผมสีใหม่ของตัวเอง จัดการเอาเงินที่ได้จากการรับจ็อบทำงานหัวหมุนยื่นจ่าย จนหันหลังกลับมาเจอแววตาเป็นประกายของเจ้าเด็กมัธยมถึงได้ผงะไปนิดหน่อย 



นอกจากจะมองเหมือนเด็กติดผู้ปกครองแล้วยังยิ้มแปลกๆ



“มองอะไร?”



“คิดว่าสีนี้เหมาะกับพี่ดีครับ”



“อ๋อ เออ พี่ที่ย้อมให้ก็บอกงี้” เขาจับผมตัวเองอีกรอบ ไม่รู้เพราะมากับกีฮยอนที่เข้าร้านค่อนข้างบ่อยรึเปล่าเลยได้รับความเอ็นดูไปด้วยซะอย่างนั้น ส่วนตัวแล้วชอบรอจนผมยาวรุงรังก่อนค่อยตัดทีเดียวไม่เหมือนเพื่อนที่เข้าทุกสองเดือน ถึงอย่างนั้นถ้ามาด้วยกันก็มักจะได้รับคำชมเกี่ยวกับสีผิว สลับกับคำด่าว่านี่ผมหรือไม้กวาด



จองกุกยังคงยิ้มอยู่ “ผมชอบสีเหลืองอยู่แล้วด้วย”



คนฟังชะงัก



เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาเป็นคนส่งข้อความถามว่าเจ้าตัวชอบสีอะไร ไม่ใช่ตัวเขาเองทำผมสีอะไรดี



เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น จองกุกก้มหน้ามองหน้าจอแล้วรีบกดรับ ขอตัวกลับไปก่อนแล้วรีบเดินกึ่งวิ่งสะพายกระเป๋าใส่กระดานไปทางที่จอดรถของห้างสรรพสินค้า พอดีกับที่เพื่อนซี้เพิ่งจ่ายเงินเสร็จ เดินอารมณ์ดีโยกหัวตามทำนองเพลงออกมาจากร้าน



อ่า ช่างเถอะ



สีเหลืองอ่อนก็ดีเหมือนกัน





เรียนครั้งที่ 20

- ขึ้นโครงหุ่นเหลี่ยม (ยากอะ)

- คณะสภาพโทรมกว่าที่คิด

- พี่ยุนกิย้อมผมสีที่ชอบ




18th - โครงหุ่นเหลี่ยม

- โครงเสร็จแล้ว 

- พอวาดละเอียดก็กดเส้นเข้มไป




ø



ไปสีเหลืองได้ที่ ->  #พี่ติวยุนกิ





ช่วงนี้ฟิต แต่งเร็ว เย้(แต่หลังจากนี้ไม่รู้แล้วนะ)

เนื้อเรื่องจากตอนนี้เว้นระยะกะตอนที่แล้วนานพอสมควรเด้อ

ไหนใครตามหาฉากหวาน เริ่มจั๊กกะจี๋ยัง555555555555 


ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์/เล่นแท็กนะคะ <3 /กดดันๆ555 อัพเร็วหวังผล แค่กๆๆๆๆ



