พี่ติวยุนกิ [BTS: KOOKGA]

ตอนที่ 17 : Chapter 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,411
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 141 ครั้ง
    3 มี.ค. 61










#พี่ติวยุนกิ

16





นับจากวันประกาศผลสอบสัมภาษณ์ จนเรียนจบม.หกก็กินเวลาประมาณสองถึงสามเดือน จอนจองกุกสอบติด เรียนจบ มีชื่ออยู่ในผู้มีสิทธิ์ศึกษาต่ออย่างเป็นทางการ ระหว่างรอก้าวลงนรกมันก็ออกไปเที่ยวเล่นถ่ายรูปนู่นนี่ตามประสาคนบ้านมีทุนทรัพย์และสนับสนุน ไม่ได้เว้นจากการวาดเส้นเท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้ทำบ่อยเหมือนก่อน



กะจะตีเนียนเทๆ ไปนั่นแหละ แต่โดนพี่ติวโบกหัวไปหนึ่งทีเพราะปีหนึ่งยังต้องเรียนอยู่ 



ยุนกิไม่มั่นใจนักว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กน้อยตาแป๋วที่เดินตามต้อยๆ เพราะช่วงที่วุ่นวายจนแทบไม่ได้เจอหน้าเป็นเดือนๆ อย่างปีสี่เทอมสอง มีแค่คุยผ่านข้อความสั้นๆ ไม่ได้คอลด้วยซ้ำ โผล่มาอีกทีทั้งลักษณะทางกายภาพ บุคลิก คำพูดคำจาทุกอย่างดูจะโตไปตามวัยได้เร็วจนน่าใจหาย แม้ยังมีความออดอ้อนกวนประสาทแบบเด็กๆ กับแววตาสดใสอยู่แต่ไม่ได้แสดงออกชัดเจนเหมือนเคย



ส่วนสูงก็ยืดขึ้นเรื่อยๆ บวกกับไปออกกำลังกายหนักขึ้นจากที่ทำกิจกรรมฝ่ายกีฬาอยู่แล้ว ตอนนี้เลยตัวใหญ่กว่าเขาแบบค่อนข้างชัด ไม่ได้ผอมแห้งไปหมดเหมือนตอนเพิ่งเจอครั้งแรกๆ นึกตามก็ได้แต่อิจฉาเพราะเขาหยุดสูงไปนานหลายปีในขณะที่อีกคนยังอยู่ในวัยเหมาะสม



มันยังซื่อ ตาใส เป็นเด็กน้อยในสายตาเขาอยู่ดีนั่นแหละ



แค่มีวุฒิภาวะมากพอจนกล้าไว้ใจให้แตะต้องงาน รวมไปถึงคุยเรื่องจริงจังต่างๆ ได้มากขึ้น ต่อให้การแสดงออกกับมุมมองบางอย่างจะยังเด็กอยู่บ้างแต่โดยรวมก็ถือว่าอ่านหลายๆ อย่างออก จัดในหมวดคนใจเย็นคุยด้วยเหตุผลรู้เรื่อง



จะทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดของคนรอบตัวแล้วกัน



ที่บอกว่าเลี้ยงเด็กไว้กินเองนั่นน่ะ... 



ระหว่างหัวหมุนกับโปรเจคจบ ดีที่ช่วงเดือนสองเดือนสุดท้ายเด็กกระต่ายเวอร์ชั่นใหม่ปิดเทอมพอดีเลยโผล่มาช่วยงานจิปาถะอย่างจัดสตูดิโอ ถ่ายงาน ซื้อข้าวซื้อน้ำกับเป็นแบตสำรองเคลื่อนที่ ถึงจะโดนเพื่อนคนอื่นแซวจนต้องหันไปด่าแต่ก็ดีกว่าไม่มีลูกมือ



วันที่ต้องส่งเล่มศิลปนิพนธ์​ พี่ตัวขาวไปกินเลี้ยงฉลองกับเพื่อนในภาควิชาจนตีสอง ตกใจอ้าปากค้างก็ตอนตีหนึ่งที่จองกุกไลน์มาบอกว่าอันตรายไม่อยากให้โบกแท็กซี่กลับ คุยอยู่นานเพราะทางนั้นยืนยันว่าจะมารับ คนพี่เมากึ่มๆ นิดหน่อยเลยคุยไม่รู้เรื่องซักทีว่ารับยังไง แท็กซี่มาเหรอ สุดท้ายช็อกหนักกว่าเดิมก็ตอนเห็นว่าเด็กนั่นขับรถของที่บ้านมาจอดแถวๆ ร้าน มีใบขับขี่เรียบร้อยถูกต้องตามกฏหมาย พอถามก็บอกว่าไปเรียนตั้งแต่ตอนสอบติด



ให้ตาย



กีฮยอนยืนกอดอกยิ้มแสยะ พูดซ้ำๆ ว่าเลือกไม่ผิด สมแล้วที่เพื่อนสอนมากับมือ ฮาวทูเทรนยัวร์จองกุก



พ่อมึงเหอะ 



ไม่ได้หวังว่าจะโดนดูแลเทคแคร์อะไรขนาดนั้น แต่พอเห็นท่าทางภูมิอกภูมิใจของเด็กกระต่ายเวลาทำหลายๆ อย่างเพื่อเขาก็ได้แต่เอ็นดู อันที่จริงวันประกาศผลสอบ จะบอกว่าจีบก็ใช่...แต่ก็ไม่เชิง เพราะสิ่งที่จองกุกทำคือการบอกว่าอยากเป็นคนที่พึ่งพาได้ และก็ทำตามนั้นจริงๆ ตลอดระยะสี่เดือนที่ผ่านมา



ถือว่าจังหวะดี เพราะยุนกิหัวหมุนพักผ่อนไม่พอกับการเรียน พอมีคนคอยดูแลระยะประชิดเลยไม่ถึงกับล้มป่วยหรือเครียดเกินเหตุ และก็พอดีอีกเช่นกันเพราะเขาต้องมาคณะบ่อยๆ ช่วงที่มันเรียนปีหนึ่ง



“พี่ครับ”



“ว่า?” 



ปากงุ้ยๆ งับหลอดแล้วดูอเมริกาโน่ไปอึกใหญ่ ช้อนตามองคนตรงข้ามขณะรอคำตอบ



“พี่สมัครงานที่ไหนไปรึยังครับ”



เพราะส่งเล่มเรียบร้อยตั้งแต่สองสัปดาห์ก่อน เหลือแต่จัดงานแสดงตามหลักสูตรของคณะจึงจะจบแบบเป็นทางการ นับนิ้วดูก็อีกราวหนึ่งเดือน นักศึกษาบางส่วนเริ่มยื่นเรซูเม่กับพอร์ทไปตามบริษัทแล้ว เว้นก็แต่ยุนกิที่ไม่ได้พูดถึงเรื่องหางานซักคำจนนึกสงสัย 



“อ่า... ถ้าตอนนี้พี่สมัครฟรีแลนซ์สัญญาสามเดือนไปอะ ไม่ได้ทำทุกวัน หมดตอนเราเปิดเทอมพอดี แล้วก็ทำที่ใหม่”



เด็กกระต่ายเลิกคิ้ว มือสองข้างจับช้อนส้อมค้างไว้ “แถวไหนเหรอครับ”



“ถ้าตัวบริษัทก็ติดสถานีหอพักพี่แหละ ใกล้ๆ”



ความเป็นห่วงลดน้อยลงไปเยอะพอได้รับคำยืนยันแบบนั้น จองกุกยอมรับว่าพักหลังในสายตาเขา พี่คนนี้ดูตัวเล็กลงไปเยอะเมื่อยืนข้างกัน ส่วนหนึ่งอาจเพราะตัวเองสูงขึ้นด้วย แต่ยิ่งมองผิวขาวจนเกือบซีดเพราะแทบไม่โดนแดดกับแก้มที่ลดลงไปพอสมควรจากการโหมทำโปรเจคจบก็อยากดูแลจนกว่าจะนุ่มนิ่มตัวพองเหมือนเดิม



