พี่ติวยุนกิ [BTS: KOOKGA]

ตอนที่ 6 : Chapter 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 142 ครั้ง
    3 พ.ย. 60








#พี่ติวยุนกิ

6





การติววิชาวาดเส้นเหมือนจะราบรื่น ตั้งแต่วันที่เขาไปเป่าปี่ร้องห่มร้องไห้ในหอพักพี่ยุนกิเมื่อสองสัปดาห์ก่อนก็คล้ายจะกล้าพูดกล้าคุยกันมากกว่าเดิม การเรียนล่าสุดเพิ่งวาดหม้อดินเผาทรงที่ยากขึ้นกว่าเดิมพอตัวเสร็จ คาดว่าวันเสาร์ที่จะถึงนี้คงได้ขึ้นวัตถุผิวมันอย่างที่พี่ติวได้เปรยเอาไว้เป็นลำดับ



ผิวเรียบ ผิวมัน ผิวเงาสะท้อน ผิวใส แล้วค่อยเพิ่มไปเป็นผ้า กระดาษ และอื่นๆ ตามระดับความยาก



ยุนกิเคยร่ายให้ฟังเอาไว้ประมาณนี้... เชื่อเถอะว่าเขาเพิ่งจบอันแรก ยังเหลืออีกเป็นสิบอย่างที่อย่างน้อยก็ต้องทำความเข้าใจและวาดให้เป็นก่อนถึงเวลาสอบ ไม่รวมกับการจับทุกอย่างมาตั้งรวมกันหรือแม้แต่ฝึกจัดคอมโพสเอง พอนึกแล้วก็แทบกุมขมับว่าความรู้เท่าเด็กเพิ่งหัดเดินจะไปรอดจริงๆ เหรอ



ส่วนปัญหาเรื่องเพื่อนผู้หญิงในกลุ่มคนนั้น ตั้งแต่เปิดเทอมมาก็ยังไม่มีอะไร ต่างฝ่ายต่างคุยกันได้เป็นปกติแค่ยังไม่สนิทใจเท่าเมื่อก่อน เพื่อนคนอื่นพอรู้ก็เงียบกริบไม่พูดไม่จา จะมีก็แต่ยูคยอมที่สนิทกับเขามากพอจะพอดูออก มันเข้ามาตบบ่าแล้วชวนไปเล่นเกมที่ร้านซะอย่างนั้น



จอนจองกุกรู้สึกว่าตัวเองขยันขึ้นนิดหน่อย



ก่อนหน้านี้เขาติดเกมโอเวอร์วอช ติดหนักมากขนาดซื้อปืนสำหรับเล่นมาด้วยซ้ำ ทว่าตั้งแต่เริ่มเรียนกับพี่ตัวเล็กคนนั้น กลายเป็นตั้งใจอ่านหนังสือกับเรียนในห้องได้แบบมีสมาธิจนจบคาบทุกวัน การบ้านก็รีบทำให้เสร็จตั้งแต่วันแรกๆ ที่ได้มาก่อนจะเปิดคอมเปิดเกม ไม่มีการดองไว้ทำคืนก่อนส่งหรือการตาลีตาเหลือกรีบอ่านหนังสือก่อนควิซต้นคาบครึ่งชั่วโมง 



ยังหาสาเหตุของเรื่องพวกนี้ไม่ได้



แต่ถือเป็นข้อดี



“กุก”



“หา?” เจ้าของฟันกระต่ายเงยหน้าจากสมุดโน้ตของตัวเอง มือยังจับดินสอค้างอยู่ท่าเดิม บนกระดาษถูกตีกรอบเป็นช่องเล็กๆ แล้ววาดอะไรขยุกขยุยเต็มแผ่นไปหมด “มีไร”



ตอนนี้เป็นคาบว่างสำหรับอ่านหนังสือไม่ก็แยกย้ายไปทำกิจกรรมชมรม เด็กส่วนมากไม่อยู่ในห้องเรียน นั่นรวมไปถึงกลุ่มของเขาที่แยกย้ายไปตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เว้นก็แต่จองกุกที่นั่งจุ้มปุ้กอยู่ในห้องโดยมีเหตุผลว่าเคลียร์งานของฝ่ายกีฬาเสร็จหมดแล้ว อยากทำการบ้านมากกว่า



วันนี้วันพฤหัส และเขายังทำสเก็ตช์วิชาคอมโพสส่งพี่ยุนกิไม่ครบ



ส่งเย็นพรุ่งนี้ หากทำไม่ทันคงโดนด่า แต่หนักกว่าทำไม่ทันคือการทำลวกๆ ไปส่ง



นั่นน่ะตายของจริง



เรียนกับคนนั้นมาทั้งหมดเจ็ดครั้ง พอจะเดาออกว่าพี่ตัวขาวน่ะบ้างาน เป็นคนประเภทตั้งใจเต็มร้อย ถ้ามีการบ้านหรืองานด่วนอะไรก็จะทำให้เสร็จภายในเวลาทั้งหมดโดยที่มีมาตรฐานของตัวเองขีดชัดเจนสูงลิ่ว และเขาก็ได้รับอิทธิพลนั้นมามากพอตัว อย่างน้อยก็ต้องมีการบ้านส่งก่อนเวลา เผื่อไว้สำหรับแก้อีกต่างหาก



ยูคยอมอยู่ที่ประตูห้อง พอเพื่อนตอบรับถึงเดินตรงมาหา ท่าทางซีเรียสไม่เหมือนจะชวนไปเตะบอลหรือเล่นบาสเท่าไหร่



“อยากเรียนดรออิ้งว่ะ มึงเรียนอยู่ใช่ปะ”



จองกุกเลิกคิ้ว “เออ ทำไมจู่ๆ อยากเรียน”



เพื่อนซี้ในกลุ่มชะโงกมาดูงานในสมุด ผลคือโดนผลักหัวออกจนหน้าหงาย 



“ไรวะ ดูหน่อยก็ไม่ได้” มันลูบจมูกตัวเองป้อยๆ แล้วเปลี่ยนเป้าหมายเป็นทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ข้างๆ แทน เริ่มต้นเปิดประเด็นต่อตามประสาพวกไม่ชอบพูดอ้อมโลกจนน่ารำคาญ “อยากเข้าสถาปัตย์ ว่าจะลองเรียนดู แต่มันต้องเรียนสองอย่างอะดิ”



แม้จะเป็นประโยคที่มีเหตุผลดีและไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่จองกุกยอมรับว่าคนที่ปกติให้เพื่อนเต็มร้อยแบบเขากลับมีความคิดต่อต้านขึ้นมานิดหน่อย ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ยูคยอมเข้าคณะนั้น แต่ไม่อยากให้มานั่งติวด้วยกันเวลาเดียวกัน 



หรือแม้แต่พี่ติวคนเดียวกัน



ถึงได้ชะงักไปแถมยังชักสีหน้านิดหน่อย 



แค่นี้พี่ยุนกิก็งานยุ่งจะแย่แล้ว อีกอย่างคือถ้าไม่ได้เริ่มพร้อมกันแล้วต้องแบ่งเวลามานั่งสอนคนนู้นทีคนนี้ที เขาเองอาจจะเสียสมาธิก็ได้ แย่สุดคือหอพักพี่เขาก็ไม่ได้มีพื้นที่มากพอจะหาโต๊ะหรือมีมุมให้นั่งวาดเยอะกว่านี้หรอก



“พี่ที่มึงเรียนด้วยสอนดีปะวะ”



“…ดี” ปากบอกใช่ แต่ตาที่จ้องกลับไปกลับออกไปทางหาเรื่องเสียมากกว่า “แต่แค่สอนกูคนเดียวก็เหนื่อยแล้ว ให้ถามมั้ยว่ามีคนอื่นรับสอนอีกรึเปล่า”



“อ้าว แล้วเรียนกับมึงไม่ได้อ่อ”



จอนจองกุกขมวดคิ้ว “กูชอบเรียนคนเดียวมากกว่าอะ มันมีสมาธิกว่า โทษทีว่ะ”



“งั้นถ้าเรียนคนละเวลากับมึงอะ?”