เจอกันตอนหน้า

มีอะไรถามได้ในแท็กนะก๊ะ <3


19 NOV 2017





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

870 ความคิดเห็น

  1. #865 zxcvbnmm (@croseloveyesung) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 05:32
    พี่น่ารักกกกกกก
    #865
    0
  2. #848 illegallery (@illegallery) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 23:49
    กลับมาอ่านอีกรอบ ชอบตอนนี้มากมากเลยค่ะ แง เป็นเราเราก็เขิน จู่ๆมาถามสีที่ชอบละทำสีผมตามที่เราชอบเฉย เขินแทนจองกุกไม่ไหวแล้วว
    #848
    0
  3. #836 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 20:25
    น่ารักกกก
    #836
    0
  4. #816 Nulaw (@Nulaw) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 20:36
    งือ พี่กิน่ารักก
    #816
    0
  5. #799 aqua11 (@aqua11) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 22:23
    พี่กีชงเข้มมากค่ะ กรี๊ดดดด เขินตั้งแต่น้องบอกว่าชอบที่คณะ ยันเขียนไดอารี่ว่าพี่เขาย้อมผมสีที่ชอบนั่นอีก ;////;
    ที่เพื่อนพี่กีหัวเราะขำขันเหมือนเป็นเรื่องตลกเพราะเจ้าตัวไม่ได้คิด ไม่ได้สังเกตน่ะสิคะ แต่ว่าน้องกุกเองจะรู้ตัวรึยังน้าว่าชอบพี่เขา
    #799
    0
  6. #706 prawarin_png (@prawarin_png) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 09:10
    คนอ่านไม่ต้องพายพี่กีพายเอง กรี้ดดดดด ตอนน้องบอกว่าชอบนี่หมายถึงชอบวิธีสอนหรือชอบพี่ยุนกิคะ ตอนทำสีผมแบบน่ารักกกก พี่ยุนกิก็เต๊าะน้องแบบมึนๆ
    #706
    0
  7. #681 lookpangg (@lookpangg) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 13:15
    เริ่มชอบกันแบบไม่รู้ตัวแล้วใช่มั้ยล่ะๆๆๆๆๆๆ //ใช่ไม่ใช่ก็จะชง
    #681
    0
  8. #556 Mellow_quinn (@Mellow_quinn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 00:33
    ตายอย่างสงบT^T
    #556
    0
  9. #552 aImma98 (@aImma98) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 15:23
    น้องอ่ะชอบพี่แน่ๆ แต่คนพี่นี่ยังไม่รู้
    #552
    0
  10. #531 ilovehc (@kapokdekd) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:58
    แปลกแต่น่ารักก
    #531
    0
  11. #405 ZAYO_O (@ZAYO_O) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 18:12
    พี่เขาขยันติวกดดันน้องมาทั้งตอน พอฉากงุ้งงิ้งงี้ก็แอบหมั่นเขี้ยวโว้ยยนยพฮือออออ จองกุกเริ่มออกอาการละ จริงๆออกมานานแล้วแต่ตอนนี้มันเริ่มชัดขึ้นมากๆ หรือเพราะมีคนคอยชงคอยขยี้555555555555555 ยิ่งตอนไปนั่งจ้องปากพี่เขา เอ็นดูมากไหมอ่ะถามจริง คำที่จองกุกใช้พูดถึงยุนกิดูมุ้งมิ้งขึ้นทุกทีแล้ว หลงแล้วอ่ะดิ5555555555555 แต่ชีวิตจริงปากพี่ยุนกิก็น่าหมั่นเขี้ยวจริงแหละ ยอม5555555555

    นึกภาพตามที่คนน้องเห็นสีผมใหม่พี่ติวแล้วยิ้มค้างคือน่าเอ็นดูมากๆๆ เราบอกฟีลออกมาไม่ถูกเลยค่ะรู้แต่มันน่ารักมากอ่ะแง เหมือนต่างคนต่างหลงกันเองแบบไม่รู้ตัวเลย ทั้งการที่พี่เขาถามจองกุกว่าชอบสีอะไรทั้งที่ไม่จำเป็นเนี่ย เขาไม่คิดกันแต่เราคิดไง เออ เขาไม่เขินก็เราเนี่ยเขิน โอ้ยเหนื่อยเว่อ555555555