พอได้ใกล้แบบนี้ มันชัดเสียยิ่งกว่าชัด 



ว่าเขาชอบพี่ยุนกิจนเก็บอาการไม่ได้



ปลาทอดชิ้นพอดีคำพูดยื่นมาจ่อปาก จองกุกอ้ารับมาเคี้ยวตุ้ยๆ เหมือนเดิม เพิ่มก็แค่ตัดไก่ทอดของตัวเองแล้วยื่นกลับไปป้อนบ้าง พวกเขาเริ่มทำแบบนี้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ใช่ว่าตอนติวจะไม่เคยแต่ปัจจุบันสถานะมันต่างออกไป ตอนแรกยุนกิส่ายหน้าปัดมือทิ้งไม่ยอมกินเด็ดขาด 



สุดท้ายก็ชินไปเอง



ช่วงนี้พี่ติวต้องไปทำงานส่วนรวมเรื่องการจัดแสดงผลงาน เข้าไปสัปดาห์ละสองถึงสามวันแล้วก็วุ่นเรื่องหาวิธีนำเสนองานตัวเอง ว่าที่นักศึกษาที่ว่างยาวก็ไม่รู้จะทำอะไรเลยกลายเป็นวิญญาณตามติด ไปไหนไปด้วย ถ้ายุนกิต้องเดินทางไปติดต่องานไกลๆ หรือขนของชิ้นใหญ่หนักๆ ก็ขับรถมารับถึงหอพัก แน่นอนว่าโดนยัดค่าน้ำมันใส่มือทุกรอบ



ไม่เชิงว่าตัวติดกันตลอดเวลา หากมีธุระหรืออยากอยู่เงียบๆ ก็เป็นอันจบ ตกลงกันไว้ว่าอยากเจอเมื่อไหร่ค่อยโทรหา อย่างวันนี้ก็นัดตอนบ่ายสาม ออกมาเดินเที่ยวเล่นดูหนังซื้ออุปกรณ์ศิลปะเรื่อยเปื่อย แวะกินข้าวเย็นในห้างก่อนแยกย้ายกลับบ้านกลับหอ

ถึงอย่างนั้น



ก็ยังมีเรื่องคาใจอยู่ดี



สี่เดือนมันดี ดีมาก ยิ่งจองกุกเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแบบเห็นได้ชัดก็ยิ่งดี แต่ไอ้การคอยเทคแคร์ดูแลขับรถไปรับไปส่งมันยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายได้รับมามากเกินไป ถึงจะเคยคุยกับจีมินแล้วแต่เด็กเวรคนนั้นกับจองกุกก็นิสัยต่างกันคนละขั้ว จะเอามาเทียบหรือคิดแทนกันไม่ได้



ตอนปรึกษากีฮยอน เจ้านั่นก็บอกว่าเพราะตอนนี้จองกุกยังว่างอยู่ ถ้าเปิดเทอมแล้วก็หายยาวงานยุ่งหัวหมุนเองนั่นแหละ ซึ่งมันก็จริง... แต่ดูจากภาพรวม ยังไงก็รู้สึกว่าตัวเองไม่พร้อมพอที่จะเริ่มสถานะอะไรกับคนที่อนาคตสว่างสดใสมีทุกอย่างพร้อม



“พี่?” มือใหญ่ๆ ยื่นมาโบกซ้ายทีขวาที เสียงเรียกที่เพิ่มความดังขึ้นจากปกตินิดหน่อยเรียกสติกลับมา “เป็นอะไรรึเปล่าครับ หน้าเครียดๆ หรือว่าอยากกลับแล้ว”



เขากะพริบตาสองสามครั้ง ถอนหายใจแล้วหยิบกาแฟมาดูดอีกรอบ “เปล่า แค่คิดไรนิดหน่อย”



เด็กกระต่ายเลิกคิ้ว ฉีกยิ้มกว้างแล้วเปลี่ยนเป็นนั่งเท้าคางมองด้วยสายตาแพรวพราวแทน



“อยู่กับผมคิดเรื่องคนอื่นเหรอครับ”



เนี่ย 



พักหลังมันขยันหยอดขึ้น 



ให้ตายเหอะ ใครจะไปชินวะ



“ก็ไม่ได้คิดเรื่องคนอื่น” ตอบพลางก้มหน้าก้มตาตักเนื้อปลาเข้าปากตัวเอง คีบข้าวสวยร้อนๆ ตามไปอีกคำ 



กลายเป็นคนถามที่งงหนักกว่าเดิม ไม่ได้คิดถึงคนอื่นก็แสดงว่าต้องเกี่ยวกับตัวเขา แต่ถ้านั่งอยู่ด้วยกันแบบนี้แล้วทำหน้าเครียดแสดงว่าไม่ใช่เรื่องดี สรุปเอาเองเสร็จสรรพก็แอบเหงื่อตกนิดหน่อย ยิ่งช่วงเดือนที่ผ่านมายุนกิดูคิดอะไรในหัวตลอด ทีแรกก็เดาว่าเรื่องงาน แต่พอมาแบบนี้คงไม่ใช่



ดีใจไปเองว่าไปได้สวย ได้เข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ



อย่าบอกนะว่าจะโดนเตะออกนอกวงโคจรเอาตอนนี้



“เป็นอะไรที่บอกผมได้รึเปล่าครับ?”



“อ่า...” มินยุนกิถอนหายใจ ถึงจะไม่ได้มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแต่ก็รู้ดีว่าไม่ควรเก็บเงียบจนกลายเป็นปัญหาทีหลัง ดูตัวอย่างได้จากเพื่อนสนิทที่เคยเก็บแล้วเก็บอีกจนระเบิดทีวุ่นวายใหญ่โตเลิกกันไปรอบ ร้องไห้ตาแดงมาซุกหลบอยู่สองสัปดาห์ หลังจากนั้นมีอะไรฉะตรงประเด็นจนแฟนร้อนๆ หนาวๆ ตลอด “ได้... แต่รอไปที่คนน้อยๆ ก่อนแล้วกัน”











สุดท้ายมันก็บอกว่าถ้าเป็นเรื่องสำคัญแสดงว่าต้องคุยนาน เลยเดินด๊อกแด๊กตามกลับมาหอพัก มาถึงก็ทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ ให้เจ้าของห้องปีนไปนั่งขัดสมาธิปลายเตียง สีหน้าไม่ดีเท่าไหร่ตอนนึกถึงเรื่องที่อยากจะพูด ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือปัญหาซับซ้อนโลกแตกอะไรหรอก แค่เป็นสิ่งที่ตกค้างมาตลอดและทำให้ไม่กล้าก้าวออกไปเสียที



ตากลมๆ จ้องมาเหมือนรอการเปิดประเด็น เห็นก็คอแห้งผากต้องพยายามกลืนน้ำลายหนืดๆ แถมเสียงที่ออกมาก็ไม่ได้มั่นใจเต็มร้อยเหมือนเวลาสอน



“...พี่แค่ไม่มั่นใจ ว่าจะคบกับเราได้”



มาประโยคแรก จองกุกก็แทบตาถลนออกจากเบ้า ขมวดคิ้วแบบไม่เข้าใจอะไรซักนิด “ครับ?”



เลยยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่



“คือ... จริงๆ ก็คิดเรื่องนี้มานานแล้ว” มือขาวจัดบีบกันเองแน่น พูดไปเลียริมฝีปากตัวเองไปตามประสาคนประหม่า ทุกอย่างมันทั้งหนักทั้งอึดอัดไปหมดพอเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีประสบการณ์ “จองกุกมีทุกอย่างพร้อมหมด คุณพ่อคุณแม่สนับสนุนแล้วก็หวังไว้สูงถูกมั้ย แล้วก็เก่งด้วย สังคมเพื่อนก็ดี แต่พี่ไม่มีอะไรเลย แล้วยิ่งช่วงนี้เราดูแลพี่ดีมาก ก็เลย... ไม่รู้ดิ”



คนฟังเงียบกริบ นั่งตัวตรงยกมือนวดหลังคอตัวเอง สีหน้าดูไม่พอใจนิดหน่อยแต่ก็อยากฟังต่อให้จบ



“พี่คิดว่าตัวเองไม่เหมาะ อีกอย่างคือพี่ค่อนข้างเก็บตัวไม่ชอบยุ่งกับใคร มัน... ไม่อยากให้เราต้องมาหมกในโลกแคบๆ เราอนาคตดีอยู่แล้ว” เสียงที่เปล่งออกมาดูจะเบาลงเรื่อยๆ จนแทบเป็นกระซิบ จนถึงตอนนี้ยุนกิก้มหน้ามองพื้นห้อง ใจแป้วเพราะคนที่อารมณ์ดีมาตลอดนั่งนิ่งไม่พูดอะไรซักคำ



ถึงได้ไม่อยากพูดไง



“ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นแฟนที่ดีได้ด้วย เราก็รู้ว่าพี่บ้างาน ใช้ชีวิตไม่เป็นเวลา คุยไม่เก่ง อาจจะดูแลเราไม่ดีพอ เลยคิดอยู่ตลอดว่าคงไม่ดีเท่าไหร่...” 



ไม่มีการตอบรับอะไรทั้งนั้น และเขาก็ไม่อยากเงยหน้าสบตาหรือรับรู้ว่าอีกคนกำลังแสดงสีหน้าแบบไหน พอเป็นเรื่องนี้ทุกอย่างดูเปราะไปหมดจนไม่กล้าแตะต้อง คิดมาตลอดว่ามีอะไรก็ควรพูด แต่เอาเข้าจริงพอเกิดกับตัวเอง มันไม่ง่ายเลยที่จะกรองออกมาให้ตรงกับสิ่งที่อยู่ในหัว ทั้งไม่อยากงี่เง่าไปจนถึงต้องการรักษาน้ำใจอีก



ก็แค่สับสน



กลัวทุกอย่างจะพังเพราะตัวเอง



ความเงียบปกคลุมอยู่เป็นนาที สุดท้ายก็ต้องเงยหน้าสบตากับคนที่จ้องมาอยู่ก่อนแล้ว สายตาของจองกุกไม่ได้โกรธหรือเสียใจเท่าที่คิด ถึงอย่างนั้นเขาก็อ่านไม่ออกอยู่ดีว่าเจ้าตัวกำลังรู้สึกยังไง จะดูไม่พอใจก็ใช่ แต่ก็ไม่ได้ชัดขนาดนั้นเพราะมุมปากยกยิ้มบางๆ อยู่ตลอด



เด็กกระต่ายมองสำรวจอยู่อย่างนั้น จนแน่ใจว่าทั้งคำพูดยาวเหยียดกับสีหน้าทั้งเครียดทั้งกังวลของพี่ตัวขาวไม่ได้หมายความว่าอยากจะจบทุกอย่างถึงกล้าย้อนถามกลับ



“พี่... พี่ไม่ชอบผมบ้างเลยเหรอ?”



ยุนกิหน้าเหวอ “ไม่ใช่แบบนั้นดิวะ ถ้าไม่ชอบแล้วจะอยู่ด้วยทำไม แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาปะ”



คล้ายจะยิ้มกว้างกว่าเดิมนิดนึง



“ผมไม่มีอะไรมากกว่าพี่อีก ทุกอย่างตอนนี้ที่ใช้เป็นเงินพ่อแม่หมดเลย” มันหัวเราะเบาๆ ทีนึงแล้วค่อยพูด ตั้งท่าจริงจังกว่าเดิม “เรื่องนิสัยพี่ทำไมจะไม่รู้ เก็บตัว ไม่ชอบพูด ไม่ยอมกินข้าว รู้หมดแหละครับ แล้วก็รู้ด้วยว่าที่พี่คิดงี้คือห่วงอนาคตผมมากๆ แต่ที่ผมชอบพี่ก็เพราะนิสัยพวกนี้อะ เป็นพี่ยุนกิแบบนี้ก็ดีมากพอแล้วครับ”



อาจจะคิดไปเอง 



แต่วันนี้เสียงมันนุ่มกว่าที่เคย



“แต่...”



“แม่ผมยังชอบเลยนะ” จองกุกรีบพูดขัด ลุกจากเก้าอี้มาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ แล้วล็อคแก้มทั้งสองข้างให้เงยหน้าขึ้น พอเห็นสีหน้ากังวลชัดเจนก็ใช้นิ้วโป้งกดมุมปากยืดออกจนกลายเป็นรอยยิ้มแปลกๆ “จริงๆ นะครับ พี่ดีมากๆ อยู่แล้ว เก่งกว่าผมตั้งเยอะ จะไปหาคนที่ห่วงกุกขนาดนี้ได้จากไหนอีกอะ ไม่ได้เร่งให้คบด้วย ไม่ต้องคบกันก็ได้แต่อย่าคิดแทนผมเลยนะว่าพี่ไม่ดีไม่เหมาะ”



เหมือนหาเสียงตัวเองไม่เจอ



จะว่าดีใจกับประโยคเด็กน้อยอ้อนๆ พวกนั้นมั้ยก็ใช่



แต่ที่ทำให้ใจอ่อนยวบก็ตอนมันยิ้มซื่อแล้วพูดตบท้าย 



“แค่อยากอยู่กับพี่ไปเรื่อยๆ แบบนี้แหละ มีความสุขมากแล้วครับ อย่าทิ้งผมเลยนะ”



มันไปจำคำพูดแบบนี้มาจากไหนวะ



ยุนกิถอนหายใจ เอียงตัวหนีแต่ก็โดนจับมือไปบีบๆ นวดๆ แทน “ไม่รู้ดิ โดนไอ้กีกับจีมินด่าอยู่เหมือนกันว่าคิดมาก”



ภายนอกอาจจะดูไม่แคร์โลก วางตัวเองไว้จุดสูงสุดแล้วตัดขาดจากสังคม แต่เอาเข้าจริงถ้าเปิดช่องว่างให้ใครเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวก็จะให้ความสำคัญเต็มที่ นิสัยข้อนี้คนใกล้ตัวทุกคนรู้ดีเพราะก่อนกับหลังสนิทเหมือนเป็นคนละคน เวลามีปัญหากับเรื่องความสัมพันธ์ก็ชอบเป็นเรื่องเดิมๆ คือคิดมากไปก่อน



คนที่อ่านออกก็ทะลุปรุโปร่ง ยกตัวอย่างก็เพื่อนสนิทที่สุดในชีวิต กับเด็กผีกวนประสาท



อยู่ดีๆ จองกุกยิ้มจนตาหยี ไม่รู้มีความสุขอะไรนักหนา



“ก็ดีแล้วนี่ครับ”



“ยังไง”



“พี่คิดเรื่องผมเยอะขนาดนี้แสดงว่าพี่จริงจังไง ดีใจอะ” 



ฟังแล้วหมั่นไส้ เลยเขกหัวมันไปสองรอบติด “เออ ก็รู้ตัว”



“เป็นงี้ดีแล้วครับ แค่นี้ก็ดูแลดีมากแล้ว เปิดช่องให้ผมได้ทำอะไรบ้างเถอะ” น้ำเสียงออดอ้อนถูกงัดออกมาใช้ งวดนี้แถมด้วยการเอาหัวปักลงบนบ่า หมุนซ้ายหมุนขวาเหมือนหมาอ้อนเจ้าของ “ถึงผมจะมีกลุ่มเพื่อนมีสังคมอื่น แต่เจอพี่แล้วสบายใจเหมือนกลับบ้านอะ นอกจากแม่แล้วไม่เคยติดใครขนาดนี้”



“ควรดีใจมั้ยวะ”



พอใช้น้ำเสียงห้วนๆ ใส่ก็เห็นมันสะดุ้งนิดนึงแล้วยิ้มแหะๆ สู้ รีบนวดฝ่ามือต่อเนื่องทั้งที่ยังจ้องตาแป๋ว “ถ้าดีใจก็ดีครับ ...แต่ไม่ก็ได้”



