พี่ติวยุนกิ [BTS: KOOKGA]

ตอนที่ 18 : Chapter 17 [END]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,677
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 251 ครั้ง
    19 มี.ค. 61









#พี่ติวยุนกิ

17 (End)






เช้าวันถัดมา จองกุกตื่นตั้งแต่หกโมงครึ่ง ลุกมาล้างหน้าแปรงฟันให้เรียบร้อยแล้วเปิดตู้เย็นดูว่ามีอะไรพอจะกินได้บ้าง ช่วงหลังเวลาแม่ไม่อยู่ก็ต้องทำอะไรง่ายๆ อย่างไข่เจียว ไข่ตุ๋น มาม่าผัด หรือซุปกระป๋องสำเร็จรูปประทังชีวิต ถึงรสชาติจะไม่ได้อร่อยแต่ก็ไม่ท้องเสีย



โชคดีที่ซื้อเสบียงกับของสดตุนไว้เยอะ



จากประสบการณ์แล้วถ้าทำงานเหนื่อยๆ ยุนกิจะนอนประมาณสิบเอ็ดชั่วโมง เลยจัดการเอาแฮมออกมาละลายน้ำแข็งรอไว้ก่อน ระหว่างนั้นก็ขึ้นไปเตรียมเสื้อผ้าที่เจ้าตัวน่าจะพอใส่ได้ ที่จริงก็ได้เกือบหมดทุกตัวนั่นแหละ ด้วยนิสัยเป็นคนชอบใส่เสื้อหลวม ระยะหนึ่งถึงสองปีต่อให้ออกกำลังกายจนตัวใหญ่ขึ้นแต่ก็ไม่ได้ขนาดต้องซื้อใหม่ 



อีกอย่างคือพี่ติวก็มีไหล่ค่อนข้างกว้าง พอเนียนได้แบบไม่โพรกเกินไป



แค่ต้องเลือกที่ผ้าหนาๆ สีเข้มๆ 



ราวเก้าโมงเช้าก็เห็นหน้าง่วงๆ ผลุบออกมาจากผ้าห่ม ผมฟูฟ่องไม่เป็นทรง เดินต้วมเตี้ยมสะลึมสะลือเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟัน บ่นว่าขอยังไม่อาบน้ำ ไว้ค่อยอาบทีเดียวก่อนออกจากบ้านดีกว่า



บนโต๊ะมีออมเล็ตชีสสีเหลืองน่ากิน แฮมจำนวนหนึ่ง กับขนมปังปิ้งทาเนยตั้งเรียงอยู่ ซากกระทะด้านหลังไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่เพราะชีสไหม้กรังติดเป็นหย่อมๆ ส่วนในถังขยะมีผงดำๆ จากการปิ้งไหม้แล้วขูดออก ทุลักทุเลไปบ้างแต่ก็นึกขอบคุณกับความพยายามแหกขี้ตาตื่นมาดูแล 



พอได้หลับเต็มอิ่ม มีอาหารถูกสุขลักษณะตกถึงท้องก็ค่อยมีกำลังใจทำงานขึ้นหน่อย 



“พี่จะกลับกี่โมงเหรอครับ”



ยุนกิยกน้ำเปล่าขึ้นดื่ม ยกถ้วยค้างไว้ตอนตอบ “ไม่ต้องเข้างาน อยากให้อยู่ถึงกี่โมง?”



“ย้ายมาถาวรเลย”



แทบสำลัก



เสียงหัวเราะแบบเด็กๆ ลอยเข้าหู มันนั่งขำพลางหยิบทิชชูมาเช็ดปากเช็ดคางให้ อะไรที่เคยทำไว้กลับเข้าตัวหมด เหมือนกลายเป็นเด็กประถมที่ดูแลตัวเองไม่ได้ แต่คิดไปคิดมาตอนนั้นตัวเองก็ทำไปแบบอัตโนมัติเหมือนกัน จองกุกคงจำๆ ติดนิสัยมาว่าเป็นเรื่องปกติ “เอาดีๆ ดิ แม่กลับวันนี้นี่”



“กว่าจะถึงบ้านก็สี่ทุ่มมั้งครับ งั้นซักสองทุ่มผมไปส่งที่หอก็ได้”



มือยกขึ้นโบกปัดๆ “เดี๋ยวกลับเอง” 



“ถ้าหน้ามืดกลางทางทำไงอะ ให้ผมไปส่งนะ” สีหน้าอ้อนๆ งัดมาใช้แบบที่รู้ว่าจะได้ผล ยุนกิถอนหายใจจนหมดปอด ถามว่าสบายมั้ยก็สบาย ได้นั่งตากแอร์ฟังเพลงบนรถชิวๆ แทนที่จะต้องเรียกแท็กซี่หรือไปเบียดเสียดกับคนอื่นบนรถไฟฟ้า แต่ก็ไม่อยากเสียนิสัยเพราะโดนสปอยล์ตอนโตนี่หว่า 



เว้นก็แต่



“ไม่ได้เจอตั้งสองอาทิตย์ อยากอยู่ด้วยนานๆ ครับ”



โอเค



ยอม



“...เออ ก็ได้”



ตกลงเสร็จก็คว้าจานทั้งหมดบนโต๊ะมาซ้อนกัน ตอนแรกเจ้าบ้านจะล้างให้แต่มันรับหน้าที่ทำอาหารไปแล้วก็ไม่ควรต้องมาเก็บกวาด เป็นว่าข้อตกลงใหม่คือคนนึงทำอีกคนล้าง ถึงงั้นก็มีกระต่ายป้วนเปี้ยนคอยช่วยเช็ดช่วยตากจานอยู่ไม่ห่าง อีกนิดนึงคงสิงร่างแล้วแย่งทำแทน



หลังอาบน้ำเรียบร้อยแต่ยังใส่ชุดนอนตัวเดิม พวกเขาปล่อยเวลาผ่านไปเรื่อยๆ คนนึงนั่งดูหนังฟังเพลง อีกคนก็เปิดรูปขึ้นมารีทัชกับตัดต่อวีดีโอสั้น มื้อกลางวันสั่งไก่ทอดร้านประจำมากินจนอิ่มท้อง มีก่อกวนนอนตักหรือแกล้งเอาขาพาดบ้างพอให้หายคิดถึง โดยเฉพาะครึ่งเด็กครึ่งผู้ใหญ่ที่เห็นก็รู้ว่าพยายามไม่วุ่นวายแต่ก็ขอให้ได้อ้อนซักนิด



ยุนกิชอบอะไรแบบนี้ 



หมายถึง... ชอบที่ทุกอย่างมันดูเรื่อยๆ เด็กนี่ไม่เร่งหรือไม่วุ่นวายแม้จะอยากขนาดไหนตอนเขาไม่ว่าง ที่ไม่ตอบข้อความไม่ใช่เพราะไม่อยากคุย แต่เพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ ก็อยากใช้เวลาเรียนรู้ให้เต็มที่ ดีที่อธิบายไปแล้วพยักหน้าเข้าใจดี ถึงอย่างนั้นก็ตกลงกับตัวเองว่าต้องใส่ใจกับจองกุกให้มากขึ้นอย่างที่อยากทำ



แยกย้ายทำงานทำหน้าที่ตัวเอง พอเสร็จก็กลับมาหาเหมือนกลับบ้าน มั่นใจว่าต้องมีคนยืนอ้าแขนรับ



“เอ้อ พี่ครับ”



ที่เสียบช่องแฟลชกล้องอันเล็กๆ เป็นตัวคุมะมงถูกยื่นให้ คนแบมือรับทำตาโต มองเจ้าหมีแก้มแดงสลับกับคนให้แล้วก็หลุดยิ้มเห็นเหงือก ไม่บ่อยนักกับท่าทีจนเหมือนเด็กได้ของเล่น และส่วนใหญ่ก็เพราะคาร์แรคเตอร์กวนประสาทนี่แหละ “อะไรอะ มีไว้ทำอะไร ซื้อมาให้อ่อ?”