“เดี๋ยวหาคนอื่นให้”



ยิ่งคุยน้ำเสียงยิ่งห้วน เด็กกระต่ายตั้งท่าจะหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง แต่ยังไม่ทันจะทำอะไรมือเพื่อนก็ตะปบห้ามไว้ก่อน พอเงยหน้าสบตาถึงเห็นสีหน้าเหมือนคนเริ่มจะหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้วเหมือนกัน “เดี๋ยว คุยให้รู้เรื่องก่อน ไม่งั้นจะอารมณ์เสียทั้งคู่ ซึ่งทั้งกูกับมึงไม่ชอบให้เป็นงั้น”



เสียงถอนหายใจดังออกมา เขาหลับตาไปสองสามวิ ก่อนหันตัวเข้าหาเป็นเชิงว่าพร้อมจะคุยให้จบๆ



“โอเค”



บรรยากาศในห้องเรียนที่ไม่มีคนเงียบกริบไปกว่าเดิม จนกระทั่งคนโดนหงุดหงิดใส่แบบไม่รู้เรื่องรู้ราวจิ๊ปาก จากที่ฟังเมื่อครู่ก็พอเดาได้ว่าเพื่อนไม่ชอบ แค่เขานึกไม่ออกว่าแค่การจะนัดเรียนกับพี่คนเดียวกันมันมีปัญหาอะไร ถึงได้พยายามปรับเสียงให้เป็นปกติ ปั้นคำถามที่น่าจะตรงประเด็นที่สุด



“คือมึงไม่อยากให้เรียนกับพี่ติวมึง กูเข้าใจถูกมั้ย?”



“…เออ”



“อันนี้ไม่มีปัญหาเว้ย ไม่ซีเรียสอยู่แล้ว แต่อยากรู้แค่ว่าทำไม พี่เขาสอนไม่ดีหรือมีเหตุผลอื่น กูจะได้ไม่ยุ่งให้ถูกจุด เดี๋ยวพูดไม่เข้าหูก็ทะเลาะกันอีก” เสียงนุ่มๆ ร่ายออกมายาวเหยียดไม่หยุด สายตายังสบกันแบบไม่มีใครคิดจะละไปมองทางอื่น ปัญหาก็แค่คนฟังนั่งกระชับมือตัวเองแน่นจนชื้นเหงื่อ



แถมยังไม่มีคำตอบ



“ว่าไง?”



“…ไม่ใช่สอนไม่ดี ดีมาก แต่กูไม่รู้ว่ะ ขอโทษ ไม่รู้จริงๆ”



อ้าว



ฟังแล้วถึงกับยกมือเกาหัว ตะกี้ก็หงุดหงิดอยู่หรอก แต่สีหน้ามันบอกชัดยิ่งกว่าชัดว่าตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แถมยังกลับมาดูงงๆ ไม่ได้เจือไปด้วยอารมณ์หงุดหงิดพร้อมต่อยเหมือนเมื่อครู่ “มึง...”



“ไร?” 



เรื่องอะไรก็ตามที่ทำให้จอนจองกุกหงุดหงิดใส่เพื่อนได้ต้องสำคัญในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะกับเพื่อนตั้งแต่โรงเรียนเก่าสมัยมัธยมต้นที่สนิทขนาดมองตาก็รู้ใจ ข้อดีคือไม่มีเรื่องอะไรให้ปิด ก็อย่างที่เห็น หากมีอะไรขึ้นมานิดหน่อยแน่นอนว่าอีกฝ่ายย่อมจับผิดได้ง่ายและปะติดปะต่อเรื่องเอง 



แต่ข้อเสียคือโดนมองออกทะลุปรุโปร่ง



“ขอไลน์พี่เขาได้ปะ เผื่อถามว่ามีเพื่อนคนไหนรับสอนมั้ย”



“กูถามให้ก็ได้”



ยูคยอมยกมือขึ้นเท้าคาง สายตาจับจ้องไปยังสีหน้าเหมือนเด็กโดนขัดใจแล้วเลิกคิ้ว ปล่อยให้เวลาผ่านไปอีกเป็นนาทีค่อยหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ พลางคลี่ยิ้มกว้าง ยื่นมือมาตบบ่าเพื่อนป้าบๆ จนสะเทือนไปทั้งตัว



“…โอเค เข้าใจละ ฝากด้วยแล้วกัน”



คนฟังมุ่นคิ้ว ตัดสินใจปิดสมุดสเก็ตช์แล้วยัดกลับเข้ากระเป๋านักเรียน “เข้าใจอะไร”



แทนที่จะได้คำตอบกลับมา มีเพียงการยักไหล่กับสีหน้ากวนประสาท หมุนตัวกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องเรียนไปซะอย่างนั้น จอนจองกุกได้แต่นั่งเกาหัวตัวเองอยู่ในห้อง ปล่อยให้บรรยากาศเงียบสงบกลับมาล้อมรอบอีกครั้ง พอมองซ้ายมองขวาก็ยังไม่เห็นเพื่อนร่วมห้องคนอื่นถึงหยิบสมุดออกมากางอีกรอบ ไม่ลืมควักโทรศัพท์ออกมาส่งข้อความถาม



‘พี่ยุนกิ เพื่อนผมอยากติววาดเส้น มีใครรับติวอีกมั้ยครับ’



เห็นช่วงนี้บ่นว่างานยุ่ง กว่าจะตอบคงอีกหลายชั่วโมง เพราะงั้นถึงได้กดล็อคหน้าจอแล้วคว่ำไว้บนโต๊ะ ตั้งอกตั้งใจทำการบ้านต่อตามประสาเด็กกำลังสนุกกับการลองทำอะไรใหม่ๆ



ทว่าราวยี่สิบนาทีถัดมา โทรศัพท์ก็สั่นครืด เขารีบตะปบมือแล้วคว้ามาดู



‘ไม่เรียนพร้อมกันไปเลยอะ’

‘เรียนกับเพื่อนน่าสบายใจกว่ารึเปล่า’



เผลอตัวเบะปากนิดหน่อยกับข้อความที่ได้รับ ก่อนรัวพิมพ์ตอบกลับไปภายในไม่กี่วิ



‘ไม่อะครับ ผมชอบเรียนคนเดียว’



‘งั้นเดี๋ยวถามกีฮยอนให้ เพื่อนอยากเข้าศิลปกรรมเหรอ? สาขาไหน ผู้ชายผู้หญิง?’



‘สถาปัตย์ครับ ผู้ชาย’ 



‘เอ้า งั้นก็ไปติวกับเด็กถาปัตดิ เดี๋ยวให้ไอดีไป ถามเองนะ ไม่รู้มันรับมั้ย’



จะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม จอนจองกุกหลุดยิ้มออกมาจนเห็นฟันกระต่าย จัดการพิมพ์ตอบกลับไปให้เรียบร้อยแถมยังอารมณ์ดีขึ้นมาซะเฉยๆ 



หลังจากได้ไอดีสำหรับติดต่อกับเพื่อนเจ้าตัวโดยตรงก็จัดแจงส่งไปให้เพื่อนสนิทเสร็จสรรพ ว่ากันตามตรงรู้สึกว่าวันนี้ตัวเองไม่มีเหตุผลซ้ำยังเป็นเพื่อนที่แย่สุดขีด



แต่ก็นั่นแหละ 



เขาอยากเรียนคนเดียว






∞  ∞  ∞







…บางที คำว่าอยากเรียนคนเดียว ก็ไม่ได้หมายถึงคนเดียวแบบนั้น



ดวงตากลมโตใสแจ๋วเหลือบมองคนนั่งขัดสมาธิสัปหงกคอพับอยู่บนเตียงสลับกับกระดานที่วางพาดอยู่บนตักตัวเอง ด้านหน้ามีขวดเซรามิคผิวมันวางตั้งเอาไว้ ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงครึ่ง และเขาที่มาก่อนเวลาเรียนร่างโครงเสร็จแล้ว อยากให้คนแก่กว่าตรวจให้ก่อนจะเริ่มลงต้นลงแสงเงา