อีกรอบที่ถอนหายใจ คุยแค่ไม่ถึงชั่วโมงรู้สึกเหมือนอายุสั้นไปหลายปี



ถึงโตขึ้นยังไงก็คงแก้นิสัยกระต่ายขี้ตกใจไม่หาย ที่ช่วงหลังไม่ค่อยเห็นคงเพราะหายเกร็งแล้ว กับเขาไม่ได้ดุหรือกระชากเสียงใส่เหมือนช่วงแรกๆ ที่เริ่มสอน



“โอเคจริงรึไง... มั่นใจเหรอว่าชอบพี่”



แมวชัดๆ



จองกุกยู่หน้า มองคนมีเหตุผลที่ดูจะคิดมากจนระแวงทุกเรื่องไปหมด อยากน้อยใจอยู่หรอกแต่กีฮยอนบอกว่าคนโลกส่วนตัวสูงอย่างยุนกิจะชอบกลัวนู่นกลัวนี่ ต้องสม่ำเสมอให้เชื่อไปเอง กำชับอีกว่าห้ามเร่งหรือไปวุ่นวายจนล้ำพื้นที่ส่วนตัว



อีกนิดนึงจะเขียนคู่มือเลี้ยงดูมาให้แล้ว



แถมไอ้เรื่องแบบนี้มันอธิบายยาก ถ้าถามเขาที่รอมาค่อนปี... มันก็พอจะมีเหตุการณ์ที่ยกตัวอย่างให้เห็นภาพได้อยู่ ตอนนี้อะไรที่ทำให้เจ้าตัวมั่นใจได้เขายอมเสี่ยงตายเล่าทั้งนั้นแหละ ขออย่างเดียวอย่าตัดสินอะไรไปก่อนก็พอ



แต่ก็น่ารักอยู่ดี 



เป็นมุมที่ต้องสำคัญถึงจะได้เห็น เพราะงั้นเขาถึงไม่ได้เสียใจกับประโยคที่เจ้าตัวพูดซักนิด



“มั่นใจสิครับ ที่จริง...เคยเกือบทะเลาะกับยูคยอมเพราะมันบอกว่าอยากเรียนกับพี่ด้วย” ระหว่างพูด เจ้าของห้องแทบจะชักมือกลับเลยรีบกุมเอาไว้ ยิ้มเจื่อนนิดหน่อยเหมือนสารภาพบาป “ตอนนั้นก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ แต่กลับมาคิดแล้วผมหวงพี่อะ ไม่อยากให้พี่สอนคนอื่นแบบที่สอนผม กลัวเพื่อนจะชอบเหมือนผมชอบ”



ไม่รวมที่เลิกกับแฟนเก่า ตอนนั้นเขารู้สึกแค่ว่าคบไปเรื่อยๆ ไม่ได้คิดอะไร แต่มานึกดูตอนนี้... อาจเพราะพอเกิดความรู้สึกชอบคนอื่นปะปนเข้ามาก็อยากรีบตัดความสัมพันธ์จะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง



คนตัวขาวฟังแล้วขมวดคิ้วตาม นึกย้อนดูก็มีจริงๆ นั่นแหละที่เด็กนี่ชักสีหน้าแล้วก็ดูไม่ค่อยพอใจเวลาถามถึงเพื่อนที่อยากเข้าสถาปัตย์ ถ้าจำไม่ผิดตอนเจอในร้านไก่ทอดก็หน้าตากับสไตล์คล้ายๆ กันยังกับฝาแฝด คุ้นว่าเหตุผลคืออยากเรียนคนเดียว แต่ไม่คิดว่าจริงๆ จะเป็นเพราะเรื่องนี้



เชื่อแล้ว ที่กีบอกว่าไม่ใสอย่างที่คิด



“เด็กว่ะ” ลงโทษด้วยการผลักหัวหนึ่งที “แค่ขี้หวงปะเนี่ย”



“ถ้างั้นพี่กีฮยอนคงไม่จับได้ตั้งแต่แรกมั้งครับ”



“ก็จริง”



พอได้พูดออกไปก็คล้ายจะสบายใจขึ้น บวกกับคำตอบหลายๆ อย่างที่เหมือนไม่ช่วยอะไรแต่ก็รู้สึกได้ว่าเด็กนี่จริงใจมากพอ ไอ้คำพูดเลี่ยนๆ แบบเวลาปกติจะทำหน้าแหยงใส่พอเป็นจังหวะแบบนี้ก็ดูโอเค 



สำคัญที่สุดคือการบอกว่าตอนนี้ก็ดีแล้ว ทั้งที่ในความเป็นจริงมันน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยกับคนที่ไม่ต้องการคำยืนยันความสัมพันธ์ แต่กลับกล้าบอกว่าพอ ว่ามีความสุข จะมักน้อยเกินไปรึเปล่า



ตามมาช่วยงานได้เป็นเดือน ขับรถให้ แถมเขาไม่เคยบอกว่าชอบจองกุกตรงๆ ซักครั้ง



ต้องเชื่อใจขนาดไหนถึงกล้าพูดออกมา



จอนจองกุกยื่นมือมายืดแก้มคนแก่กว่าอีกครั้ง ตั้งแต่ยอมปล่อยให้ทำตามใจนี่ก็ดูชอบเหลือเกิน เอะอะก็จับก็ยืด แต่ก็ว่าไม่ได้เพราะมือมันอุ่น จะยังไงก็สบายไปหมดนั่นแหละ



“พี่ไม่ต้องคิดเรื่องดูแลผมก็ได้ครับ ไม่ต้องคุยทุกวัน ถ้าขี้เกียจตอบข้อความก็ไม่ต้องตอบ ให้ผมตามหลอกหลอนงี้ก็พอ” 



แบบนี้ก็ได้เหรอ



ถ้ามีทัศนคติแบบนี้จริงๆ ก็ถือว่าคิดตรงกัน แต่ถ้าไม่... ก็แสดงว่าเด็กนี่อ่านทางเขาออกทั้งหมด



“จริง?”



“ครับ” ตอบพลางยิ้มกว้าง ตาหยีได้น่ารักน่าชัง “เวลาทำงานพี่ไม่จับโทรศัพท์อยู่แล้ว แต่ถ้าว่างก็เห็นตอบตลอด ถ้ายุ่งอยู่ผมไม่กวนหรอก”



เออ ก็ดี ถ้าอยากชิวขนาดนี้เขาก็ยินดี



เพราะถ้าโวยวายกับเรื่องไม่ยอมรับสายหรือไม่ตอบข้อความ คงรำคาญด่าเปิงไปนานแล้ว



“โอเค ดีล”



คล้ายจะจบเรื่อง จอนจองกุกนอนหงายแผ่ลงกับเตียงนุ่ม ถอนหายใจออกมายาวเหยียดเหมือนโล่งใจเสียเต็มประดา ไอ้ประโยคแรกจากปากคนที่ตัวเองชอบน่ะทำเอาใจหายใจคว่ำ พอฟังเรื่อยๆ ค่อยเอะใจว่าอีกคนคงกังวลไปเองว่าตัวเองไม่ดีพอ ทั้งที่ดีจนไม่รู้จะดียังไง ทั้งเก่งทั้งใจเย็น



อาจจะมีคนที่ดีกว่า แต่ถ้าเขาชอบคนนี้แล้วมันจะทำไม



“ดีใจอะ นานๆ ทีพี่จะพูดเรื่องตัวเอง ทุกทีต้องคอยมองคอยหลอกถาม ขอบคุณนะครับ” พอบรรยากาศเริ่มดีขึ้นหน่อยก็กลับมาหยอดซ้ำอีกรอบ พูดทั้งๆ ที่นอนอยู่จนโดนตีท้องไปหนึ่งรอบ ดีนะพักหลังออกกำลังกายเลยเป็นก้อนกล้ามเนื้อไม่ใช่มวลมหาไขมัน



แต่ในประโยคเมื่อครู่ก็ชัดพออยู่แล้วว่าสังเกตมาตลอด 



ยุนกิโน้มตัวไปลูบหน้าผากเปิดเหม่งอีกฝ่าย ตีเบาๆ แล้วขยับขายุกยิกให้พอดีตอนมันเปลี่ยนท่าเป็นนอนหนุนตัก มือขวาถูกยึดไปกุมไว้จนอุ่นไปหมด ที่จริงก็ไม่มั่นใจว่าอ้อนหรือหาเศษหาเลยเพราะเล่นซุกหน้าเข้ากับพุงซะงั้น