แค่เห็นสีหน้าสดใสก็คุ้มแล้ว



“ไว้ใส่กับช่องแฟลชครับ เห็นแล้วนึกถึง”



คนใช้กล้องทำมาหากินขมวดคิ้ว นึกภาพตามแล้วค่อยร้องอ๋อ “มีไรงี้ด้วยเหรอ น่ารัก ให้จริงนะ? ขอบคุณ”



ถึงจะแปลกใจที่ไม่โดนเอ็ดหรือถามราคา แต่คิดอีกแง่คงเพราะเป็นของที่ชอบมากๆ นั่นแหละเลยลืมเสียสนิท ซ้ำยังลูบหัวลูบหางดึงแก้มอยู่นาน คงอารมณ์ดีทะลุปรอทถึงได้ดีดขึ้นมาเฉยๆ



หลังจากนั้นเตียงกลายเป็นที่นั่งถาวร หูฟังอินเอียร์ราคาแพงของจองกุกถูกใช้คนละข้างแล้วเปิดเพลงสบายๆ คลอไปด้วย แค่นั่งทำงานหรือเล่นเกมอยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ ก็เหมือนมีโลกทั้งใบของตัวเอง







∞  ∞  ∞







ความสัมพันธ์อาจจะแปลกไปซักหน่อยแต่ก็ถือว่าไปได้ดี



เพราะยุนกิหายไปอีกแล้ว



เท่าที่ถามมาคือหมดสัญญาจ้างวันก่อนเปิดเทอมพอดี และกว่าเจ้าตัวจะเลิกงานก็สองทุ่มครึ่ง เห็นบอกว่ามีกินเลี้ยงปิดจ็อบแต่จะกลับถึงหอก่อนเที่ยงคืน แถมยังย้ำว่าห้ามมารับเพราะเปิดเทอมวันแรกต้องไปวิ่งวุ่นเรื่องการปรับตัว ไหนจะต้องหาเพื่อนใหม่ เจอกิจกรรมรับน้องและอื่นๆ ตามที่เคยไปฟังตารางมาแล้วก่อนหน้านี้ โชคดีที่บอกเรื่องลงทะเบียนเรียนไปตั้งแต่ปฐมนิเทศน์เลยไม่งงหนัก



ตอนเริ่มทำงาน อีกฝ่ายบอกว่าไม่ต้องทำทุกวัน



แต่จะมีช่วงที่พี่ตัวขาวหายสาบสูญ พูดสั้นๆ แค่ว่าคุยงาน กลับมาอีกทีก็เสียงเหนื่อยๆ ท่าทางปวดหัวหมดเรี่ยวหมดแรง ตัวเขาเองก็ไม่อยากเซ้าซี้ถามเพราะเห็นท่าทางพร้อมนอนแล้วไม่อยากให้รู้สึกเหมือนโดนเค้นคำตอบ 



ไม่มีทางระแวงหรอก แค่กลัวว่าจะโหมงานหนักไปจนล้มป่วยมากกว่า



พอเหลือเวลาอีกสามวัน ในกรุ๊ปไลน์ของภาควิชามีข้อความบอกว่าวิชาดรออิ้งให้เหลาดินสออีอีมาคนละโหล เตรียมกระดานขนาดเอสองกับกระดาษร้อยปอนด์เรียบมาให้พร้อมอีกสามแผ่น จะมีการทดสอบทักษะความสามารถก่อนเรียนว่าแต่ละคนทำได้ขนาดไหน เห็นแล้วก็ถึงกับนั่งนวดขมับว่าไม่น่าอู้นาน ได้แต่หยิบดินสอมานั่งวาดนู่นนี่ซ้อมมือก่อนถึงวันจริง



โชคร้ายที่วิชานี้อยู่วันพุธ วันที่สองของการเปิดเทอม



ขืนทำไม่ได้คงโดนดุ



อยากเข้าสาขาภาพถ่ายก็จริง แต่พื้นฐานพวกนี้ก็ทิ้งไม่ได้ เป็นวิชาบังคับที่ปีหนึ่งทุกคนต้องเรียน



คืนสุดท้าย ยุนกิที่เคลียร์งานครบปิดจ็อบกลับจากกินเลี้ยงแล้ววีดีโอคอลมาตอนห้าทุ่มครึ่ง มีฉากหลังเป็นหอพักที่คุ้นเคยดี ใช้หมอนอิงคุมะมงเหี่ยวๆ ใบเดิมวางรองแขนบนตัก ให้กำลังใจว่าช่วงแรกอาจจะการบ้านเยอะหน่อยแต่ถ้าแบ่งเวลาดีๆ ก็จะชินไปเอง ฟังเสร็จได้แต่ยิ้มแห้ง ขอกำลังใจจนได้รอยยิ้มโชว์เหงือกกลับมา



“พี่ว่างตอนผมเปิดเทอมพอดีเลยอะ”



สีหน้าคิดหนักปรากฏบนหน้าจอ ‘พรุ่งนี้พี่จะไปอยู่แล้ว ตอนเย็นกินข้าวกันมั้ยล่ะ’



หูกระต่ายล่องหนเด้งออกมาอีกครั้ง หมุนเก้าอี้ทำงานซ้ายขวาเหมือนเด็กอยากไปสนามเด็กเล่น “ไปครับ ไป แต่ไม่รู้ว่าจะเสร็จกี่โมง ต้องทำกิจกรรมคณะต่อ ละวันพุธดรออิ้งมีทดสอบก่อนเรียนอีกอะ”



‘ทำๆ ไป พี่ก็อาจจะว่างค่ำๆ ส่วนดรออิ้งปีพี่ก็มี’ ยุนกิหัวเราะ ท่าทางสะใจบอกไม่ถูกที่ใกล้เห็นคนชะตาขาด ‘ตอนนั้นเอาของมาสุมแล้วให้นั่งล้อมวงวาด ทำไม่เสร็จในวันเดียวหรอก พอหกโมงกว่าแสงเริ่มเพี้ยนก็วาดต่อไม่ได้แล้ว’



ไม่ได้ทำให้ใจชื้นเลย



‘ไม่ต้องหน้าเครียด ไม่มีอะไรหรอก ทำเหมือนที่เคยทำนั่นแหละ’



“ถ้าทำไม่ได้ พี่จะสอนผมมั้ย”



รอยยิ้มเหยียดเหมือนผู้ชนะกลับมาอีกครั้ง



‘สอนดิ สงสัยไรก็ถาม’ คำพูดมั่นอกมั่นใจกับสีหน้าเหมือนตอนติวทำให้แอบนึกถึงสมัยก่อนนิดหน่อย เป็นอะไรที่สังเกตได้ง่ายว่าโหมดทำงานกับโหมดปกติจะต่างกันเรื่องน้ำเสียงกับความกระตือรือร้น อย่างแรกน่ะจริงจังซ้ำยังเข้มงวด แต่นอกเหนือจากนั้นจะดูเฉื่อยๆ เรื่อยๆ เหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา 



เห็นก็มันเขี้ยว แกล้งหยอดไปอีกรอบหลังไม่ได้ทำมานาน



“แล้ว...ถ้าผมขอคบ พี่จะตกลงมั้ยครับ”



ราวกับระเบิดลง



คนในจอเม้มปาก เบือนหน้าหลบสายตาระยิบระยับ ระยะค่อนปีที่ศึกษากันมันไม่เยอะไม่น้อย อีกทั้งการกระทำกับคำพูดหลายอย่างก็เกินไปกว่าที่คิดมากพอตัว แค่บางทีการยืนยันสถานะด้วยชื่อเรียกมันอาจทำให้มั่นใจมากกว่าหรือไม่ก็สามารถตอบคำถามจากคนอื่นได้ชัดเจนกว่าอ้อมๆ แอ้มๆ ว่ามีคนในใจแล้ว



เลยยกมือเกาแก้ม เอาเข้าจริงก็แอบหวงเหมือนกันถ้าเปิดเทอมแล้วเด็กกระต่ายจะกลายเป็นเป้าสายตาของใครหลายๆ คน ตอนนี้มันรูปร่างหน้าตาดีน้อยซะที่ไหน ดีไม่ดีเจ้าพวกน้องๆ ที่รู้จักนั่นแหละจะเป็นแกนนำเต๊าะเด็ก



แต่ถามออกมาแบบนี้ นิสัยขี้อายหายไปไหนหมดวะ



‘...ไม่เขินแล้ว?’



“เขินสิ” จองกุก “ไม่ได้เร่งนะครับ แค่หลอกถามดู”



ปลายสายเงียบไป มีเพียงสีหน้าเคร่งเครียดคิดหนักที่กลายเป็นไฟล์ภาพนิ่ง จริงอยู่พวกเขาไม่ได้แสดงออกกันหวือหวาว่ารักอย่างงู้นอย่างงี้ แค่ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติเรื่อยๆ แต่พอจุดประเด็นขึ้นมาก็อดคิดตามไม่ได้ ยิ่งคิดว่าปกติเด็กนี่ไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องคบไม่คบ ถ้าปริปากพูดเมื่อไหร่แสดงว่าต้องมีเหตุการณ์อะไรกระทบมา



หรือมีคนมาจีบ?



ก็ไม่แปลกใจ...



โอเค ไม่มีทางหรอกที่จะอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ



หากมีแค่สองคนน่ะไม่มีปัญหา แต่กับจุดที่ทั้งคู่กำลังออกไปเจอสังคมใหม่ หากไม่มีอะไรยึดไว้เลยน่ะแย่แน่ๆ



มินยุนกิเอียงคอไปอีกด้าน มือใหญ่ๆ ยกมาลูบคางซ้ำยังขมวดคิ้วจริงจัง ไอ้ความรู้สึกในหัวกับการกระทำระหว่างพวกเขามันชัดเจนมานานแล้วแค่พอใจกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ เพียงแต่อะไรที่ทำแล้วดีกับความสัมพันธ์ระยะยาว...มันก็ควรทำ



‘ถ้า...’