ปัญหาคือ พี่ยุนกิสภาพเหมือนคนอดหลับอดนอนตั้งแต่เที่ยง



ลงมารับด้านล่างในสภาพชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสำหรับใส่นอน ผมเผ้าชี้ฟูยุ่งเหยิง ตาตี่ๆ ยังลืมไม่ขึ้นจนเหลือขีดเดียว อาจจะผิดที่เขาเองดันมาก่อนเวลาตั้งเกือบชั่วโมงเพราะอยากเริ่มไวๆ เพราะงั้นเลยต้องนั่งจุ้มปุ้กวาดไปโดยที่คนสอนเพิ่งจะเดินไปอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อยค่อยออกมาตรวจการบ้าน



พอถามว่าเพิ่งตื่นแบบนี้จะกินข้าวยังไง ให้ออกไปซื้อให้มั้ย ก็โบกไม้โบกมือบอกว่าเดี๋ยวเพื่อนจะมาเอางานแล้วซื้อข้าวเข้ามาให้ด้วยเลย ฟังเสร็จก็รู้สึกอึดอัดคล้ายวันที่ไปเจอหน้ามินยุนกิเป็นครั้งแรกแบบอดไม่ได้  แต่พอนึกได้ว่าเพื่อนที่ว่าคงจะมีอยู่คนเดียวแถมการันตีว่าใจดีก็โล่งอก



แล้วนี่ก็หลับอีกแล้ว



เด็กม.ห้าเหลือบมองผิวขาวจัดกับแก้มยุ้ยๆ แล้วเหลือบมองซ้ายทีขวาที สุดท้ายก็ตัดสินใจลุกออกจากเก้าอี้ ตั้งท่าจะยกมือไปสะกิดไหล่ มองแบบนี้ถึงเห็นว่าถึงยุนกิจะไหล่กว้าง มองเผินๆ ก็หุ่นแบบผู้ชายธรรมดา แต่พอหน้าเด็กแล้วขาเล็กนิดเดียว พอเทียบกับคนตัวสูงกว่าก็กลายเป็นเด็กมัธยมต้นเอาได้ง่ายๆ 



ขณะที่ปลายนิ้วกำลังจะแตะโดน เสียงกดกริ่งกับเคาะประตูกลับดังขึ้นก่อน



จองกุกสะดุ้งโหยง รีบเปลี่ยนทิศทางไปยังหน้าประตู พอส่องตาแมวถึงเห็นผู้ชายตัวเล็กในชุดเสื้อยืดสีขาวถือถุงพลาสติกสะพายเป้ยืนอยู่ คุ้นนิดหน่อยว่าเคยเห็นรูปคนหน้าประมาณนี้มาแล้วถึงได้ปลดโซ่แล้วหมุนลูกบิดเปิดออก



“ไอ้กิ ซื้อข้าวมาแล้... อ้าว?”



หน้าเล็กๆ ขมวดคิ้ว ชะโงกหัวกลับไปมองเลขห้องแล้วกลับมามองหน้าบุคคลปริศนาอีกรอบ ก่อนจะร้องอ๋อออกมาทั้งๆ รอยยิ้มกว้างแบบอารมณ์ดี “เด็กติวมันเหรอ? จองกุกใช่มั้ย? พี่ชื่อกีฮยอนนะ ขอเข้าไปหน่อยดิจะเอางาน ละนี่ข้าวกลางวันมัน อันนี้น้ำกับขนม จะกินก็แกะเลยนะ”



ถึงคราวคนเปิดประตูเป็นฝ่ายพูดไม่ออกบ้าง



มองจากภายนอกแทบไม่ต่างอะไรจากเด็กมัธยมปลาย ดีไม่ดีจะตัวเล็กกว่ายุนกิเพราะไหล่แคบแล้วยังหน้าเล็กตาตี่ สะพายเป้ไว้ที่หลังเหมือนจะเดินทางไปโรงเรียนไม่มีผิด อดคิดไม่ได้ว่าเหมือนเพราะโตมาด้วยกันจนซึมซับนิสัยหรือเพราะเหมือนนั่นแหละถึงอยู่ร่วมกันได้จนป่านนี้ 



คงจะใจดีกว่าหลายขุม



เพราะมาถึงก็พูดไปยิ้มไปไม่หยุด เดินดุ๊กดิ๊กเข้ามาด้านในแบบไม่มีบรรยากาศกดดันเหมือนยุนกิซักนิด เห็นทีที่บอกว่าใจดีรักเด็กชอบทำอาหารน่าจะจริง...



“จองกุก ไอ้นี่มันหลับตอนสอนบ่อยมั้ย?”



…มั้ง



สีหน้าหงุดหงิดพร้อมจะเอาเรื่องเข้ามาแทนที่รอยยิ้มอย่างรวดเร็ว จากการเดินย่ำแบบอารมณ์ดีก็เปลี่ยนเป็นยืนเท้าเอวเกาต้นคอตัวเองอยู่ข้างเตียงแบบไม่รู้จะจัดการยังไง คงจะอยากปลุกแต่ก็ไม่อยากเพราะเห็นลังเลอยู่แบบนั้น สุดท้ายก็ส่ายหน้าอ่อนใจ หันกลับมาคุยกับบุคคลที่สามแทน 



“ให้ตาย จริงๆ ถ้าไม่ไหวก็น่าจะเลื่อนไปก่อน”



“ไม่ๆ ไม่ครับ นี่เพิ่งครั้งแรก”



กีฮยอนถอนหายใจ “ขอโทษที กว่ามันจะได้นอนก็ตีสี่ แต่อดนอนมาสองวันแล้ว” สายตาเป็นห่วงเป็นใยส่งออกมาชัดเจนจนคนมองเผลอตัวเลิกคิ้ว หนำซ้ำมือยังแปะลงที่หัวเจ้าของห้อง ปัดปลายผมให้ออกจากหน้าเบาๆ สองสามครั้ง “เดี๋ยวค่อยปลุกแล้วกัน แล้วไม่ต้องจ่ายค่าเรียนแทน บอกว่าพี่สั่ง แล้วก็...จะเรียกให้มันดูงานให้รึเปล่า ให้พี่ดูก่อนมั้ย?”



เสียงนุ่มๆ เอ่ยร่ายออกมาเป็นชุด เจ้าตัววางกระเป๋าลงกับเตียงแล้วยิ้มนิดหน่อยเป็นเชิงถาม



ถึงในใจจะต่อต้านนิดหน่อย แต่เพราะความประทับใจแรกพบโดยรวมเขารู้สึกบวกกับพี่คนนี้มากพอตัว ถึงได้ยอมพยักหน้าลงโดยไม่ปริปากพูดตอบรับอะไร เห็นแบบนั้นรอยยิ้มกว้างก็ส่งกลับมาพร้อมเดินอ้อมมาหรี่ตามองดูบนกระดานสลับกับหุ่นที่ตั้งไว้ด้านหน้า 



เด็กติวเผลอตัวเกร็งนิดหน่อยกับการเตรียมรับคอมเม้นต์จากคนที่เพิ่งเจอหน้าครั้งแรก ถึงได้ก้มต่ำไม่กล้าหันไปสบตา ปล่อยให้เปิดดูงานเก่าผ่านๆ ว่าเรียนถึงไหนแล้ว ที่ไหนได้มีเพียงเสียงเรียบๆ ไม่สื่ออารมณ์อะไรเอ่ยบอกไปเรื่อยเปื่อย ซ้ำยังตรงประเด็น อีกทั้งวิธีการพูดไม่ต่างจากเพื่อนสนิทเจ้าตัวเท่าไหร่ยกเว้นเนื้อเสียงที่เป็นมิตรไม่ห้าวไม่ห้วนจนเหมือนขู่กรรโชก



“วาดตัวขวดสูงไปนะ ลบก้นออกก็ได้จะได้ไม่ต้องแก้เยอะ ละแก้ตรงปากมันด้วย ตอนนี้เอียงลงอยู่ละแคบไป โทษนะขอดินสอหน่อย” จองกุกยื่นให้คนที่แบมือรอ กีฮยอนรับมาวาดตัวอย่างให้ดูข้างๆ ว่าส่วนปลายสุดมันโค้งมนลงมาความหนาประมาณไหน แล้วองศาตรงคอมันลึกเข้าไปเท่าไหร่ เขียนลูกศรบอกทิศทางให้เสียเรียบร้อย “ประมาณนี้ ลองสังเกตดู”



“อ่า ครับ”



“ที่เหลือไม่มีอะไรแล้ว เส้นสะอาดดี แก้เลยเดี๋ยวดูให้อีกทีก่อนกลับ ซักสิบนาที” ว่าแล้วก็ยิ้มบางๆ นิดนึงก่อนเดินกลับไปทิ้งตัวนั่งบนเตียง จัดการมัดมือชกเปิดแอร์ จัดท่าให้เพื่อนเอนตัวนอนหงายแถมบริการห่มผ้าให้จนถึงคอ จากนั้นค่อยหยิบแล็ปท็อปของเจ้าของห้องมาเปิด จัดการพิมพ์พาสเวิร์ดเองเสียเรียบร้อย 



คล่องเหมือนปลดล็อคโทรศัพท์ตัวเอง



สิบนาทีตามที่บอก บุคคลมาใหม่พับฝาคอม เดินอ้อมกลับมาด้อมๆ มองๆ อีกรอบ “ยุนกิได้สอนวิธีลงเงาอันนี้ยัง?”