ลูกกระต่าย



ที่จิตใจเป็นหมา



อาจจะจริงอย่างที่จีมินพูด เขาควรอยู่กับคนที่ทำให้สบายใจ และจอนจองกุกไม่เคยก้าวข้ามเส้นมาจนทำให้ระแวงซักครั้ง ต่อให้ก่อกวนหรืองอแงหนักขนาดไหนก็เหมือนรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุด ขนาดตอนนี้ที่เขาคิดมากล่วงหน้าไปเป็นสิบอย่างมันก็แค่ยิ้มกลับมาแล้วพยายามพูดให้มั่นใจว่าทุกอย่างจะดี



ไม่เชิงว่าเด็กกระต่ายนี่เป็นผู้ตาม หรือคอยเดินต้อยๆ ติดผู้ปกครอง



พักหลังอะไรที่มันมีสิทธิ์ตัดสินใจก็จะทำ แต่มาในรูปแบบเสนอความคิดเห็นมากกว่าจะใช้คำพูดเชิงบังคับแบบเขา ไม่รู้เพราะเป็นเด็กน้อยมาตลอดรึเปล่าเลยค่อนข้างรู้วิธีคุยกับคนแก่กว่าไม่ให้ดูปีนเกลียวหรือหลุดประโยคคำสั่ง



แต่นั่นถือเป็นเรื่องดีในระยะยาว



“ถ้าพี่เครียดอะไรบอกผมได้นะครับ”



ยุนกิก้มลงงับปลายจมูกคนบนตักเบาๆ ข้อหาทำตาแป๋วจนน่าหมั่นไส้ 



“จะพยายาม”






∞  ∞  ∞








และแล้วมินยุนกิก็หายตัวไป



อดีตเด็กติวได้แต่เกาหัวแกร่กๆ มองหน้าจอโทรศัพท์ ข้อความที่อีกฝ่ายตอบล่าสุดคือตอนตีสามของเมื่อวาน ตอนนี้สองทุ่มสิบห้า นั่นหมายความว่าขาดการติดต่อไปได้วันครึ่งจนเกือบจะสองวันแล้ว แถมที่คุยค้างไว้คือบอกว่าช่วงนี้งานหนักมากเพราะใกล้ปิดจ็อบ อาจจะไม่มีเวลาอยู่ด้วยเท่าไหร่ รับปากว่าพอเปิดเทอมจะได้เจอบ่อยขึ้น



นับนิ้วดูถึงรู้ว่าไม่ได้เจอหน้ากันมาสองสัปดาห์



เหลืออีกประมาณยี่สิบวันเจ้าตัวถึงจะหมดสัญญาจ้างสามเดือนนั่น แล้วเขาก็จะเริ่มชีวิตนักศึกษาอย่างเป็นทางการ จากที่ฟังมาคงไม่ต้องถามว่าหลังจากนั้นจะมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันมั้ย ตัวเขาเองนั่นแหละจะเอาชีวิตไม่รอดกับระบบการเรียนใหม่ การสั่งงานแบบที่ไม่เคยเจอ และเนื้อหาแบบคนละขั้วกับสมัยมัธยม



และอาจารย์คงไม่ใจดีหมือนพี่ยุนกิของเขา



อยากจะไปหา ส่งข้อความ หรือโทรไปอยู่หรอกแต่ก็กลัวว่าจะรบกวนการทำงาน จองกุกรู้ดีว่าอะไรคือเส้นที่ถูกขีดไว้ จากตรงนี้ถือว่าใกล้คนตัวขาวกว่าใครๆ แต่ก็ไม่มีทางเข้าถึงตัวได้ตลอดเวลา 



ทุกคนอยากมีพื้นที่ของตัวเองกันทั้งนั้น



โดยเฉพาะคนที่ขยันแล้วก็ตั้งใจทำงานมากๆ



เด็กกระต่ายนั่งอยู่บนเตียง เอื้อมมือหยิบถุงกระดาษที่แวะซื้อวันนี้ออกมาคว่ำ ผลคือคุมะมงตัวจิ๋วสำหรับติดแฟลชกล้องร่วงลงฝ่ามือ ตอนเห็นบูธของเจ้าหมีกวนส้นเท้านี่ก็มีหน้ายุนกิลอยมาเป็นอย่างแรก รู้ตัวอีกทีก็หยิบจ่ายเงินทั้งๆ ที่รู้ว่าจะต้องโดนดุเรื่องซื้อของสิ้นเปลือง รายนั้นน่ะชอบบ่นว่ายังไม่มีรายได้ก็ไม่ควรใช้เงินเยอะ



แต่มันน่ารักนี่



ถ้าอยู่กับยุนกิต้องน่ารักมากแน่ๆ



พอนึกแล้วก็คิดถึงหนักกว่าเดิม ยิ่งในบ้านเงียบสงบเพราะคุณแม่ไปดูงานที่ต่างประเทศสี่วันก็เลยเหลือเฝ้าบ้านคนเดียว พอบอกคนที่ชอบไปก็ได้คำตอบกลับมาว่าอย่าลืมล็อคประตูบ้านกับหน้าต่างให้เรียบร้อย 



เขานอนแผ่ พลิกซ้ายทีขวาที สองทุ่มไม่มีทางนอนหลับ แต่ถ้าเล่นเกมต่อก็กลัวว่าจะกลับมาติดหนักๆ อีกครั้งก่อนเปิดเทอม จะหยิบกระดาษมานั่งวาดรูปก็ยังไม่ได้ฟีล หาข้ออ้างไปเรื่อยเปื่อยก็ได้ข้อสรุปแค่ว่าติดพี่



คิดถึง อยากเจอ อยากกอด อยากจับแก้ม อยากอยู่ด้วย อยากได้ยินเสียง



ไม่รู้หรอกว่าอะไรทำให้หลงหัวปักหัวปำขนาดนี้ แต่พี่ตัวขาวคนนั้นน่ะมีแรงดึงดูดที่ใครทำให้อยากอยู่ใกล้ ต่อให้ไม่เคยพูดถึงเรื่องสถานะปัจจุบันแต่การปล่อยให้เด็กคนนึงเข้ามาวนเวียนรอบตัว ใส่ใจแบบเงียบๆ ตามประสาคนปากแข็ง ซ้ำยังเปิดปากบอกว่ากลัวทำอนาคตเขาเสีย มันยืนยันได้มากพอว่าอีกฝ่ายก็ต้องมีจอนจองกุกอยู่ในหัวบ้างแหละ



ต่อให้ตอนนี้เขาจะแสดงออกมากกว่าก็ไม่เป็นไร



ยังไงก็ต้องมีวันที่พี่ยุนกิต้องรู้สึกจนหลุดปากหลุดอะไรบ้างแหละน่า



พลันโทรศัพท์สั่นครืดหนึ่งที 



รีบลนลานคว้ามาดูเพราะหวังว่าอีกคนจะตอบข้อความกลับมา แต่ก็หน้าหงอยหูลู่เพราะเป็นการชวนเล่นเกมจากพี่รหัสสมัยมัธยม ยังพิมพ์ปฏิเสธไม่ทันจบประโยคก็กลายเป็นชื่อกีฮยอนส่งมาด้วย



‘อยู่บ้านปะ’



เห็นก็รู้ว่าไม่ใช่เจ้าของไอดี



ว่าที่นักศึกษายิ้มร่าเหมือนเจอเจ้าของ รีบพิมพ์กลับไปทันทีว่าอยู่



มั่นใจว่ายุนกิต้องจำได้ เคยบอกไปตั้งแต่เมื่อวานซืนว่าทั้งพ่อทั้งแม่ไม่อยู่บ้าน ไม่ว่าจะเรื่องเล็กน้อยขนาดไหนคนนั้นก็มองเห็นเสมอ แล้วนับอะไรกับคำพูดที่เขาบอกเอง



‘เดี๋ยวไปค้างด้วย ได้มั้ย?’