“พี่ ไม่ต้องเครียดขนาดนั้น ไม่ต้องรีบคิดก็ได้ครับ”



‘ไม่ๆ พี่รู้ว่าทำอะไรอยู่ คิดหลายครั้งแล้ว’ ยุนกิเลียปาก ขมวดคิ้วตอนพูด ‘แค่อยากรู้ว่าทำไมถึงถาม ไปเจออะไรมา’



บรรยากาศคล้ายจะจริงจังขึ้นมาหลายเท่า เด็กปีหนึ่งถึงได้ตีหน้านิ่ง กลืนน้ำลายเรียกขวัญกำลังใจก่อนปริปากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นคร่าวๆ มือที่ถือโทรศัพท์ยกค้างไว้ก็เกร็งจนสั่น “...แค่โดนรุ่นพี่ถามตอนไปปฐมนิเทศน์ครับว่ามีแฟนรึยัง ผมไม่รู้จะตอบยังไง แต่ถ้าพี่ไม่โอเคก็ไม่เป็นไร”



คล้ายพี่ติวจะยิ้มร้ายกว่าเคย



จะไปตามหาว่าเป็นใครแล้วเด็ดหัวเรียงตัว



‘แล้วตอบไปว่า?’



“ยัง แต่มีคนที่อยากคบด้วยแล้ว”



ไอ้นี่ก็ซื่อเกิ๊น...



ฟังแล้วได้แต่ส่ายหน้า นั่งเท้าคางหลุดยิ้มเอ็นดูออกมา โดยเฉพาะตอนที่เด็กกระต่ายเกาหัวแก้เก้อ เอนโทรศัพท์หนีให้กล้องจับกำแพงห้องแทนที่จะเป็นหน้าตัวเอง



ถ้าเป็นฝ่ายแซวฝ่ายหยอกเองน่ะไม่อาย แต่พอเป็นคนเล่าก็ยังขี้เขินอยู่ดี



พี่ตัวขาวบีบแก้มตัวเองเล่น ยอมรับว่าพอไม่ได้เจอก็คิดถึงนั่นแหละ บ่นไปงั้นตอนโดนแต่พอไม่มีก็เหงาอยู่บ้าง มือก็ว่างๆ ไม่รู้จะไปลูบหัวใคร นับว่ามันแทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวันได้เนียนยิ่งกว่าเนียน



‘วันหลัง...เสียงห้าวๆ ขาดช่วงไปหลายวิ ภาพถูกเลื่อนขึ้นจนเห็นแค่ตากับผมสีดำสนิท เจ้าตัวคงไม่อยากให้เห็นตอนเม้มปากไม่ก็หน้าแดงหูแดง ‘บอกไปเลยว่ามีแฟนแล้ว’



…เดี๋ยวนะ



จองกุกนิ่งไปหลายวิ อ้าปากค้างแล้วลุกพรวดโวยวายจนเก้าอี้เกือบล้ม



“พี่! ผมยังไม่ได้ขอ!”



‘ไม่ต้อง! น่าอายจะตาย คบก็คบดิวะ!’



“ก็อยากเห็นพี่เขินอะ!” งอแงเสร็จก็ทำหน้าหงิกใส่โทรศัพท์ ทั้งดีใจทั้งเสียดายผสมมั่วไปหมดจากคำพูดเมื่อครู่ ไอ้เขาก็วาดฝันไว้ว่ามินยุนกิจะหน้าแดงแปร๊ดเหมือนตอนบอกว่าชอบ ที่ไหนได้ผ่านไปไม่กี่เดือนเล่นดักทางตลอด ไม่ได้มีท่าทีเหมือนช่วงแรกๆ ซักนิด แล้วไอ้การคุยเรื่องสำคัญแบบนี้ผ่านโทรศัพท์มันใช้ได้ที่ไหน



ผิดแผน



มันไม่สำคัญหรอกตราบใดที่ยุนกิยังแสดงออกว่าต้องการเขา แต่ก็แอบอยากขอคบในร้านอาหาร ตอนไปเที่ยวเล่น หรืออะไรที่บรรยากาศเป็นใจนี่หว่า ไม่ใช่ไม่มีใครพูดแต่จู่ๆ ก็ขึ้นสถานะเสร็จสรรพ 



แก้มนุ่มๆ เจือสีชมพูไปทั้งแถบ โวยลั่นไม่หยุด ‘ไม่ชอบเวลาเขิน งี้แหละดีแล้ว’



ขี้โกงอีกแล้ว



“พี่อะ อะไรเนี่ย ไม่เหมือนที่ตั้งใจไว้เลย”



ถ้าเป็นลูกหมาก็คงครางงี้ดๆ ตอนเจ้าของไม่เล่นด้วย เห็นแล้วก็ยิ้มอ่อนใจ เก็ทว่าคงอยากทำให้อะไรๆ มันเป็นทางการกว่านี้ แต่ในหัวคือถ้าคิดตรงกันทั้งคู่แล้วจะทำอะไรยุ่งยากไปทำไม ไอ้ที่ทำอยู่ทุกวันนี้อย่างหนุนตัก นอนค้าง จูบหน้าผาก หอมหัว ป้อนข้าวป้อนน้ำ ไม่ให้แฟนแล้วจะเป็นแม่เหรอ



‘จริงๆ พี่ไม่สนสถานะ ไม่คิดว่าจะเปลี่ยนอะไรเพราะเป็นแฟนด้วย ที่สำคัญคือคิดยังไงแสดงออกยังไง เข้าใจใช่มั้ย?’ รูปประโยคแบบจริงจังกลับมาอีกครั้ง ถึงคำพูดยาวเหยียดจะดูไม่แคร์โลกไปหน่อยแต่การกระทำทุกอย่างก่อนหน้านี้ยืนยันได้มากพอว่าใส่ใจขนาดไหน ‘ถ้าคนในคณะถามก็บอกไปเลยว่าแฟนหวง’



พอปิดท้ายด้วยแสดงความเป็นเจ้าของก็ทำให้หางกระดิกได้ไม่ยาก



นิสัยแบบพี่คนนี้น่ะ ถ้าไม่ชอบก็จะไม่ยุ่ง 



แสดงออกไม่เก่ง ไม่ค่อยพูดอะไรหวานๆ ให้ได้ยิน แต่ถ้ามองดีๆ จะรู้สึกเองว่าตัวเองมีความหมายต่ออีกฝ่ายมากขนาดไหน เพราะงั้นถึงได้หลงหัวปักหัวปำ คิดไม่ผิดที่อดทนรอแล้วรออีกให้คนขี้ระแวงค่อยๆ เปิดใจคิดทบทวนตัวเอง นึกขอบคุณยูกีฮยอนที่คอยกระซิบบอกวิธีเข้าหาเป็นบางครั้ง 



สิ่งที่ต้องทำคือเดาทางให้ถูก 



“หึง?”



‘หวง’



ฟังจบก็เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ฉีกยิ้มกว้างๆ จนคนปลายสายยิ้มตาม “งั้นถ้าคนอื่นถามพี่ ก็อย่าลืมบอกเหมือนกันนะครับ”



‘จะตอบว่าเลี้ยงกระต่ายไว้ตัวนึง’



“อย่าลืมว่ากระต่ายชอบแทะ” ว่าพลางโชว์ฟันหน้า งับปากล่างตัวเองติดๆ กันหลายครั้งเหมือนเวลาสัตว์เลี้ยงขนปุยกินแครอท ผลที่ได้คือการขมวดคิ้วมองแบบจะด่ายังเปลืองน้ำลาย เลยใจแป้วยิ้มแหะใส่ไปอีกที “อยากอยู่ด้วยจังเลยครับ อยากกัดแก้มด้วย ไม่ได้เจอตั้งนาน คิดถึงจะแย่”



‘พรุ่งนี้ก็ได้เจอแล้ว’



ตากลมโตเหลือบมองนาฬิกา พอเห็นว่าเที่ยงคืนครึ่งก็คงต้องวางสายแล้วนอนให้พร้อมสำหรับการเปิดเทอมพรุ่งนี้ เลยงัดหน้าอ้อนเจ้าของออกมาใช้ตบท้าย ปรับเสียงให้อ่อนลงอัตโนมัติเหมือนทุกที 



“ถ้าผมกอดแน่นไปก็อย่าว่ากันนะครับ”



‘…ก็ไม่ได้ห้ามนี่’



เนี่ย



จะน่ารักไปถึงไหน



จะให้เลิกหลงได้ยังไง



“ขอบคุณนะครับที่ยอมคบกับผม”



ถ้าเป็นคนทั่วไปก็จะบอกว่ารักว่าชอบ แต่เพราะเป็นมินยุนกิที่เอาเข้าจริงก็มีความคิดเป็นตัวของตัวเองในระดับสูงมาก ยิ่งโลกส่วนตัวสูงทบไปอีกก็คงไม่ต้องหวังจะได้ยินอะไรหวานๆ งุ้งงิ้งกลับมา



แต่ความหมายก็เหมือนกันนั่นแหละ



‘จำใหม่ไปซะ ว่าพี่เต็มใจ’



ก็เป็นซะอย่างงี้







∞  ∞  ∞






หลังพยายามมาร่วมปี ชีวิตนักศึกษาก็เริ่มขึ้น



การลงทะเบียนเรียนเทอมแรกมักจะเป็นวิชาของคณะที่ล็อคเอาไว้แล้ว เลยไม่ต้องไปตบตีกับระบบหรือลุ้นข้ามวันข้ามคืนเหมือนรุ่นพี่คนอื่น แค่กดยืนยันให้เรียบร้อยแล้วรอเช็คจากผลของระบบเป็นอันเสร็จ