    ขอบคุณนะคะ
    #405
    0
  12. #361 iiamampere (@iiamampere) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 18:30
    เป็นการถามแบบซึนตามประสามินยุนกิสินะ หึยยยยย พี่กีขยี้บ่อยๆ เลยค่ะ คนซึนกับคนใสๆจะได้เข้าใจกันเยอะๆ
    #361
    0
  13. #347 Yes! SUGA (@kawpoonn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 14:15
    แอบชอบกันแบบไม่รู้ตัวไปแล้วแน่ๆเลยคู่นี้ พิ่นกิทำเหมือนไม่มีอะไร แต่จริงๆ ก็เหมือนมีน้องในทุกๆ การกระทำไปแล้วเนี่ยยย
    #347
    0
  14. #311 mttrow. (@minmin1632) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 04:22
    น่ารักมากมากมาก
    #311
    0
  15. #263 Sodium97 (@Sodium97) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 17:44
    พี่กิผมสีเหลืองแล้ววววววววววจองกุกก็น่ารักขึ้นทุกทีอ่ะ555555
    #263
    0
  16. #255 Milk-Chocolate (@mashi-maro) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 21:26
    ต่างคนต่างมึน เข้าหากันอย่างช้าๆแบบไม่รู้ตัว 5555
    #255
    0
  17. #245 myOwπ (@aOnw) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 03:32
    น้องกุกแบบ นี่น้องรัตัวยังว่าชอบพี่เขา 55555
    แง้งงงง
    #245
    0
  18. #240 pinocchiwook (@pinocchiwook) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 23:05
    เหมือนกำลังดูคนสองคนที่ค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้กันทีละนิด ๆ นิดเดียวจนทั้งคนพี่ทั้งคนน้องแทบจะไม่รู้ตัว 
    #240
    0
  19. #177 ปลาวาฬ. (@juja_huangmeili) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 00:04
    คือดีย์ชอบบบบบบบบ ชอบที่ถามน้องว่าชอบสีอะไรร
    #177
    0
  20. #176 Coeurz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 01:04
    ตอนนี้น่ารักกกกกกกก ยุนกิเหมือนยังไม่คิดอะไร แต่เหมือนส่วนนึงลึกๆ ก็เผลอเริ่มยึดจองกุกไว้หน่อยๆ ในขณะที่คนน้องนี่ตกหลุมคนพี่ไปเรียบร้อยแล้วแน่นอน แอบมองปากเขางี้ เด็กนี้มันร้ายยยยยย แต่น้องน่ารักอะ ชอบที่รู้จักวางตัวดี น่าเอ็นดู ไม่แปลกที่ยุนกิเลยพลอยระวังแทนน้องไปด้วย ว่าแบบอย่าแซวนะ ห้ามแกล้งห้ามกวนไรงั้น ส่วนกีที่เป็นคนนอกเลยมองเห็นความสัมพันธ์สองคนนี้ชัดกว่า เจอแค่สองครั้งแต่จับจุดไวมากๆ สองคนอยู่ใกล้กันเกินไปเลยไม่สังเกต ว่ายังไง ว่ามีซัมติงเกิดขึ้นนิดๆ แล้วนะ พาร์ทยุนกิถามน้องว่าชอบสีอะไรนี่แบบบบบบบบบ กรีดร้อง น่ารักมากๆ น้องกุกดีใจตายไปแล้วแน่ๆ แม้ไม่แสดงออก ถึงขั้นทำสีผมตามที่น้องบอกว่าชอบ ถึงจะไม่รู้ตัวกับคำถามตัวเองก็เถอะ แต่แบบนี้ไม่ใช่แค่น้องแล้วนาาาา สีผมกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างนึงไปเลย กุกเวลาเห็นผมพี่ทีไรต้องมีความสุขแน่ๆ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป แบบนี้แหละน่ารักมาก
    #176
    0
  21. #175 chubbyjk (@byyebua) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 21:30
    เนี้ย ซักที มันมาแร้วววววววว น้องงงงงง55555555555555555ไม่มีแต่วาดรูปแร้วววววว ชอบที่ค่อยๆมา ไม่หวือหวาไปแต่คือ รีดนอนตัวบิด แงงงงงงง อะไรคือการมองปากพี่ ฮื้อ ใช่ ต้องใช่แน่ๆ เราติวมาพี่เราอธิบายเราก็มองงานไม่มองพี่หรอก (ยกเว้นถ้าเป็นพยก) นี่มันพิรุธมาก!รักไรท์มากช่วงนี้อัพบ้อยบ่อย ก็ บ่อยๆต่อนะคะอยากอ่าน ฮือ5555555555 สู้ๆนะคะ รอสัมเหมอออ จุ้บ
    #175
    0
  22. #174 _T_A_E_ (@_T_A_E_) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 16:10
    ชอบความแบบเหมือนค่อนๆเติมน้ำตาลอ่ะ ไม่ได้หวานมาก แต่ก็หวานแบบละมุนๆ5555555 อ่านแล้วเขิน ถ้าเราเป็นกีเราก็สงสัยและจับผิด พี่สอนจ้องปากพี่มันก็จะ เอ๊ะ .../ต่อมเ*ือกสั่นรุนแรง555