ฝันปะเนี่ย



‘ได้ครับ แล้วมือถือพี่?’



‘แบตหมด อยู่บนรถแฟนกี อีกไม่เกินยี่สิบ’




ปกติแล้วเขามักจะเป็นฝ่ายไปค้างที่หอพัก มีบ้างที่ยุนกิมาหาที่บ้านเพราะแม่ชวนมากินข้าวด้วย ถ้าจำไม่ผิดตั้งแต่สอบติดก็สองครั้ง ไปฉลองในร้านอาหารอีกสอง กลายเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนแทนที่ไปเรียบร้อย แต่ถ้าพูดถึงเรื่องมานอนค้างคืนก็ยังไม่เคยซักรอบ



ถึงได้ลนจนลุกมาเดินรอบห้อง สายตาจดจ่ออยู่กับคำว่าได้มั้ยที่เสียงลอยขึ้นมาในหัวตอนอ่าน



แย่แน่ๆ



ดีใจเหมือนจะลอยได้



ของที่วางเกะกะในห้องอย่างลำโพง กระเป๋ากล้อง ขาตั้งกล้อง หลายต่อหลายอย่างถูกเก็บเข้าที่จนเป็นระเบียบ เด็กแดกดุรีบมัดถุงขนมบนโต๊ะกันมดขึ้น ส่วนไอ้ของที่จะให้เห็นไม่ได้อย่างรูปเจ้าตัวหลายช็อตบนกำแพงก็รีบเก็บเข้าลิ้นชัก ล็อคแล้วโยนลูกกุญแจเข้ากระป๋องใส่เครื่องเขียน



ค่อนข้างมั่นใจว่ามันไม่รก แต่ก็สะอาดได้มากกว่านี้เลยลนไปเอง



พอสำรวจรอบสุดท้ายว่าปลอดภัยเสร็จ เสียงกริ่งก็ดังขึ้นจนรีบแจ้นลงไปข้างล่าง รถสีเงินคันหนึ่งสตาร์ททิ้งไว้จอดเทียบอยู่หน้าประตู ต้องเพ่งมองถึงเห็นยุนกิยืนหิ้วคอมพิวเตอร์กับสะพายเป้ยืนชะเง้อมองเข้าบ้านอยู่ ข้างๆ เป็นยูกีฮยอนในไซส์มินิพอๆ กันกำลังขุดของในกระเป๋าส่งให้



“สวัสดีครับ”



“โทษทีที่มาดึก”



“ฝากดูแลไอ้กิด้วยนะ”



สองเสียงแทรกขึ้นมาพร้อมๆ กัน จองกุกหันไปตอบรับกับเพื่อนพี่ติวพลางแย่งเป้ใบใหญ่มาถือ ต่อให้อายุห่างกันสี่ปี... แต่อดคิดไม่ได้ว่าเหมือนพี่อีกสองคนเป็นพ่อแม่พาลูกมาส่งบ้านเพื่อนชะมัด



ทันทีที่รถออกตัวไป ตาโตๆ ถึงได้มีโอกาสสำรวจสภาพภายนอกแบบไม่กลัวเสียมารยาท ยุนกิผมดำฟูๆ กับเสื้อยืดสีดำนี่เหมาะมากจริงๆ นั่นแหละ ยิ่งทำหน้าง่วงๆ ก็ยิ่งอยากจับมาหอมหัวแล้วอุ้มไปนอนให้เรียบร้อย “พี่เพิ่งเลิกงานเหรอครับ แล้วพี่กี?”



“ให้มันไปช่วยอะ แล้วขากลับกี้มารับเลยวานให้มาส่งที่นี่”



“ครับ?”



พี่บัณฑิตเงียบไปนิดหน่อย มือสองข้างกอดกระเป๋าแล็ปท็อปไว้แน่นกว่าเดิม สีหน้าหงุดหงิดแบบฉาบฟิลเตอร์แมวง่วงในสายตาเขาน่ารักเพิ่มอีกหลายเท่า 



“คิดถึงเลยมา พอใจยัง”





แล้วจะให้หยุดหลงได้ไงวะ



รู้สึกเหมือนจะตายเลย



จองกุกพยายามกลั้นยิ้มจนเมื่อยไปทั้งหน้าก็ตอนเห็นอีกคนเม้มปาก ขาตะเกียบก้าวหนีขึ้นบันไดไปชั้นบน รู้ทั้งรู้ว่ายุนกิไม่ได้แสดงออกงุ้งงิ้งขี้เขินขนาดนั้นแต่พอมองว่าน่ารักก็ดีไปหมด และเชื่อเถอะต่อให้โดนคอมฟาดหัวตอนนี้ยังกล้าเข้าข้างตัวเองเลยว่าทำเพราะเขิน



ถือเป็นประโยคหายาก



ไม่ใช่ว่าไม่เคยได้ยิน แต่ต้องเป็นตอนอยู่ด้วยกันสองคนไม่ก็หลังห่างไปหลายวัน ถึงจะปากแข็งไม่ยอมพูดความรู้สึกตัวเองแต่ถ้าเหนื่อยหรืออยากได้กำลังใจก็จะหลุดออกมาอัตโนมัติ



น่ารัก



พอตามขึ้นไปถึงเห็นว่ามือขาวๆ กำลังวางของบนโต๊ะ สายตามองไปยังตู้เสื้อผ้า คงกลับมาโหมดปกติแล้วเลยใช้น้ำเสียงห้วนๆ เหมือนเดิม “ยืมชุดนอนหน่อย”



เสื้อยืดสีขาวตัวหลวมกับบ็อกเซอร์สีเข้มถูกยื่นให้ ยุนกิบอกขอบคุณแล้วรีบเดินเข้าไปอาบน้ำสระผมในห้องน้ำ สภาพข้างในเรียบร้อยดีตามประสาเด็กรักสะอาด ระหว่างถอดเสื้อออกก็ได้ยินเสียงเคาะประตู เป็นเจ้าของห้องที่ยืนยิ้มแป้นถือผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก อยากสับคอซักทีข้อหาทำอะไรเหมือนเขาเป็นเด็ก “แปรงสีฟันเอาอันใหม่ใต้ซิงค์ได้เลยนะครับ”



“ขอบใจ”



สิบนาทีถัดมาก็กลายเป็นแมวเปียกโชกนั่งให้เป่าขน



คิดค่าบริการคือหอมหัวหนึ่งที



“คิดถึงจังครับ”



ไม่มีการตอบรับเป็นเสียง จะมีก็แต่มือขาวๆ ที่ยื่นมาลูบหัวเหมือนสมัยยังติวอยู่ รอยยิ้มไม่สุดเพราะเพลียจนขี้เกียจพูดมันชัดยิ่งกว่าชัด แต่ก็ดีใจอีกนั่นแหละที่เลือกถ่อมาหาถึงนี่ตอนเหนื่อย “พี่กิจะนอนเลยหรือทำงานต่อ”



“งาน แค่ส่งรูป”



มินยุนกิเปิดฝาแล็ปท็อป ยืมตัวเด็กกระต่ายเป็นพนักพิงแล้วพิมพ์อีเมลส่งความคืบหน้างานให้เจ้านาย เพิ่งรู้วันนี้แหละว่าเก้าอี้เนื้อมนุษย์มันอุ่นสบายจนแทบหลับ พิมพ์ไปหาวไปกระทั่งอัพโหลดไฟล์ครบถึงนอนแผ่ ซุกหน้าลงกับหมอน นอนขดจนตัวเหลือนิดเดียวบนเตียง



ผ้านวมผืนหนาห่มคลุมให้ถึงคอ ส่วนตัวคนห่มก็นอนกดโทรศัพท์ยุกยิกอยู่ข้างๆ บ่นอุบว่าลืมตอบข้อความพี่รหัสจนโดนส่งสติ๊กเกอร์ก่อกวนเป็นสิบอัน