จอนจองกุกหิ้วกระเป๋าเป้เดินเข้าไปในตึก ในกรุ๊ปมีคุยกันวุ่นวายว่าจะเริ่มเรียนเลยเหรอ ตารางของวันนี้คือประวัติศาสตร์ศิลปะคาบเช้า แล้วคาบบ่ายว่างก็ต้องไปทำงานส่วนรวมของคณะที่ต้องเอาไปร่วมกิจกรรมกับมหาวิทยาลัย ส่วนเวลาว่างที่เหลือก็โดนขู่ไว้ก่อนแล้วว่าไม่เคยได้หนีเที่ยวหรอก งานรอเป็นตั้ง



จะว่าตื่นเต้นก็ใช่



โชคดีที่เขาคุยกับเพื่อนใหม่ได้เร็วประมาณหนึ่ง เป็นผู้ชายสองคนที่เข้ามาทักชวนเล่นเกมวันสอบสัมภาษณ์ คอเกมเหมือนกันชอบฟังเพลงแนวคล้ายกันก็มีเรื่องคุยจนหายเกร็งไปเอง แล้วพอคู่นี้อัธยาศัยดี รู้ตัวอีกทีก็ทักคนนู้นคนนี้รู้จักไปทั่ว ทำใจให้กล้าชวนชาวบ้านคุยซักไม่กี่ประโยคก็คุ้นไปเอง



เสียงของอาจารย์วัยห้าสิบปีพูดแนะนำตัวลอยเข้าหัว พอดูประมวลรายวิชาก็คุ้นว่าทั้งหมดเรียงตามเลคเชอร์ที่พี่ติวเคยให้เอาไว้พร้อมโพยข้อสอบ แต่ก็ตั้งใจว่าจะเรียนเองแล้วอ่านสองฉบับควบคู่กันไป



ที่มินยุนกิบอกว่าจะมานั้นไม่ได้ตกลงเวลา คาดว่าเจ้าตัวคงแวะไปนู่นนี่ตามประสาศิษย์เก่า กว่าจะเจอกันอีกทีคงเย็นๆ แล้วเดินไปกินข้าวด้วยกันอย่างเคย 



แค่คิดก็อยากเห็นอยากได้กำลังใจจากเจ้าของแล้ว



ราวสิบโมงก็ออกจากห้องเลคเชอร์ได้ โชคดีที่วันแรกเป็นการอธิบายเนื้อหาจากภาพรวม บอกสัดส่วนคะแนนกับวิธีการตัดเกรดที่ต่างจากมัธยม มาถึงชัดเจนว่าสอบเจ็ดสิบรายงานสามสิบ ไม่มีคะแนนเช็คชื่อแต่ถ้าขาดเกินสามครั้งเมื่อไหร่ก็เป็นอันติดเอฟ ฟังเหมือนง่าย... แต่ขอเถอะ รายงานที่สั่งนั่นแค่พูดคร่าวๆ ยังรู้เลยว่าต้องหมกตัวในห้องสมุด



เด็กกระต่ายควักโทรศัพท์ออกมาส่งข้อความ 



‘วิชาประวัติศาสตร์นี่คือที่พี่ให้ชีทมารึเปล่าครับ’



หรือบางทีอาจจะยังไม่ตื่น



ใช่ ยังไม่ได้คุยกันเลยซักคำตั้งแต่เช้า



กว่าเจ้าตัวจะตอบก็เที่ยงกว่า คุยอีกนิดหน่อยจองกุกถึงหนีไปช่วยเพื่อนนั่งออกแบบคัทเอาท์ของคณะ กว่าจะตกลงกันได้แล้วเอาแบบไปส่งรุ่นพี่ก็บ่ายสอง ผลคือโดนตีกลับด้วยเหตุผลที่ว่าเด็กเกินไป มันต้องแขวนโชว์บนสแตนด์กับคนทั้งมหาลัยเดี๋ยวขายขี้หน้าเปล่าๆ 



ระหว่างแก้อยู่ตอนสี่โมงเย็น เห็นยุนกิกับจีมินเดินแบกคอมพิวเตอร์ลงมานั่งประจำโต๊ะมุมสุดของใต้ตึกคณะ น่าจะกำลังปรึกษาเรื่องงานเพราะดูซีเรียสจริงจังกว่าทุกที ซ้ำยังมีปีสี่อีกสองสามคนนั่งถือเอกสารรออยู่ไม่ไกล เห็นอย่างนั้นก็ไม่กล้าถามได้แต่นั่งทำส่วนของตัวเองไปเรื่อยๆ



เพื่อนในสาขาอย่างซอกมินดูตกใจนิดหน่อยตอนเห็นเขาคุยกับปีสี่ อันที่จริงก็ไม่เชิงว่าคุย เพราะคนแก่กว่าเล่นเดินมาล็อคคอแสดงความยินดี ประเคนขนมมาให้ห่อใหญ่บอกของขวัญต้อนรับในฐานะลูกสมุนมินยุนกิ เป็นที่มึนงงต่อคนรอบข้างแต่ก็พอจับใจความได้ว่าเรียนมากับพี่คนเดียวกัน



ทันทีที่แบบผ่านก็เท่ากับว่างานวันนี้หมดลงตราบใดที่ยังไม่มีผ้าสำหรับวาด จองกุกก็นั่งล้อมวงกดเกมโทรศัพท์กับเพื่อนใหม่ยิงยาวตั้งแต่หกโมงเย็นยันทุ่มครึ่งเพราะคุณแฟนยังคุยไม่เสร็จ สายตาคนอื่นจะงงหน่อยๆ ที่ทำไมเดินกลับออกไปพร้อมกันแต่ก็ได้คำตอบจากจีมินว่าคงไปกินเลี้ยงฉลองที่ลูกศิษย์สอบติด



ก็อยากไปด้วยหรอก แต่ยังรักชีวิต



เป้าหมายวันนี้คือร้านชาบู ยุนกิบอกว่าจะเลี้ยงเพราะไหนๆ ก็ได้เงินมาแล้ว อันที่จริงเป็นเงินส่วนของสองเดือนแรก ไอ้เดือนสุดท้ายยังไม่ถึงวันตัดยอดก็ได้แต่นั่งกะพริบตาปริบๆ รอเข้าบัญชี ถึงจะโดนค้านนิดหน่อยเพราะช่วงหลังหารจ่ายตลอดแต่พอโดนขู่ว่าจะไม่สอนก็ต้องสงบปากสงบคำ



“คิดถึงแฟนอะ”



อีกแล้ว



คนแก่กว่าแทบจะเอาหัวจุ่มหม้อ



แม่งเอ๊ย อุตส่าห์เลี่ยงไม่คุยเรื่องนี้กับตัว ที่ไหนได้ลากเข้าเฉย “ไม่ต้องพูด”



“ก็บอกแล้วว่าอยากเห็นพี่เขิน” เจ้าตัวหัวเราะเสียงใส คีบผักบุ้งใส่จานอีกคนพร้อมพึมพำว่าเต่าต้องกินเยอะๆ “น่ะ หูแดงอีกแล้วครับ ดีจังพี่ตัวขาวเลยเห็นง่าย”



ขยี้ได้ขยี้ไป



ยุนกิวางตะเกียบ เปลี่ยนมาดูดน้ำทีเดียวครึ่งแก้ว ตีเนียนเปิดดูเมนูทั้งที่ใกล้จะอิ่มเต็มทน “หนวกหูน่า”



นั่งสงบสุขไม่ทันไรก็ต้องสะดุ้งโหยงเพราะเห็นคนคุ้นหน้าเดินมาในร้าน รีบก้มหน้าจนเห็นแต่ผมฟูๆ แต่ดูเหมือนจะไม่ทันเพราะคนที่เด่นคือเจ้าเด็กตาใสที่ตัวสูงผิวดี ยิ้มแล้วเหมือนดึงดูดให้ใครต่อใครมอง โอเค ยิ้มก็ใช่ แต่มันเป็นการหัวเราะท่าทางตลกๆ แทบมุดดินหนีของเขามากกว่า



แถมทำเป็นย่องๆ เดินมาแบบตั้งใจกวนประสาท



“อ้าว จองกุ... อุ๊ย ใครหว่ากินเด็ก”



นั่นปากเหรอ!


“ไอ้จีมิน!” งวดนี้ไม่สนอายแล้ว ขอด่าก่อน “หุบปากแล้วไปนั่งไกลๆ ไม่งั้นไม่ช่วยตรวจหัวข้อ”



ปากอิ่มๆ ฉีกยิ้มกว้างจนดันแก้มตาหยี ถามว่าน่ารักมั้ยก็ใช่ แต่กวนตีนมากกว่าหลายเท่า เพราะมันแยกจากกลุ่มเพื่อนมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะแล้วบิดตัวไปมาทำท่าเขินปลอมๆ “โห ไม่ได้หรอกครับ ยังไงพี่ก็ต้องช่วยเพราะพี่เป็... เชี่ย!”