“…ครับ? ไม่นะครับ บอกแค่ให้ลองดูก่อน”



เสียงหัวเราะกับรอยยิ้มอ่อนใจแทนคำตอบ “งั้นก็ตามมันบอกละกัน”



ทำไมมัน... เหมือนจะเป็นลางไม่ดียังไงก็ไม่รู้



พี่ตัวเล็กหมายเลขสองบอกให้เริ่มลงเงาได้เลย มือก็คว้ากระเป๋าเป้เตรียมเดินทางไปมหาวิทยาลัย ท่าทางดูตัวเล็กแต่ทะมัดทะแมงกว่าพอสมควร “ข้าวกับน้ำของยุนกิพี่ใส่ตู้เย็นไว้นะให้มันมาอุ่นกินเอง ฝากดูแลด้วย ปลุกยากหน่อยแต่ถ้าจะเรียกก็เขย่าแรงๆ ไม่ก็เอาหมอนอุดหน้าไว้”



“…พี่”



ริมฝีปากอ้าออกค้างไว้เหมือนจะพูดอะไรบางอย่างจนพี่ปีสามค้างอยู่ที่ประตูห้อง “มีอะไรเหรอ”



จองกุกกลืนน้ำลายเอื๊อก ตัดสินใจเอ่ยถามแม้เสียงเบาเหมือนกระซิบ



ขอบคุณเถอะที่ห้องมันเงียบ



“พวกพี่...คบกันอยู่เหรอครับ?”



ยูกีฮยอนนิ่งไปหลายวิก่อนหลุดขำพรืดออกมา สายตาเหมือนมองเด็กประถมถูกงัดออกมาใช้แทบจะทันที และนั่นทำเอาคนถามรู้สึกกระดากอายขึ้นมานิดหน่อยที่นึกติดใจกับท่าทีเป็นห่วงจนเกินเพื่อน ยิ่งรอยยิ้มแบบกลั้นขำก็ใช่จะสงสารก็ไม่เชิงนั่นน่ะ เดินมาต่อยยังจะอายน้อยกว่า



“ทำไมคิดแบบนั้น”



“ก็...พี่ดูห่วงพี่ยุนกิมาก แล้วพอดีกลุ่มผมไม่เคยดูแลเพื่อนขนาดห่มผ้าให้มั้งครับ มันรู้สึกแปลกๆ”



เหตุผลที่ยกมาเหมือนจะพอเข้าใจได้ถึงได้ร้องอ๋อ พยักหน้ากับตัวเองสองสามที มือยังจับลูกบิดประตูคาไว้ถึงได้งับปิดก่อน ค่อยๆ คิดหาคำมาอธิบายตามประสาคนใจเย็น “ไม่ได้คบกันหรอก พวกพี่สนิทกันตั้งแต่เด็กๆแล้ว เพราะงั้นเรื่องห่วงยังไงก็ต้องห่วง เวลางานเดือดมันจะไม่ดูแลตัวเอง ลืมกินข้าวกินน้ำ ถ้าไม่คอยตามจี้เดี๋ยวก็ได้ไปนอนหยอดน้ำเกลือในโรงบาลอีก”



พอพูดจบประโยคก็ตั้งท่าจะผลักประตูออกไปอีกรอบ



“เรื่องห่มผ้า แม่พี่ชอบห่มให้เลยติดนิสัยมาเฉยๆ คงแล้วแต่คนมั้ง”



คนฟังแทบจะทุบฝ่ามือตัวเองเพราะนึกภาพออก หรือเพราะนิสัยชอบดูแลของคนคนนี้ พี่ยุนกิถึงได้คว้ามือไปจับตอนสอนลากเส้น สอนวัดสัดส่วน ซ้ำยังดูแลป้อนน้ำป้อนขนมเขาเหมือนเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำกัน 



“อีกอย่างคือพี่มีแฟนแล้ว คงไม่คบกับคนที่อยู่ด้วยกันจนรู้สันดานแบบยุนกิหรอก แค่นี้ก็จะตีกันตายอยู่ละ” ว่าแล้วก็ส่งยิ้มกว้างมาให้อีกรอบตามประสาคนใจดี โบกมือบ๊ายบาย กดล็อคกลอนก่อนปิดประตูให้เสร็จสรรพ 



พูดเหมือนที่พี่ยุนกิพูดเป๊ะๆ



ใจดีกว่าเยอะจริงด้วย



เขาก็แค่สงสัยว่าปกติเพื่อนกันต้องเป็นห่วงอะไรขนาดนี้ด้วยเหรอ แล้วดูจากนิสัยของมินยุนกิคงไม่ชอบใครใครมายุ่งวุ่นวายหรือบังคับอะไรในชีวิตตัวเอง แต่คนคนนี้กลับกล้าคิดแทนให้หมดซ้ำยังเปิดคอมพิวเตอร์ใส่รหัสเองแบบไม่ถามซักคำ ต่อให้เป็นเขากับยูคยอมหรือมินกยูที่รู้จักมานานก็คงไม่ยอมขนาดนี้



ไม่สิ ถ้าสนิทกันขนาดเข้าคณะเดียวกันจนปีสาม ก็คงไม่แน่...



อ่า แต่ยืนยันว่าเขาคงไม่มานั่งจัดท่านอนหรือห่มผ้าให้ชัวร์ๆ



เวลาผ่านไปอีกพักใหญ่ พี่ตัวเล็กถึงเริ่มขยับยุกยิกแล้วลืมตาขึ้นมองรอบๆ ก่อนกระเด้งตัวขึ้นเหมือนฟื้นจากหลุม สีหน้าท่าทางเหมือนตกใจอะไรบางอย่าง พอหันมาเห็นหลังของน้องนั่งวาดรูปอยู่ริมหน้าต่างถึงได้ตวัดสายตากลับมามองนาฬิกา



ชิบหาย



บ่ายสองห้าสิบ



“จองกุก”



“ครับ?”



“ขอโทษที ละพี่หลับยาวขนาดนี้ทำไมไม่ปลุก นี่วาดถึงไหนแล้ว ทำไมนอนห่มผ้าซะเรียบร้อยเลยวะ” ประโยคสุดท้ายเหมือนจะบ่นกับตัวเองเบาๆ มากกว่า ยุนกิลุกจากเตียงแล้วโน้มตัวมาดู ถึงกับเลิกคิ้วเมื่อเห็นโครงของส่วนคอกับปากขวดที่ถูกลากด้วยลายเส้นคุ้นเคย ชะงักไปนิดหน่อยแถมยังเผลอใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ



จากสีหน้าเครียด ดูจะโล่งไปทันตา



“...กีฮยอนมาแล้วเหรอ?”