เริ่มจะเข้าใจประโยคของเด็กแก่แดดแล้ว



แค่ได้อยู่ด้วยกันก็พอใจ



“ถ้าพี่หลับไม่ต้องปิดไฟให้นะ นอนเมื่อไหร่ค่อยปิด”



“โอเคครับ”



ไม่ถึงสิบห้านาที ความเหนื่อยล้าทั้งหมดที่สะสมมาหลายวันก็เล่นงานจนหลับลึก จองกุกมองก้อนพี่ติวแล้วนั่งยิ้มเหมือนคนบ้า ตอนนอนดูไม่น่ากลัวแล้วก็นุ่มนิ่มไปหมด รู้ตัวอีกทีก็ก้มลงฉวยโอกาสจูบขมับเบาๆ ไปหนึ่งครั้ง กลิ่นแชมพูมันหอมกว่าทุกวัน และในขณะเดียวกันห้องนอนก็ดูน่าอยู่กว่าเคย



คนเด็กกว่านั่งเล่นโทรศัพท์ต่ออีกซักพัก จนราวสี่ทุ่มครึ่งก็เห็นคนพลิกตัว จากที่นอนหันหลังให้ก็หันกลับมาขดอีกด้าน เห็นแบบนั้นก็ค่อยๆ ลุกไปหยิบกล้องมาถ่ายเก็บไว้ ปิดฝาเลนส์เสร็จก็ใช้โทรศัพท์ถ่ายต่อ เป็นอันเก็บเข้าอัลบั้มเพิ่มจนตอนนี้ทะลุพันรูปไปแล้วมั้ง



ห้าทุ่มอาจจะยังเร็ว แต่ก็เดินไปเข้าห้องน้ำ กลับมาปิดไฟให้เรียบร้อย ล้มตัวนอนข้างๆ แบบเว้นระยะไม่ให้อีกคนอึดอัด



ไม่ต้องฝันดีก็ได้



เพราะยังไงตื่นมาเจอมินยุนกิก็ดีที่สุดอยู่แล้ว







ø


#พี่ติวยุนกิ


จอยลดา ตอนที่16 -> จิ้ม





ตอนหน้าจบแล้วนะคะ <3


มันอาจจะเรื่อยๆไปหน่อย แต่เราอยากให้เห็นว่าเวลาอยู่ด้วยกันเป็นยังไง ความสัมพันธ์แห้งแล้งเป็นทาสขนาดไหนมากกว่าเอาเหตุการณ์เดียวมาแต่ง เพราะประเด็นของฟิคคือเรื่องติว เป้าหมายน้องคือสอบติดมหาลัย เรื่องจบแต่คู่นี้ไม่จบ เลยอยากให้เห็นคร่าวๆ มากกว่าโน๊ะ /โดนตี



(แน่นอน เราจะคงคอนเซ็ปต์ฟิคแห้งแล้งแห่งปี)



ส่วนเรื่องรวมเล่ม ยอดตอนนี้เกินขั้นต่ำแล้วนะคะ

ตามที่อยากให้เป็น(แต่ไม่รู้ทำได้มั้ย) คือเปิดพรีช่วงปลายเมษา/ต้นพฤษภา เปิดไม่เกิน1เดือน

เพราะงั้นถ้าสนใจ หยอดปุกตั้งแต่ตอนนี้เลยน๊า 



ขอบคุณมากๆที่อ่านฟิคกุกก้าเรื่องนี้ ที่เอ็นดูนกุก อยากแกล้งพี่กินะคะ 




3 MAR 2018




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 141 ครั้ง

870 ความคิดเห็น

  1. #853 pgg∞ (@playgroundgirlz) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 12:34
    เขินมากแบบไม่ไหวแน้ว ;________; เป็นความรักเรื่อยๆน่ารักมากเลยค่ะ
    #853
    0
  2. #844 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 23:31
    น่ารักมากกกก
    #844
    0
  3. #823 SNW ...Kya ing (@vasuntara-ink) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 01:04
    บ้าจริงๆๆๆ หน้าร้อนผ่าว เขินไปหมด ชอบในจอย ตอนยุนกิคุยกับพี่กี หรือจีมค่ะ ตลกมาก
    #823
    0
  4. #807 aqua11 (@aqua11) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 17:46

    อ่านไปยิ้มไปเขินไปเหมือนคนบ้าเลยค่ะ แง้ เป็นความพอดีและลงตัวที่เหมาะสมจริงๆ ค่ะคู่นี้ ทุกอย่างมันเลยออกมาดี เป็นความเรื่อยๆ ค่อยเป็นค่อยไป แต่มั่นคงและจริงใจมากค่ะ ;-;

    #807
    0
  5. #766 Mew (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 20:15