ขาขาวๆ ยกถีบเต็มแรง สีหน้าจริงจังแบบตำหนิปนขู่ทำร้ายจ้องจนคนมองสะดุ้งโหยง แต่คนโดนทำร้ายดันเบี่ยงตัวหลบทันเฉียดฉิว กำลังจะอ้าปากโวยวายกลับก็ร้องอ๋อเบาๆ แล้วกระเถิบตัวหนี “เข้าใจละ เดี๋ยวพรุ่งนี้จีมส่งที่แก้ให้นะพี่”



“เค”



ตกลงเสร็จก็โบกมือไล่ หันกลับมาอีกทีถึงเห็นสีหน้าที่มีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด 



“พี่ช่วยปีสี่หลายคนจัง”



“ปกติ” ตอบพลางคีบผักเข้าปาก ตามด้วยหมูสไลด์อีกคำโต 



กว่าจะกินเสร็จก็เกือบสามทุ่ม ยุนกิรีบไล่ให้นักศึกษากลับบ้านเตรียมตัวเรียนพรุ่งนี้ ขู่ซ้ำว่าวิชาดรออิ้งปีหนึ่งน่ะการบ้านทุกสัปดาห์แถมยังให้คะแนนโหด ที่บอกว่าจะมีทดสอบก็ไม่ใช่หุ่นง่ายๆ แบบชิ้นสองชิ้นให้วาดแล้วจบ



เด็กโข่งฉวยโอกาสลากไปที่ที่คนน้อยๆ แล้วรวบตัวกอด เอาแก้มแนบกับหัวแล้วถูไปมา หอมซ้ำอีกรอบคล้ายจะฟัดให้ช้ำคามือ คนไม่ชินกับการสกินชิพได้แต่ยืนตัวเกร็ง ไม่ได้ไม่ชอบแต่พออยู่ในที่สาธารณะก็กลัวคนเห็นนิดหน่อย ต่อให้มุดเข้าซอกหน้าห้องน้ำก็ยังระแวงอยู่ดี



“พอแล้ว”



“ก็คิดถึงนี่ครับ”



บอกจะกอดแน่นก็แน่นจริง หายใจแทบไม่ออก



“นี่มันในห้าง” ดุไปหนึ่งทีซ้ำด้วยเขกหัว คนกอดกันมันก็ดูปกติอยู่หรอก แต่ต้องไม่ใช่เหมือนจะรวมร่างแล้วค้างไว้ ยิ่งเป็นช่วงดึกหน่อยบวกกับชุดนักศึกษา ใครมาเห็นเข้าคงดูแย่เสียยิ่งกว่าแย่ “ในมหาลัยก็ห้าม เข้าใจมั้ย”



ถ้ามีหูกระต่ายคงลู่ลงนิดหน่อย



“ครับ...”



แต่ก็สรุปกับตัวเองเสร็จสรรพว่าในบ้านกับหอพักคงทำได้







∞  ∞  ∞







จอนจองกุกแหกขี้ตาตื่นมาถึงคณะตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่ง ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงมาก่อนเวลาขนาดนี้ทั้งที่กินข้าวเช้ามาแล้วเรียบร้อยดี แค่ตื่นเองตั้งแต่ตีห้าแล้วนอนต่อไม่หลับ รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวบอกไม่ถูกเลยตัดสินใจลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว ต่อให้อู้ขนาดออกไปรดน้ำต้นไม้ก็ยังมาถึงก่อนเวลาอยู่ดี



อาจเพราะรูปร่างหน้าตาค่อนข้างจำง่ายบวกกับเคยคุยด้วยสมัยยังติว พอนั่งจ๋องข้างกระเป๋ากระดานอยู่ใต้ตึกรอเข้าเรียนเลยโดนอาจารย์ในคณะท่านหนึ่งวานให้ไปเอาเอกสารจากตึกอื่นให้หน่อย มาพร้อมคำขอโทษเสร็จสรรพเพราะฝ่ายธุรการยังไม่มีใครมาแล้วเป็นงานด่วน พร้อมโทรแจ้งเจ้าของวิชาต่อหน้าว่าอย่าเช็คคนนี้สายเพราะเป็นเหตุสุดวิสัย



เด็กปีหนึ่งถึงกึ่งเดินกึ่งวิ่งแบบหลงทางนิดหน่อย กว่าจะไปถึง ยื่นจดหมายจากคณะเพื่อแลกกับเอกสารสำคัญ วิ่งกลับมาตอนอีกสองนาทีจะถึงเวลาเข้าเรียน พอซองน้ำตาลถึงมืออาจารย์ท่านนั้นก็ได้ค่าขนมมากินเล่นนิดหน่อยก่อนโดนบอกให้รีบไปเข้าห้องตามงาน



สายสิบห้านาที



เด็กกระต่ายกระชับสายกระเป๋าชะโงกซ้ายทีขวาทีอยู่หน้าห้อง พอเห็นว่ากำลังพูดแนะนำรายวิชาอยู่ก็พยายามกลืนน้ำลายหนืดๆ ลงคอ เคาะประตูสองสามครั้งแล้วบอกขออนุญาต อาการหอบน้อยๆ เหงื่อชุ่มตามกรอบหน้ากับไรผม บวกกับคอเสื้อและหลังชุ่มเป็นวงก็ยืนยันได้ว่าวิ่งเต็มสปีดมา



“ที่ไปเอาของจากตึกสามใช่มั้ย”



“ครับ”



“นั่งๆ” รอยยิ้มใจดีคุ้นตาบอกไม่ถูก พอลองนึกดูก็คุ้นๆ ว่าเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของพี่ติวตัวน้อย จองกุกโค้งแล้วก้มหน้าวิ่งไปด้านหลังสุดของห้อง กวาดตามองถึงเห็นว่ามีหุ่นนิ่งกองใหญ่แบ่งไว้สองฝั่งให้นั่งล้อม ตามกำแพงมีตู้กระจกสำหรับเก็บอุปกรณ์การสอน แล้วก็เก้าอี้กลมตัวเล็กๆ ซ้อนไว้หลายสิบตัวให้หยิบมานั่งเรียน 



จ้องสิ่งที่ต้องทำแล้วก็แอบกลืนน้ำลายนิดหน่อย



โต๊ะกับกล่องหลายระดับถูกคลุมด้วยผ้าสีเพลนบ้างมีลายบ้าง ทั้งตะเกียง ขวดแก้ว หม้อดินเผา ดอกไม้ ผลไม้ รวมไปถึงหุ่นหล่อปูนถูกจัดไว้รอบสามร้อยหกสิบองศา ถ้านี่คือการวาดทดสอบพื้นฐาน... เห็นทีจะยากไปหน่อยสำหรับการเริ่มต้นเรียนคาบแรก



“อะ ประมวลรายวิชา”



กระดาษเอสี่สองแผ่นถูกยื่นมาให้จากด้านหลังผ่านช่วงบ่า จองกุกบอกขอบคุณโดยไม่ได้หันกลับไปมองแล้วหยิบมาพลิกหน้าพลิกหลัง หูยังตั้งใจฟังผู้สอนหน้าห้อง เอะใจนิดหน่อยกับโทนเสียงทุ้มๆ ห้าวๆ ที่ชอบฟังมาตลอด



คุ้นๆ อะ



พลันกระดาษเซ็นชื่อพร้อมปากกาลูกลื่นน้ำเงินก็ถูกส่งมาอีกรอบ



“เซ็นนี่ด้วย”



คุ้นจริงๆ นะ...



งวดนี้จึงค่อยๆ หันคอกลับไป



ภาพคนตัวขาวจั๊วะที่นั่งไขว่ห้างอยู่ติดกำแพงห้องทำเอาสติเตลิด จากที่ตาโตอยู่แล้วเหมือนใกล้ถลนออกมาเต็มที พอตั้งท่าจะปริปากพูดก็เห็นอีกคนยกนิ้วชี้แตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ พร้อมสายตาดุๆ ถึงได้รีบหันคอกลับ 



พร้อมหยิกต้นขาตัวเองไปแรงๆ หนึ่งครั้งจนหน้าเบี้ยว 



ตาฝาดปะวะ



เลยรีบก้มหน้าเขียนชื่อนามสกุลตัวบรรจงลงไปในช่องทั้งๆ ที่เหมือนมีสงครามอยู่ในหัว หน้าชื่อเขามีเขียนด้วยปากกาแดงว่าไปช่วยงานอาจารย์คิม พอแอบกวาดตามองถึงเห็นว่าบางคนโดนเช็คสายตั้งแต่วันแรก นี่คงเป็นเหตุผลที่ต้องโทรมาแจ้งก่อนว่าจะขอตัวเด็กไปใช้งาน



พอจะส่งคืน งวดนี้ถึงกลั้นหายใจแล้วหันขวับรวดเดียว



ชิบหาย



ตัวเป็นๆ 



“สิ่งที่ต้องเรียนในวิชานี้ก็ประมาณนี้ แล้วก็จะพาไปออกทริปแลนด์สเคปกันหลังมิดเทอมซักสัปดาห์นึง รายละเอียดจะแจ้งอีกทีหลังจารย์ส่งโครงการให้คณะผ่านแล้ว ยังไงเนื้อหาจะปรับตามมาตรฐานของรุ่นหลังจากส่งงานวัดพื้นฐานชิ้นนี้เสร็จนะ ตั้งใจทำให้เต็มที่ล่ะ”



เสียงพูดของอาจารย์เจ้าของวิชายังดังต่อเนื่อง เขาไม่รู้หรอกว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น ประชุมอะไรไปแล้วบ้าง แต่ที่แน่ๆ คือประโยคถัดมาจากฝั่งหน้าห้องทำให้ละสายตาจากใบหน้าคุ้นตาไม่ได้เสียที