แถมยังสงบกว่าเดิมเยอะ ไม่ถามซักคำว่าเพื่อนตัวเองพูดหรือสอนอะไรไปบ้าง นี่มันค่อนข้างแปลกนิดหน่อยสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้ ถึงจะบอกว่าสนิทกันตั้งแต่เด็ก แต่ถ้าซี้จนไม่มีช่องว่างแถมยังเข้าออกห้องเป็นว่าเล่น ทำไมไม่อยู่หอพักเดียวกันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย



ถ้าจำไม่ผิด งวดก่อนก็ไปนอนค้างนี่



“อ่า ครับ บอกว่ามื้อกลางวันพี่อยู่ในตู้เย็น แล้วก็เอางานไปจากคอมพี่แล้ว”



ยุนกิพยักหน้ารับ ได้แต่ตอบเสียงแผ่ว “ขอโทษ วันหลังถ้ามีอีกปลุกได้เลยนะ ที่หลับไปไม่ต้องจ่ายค่าเรียน จะอยู่ยาวก็ได้วันนี้พี่ว่างทั้งวันแล้ว เพิ่งส่งงานไป” 



สีหน้าไม่สู้ดีนักปรากฏออกมาให้เห็น แค่นี้ก็ชัดมากกว่าชัดว่าปกติคนตัวขาวมีความรับผิดชอบสูงขนาดไหน อย่างน้อยก็มากพอจะเห็นว่ารู้สึกผิดผ่านสายตา มือก็กำแน่นคล้ายไม่มั่นใจในตัวเองซะอย่างนั้น



เจ้าเด็กกระต่ายดีดนิ้วเป๊าะ 



“งั้นไปกินข้าวเย็นกับผมนะ”



คนฟังเลิกคิ้ว



“หือ? จะอยู่จนเย็นเลยเหรอ ก็ได้แหละ”



เมื่อได้คำตอบที่พอใจก็ยิ้มร่า ท่าทางเหมือนต้นไม้ถูกรดน้ำใส่ปุ๋ย ไม่ก็สัตว์เลี้ยงตาใสๆ ได้อาหารรสโปรด 



เห็นแบบนั้นคนสอนก็ส่ายหน้าอ่อนใจ จัดแจงเดินไปล้างหน้าล้างตาให้เรียบร้อย ลากเก้าอี้กลมตัวเล็กกลับมานั่งอยู่ข้างๆ มองเด็กที่เพิ่งจะได้เริ่มหัดวาดพื้นผิวแบบใหม่ พอได้เพ่งมองดีๆ ก็ไม่ต่างจากที่คาดการณ์เอาไว้ตอนแรก เป็นแบบที่คิด และเหมือนที่เด็กทุกคนเป็น... 



ลงเงาตามช่อง



โดยทั่วไปแล้ววัตถุผิวมันพวกนี้จะมีแถบเส้นสีขาวพาดอยู่ใสกิ๊งตัดกับสีดำ ถ้าเงาด้วยนิดหน่อยก็จะสะท้อนภาพรอบๆ ให้เห็น อันนี้ที่เขาเลือกมายังไม่ขนาดนั้นซ้ำยังมีสีเข้ม เพราะงั้นจอนจองกุกที่นั่งงมเองแบบไม่มีใครช่วยไกด์ถึงได้เว้นช่องขาวๆ ไว้แบบไม่ยุ่งไม่แตะอะไรทั้งสิ้น ส่วนที่เข้มก็ถมซะดำปี๋ไปหมดเหมือนไม่เคยลงเงาทรงกระบอกมาก่อน



กาแฟถูกยกขึ้นจิบ ก่อนจะเลื่อนกระดานมาวางพาดบนตักตัวเองแทน ดึงมาทั้งที่วางทั้งกระดานนั่นแหละ “เห็นมั้ยว่าพอลงเป็นช่องแถมเว้นขาวแบบนี้มันจะแบน ดูไม่มีมิติ ไม่มีมวลแบบตอนวาดงวดก่อน”



จองกุกพยักหน้า



นึกหงุดหงิดเหมือนกันที่ทำไม่ได้ แต่ไม่รู้จะแก้ยังไง



“วิธีของพี่ ไม่ได้บอกว่าถูกนะ คนอื่นสอนยังไงไม่รู้ แล้วแต่คนถนัด...” มือขาวๆ วาดต่อเติมไปจากส่วนที่เพื่อนตัวเองวาดทิ้งไว้ลงมาเป็นทรงขวดที่สมบูรณ์ภายในไม่ถึงนาที ก่อนจะลงเงาเหมือนตอนวาดหุ่นดินเผาไม่มีผิด ไล่น้ำหนักตามทิศที่แสงเข้า แค่เพิ่มความเข้มตามสีของวัตถุขึ้นมาเล็กน้อยจนแทบไม่เหลือพื้นที่สีขาวของกระดาษ “ลงตามรูปทรงมันไปก่อน ยังไม่ต้องสนผิวมัน ทำให้ดูเป็นขวดกลมๆ เป็นอย่างแรก”



ไม่นานนักภาพขวดที่ลงแสงเงาคร่าวๆ ก็เสร็จ 



“ทีนี้ก็ดูว่ามันเงาตรงไหนบ้าง แล้วเอายางลบปาดแทนการเว้น”



เส้นสีขาวอย่างที่เห็นตามแบบโผล่ขึ้นมาตามแรงลบ แน่นอนว่ามันไม่ขาวจัดเพราะกระดาษปรู๊ฟค่อนข้างช้ำเร็วและลบยาก ถึงเหลือน้ำหนักตามที่ลงไว้ตอนแรกให้เป็นทรงกระบอกอยู่ ยุนกิลบส่วนสะท้อนไปเรื่อยๆ ตามที่เห็น จากนั้นค่อยลงน้ำหนักเข้มตามส่วนอื่น



เด็กน้อยร้องอ๋อ



“ถ้าเพิ่งหัดวาดแล้วไปเน้นเป็นเส้นๆ ช่องๆ แบบนั้นภาพรวมจะไม่มีมิติ แต่ถ้าลงเป็นพื้นให้เป็นทรงไปแล้วทีนี้จะลบหรือจะเติมก็มีไกด์ให้ ทำจากพื้นฐานก่อนให้ติดเป็นนิสัย รอแม่นๆ ก่อนค่อยทำตามถนัดแล้วกัน” ยุนกิตกแต่งคร่าวๆ เพิ่มให้พอดูรู้เรื่องอีกหลายนาที ก่อนจะดันกระดานกลับไปที่เดิมแล้วแสยะยิ้มน่ากลัวกว่าทุกที



...ความรู้สึกไม่ดีกลับมาแล้ว



พร้อมภาพรอยยิ้มอ่อนอกอ่อนใจของกีฮยอนเลย



“ทำใหม่”



นั่นไง



“…พี่อะ แล้วปล่อยให้ผมทำตั้งนาน” จองกุกโอดครวญ เสียงที่หลุดออกมาจะโวยวายก็ไม่ใช่จะเสียงหลงก็ไม่เชิง คล้ายสติแตกไปแล้วมากกว่า ส่วนสีหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อส่งมาแบบขอความเห็นใจ


 

แน่นอนว่าไม่ได้ผล



“หลายคนสอนก่อนค่อยให้ทำ แต่สำหรับพี่ต้องปล่อยให้ผิดก่อนจะได้จำได้ว่าทำแล้วไม่รอด อีกอย่างเรายังมีเวลาอีกปีนึง ผิดให้มันเข้าสมองจะได้ไม่ผิดอีก” กาแฟถูกยกดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว ยุนกิเดินกลับไปวางที่ซิงค์น้ำแล้วเปิดตู้เย็นล้วงหาข้าวกล่อง สบถออกมาดังพอตัวเมื่อเห็นนมสองกล่องวางอยู่เหมือนจะแกล้ง



“จองกุก”



“ครับ?”



“กินนมปะ มันซื้อมาแกล้งพี่อะ มีรสกล้วยกับสตรอเบอร์รี่เอาอันไหน ไม่ดิ เอาไปสองอันเลย” ระหว่างพูดก็ใช้มือเดียวคีบทั้งสองกล่องมาทั้งเอาไว้ให้ข้างๆ ขวดเซรามิค วางไว้เหมือนไฟลท์บังคับว่าต้องกิน ถึงไม่กินก็ต้องเอากลับบ้านเพราะยกให้แล้ว 



ส่วนตัวเองก็เอาส้อมจิ้มพลาสติกที่ซีลฝาเอาไว้สามสี่จึ้ก โยนเข้าไมโครเวฟลวกๆ



กลับกัน คนได้รับดันมีสายตาเหมือนเด็กได้ของเล่น “พี่ไม่ชอบเหรอครับ?”