    จองกุกคือดีมากๆเลย เข้าใจพี่มากด้วย อิจฉายุนกินะเนี่ย ฮือออ

    #766
    0
  6. #749 'PIOGGIA' (@pioggiia) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 00:00
    เขินไปหมดแล้ววว แง๊
    ทำไมน่ารักได้ขนาดนี้
    #749
    0
  7. #726 Faasaai (@Faasaai) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 21:16
    บ้าจริง ฉันหยุดยิ้มไม่ได้
    #726
    0
  8. #721 ARDS; (@babyshorttyrd) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 09:52
    เป็นความเรื่อยๆเฉื่อยๆที่เหมาะกับคู่นี้มากกกก
    #721
    0
  9. #617 #INEEDU (@eykedye) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 09:36
    ชอบความสัมพันธ์แบบนี้แบบค่อยๆดำเนินไป จากพี่ติวกับน้องก็พัฒนามาเป็นคนสำคัญ &#128147; คอยอยู่ข้างกัน คนน้องนี่โตขึ้นเยอะเลยอะดูแลพี่เขาต่างๆนานา เห็นละเอ็นดู ฮืออออ อบอุ่นจังอ่านละก็เขินนน ต่างคนต่างรู้ใจตัวเองอยู่ละ แค่รอเวลาเนอะ เป็นฟิคที่เราอ่านแล้วฟีลกู๊ดมากเลย ตอนหน้าก็จบแล้ววว เป็นกำลังใจให้ไรท์น้าาา &#128535;&#128535;&#128535;
    #617
    0
  10. #616 pattershuppo (@pattershuppo) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 00:04
    รอรวมเล่มอยู่นะคะ แพ้ความน้องกุกกับพี่กิในเรื่องนี้มาก ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหนมา ทำไมถึงได้เพิ่งมาอ่าน สู้ๆนะคะ เขียนดีมากเลย #พร้อมเปย์ค่ะ
    #616
    0
  11. #615 JTK ARMY (@Jk-Army) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 22:22
    เป็นเรื่องหนึ่งที่ประทับใจมากๆค่ะ เราหาอ่านฟิค kookga มาสิบกว่าเรื่องแล้ว แต่ยังไม่มีเรื่องที่ใช่ พอมาอ่านเรื่องนี้รู้สึกว่าเจอเลย เจอสิ่งที่อยากอ่านมาตลอด ขอบคุณมากๆนะคะ ที่แต่งขึ้นมาให้อ่าน
    จะรอติดตามผลงานเรื่องอื่นๆต่อไปค่ะ
    #615
    0
  12. #614 Eyeietaeminie (@truemin-eye) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 03:45
    ไรท์ๆๆๆ บอกตรงๆว่ายังไม่อยากให้จบเลยยยยยย &#128514;&#128514; ยังอยากใส่ใจชีวิตพี่ติวอยู่คบกับจองกุกแบบออฟฟิเชียลแล้วจะเป็นไง ฮืออออออออ
    #614
    0
  13. #613 saiy_korawan (@saiy_korawan) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 02:26
    อบอุ่นและละเอียดอ่อน ละมุนไปหมดทุกอย่าง อ่านละแบบ ฮอลลลลล ดีอะไรอย่างนี้
    #613
    0
  14. #610 juangkook (@juangkook) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 13:01
    ทำไมน่ารักอย่างงี้&#128514;&#128514;&#128514;&#128514;&#128525;&#128525;
    #610
    0
  15. #609 need2sleep (@need2sleep) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 12:44
    เวลานอนพี่เขาต้องน่ารักมากๆแน่ๆเลย
    #609
    0
  16. #608 APEANGS (@chaaimm) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 11:16
    ไม่ต้องฝันดีก็ได้เพราะตื่นมาก็เจอมินยุนกิที่ดีอยู่แล้วว ยิ้มกว้างกว่าจกุกก็คนอ่านนี่แหละ ฮือออออ
    #608
    0
  17. #607 myOwπ (@aOnw) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 10:08
    ความเอ็นดูของเด็กที่มีให้กับคนพี่เนรรรร้ 55555555
    #607
    0
  18. #606 Mie_Sorata (@Poramapon) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 03:19
    เป็นเรื่องที่จะซื้อรูปเล่มเก็บไว้จริงๆ แง้
    #606
    0
  19. #605 DTsuga_ (@Yug-) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 02:09
    เป็นเรื่องที่ไม่หวือหวา เรื่อยๆเปื่อยๆชิลๆเหมือนนั่งอยู่ในร้านกาแฟเล็กๆแต่อบอุ่นและน่ารัก มันรู้สึกดี ผ่อนคลาย และเป็นความสุขเล็กๆที่ถูกเซฟไว้ในสมอง ความสุขที่นึกถึงเมื่อไหร่ก็หลุดยิ้มออกมาได้ทุกครั้ง จริงๆนะ เวลาอ่านเรื่องนี้ชอบนึกถึงตัวเองตอนนั่งจิบกาแฟยามบ่ายตลอด555
    #605
    0
  20. #604 DTsuga_ (@Yug-) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 02:05
    ไม่อยากให้จบเลย:(
    #604
    0
  21. #603 suprw_ (@_suprw) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 02:02
    ตอนแรกๆอ่านไปแล้วแอบหวั่นใจไปกับความคิดมากคิดเยอะของพี่ แบบกลัวแทนน้องไปเลย แทบจะคิดหน้าน้องคอนฟังพี่พูดออกว่าแบบถ้าเป็นเราโดนพูดแบบนั้นใส่ก็คงใจเสียไปมากอยู่เหมือนกัน แต่จองกุกก็คือจองกุกอะ ไม่รู้ทำไมน้องถึงได้เชื่อใจพี่ ให้ใจพี่มากมายขนาดนั้น แล้วก็ดีใจที่น้องใจเย็น คิดเป็น โดยรวมก็คือเพอร์เฟคนั่นแหละค่ะ5555 จะหาคนที่เชื่อใจเราได้แบบจองกุกจากที่ไหนได้อีก ฮืออออ อยากมีจองกุกเป็นของตัวเองจริงๆ แล้วก็พี่ยุนกิ...รู้สึกว่าทำไมเหมือนเห็นภาพตัวเองซ้อนขึ้นมา ไม่ใช่ไร คือเราก็โลกส่วนตัวสูงเหมือนกัน แต่ไม่ได้ขยันบ้างานเหมือนพี่ยุนกินะ 5555555 ไอเรื่องชอบอยู่คนเดียว เข้าสังคมไม่เก่งนี่อย่างถนัด แบบ เอ้อออ นี่กูป่ะเนี่ย เข้าใจในความคิดมากคิดเยอะของพี่เลยอ่ะ ก็คนมันไม่เคยอ่ะเนอะ คิดเยอะ กังวลไรนู่นนั่นนี่ไปหมด แต่สุดท้ายก็แบบ จองกุกลูกกกกกกกกก ทำไมดีอะไรแบบนี้ล่ะคะ ฮืออออออ

    จริงๆชอบความสัมพันธ์แบบเรื่อยๆของคู่นี้จัง แบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป และด้วยความที่เป็นจองกุก เราเลยรู้สึกว่าน้องจะไม่ทำให้พี่ยุนกิเสียใจอ่ะ เออ คิดไปเองเก่งไปอีก เราเนี่ย 5555555

    ตอนที่พี่กิบอกว่าจะมาค้างด้วยละน้องแบบวิ่งวุ่นในห้องตัวเองนี่คิดถาพออกเลย หน้าเหวอๆลนๆ วิ่งไปทั่วห้องมันแบบ โอ้ยยนน้อง น่ารักโว้ยยยยยย งือออออ

    ชอบที่ทั้งคู่เป็นความสบายใจของกันและกันแบบนี้อ่ะ ดีใจจัง นั่งมองความรักของทั้งคู่ค่อยๆเบ่งบาน 555555 กลายเป็นอีเพ้ออีกละเรา

    หวังว่าน้องกุกจะได้รับในสิ่งที่น้องสมควรได้จากพี่ยุนกินะ เป็นกำลังใจให้น้อง แล้วก็พี่ด้วย อยากพูดไรกับน้องก็พูดเหอะ ใจน้องมันคงรอฟังแหละ 55555

    สุดท้ายนี้....ขอบคุณไรเตอร์ที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมานะคะ ถึงจะแห้งแล้ง แต่ก็น่ารักมากๆ พอบอกว่าจะจบแล้วก็แอบใจหายเบาๆ แต่ก็เป็นกำลังใจให้แต่งเรื่องอื่นต่อไปเรื่อยๆนะ <3
    #603
    1
    • #603-1 suprw_ (@_suprw) (จากตอนที่ 17)
      4 มีนาคม 2561 / 02:03
      เป็นการเม้นฟิคที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยเม้นมา...พอกดโพสต์แล้วก็ตกใจเหมือนกัน 55555
      #603-1
  22. #602 secretgne98 (@secretgne98) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 01:55
    ไม่แห้งแล้งเลยยยย และไม่อยากให้จบด้วยยย แงง ชอบเรื่องนี้มากอะ คือแบบต่อได้ไหม อะไรยังไงก็ได้ จะไปภาคสองก็ได้ ชอบคาแรกเตอร์มากๆงะ ฮืออออ ตอนนี้ก็หวานแบบบ ไม่ได้เลี่ยนเวอร์วังแต่มันดี ดีมากๆ ชอบความสัมพันธ์แบบนี้ อยู่แล้วสบายใจ ฮือออ พี่กิก็น่ารักมากๆเลย แง้ เนี่ยจะยิ้มจนเป็นบ้าตามจองกุกแล้ว
    #602
    0
  23. #601 Mellow_quinn (@Mellow_quinn) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 01:29
    มีไปเรื่อยๆได้มั้ยฮืออออ //หลงแร้วT^T
    #601
    0
  24. #600 mimoyomo (@mollyyoon) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 01:11
    ถึงจะแห้งแล้งไปบ้างแต่มันอบอุ่นหัวจัยยยย ฮืออ ความเรื่อยๆของไรท์นี่แหละค่ะทำให้ฟิคเรื่องนี้มันอบอุ่น มีดีเทลทำให้เห็นความสมัพันธ์ของทั้งคู่เหมือนเราตามติดชีวิตเขาอยู่ 555555

    เอาจริงๆเรานิสัยแบบยุนกิเลยนะ พอจะมีคนเข้ามาก็กลัวนั่นนี่ คิดว่าตัวเองมีแฟนไม่ได้แน่ๆเพราะอยู่คนเดียวจนชินแถมยังชอบเก็บตัว ไม่อยากลากเขามาอยู่โลกแคบๆของเรา มันน่าเบื่อไรงี้ เลยคิดว่าคนแบบจองกุกนี่แหละที่เหมาะกับยุนกิมาก ไม่ต้องรีบร้อน ไม่เร่งรัด เข้าใจในตัวเขาอันนี้สำคัญที่สุด เหนือสิ่งอื่นใดคืออยากได้จองกุกไว้เองค่ะ 5555555555 โอยย วกมาจนได้

    ขอบคุณไรท์นะคะที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้ จะจบแล้ว แงงง รู้สึกผูกพัน
    สู้ๆนะคะ เราจะเปย์เพื่อพี่ติวเอง ส่งเสียน้องกุก...แค่กๆ / โปรยเงิน

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 มีนาคม 2561 / 01:12
    #600
    0
  25. #599 iamkumamon (@bbam1545) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 00:59
    แงงง มีความนั่งพิงน้องไปอี๊กกก
    #599
    0