“ส่วนคนที่นั่งอยู่หลังห้องชื่อมินยุนกิ เป็นพี่ที่เพิ่งเรียนจบ จารย์ลากมาเป็นผู้ช่วยทั้งเทอมหรืออาจจะหลายเทอม ดุนิดหน่อยแต่มีอะไรก็ถามได้ เดี๋ยวให้พี่เขาอธิบายเรื่องเช็คชื่อกับส่งงานแล้วกัน ขอไปเอาใบลงทะเบียนเรียนแป๊ปนึง”



…นี่มันอะไรวะเนี่ย



ตาตี่ๆ เหลือบมองทางเด็กติวตัวเองแล้วกระตุกยิ้ม



เป็นรอยยิ้มแบบอยู่เหนือทุกอย่างเหมือนวันแรกไม่มีผิด



นักศึกษาหลายชีวิตหันหลังกลับมามอง พร้อมกับที่เจ้าตัวเปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงกดดันกว่าที่เคย



“วิชานี้จะเริ่มแปดโมง มาหลังแปดเช็คสาย หลังแปดครึ่งเช็คขาด สายสองเท่ากับขาดหนึ่ง ถ้าขาดสามเมื่อไหร่หมดสิทธิ์สอบ ติดเอฟอัตโนมัติ” มินยุนกิม้วนกระดาษในมือเล่นขณะพูด แม้ใบหน้าจะไม่แสดงอารมณ์แต่คำพูดที่ออกมาทำหลายคนกลืนน้ำลายเอื๊อกกับทุกอย่างซึ่งขัดกับความนุ่มนิ่มภายนอก



“เรื่องส่งงาน... ช่วงแรกส่งทุกสัปดาห์ภายในแปดโมงตรงก่อนเริ่มคาบ มาวางไว้บนโต๊ะนี้” มือขาวเคาะโต๊ะตัวใหญ่ที่อยู่ข้างๆ ตัวเองสองสามครั้ง พอมองถึงเห็นป้ายติดไว้ว่าปีหนึ่ง “พี่จะเป็นคนรวมแล้วส่งอาจารย์ให้ เพราะงั้นใครกลัวมาสายก็ให้วางไว้ตั้งแต่วันอังคารเลย ถ่ายรูปเอาไว้ให้ชัดๆ ด้วยว่าทำเสร็จแล้วเผื่อหาย เลทคือติดเอฟช่องนั้น งานลวกงานหยาบก็เอฟ ครบสี่ตัวเมื่อไหร่ไปถอนได้เลย โตแล้วก็ต้องรับผิดชอบงานตัวเองให้ได้ มีอะไรสงสัยมั้ย?”



ความเงียบเข้าปกคลุมอยู่พักหนึ่ง



จองกุกขมวดคิ้ว ยังตั้งหลักไม่ได้เท่าไหร่กับทุกอย่างที่เกิดขึ้นตรงหน้า



พลันเพื่อนคนที่เคยคุยเรื่องเกมในวันสัมภาษณ์ค่อยๆ ยกมือ แน่นอนว่าผู้ช่วยก็บอกให้ถามได้



“ถ้าส่งตั้งแต่เย็นวันอังคารก็วางทิ้งไว้ได้เลยเหรอครับ”



ยุนกิพยักหน้า “ใช่ ทุกอังคารพี่มีช่วยปีสี่ตรวจงาน จะเสร็จค่ำๆ หน่อยอยู่แล้ว เพราะงั้นเอาชัวร์ๆ ก็วางไว้ภายในหนึ่งทุ่ม แล้วพี่จะมาเก็บไปก่อน ยังไงก็อย่าลืมถ่ายรูปไว้ด้วยล่ะ”



ภาพรุ่นพี่ปีสี่หลายคนนั่งต่อคิวคุยงานไหลย้อนกลับมาในหัว 



ทำไมเขาถึงไม่เอะใจ



แถมยังคิดแค่ว่าใจดีจัง เรียนจบแล้วยังกลับมาช่วยอีก



จากที่นั่งแถวหลังสุด พอทุกคนหันกลับมามองอาจารย์ผู้ช่วยก็กลายเป็นใกล้สุดติดขอบเวที จองกุกเงยหน้าสบตาค้างไว้อย่างนั้น พยายามตั้งสติแล้วแต่ก็ไม่ได้ผล ในหัวยังปนกันอยู่ระหว่างนี่คือพี่ติว อาจารย์ หรือแฟน สรุปแล้วต้องทำตัวยังไงเวลาอยู่ด้วยกันหรือต้องคำพูดสุภาพขนาดไหนในรั้วมหาวิทยาลัย



ถามว่าดีใจมั้ยก็ใช่



แต่มัน...ร้อนๆ หนาวๆ บอกไม่ถูก



แรงสะกิดเบาๆ จากเพื่อนข้างหลังก็อีกเรื่อง



“นี่คือพี่มินยุนกิที่พี่จีมินบอกว่าติวกับคนเดียวกันปะ”



นั่นไง



เพราะไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะมายืนตรงนี้ เลยทั้งงอแงให้มาส่ง ยืนคุยหน้าห้องสัมภาษณ์ ไปจนถึงเมื่อวานก็ยังนั่งรอเป็นหมาเชื่องๆ จนกว่าเจ้าของจะทำธุระเสร็จ แล้วยิ่งยุนกิหน้าตาน่ารักน่ามอง จะมีคนจำได้หลายคนก็ไม่แปลก



หวงไงก็ไม่รู้



“อ่า... ใช่ ตั้งแต่ม.ห้า”



ถึงจะเป็นเสียงคุยเบาๆ แต่เพราะอยู่ใกล้กันเลยได้ยินตั้งแต่ต้นจนจบ ยุนกิเหลือบตามองนิดหน่อยแล้วถอนหายใจ ก่อนจะพูดอธิบายประเด็นที่หลายคนเริ่มสงสัย ต่อให้วันนี้ยังแทบไม่ได้คุยกันแต่ก่อนหน้านั้นใครช่างสังเกตความจำดีก็คงคุ้นตา



และนั่นคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่



เอาเถอะ



“สำหรับคนที่สงสัย พี่ติวให้ไอ้เด็กนี่มาตั้งแต่ม.ห้าเทอมสอง” ม้วนกระดาษชี้ไปทางเด็กกระต่ายกับเพื่อนที่สะดุ้งโหยงเหมือนโดนจับได้ว่าแอบคุยในห้องเรียน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มแหะกล้าๆ กลัวๆ “แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะมีคะแนนพิศวาสตอนเรียน วิชานี้คะแนนงานร้อยเปอร์เซ็นต์ และคนตรวจงานไม่ใช่พี่ ถ้ามีอะไรค้านสายตาก็แย้งได้”



จากการพูดยิ้มๆ ปากแมวกลายเป็นกระตุกยิ้มมุมปากแทน 



“งานชิ้นแรกคือวาดหุ่นนิ่งพวกนี้ ใครอยากนั่งตรงไหนก็นั่ง เลือกมุมที่ชอบเอาเองแล้ววาดให้เต็มแผ่นเอสองไม่ต้องเว้นขอบ จัดคอมโพสให้มีวัตถุอย่างต่ำห้าอย่าง สงสัยอะไรก็ถาม ทำไม่ได้ก็พยายามทำดูก่อนเพราะนี่เพิ่งคาบแรก ส่งภายในแปดโมงเช้าสัปดาห์หน้า สงสัยอะไรก็ถาม โอเคมั้ย”



โอเค...



ที่ไหนล่ะ!



ความรู้สึกเก่าๆ ที่ห่างไปตั้งแต่สอบติดย้อนกลับมา พี่ยุนกิของเขายังใช้น้ำเสียงเหมือนเดิมเวลาสอน เข้มงวดกับความตรงต่อเวลาแล้วก็ความรับผิดชอบเป็นที่หนึ่ง ถึงจะมีความรู้สึกหวงพี่หรือหวงแฟนตกค้างอยู่บ้างแต่ก็อาจจะดีกว่าทำงานไกลจนไม่ได้เจอหน้ากันเลยเป็นเดือนๆ



จองกุกเลือกที่นั่งเกือบมุมสุดของห้อง หยิบกระดานมาวางแล้วเริ่มต้นวาดตามสิ่งที่ได้เรียนมาแล้วยังจำฝังหัว



ถึงตอนเรียนครั้งแรกจะปากสั่นมือสั่น แต่ตอนนี้...



สารภาพว่ามือยังจับดินสอไม่อยู่



ถ้าทำไม่ได้?



ถ้าวาดได้ไม่ดีพอเหมือนสมัยยังติว หรือว่าผลออกมาไม่เป็นแบบที่ตัวเองหวัง?



แล้วถ้าเกิดมีเพื่อนร่วมรุ่นคนอื่นทำได้ดีกว่า แล้วชอบพี่ยุนกิแบบเดียวกับที่เขาชอบจะทำยังไง? 



ระหว่างหน้าเครียดกำดินสอแน่น แรงบีบหลังคอเบาๆ หนึ่งทีจากยุนกิพอจะทำให้ใจชื้นขึ้นมาบ้าง ยิ่งปิดท้ายด้วยการแปะมือบนหัวซ้ำหนึ่งรอบก็พยายามตั้งสติ เขาพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสมาธิกับงานตรงหน้า



ตอนนี้กับตอนเริ่มเรียนไม่เหมือนกัน



และพี่ยุนกิเลือกเขา...