“ไม่เชิง แต่ตอนนี้ไม่อยากกิน”



เด็กม.ห้าขมวดคิ้ว อดคิดไม่ได้ว่าเพราะแบบนี้รึเปล่าวะถึงไม่สูง



แต่เอาเถอะ



พอคว้ามาแงะหลอดเจาะดูดก็ยิ้มร่า อะไรหวานๆ เย็นๆ ทำให้อารมณ์ดีตลอด ไอ้ที่โดนสั่งทำใหม่ก็เหมือนจะหายงอแงไปได้นิดนึง พอกินหมดหนึ่งกล่องก็เตรียมหยิบอีกอันมากินต่อ 



ระหว่างเดินเอาไปทิ้งลงถังขยะ เขาถือวิสาสะเหลือบมองพี่ที่นั่งเคี้ยวข้าวแก้มตุ่ยอยู่ตรงโต๊ะกลมตัวเล็กหน้าทีวี ไม่ถึงห้านาทีเจ้าตัวกวาดทุกอย่างยัดลงถังขยะ เดินกลับมารูดซิปเปิดกระเป๋ากระดาน คว้าการบ้านคอมโพสขึ้นมาดูอีกรอบ เหมือนไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองบอกไปตอนยังง่วงหรืออะไรประมาณนั้น



การบ้านที่ส่งไปไม่มีปัญหาอะไร แค่ยุนกิบอกว่าเขามีปัญหาเรื่องเลือกสีทื่อไปหน่อย ไม่ใช่ไม่ดีแต่พอทุกอย่างมันสดปรี๊ดเหมือนควักออกมาจากขวดเลยพาลแยงตาจนไม่รู้อันไหนเป็นจุดเด่น การบ้านพักหลังเลยหนักไปทางนั่งผสมสีโปสเตอร์ นั่งแยกว่าแผ่นนี้ลงโทนเหลือง ฟ้า เขียว แดง ผสมให้มันหลายเฉดแต่ยังภาพรวมยังคงความเป็นสีนั้น



ที่ร่ายมาตอนแรกคือภาษาสุภาพ ส่วนที่คนทั่วไปใช้กันคือขี้เกียจผสมสี



“เออใช่ แล้วเพื่อนที่บอกจะเรียน สรุปเป็นไง?”



“เห็นบอกว่าได้ไอดีพี่อีกคนนึงมา ถาปัตปีสองมั้งครับ ไม่รู้ยังไงเหมือนกัน”



“อ่อ” เสียงห้าวๆ ตอบรับสั้นๆ ก่อนจะยกน้ำเปล่าขึ้นจิบ “ดีแล้ว จริงๆ ไม่ค่อยอยากให้กีมันรับติวเด็กเตรียมสอบเท่าไหร่หรอก อย่างเราถ้าเรียนกับมันคงปัญหาเยอะน่าดู”



“ครับ?”



ยุนกิคลี่ยิ้มกว้างจนตาโค้งเป็นสระอิ ท่าทางนึกสนุกเหมือนอยากแกล้งเพื่อน ซึ่งรอยยิ้มแบบนี้ไม่ได้เห็นได้บ่อยๆ แน่ล่ะ... อย่างน้อยก็ตลอดระยะที่ติวมา เขาเห็นไม่เกินสามครั้ง แถมทุกครั้งยังเกิดเพราะเห็นรูปหมาในโทรศัพท์อีกต่างหาก “ถ้าไปงี้มันคงชอบหยอกชอบเลี้ยงขนม พาไปหอศิลป์บ่อยชัวร์”



…ก็ไม่ต่างกับทุกวันนี้เท่าไหร่นะ



“พี่ก็เลี้ยงผมนี่ครับ?”



“ใช่ แต่แฟนมันขี้หวงไง” ไม่แปลกใจเท่าไหร่หรอก เพื่อนเขามันสไตล์พวกรักสะอาด ชอบความเป็นระเบียบ ชอบทำอาหารแถมยังเป็นมิตรกับคนสัตว์สิ่งแวดล้อม จะหวงหรือเห่อจนเกินเหตุก็พอเข้าใจได้ “ถ้าว่างคงมานั่งห่างๆ ตอนติวเลย แถมไม่ได้นั่งเรียนที่หอพักด้วย คงต้องไปอยู่ที่คณะ”



จองกุกขมวดคิ้ว นึกภาพตามแบบนั้นเขาอาจจะรู้สึกแย่หรือไม่ได้สนใจอะไรเลยก็ได้ อย่างไรเสียถ้าเขาบริสุทธิ์ใจแถมยังมาเพื่อหาความรู้เข้าหัวจะไปกลัวทำไม แต่ถึงแบบนั้นพอลองเอามาเปรียบกับตัวเองก็อดขนลุกไม่ได้ แค่โดนส่งข้อความหรือโทรตามยังอึดอัดแทบแย่ แล้วนับประสาอะไรกับการโดนประกบติดขนาดนั่งเฝ้าตอนทำงานพิเศษ



“หวงมากๆ ไม่รำคาญเหรอครับ”



เสียงหัวเราะดังลอดออกมาก่อน “ไม่รู้มัน ถ้าเป็นพี่คงเลิกตั้งแต่สามวันแรก”



“อ้าว แล้ว...”



“เอาเป็นว่ารู้ไปไม่ทำให้วาดเก่งขึ้นหรอก แก้ต่อเร็ว” กระดานถูกตบเบาๆ สองสามทีเป็นเชิงให้กลับมาสนใจกับงานตรงหน้า จองกุกยิ้มแหะแล้วเริ่มตั้งสมาธิกับงานใหม่อีกครั้ง เป่าปากพอเป็นพิธี ตอนแรกที่ต้องเริ่มวาดอะไรใหม่ก็รู้สึกมืดแปดด้าน แต่พอเห็นตัวอย่างที่ทำเหมือนง่ายก็พอมีภาพในหัวขึ้นมาบ้าง



ถึงจะนึกหงุดหงิดกับการต้องวาดซ้ำก็เหอะ



แต่หากโดนสอนแบบป้อนทุกอย่างไม่ต้องลองผิดลองถูกเองก็คงพลิกแพลงอะไรไม่เป็น



“เออ ตกลงกีฮยอนสอนเป็นไง ถ้าวันไหนพี่ไม่ว่างจะได้ให้มันมาแทน”



มือที่กำลังลากเส้นสะดุดไปนิดหน่อยแถมยังขีดเฉไปข้าง พอนึกถึงเสียงนุ่มๆ กับการค่อยๆ อธิบายแล้ววาดให้ดูแบบใจเย็นก็ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ เดาได้ว่าเวลาสอนก็คงใจดีไม่ดุไม่ด่า เผลอๆ จะมีตัวอย่างให้ดูเสียละเอียดยิบ ไม่เหมือนยุนกิซึ่งจะคอยบอกให้แก้ตรงนู้นทีตรงนี้ที ปล่อยให้หาวิธีทำเองไปก่อน “ก็...โอเคแหละครับ”



พี่ติวหลุดยิ้ม “ไม่งอแงแล้ว?”