    น้องหลงพี่จริงๆอ่ะ หวงมากด้วยฮือออ ชอบที่เป็นพี่ไปหมดทุกอย่าง ยุนกิต้องคิดแล้วแหละ ต้องรู้ตัวแล้ว555 จกุกรู้ตัวมั้ยอ่ะว่าท่าทางแสดงชัดเจนมากเวอร์ ถ้าบอกไม่คิดไม่รู้....ตบมั้ยจกุก55!! ชอบที่ความสัมพันธ์ค่อยๆพัฒนา ไม่ได้รวดเร็วรวบรัดหรือช้าเกินไป อ่านแล้วอิน จินตนาการตามแล้วดิ้น/กรีดร้อง;;//////;; รอนะคะ!!
    #174
    0
  23. #173 Warm on a cold night (@chuchutamas) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 12:41
    เหมือนเราเป็นกีฮยอน คอยจับผิดคู่นี้ มันไม่ปกติไง!! เหมือนจีบกันเลยถูกไหม ถูก!! ตอนที่พี่สอนวาดแล้วน้องมองปากพี่นี่แบบ โอ้ย เก็บอาการหน่อยครับจองกุกครับ สองคนนี้ดูอ่อยกันแบบไม่รู้ตัวอะ แน่นอนค่ะ คนอ่านตาย55555

    ตอนพี่ย้อมผมแล้วน้องบอกว่าสีที่ชอบนี่แบบ ระเบิดตัวไปเลยจย้าาาา ไม่โอเครรรรร กี้ดดดด ก็พี่ถามก่อนปะว่าชอบสีไร ถูกไหม ถูก!! 555555 โอ้ย เริ่มน่ารักกรุ๊งกริ๊งๆขึ้นแล้ว ใจชื้นมากค่ะ กลัวจะมีแต่เรื่องติวเพราะเราหลอน5555
    #173
    0
  24. #172 ♡ LALINMOON (@bixbm) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 12:22
    แงงงงงง นานๆจะมีฉากหวานๆมาที มาแค่นี้ยังเขินตัวบิด ถ้าจองกุกมุ่งหน้าจีบนี่น้องจะม้วนไปกับพื้นแล้วไรท์ขาาาา หงึ ช้วงนี้ไรท์น่ารักจัง มาอัพบ่อยมาก จะรอนะคะ ;-; มาอัพอีกเยอะๆๆๆๆน้า เป็นกำลังใจห้าย / กำไม้พายแน่น
    #172
    0
  25. #170 Louboutin (@jooooopz) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 09:31
    ตอนนี้เริ่มมีความพัฒนาละนิสนึงงงง
    พัฒนาตรงที่ว่าคนรอบข้างเริ่มตะหงิดๆแล้วสิ อืมๆ ชอบเรื่องนี้ตรงมันเหมือนมีเควสว่าจะทำไงให้พี่ยุนกิหายเย็นชา/เริ่มชอบน้อง มันลุ้นตรงนี้นี่แหละ
    #170
    0