เสียงห้าวๆ พูดบอกอีกครั้ง พอหันไปถึงเห็นว่าเจ้าตัวมองมาก่อนอยู่แล้ว



“ใครยังไม่แม่นเรื่องคร็อปภาพ เอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายก่อนก็ได้แต่ห้ามวาดจากรูป”



เขาล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบขึ้นมาดู มีข้อความเด้งมาเมื่อหนึ่งนาทีก่อน




mYoongi.: หน้าเครียดอะไร ค่อยๆวาดไป เด็กติวพี่ทำได้อยู่แล้ว


เขาหลุดยิ้ม

ก่อนจะเด้งขึ้นมาอีกอัน



mYoongi.: *แฟน




ให้ตายเหอะ



แล้วเล่นกดล็อคหน้าจอ โยนกลับเข้ากระเป๋าเป้แล้วตีเนียนเดินไปตรวจงานต่อนั่นมันอะไรอะ 



ขี้โกงอีกแล้ว



นั่นแหละ... จะไปหายหลงพี่ติวคนนี้ได้ยังไง






- End -


#พี่ติวยุนกิ





*คำเตือน ทอล์คยาวมาก



สวัสดีค่า

จบแล้วนะคะ

อาจจะจบแบบงงๆ แต่ที่ตั้งใจไว้คืออยากให้นึกภาพออกว่าสองคนนี้จะคบกันในรูปแบบนี้

ถ้ามีปัญหาจะเคลียร์ยังไง บรรยากาศเป็นยังไง ไม่อยากให้จบเป็นเนื้อเรื่องค่ะ น้องเพิ่งปีหนึ่งเองเนอะ

ที่จบเพราะรู้สึกว่ามันควรจบ เป้าหมายคือน้องต้องการติวให้สอบติดมหาลัย น้องทำได้แล้ว /ปรบมือ แค่ได้พี่มาเป็นแฟนด้วย55



ขอบคุณทุกคนที่รักคู่กุกก้า รักพี่ติวกับเด็กติวแดกดุ คอยตามคอยเม้นต์ให้กำลังใจ ทักมาเม้ามอยในทวิตเรื่อยๆ จนมีตอนจบเกิดขึ้นนะคะ ขอบคุณจริงๆค่ะ



อาจจะอ่านแล้วงงไปบ้าง เป็นฟิคเพื่อการศึกษาไปหน่อย อันนี้ไม่ได้ตั้งใจ

แต่เรื่องที่จนตอนจบยังไม่บอกรักกัน เราตั้งใจค่ะ ถ้าอ่านบรรยายดูการกระทำของสองคนนี้แล้วรู้สึกว่าพวกเขารักกันก็จะดีใจมาก



อีกเรื่องคือ ฟิคเป็นเรื่องของจินตนาการ ความมโนอันกว้างไกลเป็นตุเป็นตะ ทุกอย่างไม่มีจริง รบกวนอย่าเปรียบเทียบหรืออะไรกับเรื่องอื่นของคนอื่นเลยนะคะ นี่คือฟิคพี่ติวเนอะ 



สุดท้าย

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

ขอบคุณที่อ่าน ที่ชอบแฟนฟิคเรื่องนี้



ไม่รู้จะมีเรื่องหน้ามั้ย

หรือว่าจะแต่งตอนพิเศษออกมั้ย(ฟิคบล็อคมาระยะนึงตั้งแต่สะดุดในทวิต)

แต่จะพยายามรวมเล่มเป็นที่ระทึก(?)นะคะ T T ที่ตั้งใจไว้คือปลายเมษา-ต้นพ.ค. ไม่มีหวังเล้ย..



ปล.สำหรับคนที่ไม่ชอบคอมเม้นต์ในที่สาธารณะ พิมพ์คอมเม้นต์ในนี้ได้นะคะ มีเราเห็นคนเดียวค่ะ <3

จิ้ม

ในทวิตก็ได้ ในเด็กดีก็ได้ ในไหนก็ได้55555 ตอนสุดท้ายแล้วน๊า ไม่มีแล้วน๊า(?)

มายาวๆเป็นเรียงความเลยก็ได้นะคะ555555 อยากรู้ค่ะว่าคิดยังไงกับเรื่องนี้ เป็นยังไงบ้าง ;v; มาเถอะนะ 

*พันแข้งพันขาอ้อนวอน*




ขอบคุณค่ะ



ปล.มีจอยเรื่องใหม่มาให้อ่านแก้ขัด #น้ำตาลครับ




nerr

twitter: n_nerrr

18 MAR 2018




(ใจหายเลยอะ... ; ;.... ไม่เคยแต่งฟิคเรื่องไหนจบแล้วใจหายขนาดนี้ ; ;...)










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 251 ครั้ง

870 ความคิดเห็น

  1. #870 master-ichiyama (@boss-ichiyama) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 00:42
    ชอบมากๆค่ะ น่ารักกก
    #870
    0
  2. #846 bing2004bg (@bing2004bg) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 10:48

    สุดยอดๆๆๆๆน่ารักกกกกกๆๆๆๆ
    #846
    0
  3. #845 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 23:50
    น่ารักมากเลยค่า ชอบบบ
    #845
    0
  4. #828 3d1113 (@3d1113) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:13
    รักเรื่องนี้สุดๆๆ น่ารักมากกกกกแง้ ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆนะคะะะ
    #828
    0
  5. #826 VarisaraVrsr (@VarisaraVrsr) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 01:15
    รักเรื่องนี้ม้ากกกกกก ชอบภาษา ฮื่อออออออ ผลิตฟิคคุณภาพแบบนี่ต่อไปเรื่อยๆนะคะ เลิ้บบบบบ&#128151;&#128151;&#128151;&#128151;
    #826
    0
  6. #825 toeywrant (@toeywrant) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 04:04
    แง น่ารักกกกก ช่วงนี้เราอ่านจอยบ่อยเลยอยากอ่านฟิคยาวๆ แล้วบังเอิญเจอแนะนำค่ะ เลยอ่านดู เราช อบอารมณ์ที่มันเรื่อยๆนะคะ เหมือนเราโตพร้อมจองกุก จากวันแรกที่ยังมือหนักเส้นเข้มจนถึงวันที่เรียนจริง รู้สึกว่ามันเรื่อยๆเหมือนฤดูหนาวที่เชียงรายค่ะ ภาษาก็น่ารัก ขอบคุณที่แต่งโทนนี้นะคะ &#128156;
    #825
    0
  7. #824 SNW ...Kya ing (@vasuntara-ink) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 01:37
    รักไรท์เตอร์ ขอบคุณที่แต่งฟิคน่ารักๆเรื่องนี้จนจบนะคะ
    #824
    0
  8. #820 Nulaw (@Nulaw) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 19:17
    ฟิคดีมากๆเรื่องนึงเลย ขอบคุณนะคะะ
    #820
    0
  9. #814 Capriccioso (@june-j) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 18:53
    เราเองเป็นคนพิมพ์ไม่ค่อยเก่ง แต่ขอบคุณไรท์มากๆที่แต่งเรืองนี้ขึ้นมา นี่มันเหมือนฟิคที่เราตามหามานานมากก ชอบความละมุนนนนในเรื่อง และเราชอบที่มันดูเป็นฟิคการศึกษานะคะ เปิดโลกดีเพราะเราเองเรียนสายวิทย์เลยไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับคณะสายศิลป์เลย ทำไมเราถึงเพิ่งมาเจอเรื่องนี้กันนะ รักเรื่องนี้มากๆค่ะ รักไรท์ด้วยย กอดดด
    #814
    0
  10. #808 aqua11 (@aqua11) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 00:22

    น่ารักตั้งแต่ตอนแรกยันตอนสุดท้ายเลยค่ะ แง ขำน้องตอนสับสนว่าจะเป็นสถานะไหนดีแฟน พี่ติว หรือผู้ช่วยอาจารย์ 55555555 เป็นฟิคที่เรารักในความสัมพันธ์เรื่อยๆ มากเลยค่ะ ไม่หวือหวาแต่ก็ไม่ได้ช้าจนเกินไป มีพัฒนาการในทุกตอนทั้งการกระทำ การแสดงออก คำพูด ขอบคุณนะคะที่แต่งเรื่องนี้ ทำให้เรายิ้มได้ตลอดการอ่านเลยค่ะ ;)

    #808
    0
  11. #787 Icecream (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 22:54