“ครับ ถ้าพี่ไม่ว่างแล้วอดนอนแบบวันนี้ ผมเรียนกับพี่กีฮยอนแทนก็ได้” จอนจองกุกหันหน้ากลับมาตอบ มือจับอยู่ที่ขอบกระดานด้านบนแน่นจนเหมือนคนไม่มั่นใจในตัวเอง ก่อนจะเผลอตัวเม้มปากแล้วหลุบตาต่ำ



ริมฝีปากอ้าออกนิดหน่อยจนเห็นฟันกระต่าย เจ้าตัวเบนสายตากลับไปยังขวดเซรามิคตรงหน้า ประโยคแผ่วเบาเหมือนกระซิบดังออกมาพอให้ได้ยินแค่สองคนในห้องแคบๆ



“...แต่ผมอยากเรียนกับพี่มากกว่าอยู่ดี”






เรียนครั้งที่ 8

- เจอพี่กีฮยอนแล้ว เหมือนพี่ยุนกิทุกอย่างแต่ใจดีกว่า

- เริ่มวาดวัตถุผิวมัน

- ทำใหม่

- วันนี้กินอาหารญี่ปุ่น




6th - วัตถุผิวมัน

- ลงเงาตามช่อง

- พอทำรอบที่สองดีขึ้น

- ซ้ำอีกรอบแล้วขึ้นผิวสแตนเลส




ø


#พี่ติวยุนกิ




เอาแหล่ว

เด็กมันเริ่มงอแงหวงพี่แหล่ว


สำหรับคนที่งงว่าทำไมพี่กีฮยอนมีผล มีบทเยอะ(ตั้งแต่ตอนแรก)

ในสายตาพิยุงกิที่ไม่ค่อยยุ่งกับใคร พี่กีเหมือนเป็นตัวเชื่อมกับโลกภายนอก

มองจากมุมจกุก เจ้าตัวเป็นพี่ที่ดูแลตัวเองได้ ฉลาด เก่ง แต่ถ้าดูจริงๆ คือแทบไม่รู้เรื่องส่วนตัวเลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่มีพี่กีเข้ามาวิ่งเล่น น้องก็จะไม่เก็ทว่าเออพี่ไม่ได้เป็นยอดมนุษย์ ไม่เห็นว่าพี่มีมุมงอแงไม่อยากกินนม ฯลฯ

(เช่นเดียวกับน้อง ที่เวลาคุยกับเพื่อนก็เด็กผู้ชายธรรมดา ใจร้อนบ้างอะไรบ้าง ไม่ได้นุ่มนิ่มปานนั้น)



ส่วนที่ว่าทำไมถึงเลือกกีฮยอน ไม่ใช่เมมเบอร์ในวง อันนี้ความชอบส่วนตัวของเราเองจากบอนโวยาจ2 ที่พี่ยุนกิเคยพูดประมาณว่าอยากมีเพื่อนเกิดปีเดียวกันอยู่ในวงบ้าง ชีวิตจริงสองคนนี้ที่เรียนที่เดียวกัน ติดต่อกันมาเรื่อยๆ แล้วพี่กีเคยไปหาพี่กิที่โรงแรม นั่งคุยนั่งไรไปเรื่อยยันเช้า คงสนิทกันแบบตบตีน่ารักดีค่ะ มโนเอาว่าเพื่อนมัธยมคงคนละฟีลกับพี่น้องในวง



แล้วก็ สำหรับคนที่เรียนดรออิ้งอยู่ แล้วอ่านฟิคเรื่องนี้

สู้ๆ นะคะ TvT อดทนไว้ ฝึกเยอะๆ นะ อยากบ่นอยากได้กำลังใจอะไรบอกได้นะคะ55555



ยาวหน่อย555 ใครสงสัยอะไรถามได้นะคะ

หรือมาทิ้งในask.fmที่ไบโอทวิตก็ได้ค่ะ



เจอกันตอนหน้า วกกลับมาติวเจ้มจ้น หลังอู้ไปสองตอน



ปล.มีจอยลดาของพี่กีพี่กินะคะ ตอนพิเศษนิดหน่อย แนะนำให้อ่านในแอพเน้อ



3 NOV 2017

twitter: @n_nerrr






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 142 ครั้ง

870 ความคิดเห็น

  1. #863 zxcvbnmm (@croseloveyesung) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 05:03
    สนุกกกกมากเลยค่ะ ชอบความสัมพันธ์ของสองคนนี่
    #863
    0
  2. #858 PandaPhung (@agisen4869) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 09:33
    อ่ะ รู้สึกเหมือนเห็นคนหึง1อัตรานะคะ แหมๆๆ
    #858
    0
  3. #834 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 19:54
    เคยดูคลิปอะไรสักอย่างที่กีฮยอนพูดถึงยุนกิอยู่นะคะ
    แบบสนิทกันจริงๆ
    #834
    0
  4. #797 aqua11 (@aqua11) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 12:21
    มีคนรู้อาการหึงหวงของจองกุกหนึ่งอัตราแล้วค่ะ 555555 สมกับที่คบกันมาตั้งแต่มัธยมต้นจริง ๆ เลยยูคยอม แต่เหมือนน้องจะยังไม่รู้ตัวเองเลยสักนิด ว่าพี่เขามีอิทธิพลกับตัวเองมากขนาดนี้แล้ว
    #797
    0
  5. #757 Mew (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 21:12
    ยุนกิมีอิทธิพลกับน้องมากเลยนะเนี่ย
    #757
    0
  6. #716 ARDS; (@babyshorttyrd) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 16:43
    อย่าพึ่งขนลุกจ้าาา ระวังตัวเองจะเป็นแบบนั้นนาาาาา ยังไม่ได้คบยังหวงขนาดนี้เลย
    #716
    0
  7. #568 etistz (@punfernn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 15:07
    โอ้ยลูกกกกกก หวงพี่ซะแล้วเด็กน้อยของแม่ งื้อออออออ เขินนนนน
    #568
    0
  8. #551 aImma98 (@aImma98) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 13:03
    น้องกุกเริ่มแล้วค่าาา รู้ตัวเร็วๆนะลูกกก
    #551
    0
  9. #527 ilovehc (@kapokdekd) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:48
    อ่านแล้วก็คิดเหมือนจองกุกเลย เูแลดีมาก แต่น่ารักดีค่ะ
    #527
    0
  10. #406 ZAYO_O (@ZAYO_O) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 19:10
    ทำไมมู้ดเรื่องนี้มันถึงน่ารักได้ทุกตอนเลยห้ะะ จะเวลาพี่ยุนกิอยู่กับจองกุก หรือพี่ยุนกิอยู่กับพี่กี ใครอยู่กับใครก็น่ารักอ่ะทำไมวะงง5555555555 หลงผิดนึกว่าพี่ยุนกิจะทันคน ที่ไหนได้ ซื่อกว่าคนน้องไปอี๊กกกก

    พี่กีดีมากเลยอ่ะเราว่า เหมือนใส่ใจทุกคน จี้ตรงจุดแบบไม่เกรงใจน้องเขาเลย555555555555 ชอบความที่น้องคอยตามจด ความคนพี่ก็เป็นห่วงคอยโทรถาม ถ้าพี่กีเป็นแม่พี่ยุนกิ พี่ยุนกิคงเป็นแม่จองกุกอีกทีนึง555555555555 ฮือโคตรน่ารักจริงๆ อีกอย่างนึงเราชอบตอนที่พี่ยุนกิยอมยื่นนิ่งๆให้จองกุกจัดผมให้อ่ะ รู้เลยว่าคนน้องเขาขี้เห่อขนาดไหน ได้เป็นแฟนเมื่อไหร่โอ๋จนเคยตัวแน่ๆ แค่นี้ก็ซื้อข้าวซื้อน้ำให้จนแทบป้อนแล้วเนี่ยยนย โอ้ยหมั่นเขี้ยวอ่ะ555555

    ขอบคุณนะคะ ชอบจังเลยย
    #406
    1
  11. #359 iiamampere (@iiamampere) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 17:49
    พี่กิเหนื่อยมากเลยหรอ พี่กีใจดีมากเลย รังสีความใจดีแผ่กระจายมากเลย น้องกุกห่วงพี่กิถูกแล้วลูก อย่าให้ไปสอนใครเลย สอนน้องกุกคนเดียวก็พอแล้ว
    #359
    0
  12. #345 Yes! SUGA (@kawpoonn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 10:54
    พี่ยุนกิแบตหมดดด 5555 น่ารักดีค่ะ เห็นอีกมุมนึงของพี่ จองกุกนี่ติดพี่ยุนกิมากเลยน้าาา เรียนเสร็จละได้กินอะไรอร่อยๆ ไม่ซ้ำเลยเนี่ย