    อ่านจบมาหลายรอบแล้ววว ชอบมาก อยากให้มี

    season 2 ขอร้องแหละ please ~~~~

    ต่อๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #787
    0
  12. #784 Ing_ntkd (@natrika-ing) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 16:51
    อ่านจบรอบสองแล้วววว ก็ยังเขินอยู่ดี เป็นเรื่องที่ไม่หวือหวาแต่คือละมุนมากก มันเรื่อยๆแบบพอกรุบกริบ นกุกกับคุณยุนกินั่ลลัคคคค ขอสารภาพว่าที่กลับมาอ่านอีกรอบเพราะรหัสมือถือนกุก แต่ก็ยังไม่เจออยู่ดี;-;
    #784
    0
  13. #782 taekook57 (@taekook57) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 23:04
    จบแล้วว อ่านรวดมาหนึ่งอาทิตย์จบเลย ไม่ช้าไม่เร็วเนอะ เพราะแต่ละตอนก็ไม่ได้สั้น^^ บอกก่อนว่าเห็นเป็นเรื่องแนะนำอยู่หน้าฟีดเลยกดเข้ามา bookmarks ไว้ อ่านตอนแรกจบหนึ่งตอนแต่ยังรู้สึกไม่อิน ไม่ใช่ไม่ชอบนะคะ แต่ตอนนั้นอยากอ่านอะไรที่มันตื่นเต้นๆ ???? แล้วก็เหมือนพรหมลิขิต? ที่ฟิค unlock kookga ก็ขึ้นมาหน้าฟีดอีก แล้วปรากฎว่าชอบอันนั้นมาก เลยอ่านอันนั้นจนจบ ติดใจภาษาเลยกดเข้ามาดูว่ามีเรื่องอื่นอีกไหมถึงอ้าว! เรื่องนี้เอง เลยกลับมาอ่าน(ฟิลก็มาด้วย เพราะอ่านจากอันล็อคแล้วภาษาบรรยายดีเลยคิดว่าอันนี้ก็น่าจะดี) ซึ่งก็ดีจริงๆ ทั้งภาษา ทั้งพล็อต ทั้งความโดดเด่นของคาแร็คเตอร์ตัวละครทุกตัว ไรท์แต่งดีมาก ไม่มีตัวไหนดรอป หรือเด่นเกินไปเลย ความรู้สึกปนชอบ ปนหวงแบบเรื่อยๆ ของสองพระนายก็ดีมาก ได้เห็นเขาเติบโตไปด้วยกันเรื่อยๆ ไม่รีบเร่ง ไม่หวือหวา ต่างคนต่างดูแล ต่างคนต่างช่วยกันบอก ช่วยกันแก้ข้อด้อยข้อดีกันและกันไปเรื่อย เป็นคู่ที่เป็นทั้งเพื่อน พี่ น้อง แฟน และแม่จริงๆ อีกอย่างไม่มีการบอกรักกันตอนจบแต่เรากลับรู้สึกว่าเรียลมากๆ เลยค่ะ

    ปล.เคยเม้นไปในตอนกลางๆ เรื่องว่า ชอบที่ไรท์ติว(ผ่านตัวละครยุนกิ)มาในเรื่องมากเลยค่ะ อ่านแล้วอยากเรียนและรู้สึกได้ความรู้จริงๆ

    สุดท้ายขอบคุณสำหรับฟิคดีๆ นะคะ ขอให้รักษาสุขภาพ และมีกำลังใจเขียนฟิคน่ารักๆ แบบนี้ออกมาอีกหลายๆ เรื่อง จะรอติดตามเรื่อยๆ ไปนะคะ รัก<3
    #782
    0
  14. #781 JK's (@itsmetomokaew) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 02:05
    จบเเล้ววว เราชอบการบรรยายยุนกิเเบบนี้มากเลย ดูเหมือนพี่เค้าตัวจิงดี5555555555นิ่งๆหน่อย เเล่วบรรยายจองกุกน่ารักๆเเบบนี้เราชอบมากเลยยยฮื้อออดีไปหมดด จะติดตามต่อในเรื่องต่อๆไปนะค้าา
    #781
    0
  15. #768 Mintarisreal (@Mintarisreal) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 11:35
    อมกกกกกกกกกกก ตกใจแทนจกุกกกกกกกกก
    #768
    0
  16. #767 Mew (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 21:08

    เราไม่เคยอ่านฟิคเรื่องไหน แล้วอินกับฉากกุ๊กกิ๊กเท่าเรื่องนี้มาก่อนเลยอ่ะ แบบจองกุกหยอดยุนกิหน่อย ก็เขิน ก็บิดคือมันดูแบบเป็นธรรมชาติมากๆ ขอบคุณที่แต่งขึ้นมานะคะ ได้ความรู้เยอะเลย เหมือนได้ไปนั่งติวด้วยเลยค่ะ

    #767
    0
  17. #750 'PIOGGIA' (@pioggiia) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 00:22
    กรี๊ดหนักมากกับคำว่าแฟน ฮืออออ
    เค้าไม่ไหว เรื่องนี้ไม่หวือหวาแต่แทบจะจิกหมอนมันทุกตอนไป
    น่ารักมากพี่ยุนกิตอนที่ส่งข้อความมาให้น้อง
    โอ๊ยยยยย ใจ...ไม่ไหวแร้นนนน ;_;
    *แฟน เชอะๆๆๆ เหม็นฟามรักกกกก
    ขอบคุณสำหรับเรื่องน่ารักๆแบบนี้นะคะ
    รอติดตามเรื่องต่อๆไปจ้า
    #750
    0
  18. #742 ThepanongPunpun (@ThepanongPunpun) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 02:02
    อยากให้มีภาคต่ออ่ะ ;-; //
    #742
    0
  19. #727 Faasaai (@Faasaai) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 16:39
    ว้อนมากกกก ขออีกเรื่องนะไรท์ ชอบนิยายแบบนี้มาก
    #727
    0
  20. #724 wsbn (@bonus-bovie) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 10:41
    แง พอจบแล้วจะร้องไห้ ชอบมากเลย โอ้ย เขินอ่ะ ขอบคุณไรท์มากนะคะ ที่แต่งนิยายดีดีแบบนี้ &#128149;
    #724
    0
  21. #722 ARDS; (@babyshorttyrd) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 11:24
    แงงงงง ติดมากก ชอบความงอแงของน้องที่มีกะพี่ ชอบความดูแลของพี่ที่มีให้น้อง ฮื่ออ ไหนบอกไม่ตามใจไงต่างคนต่างตามใจกันทั้งคู่ น่ารักมากกกก เป็นฟิคกุกก้าที่ชอบอันดับต้นๆในใจเลยจริงๆ อยากได้รวมเล่มอะ
    #722
    0
  22. #714 prawarin_png (@prawarin_png) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 09:06
    จบแล้ว ฮือออ เป็นฟิคที่ละมุนหัวใจมาก ไม่ต้องหวือหวาอะไรมากก็ทำเราเขินบิดเป็นเลขแปดได้ ชอบความเรื่อยๆของคู่นี้จัง ตอนท้ายที่คุณยุนกิมาเป็นผู้ช่วยอาจารย์นี่หลุดกรี้ดเลย เซอร์ไพรส์! ยิ่งตอนพี่เค้าส่งข้อความมาหาจองกุกก็แบบ พี่มันร้ายอะ ฮือ พี่ตัวแสบ
    #714
    0
  23. #713 jjjjackd (@jjjjackd) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 22:19
    ฮื้อออ เขินน.///. ชอบภาษาชอบเนื้อเรื่องแบบนี้มากค่ะ มันดูมีเสน่ห์นะเราว่า แล้วก็อ่านแล้วคิดถึงพี่ก้ากับนกุกจริงๆเลย อยากจะกระโดกอดไรท์แล้วตะโกนบอกว่าชอบมากกกก ชอบบบบบ(ดูรุนแรงเนอะ-.,-) เป็นฟิคกุกก้าที่ชอบที่สุดเรื่องนึงเลยนะ จริงๆตามมาตั้งแต่ตอนแรกๆเลยแต่เพิ่งมาเม้นต์เอาตอนจบ แงง(เค้าขอโต้ดดด) อยากขอบคุณที่แต่งฟิคให้ได้อ่านกันจนจบ สู้ๆนะคะรอติดตามเรื่องต่อค่าา รักๆๆๆๆๆ
    #713
    0
  24. #712 jjjjackd (@jjjjackd) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 22:19
    ฮื้อออ เขินน.///. ชอบภาษาชอบเนื้อเรื่องแบบนี้มากค่ะ มันดูมีเสน่ห์นะเราว่า แล้วก็อ่านแล้วคิดถึงพี่ก้ากับนกุกจริงๆเลย อยากจะกระโดกอดไรท์แล้วตะโกนบอกว่าชอบมากกกก ชอบบบบบ(ดูรุนแรงเนอะ-.,-) เป็นฟิคกุกก้าที่ชอบที่สุดเรื่องนึงเลยนะ จริงๆตามมาตั้งแต่ตอนแรกๆเลยแต่เพิ่งมาเม้นต์เอาตอนจบ แงง(เค้าขอโต้ดดด) อยากขอบคุณที่แต่งฟิคให้ได้อ่านกันจนจบ สู้ๆนะคะรอติดตามเรื่องต่อค่าา รักๆๆๆๆๆ
    #712
    0
  25. #702 Partyagape (@Partyagape) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 13:33
    เป็นฟิคที่น่ารักมากกกกกก ฮืออออออ จบแล้วแอบใจหายอะ เหมือนอยู่กับน้องมาตั้งแต่ติว จนน้องเข้ามหาลัย ได้พี่ติวเป็นแฟนนน รักไรท์ที่สุด ขอให้มีฟิคดีๆแบบนี้ออกมาให้ติดตามเรื่อยๆนะคะ จะรอ เป็นFC เลยย รักกกก 
    #702
    0