    ยุนกิกับกีฮยอนน่ารักจริงค่ะ ดูไม่มีความลับต่อกันและไว้ใจกันมากๆ
    #345
    0
  13. #310 mttrow. (@minmin1632) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 03:56
    นั้นแหน้ะ น้องจกุกเริ่มแระ
    #310
    0
  14. #301 Mintarisreal (@Mintarisreal) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 17:02
    มหผสศสซผว เด็กมันงอแงงงงงง;-;
    #301
    0
  15. #155 Yok-Wnl (@Yok-Wnl) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 13:32
    หวงเฟ้อออออออออ ยิ่งกว่าจงอางอีกค่ะ
    #155
    0
  16. #136 SNW ...Kya ing (@vasuntara-ink) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 16:33
    แอร๊ยยยยยย  อ่านไปอมยิ้มไป ชอบอ่าชอบๆๆ อัพต่อไวๆนะคะ
    #136
    0
  17. #130 ZAYO_O (@ZAYO_O) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 16:35
    โอ้ยยยยยตอนนี้เราก็ชอบอีกแล้ววแกย่อยก่เยดิาขกาแำขแากยดนำาด แอบคิดนิดนึงว่าพึ่งเลิกกับแฟนมาใจหนูพร้อมแล้วหรอจู๊ก5555555 แต่ก็วีคนึงแล้วอ่ะเนอะ ก็ได้แต่ขออย่ารื้อปนะเด็นแฟนเก่าเข้ามาอีกขอร้อง ใจนุบอบบาง555555555

    ที่เราชอบสุดๆตอนนี้ดันเป็นตอนคนน้องเขาหวงพิยุนกิ ตอนคยอมถามเรื่องพี่ติวใจนี่แบ่บบ เอาแหล่ววเอาแหล่ววว5555555555555 เราเขินตอนนี้มากก ไม่รู้จะเริ่มพูดถึงตอนไหนก่อนดี เขินหน้าดำไปหมดฮือ ยิ่งจู๊กบอกว่าไม่รู้ทำไมถึงไม่อยากให้มีพี่ติวคนเดียวกันเราอยากระเบิดตัวเองไปเลย โอ้ยยยยยยยยยย ต่ายยักษ์มะยู้จัยตัวเองเยย แต่พรี่รุ้นะน้งคีสอารัยยTT ละนี่ก็ไม่คิดง่าจองกุกจะหัวร้อนหงุดหงิดขนาดนั้นไง โอ้ยยยยยยยยอยากจะกรี้ดดังๆๆๆๆ

    ตอนติวนี่เราแอบคิดไว้ตั้งแต่ตอนที่แล้วแล้วว่าถ้ามีฉากพิยุนกิหลับบ้างคงน่ารักดี แล้วตอนนี้ก็มีค่ะ ไรท์แบบ รู้ใจ5555555555 ชอบตอนพิเขาตื่นมาละบอกทำไมห่มผ้าซะเรียบร้อย ทำไมไม่รู้แต่ภาพมันผุดเข้าหัวเราเลย น่ารักมากค่ะTT

    นอกเรื่องหน่อยตรงทอล์กตลค.ของเตง เราคิดมานานแล้วว่าถ้ามีคนอายุเท่ากันกับพิบ้างคงจะดี อยากเห็นคู่หู93ไลน์ไรงี้บ้างเหมือนกัน ยิ่งพิกีกับพิกิเขาแกล้งกันในรายการเพลงบ่อยๆด้วย ไซส์ก็เท่าๆกัน เหมือนกันมากจริงๆค่ะยกเว้นนิสัย พิกีดันแม่บ้านแม่เรือนตัดกับยุนกิพ่อทุกสถาบัน555555

    อันนี้รู้ว่าคงไม่ได้แต่คงต้องขอลองค่ะ เราอยากได้สเปตอนที่คยอมหรือใครก็ได้มาติวพร้อมกุก เห็นนังบอกว่าถ้ามีแฟนเฝ้าคงรำคาญน่าดูเลยหมั่นไส้ อยากให้คนน้องหึงคนพี่แบบต้องนั่งเฝ้าบ้าง อันนี้ความชอบส่วนตัวมาก

    เม้ายาวมากค่ะ จริงๆอยากหวีดอยากพูดทั้งฟิคทั้งมม. ทั้งฟอ.เตงในแท็กหรือทวิตงี้แต่เราเขินค่ะแง เพราะงั้นเราจะคุยคนเดียวในเม้นเอาเนาะ555555555 ขอบคุณที่แต่งฟิคน่ารักๆมานะคะ ยังคงชอบคาร์ทุกตลค.เลยมันดูเรียลมากสำหรับเรา เราชอบมากค่ะ คลังosเตงเดี๋ยวว่างกว่านี้จะไปตามอ่าน เราใช้เวลาอ่านตอนนึงนานมากเพราะต้องหยุดขอเขินก่อน55555555

    ขอบคุณนะคะ สู้ๆๆๆรอสัมเหมอเด้อ เลิ้บเลิ้บเลิ้บเลิ้บเลิ้บ
    #130
    0
  18. #128 januch (@januch) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 00:46
    น้องหวงงงงงงงง น้องไม่รู้ตัววววว น่ารัก แงงงงงงงง
    #128
    0
  19. #127 primroseismine (@minmin555) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 13:50
    ชอบตอนอิน้องงอแงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    #127
    0
  20. #126 primroseismine (@minmin555) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 13:50
    ชอบตอนอิน้องงอแงงงงงงงง
    #126
    0
  21. #125 PWMinsuga (@PraewaThim) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 17:06
    จกุกนี่จกุกจริงๆเลยฮืออออ น่ารักจังเลยค่ะ ฮิลลิ่งดีมากๆ จะติดตามรอนะคะ
    #125
    0
  22. #124 Seobbie Chubbie (@05011990) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 06:05
    โอ๊ยยยยยยย เรื่องนี้ดีอะค่ะ ฮืออออ
    ฟิลจองกุกแบบโคตรดี โคตรอบอุ่น พระเอกจ๋าาาา
    แต่น้องเหมือนกระต่ายอะ ทั้งขี้กลัวทั้งตื่นตูม แต่ตอนนี้เหมือนเพิ่มคำว่าขี้หวงเข้าไปด้วยแล้ว บางทีจองกุกก็ดูเป็นผู้ใหญ่ แต่พอเป็นเรื่องความรักนี่น้องไม่ได้เลย ต้องเรียนรู้อีกเยอะ
    แต่ยุนกิน่ารักมาก ตอนแรกก็ดูน่ากลัว แต่นานไปนี่แมวชัดๆอะ ชอบขู่แง้วๆ ชอบทำตาขวางแต่ก็ยอมเวลาน้องอ้อน แถมชอบป้อนชอบเลี้ยงขนม แพ้ทางเด็กจริงๆ
    นี่ขนาดเป็นแค่พี่ติวกันนะ น้องยังหวงขนาดนี้
    ไม่อยากจะคิดถ้าเกิดได้พัฒนาความสัมพันธ์เลยค่ะ น้องได้หวงพี่อีกเยอะแน่ๆ
    #124
    0
  23. #123 xxxygxxx (@_nncqiz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 00:06
    แงงง้ จองกุกหวงพี่เค้าออกนอกหน้าเกินไปแล้ววววว น่ารักทั้งยัยกิทั้งจกุกเลยค่ะฮือ
    #123
    0
  24. #122 minjaevq (@kim_minjae) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 23:47
    เยยยยย้ ดีใจจจจ มาอัพแล้ววว สาาหนุกกกก ชอบบ พี่กีน่ารักแฮะ จกุกหนูก้หวงพี่นะรูกก เมื่อไหร่จะมีมม.ฟินๆคะไรท์ งื้อออ สู้ๆงับ
    #122
    0
  25. #121 suprw_ (@_suprw) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 23:13
    โอ้ยยยยยยฮืออออออ พี่ยุนกิน่ารักอ่ะะะะะะะ จะทำอะไรก็น่ารักไปหมด ฮือออออออออออออ ชอบว้อยยยยยยยยย น้องกุกเริ่มหวงพี่แล้วอ่ะ หูยยยยยยยยย รอซีนหวานๆคู่นี้เลยค่ะ55555 อร้อยยยยยยยยยยย คือแบบ ฮือออออ มันดีค่ะคุนนนนนนนน รักเลยยย ไรท์สู้ๆนะคะ
    #121
    0